Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

ถามข้อสงสัยากการ rip เพลงครับผม

!burning!

06/11/2007 09:25:20



ปกติผม rip เป็น 320 kbps ใช้แบบนี้มานานมากจนกระทั่งเมื่อกี๊นี้
ดันเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ไอ้เจ้า VBR ที่เราเมินมันมานานเนี่ย
มันมีประโยชน์ฉะไหนครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

นายมั่นคง

06/11/2007 09:50:56



เออ ใช่ๆๆๆ 555 ผมเองก็ Rip แต่ 320 kbps จนไม่รู้แล้วว่าไอ้อย่างอื่นมันคืออะไร .....555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

nicesaysyes

06/11/2007 10:10:27



MP3 - เป็นมาตรฐานการฟอร์แมตที่ใช้ลดขนาดไฟล์เสียงให้มีขนาดเล็กลงที่รู้จักกันดี เป็นมาตรฐานการลดขนาดเสียงที่เรียกว่า Lossy Compression ซึ่งไฟล์ MP3 ที่ได้ออกมาจะมีรายละเอียดของเสียงต่ำกว่าต้นฉบับ ส่วนจะต่ำกว่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ bitrate ที่ใช้ ซึ่งที่จริงแล้วระบบของ bitrate ใน MP3 ยังแบ่งออกได้เป็นอีกสองประเภทคือ

CBR = Certain Bit Rates คือ มี Bit Rates เท่ากันทั้งเพลง เช่น ไฟล์เพลงประเภท .mp3 หรือ .wma ที่กำหนด Bit Rates ตายตัว

VBR = Variable Bit Rates คือ ไฟล์เพลงประเภทมี Bit Rates ไม่เท่ากันทั้งเพลง โดยสามารถกำหนดค่าสูงสุดและต่ำสุดของ bitrate ที่จะใช้ในการบีบอัดได้
การบีบอัดขึ้นอยู่กับช่วงดนตรี ว่ามีมากน้อยเพียงใด คือบางช่วงเพลงมีเสียงดนตรีน้อยชิ้น และบางช่วงมีเสียงดนตรีมาก

โดยปกติ VBR จะมีขนาดเล็กกว่า CBR
และ CBR เสียงที่ได้จะคงที่กว่า VBR

CBR - ไฟล์ MP3 ส่วนใหญ่ที่เราเจอกันในท้องตลาดเกือบทั้งหมดจะเป็นแบบนี้ คือมีการลดขนาดที่มี Bitrate คงที่ ดังนั้นไม่ว่าในช่วงนั้นๆ ของเพลงจะมีรายละเอียดของเพลงมากหรือน้อยแค่ไหนก็จะเข้ารหัสที่ bitrate เดียวกันหมดส่งผลให้คุณภาพของเพลงมีการแกว่งเป็นช่วงๆ คือช่วงไหนรายละเอียดเพลงเยอะช่วงนั้นคุณภาพก็จะต่ำหน่อย ส่วนช่วงไหนรายละเอียดของเพลงน้อยก็จะมีคุณภาพสูงหน่อย เนื่องจาก bitrate ในการเก็บข้อมูลเท่ากันหมด

bitrate ที่เป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วไปจะอยู่ที่ 128K ซึ่งจะใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลประมาณ 1:10 เช่นเพลงเต็มๆ ใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูล 10MB ไฟล์ MP3 ที่ bitrate 128K จะใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลเพียง 1MB เครื่องเล่น MP3 รุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่ถ้าจะเล่น MP3 ได้มักจะใช้ได้เฉพาะกับไฟล์ MP3 ที่มี bitrate 128K เท่านั้น แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ๆ ก็สามารถที่จะเล่น MP3 ที่มี bitrate ในระดับต่างๆ ได้มากกว่า เช่นตั้งแต่ 32K ไปจนถึง 320K


VBR - เป็นการลดขนาดที่ยึดตามคุณภาพของเพลงซะเป็นหลัก เวลาลดขนาดของเพลงลง เพลงทั้งเพลงจะมีคุณภาพเท่ากันเพราะปริมาณ bitrate จะเปลี่ยนแปลงไปตามรายละเอียดของเสียง

ถ้าเราแบ่งเครื่องเล่น MP3 ออกเป็นสามยุค คือรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ เครื่องรุ่นเก่าก็จะเล่นได้เฉพาะไฟล์ CBR ที่ bitrate 128K ส่วนรุ่นกลางก็จะเล่นไฟล์ CBR ได้ที่ Bitrate ที่หลากหลายกว่ารุ่นแรก และเครื่องในยุคล่าสุดเกือบทั้งหมดจะสามารถเล่นได้เหมือนเครื่องยุคกลาง บวกกับ MP3 แบบ VBR แน่นอนครับ iPod รองรับไฟล์ MP3 ทั้งแบบ CBR และ VBR ได้ตั้งแต่ bitrate ที่ 16K ไปจนถึง 320K

*ปล. จริงๆจะมีการบีบอีดอีกแบบคือ ABR (Average Bitrate) คือตั้งค่ากลางของ bitrate ที่ต้องการจะบีบอัด และตัวโปรแกรมจะคำนวนให้เองว่าช่วงไหนควรใช้ bitrate เท่าไหร่อย่างไร โดยถั่วเฉลี่ยออกมาแล้วทั้งเพลงจะมี bitrate = ที่เราตั้งไว้

--------------------------------

AAC (Advanced Audio Compression) - เป็นมาตรฐานการลดขนาดไฟล์แบบ Lossy Compression เช่นเดียวกับ MP3 คือไฟล์ที่ได้ออกมาคุณภาพจะต่ำกว่าต้นฉบับ แต่เมื่อเทียบกับ MP3 แล้ว AAC จะให้คุณภาพของเสียงที่ดีกว่าที่ขนาดไฟล์เท่ากัน ไฟล์ AAC 128K จะมีคุณภาพเท่ากับไฟล์ MP3 ที่ 192K จากการทดสอบ(ด้วยตัวผมเอง) ความแตกต่างนี้สามารถสัมผัสได้โดยแค่ตั้งใจฟัง โดยไม่ต้องถึงกับการฟังด้วยการจับผิด

นอกจากคุณภาพของเสียงที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับขนาดไฟล์ที่เท่ากันของ MP3 ซึ่งเป็นที่ถูกใจของผู้ฟังแล้ว AAC ยังรองรับระบบ DRM (Digital Rights Managment) ซึ่งเป็นระบบการป้องกันการก๊อปปี้เพลง ซึ่งเป็นที่ถูกใจของผู้จำหน่ายเพลง Online อีกด้วย เพลงที่ซื้อจากเว็บไซต์ iTunes จะอยู่ในรูปแบบ Protected AAC ครับ

bitrate ของ AAC ที่ iPod รองรับนั้นเริ่มตั้งแต่ 16K ไปจนถึง 320K ส่วนใหญ่มักนิยมใช้กันที่ 192K เพราะจะใช้คุณภาพเสียงที่สูงจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนต้นฉบับอันไหน AAC แต่ก็มีอีกส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ที่ 128K เพื่อที่ไฟล์เพลงจะได้มีขนาดที่เล็กลง และหลายๆ คนก็แยกคุณภาพเสียงระหว่าง 128K กับ 192K ไม่ออก

technology ที่ใช้ในการลดขนาดไฟล์ให้เล็กลงของ AAC ก็คือมาตรฐานการลดขนาดของ MPEG-4 ครับ โดยในกรณีของ iPod ไฟล์ extension จะมีอยู่ทั้งหมด 3 อันคือ .m4a .m4b และ .m4p ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็น Mpeg4 ทั้งสิ้น โดย
.m4a จะใช้กับไฟล์เพลง
.m4b จะใช้กับ Audiobook ซึ่งจะมี feature เพิ่มเติมเข้ามา เช่น จะมีการ mark จุดที่ฟังเอาไว้ เมื่อกลับมาฟังใหม่จะเล่นต่อจากเวลาเดิมที่ฟังค้างไว้ ถึงแม้เราจะออกจากไฟล์นั้นเพื่อไปฟังไฟล์อื่นแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนความเล่นในการเล่นในเร็วขึ้น หรือช้าลงกว่าปกติได้ด้วย
.m4p เป็นไฟล์ Audio ที่มี DRM (Digital rights management) ติดอยู่ในไฟล์ด้วย เพื่อป้องกันการก๊อปปี้เพลงครับ

จริงๆ มาตรฐานของ AAC จะมีแยกย่อยลงไปอีกเป็น
AAC LC (Low Complexity)
AAC LTP (Long-Term Prediction)
AAC Scalable
AAC LD (Low Delay)
HE AAC (High-Efficiency ACC
ซึ่งแต่ละมาตรฐานถูกออกแบบมาให้ใช้งานในลักษณะที่ต่างกัน
เท่าที่พอทราก็อย่างเช่น ACC LD จะมีความเหมาะสมกับการใช้ในระบบการสื่อสารลักษณะ two way communication อะไรอย่างนี้อ่ะครับ

ส่วนใน iPod จะใช้ AAC LC ครับ ถ้าเราใช้ iTunes ทำการ Rip เพลงจาก CD ไฟล์ MPEG-4 ที่ได้จะอยู่ในมาตรฐาน AAC LC (Low Complexity) อยู่แล้วก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าเราใช้โปรแกรมอื่นเป็นตัว encode เช่น faac ซึ่งรองรับ AAC หลายมาตรฐาน ก็อาจจะต้องระบุนิดนึงเพื่อให้ได้ไฟล์เป็น AAC LC เพื่อนำไปใช้งานใน iPod ได้ครับ

---------------------

Audible - เป็น Format ที่หลายๆ คนยังไม่รู้จักครับ เป็นฟอร์แมตของเว็บไซต์ Audible.com (http://www.audible.com) เป็นเว็บไซต์จำหน่าย AudioBook รายใหญ่ (สมัยเด็กๆ เคยฟังเทปนิทานไหมครับ? ที่เหมือนละครวิทยุแต่เป็นนิทาน - AudioBook ก็เหมือนกันครับ แต่ค่อนข้างหลากหลายกว่า คือมีทั้งบรรเทิงและสาระ ตั้งแต่ Harry Potter ไปจนถึง Rich Dad Poor Dad หรือนิยายเช่น The Davinci Code ก็มี)

เว็บไซต์นี้มีฟอร์แมตของตัวเอง ซึ่งสามารถป้องกันการก๊อปปี้ได้ โดยจะมีการแบ่งออกเป็น 4 ประเภท แยกตามคุณภาพ คือ

1 - Telephone Like (คุณภาพเท่ากับเสียงจากโทรศัพท์) ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 2MB 2 - AM Radio (คุณภาพเท่ากับวิทยุ AM) ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 3.7MB 3 - FM Radio (คุณภาพเท่ากับวิทยุ FM) ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 7.2MB 4 - MP3 (คุณภาพเดียวกับ MP3) ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 14.4MB

ฟอร์แมตของ Audible ที่ iPod รองรับ คือ ฟอร์แมต Audible ที่ 2,3 และ 4

-------------------------------------

Apple Lossless - เป็นฟอร์แมตที่ต่างกับทั้งหมดที่กล่าวไปแล้ว ฟอร์แมตนี้จะให้คุณภาพของเสียงออกมาเท่ากับต้นฉบับ เรียกว่ารายละเอียดอยู่ครบ โดยขนาดของไฟล์จะอยู่ที่ประมาณ 50% เมื่อเทียบกับต้นฉบับ เช่น CD หนึ่งแผ่นที่มีเพลงเต็มๆ 74 นาที จะใช้เนื้อที่ประมาณ (150K/sec * 74 นาที * 60 วินาที) = 650 MB ก็จะเหลือประมาณ 325MB ข้อดีคือคุณภาพเท่ากับต้นฉบับแป๊ะ วันไหนต้องการเขียนกลับเป็น CD เพลงเหมือนเดิม ก็จะได้ CD เพลงที่คุณภาพเท่าเดิม ข้อด้อยของฟอร์แมตนี้ที่ทำให้ผู้ใช้ iPod ลังเลที่จะใช้ก็คงเป็นเรื่องของขนาดครับ เพราะอย่าง iPod Mini 4GB ถ้าใช้ฟอร์แมตนี้ก็จะเก็บเพลงได้ราว 12-13 อัลบั้มเท่านั้น :blink:

เมื่อพูดถึง Lossless format จะไม่แนะนำฟอร์แมต FLAC (http://flac.sourceforge.net/) ก็กระไรอยู่ อันที่จริงฟอร์แมตแบบ Lossless Compression หรือที่ย่อขนาดไฟล์โดยรายละเอียดเพลงเท่าต้นฉบับนอกจาก Apple Lossless แล้วยังมีอีกหลายฟอร์แมต แต่ FLAC (free lossless audio coded) เป็นฟอร์แมตที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ในเรื่องคุณภาพของเสียง Lossless compression ทุกฟอร์แมตให้คุณภาพเสียงเท่ากันหมด คือเทียบเท่าต้นฉบับ แต่ที่แตกต่างและเป็นการแข่งขันกันก็คือขนาดของไฟล์ที่ได้ และเวลาที่ใช้ในการเข้ารหัสเพื่อลดขนาดของไฟล์ครับ

ฟอร์แมต FLAC นี้ iPod ไม่รองรับครับ แต่นำมากล่าวถึงเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในเนื้อหา เพราะเป็นฟอร์แมตที่รู้จักกันดีในวงการของ Lossless compression เหมือนกับที่เรารู้จัก MP3 อย่างไรอย่างนั้น

จริงๆ อยากให้ iPod รองรับฟอร์แมตนี้เหมือนกันครับ เพราะมันเป็นฟอร์แมตที่เป็นมาตรฐานกลางไม่อิงกับค่ายไหน เครื่อง Portable device ที่รองรับ format นี้ที่เห็นก็มี iAudio X5

--------------------

Wav - อันนี้น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เป็น format ที่ใช้กันบน Windows ทั่วไปครับ เพราะใน Windows สมัยก่อนที่จะมี Windows Media Player รุ่นหลังๆ ถ้าอัดเสียง หรือจะให้เล่นเสียงได้โดยไม่ต้องลงโปรแกรมใดๆ เพิ่มเติมก็ต้องทำด้วยฟอร์แมต wav นี่แหละครับ


AIFF - เหมือน wav ครับ แต่เป็นฟอร์แมตที่ใช้กันบนเครื่อง Macintosh


--------------------------

credit : http://www.thaidphoto.com/forums/archive/index.php/t-20898.html
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

Woody

06/11/2007 11:24:21



โอยละเอียดยิบเลยครับท่าน nicesaysyes

ทุกวันนี้ถ้าผม Rip เองจะ Rip เป็น VBR ครับ โดยเลือก VBR ของ Lame โดยเลือกที่ดีที่สุดของมันครับคือ V0 ผมเชื่อว่าไม่ต่างจาก CBR320 นะ จริงๆ Bitrate มันก็ไม่ได้ว่าต่ำมาก จะอยู่ราวๆ 250-290 ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเพลงนั้นๆ

แต่ต้องแล้วแค่ความพอใจจริงๆครับ แถมอยู่ที่โปรแกรมที่เราจะใช้ Rip ด้วยว่าตัว Codec ที่ใช้เก่งเรื่อง VBR หรือเปล่า แต่ถ้าใช้ Lame ไม่ผิดหวังกับ VBR แน่นอนครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 4

!burning!

06/11/2007 13:03:20



อย่างนี้แสดงว่าถ้าผมไม่สนใจเนื้อที่็
320 ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่มะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

Woody

06/11/2007 13:22:45
ตามนั้นครับ Bitrate MP3 มันก็เต็มที่ที่ 320 แล้วล่ะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
"ถามข้อสงสัยากการ rip เพลงครับผม"