Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

WAV 32 bit , WAV 24 bit , flac 24 bit ที่ 96kHz มันคุณภาพเดียวกันไหมครับ

วันๆติดตามแต่ ORESAMA

16/04/2018 14:44:00
6
พอดีว่าเว็ปขายเพลงเขาปล่อยให้โหลดได้ 3 แบบ คือ
WAV 32 bit 96kHz 
WAV 24 bit 96kHz
flac 24 bit 96kHz
1. เลยสงสัยมันคุณภาพเดียวกันไหมครับ
2. แล้ว Sony A35 เนี่ยมันไม่ไฟล์รองรับ 32 bit ใช่ไหมครับ คือมันเล่นได้หรือเล่นไม่ได้เลยครับ
ขอบคุณครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

วันๆติดตามแต่ ORESAMA

16/04/2018 14:44:57
6
เพิ่มเติม : ราคาไฟล์ทุกชนิดเท่ากันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

tintin3274

16/04/2018 14:57:40
180
1. คนละคุณภาพครับ WAV 32 bit 96kHz > WAV 24 bit 96kHz > flac 24 bit 96kHz

2. ใช่ครับ ไม่รองรับครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าเล่นได้ครับ ก็เล่นที่ 24Bit แทน =w=
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 3

tintin3274

16/04/2018 15:11:22
180
อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 4

วันๆติดตามแต่ ORESAMA

16/04/2018 15:15:34
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 2 - tintin3274
1. คนละคุณภาพครับ WAV 32 bit 96kHz > WAV 24 bit 96kHz > flac 24 bit 96kHz

2. ใช่ครับ ไม่รองรับครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าเล่นได้ครับ ก็เล่นที่ 24Bit แทน =w=
กำละครับ หลายๆไฟลล์ผมไปซื้ออีกเว็ปนึง ราคาเท่ากันแต่ได้ flac มา พอดีเพิ่งรุจักเว็ปนี้ TT แบบนี้ถ้าราคาเท่ากันแล้ว A35 เล่นได้ซื้อเป็น WAV 32 bit ก็คุ้มสุดสิครับ

ผมขอถามเพิ่มเรื่องขนาดไฟลล์ได้ไหมครับ ว่าแต่ละตัวโดยเฉลี่ยนั้นมันขนาดเท่าไรบ้าง พอดีว่าหน่วยความจำผม 128GB+16GB ก็เต็มแล้วครับ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

วันๆติดตามแต่ ORESAMA

16/04/2018 15:23:23
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274
อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)
ผมซื้อผ่าน Mora ไปเรียบร้อยแล้วครับ TT แต่วันนี้เพิ่งเห็น ORESAMA มาทวิตโปรโมทเลยเห็นอีกเว็ปนึงครับ เว็ป onkyo จะมีพวก instrumental track(ของอัลบั้มเก่าๆ) ด้วยครับ แต่ Mora จะไม่มี

เพิ่มเติม : คุณ tintin3274 เป็นแฟน ORESAMA เหมือนกันรึเปล่าครับ ถ้าใช่หลังไมค์มาคุยกันเป็นเพื่อนกันได้เลยครับผมกำลังหาแฟน ORESAMA ในประเทศไทย ทุกวันนี้คุยกับแฟนที่ญี่ปุ่นทาง twitter เอาครับ ฮ่าๆ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

Artnoi

16/04/2018 16:30:45
320
ถ้าเพลงไม่ได้มี dynamic range เกิน 144dB ของ 24-bit audio (ซึ่งปกติแค่ 96dB ของไฟล์ 16bit ก็ใช้กันไม่ค่อยจะเต็มละครับ) ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์ 32bit เพื่อจัดเก็บข้อมูลครับ (1 Bit = 6dB)

ขนาด dac ตั้งโต๊ะส่วนใหญ่ ยังไม่ใช่ true 24 bit dac เลยครับ คือตัวชิปอะมันทำงานได้หมดแหละยัน 24-32bit แต่สเปกตอนจบมันยังมี noise floor หรือ dynamic range ที่ต่ำกว่า 144dB อยู่เลยครับ ยังไม่นับเรื่องที่เพลงส่วนใหญ่มีไดนามิคเรนจ์ต่ำมากจนไม่จำเป็นต้องใช้ไฟล์ 24 บิท โดยเฉพาะเพลงป็อป (หรือเพลงที่เสียงดัง) ที่มักจะโดนบีบอัด dnr จนต่ำมากๆอยู่แล้ว

https://hydrogenaud.io/index.php/topic,107206.0.html

ไฟล์ 24 บิทจะมีประโยชน์ เมื่อคุณสามารถใช้งาน dynamic range ที่เกินมาได้ครับ ซึ่งเฮดรูมพวกนี้มีประโยชน์ตอนคุณมิกซ์/มาสเตอร์ เพราะบางทีเสียงจากแต่ละเครื่องดนตรีอาจมีความดังเบาต่างกันมากระดับบ 100dB จริงๆ แต่เมื่อมาใช้ในการเล่นกลับให้หูคน (ที่แค่ฟังดังเกิน 120dB ก็แสบหูแล้ว) มันจะเป็นอีกเรื่องครับ

สำหรับคนที่จินตนาการในการใช้งานจริงไม่ออก แค่ 144dB ของไฟล์ 24 บิท ไม่ต้องถึงขั้น 32บิท นี่เยอะและดังมากนะครับ ถ้าคุณจะเสพไฟล์ 24bit จริงๆ ด้วยเพลงที่มี dnr = 144dB จริงๆ ในห้องที่โคตรเงียบอย่างห้องสมุด(ที่มี noise level ประมาณ 30dB) คุณจะต้องเปิดเพลงที่ดัง 144+30=174dB เพื่อที่คุณจะได้ยินเสียงที่เบาที่สุดในเพลงนั้นครับ (1dB) แต่จะมีเพลงไหนมี dnr เกิน 96dB ของ 16 บิทรึป่าวเนี่ยสิ 55555555555

ปล. 180dB SPL ทำให้คนตายได้นะครับ


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 7

Artnoi

16/04/2018 16:40:14
320
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274

อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)

อันนี้ไม่จริงนะครับ PCM stream เดียวกัน จะมีกี่บิทเรทก็ได้ครับ ตัวอย่างไฟล์ 16/44.1 ถ้า unconpressed จะมี btr = 1441kbps แต่ถ้าเรา losslessly compress เช่นใช้ flac หรือ alac ค่า btr ก็จะต่างกันไปตามความยาก/ง่าย (complexity) ของเพลงครับ

แต่ถึงอย่างนั้น codec เดียวกัน ยังมี btr ที่ต่างกันได้อีกครับ เช่น flac มี compression level 1-8 ยิ่งเลเวลบีบอัดสูงๆ ไฟล์ยิ่งเล็ก แต่เปลืองซีพียูมากขึ้นครับ แต่คลี่ออกมาก็เป็น PCM stream อันเดียวกันครับ

สรุปนะครับ PCM stream อันเดียวกัน สามารถเข้ารหัสด้วย codec เดียวกัน เช่น flac แล้วมีบิทเรทที่มากน้อยต่างกันได้ตามการตั้งค่าของเราครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 8

tintin3274

16/04/2018 16:50:56
180
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 4 - วันๆติดตามแต่ ORESAMA
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 2 - tintin3274
1. คนละคุณภาพครับ WAV 32 bit 96kHz > WAV 24 bit 96kHz > flac 24 bit 96kHz

2. ใช่ครับ ไม่รองรับครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าเล่นได้ครับ ก็เล่นที่ 24Bit แทน =w=
กำละครับ หลายๆไฟลล์ผมไปซื้ออีกเว็ปนึง ราคาเท่ากันแต่ได้ flac มา พอดีเพิ่งรุจักเว็ปนี้ TT แบบนี้ถ้าราคาเท่ากันแล้ว A35 เล่นได้ซื้อเป็น WAV 32 bit ก็คุ้มสุดสิครับ

ผมขอถามเพิ่มเรื่องขนาดไฟลล์ได้ไหมครับ ว่าแต่ละตัวโดยเฉลี่ยนั้นมันขนาดเท่าไรบ้าง พอดีว่าหน่วยความจำผม 128GB+16GB ก็เต็มแล้วครับ 
อืมมม งั้นคำนวณแปปนะครับ กดเครื่องคิดเลขเฉลี่ยก่อน เป็นตัวเลขคร่าวๆนะครับ 555+ เอาหลักๆที่นิยมเจอละกันครับ =w=

WAV 32Bit/96kHz 6144kbps [e-onkyo | OTOTOY ]
4.28 min | 198 MB | 268 sec | 0.7388 MB/sec
4.16 min | 189 MB | 256 sec | 0.7382 MB/sec

FLAC 24Bit/96kHz 4515kbps [mora]
4.20 min | 145 MB | 260 sec | 0.5576 MB/sec
4.04 min | 136 MB | 244 sec | 0.5573 MB/sec

FLAC 24Bit/48kHz 2307kbps [mora]
3.47 min | 63.5 MB | 227 sec | 0.2797 MB/sec
4.19 min | 72.2 MB | 259 sec | 0.2787 MB/sec

m4a 16Bit/44.1kHz AAC-LC 320kbps [mora]
4.04 min | 10.4 MB | 244 sec | 0.0426 MB/sec
4.21 min | 11.0 MB | 261 sec | 0.0421 MB/sec

ครับผม ประมาณนี้แล้วกันนะครับ มี DSD ด้วยแต่ไม่พูดถึงละกัน 555+
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

tintin3274

16/04/2018 16:55:57
180
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 5 - วันๆติดตามแต่ ORESAMA
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274
อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)
ผมซื้อผ่าน Mora ไปเรียบร้อยแล้วครับ TT แต่วันนี้เพิ่งเห็น ORESAMA มาทวิตโปรโมทเลยเห็นอีกเว็ปนึงครับ เว็ป onkyo จะมีพวก instrumental track(ของอัลบั้มเก่าๆ) ด้วยครับ แต่ Mora จะไม่มี

เพิ่มเติม : คุณ tintin3274 เป็นแฟน ORESAMA เหมือนกันรึเปล่าครับ ถ้าใช่หลังไมค์มาคุยกันเป็นเพื่อนกันได้เลยครับผมกำลังหาแฟน ORESAMA ในประเทศไทย ทุกวันนี้คุยกับแฟนที่ญี่ปุ่นทาง twitter เอาครับ ฮ่าๆ 
รู้จักวงนี้ครับผม ฟังอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ทุกเพลง 555+
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

วันๆติดตามแต่ ORESAMA

16/04/2018 16:57:18
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 7 - Artnoi
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274

อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)

อันนี้ไม่จริงนะครับ PCM stream เดียวกัน จะมีกี่บิทเรทก็ได้ครับ ตัวอย่างไฟล์ 16/44.1 ถ้า unconpressed จะมี btr = 1441kbps แต่ถ้าเรา losslessly compress เช่นใช้ flac หรือ alac ค่า btr ก็จะต่างกันไปตามความยาก/ง่าย (complexity) ของเพลงครับ

แต่ถึงอย่างนั้น codec เดียวกัน ยังมี btr ที่ต่างกันได้อีกครับ เช่น flac มี compression level 1-8 ยิ่งเลเวลบีบอัดสูงๆ ไฟล์ยิ่งเล็ก แต่เปลืองซีพียูมากขึ้นครับ แต่คลี่ออกมาก็เป็น PCM stream อันเดียวกันครับ

สรุปนะครับ PCM stream อันเดียวกัน สามารถเข้ารหัสด้วย codec เดียวกัน เช่น flac แล้วมีบิทเรทที่มากน้อยต่างกันได้ตามการตั้งค่าของเราครับ
ขอบคุณครับ
flac กับ wave นี่พอเล่นออกมาผ่านหูฟังก็จะได้เสียงคุณภาพเท่ากันเลยใช่ไหมครับ
flac ระดับ 1-8 ก็เช่นกันใช่ไหมครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

tintin3274

16/04/2018 17:03:36
180
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 6 - Artnoi
ถ้าเพลงไม่ได้มี dynamic range เกิน 144dB ของ 24-bit audio (ซึ่งปกติแค่ 96dB ของไฟล์ 16bit ก็ใช้กันไม่ค่อยจะเต็มละครับ) ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์ 32bit เพื่อจัดเก็บข้อมูลครับ (1 Bit = 6dB)

ขนาด dac ตั้งโต๊ะส่วนใหญ่ ยังไม่ใช่ true 24 bit dac เลยครับ คือตัวชิปอะมันทำงานได้หมดแหละยัน 24-32bit แต่สเปกตอนจบมันยังมี noise floor หรือ dynamic range ที่ต่ำกว่า 144dB อยู่เลยครับ ยังไม่นับเรื่องที่เพลงส่วนใหญ่มีไดนามิคเรนจ์ต่ำมากจนไม่จำเป็นต้องใช้ไฟล์ 24 บิท โดยเฉพาะเพลงป็อป (หรือเพลงที่เสียงดัง) ที่มักจะโดนบีบอัด dnr จนต่ำมากๆอยู่แล้ว

https://hydrogenaud.io/index.php/topic,107206.0.html

ไฟล์ 24 บิทจะมีประโยชน์ เมื่อคุณสามารถใช้งาน dynamic range ที่เกินมาได้ครับ ซึ่งเฮดรูมพวกนี้มีประโยชน์ตอนคุณมิกซ์/มาสเตอร์ เพราะบางทีเสียงจากแต่ละเครื่องดนตรีอาจมีความดังเบาต่างกันมากระดับบ 100dB จริงๆ แต่เมื่อมาใช้ในการเล่นกลับให้หูคน (ที่แค่ฟังดังเกิน 120dB ก็แสบหูแล้ว) มันจะเป็นอีกเรื่องครับ

สำหรับคนที่จินตนาการในการใช้งานจริงไม่ออก แค่ 144dB ของไฟล์ 24 บิท ไม่ต้องถึงขั้น 32บิท นี่เยอะและดังมากนะครับ ถ้าคุณจะเสพไฟล์ 24bit จริงๆ ด้วยเพลงที่มี dnr = 144dB จริงๆ ในห้องที่โคตรเงียบอย่างห้องสมุด(ที่มี noise level ประมาณ 30dB) คุณจะต้องเปิดเพลงที่ดัง 144+30=174dB เพื่อที่คุณจะได้ยินเสียงที่เบาที่สุดในเพลงนั้นครับ (1dB) แต่จะมีเพลงไหนมี dnr เกิน 96dB ของ 16 บิทรึป่าวเนี่ยสิ 55555555555

ปล. 180dB SPL ทำให้คนตายได้นะครับ


โอ้โห เป็นความรู้ที่พึ่งได้รู้เมื่อกี้เลยครับ พึ่งรู้นะครับเนี่ยว่าเลขสเปคที่เขียนมานี่มีความลึกซึ้งขนาดนี้ อ่านแล้วรู้สึกอึ้งตรงต้องเปิดเสียงดังขนาดนั้นเลยหรอเนี่ยเพื่อฟังรายละเอียดที่เล็กที่สุด ดูจากสภาพแล้วน่าจะหูแตกตายก่อน T^T
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

tintin3274

16/04/2018 17:08:29
180
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 7 - Artnoi
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274

อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)

อันนี้ไม่จริงนะครับ PCM stream เดียวกัน จะมีกี่บิทเรทก็ได้ครับ ตัวอย่างไฟล์ 16/44.1 ถ้า unconpressed จะมี btr = 1441kbps แต่ถ้าเรา losslessly compress เช่นใช้ flac หรือ alac ค่า btr ก็จะต่างกันไปตามความยาก/ง่าย (complexity) ของเพลงครับ

แต่ถึงอย่างนั้น codec เดียวกัน ยังมี btr ที่ต่างกันได้อีกครับ เช่น flac มี compression level 1-8 ยิ่งเลเวลบีบอัดสูงๆ ไฟล์ยิ่งเล็ก แต่เปลืองซีพียูมากขึ้นครับ แต่คลี่ออกมาก็เป็น PCM stream อันเดียวกันครับ

สรุปนะครับ PCM stream อันเดียวกัน สามารถเข้ารหัสด้วย codec เดียวกัน เช่น flac แล้วมีบิทเรทที่มากน้อยต่างกันได้ตามการตั้งค่าของเราครับ
อันนี้ส่วนตัวแบบงงๆเลยครับ FLAC นี่แหละ จากประสบการณ์ตรง รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เพลงจาก e-onkyo เทียบกับ mora แล้ว ถ้าเพลง 24Bit/96kHz
Bitrate ของ e-onkyo จะอยู่ช่วง 3000-3500
Bitrate ของ mora จะเท่ากับ 4615 (แน่นอน ไฟล์ใหญ่กว่า)

ซึ่งถ้าตามที่อธิบายมาก็คือเรื่องของระดับการบีบอัดใช่ไหมครับ
แต่ที่บอกว่ารู้สึกและทำให้เลือก mora คือ เสียงมันดังกว่าครับ...
ไม่รู้ทำไม แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ต่างกันกับ e-onkyo ชัดเลย

ขอเหตุผลหน่อยได้ไหมครับคุณ Artnoi
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 13

Artnoi

16/04/2018 17:33:25
320
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 12 - tintin3274

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 7 - Artnoi
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274

อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)

อันนี้ไม่จริงนะครับ PCM stream เดียวกัน จะมีกี่บิทเรทก็ได้ครับ ตัวอย่างไฟล์ 16/44.1 ถ้า unconpressed จะมี btr = 1441kbps แต่ถ้าเรา losslessly compress เช่นใช้ flac หรือ alac ค่า btr ก็จะต่างกันไปตามความยาก/ง่าย (complexity) ของเพลงครับ

แต่ถึงอย่างนั้น codec เดียวกัน ยังมี btr ที่ต่างกันได้อีกครับ เช่น flac มี compression level 1-8 ยิ่งเลเวลบีบอัดสูงๆ ไฟล์ยิ่งเล็ก แต่เปลืองซีพียูมากขึ้นครับ แต่คลี่ออกมาก็เป็น PCM stream อันเดียวกันครับ

สรุปนะครับ PCM stream อันเดียวกัน สามารถเข้ารหัสด้วย codec เดียวกัน เช่น flac แล้วมีบิทเรทที่มากน้อยต่างกันได้ตามการตั้งค่าของเราครับ
อันนี้ส่วนตัวแบบงงๆเลยครับ FLAC นี่แหละ จากประสบการณ์ตรง รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เพลงจาก e-onkyo เทียบกับ mora แล้ว ถ้าเพลง 24Bit/96kHz
Bitrate ของ e-onkyo จะอยู่ช่วง 3000-3500
Bitrate ของ mora จะเท่ากับ 4615 (แน่นอน ไฟล์ใหญ่กว่า)

ซึ่งถ้าตามที่อธิบายมาก็คือเรื่องของระดับการบีบอัดใช่ไหมครับ
แต่ที่บอกว่ารู้สึกและทำให้เลือก mora คือ เสียงมันดังกว่าครับ...
ไม่รู้ทำไม แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ต่างกันกับ e-onkyo ชัดเลย

ขอเหตุผลหน่อยได้ไหมครับคุณ Artnoi

ถ้างั้นก็ชัดเจนละครับ ว่าทั้งสองร้านใช้คนละมาสเตอร์กัน ถ้าระดับความดังไม่เท่ากัน เป็นเหตุให้บีบอัดออกมาได้ไม่เท่ากันครับ

นี่เป็นสาเหตุหลักที่คนคิดว่าไฟล์ไฮเรสมีเสียงดีกว่าแบบฟังได้ชัด แต่จริงๆแล้วคือใช้มาสเตอร์คนละตัวกันครับ

ปล. ส่วนใหญ่เพลงไหนดังกว่า จะใช้บิทเรทสูงกว่าครับ เพราะตอนบีบอัด พาร์ทที่เงียบ (0 เยอะ) codec จะบีบอัดให้เล็กลงไปได้เยอะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 14

Artnoi

16/04/2018 18:29:50
320



อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 10 - วันๆติดตามแต่ ORESAMA

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 7 - Artnoi
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274

อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)

อันนี้ไม่จริงนะครับ PCM stream เดียวกัน จะมีกี่บิทเรทก็ได้ครับ ตัวอย่างไฟล์ 16/44.1 ถ้า unconpressed จะมี btr = 1441kbps แต่ถ้าเรา losslessly compress เช่นใช้ flac หรือ alac ค่า btr ก็จะต่างกันไปตามความยาก/ง่าย (complexity) ของเพลงครับ

แต่ถึงอย่างนั้น codec เดียวกัน ยังมี btr ที่ต่างกันได้อีกครับ เช่น flac มี compression level 1-8 ยิ่งเลเวลบีบอัดสูงๆ ไฟล์ยิ่งเล็ก แต่เปลืองซีพียูมากขึ้นครับ แต่คลี่ออกมาก็เป็น PCM stream อันเดียวกันครับ

สรุปนะครับ PCM stream อันเดียวกัน สามารถเข้ารหัสด้วย codec เดียวกัน เช่น flac แล้วมีบิทเรทที่มากน้อยต่างกันได้ตามการตั้งค่าของเราครับ
ขอบคุณครับ
flac กับ wave นี่พอเล่นออกมาผ่านหูฟังก็จะได้เสียงคุณภาพเท่ากันเลยใช่ไหมครับ
flac ระดับ 1-8 ก็เช่นกันใช่ไหมครับ

ถูกต้องครับถ้า encode มาจาก pcm stream เดียวกัน ก็ถ้าข้อมูลสุดท้ายเหมือนกันหมด อะไรคือสิ่งที่ทำให้เสียงต่างล่ะครับ?

ต้องอย่าลืมว่าพวก lossless codec พวกนี้ถูกออกแบบด้วยหลักความโปร่งใส (transparency) มาก่อนการบีบอัดเพื่อย่อขนาดข้อมูลอยู่แล้วครับ คือโดยพื้นฐานตัวมันถูกสร้างให้ไม่แต่งเติมข้อมูล ไม่บิดเบือนข้อมูลอยู่แล้ว เหมือนไฟล์ .zip อะครับ

และอีกอย่าง 0 ของ wav ก็ไม่น่าจะเสียงดีกว่า 0 ของ flac นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าคลี่ออกมาแล้วเหมือนกัน (bit identical) ก็น่าจะให้เสียงที่เหมือนกันเป้ะๆครับ 55555555555

ผมเคยทดสอบ decode 16bit flac ที่ compression level 8 ด้วย iPhone 8 (A11 Bionic) และผลคือมัน decode ด้วยความเร็ว 1000x (โหลดไฟล์ลง RAM รอไว้แล้ว) และ 800-900x สำหรับการ click and play เพราะฉะนั้นผมว่าด้วยความสามารถของอุปกรณ์สมัยนี้ น่าจะ safe to say ว่าการบีบอัดไฟล์ให้ผลดีสูงกว่าข้อเสียมากๆครับ อย่างน้อยเลยก็จุเพลงได้มากขึ้น (ในการ decode ไอโฟนใช้ core audio หรือออดิโอเอนจินของแอปเปิล ทำงานที่ 32bit ครับ)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 15

วันๆติดตามแต่ ORESAMA

16/04/2018 21:27:00
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 14 - Artnoi



อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 10 - วันๆติดตามแต่ ORESAMA

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 7 - Artnoi
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - tintin3274

อันนี้จะซื้อเพลง ORESAMA Album ใหม่ Hi-Fi POPS ใช่ไหมครับ จาก e onkyo

ส่วนตัวผมถ้าจะเลือก WAV นี่ก็คงต้อง e onkyo ไม่ก็ ototoy นี่แหละครับ
แต่ถ้าเลือกเป็นไฟล์ FLAC ผมขอแนะนำให้ซื้อผ่าน mora ครับ เพราะ Bitrate สูงกว่า ถ้าความละเอียดเท่ากัน Bitrate จะเท่ากัน (แทบทุกเพลง นานมากๆทีจะเจอไม่เท่า)

อันนี้ไม่จริงนะครับ PCM stream เดียวกัน จะมีกี่บิทเรทก็ได้ครับ ตัวอย่างไฟล์ 16/44.1 ถ้า unconpressed จะมี btr = 1441kbps แต่ถ้าเรา losslessly compress เช่นใช้ flac หรือ alac ค่า btr ก็จะต่างกันไปตามความยาก/ง่าย (complexity) ของเพลงครับ

แต่ถึงอย่างนั้น codec เดียวกัน ยังมี btr ที่ต่างกันได้อีกครับ เช่น flac มี compression level 1-8 ยิ่งเลเวลบีบอัดสูงๆ ไฟล์ยิ่งเล็ก แต่เปลืองซีพียูมากขึ้นครับ แต่คลี่ออกมาก็เป็น PCM stream อันเดียวกันครับ

สรุปนะครับ PCM stream อันเดียวกัน สามารถเข้ารหัสด้วย codec เดียวกัน เช่น flac แล้วมีบิทเรทที่มากน้อยต่างกันได้ตามการตั้งค่าของเราครับ
ขอบคุณครับ
flac กับ wave นี่พอเล่นออกมาผ่านหูฟังก็จะได้เสียงคุณภาพเท่ากันเลยใช่ไหมครับ
flac ระดับ 1-8 ก็เช่นกันใช่ไหมครับ

ถูกต้องครับถ้า encode มาจาก pcm stream เดียวกัน ก็ถ้าข้อมูลสุดท้ายเหมือนกันหมด อะไรคือสิ่งที่ทำให้เสียงต่างล่ะครับ?

ต้องอย่าลืมว่าพวก lossless codec พวกนี้ถูกออกแบบด้วยหลักความโปร่งใส (transparency) มาก่อนการบีบอัดเพื่อย่อขนาดข้อมูลอยู่แล้วครับ คือโดยพื้นฐานตัวมันถูกสร้างให้ไม่แต่งเติมข้อมูล ไม่บิดเบือนข้อมูลอยู่แล้ว เหมือนไฟล์ .zip อะครับ

และอีกอย่าง 0 ของ wav ก็ไม่น่าจะเสียงดีกว่า 0 ของ flac นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าคลี่ออกมาแล้วเหมือนกัน (bit identical) ก็น่าจะให้เสียงที่เหมือนกันเป้ะๆครับ 55555555555

ผมเคยทดสอบ decode 16bit flac ที่ compression level 8 ด้วย iPhone 8 (A11 Bionic) และผลคือมัน decode ด้วยความเร็ว 1000x (โหลดไฟล์ลง RAM รอไว้แล้ว) และ 800-900x สำหรับการ click and play เพราะฉะนั้นผมว่าด้วยความสามารถของอุปกรณ์สมัยนี้ น่าจะ safe to say ว่าการบีบอัดไฟล์ให้ผลดีสูงกว่าข้อเสียมากๆครับ อย่างน้อยเลยก็จุเพลงได้มากขึ้น (ในการ decode ไอโฟนใช้ core audio หรือออดิโอเอนจินของแอปเปิล ทำงานที่ 32bit ครับ)
การบีบอัด flac ระดับ 1-8 นี่ควรบีบอัดไว้ที่ระดับไหนดีครับ แบบสามารถเล่นได้ทุกอุปกรณ์อ่ะครับ (ผมจำไม่ได้แล้วว่า 1-8 อันไหนมันบีบอัดสูงกว่ากัน)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 16

นายมั่นคง

17/04/2018 07:02:05
3,357
ไฟล์คุณภาพสูงมากๆ เวลาฟังความแตกต่าง บางทีแยกไม่ออกก็มีนะครับ 555 จริงๆต้องบอกว่ามันคนละคุณภาพในทางทฏษฎี แต่อย่างที่บอกเวลาฟังด้วยหู ผมว่าความถี่ต่างๆมันเกินหูมนุษย์ไปก็มีเช่นกัน

และอีกอย่างไฟล์ไฮเรสคุณภาพดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการทำมาสเตอร์เมื่อตอนครั้งแรกสุดด้วย การจะมารีมาสเตอร์เพื่อทำเป็นไฟล์ไฮเรสใหม่จะดีหรือไม่ดีก็ต้องได้อานิสสงค์จากตัวมาสเตอร์แรกด้วยครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 17

Artnoi

17/04/2018 08:25:33
320
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 16 - นายมั่นคง

ไฟล์คุณภาพสูงมากๆ เวลาฟังความแตกต่าง บางทีแยกไม่ออกก็มีนะครับ 555 จริงๆต้องบอกว่ามันคนละคุณภาพในทางทฏษฎี แต่อย่างที่บอกเวลาฟังด้วยหู ผมว่าความถี่ต่างๆมันเกินหูมนุษย์ไปก็มีเช่นกัน

และอีกอย่างไฟล์ไฮเรสคุณภาพดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการทำมาสเตอร์เมื่อตอนครั้งแรกสุดด้วย การจะมารีมาสเตอร์เพื่อทำเป็นไฟล์ไฮเรสใหม่จะดีหรือไม่ดีก็ต้องได้อานิสสงค์จากตัวมาสเตอร์แรกด้วยครับ^^

เฮียพูดถูกครับ ความถี่สูงสุดในแต่ละเพลงจะถูก determine โดย sample rate ครับไม่ใช่ bit depth

ความถี่สูงสุด (max frequency) เราเรียกว่า nyquist frequency ตาม nyquist-shannon theorem ครับ โดยจะมีค่าเท่ากับ sample rate /2 เพราะฉะนั้น ไฟล์ออดิโอ 44.1kHz จะมีแบนด์วิดธ์ 22.05kHz ที่เกิน 20kHz ขึ้นไป เอาไว้เป็นเหมือนบัฟเฟอร์โซนให้ low pass filter พวกน้อยส์ที่เกินมาจากการแปลงมาจากมาสเตอร์ครับ (การออกแบบ LPF ให้ cutoff แบบตรงๆเลยมันยาก ถ้าลาดขึ้นมาจะง่ายขึ้นครับ)

ไฟล์ 96kHz จะมีแบนด์วิดธ์ = 48kHz
ไฟล์ 192kHz จะมีแบนด์วิดธ์ = 96kHz

ปัญหาอาจจะไม่ใช่หูเราไม่ได้ยิน แต่คืออุปกรณ์บางชื้น โดยเฉพาะพวกวินเทจ ในซิสเต็ม (signal chain) เรามันไม่ได้รองรับความถี่ที่เกินหูคนรับได้ไปได้มากนักเพราะถูกออกแบบมาให้รับอินพุทในช่วงใกล้ 20-20,000Hz ผลคือความถี่ ultrasonic พวกนี้ที่เกินหูคนเรา ไปทำให้อุปกรณ์บางตัวทำงานเพี้ยน หรือมีค่ากากลง ในช่วง audible band (20-20kHz) ครับ ถ้าอุปกรณ์ของคุณเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ เช่นพวกที่ติดสติ้กเกอร์ hi-res audio มาให้ คุณน่าจะมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยผู้ผลิตอุปกรณ์คุณได้ทดสอบแล้วว่าอุปกรณ์นี้จะสามารถทำงานกับสัญญาณความถี่สูงระดับ 96kHz ได้ หรือจะมี noise level ต่ำกว่า -144dB ของไฟล์ 24bit เพื่อให้เวลาที่เร่งเพลงดังขนาด 174dB (เพื่อฟังในห้องที่เงียบ 30dB แล้ว) แล้วน้อยส์ไม่มากลบเสียงดนตรีครับ แต่ประเด็นคือยังไม่มี true 24-bit dac เลยเนี่ยสิ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
"WAV 32 bit , WAV 24 bit , flac 24 bit ที่ 96kHz มันคุณภาพเดียวกันไหมครับ"