Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

ใครเคยเห็นไฟล์ .flac ความถี่ขนาดนี้บ้างมั้ยครับ ดีหรือไม่ บังเอินได้มา จะเอามาเบิร์นเสียง

OhmiiZz

28/10/2017 14:00:24
0



ความที่พุ่งไป 40000HZ อ่ะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

Furch

28/10/2017 15:22:05
624



อยู่ที่ sampling rate ของแต่ละไฟล์นะครับ เยอะกว่านั้นมากก็มีครับ 
รูปข้างล่างผมเปิดเพลงที่ 24bit 192k มา ตั้งไว้ 80kHz ยังทะลุไปได้อีก

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

โอ้โห

28/10/2017 16:00:17
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 1 - Furch



อยู่ที่ sampling rate ของแต่ละไฟล์นะครับ เยอะกว่านั้นมากก็มีครับ 
รูปข้างล่างผมเปิดเพลงที่ 24bit 192k มา ตั้งไว้ 80kHz ยังทะลุไปได้อีก

โอโห นั้นไฟล์ flac ด้วยหรอครับ พึ่งเคยเจอนี่ละครับ ปกติจะเห็นยุ่ประมาน 21kHz
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

Artnoi

28/10/2017 16:59:06
425
ไฟล์ pcm จะมี sample rate ที่ 2 เท่าของ frequency range ครับ ตาม nyquist theorem ที่ digital audio พัฒนามาจากครับ

cd audio จึงมี sample rate 44.1kHz เพื่อ represent ความถี่ 22kHz ครับ
ส่วนช่วง 2kHz ที่เกิน 20kHz ซึ่งเป็น upper limit ของ human hearing นั้น เอาไว้ทำ head room ตอนใส่ anti-aliasing filter ครับ

ส่วนความถี่สูงๆนั้นดีหรือไม่ ระดับ 80kHz ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่ได้ยิน 5555555

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Nyquist_frequency
https://en.m.wikipedia.org/wiki/44,100_Hz
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Nyquist–Shannon_sampling_theorem
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 4

OhmiiZz

28/10/2017 19:17:47
0
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - Artnoi
ไฟล์ pcm จะมี sample rate ที่ 2 เท่าของ frequency range ครับ ตาม nyquist theorem ที่ digital audio พัฒนามาจากครับ

cd audio จึงมี sample rate 44.1kHz เพื่อ represent ความถี่ 22kHz ครับ
ส่วนช่วง 2kHz ที่เกิน 20kHz ซึ่งเป็น upper limit ของ human hearing นั้น เอาไว้ทำ head room ตอนใส่ anti-aliasing filter ครับ

ส่วนความถี่สูงๆนั้นดีหรือไม่ ระดับ 80kHz ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่ได้ยิน 5555555

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Nyquist_frequency
https://en.m.wikipedia.org/wiki/44,100_Hz
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Nyquist–Shannon_sampling_theorem
ถ้างั้นเบิร์นหูฟังด้วยไฟล์แบบนี้จะดีกว่าหรือเปล่าครับ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

tintin3274

28/10/2017 22:26:31
2
ครับผม ปกติดีครับ เพลงญี่ปุ่นนี่จะเยอะมาก เค้าเรียกกันว่า Hi-Res Audio คือเหนือมาตรฐานขึ้นไป ถามว่าดีไหม ตอบว่าดีครับ ฟังประจำ =w=

http://rev.at1987.com/articles/high-resolution-audio-definition/
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

Artnoi

28/10/2017 23:25:21
425
ถ้าถามผม การเปิดเบิร์นด้วยไฟล์ที่มีความถี่ระดับ 80kHz ด้วยหูฟัง คงไม่มีผลเสียอะไรหรอกครับ ส่วนผลดีผมขอไม่ออกความเห็น

หูฟังผมส่วนใหญ่ on paper มีสเปคไม่เกิน 30-40kHz (หูเก่าสมัยก่อนยุคสติ๊กเกอร์ Hi-res Audio) ถ้ามีสัญญาณความถี่สูงกว่านั้นขึ้นมา ผมว่ามันคงเหมือนการทำงานโอเวอร์ spec ครับ มันอาจจะ
(1) ไม่สั่น
(2) สั่น แต่เพี้ยนสูง
(3) induce IMD into audible range

ผมยังไม่เห็นข้อดีในแง่การเซ็ทอินของไดรเวอร์ แต่ก็ไม่เห็นอันตรายอะไรครับ เพราะความถี่สูงๆที่ว่า ถ้าอยู่ในเพลงคงไม่ได้ดังอะไร ไม่งั้นแฟนเพลงคงโทรไปด่าพ่อคนมิกซ์ (ดูจากรูปแรก 30kHz อยู่ที่ -70dB) เพราะฉะนั้นหากเปิดความดังปกติ ความถี่สุดแสบคงไม่ได้มีพลังร้ายแรงจนทำร้ายหูฟังได้ครับ เพราะฉะนั้น ถ้าใช้แล้วรู้สึกดีขึ้นก็ใช้ครับ

ส่วนตัวผมไม่ค่อยเบิร์นละนะครับ ถ้าจะเบิร์นก็ใช้ 15m of pink noise + 5m of silence ครับเพราะผมรำคาญเสียงเพลงและไม่อยากให้ไดรเวอร์หูฟังเสียดสีจนร้อน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 7

tintin3274

28/10/2017 23:28:06
2
ก่อนจะพูดถึงว่าหูฟังจะสามารถขับได้ไหม คงต้องดูสเปคของ DAC-AMP กับการตั้งค่าก่อนด้วยครับ บางรุ่นไม่รองรับความละเอียดสูง (เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีแล้ว) =w=
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

Furch

29/10/2017 00:06:48
624
เออ เพิ่งกลับมาดู อัพรูปข้างล่างแต่รูปอยู่ข้างบน 555

เรื่องเบิร์น เปิดเพลงที่ฟังอยู่ปกติ แล้วก็เลือกเพลงที่มีความถี่แตกต่างกัน คละๆ กันไปให้ครบทุกย่านก็พอแล้วครับ
หรืออีกอย่าง เป็นวิธีที่ผมใช้ ฟังแล้วขาดอะไร อยากได้อย่างนั้นก่อน ก็อัดเพลงแบบที่เราฟังแล้วขาดไปเยอะหน่อยๆ ตอนเบิร์น  
ไม่ต้องไปสรรหาไฟล์พิสดารมาเบิร์น ระดับ cd quality ก็เพียงพอต่อการเบิร์นแล้วครับ IMO

ผมเชื่อว่าคุณภาพของหูฟังมันถูกเซตไว้ ตั้งแต่การออกแบบ อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นหูฟัง ฯลฯ แล้ว ฉะนั้นเมื่อเบิร์นจนครบ ชม. ที่ควรจะเป็นแล้ว
เสียงของหูฟังแต่ละตัว ที่ brand เดียวกัน รุ่นเดียวกัน มันจะไม่ต่างกันจนเหมือน เนื้อไก่ กับ เนื้อวัว 

ปล. ถ้ารับได้กับเสียงหูฟังใหม่ จะไม่เบิร์นแล้วใช้วิธีฟังเรื่อยๆ ตามพี่ Artnoi ก็ดีครับ โตไปด้วยกัน จะได้เห็นพัฒนาการของหูฟังที่เราเลือกมา แต่ผมทนไม่ไหว -..-"
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
"ใครเคยเห็นไฟล์ .flac ความถี่ขนาดนี้บ้างมั้ยครับ ดีหรือไม่ บังเอินได้มา จะเอามาเบิร์นเสียง"