Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

Rabhiman

15/07/2018 15:46:43
48



REVIEW Sennheiser HD820 !!!

Ultimate Close-Back Headphone Experience 

ผมไม่เคยฟังหูฟังแบบ “ปิด” ที่ให้เสียง “เปิด” ได้ขนาดนี้มาก่อน!

Brand

เรื่องยี่ห้อนี่ไม่ขอพูดมากนะครับ เจ็บคอ คือนอกจากจะเป็นยี่ห้อตัวพ่อในวงการหูฟังมานานมากๆๆๆแล้ว ก็ยังอ่านชื่อได้ยากมากๆๆๆๆๆระดับตัวพ่อเช่นกัน พูดทีไรลิ้นพันกันทุกที ฮ่าๆๆ สุดท้ายเลยเรืยกชื่อรุ่นเอาครับ สบายใจกว่าเยอะครับ เฮ็ดดีแปดสองศูนย์ ! ใครเล่นหูฟังมาสักพัก หาข้อมูลจะเจอรุ่น HD800 โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ ประหนึ่งว่าเป็นหูตัวอ้างอิงของวงการนี้ไปละครับ ไม่ว่าจะมีหูฟังรุ่นใหม่ใหญ่สดแค่ไหน ก็จะถูกเอามาเปรียบเทียบกับหูฟังเยอรมันคู่นี้อยู่เสมอๆ เพราะงั้นหมดห่วงครับเรื่องสินค้าจากแบรนด์ Sennheiser มาตรฐานเยอรมันทุกคู่ครับ

Design

เรื่องหน้าตานี่ต้องยอมรับครับว่ามันเป็นหูที่หล่อที่สุดเท่าที่ Sennheiser เคยทำมาละครับ

สำหรับผม HD800 มันจะดูอวกาศไปนิส  รุ่นน้อง HD700 เริ่มเข้าท่าดูเรียบขึ้น ตัว minor change HD800 S ก็ทรงเหมือนตัวเดิมแต่เปลี่ยนเป็นสีดำดูหรูขึ้นดุดันขึ้น แต่พอมาตัวใหม่ล่าสุดนี่สิ อูยยยยยย มันหล่อมว๊ากกกกก

โดยเฉพาะตรงกระจกด้านข้างของหูฟังที่เว้าเข้าไปด้านในนี่บาดใจสุดๆ ซึ่งนอกจากจะดูหรูหราอลังการแล้วยังทำหน้าที่สะท้อนเสียงจากด้านหลัง Driver ไปที่ตัวดูดซับเสียงซึ่งทำให้ลด Resonance ของเสียงไปได้อย่างมีนัยยะ โดยที่ทาง Sennheiser เคลมว่า ทำให้คลื่นเสียงหายไปแบบเดียวกับหูฟังแบบประเภท Open-Back Headphone ทั้งๆที่เจ้า HD 820 มันเป็น Close-Back Headphone 

Confort

หน้าตาอาจจะดูใหญ่ แต่อยากบอกว่าใส่สบายมากครับ เนื่องจากหูที่ใหญ่มากจนสามารถครอบหูเราได้หมด เลยทำให้กระจายน้ำหนักของหูฟังได้ดีมากๆ ซึ่งจริงๆแล้วตัวหูเองก็เบาอยู่แล้ว (360g ไม่รวมสาย) ผลคือผมนั่งฟังอยู่ 2 ชม ชิวๆมากครับ คนใส่แว่นขาแว่นหนาอย่างผมก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือบีบหัวแต่อย่างใด 

***ตำแหน่งของหูฟังมีผลต่อเสียงพอสมควรนะครับ ลองปรับขยับระยะก้านหูและตำแหน่งให้เหมาะกับหัวเราเพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุดครับ***

Source

Sony WM1Z 4.4 Balance (High Gain Headphone Output)

ระบบที่ผมใช้ทดสอบ HD820 จะเป็น DAP รุ่นท๊อปของ Sony นะครับ เนื่องจากผมคุ้นเคยกะเสียงจาก DAP ตัวนี้อยู่แล้ว และจะลองดูว่ามันสามารถขับหูเรือธงจากเยอรมัน 300 Ohms ตัวนี้ออกไหม ไปถึงก็เลยเสียบช่อง 4.4 Balance โลดครับ ในหัวก็ตั้งแง่ไว้ละว่า ไม่น่ารอด... (เพราะกลัวเสียตังถ้ามันดันขับออกหมด) 

และแล้ว...ฝันร้ายก็เป็นจริง...TT เร่ง volume สัก 100-110 จาก 120 ก็ดังเกินพอละครับ 

ส่วนคำถามว่าเสียงเป็นไง ขับออกหมดไหม ผมขอตอบจากประสพการณ์สดๆเลยละกันนะครับ 

มาว่ากันเรื่องเสียงครับ :)

Overall

คนที่คุ้นเคยกับหูฟังยี่ห้อนี้คงจะเดาทางได้ไม่ยากครับ โทนเสียงที่สมดุลและเป็นธรรมมชาติยังคงเป็นจุดแข็งของยี่ห้อนี้เช่นเคยครับ แต่คำถามมักจะเป็นการเปรียบเทีบกับ HD800 ซะมากกว่าครับ

ซึ่งถ้าให้ผมตอบกว้างๆ HD820 จะแก้เรื่องปลายเสียงแหลมที่บางท่านบอกว่า HD800 คมเกินไปให้ลดลงมาแต่ยังคงคาแรคเตอร์เสียงแบบ HD800 ไว้ นอกจากนั้น HD820 ยังตัดข้อจำกัดของ HD800 ที่เป็น Open-Back Headphone ซึ่งมีข้อจำกัดในการเอาออกมาใช้นอกสถานที่ ด้วยการตั้งโจทย์ที่ไม่มีใครกล้าทำ คือการทำหูฟังแบบปิด ให้ได้เสียงแบบเดียวกับหูฟังแบบเปิด ซึ่งต้องยอมรับว่า Sennheiser ตีโจทย์แตกได้แบบสมบูรณ์แบบมากๆครับ

Treble 

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ย่านเสียงสูงของ HD820 ถูกปรับจูนให้ลดความคมลงจากรุ่นก่อน ลดในที่นี่ไม่ได้แปลว่ากุดนะครับ คือผมตกใจด้วยซ้ำว่าทำไมมันขึ้นไปได้ขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงหวดฉาบ การแผดเสียงของเครื่องเป่าทองเหลือง หรือ งานร้องโอเปร่าที่พุ่งขึ้นไปแบบแก้วแทบแตก ก็ขึ้นไปได้สุดทางทั้งหมดโดยที่ไม่มีอาการบาดหูแต่อย่างใดครับ คือเปิดเสียงดังได้ ฟังนานๆได้แบบหูไม่ล้าแน่นอนครับ 

Midrange

เสียงกลาง งานร้องต่างๆ ถือว่าทำได้เป็นธรรมชาติมากครับ จะไม่เด่นลอยออกมาแบบหูฟังบางยี่ห้อนะครับ คือนักร้องจะไม่พุ่งใส่หน้าอะครับ แต่มีตัวตนที่ชัดเจนอยู่ตรงนั้นโดยแยกออกจากเครื่องดนตรีอื่นได้อย่างเด็ดขาด รายละเอียดเสียงลมหายใจ ลูกคอ เสียงริมฝีปาก คือแทบจะเห็นลมที่ผ่านร่องฟันเลยครับฮ่าๆๆ รายละเอียดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทำให้จับเสียงร้องได้เป็น “คำคำ” เลยครับ ถ้าท่านฟังเพลงภาษาอังกฤษ ท่านก็จะได้เรียนวิธีการออกเสียงที่ถูกต้องของคำนั้นๆขณะฟังเพลงไปด้วยครับ สุดยอดมากๆครับ

Bass

คำถามว่ามีเบสไหม? คงไม่ใช่คำถามที่เหมาะสมกับ HD820 ครับ ต้องถามใหม่ว่าเพลงที่ท่านฟังคุณภาพเบสเป็นแบบไหน? มากกว่าครับ คือถ้าเพลงอัดมาแบบต้องการให้ท่านจุกกับเบส ท่านก็จุกแน่นอนครับ แต่ถ้าเค้าต้องการทำออกมาให้เน้นหัวเบสแน่นๆ กระชับๆ เจ้าหูฟังค่ายเยอรมันตัวนี้ก็จะตอบสนองความกระชับเก็บตัวไวของช่วงความถี่ต่ำได้แบบหมดจดครับ ไม่มีอาการขาดหรือเกินแต่อย่างใด อะ...กลับมาที่คำถามเดิม มีเบสไหม? ขอตอบสั้นๆว่า “เหลือเฟือ” ครับ

การบรรยายลักษณะของเสียงให้เข้าใจได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายครับแต่เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นผมจึงขออนุญาติบรรยายเสียงผ่านทางเพลงต่างๆที่ผมใช้เทสเจ้าหูฟังคู่นี้ละกันนะครับ

พร้อมแล้วก็ตามไปด้วยกันเลยครับ หยิบชุดของท่านขึ้นมาฟังเทียบเลยครับ 

Reference Test Tracks Compilation

Vocal

Artist: Norah Jones 

Album: Come Away With Me

Track: Don’t Know Why

File: DSD

เพลงปราบเซียน ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ฝ้องหลายๆระบบมานักต่อนักละ โดยเฉพาะเสียงร้องเวลาพีคขึ้นไปมักจะพุ่งเข้าหูแบบไม่ถนอมแก้วหูเราเลยแม้แต่น้อย เปิดเสียงดังหน่อยนี่มีแสบๆคันๆแน่นอนครับ  แต่ผลคือเจ้า HD820 นั้นถ่ายทอดออกมาได้แบบไม่บาดหูเลยแม้แต่น้อย แล้วสำผัสได้ถึงพลังและอารมณ์ของคนร้องได้อย่างไม่น่าเชื่อ นี่คือข้อดีของหูที่ปรับจูนมาให้เป็นธรรมชาติไม่ได้ดึงช่วงกลางขึ้นมาเพื่อเอาใจเพลงตลาดครับ 

Bass

Artist: Lizz Wright

Album: Grace

Track: Barley

File: FLAC 24/192

ลึกสุดใจตั้งแต่เพลงแรกเลยสำหรับอัลบัมนี้ คือเบสมาแบบ WTF เลยครับ เป็น Deep Bass ที่สะเทือนไตแน่นวลครับ แล้วที่น่าทึงคือ ไม่ได้ไปกวนกับย่านเลยครับ เสียงร้อง หรือ กีตาร์อีกสองตัวซ้ายขวา ยังอยู่ที่เดิมของมัน เสียงแส้ที่กวาดลงที่สแนร์ก็ยังคงทำหน้าที่คลุมจังหวะหลักของทั้งเพลงไว้ เครื่องดนตรีแต่ละชนิดทำหน้าที่ของแต่ละชิ้นได้แบบสมบูรณ์แบบ ใครบอกว่า Sennheiser ไม่มีเบสนี่ไปลองเพลงนี้ดุนะครับ อิอิ

Artist: Chris Botti

Album: Italia

Track: Venice

File: AIFF 16/44

เพลงที่ผมมักจะใช้ทดสอบ Sub Bass ของระบบ คือถ้าฟังปกติก็จะรู้สึกว่าเพลงมีแต่ Upper Bass ของเบสไฟฟ้า แต่พอนาทีที่ 2:50 จะมี deep bass ซ่อนอยู่ด้านล่าง กระพือมาสั้นๆ แต่ถ้าหูตัวนั้นลงไม่ถึงก็จะไม่ได้ยิน เจ้า HD820 เก็บมาได้หมดครับ 

Impact

Artist: Queen

Album: The Game

Track: Another One Bite The Dust

File: DSD

ถ่ายทอดความอัจฉริยะของวงนี้ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ใครจะเชื่อว่าอัลบั้มนี้อัดมาตั้งแต่ปี 1980 ละทำได้ดีขนาด สมแล้วที่เป็น master pieces เป็นตำนานของโลกจริงๆครับวงนี้ ลายเบสเดินมาเป็นลูกๆอัดเต็มหูเลยครับ

Artist: Tim Bowman

Album: Into The Blue

Track: Amazing Grace Party

File: AIFF 16/44

ชื่อเพลงก็บอกอยู่ว่าสนุกแน่ เป็นเพลงแนว Guitar Fusion Jazz ที่จังหวะฟังสนุก กระเดื่อง เบส กำลังมันส์ ฟังแล้วต้องมีกระดิกเท้าตามแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าเบสก็มาเป็นลูกๆกระชับอิมแพคดีตามสไตล์เพลง แต่ที่ผมทึ่งคือ การแยกและคุม Layer ของเสียงที่ย่านเบยไม่ได้ไปกวนกับย่านอื่นแต่อย่างใด ดีเทล์รายละเอียดต่างๆที่แม้แต่เสียงของคนรองประสานใน background ยังจับเป็นคำๆได้

Decay

Artist: Jane Monheit 

Album: Home

Track: A Shine On Your Shoes

File: FLAC 24/96

เสียงกังวาลของฉาบ Ride ตอนเริ่มเพลงที่ค่อยๆเบาลงจนหายไปในความมืดตัด กับเสียง Double Bass ที่มาชัดๆแน่นๆแบบทุกโน๊ตตั้งแต่เริ่มเพลง ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยเสียงของนักร้อง แล้วเสียงฉาบก็กลับมาอีกทีพร้อมกับเครื่องดนตรีอื่นแบบเต็มวง แล้วต่อด้วย solo guitar มันเป็นอะไรที่ฟินมากๆ ผมฟังวนไปวนมาอยู่ 4 รอบ 

เพลงนี้เป็นตัวทดสอบได้อย่างดีว่าหางเสียงของ HD820 นั้นทำออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก ไม่สั้นกุดจนทื่อ และก็ไม่ยาวจนทำให้รู้สึกหนืด 

Tonal Balance & Transparency

Artist: Antoine Tamestit

Album: Bel Canto

Track: Henri Vieuxtemps: Viola Sonata in B-flat Major Op.36:I  Maestoso Allegro

File: FLAC 24/96 

ถ้าจะฟังสมดุลเสียง ให้ลองฟังกับดนตรี Classic โดยเฉพาะเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่มีช่วงความถี่เสียงกว้างๆ ครั้งนี้ผมเลือกฟังViola Sonata ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ไม่ได้มีการนิยมเล่นมากนัก และช่วงเสียงก็จะอยู่ตรงกลางระหว่าง Violin กับ Cello สำหรับผมมันท้าทายมากที่จะหาระบบที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้แบบหมดจด แต่ก็ลองดูครับ 

ปรากฎว่า...หยุดหายใจไปหลายที มันงดงามมากครับ เค้าว่ากันว่านักดนตรีที่ดีจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความตั้งใจของผู้ประพันธ์ออกมาได้โดยใช้ตัวเองและเครื่องดนตรีเป็นสื่อกลาง และหูฟังที่ดีก็จะสามารถเป็นสื่อกลางถ่ายทอดสิ่งที่ผู้เล่นต้องการออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด ซึ่ง HD820 ซึ่งเจ้า HD820 สามารถถ่ายทอดเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนี้ออกมาได้อย่างหมดจดตรงไปตรงมา งดงามมากๆครับ 

Artist: Dmitry Sinkovsky

Album: Vivaldi : Concerti per violino V "Per Pisendel"

Track: Concerto for Violin and Strings in C Major, RV 177: I. Allegro ma poco

File: FLAC 24/96 

ค่าย Naive เป็นค่ายดนตรีคลาสสิคที่ทำ Dynamic ได้โหดมาก แต่เจ้า HD820 รับได้อย่างสบายๆ เสียง Harpsichord ไม่รำคาญหู แยก layer ความซับซ้อนของดนตรีที่ซ้อนทับกันในยุค Baroque ได้แบบไม่น่าเชื่อ ช่วงนุ่มนวลก็ทำได้แบบเคลิ้มมาก ส่วนช่วงที่มีการกระแทก Timpani ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีพลัง

Sense of Space 

ถ้าถามว่าเวทีเสียงกว้างไหมสำหรับหูแบบปิดตัวนี้ คำตอบคือ ตามขนาดของ Space ที่ใช้ในการอัดเสียงเลยครับ เช่นเพลงใหม่ๆที่อัดมาดีๆเป็นระบบ Digital ความคมชัดของตัวโน๊ต ความสงัดของพื้นหลัง ตำแหน่งของเครื่องดนตรี มาแบบแม่นๆคมๆ ส่วนเพลงเก่าๆที่อัดไม่ได้ดีมากนักยังมีเสียง noise จากพื้นหลังอยู่ ก็จะถ่ายทอด ความขลังของเครื่องดนตรี บรรยากาศของสถานที่อัด ออกมาได้แบบสมจริง

Artist: Mstislav Rostropovich, Rudolf Serkin

Album: Brahms Cello Sonatas

Track: Cello Sonata No.1 In E minor, Op.38 -1. Allegro Non Troppo

File: AIFF 16/44

รู้สีกได้เลยว่าสถานที่อัดขนาดประมาณ Concert Hall ขนาดเล็กถึงกลาง เสียงกำทอนของไม้และเปียโนถูกถ่ายทอดออกมาได้งดงามตามประสิทธิถาพของการอัดเสียงในสมัยปี 1983

Artist: Herbert Von Karajan

Album: Ein Deutsches Requiem

Track: Brashms: Requiem Op.45-1. Selig Sind, Die Da Leid Tragen

File: AIFF 16/44

อัลบั้มนี้อัดในปี 1989 ยุคเดียวกับกับอัลบัมด้านบน แต่อัดในโบสถ์ รู้สึกได้ทันที่ว่าสถานที่มันใหญ่ขึ้น ความนิ่งของอากาศ ช่องวางของความเงียบ ราวกับว่าเราสามารถสัมผัสโมเลกุลของเสียงที่มันสั่นอยู่ในอากาศได้

Micro Details

Artist: Eric Clapton & B.B. King

Album: Riding with the king

Track: Riding with the king

File: FLAC 24/88 

คือฟังหลายสิบรอบละนะเพลงนี้... เรื่องการถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงแนว blues นี่ไม่ต้องพูดถึงเจ้า HD820 ถ่ายทอดออกมาได้ถึงพริกถึงขิงอยู่ละ แต่ครั้งนี้นอกจากเสียงฟาด snare ที่ทรงพลังของ Steve Gadd ผมได้ยิน ghost note ที่เล่นบน snare แบบทุกเม็ดครับ (ghost note คือ การแตะ snare แบบเบากว่าจังหวะหลัก ปกติจะเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่เสียงจะอยู่ในพื้นหลังของดนตรีเพื่อเพิ่มความแน่นของจังหวะ) นับได้เลยครับว่าไม้กลองมันกระทบหนังกลองไปกี่ครั้ง คือแบบแม่มมาได้ไงวะ !  ไม่เคยได้ยินจากหูฟังชุดอื่นเลย 

Image & Positioning 

Artist: Dream Theater 

Album: Awake

Track: Erotomania

File: FLAC 16/44

บอกก่อนครับตอนแรกนี่ไม่ได้คาดหวังไรมากกะเพลงแนวนี้ครับ Progressive Rock เสียงมันหนาๆซับซ้อนๆเน้นฟังเอามันส์ ผมแค่จะลองดูว่าเสียงกระเดื่องมันจะมาเป็นลูกๆไหม มาแบบแน่นๆกระชับ หรือมาแบบเยอะๆบวมๆ ว่าแล้วก็กดเพลย์... ฟังไปสักพักกับเพลงที่ฟังมาตั้งแต่เรียนมัธยมจนฮัมตามได้ละ ปรากฎว่ายิ่งฟังยิ่งทึ่งครับ นอกจากจะทึ่งกับความสุดยอดของนักดนตรี ยังทึ่งกับการบันทึกเสียงของเพลงนี้ด้วยครับ คือ...นอกการแยก layer ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ตำแหน่ง ความเป็น stero ที่ทำได้แบบเด็ดขาดแล้ว เจ้า HD820 มันทำได้เหนือชั้นกว่านั้นอีกครับ มันทำให้ผมเข้าไปนั่งอยุ่ในเก้าอี้ของ Mike Portnoy มือกลองของวงเลยครับ คือ เห็นเลยครับว่า hihat ตัวที่ 1 อยู่ ซ้าย ตัวที่ 2 อยู่ขวาวางสูงขึ้นเล็กน้อย Tom ลูกเล็กลูกน้อยแต่ละตัววางอยู่ตรงไหน บนล่างซ้ายขวาชัดมาก เห็น Tom วางอยู่รอบตัวเลยครับ ละใครที่เป็นแฟนมือกลองคนนี้จะทราบดีว่าเป็นมือกลองที่ใช้ฉาบเยอะที่สุดคนนึงของวงการ ละเป็นครั้งแรกครับที่ตำแหน่งและขนาดของฉาบแต่ละใบมันชัดมากขนาดนี้ อย่างที่บอกครับ เหมือนกับว่าผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของพี่ไมค์เค้าจริงๆครับ กลายเป็นเพลงนี้ทำให้ผมต้องต้องให้คะแนนเรื่อง Positioning ของ HD820 แบบ 10/10 เลยครับ 

Musicality & Dynamic

Artist: Hans Zimmer 

Album: The Dark Knight Rises

Track: Rise

File: FLAC 24/96

เอาตรงๆนะ... เพลงนี้ผมนั่งฟังอย่างเดียว ไม่ขอบรรยายละกันนะ อารมณ์มันเหมือนกับเวลาเราขึ้นไปถึงยอดภูเขา แล้วปล่อยตัวเองให้ซึมซับบรรยากาศความยิ่งใหญ่ตระการตาของช่วงเวลานั้นเอาไว้ โดยไม่สนใจที่จะหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาถ่าย เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่ว่ากล้องถ่ายรูปที่ดีที่สุดในโลกก็ไม่สามารถถ่ายทอดช่วงเวลานั้นออกมาได้เท่ากับความรู้สึกของเราที่ยืนอยู่ ณ ที่ตรงนั้น... ขอฟังอีกรอบนะ (กรุณาอยู่ในความสงบ) 

Verdict (10/10)

สรุปสั้นๆกับหู Dynamic Driver ระดับท๊อปตัวนึงของวงการ ถามว่าราคาขนาดนี้ คุ้มไหม?

ผมขอตอบว่า เมื่อเทียบกับประสพการณ์ทางดนตรีที่เจ้า HD820 ให้ได้ มันโคตรคุ้มครับ คุ้มค่าตัวทุกบาททุกสตางค์ครับ ย้ำนะครับ ว่าการรีวิวทั้งหมดนี้ผมใช้เพียงแค่ DAP Sony WM1Z นะครับ นี่ถ้าต่อผ่าน DAC โหดๆ แอมป์หลอดดีๆนี่ผมว่าไปได้อีกไกลมากๆครับ 

Technical Data

Impedance 300 Ohms

Frequency response (Headphones) 12 - 43800 Hz (-3 dB) 6 - 48000 Hz (-10 dB)

Sound pressure level (SPL) 103 dB at 1 kHz, 1V

Ear coupling around the ear

Jack plug 6.3 mm / Pentaconn / (XLR4)

Cable length 3m

Weight 360 g without cable

Transducer principle (headphones) dynamic, closed

ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 7
ความคิดเห็นที่ : 1

Rabhiman

15/07/2018 15:47:36
48



งานดีอะไรปานนี้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

Rabhiman

15/07/2018 15:48:35
48



กระจกมันจะเว้าเข้านะครับ ตอนแรกดูในรูปผมนึกว่ามันนูนออกมา
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

Rabhiman

15/07/2018 15:49:11
48



งานเนี้ยบมากกกกกกก
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 4

Rabhiman

15/07/2018 15:50:27
48



เพลงโปรด เสียงติดหูมากๆ ขอบคุณเฮียนะครับที่ให้ผมนั่งลองอยู่ 3 ชม ฮ่าๆๆๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

hybridnut

15/07/2018 17:00:38
22
มีแจ๊ค 4.4 มาให้เลยหรอครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

Rabhiman

15/07/2018 19:41:46
48



อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 5 - hybridnut

มีแจ๊ค 4.4 มาให้เลยหรอครับ

ใช่ครับ จัดมาครบเลยครับ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 7

ผมว่านะ

15/07/2018 19:45:06
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 5 - hybridnut

มีแจ๊ค 4.4 มาให้เลยหรอครับ

มีสายมาให้ 3 เส้นครับ unbalanced 6.3, balanced 4pin XLR กับ balanced 4.4

ผมลองกับ ZX300 balanced 4.4 high gain ปรับโวลุ่มที่ประมาณ 80 ก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจแล้วนะครับ

ป.ล. คนที่เคยใช้ HD700 มาก่อน พอมาลอง HD800/800S/820 ถ้าไม่สังเกตตัวอักษร L กับ R ผมว่าร้อยทั้งร้อยคงใส่หูฟังสลับด้านกันแน่นอน เพราะ pad ที่เป็นรูปตัว D เพื่อให้เข้ากับรูปร่างใบหูของเรามันดันสลับด้านกับ HD700 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

makruk

15/07/2018 20:54:34
3
ขอบคุณบทความดีๆครับ^^ ผมตั้งใจล็อกอินเข้ามาชื่นชมเลย
ขอบคุณครับ อ่านแล้วคันขึ้นมาทันทีเลยครับบบบ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

Rabhiman

15/07/2018 21:04:24
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 8 - makruk
ขอบคุณบทความดีๆครับ^^ ผมตั้งใจล็อกอินเข้ามาชื่นชมเลย
ขอบคุณครับ อ่านแล้วคันขึ้นมาทันทีเลยครับบบบ
ขอบคุณคร้าบบบ นั่งเขียนอยู่หลายวันครับ ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

Step Back

16/07/2018 04:58:22
23
ไม่รู้ว่าถ้าเอาไปจิ้มกับ Dac-Amp HDV 820 จะขนาดไหน 555+
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

GODTING

16/07/2018 10:38:57
0
ขอบคุณครับ อ่านเพลินเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

Rabhiman

16/07/2018 13:24:02
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 10 - Step Back
ไม่รู้ว่าถ้าเอาไปจิ้มกับ Dac-Amp HDV 820 จะขนาดไหน 555+
ไปครั้งหน้าว่าจะลองอยู่ครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 13

Rabhiman

16/07/2018 13:24:17
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 11 - GODTING
ขอบคุณครับ อ่านเพลินเลย
ขอบคุณคร้าบบบบ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 14

sumpao

16/07/2018 14:13:25
18
เป็นหูที่ดูดี
สวย และอยากได้มากครับ
แต่เกินงบไปแบบสุดๆไปเลย 555+
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 15

นายมั่นคง

16/07/2018 14:15:29
3,846
โอว ขอบคุณมากๆๆๆครับ เดี่ยวผมจะให้ทีมงานเอาขึ้นนะครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 16

Rabhiman

16/07/2018 17:05:20
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 14 - sumpao

เป็นหูที่ดูดี
สวย และอยากได้มากครับ
แต่เกินงบไปแบบสุดๆไปเลย 555+

ผมนี่หยอดกระปุกรอเลยครับ แต่คงอีกสักพักใหญ่ๆเลย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 17

Rabhiman

16/07/2018 17:05:47
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 15 - นายมั่นคง

โอว ขอบคุณมากๆๆๆครับ เดี่ยวผมจะให้ทีมงานเอาขึ้นนะครับ^^

^^ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 18

nodsecret

18/07/2018 00:53:19
2
แอบมาอ่านรีวิว จขกท. และหยิบ ps2000e
หาเพลงที่ จขกท.รีวิวไว้มาฟังเทียบตาม
หลายๆเพลงที่ไม่เคยฟัง

ผมนี้...รอวันหยุดยาวๆเลยครับ
หาเวลาหิ้ว ps2000e กับ weiss202 ไปขออนุญาตพี่หลุยส์
ฟังเปรียบเทียบที่เรือธงแน่ๆ
hd820 ถ้าฟังแล้วโดนและweiss202ขับไหวนี้...
ได้หิ้วกลับบ้านเพิ่มอีกตัวแน่ๆ 555
(เคยผิดหวังจาก hd800 weiss202 เอา hd800 ไม่สุดขนาดปรับ hi gain แล้วนะ)

เพลงที่ จขกท. รีวิวไว้ยังตกใจว่า grado ให้เสียงต่ำแบบนี้ได้คล้ายๆ sennheiser ด้วยหรอ
เพราะผมรู้สึกว่า grado ให้เสียง bass ที่เก็บตัวเร็วไปหน่อยหากเทียบกับ sennheiser
ส่วนตัวผมเคยฟัง hd 800 (ของคนอื่น) เทียบกับ PS2000e แล้วเสียงแทบทุกย่านความถี่
ต่างกัน แหงล่ะก็มันคนล่ะยี่ห้อนิ หูผมดันมาสาย grado ซะด้วย555
(ในsystem เดียวกันผมดันฟังออกว่าเสียงไม่เหมือนกัน ผมคงไม่ฟันธงว่ายี่ห้อไหนดีกว่ากันนะครับ555ฟังได้หมด)
แต่ผมเดาๆว่า ฮาร์โมนิคกับความกว้างของเวทีเสียงที่ได้ยินจาก grado น่าจะไม่ถึงขั้น sennheiser ถ่ายทอดออกมา
พวก upperbass midbass deepbass ผมให้ทาง sennheiser โอเคกว่า grado นะ
ส่วนพวก treble midrange หูผมดันถูกจริต grado กว่า


สุดท้ายผมลุ้นไว้ล่วงหน้าว่าขอให้ weiss202 ขับhd820สุดล่ะกัน
จะได้ไม่โดนชุด combo hdv 820 พ่วงอีก 
งบลับผมนี้สั่นรอล่ะครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 19

Kok@Suction

18/07/2018 05:12:30
0
หล่อมาก 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 20

lukephong

18/07/2018 09:34:27
78
รีวิวดีมากครับ โชคดีที่ผมไม่มีตังค์ ไม่งั้นหมดตรูดดดด อีกรอบ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 21

Rabhiman

18/07/2018 22:58:08
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 18 - nodsecret

แอบมาอ่านรีวิว จขกท. และหยิบ ps2000e
หาเพลงที่ จขกท.รีวิวไว้มาฟังเทียบตาม
หลายๆเพลงที่ไม่เคยฟัง

ผมนี้...รอวันหยุดยาวๆเลยครับ
หาเวลาหิ้ว ps2000e กับ weiss202 ไปขออนุญาตพี่หลุยส์
ฟังเปรียบเทียบที่เรือธงแน่ๆ
hd820 ถ้าฟังแล้วโดนและweiss202ขับไหวนี้...
ได้หิ้วกลับบ้านเพิ่มอีกตัวแน่ๆ 555
(เคยผิดหวังจาก hd800 weiss202 เอา hd800 ไม่สุดขนาดปรับ hi gain แล้วนะ)

เพลงที่ จขกท. รีวิวไว้ยังตกใจว่า grado ให้เสียงต่ำแบบนี้ได้คล้ายๆ sennheiser ด้วยหรอ
เพราะผมรู้สึกว่า grado ให้เสียง bass ที่เก็บตัวเร็วไปหน่อยหากเทียบกับ sennheiser
ส่วนตัวผมเคยฟัง hd 800 (ของคนอื่น) เทียบกับ PS2000e แล้วเสียงแทบทุกย่านความถี่
ต่างกัน แหงล่ะก็มันคนล่ะยี่ห้อนิ หูผมดันมาสาย grado ซะด้วย555
(ในsystem เดียวกันผมดันฟังออกว่าเสียงไม่เหมือนกัน ผมคงไม่ฟันธงว่ายี่ห้อไหนดีกว่ากันนะครับ555ฟังได้หมด)
แต่ผมเดาๆว่า ฮาร์โมนิคกับความกว้างของเวทีเสียงที่ได้ยินจาก grado น่าจะไม่ถึงขั้น sennheiser ถ่ายทอดออกมา
พวก upperbass midbass deepbass ผมให้ทาง sennheiser โอเคกว่า grado นะ
ส่วนพวก treble midrange หูผมดันถูกจริต grado กว่า


สุดท้ายผมลุ้นไว้ล่วงหน้าว่าขอให้ weiss202 ขับhd820สุดล่ะกัน
จะได้ไม่โดนชุด combo hdv 820 พ่วงอีก 
งบลับผมนี้สั่นรอล่ะครับ 555

ขอให้เสียตัว เอ้ยเสียตังครับ 5555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 22

Rabhiman

18/07/2018 22:58:43
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 19 - Kok@Suction

หล่อมาก 

ต้องไปลองตัวจริงครับ มันหล่อกว่าในรูปมากครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 23

Rabhiman

18/07/2018 22:59:19
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 20 - lukephong

รีวิวดีมากครับ โชคดีที่ผมไม่มีตังค์ ไม่งั้นหมดตรูดดดด อีกรอบ 555

ขอบคุณคร้าบบบบบ คันเลยใช่ไหมครับ 5555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 24

MaxxIE

19/07/2018 19:51:07
13
ถ้าชอบHans Zimmer ลองฟังอัลบั้ม Ost.Rush ดูครับ แต่ละเพลงมันรุกเร้าดีมาก มันส์กว่าหนังก็เพลงประกอบหนังนี่แหละครับ

อีกอัลบั้มที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าชอบHans Zimmer คือ ​​Ost.Pearl Harber เพลง Tennessee นี่คือที่สุดของความหวานของ Hans Zimmer แล้วครับ เพราะหลังจากอัลบั้มนี้ รู้สึกเฮียแกเข้าสายบู๊เต็มสูบเลย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 25

Rabhiman

19/07/2018 21:01:03
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 24 - MaxxIE
ถ้าชอบHans Zimmer ลองฟังอัลบั้ม Ost.Rush ดูครับ แต่ละเพลงมันรุกเร้าดีมาก มันส์กว่าหนังก็เพลงประกอบหนังนี่แหละครับ

อีกอัลบั้มที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าชอบHans Zimmer คือ ​​Ost.Pearl Harber เพลง Tennessee นี่คือที่สุดของความหวานของ Hans Zimmer แล้วครับ เพราะหลังจากอัลบั้มนี้ รู้สึกเฮียแกเข้าสายบู๊เต็มสูบเลย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 26

ผมว่านะ

20/07/2018 10:49:17
ผมว่าเพลงนี้แสดงศักยภาพของ HD820 ออกมาได้หมดจดเลยนะครับ ทั้งการแยกชิ้นดนตรี sound stage ทั้งด้านกว้างและด้านลึก โดยเฉพาะนาทีที 2:20 ตอนที่ผมใช้หูฟังตัวอื่นผมสงสัยมาตลอดว่าหมอนี่ตีกลองวืดหรือเปล่าทำไมตีแล้วเสียงไม่ออก จนพอได้มาลองฟังกับ HD820 แล้วขนลุกเลยครับ ไม่วืดจริงๆ ด้วยครับ เสียงออกชัดเจน เก็บรายละเอียด micro detail มาได้ทุกเม็ดจริงๆ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 27

Rabhiman

20/07/2018 16:03:15
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 26 - ผมว่านะ
ผมว่าเพลงนี้แสดงศักยภาพของ HD820 ออกมาได้หมดจดเลยนะครับ ทั้งการแยกชิ้นดนตรี sound stage ทั้งด้านกว้างและด้านลึก โดยเฉพาะนาทีที 2:20 ตอนที่ผมใช้หูฟังตัวอื่นผมสงสัยมาตลอดว่าหมอนี่ตีกลองวืดหรือเปล่าทำไมตีแล้วเสียงไม่ออก จนพอได้มาลองฟังกับ HD820 แล้วขนลุกเลยครับ ไม่วืดจริงๆ ด้วยครับ เสียงออกชัดเจน เก็บรายละเอียด micro detail มาได้ทุกเม็ดจริงๆ

ของเค้าดีจริงครับ 5555 ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 28

JJY

22/07/2018 21:45:12
7
ลองมาเดือนที่แล้วครับ ผมว่าให้อารม hd800 เอามาทำ closed back ซึ่งไม่โปร่งและกว้างเท่า ส่วนตัวคิดว่าปัญหาเดียวกันครับ คือรุ่นนี้ตองเติมเบสเหมือนกัน 555 
ปล.ผมฟังแค่ 10 นาทีนะครับ นี่เป็น first impression เฉยๆ รู้สึกว่ามันแห้งและคมครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 29

แอบอ่าน

23/07/2018 08:47:37
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 28 - JJY

ลองมาเดือนที่แล้วครับ ผมว่าให้อารม hd800 เอามาทำ closed back ซึ่งไม่โปร่งและกว้างเท่า ส่วนตัวคิดว่าปัญหาเดียวกันครับ คือรุ่นนี้ตองเติมเบสเหมือนกัน 555 
ปล.ผมฟังแค่ 10 นาทีนะครับ นี่เป็น first impression เฉยๆ รู้สึกว่ามันแห้งและคมครับ

เยี่ยมครับ เป็นคอมเมนต์ที่ดีมาก ของมันต้องมีทั้งข้อดีข้อด้อย ไม่ใช่เอะอะชมอย่างเดียว เพื่อเปิดโลกทัศน์คนอ่านให้มี 2 มุมมองบ้าง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 30

ผมว่านะ

23/07/2018 13:29:14
เห็นด้วยกับ คห.28 + 29 ครับ ที่จริงกระทู้รีวิวนี้ก็บอกเป็นนัยอยู่แล้วว่า HD820 อาจไม่ใช่หูฟังที่เหมาะกับทุกคน (เพียงแต่ท่าน Rabhiman อาจจะไม่ได้ระบุแบบนั้นตรงๆ) ถ้าเน้นฟังแบบ sit and relax ล่ะก็ไม่ใช่แน่ๆ ผมเดาว่า คห.28 น่าจะชอบเสียงแนว warm นิดๆ dark หน่อยๆ ซึ่ง Sony Z1R น่าจะเหมาะกับท่านมากกว่า อยากให้ลองฟังเทียบกันดูครับ ที่เหลือรอท่าน Rabhiman มาให้ความเห็นเพิ่มเติมละกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 31

Rabhiman

29/07/2018 21:59:37
48
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 30 - ผมว่านะ
เห็นด้วยกับ คห.28 + 29 ครับ ที่จริงกระทู้รีวิวนี้ก็บอกเป็นนัยอยู่แล้วว่า HD820 อาจไม่ใช่หูฟังที่เหมาะกับทุกคน (เพียงแต่ท่าน Rabhiman อาจจะไม่ได้ระบุแบบนั้นตรงๆ) ถ้าเน้นฟังแบบ sit and relax ล่ะก็ไม่ใช่แน่ๆ ผมเดาว่า คห.28 น่าจะชอบเสียงแนว warm นิดๆ dark หน่อยๆ ซึ่ง Sony Z1R น่าจะเหมาะกับท่านมากกว่า อยากให้ลองฟังเทียบกันดูครับ ที่เหลือรอท่าน Rabhiman มาให้ความเห็นเพิ่มเติมละกันครับ
ขอบคุณสำหรับ comment ครับทุกๆท่าน
ตามหลักการของการทำสินค้าออกมาขายในตลาด หูฟังแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นมันก็ออกแบบมาให้เหมาะกับคนเฉพาะกลุ่มแหละครับ 
หน้าที่ผมในฐานะคนรีวิว คือถ่ายทอดประสพการณ์ออกมาอย่างตรงไปตรงมาที่สุดตามที่ผมได้ยิน
แน่นอนครับว่าผมก็จะมี Sound Preference ที่ผมให้ความหมายว่าเป็นเสียงที่ดีในแบบของผม
ยิ่งหูแบบ Over Ear นี่รูปร่างใบหูของแต่ละท่านยังมีผลต่อเสียงเลยครับ การสะท้อนของเสียงที่เข้าไปในรูหูของแต่ละคนไม่เหมือนกันแน่นอน 

แต่หลักๆแล้วจะมีแนวเสียงอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือออกโทน Bright กับโทน Dark ซึ่งท่าน "ผมว่านะ" วิเคราะห์ไว้ถูกแล้วครับ ส่วนถ้าจะให้วาง HD820 ไว้ตามแกนของเสียง 2 ประเภทนี้ ผมจะวางไว้ค่อนไปทาง Bright ครับ
ออกแนวสว่าง โปร่ง ซึ่งจะตรงข้ามกับ Dark คือ อุ่น หนา ซึ่งมันไม่ได้แปลว่าหูที่ให้เสียงแบบไหน ดีกว่า อันไหนครับ มันแค่ให้โทนเสียงที่ต่างกันครับ

สุดท้ายแล้วยังไงก็ควรไปลองเองครับ
ก่อนจะรีวิว HD820 ผมก็นั่งอ่านรีวิวนอกจนหมดเวปแล้วถึงไปลองครับ

ชอบแบบไหนซื้อแบบนั้นครับ ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
"REVIEW Sennheiser HD820 !!!"