
ใครหลายคนคงเคยเดินผ่านตามห้างสรรพสินค้า และคงจะนึกฉงนว่าทำไมเดี๋ยวนี้ถึงมีบู้ท SPA ขนาดเล็กๆ แล้วเอาตู้ปลาใบใหญ่และใหญ่พอที่เด็กเล็กจะลงไปอาบเล่นได้ ภายในตู้ปลาก็มีน้ำใส่ไว้เต็มปรี่ และที่สำคัญมันมีปลา....ครับ ปลาจริงๆ มันคือปลาที่ว่ายน้ำได้จริงๆ มันถูกเรียกว่า สปาปลา หรือสปาปลาบำบัด หรืออะไรก็ได้สุดแท้แต่จะเรียก.......
ไอ้ของเล่นแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ล่ะ ผมเห็นมานานเป็นปีเป็นชาติแล้ว และเวลาผมไปเดินเล่นกับเมียรัก ผมมักจะพยายามเดินเลี่ยงๆ ไม่ค่อยอยากมองมันแบบตรงๆ นัก ส่วนเมียผมนั้นก็พยายามจะอินเทรนด์ด้วยการเมียงมองสังเกตุการณ์ และดูเหมือนเจ้าหล่อนอยากจะเข้าไปร่วมสร้างประวัติศาสตร์วงการสปา ด้วยการจุ่มเท้าลงในน้ำภายในห้างเหมือนกับคนทั่วไป......
เรามาดูหน้าตาของปลากันหน่อย หน้าตามันบอกแววเจ้าเล่ห์อยู่ในที ตัวมันยาวเรียวขนาดดินสอเด็กอนุบาล บางตัวขาว บางตัวแดง บางตัวสีเขียว หน้าตามันแหลมเหมือนชายเจ้าชู้ที่ชอบไว้หนวดเรียว ปากมันน่าเกลียดและบานออกคล้ายๆ เครื่องดูดสิวที่ทันสมัย และที่สำคัญ ผมว่ามันอดอาหารมานานมาก สังเกตุจากเวลามีคนจุ่มเท้า พวกปลาเหล่านี้จะรุมกันตอดด้วยความหิวโหย.....
บอกตามตรงผมนึกดูแคลนเจ้าปลาตัวกระจิ๋วที่แหวกว่ายอยู่ในตู้กระจกนี้อยู่ครามครัน ปลาตัวกระจิ๋วแบบนี้จะไปทำอะไรได้ จะเอามาทำปลากรอบสามรส ก็คงกินไม่ได้เต็มปากเต็มคำ และยิ่งนึกว่าก่อนที่มันจะมาให้เรากินเป็นอาหาร มันคงเคยตอดเท้าหรือตอดตีนใครต่อใครมามากมายนัก ถ้าตอดเท้าดาราวัยรุ่นหน้าตาสวยสะคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามันเคยตอดตีนชายหน้าเ้ยมหรือชายโรคจิตบ้ากามมาก่อนล่ะ ผมคงทำใจกินมันได้ยากเป็นแน่........
คราวเคราะห์ของผมก็มาถึง เมื่อเมียรักพยายามจะจูงมือผมขอเข้าทดลองรับบริการตอดเท้าด้วยปลา ผมหลิ่วตามองป้ายราคาหน้าร้าน ป้ายบอกว่า หนึ่งชั่วโมง 300 บาท ครึ่งชั่วโมง 200 บาท ผมกลืนน้ำลายพร้อมกับนึกครางในใจ ราคาขนาดนี้มันต้องถึงขั้นนวดแผนโบราณสองชั่วโมง ไม่ใช่ของเล่นๆ ทำนองนี้ เรายื่นเท้าให้มันตอด เจ้าของร้านซิควรจะมอบเงินให้เรามากกว่า เพราะเราต่างหากที่อุทิศร่างกายส่วนหนึ่งเป็นอาหารของพวกมัน......
ผมพยายามชักแม่น้ำทั้ง 5 สาย อันมีแน่น้ำไนล์ แม้น้ำเทมส์ ยันไปถึงแยงซีเกียง หรือโขง จนมาถึงแม่น้าเจ้าพระยา ผมให้เหตุผลต่างๆ นานาๆ ราวกับผมกำลังให้ปากคำต่อหน้าร้อยเวรโรงพัก ผมนึกในใจ อย่างเมียผมไม่ควรจะใช้ปลาขนาดเล็ก แต่น่าจะเป็นปลาสวายหรือปลาเทโพ แถวหน้าวัดไผ่โรงวัว และอย่าให้ผมคิดการร้ายไปถึงปลาปิรันย่าแถบอเมซอนเลย ผมไม่กล้าคิดไกลไปขนาดนั้น.....
ตกลงเมียผมเปลี่ยนใจ ไม่สปงสปามันแล้ว อาการอยากจะให้ปลาตอดเท้าในร้านสปาหมดไป แต่ก็ไม่วายยื่นข้อแลกเปลี่ยนกับผม ผมจำนนและยอมรับเงื่อนไขแต่โดยดี ผลดีคือผมไม่ต้องเสียสตางค์ 300 บาทให้กับเจ้าของสปาปลาตอด และเมียผมก็ไม่สูญเสียอวัยวะ(หนังเท้า)ให้กับปลาเจ้าเล่ห์ แต่ผมซิ ผมต้องกลับมารับกรรมที่ผมไม่ได้ก่อ.....
คืนนี้เมียผมจะเอากาละมังแล้วเอาเท้าจุ่มน้ำ แล้วให้ผมตอดแทนปลา......
เวรแล้วกู!!
...