Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

มาวิ่งวิ่งวิ่งกันเถิด

somkiatr

28/09/2018 18:55:37
1,567


วันนี้ผมเริ่มวิ่งเป็นวันแรก แต่จริงๆเดินมากกว่า แค่เดินรอบหมู่บ้าน 2 รอบ เดี๋ยวค่อยๆเพิ่มความเร็วในวันต่อๆไป
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 1

Nocomment

28/09/2018 19:48:51
20
ผมก็เริ่มวิ่งเหมือนกันครับ ตอนนี้เป้าหมายอยู่ที่5กิโลต่อวัน 
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 2

Ahura

28/09/2018 20:21:01
1,516
เหมือนเฮียเจอพลังงานบางอย่าง

แถวบ้านผมเรียก "โกยหน้าตั้ง"  555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 3

นายมั่นคง

28/09/2018 21:38:47
3,406
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 2 - Ahura
เหมือนเฮียเจอพลังงานบางอย่าง

แถวบ้านผมเรียก "โกยหน้าตั้ง"  555
555 อาจารย์รู้ทัน

จริงๆผมเป็นนักวิ่งในสวนนี้มานานเกือบ 20 ปี แต่หลังๆทิ้งการวิ่งไปนานร่วม 10 ปี หันไปเอาดีทางว่ายน้ำแทน วันนี้ผมก็ยังไปว่ายน้ำที่สระกองทัพเรืออยู่เลยครับ 55

คลิปที่เห็นคือฮึดวิ่งให้ถ่ายคลิป คือวิ่งแค่โค้งเดียว พอเข้าทางตรงก็เลยไปหน่อยก็หยุด จะเรียกว่าเป็นการวิ่งเพื่อชีวิตก็ยังได้ครับ และดูเหมือนพุงมันนำนม หน้าต้องคอยเชิดไว้เพราะพุงค้ำอยู่ 555

แต่ตอนนี้มีความพยายาม(คิด) จะลดน้ำหนักที่อยู่แถวๆ 76 กิโล ให้ลงมาเหลือซัก 73 กิโล แต่ดูเหมือนว่ายิ่งแก่ยิ่งไม่หมูเลยกับการจะรีดน้ำหนักออก ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยครับ สมัยก่อนเวลาจะรีดน้ำหนัก แป๊บเดียวหายไปหลายโล

เป็นกำลังใจให้พี่สมเกียรติครับ การออกกำลังไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อะไรมากมาย ขอให้มีใจไปออกก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน ถ้าขาดใจที่จะไปแล้ว ทำยังไงก็ไม่ได้อยู่ดีครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 4

Ahura

28/09/2018 22:25:10
1,516



อัพเดทสภาพร่างกายหลังวิ่ง (อย่างเดียว) ตลอดระยะเวลา 9 เดือน

- น้ำหนักหายไป 17 กิโลกรัม
ซึ่งลงมา 16 กิโลตั้งแต่ 7 เดือนที่เริ่มวิ่งและใช้เวลาอีก 2 เดือนเพื่อเอาลงได้อีกแค่ 1 กิโลกรัม

สาเหตุที่ทำน้ำหนักลงยากในช่วงท้ายเพราะไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อหมดทั้งตัว และกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันครับ

- ปราศจากการป่วยไข้อย่างสิ้นเชิงตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ลืมไปแล้วว่ากินยาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?

- ผอมลีนแต่แกร่งทั่วแผ่นแบบสุดๆ การวิ่งมันดึงไขมันออกจากทุกส่วนของร่างกาย แขน ขา เรียวเล็กอย่างเห็นได้ชัด หน้าท้องแบนราบ ซิกแพคขึ้นชัดเจน (อนาคตอาจเพิ่มเวทเทรนนิ่งเพื่อขยายมวลกล้ามขึ้นอีก ไม่งั้นกลายเป็นกล้วยตากแน่ๆถ้าวิ่งอย่างเดียว)

ป.ล. สัปดาห์นี้ผมวิ่งวันละ 25 กิโลเมตรทุกวัน ติดต่อกันมา 3 วันแล้วครับ
จำได้ว่าวิ่งวันแรกที่สวนรมณีย์ฯ รอบเดียวแค่ 800 เมตรเกือบตาย ทั้งเหนื่อยหอบทั้งเจ็บร้าวระบมไปหมด
ผ่านมา 7 เดือนตอนนี้วิ่งวันละ 30 รอบได้แบบชิลๆแล้วครับ ^ ^

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 5

นายมั่นคง

28/09/2018 22:30:17
3,406



นี่ถ้าไม่เคยเห็นตัวจริงคงนึกไม่ออกว่าแต่ก่อนอาจารย์หุ่นยังไง 555

แต่รีดออกระดับสิบกว่ากิโล ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยครับ ผมเองอยากจะรีดออกมั่งแต่กลัวหัวเข่าพังจริงๆ ลำพังการว่ายน้ำทุกวันนี้ ไม่ค่อยได้ผลอะไรเลยกับการลดน้ำหนัก

ตอนนี้อาจารย์วิ่งสวนรมณีย์ช่วงไหนครับ ผมแว่บๆไปเดินตอนค่ำๆ(สวนใกล้ปิด)มาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 6

Ahura

28/09/2018 22:53:43
1,516
ต้องศึกษาท่าวิ่งและการลงน้ำหนักเท้า (ห้ามกระแทกส้นกับพื้น เพราะส่งผลถึงเข่าโดยตรง) ครับเฮีย

การวิ่งต้องอาศัยมัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืดมากมายหลายร้อยชิ้นช่วยกันตั้งแต่ฝ่าเท้ายันก้นเพื่อขับเคลื่อนร่างกาย

การบาดเจ็บเกิดจากกล้ามเนื้อบางส่วนยังไม่แข็งแรงพอครับ ทำให้บางจุดเช่นเข่าหรือเอ็นร้อยหวายต้องทำงานหนัก ดังนั้นจึงต้องค่อยๆให้มันเรียนรู้และรับภาระงานทีละเล็กละน้อยอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง จนมันแข็งแรงทนทานเองครับ

ผมเคยวิ่งแล้วเจ็บหน้าแข้งจนเดินไม่ได้เกือบ 2 วัน หมอบอกเพราะกล้ามเนื้อแก้มก้นของผมยังไม่แข็งแรง !???
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 7

Ahura

28/09/2018 23:05:21
1,516
ทุกวันผมเริ่มวิ่ง 6 โมงเช้า เลิกเอาเกือบ 9 โมงเช้าครับ (รออาบแสง UV B ที่จะเริ่มเข้มข้นขึ้นหลัง 9 โมงไปแล้ว)

นอกจากเช้าวันไหนเวลาวิ่งหรือระยะวิ่งไม่พอ ผมจะมาต่อตอนเย็น เช่น ตั้งใจวิ่ง 20 กิโล แต่เช้าวันนั้นมีสอนเลยได้แค่ 15 กิโล ก็จะมาต่อตอนเย็นอีก 5 กิโลครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 8

นายมั่นคง

28/09/2018 23:12:49
3,406
ผมเคยศึกษาการวิ่งมาแล้วรอบใหญ่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน พอจะจำเค้าโครงเดิมได้ แต่ก่อนหนึงสือและตำราส่วนมากจะบอกว่าเวลาวิ่งเรื่อยๆให้ใช้ส้นเท้าลง แต่ถ้าวิ่งต้องการความเร็วอย่างเช่นวิ่ง 100 เมตรให้เอาปลายเท้าลง เดี๋ยวต้องมาเอาตำราอาจารย์ดีกว่า 555

ปัญหาของทุกๆคนก่อนจะวิ่ง ส่วนมากคือน้ำหนักเกินทุกคน เกินมากหรือเกินน้อยแค่นั้น ตอนนี้ผมสูง 170 แต่ดันหนัก 76 โล อันนี้ไม่ไหวเลย 555 ขนาดตอนนี้กินเหลือแค่มื้อเดียว มื้อเย็นกินแค่ผลไม้ประคอง ก็ยังอ้วนเหมือนเดิม 55

อีกปัญหานึงที่ผมเจอและเห็นบางคนเป็นเหมือนกันคืออาการเจ็บเล็กๆน้อยๆตรงหัวเข่า และเป็นเข่าด้านขวาเท่านั้น เข่าซ้ายไม่มีอาการแต่อย่างใด ซึ่งผมก็พยายามหาสาเหตุ ไปพบแพทย์ แพทย์ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร จนสุดท้ายไปเจอผู้รู้ชี้แบบฟันธงเลยว่าที่หัวเข่าขวาเจ็บเกิดจากอะไร

สาเหตุคือเข่าขวาใช้เหยียบคันเร่ง และเหยียบเบรค และเข่าขวาจะทำงานหนักมากตอนรถติดเป็นชั่วโมงๆ ผู้รู้บอกว่า คนกรุงเทพใช้เข่าขวากันจนพังหมดเนื่องจากรถติด!!!

พอฟังจบผมจึงถึงบางอ้อ

555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

นายมั่นคง

28/09/2018 23:14:32
3,406
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 7 - Ahura
ทุกวันผมเริ่มวิ่ง 6 โมงเช้า เลิกเอาเกือบ 9 โมงเช้าครับ (รออาบแสง UV B ที่จะเริ่มเข้มข้นขึ้นหลัง 9 โมงไปแล้ว)

นอกจากเช้าวันไหนเวลาวิ่งหรือระยะวิ่งไม่พอ ผมจะมาต่อตอนเย็น เช่น ตั้งใจวิ่ง 20 กิโล แต่เช้าวันนั้นมีสอนเลยได้แค่ 15 กิโล ก็จะมาต่อตอนเย็นอีก 5 กิโลครับ
ไว้ถ้าสบโอกาสเจอกันจะขอวิ่งประกบนะครับจารย์ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

Ahura

28/09/2018 23:40:39
1,516
เมื่อวันจันทร์ผมบุกไปพบปรมาจารย์วิ่ง แกชื่อเคซัง เป็นญี่ปุ่นที่เข้ามาเปิดร้านอาหารอยู่จนกลายเป็นคนไทยไปแล้ว

เขาวิ่ง 5,000 กิโลเมตรด้วยเท้าเปล่าครับ
และจุดที่เขาใช้ลงน้ำหนักคือตำแหน่งที่เรียกว่า "Ball of Foot"  เพราะนี่คือจุดที่ธรรมชาติมอบให้แก่มนุษย์เพื่อใช้วิ่งมาเป็นล้านปีแล้วครับ

ถ้าเฮียสนใจลองไปคุยเล่นกับเคซังที่ร้านอาหารแนววีแกน ชื่อ Bonita แถวสีลม 26 ตรงข้ามวัดแขก

เคซังเป็นมนุษย์อีกคนหนึ่งที่ควรค่าแก่การพบปะพูดคุยด้วยก่อนเราจะตายครับ 555


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 11

Ahura

28/09/2018 23:54:12
1,516



ลืมลงรูปเคซัง

ดูแล้วคิดถึงเฮียเลย 555

ป.ล. อาหารวีแกนนี่กินแล้วรู้สึกเป็นคนดีเหมือนเคซังจริงๆครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 12

นายมั่นคง

29/09/2018 00:09:13
3,406
ดูเคซังแล้วคิดถึงชายหื่นในหนังเอวีเลยครับ 555

พวกแนวโล้นๆนี่ใช่เลย 555


ว่าแต่ Ball of Foot อยู่ตรงไหนครับจารย์ พอจะหาภาพเท้าที่บรรจุไอ้ Ball ที่ว่าให้ดูหน่อยก็ดีครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 13

somkiatr

29/09/2018 00:28:03
1,567
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 4 - Ahura



อัพเดทสภาพร่างกายหลังวิ่ง (อย่างเดียว) ตลอดระยะเวลา 9 เดือน

- น้ำหนักหายไป 17 กิโลกรัม
ซึ่งลงมา 16 กิโลตั้งแต่ 7 เดือนที่เริ่มวิ่งและใช้เวลาอีก 2 เดือนเพื่อเอาลงได้อีกแค่ 1 กิโลกรัม

สาเหตุที่ทำน้ำหนักลงยากในช่วงท้ายเพราะไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อหมดทั้งตัว และกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันครับ

- ปราศจากการป่วยไข้อย่างสิ้นเชิงตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ลืมไปแล้วว่ากินยาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?

- ผอมลีนแต่แกร่งทั่วแผ่นแบบสุดๆ การวิ่งมันดึงไขมันออกจากทุกส่วนของร่างกาย แขน ขา เรียวเล็กอย่างเห็นได้ชัด หน้าท้องแบนราบ ซิกแพคขึ้นชัดเจน (อนาคตอาจเพิ่มเวทเทรนนิ่งเพื่อขยายมวลกล้ามขึ้นอีก ไม่งั้นกลายเป็นกล้วยตากแน่ๆถ้าวิ่งอย่างเดียว)

ป.ล. สัปดาห์นี้ผมวิ่งวันละ 25 กิโลเมตรทุกวัน ติดต่อกันมา 3 วันแล้วครับ
จำได้ว่าวิ่งวันแรกที่สวนรมณีย์ฯ รอบเดียวแค่ 800 เมตรเกือบตาย ทั้งเหนื่อยหอบทั้งเจ็บร้าวระบมไปหมด
ผ่านมา 7 เดือนตอนนี้วิ่งวันละ 30 รอบได้แบบชิลๆแล้วครับ ^ ^

ดูผ่านๆคิดว่าพี่ตูน บอดี้สแลม 555

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 14

somkiatr

29/09/2018 05:01:22
1,567
รบกวนอาจารย์ช่วยแชร์เรื่องการรับประทานอาหารด้วยครับ  เช่น ต้องไม่ทานแป้งในมื้อเย็น หรืองดอาหารพวกแป้ง และ ไขมัน  
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 15

Ahura

29/09/2018 10:17:44
1,516
ถ้าคุยเรื่องกินนี่พิมพ์กันเจ็บนิ้วละครับ 555

เพราะถ้าพูดเรื่องลดน้ำหนักหรือการดูแลสุขภาพ เรื่องโภชนาการถือเป็นเรื่องใหญ่สุด ส่วนการออกกำลังถือเป็นเรื่องรองลงมาครับ

ปัจจุบันองค์ความรู้ หรือสูตรการกินมีมากมายหลากหลายความคิด ความเชื่อ และมีข้อถกเถึยงกันเยอะ บางคนว่าอย่างนี้ดีกว่าอย่างนั้น บ้างก็ว่าวิธีนี้ดีที่สุด ได้ผลที่สุด แตกต่างกันไปครับ

ส่วนตัวผมลองมาเองหลายแบบแล้วครับ
1. แป้งต่ำ (Low Carb)
2. แป้งต่ำ ไขมันสูง ( Low Carb High Fat)
3. คีโตจีนิค (งดแป้ง - น้ำตาลเด็ดขาด เน้นไขมันเป็นหลัก)
4. วีแกน (พืชผักเท่านั้น งดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกรูปแบบ)
5. พาลีโอจีนิค (กินดิบ หรืองดการแปรรูปอาหารทุกอย่าง)
6. I.F. (คุมเวลาการรับสารอาหาร กำหนดเวลากิน และเวลาหยุดกินอย่างเคร่งครัด)

เท่าที่ลองมาส่วนตัวพบว่าการกินแบบ IF ทำได้ง่ายและเหมาะสมกับตัวผมมากที่สุดครับ

ส่วนวิธีที่ได้ผลในการสลายไขมันที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลเร็วสุด คือ การทำ IF + กินคีโตจีนิค เเต่ก็อันตรายมากสุดเพราะร่างกายจะมีการสลายข้อกระดูกเกิดขึ้นในกระบวนการนี้เพื่อรักษาสมดุลย์จึงต้องกินน้ำอัลคาไลน์ร่วมด้วย ผมเคยทำวิธีนี้แค่สัปดาห์เดียวต้องรีบหยุดเพราะน้ำหนักลงแบบดิ่งนรกควบคุมไม่ได้เลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 16

Ahura

29/09/2018 10:39:30
1,516
ก่อนเริ่มเลือกวิธีไดเอท สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนก็คือค่า BMR ของร่างกาย ซึ่งก็คือปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องใช้เผาผลาญพลังงานขณะอยู่เฉยๆ โดยคำนวนจากน้ำหนัก ส่วนสูง และอายุครับ

เช่นกรณีผมค่า BMR จะอยู่ที่ 1,600 แคล
ดังนั้นผมจะต้องกินอาหารไม่ต่ำกว่า 1,600 แคลให้ได้ในแต่ละวันเพื่อป้องกันการเกิดโยโย่เอฟเฟคหลังไดเอท

แม้ร่างกายเรามันจะฉลาด แต่มันไม่ฉลาดพอที่จะล่วงรู้แผนการลดน้ำหนักของเราครับ จู่ๆสารอาหารบางชนิดที่เคยได้รับอย่างปรีย์เปรมกลับขาดหายไป เช่น คาร์โบไฮเดรทหรือน้ำตาล มันกลับคิดว่าเรากำลังจะตาย และรีบปรับลดกระบวนการเผาผลาญลงมาเพื่อรักษาชีวิต โดยพยายามเก็บสะสมไขมันให้มากยิ่งขึ้น !!!
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 17

Ahura

29/09/2018 11:28:39
1,516
 สิ่งที่ต้องรู้อย่างที่สองก่อนไดเอทคือค่า TDEE ครับ

ซึ่งก็คือค่า BMR ที่บวกปริมาณแคลที่ต้องใชัทำกิจกรรมในแต่ละวันเพิ่มเข้าไป เช่น ถ้าออกกำลังมากค่า TDEE ก็จะสูงมากขึ้นตาม

กรณีผม BMR 1,600 ออกกำลังสม่ำเสมอ 1,500 แคลในทุกวัน
ค่า TDEE ของผมจะอยู่ที่ 3,100 แคล/วัน

ดังนั้นถ้าไม่อยากอ้วนขึ้นอาหารที่ผมกินจะต้องไม่เกินค่า TDEE หรือ 3,100 แคล ไม่ว่าจะกินอะไรก็ตามถ้ากินพอดีค่านี้ยังไงก็จะไม่อ้วนขึ้น และถ้ากินน้อยกว่าค่านี้น้ำหนักจะหายไปเพราะร่างกายจะไปดึงเอาไขมันของเก่าออกมาใช้ชดเชยครับ

เพราะฉะนั้นไดเอทวิธีนับแคลเข้า-ออก จึงเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ง่ายที่สุด แต่ก็ช้ามากจนต้องหาวิธีไดเอทแบบอื่นมาเพิ่มเข้าไป (จะลดแค่ 1 กิโล ต้องกินให้ติดลบค่า TDEE ถึง 7,700 แคล)

กับดักของวิธีนี้คือมันช้าจนเผลอไปอดอาหารจนต่ำกว่า BMR ซึ่งเป็นหายนะ และทำให้หลายคนไม่ประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนักครับ

ความยุ่งยากพื้นฐานนี้ก็คือการจำจำนวนแคลในอาหาร เช่น ไข่ไก่ 1 ฟอง = 60 แคล

แต่พอจำบ่อยๆมันจะชินและเริ่มใช้ความรู้สึกมากกว่า เช่น กินข้าวมันไก่ 1 จานก็ประมาณ 650 แคล
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 18

somkiatr

29/09/2018 18:16:15
1,567
วันนี้ผมไปเดินๆวิ่งๆมาอีกครับ ใช้ App มือถือของ Samsung Health นับจำนวนก้าว ระยะทาง ความเร็ว และ แคลลอรีที่ใช้ไป เริ่มจะคิดแบบอาจารย์แล้วครับ สรุประยะทางประมาณ 4 กม. เดินส่วนใหญ่ ได้ไปประมาณ 300 กว่าแคล ได้ข้าวมันไก่ครึ่งจานเอง 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 19

Ahura

29/09/2018 20:05:25
1,516



ผมก็ใช้ Samsung Health บันทึกจำนวนก้าวเวลาวิ่งเหมือนกันครับ

ทุกๆเดือนจะมีการแข่งวิ่งจากคนทั่วโลกเป็นล้านคนในแอปนี้ โดยนำผลบันทึกก้าวมาจัดอันดับ ก็สนุกดีเพราะมีแรงกระตุ้นเล็กๆ น้อยๆให้ออกไปขยับแข้งขยับขา

เดือนนี้ผมคงจบที่อันดับหกพันกว่าๆ
จากบันทึกก้าวประมาณหกแสนหกหมื่นก้าว

เดือนหน้าจะต้องดีกว่าเดิมครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 20

นายมั่นคง

29/09/2018 23:27:06
3,406
มีแอฟดีๆเกี่ยวกับพวกนี้บนไอโฟนแนะนำมั่งไม๊ครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 21

somkiatr

30/09/2018 00:44:48
1,567
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 20 - นายมั่นคง
มีแอฟดีๆเกี่ยวกับพวกนี้บนไอโฟนแนะนำมั่งไม๊ครับ 55
มีครับเฮีย บน IOS   
https://itunes.apple.com/us/app/samsung-health/id1224541484?mt=8

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 22

Bankkofer

01/10/2018 18:07:39
2
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 11 - Ahura



ลืมลงรูปเคซัง

ดูแล้วคิดถึงเฮียเลย 555

ป.ล. อาหารวีแกนนี่กินแล้วรู้สึกเป็นคนดีเหมือนเคซังจริงๆครับ 555
ผมศิษย์เคซัง แกสอนวิ่งเท้าเปล่าครับ  
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 23

Bankkofer

03/10/2018 11:59:29
2
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 20 - นายมั่นคง
มีแอฟดีๆเกี่ยวกับพวกนี้บนไอโฟนแนะนำมั่งไม๊ครับ 55

แอพ Endomondo

https://itunes.apple.com/us/app/endomondo/id333210180?mt=8

แอพ Strava

https://itunes.apple.com/us/app/strava-run-ride-or-swim/id426826309?mt=8

ใช้จับระยะทางวิ่ง และก็มีพวกชาเลนจ์แข่งขันสะสมระยะให้เล่นครับ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 24

Draco

03/10/2018 13:41:13
331
2-3 เดือนที่ผ่านมา ผมก็เริ่มวิ่งจากที่ไม่ได้ออกกำลังจริงจังมานาน  วิ่งไปสัก 2 เดือนก็พอจะคุมระยะได้สัก 4-5 กิโล  แต่กลับพบว่าน้ำหนักขึ้น   มาได้เห็นกระทู้ที่เพื่อนสมาชิกโพสเรื่องวิ่งแล้วอ้วนขึ้น  และได้อ่านความรู้ที่อาจารย์ Ahura ตอบไว้  เลยเพิ่งรู้จัก IF เป็นครั้งแรก    (แต่ก่อนหน้านี้รู้จัก Atkins หรือ Keto อยู่แล้ว)

3 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมเลยทำ IF ร่วมกับการวิ่ง 5 โลตอนค่ำ  แต่ของผมก็จะมั่วๆ นิดนึง  เพราะผมไม่ถึงกับงดอาหาร  แต่เลือกกินโปรตีนและงดเฉพาะคาร์โบไฮเดรตในมื้อเช้าและเที่ยง  ก็ถือว่าได้ผลดีนะคับ   เพราะ 3 อาทิตย์นี้ลดไปได้ 4 โลแล้ว  เป้าหมายจะลดสัก 7 โล  หลังจากนั้นค่อยไปฝึกเพิ่มระยะและความเร็วคับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 25

นายมั่นคง

03/10/2018 22:01:41
3,406
ทุกวันนี้ผมกินข้าวเหลือแค่วันละมื้อก็ยังอ้วนเลยครับ 55

ปัญหาของคนออกกำลังกายที่ยังทำใจไม่ได้ก็คือ เวลาออกเสร็จจะหิว และพอหิวกลับกินมากกว่าปกติ ก็เลยกลายเป็นว่าอ้วนขึ้นครับ ถ้าออกเสร็จแล้วกินควบคุมจริงๆ ยังไงต้องผอมครับ

ผมนี่ก็เป็นประเภทยิ่งออกกำลังยิ่งอ้วนครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 26

topkosin

04/10/2018 13:14:35
7



เดินเร็วๆ วันละ8-10ก.ม พร้อมเพื่อนครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 27

Mokology

04/10/2018 14:49:20
41
ก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำ IF กิจวัตรของผมจะประมาณนี้
07.00 ตื่นนอนแบบมึนๆเบลอๆ
18.00 ออกไปวิ่งแบบมีเท่าไหร่ใส่ให้หมด 10 กม./ 1 ชั่วโมง
(5 วัน พัก 1 วัน มีวิ่งระยะฮาล์ฟในวันอาทิตย์ทุกๆ 2 เดือน/ครั้ง)
ไม่มีการเล่นเวทเทรนนิ่งกระตุ้นมวลกล้ามใดๆ เพราะวิ่งจนหมดแรง
20.00 เบิร์นแล้วกินอะไรก็ได้ จัดหนักจัดเต็ม กิน 3 มื้อ มื้อสุดท้าย 2 ทุ่ม
01.00 เข้านอน มีกรดไหลย้อนในบางวัน
ทำแบบนี้ 3 ปี สรุปว่า “ร่างพัง” ครับ บาดเจ็บเรื้อรังแล้วก็อ้วนขึ้น ตัวตันๆ

กิจวัตรประจำวันในตอนนี้ ปกติใหม่ (new normal)
04.30 ตื่นนอน
05.00 ยกดัมเบลล์ วิดพื้น ซิทอัพ รวมๆกัน 10 นาที
06.00 ออกไปวิ่งโซน 2  ไม่เกิน 40 นาที (6 วัน พัก 1 วัน)
08.00-12.00  feed (ที่เห็นคือสิ่งที่กินในวันนี้)
21.30 เข้านอน
เมื่อ 2 วันก่อน ผมหลุด fast (ไม่หิวแต่อยากลอง)
รู้สึกไม่สบายท้องเลย
ร่างกายไม่รับซะแล้ว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 28

Mokology

04/10/2018 14:58:07
41



วันนึงๆ ผมกินประมาณนี้ครับ
IF เวอร์ชั่น fast/feed 20/4
เวลากิน 08.00-12.00

ผมคิดว่าหัวใจสำคัญคือการควบคุมอินซูลิน(การกิน) กับโกรทฮอร์โมน(การนอน)ในวงจรชีวิตต่อวัน
ถ้าใครควบคุมฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวได้ ชีวิตจะลงตัวมากขึ้น ทั้งสภาพร่างกายและความมั่นคงทางอารมณ์
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 29

Ahura

04/10/2018 21:26:35
1,516



ผมทำ IF 23/1 ยอมรับว่าเหนื่อยจริงๆครับ

เหนื่อยที่ว่านี้ก็คือต้องพยายามยัดอาหาร 2,800 แคลในครั้งเดียว !!!

แน่นอนว่าไม่สามารถทำได้ในทุกๆวัน ผลคือน้ำหนักร่วงเอาร่วงเอาจนคุมไม่อยู่  เพราะพลังงานไม่พอเพียงในแต่ละวัน สุดท้ายเลยต้องหยุดการทำ IF ชั่วคราวและหันมาเพิ่มน้ำหนักอีกครั้งด้วยการกินๆๆๆ ครับ T_T

ป.ล. ในภาพเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ "โตซาลาเปา" ขอบพระคุณเฮียโตครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 30

นายมั่นคง

04/10/2018 22:53:33
3,406
555 สงสัยว่าจะไปเพิ่มภาระอันหนักอึ้งให้กับภาระกิจของอาจารย์เลยนะครับ 555 แต่นึกว่าหยุดเพื่อกิน 1 วันละกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 31

Ahura

05/10/2018 10:41:34
1,516
คนที่ไดเอทนานๆควรมีชีทเดย์ (กินแหลกไม่สนแคล) สักสัปดาห์ละครั้ง เพื่อบอกกับร่างกายว่า "ฉันไม่ได้กำลังจะตายนะ" อย่าเพิ่งพังระบบเผาผลาญนะ 555

ส่วนการทำ IF ที่มีประโยชน์มหาศาลนอกเหนือจากการลดน้ำหนัก ก็มีข้อเสียคือ "สภาวะเลือดเป็นกรด" จากการพร่องน้ำตาลครับ (เช่นเดียวกับคีโตไดเอท)

ดังนั้นคนทำ IF เมื่อได้เวลากิน ต้องได้รับแป้งอย่างเพียงพอเพื่อสร้างสภาวะด่างในกระแสเลือดให้สมดุลย์ 
เพราะหากเลือดเป็นกรดสูงจากภาวะคีโตเจนิค (ร่างกายหันมาใช้ไขมันเป็นพลังงานหลักแทนแป้ง) ร่างกายจะสลายข้อกระดูกมาปรับสภาวะความเป็นกรดครับ

คนที่ทำ IF + kito จึงมีอันตราย 2 เด้งจากสภาวะกรดในร่างกาย ดังนั้นจึงต้องดื่มน้ำอัลคาไลน์หรือน้ำด่างขี้เถ้า หรือสายไดเอทตัดแป้งน้ำตาลแบบฮาร์ดคอร์อาจต้องถึงขั้นดื่มเบกกิ้งโซดาแก้ไขครับ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 32

somkiatr

05/10/2018 20:46:38
1,567
รบกวนถามอาจารย์ครับ พระสงฆ์ ที่ฉันวันละ 2 มื้อนี่ถือเป็น IF รึเปล่าครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 33

Ahura

05/10/2018 20:57:58
1,516
ถ้าหลังเที่ยงฉันอะไรก็ตามที่สามารถกระตุ้นอินซูลินได้ เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือนม นี่ IF แตกเลยครับ
แต่ถ้าฉันมาม่านี่ศีลแตกด้วย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 34

Draco

05/10/2018 22:19:59
331
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 33 - Ahura
ถ้าหลังเที่ยงฉันอะไรก็ตามที่สามารถกระตุ้นอินซูลินได้ เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือนม นี่ IF แตกเลยครับ
แต่ถ้าฉันมาม่านี่ศีลแตกด้วย 555
ได้ยินว่าน้ำตาลเทียมบางชนิดก็กระตุ้นอินซูลิน  และทำให้ IF ไม่ได้ผลใช่ไหมคับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 35

นายมั่นคง

05/10/2018 22:32:56
3,406
แฮ่ะ ๆ คือจะถามว่า IF คืออะไรครับ ผมเองอ่านๆแล้วก็ประติดประต่อไม่ถูก

ถ้าอาจารย์จะเล่าคร่าวๆเป็นวิทยาทานสำหรับคนอยากวิ่งออกกำลังกายควรทำอย่างไร หรือจะเอาแบบย่อๆๆว่าจะวิ่งทำไงดีก็ได้ครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 36

Ahura

05/10/2018 22:49:05
1,516
ไปๆมาๆ เนื้อหากระทู้มันมาตกอยู่ที่เรื่องการกินมากกว่าการวิ่งแล้วครับเฮีย 555

Intermittent Fasting หรือเรียกง่ายๆว่า  IF คือ วิธีการลดน้ำหนักโดยควบคุมเวลาในการกินอาหารครับ

แต่มันไม่ใช่แค่แบบลดมื้อเย็นหรือมื้อดึกอย่างที่เคยได้ยิน 
แต่มันเป็นการงดรับสารอาหารที่ให้พลังงานทุกชนิดเข้าสู่ร่างกายยกเว้นน้ำเปล่าเป็นเวลาอย่างน้อย 16 ชั่วโมงครับ

ที่ผมบักโกรกและแข็งแรงได้ทุกวันนี้ 70% มาจากการทำ IF ไม่ใช่ได้จากการวิ่งนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 37

Ahura

05/10/2018 23:12:49
1,516
ผมอยากชวนและสนับสนุนให้เฮียเริ่มทำ IF 
โดยเริ่มนับเวลาที่อาหารคำสุดท้ายตกถึงท้อง หลังจากนั้นให้งดการกินทุกอย่างนอกจากน้ำเปล่า (อนุโลมชา-กาแฟไม่เติมนมน้ำตาล) เป๊นเวลา 16 ชั่วโมง
หลังจากนั้นจึงเริ่มกินได้ โดยมีเวลากิน 8 ชั่วโมง

ผมมองว่าเฮียน่าจะทำได้ไม่ยาก เพราะคนทำ IF ส่วนใหญ่มักตัดมื้อเช้าออกจากชีวิตครับ
เหตุผลเพราะเมื่อรวมเวลานอนซึ่งเป๊นเวลางดอาหารบวกกับยืดเวลากินตอนเช้าออกไปก็อยู่ 16 ชั่วโมงสบายๆ
เช่น เฮียกินคำสุดท้ายตอนสองทุ่ม เฮียก็เริ่มกินมื้อเเรกคำแรกตอนเที่ยง แค่นั้นเองครับ

ในบอร์ดนี้ก็มีผมกับคุณ Mokology เป็นหลักฐานพิสูจน์ในความเวิร์คของ IF ได้เป็นอย่างดี (กำลังรอผลจากคุณเหน่งบาอีกคน)

ไว้พอมีเวลาผมจะมาสาธยายความล้ำเลิศในการดูแลรักษาสุขภาพด้วย IF ให้ฟังว่ามันไม่ได้มีดีแค่ลดน้ำหนัก แต่มันสามารถรักษาโรคได้สารพัดตั้งแต่ ไขมันอุดตัน กรดไหลย้อน เส้นเลือดตีบ เบาหวาน โรคตับ และอีกมากมายจนไปถึงมะเร็งครับ (มีคนได้โนเบลจากงานวิจัยนี้)


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 38

Ahura

05/10/2018 23:21:59
1,516
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 34 - Draco

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 33 - Ahura
ถ้าหลังเที่ยงฉันอะไรก็ตามที่สามารถกระตุ้นอินซูลินได้ เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือนม นี่ IF แตกเลยครับ
แต่ถ้าฉันมาม่านี่ศีลแตกด้วย 555
ได้ยินว่าน้ำตาลเทียมบางชนิดก็กระตุ้นอินซูลิน  และทำให้ IF ไม่ได้ผลใช่ไหมคับ

อินซูลินจะเริ่มถูกผลิตจากตับอ่อน เมื่อร่างกายตรวจพบว่ามีระดับปริมาณน้ำตาลเกิน 1 ช้อนชาในกระแสเลือดครับ

ทีนี้สารให้ความหวานต่างๆ ที่ไม่ให้พลังงาน เพราะมี 0 แคล
แต่ความหวานของมันสามารถหลอกสมองให้สั่งการหลั่งอินซูลินในตับอ่อนได้ครับ

ผลที่น่ากลัวของการมีอินซูลินคั่งในกระแสเลือดเกินความจำเป็นบ่อยๆ คือ โรคเบาหวานประเภทที่สองครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 39

Draco

06/10/2018 00:06:09
331
ขอบคุณคับอาจารย์  ได้ความรู้อีกมากจริงๆ  ก่อนหน้านี้นี่แอบคิดในใจว่าจะลองทำคีโตผสม IF มั่วๆดูดีไหม  สงสัยจะซนเกินไปละ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 40

นายมั่นคง

06/10/2018 00:16:18
3,406
อ่านๆไป จริงๆทุกวันนี้ผมก็ชักใกล้ๆ IF ของอาจารย์แล้วนะครับ

เพราะผมตื่นมา สายๆกินแค่กาแฟ แต่ดันเป็นลาเต้บ้างในบางวัน แต่เรื่องน้ำตาลนี่ตัดออกมาเป็นปีๆแล้ว และจะไปกินข้าวจริงๆคือ 13.00 น.ครับ หลังจากนั้่นก็กินจุกๆจิกๆ ขนมบ้าง นู่นนี่บ้าง จนเย็นซัก 1 ทุ่มมีกาแฟบ้าง มีขนมเล็กๆชิ้นนึง แต่ผมไม่มีมื้อเย็นแล้วครับ

ทำแบบนี้มาพักใหญ่ แต่ยังไม่มีแววว่าจะผอมเลยครับ 55 เพราะแอบไปกินหนักช่วงสุดสัปดาห์

คำถามคือ??

การทำ IF ต้องทำต่อเนื่องนานเท่าไหร่ (แบบเคร่งครัด) ถึงเห็นผลครับจารย์ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 41

Ahura

06/10/2018 06:20:13
1,516
1 สัปดาห์ ต้องมีคนร้องทักครับเฮีย

เท่าที่สังเกตคนทำ IF ส่วนใหญ่น้ำหนักจะลงวันละ 100 กรัมครับ

ในเวลา 8 ชั่วโมงที่กินได้ พยายามแบ่งออกเป็น 2 มื้อใหญ่กับอีก 1 มื้อเล็ก
หรือถ้าให้ดีก็เหลือ 2 มื้อไปเลย แต่ที่สำคัญคือไม่มีการกินจุบจิบระหว่างมื้อ

แต่สำคัญสุดคือห้ามกินต่ำกว่าค่า BMR เด็ดขาด  ทำ IF ไม่ใช่การอดอาหารจนเกิดทุพโภชนาการ เราแค่ต้องการหยุดพักการย่อยและดูดซึมเพื่อควบคุมการหลั่งอินซูลินที่มีผลเสียต่อร่างกาย
และกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนที่เป็นเหมือนน้ำทิพย์รักษาร่างกายครับ

ผมเคยอดแบบ 23 ชั่วโมงต่อวัน และมีเวลากินแค่ 1 ชั่วโมง
ช่วงนั้นต้องเข้าซิซสเลอร์อย่างเดียวครับ 5555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 42

somkiatr

06/10/2018 06:38:02
1,567
ได้ความรู้จากอาจารย์เยอะมากครับ นี่ถ้าไปหาอ่านเองคงจะไม่ได้สาระแบบนี้แน่ สุดยอดครับอาจารย์
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 43

Ahura

06/10/2018 10:12:53
1,516
ยินดีครับพี่สมเกียรติ

เรื่องดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในวัยรุ่นตอนปลายๆๆๆๆอย่างพวกเรา ควรศึกษาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและไม่ควรผ่อนปรน

เพื่อความพร้อมในการดูแลคนที่เรารักให้ยาวนาน เราต้องดูแลตัวเราให้ดีก่อนครับ 

ส่วนตัวผมเริ่มดูแลร่างกายมาได้เกือบปี โดยพยายามศึกษาและทดลองใช้กับตัวเอง อันไหนที่ดีและเกิดผลกับตัวเอง ก็อยากบอกเล่าให้คนรอบข้างมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกันครับ ^ ^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 44

Mokology

06/10/2018 10:39:21
41
ปีนี้เป็นปีที่ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะมากๆ ทั้งในทางกายภาพ และส่งผลในทางจิตใจด้วย
ในทางจิตใจ ผมรู้สึกว่าสุขภาพจิตดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะโกรทฮอร์โมนที่หลั่งออกมาสม่ำเสมอ
อีกทั้งผมสามารถควบคุมอินซูลินให้อยู่ในร่องในรอย ไม่ให้มันออกมาเพ่นพ่านในกระเเสเลือดมากเกินไป
ถ้าคอนโทรลฮอร์โมนทั้ง 2 ได้ เราจะคอนโทรลฮอร์โมนอื่นๆอีกหลายตัวได้ด้วย ร่างกายเราจะสมดุลมากๆ 

ก็คือให้ท่านที่ออกกำลังกายอยู่เเล้ว เสริมการทำ IF เข้าไปในวิถีชีวิตด้วย ทำให้มันเป็น new normal
กินในคาบเวลากิน ให้เพียงพอต่อความต้องการร่างกาย
แล้วใช้การออกกำลังกายโซน fat burning ไปลีนไขมันส่วนเกินออก
อย่าโหมออกกำลังกายหนักจน overtraining นั่นคือการทำร้ายตัวเอง
อีกไม่กี่เดือนผมจะอายุ 50 แล้ว แต่เหมือนตัวเองกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง
โชคดีมากที่ผมขึ้นรถด่วนขบวนสุขภาพทันเวลาพอดี 555

ผมว่าทุกคนสามารถทำ IF ได้ มันไม่ได้ยากอะไรเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 45

นายมั่นคง

06/10/2018 11:02:42
3,406
ตอนนี้ผมก็แทบจะเหมือนทำ IF อยุ่ทุกวันอยู่แล้ว แต่ไอ้ตอน 8 ชั่วโมงนี่ดันกินเกินกว่าปกติครับ ก็เลยยังไม่ผอมซักกะที เดี๋ยวลองใหม่อีกรอบครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 46

Ahura

06/10/2018 11:13:42
1,516
ผมก็ใกล้ 50 เข้าไปทุกทีๆ แต่ตอนนี้รู้สึกฟิตและเฟิร์มเหมือนตอนอายุ 17 เลยครับ

 IF ทำให้สมองแล่นปลอดโปร่งและมีพละกำลังในการออกกำลังได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งมันย้อนแย้งกับความคิดในการอดอาหารแล้วทำกิจกรรม มันจะเอาแรงมาจากไหนกัน ?

ในทางชีวเคมีขณะที่อินซูลินเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย (ยังคงทำงานเป็นปกติในกระแสเลือด แต่อยู่ในปริมาณต่ำมากๆ) ซึ่งสภาวะนี้จะต้องไม่มีกระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหารใดๆเกิดขึ้นในร่างกาย

สมองจะส่งสัณญาณกระตุ้นโกรทฮอร์โมนให้ออกมาซ่อมแซมเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย นอกจากนั้นยังเกิดกระบวนการดึงเอาไขมันเก่าๆที่พอกพูนสะสมอยู่มานาน ให้ออกมาเป็นพลังงานครับ

สังเกตเด็กๆ เล่นทั้งวันไม่มีเหน็ดเหนื่อย หกล้มเป็นแผลแป๊ปเดียวตกสะเก็ดหายเฉยเลย ทั้งนี้เพราะวัยเด็กจะมีโกรทฮอร์โมนหลั่งในปริมาณสูงมากในแต่ละวัน

แต่น้ำพุแห่งความเยาว์วัยนี้จะเริ่มแห้งเหือดไปเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ดังนั้น IF จึงเป็นกระบวนการดึงเอาสารมหัศจรรย์นี้ให้กลับมาช่วยเราอีกครั้งครับ

คนทำ IF ใหม่ๆจะรู้สึกว่าหิวแสบท้องในเวลาที่เคยกินมานาน แต่ขณะเดียวกันเมื่อยิ่งรู้สึกหิวเท่าไร โกรทฮอร์โมนก็จะยิ่งหลั่งแบบทวีคูณ
และเมื่อทำ IF นานๆเข้า จะไม่รู้สึกหิวอีกต่อไปแล้วครับ แม้แต่เดินผ่านเตาปิ้งย่างอาหารก็จะเฉยๆครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 47

Mokology

06/10/2018 11:51:31
41
วิธีที่ทำ IF โดยไม่เสียสุขภาพ คือถึงเวลากินต้องกินให้ถึง
โภชนาการต้อง “ถึง” จริงๆ ตัวชี้วัดว่าโภชนาการเรา ”ถึง” คือ เราต้องดูผิวพรรณสดใสดูผ่องๆ
มีมวลกล้ามสวยๆ แต่ไม่ใช่กล้ามล่ำๆแบบพวกเพาะกายนะ
วิธีที่จะทำให้กินได้เยอะๆ เท่าที่นึกออกมีดังนี้...
1.กินจุลินทรีย์โปรไบโอติกเข้าไปบ้างเพื่อช่วยลำไส้เล็ก กินโยเกิร์ต ชีส ถั่วหมักญี่ปุ่น ข้าวหมาก 
2.ถ่ายหนักให้ได้วันละ 2 ครั้ง เพราะถ้ามีของเสียในลำไส้ใหญ่ค้างนานๆมันจะไปรบกวนการทำงานของลำไส้เล็ก
3.อาจจะมีกระตุ้นไมโตคอนเดรีย ด้วยการกิน coenzyme q10 บ้าง
4.อาจจะกินขมิ้นชันสกัด นำ้มันกระเทียมสกัด เพื่อช่วยย่อย (ข้อ 3.+ 4. ผมว่ากินแค่เดือนเดียวพอแระ)
5.กินดอกกระเพรา โหระพา แมงลัก น้ำมันจากดอกพวกนี้กระตุ้นน้ำย่อยดีมาก
6.เวทเทรนนิ่งเป็นประจำ กระตุ้นมวลกล้ามให้ทั่วทุกส่วน เพื่อเพิ่มโกดังเก็บไกลโคเจน จะไปฟิตเนสหรือไม่ไปก็ได้ ทำพอประมาณระวังเจ็บ ผมเล่นที่บ้านแค่วันละ 10 นาทีเท่านั้น ทำเสร็จให้คลายกล้ามเนื้อยืดเหยียด
7.กระตุ้นกระบวนการสันดาป ด้วยการออกกำลังกายไปให้ถึงโซน aerobic (วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ T25) ที่ HR ราวๆ 140-150 ครั้ง/นาที ครั้งละ 15-30 นาที ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
8.เลี่ยงของทอด ชุบแป้งทอด พวกนี้ทำให้ตับและถุงน้ำดีทำงานหนัก
9.ผมชอบกินเต้าฮวย,บัวลอยน้ำขิงเป็นประจำ เอาแบบเผ็ดๆแต่หวานน้อย
10.ดื่มพวกแอลกอฮอล์ได้บ้าง เอาแค่พอหายอยากอย่าดื่มหนัก ถ้าดื่มหนัก วันต่อไปเราจะกินไม่ไหว
และช่วง fast ให้ดื่มน้ำแร่สักขวด
ผมทำแบบนี้ตอนหัดทำ  IF ใหม่ๆ เดี๋ยวนี้กินเยอะกินจุกว่าเดิมมาก

อีกอย่างคือเราต้องกินไขมันสัตว์ด้วยครับ อย่าไปกลัวอ้วน ไขมันสัตว์จำเป็นต่อระบบประสาทมาก
ซึ่งไขมันพืชไม่สามารถทดแทนได้ เราอาจจะลดหรืองดเนื้อสัตว์ แต่ไขมันสัตว์ไม่ควรงดนะครับ
และวิธีกินแบบ IF คือวิธีเดียวที่ผมนึกออกในตอนนี้ ที่จะโหลดไขมันสัตว์ได้โดยไม่ทำให้อ้วน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 48

somkiatr

06/10/2018 17:35:03
1,567
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 47 - Mokology
วิธีที่ทำ IF โดยไม่เสียสุขภาพ คือถึงเวลากินต้องกินให้ถึง
โภชนาการต้อง “ถึง” จริงๆ ตัวชี้วัดว่าโภชนาการเรา ”ถึง” คือ เราต้องดูผิวพรรณสดใสดูผ่องๆ
มีมวลกล้ามสวยๆ แต่ไม่ใช่กล้ามล่ำๆแบบพวกเพาะกายนะ
วิธีที่จะทำให้กินได้เยอะๆ เท่าที่นึกออกมีดังนี้...
1.กินจุลินทรีย์โปรไบโอติกเข้าไปบ้างเพื่อช่วยลำไส้เล็ก กินโยเกิร์ต ชีส ถั่วหมักญี่ปุ่น ข้าวหมาก 
2.ถ่ายหนักให้ได้วันละ 2 ครั้ง เพราะถ้ามีของเสียในลำไส้ใหญ่ค้างนานๆมันจะไปรบกวนการทำงานของลำไส้เล็ก
3.อาจจะมีกระตุ้นไมโตคอนเดรีย ด้วยการกิน coenzyme q10 บ้าง
4.อาจจะกินขมิ้นชันสกัด นำ้มันกระเทียมสกัด เพื่อช่วยย่อย (ข้อ 3.+ 4. ผมว่ากินแค่เดือนเดียวพอแระ)
5.กินดอกกระเพรา โหระพา แมงลัก น้ำมันจากดอกพวกนี้กระตุ้นน้ำย่อยดีมาก
6.เวทเทรนนิ่งเป็นประจำ กระตุ้นมวลกล้ามให้ทั่วทุกส่วน เพื่อเพิ่มโกดังเก็บไกลโคเจน จะไปฟิตเนสหรือไม่ไปก็ได้ ทำพอประมาณระวังเจ็บ ผมเล่นที่บ้านแค่วันละ 10 นาทีเท่านั้น ทำเสร็จให้คลายกล้ามเนื้อยืดเหยียด
7.กระตุ้นกระบวนการสันดาป ด้วยการออกกำลังกายไปให้ถึงโซน aerobic (วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ T25) ที่ HR ราวๆ 140-150 ครั้ง/นาที ครั้งละ 15-30 นาที ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
8.เลี่ยงของทอด ชุบแป้งทอด พวกนี้ทำให้ตับและถุงน้ำดีทำงานหนัก
9.ผมชอบกินเต้าฮวย,บัวลอยน้ำขิงเป็นประจำ เอาแบบเผ็ดๆแต่หวานน้อย
10.ดื่มพวกแอลกอฮอล์ได้บ้าง เอาแค่พอหายอยากอย่าดื่มหนัก ถ้าดื่มหนัก วันต่อไปเราจะกินไม่ไหว
และช่วง fast ให้ดื่มน้ำแร่สักขวด
ผมทำแบบนี้ตอนหัดทำ  IF ใหม่ๆ เดี๋ยวนี้กินเยอะกินจุกว่าเดิมมาก

อีกอย่างคือเราต้องกินไขมันสัตว์ด้วยครับ อย่าไปกลัวอ้วน ไขมันสัตว์จำเป็นต่อระบบประสาทมาก
ซึ่งไขมันพืชไม่สามารถทดแทนได้ เราอาจจะลดหรืองดเนื้อสัตว์ แต่ไขมันสัตว์ไม่ควรงดนะครับ
และวิธีกินแบบ IF คือวิธีเดียวที่ผมนึกออกในตอนนี้ ที่จะโหลดไขมันสัตว์ได้โดยไม่ทำให้อ้วน
ไขมันสัตว์นี่หมายถึง ข้าวขาหมูส่วนที่เป็นหนังรึเปล่าครับ  เพราะปัจจุบันมีคนบอกไม่ให้กินมัน หรือพวก ข้าวมันไก่นี่ใช้ได้ใช่ไหมครับ






ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 49

Ahura

06/10/2018 18:39:07
1,516
ไขมันสัตว์ที่เยี่ยมยอดก็มีไขมันหมูกับไขมันปลา
สองตัวนี้คือไขมันดีที่ร่างกายควรได้รับ
ช่วงทำคีโตไดเอทบางมื้อผมเคยนั่งกินขาหมูเพียวๆ 1 จานเลยครับ

ส่วนไขมันจากพืชก็ต้องยกให้น้ำมันมะพร้าวครับ
ส่วนน้ำมันมะกอก หรืองาขี้ม้อน (มีโอเมก้า 3 มากกว่าน้ำมันปลา 1 เท่า) ดีจริงแต่ถ้าโดนความร้อนมันจะเปลี่ยนรูปซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกาย (บนโต๊ะอาหารผมจะมีน้ำมันงาขี้ม้อนเอาไว้เหยาะใส่อาหารแทบทุกประเภท)

ส่วนน้ำมันมะพร้าวมันไม่เปลี่ยนรูปแม้โดนความร้อน ถ้ากลั้นใจซดเพียวๆไม่ไหวก็นำไปปรุงอาหารผัดทอดได้เลยครับ

ไขมันหรือน้ำมันดีเหล่านี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม กลับจะเป็นตัวช่วยลดความอ้วนซะงั้นครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 50

นายมั่นคง

06/10/2018 21:58:21
3,406
อืมมม อ่านแต่ละท่านแล้วรู้สึกหนทางอีกยาวไกลเหลือเกิน เค้าวางแผนกันเป็นระบบเลย ในขณะที่ผมเพิ่งกินข้าวมื้อเย็นอิ่มแปล้มาหมาดๆๆเอง

งานนี้ต้องปรับเกมส์แบบคนอื่นมั่งแล้ว 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 51

Mokology

07/10/2018 16:07:31
41
อ้าว! ผมนึกว่าเฮียมั่นทำ IF อยู่แล้วซะอีก
ทำ IF เถอะครับ...เพื่อคนที่คุณรัก และตัวคุณเอง
สำนวนอย่างกะโฆษณาประกันชีวิตเลย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 52

นายมั่นคง

07/10/2018 22:20:29
3,406
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 51 - Mokology
อ้าว! ผมนึกว่าเฮียมั่นทำ IF อยู่แล้วซะอีก
ทำ IF เถอะครับ...เพื่อคนที่คุณรัก และตัวคุณเอง
สำนวนอย่างกะโฆษณาประกันชีวิตเลย 555
ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยครับ ยังไม่เคยเสิร์ชอ่านเลย มาอ่านก็จากอาจารย์แกเขียนนี่แหละครับ 555

พอมานั่งนึกๆ อ้าวตัวผมเองนี่ก็มีพฤติกรรมคล้ายๆกับการทำ IF มานานแล้วนี่นา แต่อาจจะไม่ได้เป๊ะๆนัก คืออาจจะไม่ถึง 16 ชั่วโมงดี (คือกินข้าวบ่ายโมง และกลางคืน 3 ทุ่มก็ไม่กินอะไรแล้ว) และช่วงกิน 8 ชั่วโมงก็สวาปามจนเกินปกติ อย่างเมื่อคืนนี่ก็เล่นเอาเหนื่อย ไอ้ที่อดมาทั้งสัปดาห์ กลับมาหมดเพียงชั่วข้ามคืนเอง 55

ตอนนี้จะพยายามปฏิบัติด้วยคนนะครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 53

Ahura

08/10/2018 06:28:10
1,516
ฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งที่ผมยังไม่เคยพูดถึงเลย ก็คือเจ้า "คอร์ติซอล" หรือ "ฮอร์โมนเครียด"

สังเกตว่าหลายคนทำไมออกกำลังกายหนักมาก หรืออดอาหารหนักมาก แต่ "พุงล่าง" ไม่ไปไหนเลย ทั้งที่ส่วนอื่นก็ดูลดเฟิร์มดี

ก็เพราะร่างกายมันคิดว่าเรากำลังอยู่ในภาวะกำลังต่อสู้กับอ้นตรายหรือกำลังขาดอาหารตายครับ

เพราะความตึงเครียดจากความพยายามลดน้ำหนักมากจนเกินไปทั้งการใช้กำลังและการลดปริมาณอาหาร อย่างที่เคยพูดไปแล้วว่า ร่างกายมันไม่สามารถล่วงรู้แผนการไดเอทของเราครับ

มันรู้เพียงว่าร่างกายเรากำลังประสบกับภาวะมีปัญหาคับขัน เพราะมีการหลั่งคอร์ติซอลออกมาในปริมาณมากจากการออกกำลังมากเกินหรือลดอาหารผิดวิธีจนเครียด

จากนั้นร่างกายจะเริ่มหวงไขมันและพยายามกักเก็บให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งพุงล่างคือท้องพระคลังอย่างดีในตัวเรา
หายนะจุดหนึ่งของคนไดเอทไม่ลืมหูลืมตาจนเครียดคือ ตัดสารอาหารจำเป็นหลายอย่าง งดแป้ง งดโปรตีน งดไขมัน งดๆๆๆจนร่างกายมันตึงเครียด เพราะไม่มีหนทางสร้างแหล่งสำรองพลังงาน
สุดท้ายมันจะหันไปสลายกล้ามเนื้อเพื่อเปลี่ยนเป็นไขมันไปสะสมที่พุงล่างครับ

ดังนั้นการออกกำลังกายจึงไม่ควรทำอย่างหักโหม (Over Trainning) ควรค่อยๆไต่ระดับให้ร่างกายปรับตัวและคุ้นชินไปเรื่อยๆ (การออกกำลังในระดับ fat burn ดีที่สุดเพราะจะไม่ค่อยหลั่งคอร์ติซอล)
รวมถึงการไดเอทที่ต้องได้พลังงานจากอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการพื้นฐาน และมีการยืดหยุ่นในการกินบ้าง (ชีทเดย์) เพื่อให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายและลดการหลั่งคอร์ติซอลครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 54

Ahura

08/10/2018 07:05:30
1,516
ทีนี้จะเห็นว่าทำไมหลายคนเชียร์ IF กันจัง ?!

เหตุผลเพราะมันไม่ใช่ไดเอทที่พยายามไปลดปริมาณอาหาร มิหนำซ้ำยังควรสรรหาอาหารดีๆมีคุณภาพมาปรนเปรอตัวเองหลังการควบคุมเวลา

โดยเฉพาะ IF เวอร์ชั่น 20/4 หรือ 23/1 ที่กินครั้งเดียวในหนึ่งวัน หรือที่เรียกว่า วอร์ริเออร์ ไดเอท (หลังสงครามนักรบจะฉลองหนักมาก) เมื่อหยุดฟาสท์นี่วิ่งเข้าโออิชิบุฟเฟท์กินกันสำราญกันเลยทีเดียว 555


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 55

MJP

08/10/2018 08:39:36
132
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 41 - Ahura
1 สัปดาห์ ต้องมีคนร้องทักครับเฮีย

เท่าที่สังเกตคนทำ IF ส่วนใหญ่น้ำหนักจะลงวันละ 100 กรัมครับ

ในเวลา 8 ชั่วโมงที่กินได้ พยายามแบ่งออกเป็น 2 มื้อใหญ่กับอีก 1 มื้อเล็ก
หรือถ้าให้ดีก็เหลือ 2 มื้อไปเลย แต่ที่สำคัญคือไม่มีการกินจุบจิบระหว่างมื้อ

แต่สำคัญสุดคือห้ามกินต่ำกว่าค่า BMR เด็ดขาด  ทำ IF ไม่ใช่การอดอาหารจนเกิดทุพโภชนาการ เราแค่ต้องการหยุดพักการย่อยและดูดซึมเพื่อควบคุมการหลั่งอินซูลินที่มีผลเสียต่อร่างกาย
และกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนที่เป็นเหมือนน้ำทิพย์รักษาร่างกายครับ

ผมเคยอดแบบ 23 ชั่วโมงต่อวัน และมีเวลากินแค่ 1 ชั่วโมง
ช่วงนั้นต้องเข้าซิซสเลอร์อย่างเดียวครับ 5555
ผมเข้าใจถูกหรือปล่าวครับ อ Ahura ช่วง 7:00-15:00 เป็นช่วงที่กินได้ นอกช่วงเวลานี้กินน้ำปล่าว ถูกต้องมั๊ยครับ IF
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 56

Ahura

08/10/2018 09:11:58
1,516
ใช่ครับ ถ้าตามเวลานี้ก็จะเป็น IF เวอร์ชั่น 16/8 ครับ

ทีนี้รายละเอียดมันจะมาอยู่ที่การจัดสรรการกินในช่วง 8 ชั่วโมงนี้ ซึ่งคนทำ IF แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าหลังมื้ออาหาร ร่างกายจะใช้เวลาย่อยและดูดซึมสารอาหารราว 4  ชั่วโมง (ขึ้นกับชนิดอาหารที่ย่อยยาก-ง่าย)  นั่นหมายความว่าอินซูลินจะพุ่งขึ้นตลอดเวลา และโกรทฮอร์โมนหยุดทำงานใน 4 ชั่วโมงนี้

วิธีคิดที่สำคัญคือเราจะบริหารจัดการมื้ออาหารอย่างไร ให้ได้พลังงานครบถ้วนและให้อินซูลินลดระดับหรือไม่ถูกกระตุ้นตลอดเวลา ใน 8 ชั่วโมงนี้

นั่นจึงทำให้เกิด IF ในอีกหลายๆ เวอร์ชั่นเพื่อการจัดการมื้ออาหารให้เหมาะสม
(ผมจึงเดินทางมาถึง IF 23/1 คือกินครั้งเดียวให้มันจบๆไปเลย แต่กินกันเหนื่อยเป็นบ้า 555)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 57

Mokology

08/10/2018 09:12:07
41

ขอบคุณมากครับจารย์ Ahura ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว
นั่นหมายความว่า สภาพร่างกายของผมก่อนทำ IF ผมวิ่งเยอะซะจนเป็นหมูแข็งแรง ตอนนั้นผมคงจะมีคอร์ติซอลหลั่งออกมาบ่อยๆจนเป็นกิจวัตรแน่ๆ ตื่นเช้ามานี่ผมชอบหยิกห่วงยางรอบเอว เห็นเเล้วก็กลุ้มใจ  ตอนนั้นผมถอดใจล่ะครับ อายุปูนนี้แล้วชาตินี้คงไม่มี six pack กะเค้าหรอก ยอมรับสภาพ คิดว่าวิ่งไปเรื่อยๆ หวังแค่ไม่ให้อ้วนไปกว่านี้ 555

แต่พอมาทำ IF กับวิ่งโซน 2 ทำไปได้แค่ 3 สัปดาห์ ผมมี v shape ขึ้นมาล่ะครับ
six pack ก็ใกล้จะมีกะเค้าแล้ว 555

สิ่งที่ผมได้จาก IF คือผมรู้สึกว่าความเครียดลดลงไปมาก
ส่วนหนึ่งเพราะผมเปลี่ยนมายด์เซตในการวิ่งจ๊อกกิ้ง ไม่สนใจทำสถิติ personal best แล้ว
ไม่สน pace กับระยะทาง เลิกกดดันตัวเองหันมาเน้นที่อัตราการเต้นของหัวใจเเทน
อีกส่วนหนึ่งคือทำ IF จนผมคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมอินซูลินและโกรทฮอร์โมนได้ 

ผมจึงมีความสุขได้ง่ายๆ จากการกินและการนอน มันกลายเป็นกิจกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ แค่ได้กินก็มีความสุขแล้ว นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องกินแพงๆ แต่กินอย่างคัดสรร แต่จะกินแพงๆดีๆให้รางวัลกับตัวเองก็ได้ กินอะไรก็อร่อยไปหมด ประสาทสัมผัสจะไวเป็นพิเศษ

เมื่อถึงเวลาใกล้เข้านอน ผมรู้ว่าผมจะมีความสุขจากการนอนแน่ๆ เพราะโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมา หลังจากผมหยุดกินอาหารคำสุดท้ายเมื่อ 8 ชั่วโมงก่อน

มีความสุขด้วยวิธีง่ายๆแค่นี้เอง ไม่ต้องแสวงหาความสุขจากสิ่งเร้าข้างนอกเลย ขนาดว่าแค่คิดจะไปดูหนังหรือดูคอนเสิร์ต ยังขี้เกียจเลยครับ สิ่งเสพติดอะไรนี่ไม่เอาเลย มันจืดไปหมด และถ้าเป็นช่วง fast ผมจะไม่กินจุบจิบเลย ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำแร่ก็อร่อยสุดๆแล้ว นี่ก็ความสุขแบบง่ายๆเช่นกัน

ผมได้รับความสุขง่ายๆจากการกินและการนอนในวงรอบนาฬิกาชีวิตวันต่อวัน

คนที่นอนไม่หลับนี่น่าสงสารมากนะครับ มันทรมานมาก

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 58

Ahura

08/10/2018 09:30:39
1,516
ลองพิจารณาคนทั่วไปที่กินแบบตามใจปากตลอดทั้งวันไม่ว่ามื้อใหญ่หรือของกินเล่นกระจุกกระจิก
นั่นหมายความว่าคนๆนั้นต้องมีอินซูลินพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายตลอดเวลา

เรื่องการไม่หลั่งโกรทฮอร์โมนจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่สองครับ (ต้องกินยาตลอดชีวิต)

เพราะอินซูลินมีหน้าที่ไปเคาะประตูบ้านของเซลล์ (Glut 4) ให้เปิดรับสารอาหาร
แต่ลองคิดถึงว่าบ้านเรา (เซลล์) มีคนมาเคาะประตูบ้านบ่อยๆ มันจะน่ารำคาญแค่ไหน?

ภาวะต้านอินซูลิน หรือ ดื้ออินซูลิน จึงเกิดขึ้นเพราะเซลล์ถูกรบกวนบ่อยๆทั้งวันนี่แหละครับ 
และเมื่อถูกร่างกายปฏิเสธ ตับอ่อนก็จะยิ่งเร่งสร้างอินซูลินเพิ่มมากขึ้นไปอีก (กะพังประตู) ทำให้ปริมาณอินซูลินคั่งในเลือดสูงมากๆๆ แต่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร !!?

ดังนั้นการหยุดรับสารอาหารอย่างเด็ดขาด คือการหยุดอินซูลิน และคือช่วงเวลาที่เซลล์จะได้พักผ่อน ซ่อมแซมบ้านได้อย่างเต็มที่ เพราะไม่มีอินซูลินมารบกวน ก่อความรำคาญนั่นเองครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 59

MJP

08/10/2018 09:31:44
132

อ Ahura และ คุณ Mokology

ผมออกกำลังเป็นประจำมานานแล้งครับ ผมข้ามขั้นจาก 16/8 ไป 20/4 แบบคุณ Mokology ได้เลยมั๊ยครับ แต่ผมยังไม่กล้าไปถึงจุด 23/1 แบบ อ Ahura
จะได้เริ่มพรุ่งนี้เลย 

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 60

MJP

08/10/2018 09:44:09
132
อ Ahura และ คุณ Mokology
ไหนๆก็ไหนๆ หากดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับชีวิตการทำงาน IF แบบ 19/5 มันได้เหมือนกันมั๊ยครับ เพราะบ่อยครั้งประขุมคร่อมเที่ยง 7:15-12:15
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 61

Ahura

08/10/2018 10:24:37
1,516
เป็นธรรมดาที่คนทำ IF เมื่อมีสกิลสูงขึ้น (น้ำหนักลง ไม่เบลอ ไม่หิว สมองแล่น แรงเยอะ) จะเริ่มขยับเวลาฟาสท์ให้นานขึ้น

แต่อย่าลืมว่าดาบมีสองคม การยืดระยะให้ยาวขึ้น หรือฟาสท์นานๆต้องเช็คสภาวะความเป็นกรดของเลือดด้วยนะครับ เพราะมันเริ่มเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ทุกวันนี้แม้หยุด IF (ชั่วคราว) แล้วก็ตาม ผมก็ยังคงกินน้ำด่างอยู่สม่ำเสมอครับ

เหตุที่หยุดเพราะน้ำหนักต่ำกว่าเป้าหมายไปมากจึงต้องเร่งกินและสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าการลด ซึ่ง IF มันทำให้ผมกินไม่ทันและวิ่งเยอะ (ติดลบ 1,000 แคลแทบทุกวัน) และยังไม่อยากปรับลดการวิ่งครับ 

ป.ล. แนะนำให้เพิ่มเวลาอดเป็นบางวันก็พอครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 62

Mokology

08/10/2018 13:33:07
41
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 60 - MJP
อ Ahura และ คุณ Mokology
ไหนๆก็ไหนๆ หากดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับชีวิตการทำงาน IF แบบ 19/5 มันได้เหมือนกันมั๊ยครับ เพราะบ่อยครั้งประขุมคร่อมเที่ยง 7:15-12:15
หลักการทำ IF สำหรับผมคือ “ยึดเวลานอนเป็นหลัก” ครับ
คุณ MPJ เข้านอนกี่ทุ่ม ให้ถอยไป 6 ชั่วโมงคือคำสุดท้ายที่เราจะกิน
ถอยไปอีก 4 หรือ 6 ชั่วโมง คือกินคำแรก

เช่น ถ้าเข้านอน 5 ทุ่ม คำสุดท้ายที่จะกินคือ 5 โมงเย็น 
ฉะนั้นคำแรกที่จะกินคือ 11 โมงเช้า หรือจะรอจนถึงบ่ายโมงค่อยกินก็ได้
กินยังไงก็ได้ให้อยู่ในคาบเวลานี้ พ้นจากนี้คือสภาวะ 0 kcal ให้ดื่มแต่น้ำเปล่าเท่านั้น
ควรดื่มน้ำให้เยอะนิดนึง หรือดื่มน้ำแร่ก็ได้
อาจจะมีกินเกลือสักครึ่งช้อนชา เพื่อป้องกันการเสียเกลือเเร่เพราะปัสสาวะบ่อย

ผมว่าเสริมธาตุเเมกนีเซียมเม็ด วันละ 1 เม็ดก็จะดี
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 63

Mokology

08/10/2018 14:39:34
41



ทีเเรกทำ IF ไป 14 วัน ประกอบกับวิ่งโซน 2 ด้วย
ผมลีนมาก ลีนยันตูดกันเลยทีเดียว ตูดงอนๆหายหมดเบย 555
ใบหน้าแห้งตอบ เห็นเบ้าตา พอเพื่อนมันทักผมเลยคิดได้

ทีนี้ผมไม่ดูค่า BMR แล้วครับ ผมกินคาร์บเต็มที่โดยเฉพาะขนมหวานของไทย
แต่จะพยายามเลี่ยงเบเกอรี่ กับของทอดน้ำมันเช่นกล้วยแขก โรตี
พยายามเกนเข้าไปให้เยอะๆ กินเผื่อไปเลย 
แล้วก็ไปลีนออกด้วยการวิ่งโซน 2 วันละ 40 นาที กับเวทกระตุ้นกล้ามทุกวัน 
ตอนนี้ผมไม่ลีนแห้งบักโกรกแล้ว

นี่ผมเพิ่งมาดื่มน้ำแร่ ไม่รู้ตัวไหนดี ซื้อมาลองหมดเลย 555
แต่คิดว่าคงจะดื่มมินเนเร่หรือมองเฟลอร์ล่ะครับ ดื่มช่วง fast วันละขวด

นอกจากหุ่นเฟิร์มกระชับ มีมวลกล้ามสมส่วน ผิวพรรณดูสดใสมีออร่า
อีกตัวหนึ่งที่บ่งชี้ว่าเรามีสุขภาพดี คืออัตราชีพจรขณะปกติ
ถ้าต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที แสดงว่าหัวใจ,ระบบสูบฉีดแข็งแรง เส้นเลือดสะอาดดี







ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 64

Ahura

08/10/2018 15:03:01
1,516
มินเนอเร่น่าจะเป็นตัวที่มีค่า ph เป็นด่างมากที่สุดแล้วครับ ซึ่งดีมากกับคนทำ IF แบบลดแป้ง หรือฟาสท์นานมากๆ (แต่ถ้ากินแป้งปกติก็ไม่ต้องกังวล ภาวะกรดอาจจะเกิดเฉพาะช่วงอด แต่พอช่วงกินก็จะกลับมาสมดุลย์)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 65

Ahura

08/10/2018 15:16:34
1,516



ตัวอย่างน้ำอัลคาไลน์ที่ผมดื่มประจำครับ

เป็นน้ำด่างขี้เถ้ากาบมะพร้าวของสวนปานะ หาซื้อได้ตามร้านแนวรักสุขภาพทั่วไป ขวดละประมาณ 100 บาท ใช้กันนานจนลืมเพราะต้องผสม 3 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 1 ลิตร

ระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายต้องมีสภาวะเป็นด่าง และเซลล์มะเร็งก็ไม่ชอบด่างครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 66

somkiatr

08/10/2018 19:36:50
1,567
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 65 - Ahura



ตัวอย่างน้ำอัลคาไลน์ที่ผมดื่มประจำครับ

เป็นน้ำด่างขี้เถ้ากาบมะพร้าวของสวนปานะ หาซื้อได้ตามร้านแนวรักสุขภาพทั่วไป ขวดละประมาณ 100 บาท ใช้กันนานจนลืมเพราะต้องผสม 3 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 1 ลิตร

ระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายต้องมีสภาวะเป็นด่าง และเซลล์มะเร็งก็ไม่ชอบด่างครับ
โห  นับถือ นับถือ ครับ อาจารย์ เดี๋ยวผมต้องขอตามมั่ง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 67

Ahura

08/10/2018 20:18:22
1,516
ตามปกติระดับค่า ph ที่ปกติดีในเลือดจะประมาณ 7.4 (เป็นด่างอ่อนๆ)

ทีนี้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการออกกำลัง ความเครียด การกินเนื้อสัตว์ ฯลฯ
เหล่านี้มักทำให้เกิดภาวะกรดขึ้นได้

ซึ่งปกติอัลคาไลน์ตามธรรมชาติเราได้รับจากอาหารไม่ว่าจะเป็นพึชผัก ข้าว หรือธัญญพืชอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยพอครับ

ดังนั้นการเสริมอัลคาไลน์จากน้ำดื่มก็เป็นอีกทางที่เราสามารถสร้างสมดุลย์ในร่างกายได้ไม่ยากจนเกินไปครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 68

MJP

08/10/2018 20:47:15
132
อ Ahura ครับ IF กับ ช่วงฝึกซ้อมมาราธอน ผมยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เพราะตอนซ้อมนานสัก2-3 ชม ขึ้นไป เราอาจต้องดื่มเครื่องดื่มเกลอแร่หรือ เจลให้พลังงานเสริมไปด้วยระหว่างวิ่ง รบกวน อ Ahura แบ่งปันปนะสบการณ์ให้อีกทีครับผม ยิ่งอ่านยิ่งเพลินและได้ความรู้ แต่อย่างไร พรุ่งนี้เริ่ม IF 5/19 ไปก่อน 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 69

นายมั่นคง

08/10/2018 21:39:24
3,406
ผมนี่อยู่ในพวกจุดไหนครับ คือ กิน 13:00 น. และหยุดกิน 21:00 น. นอน 02:00 น. หรือดึกกว่า อ่านๆดูรู้สึกว่าแต่ละท่านนี่ฮาร์ดคอร์มาก ผมไม่เข้าใจเลยครับ 55

เมื่อ 2 เดือนก่อนมีอาการเหมือนกรดไหลย้อน คุณหมอด่าว่าถ้าไม่เลิกกินมื้อดึก ยังไงก็ไม่หายชาตินี้ 555

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 70

Sonic Street Fighter

08/10/2018 21:59:54
34
ท่านใดที่มีแผนจะออกกำลังกายในช่วง fast แล้วกลัวร่างกายจะเอากล้ามเนื้อไปใช้ สามารถกิน BCAA ก่อนออกกำลังกายได้นะครับ
มีคนเล่นเวทเทรนนิ่งหลายๆคนที่กิน if และเล่นเวทช่วง fast ก็ใช้วิธีนี้ 
ตัวผมตอนวันไหนมีแผนจะวิ่งยาวๆเกิน 10 กม.ก็กิน BCAA ก่อนสักแปบนึงแล้วค่อยลุยเหมือนกันครับ 
BCAA นี่สามารถทานได้ครับ เพราะไม่มีพลังงาน และไม่กระตุ้นอินซูลินด้วย แต่ถ้าเล่นไม่หนักจริงๆ BCAA ก็อาจไม่จำเป็นต้องกินก็ได้ครับ

อันนี้ข้อมูลของ BCAA ผมก๊อปมานะครับ

Pure BCAA (Branched-Chain amino acids)
เป็น “กลุ่ม” กรดอะมิโนจำเป็นตัวหนึ่งที่ร่างกายต้องการ ซึ่งปกติจะได้จากโปรตีนในอาหาร อย่างเช่น เนื้อ, พืชมีฝักบางชนิด หรือ นม (รวมถึง Whey protein) โดยประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ตัวคือ L-Leucine, L-Isoleucine และ L-Valine ที่เป็นกลุ่มอะมิโนที่สำคัญในการสร้าง ซ่อมแซม และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ข้อดีมากๆของ BCAA นั่นก็คือ ไม่ต้องย่อย ดูดซึมได้ทันที แถมปราศจากพลังงาน (Calories) สามารถกินได้ทุกเวลา และไม่จำกัดปริมาณต่อวัน


กรดอะมิโนเพียงตัวเดียวที่ย่อยสลายในกล้ามเนื้อ
BCAA นั้นมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่า L-Leucine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนเพียงตัวเดียวที่ย่อยสลายในกล้ามเนื้อ และเป็นกรดอะมิโนที่มีความสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (มนุษย์คือหนึ่งในนั้น) มากที่สุด เนื่องจากไป Switch on หรือเปิด Anabolic pathway ที่มีชื่อว่า mTORC1

ปราศจาก Calorie
BCAA ช่วยในการเร่งการฟื้นตัว เพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน และปราศจาก Calorie เนื่องจากเป็นกรดอะมิโน

เพิ่มพละกำลัง ความทนทานให้กล้ามเนื้อและสมอง
ในระหว่างการออกกำลังกายจะมีการปล่อยกรดอะมิโนตัวหนึ่งชื่อว่า L-Tryptophan เป็นปริมาณมากและถูกนำพาไปที่สมองซึ่งจะกลายเป็น Serotonin ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย…… อย่างไรก็ตาม BCAA นั้นมีกรดอะมิโนตัวนึงชื่อว่า L-Valine ซึ่งจะทำหน้าที่ในการ”แย่งและเบียด” กับ L-Tryptophan เพื่อเบียดกันว่าใครจะไปถึงสมองก่อนกัน และ L-Valine มักจะชนะ L-Tryptophan ซึ่งทำให้ชะลอความเหนื่อยลงได้ โดยคุณจะรู้สึกทั้งพละกำลัง และความทนทานที่มากขึ้น ตลอดการออกกำลังกาย

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 71

Ahura

08/10/2018 22:05:34
1,516
ของเฮียก็ 16/8 ครับ
หมายถึงตั้งแต่สามทุ่มจนถึงบ่ายโมง ตัองไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า

พอบ่ายโมงเป๊งก็กินคำแรกได้เลย
พอสามทุ่มเป๊งก็คือคำสุดท้ายที่จะกินลงท้องครับ

ยิ่งเป็นกรดไหลย้อน ยิ่งต้องทำ IF ครับ

เหตุเพราะกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะมันถูกใช้งาน ถูกกระตุ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งวันมายาวนานจนเกิดปัญหา

กระบวนการ IF นอกจากจะเป็นการพักและเกิดการซ่อมแซมในระดับเซลล์จากโกรทฮอร์โมน
ยังมีเรื่องของ Aotophagy ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าจากการอดอาหาร งานวิจัยนี้ได้รับรางวัลโนเบล (จำปีไม่ได้) ครับ




ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 72

Sonic Street Fighter

08/10/2018 22:10:30
34
https://www.youtube.com/watch?v=GN2UDGCV-uk

โอ คุณรอย ไม่แนะนำให้ทาน BCAA สำหรับคนที่เล่นไม่หนักพอนะครับ แกคุยกับน้องเภสัชแล้ว ยืนยันว่ายังกระตุ้นอินซูลินอยู่ครับ

ขออภัยด้วยครับ สำหรับข้อมูลที่ผิดๆตามความเข้าใจของผมเอง T T
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 73

Ahura

08/10/2018 22:36:20
1,516
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 68 - MJP

อ Ahura ครับ IF กับ ช่วงฝึกซ้อมมาราธอน ผมยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เพราะตอนซ้อมนานสัก2-3 ชม ขึ้นไป เราอาจต้องดื่มเครื่องดื่มเกลอแร่หรือ เจลให้พลังงานเสริมไปด้วยระหว่างวิ่ง รบกวน อ Ahura แบ่งปันปนะสบการณ์ให้อีกทีครับผม ยิ่งอ่านยิ่งเพลินและได้ความรู้ แต่อย่างไร พรุ่งนี้เริ่ม IF 5/19 ไปก่อน 

ผมเคยวิ่งในช่วงฟาสท์สูงสุดแค่ 15 กม. เเค่นั้นครับและมักจะวิ่งรวดเดียวไม่พักและไม่ดื่มน้ำจนกว่าจะวิ่งเสร็จ
ซึ่งการออกกำลังขณะทำ IF ไม่ควรกินน้ำเกลือแร่หรือเจลพลังงานเพราะมันจะไปหยุดโกรทฮอร์โมนที่กำลังหลั่งแบบทวีคูณในขณะที่ท้องว่างและออกกำลังเผาไขมันพร้อมๆกันครับ

ถ้าคิดจะลงมาราธอนผมว่าควรเปลี่ยนแผน IF ดีกว่าครับ เพราะก่อนการวิ่งยาวระดับ 4-5 ชั่วโมงควรโหลดคาร์บให้เพียงพอก่อนวิ่งสักชั่วโมงครับ

ทุกวันนี้ผมหยุด IF แล้วรู้สึกว่าวิ่งได้แย่ลง กำลังน้อยลง ความอึดน้อยลง
บางวันต้องการวิ่ง 20 กม. ผมต้องแบ่งเป็น เช้า 10 เย็น 10 กม. ถึงจะทำได้ครับ

อย่างตอนนี้ผมพยายามฝึกวิ่ง 10 กม. ให้ได้ sub 1 ก็ยังไม่ไหวเลย แต่ถ้ายังอยู่ใน IF คงสำเร็จไปแล้ว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 74

Ahura

08/10/2018 22:43:51
1,516
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 72 - Sonic Street Fighter

https://www.youtube.com/watch?v=GN2UDGCV-uk

โอ คุณรอย ไม่แนะนำให้ทาน BCAA สำหรับคนที่เล่นไม่หนักพอนะครับ แกคุยกับน้องเภสัชแล้ว ยืนยันว่ายังกระตุ้นอินซูลินอยู่ครับ

ขออภัยด้วยครับ สำหรับข้อมูลที่ผิดๆตามความเข้าใจของผมเอง T T

ถ้าคุณรอยแกว่าไงคงต้องฟังครับ
เพราะแกเป็นระดับผู้บุกเบิกวงการ IF เลยทีเดียว

สารอาหารที่กระตุ้นอินซูลินมากสุดคือ
คาร์โบไฮเดรต
รองมาคือโปรตีน
สุดท้ายคือไขมันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 75

นายมั่นคง

08/10/2018 23:29:45
3,406
555 ตอนแรกทำท่าจะรู้เรื่อง พออ่านไปอ่านมากลายเป็นไม่รู้เรื่องเลย เดี๋ยวผมขอเวลาไปไล่อ่านเพิ่มเติมอีกทีครับ รู้อย่างเดียวว่าผมสามารถอดได้ 16 ชั่วโมงต่อวัน แต่เป็นแบบสะเปะสะปะครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 76

Ahura

09/10/2018 10:49:32
1,516



อยากจะขอแนะนำอุปกรณ์เสริมสำหรับการวิ่งชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ
นั่นก็คือ กางเกง Compression หรือ กางเกงรัดกล้ามเนื้อครับ

ประโยชน์ของเจ้ากางเกงนี้ หลักๆจะอยู่ที่การกระชับกล้ามเนื้อไม่ให้สะบัดตัวขณะวิ่งครับ
ซึ่งการสะบัดตัวของกล้ามเนื้อนี้เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการบาดเจ็บหลังออกกำลังกาย โดยเฉพาะสะโพก ต้นขา และน่อง

ประโยชน์ต่อมาคือการช่วยเร่งระบบไหลเวียนเลือดและการนำอ๊อกซิเจนเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น

ข้อสุดท้ายคือการช่วยฟื้นตัวกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย (Recovery) คือสวมใส่ไว้สักพักหลังวิ่ง เพื่อลดการคั่งของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ

เท่าที่ผมใช้งานมาหลายเดือนก็รู้สึกว่าใช้งานได้ดีครับ
คือเปรียบเทียบระหว่างใส่และไม่ใส่
วันไหนที่ใส่ก็เกิดผลที่เห็นได้ชัดว่า performance ของการวิ่งจะดีขึ้นทั้งความเร็วและระยะทางครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
"มาวิ่งวิ่งวิ่งกันเถิด"