Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

รีวิวพระกาฬตอบจริง Dita Audio (สัจจะวิสัชนา)

นายมั่นคง

01/07/2015 02:07:57
2,931





คติพจน์ของ DITA audio :

“It’s been our dream to find an answer to the truth” Dita
"การค้นหาคำตอบ (Answer) อันนำพาสู่สัจธรรม (Truth) คือความฝันของพวกเรา" - Dita

วันนี้จั่วหัวรีวิวด้วยคติพจน์หรือคำขวัญอันหนึ่ง ที่ผมเองตอนแรกอ่านเจอก็รู้สึกแปลกใจว่า เออหนอ เจ้าคนที่ตั้งคำขวัญหรือคำนิยม หรือจะเรียกคำว่าอะไรก็แล้วแต่ ถ้าลองถึงขั้นกล้าตั้งออกมาได้ขนาดนี้ และแปะหราติดไว้หน้าเว็บไซต์ตนเอง ถ้าไม่เพี้ยนก็ต้องมั่นอกมั่นใจอะไรบางอย่างจนกล้าเอ่ยวาทะออกมาประมาณนี้


ความเป็นมา :

ใช่แล้วครับ วันนี้ผมจะรีวิวถึงหูฟังแบรนด์หนึ่ง ที่ชื่อว่า Dita Audio นั่นเอง นานมากๆที่ผมไม่ค่อยได้เขียนรีวิว เหตุหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะความเกียจคร้าน คือคนเราพอไม่ได้เขียนอะไรนานๆ หรือมัวเพลินไปทำอะไรอย่างอื่นนานๆ เช่นถ่ายคลิปวีดีโอ มันก็ทำให้รู้สึกขี้เกียจ และทรยศงานหลักของตัวเองด้วยการบ่ายเบี่ยงไปทำอย่างอื่นแทนซะ 555

อีกเหตุหนึ่งก็คือ สินค้าที่ออกมาในช่วงหลังๆ ยังไม่มีอะไรท้าทายหรือชวนให้สะกิดใจหรือสร้างความตื่นเต้นให้ผมต้องมานั่งเขียนถึงนั่นเอง ครั้นจะเขียนส่งเดชมันทุกอย่างไป ผมว่านอกจากคนอ่านจะไม่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ เผลอๆ พาลเกลียดขี้หน้าว่างานเขียนไม่ค่อยมีคุณภาพ หรือออกมาเขียนเชียร์ตะพึดเพื่อสักแต่ว่าจะขายสินค้าให้ได้ไปวันๆ 555

งานเขียนอันนี้ผมคิดว่าน่าจะยืดยาวพอสมควรครับ ท่านใดที่ใจร้อน สามารถเลื่อนไปอ่านพารากราฟสุดท้ายได้ทันที เพราะน่าจะมีค่าเท่ากันครับ 555 แต่ท่านใดที่ว่างๆ และอยากจะรู้ที่มาที่ไปโดยละเอียด(แต่ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่า) ก็ลองติดตามอ่านไปได้เรื่อยๆนะครับ ผมเองกำลังจะเล่าถึง Dita แบบละเอียดๆๆ และในแง่มุมของคนเล่นคนหนึ่งที่ได้จับต้องอะไรที่นานๆ มันจะถูกใจซักครั้ง

บ่ายวันหนึ่งที่มั่นคงเรือธง มีที่ท่านหนึ่งนามแฝงว่าพี่ ส แกพาชายหน้าตาจี๊นจีนคนหนึ่งมาที่ร้าน โดยผมเองไม่ทราบมาก่อนว่าพี่ ส นี่คือใครและชาวจีนซึ่งหน้าตาสู้ผมไม่ได้นั่งอยู่คู่กันคือใคร แล้วพี่ ส ก็แนะนำผมว่าแกเป็นคนเล่นหูฟังคนหนึ่ง ซึ่งแกไม่ได้บอกว่าแอบเมียเล่น หรือกล้าๆเล่นด้วยตนเอง พี่ ส บอกกับผมว่า อีตาอาเฮียคนนี้คือมิสเตอร์เดสมอน (Desmond) ซึ่งผมก็ตะโกนโฮกๆๆทักทายสวัสดีด้วยภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างอัปยศของผมกับ Desmond

Desmond ยื่นนามบัตรของแกให้ผม 1 ใบ ส่วนผมยื่นอากาศให้แก 1 ครั้ง พร้อมกับโบกมือโบ๋เบ๋ว่าผมไม่เคยพิมพ์นามบัตร ซึ่งอีตา Desmond ก็เข้าใจและหัวเราะร่วนเป็นไข่เค็ม Desmond แนะนำตัวว่าแกเป็นเจ้าของ Dita Audio โดยทำกับหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งชื่อ Danny โดยตัวเองนั้นเป็นคนเล่นเครื่องเสียงแบบขนาดหนักมาก่อนชั่วชีวิต (เล่นขนาดหนักนั้นผมหมายถึงเล่นเครื่องเสียงไฮเอนด์) และแกโม้ว่าแกทำหูฟังที่แกคิดว่ามันให้เสียงที่เป็น Hi-Fidelity ที่สุด

ผมยักหน้าหงึกหงัก โดยมีพี่ ส. คอยทำตัวเป็นกูเกิ้ลทรานสเลท(ไม่ใช่ทานเสลด) พี่ ส.ช่วยผมตลอดการสนทนา ผมถามคุณ Desmond ว่าแล้วไงต่อ ซึ่ง Desmond ถามผมว่ารู้จักหูฟังของแกไม๊ ผมตอบว่าไอด๊อนท์โนว์ ซึ่งหูฟัง Dita นั้นเป็นหูฟังที่ผมแทบจะตกสำรวจไปอีกตัวหนึ่งจริงๆ ผมเพียงเห็นผ่านตาในเว็บ Headfonia และประปรายในเว็บบอร์ดมั่นคง Desmond ทำหน้าเหมือนผิดหวังเล็กน้อย แต่ยังคงเก็บอาการคล้ายๆตอนที่ปาเกียวโดนเดอะมันนี่ต่อยเข้าลิ้นปี่

มิสเตอร์ Desmond บอกไม่เป็นไร ถ้าไม่รู้งั้นรู้เดี๋ยวนี้ซะเลย แล้วแกก็ควักระเป๋าสะพาย ซึ่งผมมองแล้วคล้ายๆกระเป๋าล่วมยาขนาดเขื่อง แกหยิบหูฟังออกมาบนโต๊ะ 2 ตัว แล้วบอกให้ผมลองฟังดูว่าเป็นไง จำได้ว่าผมหยิบไอโฟนกะโหลกกะลาของผมออกมาลองฟัง โดยแบ่งกับเบียสสลับกันไปมาคนละตัวแนวสวิงกิ้ง (จึ๋ยๆ) ผมขยับหูฟังย๊อกแย๊กอยู่พักนึงกว่าจะเข้าหู และพอเข้าที่และตั้งใจฟังไปได้ซัก 4-5 นาที ผมก็ดึงหูฟังออก แล้วบอกว่าโอวววว มายก๊อด คิดฮอดหลายย

ผมบอกว่ายูตั้งใจบินมาไทยเพื่อมาหาไอเลยหรือนี่ ผมแอบดีใจที่มีคนตั้งใจบินมาหา ดูแล้วตัวเองมีคุณค่ายังไงชอบกล แต่ Desmond บอกหน้าตาเฉยว่าเปล่า ไอพาลูกเมียมาเที่ยว มาไหว้พระพรหมเอราวัณตรงแถวนี้ต่างหาก ไอเลยลองแวะมาดูถ้าไม่เจอยูไอก็กลับ เดี๋ยวว่าจะพาลูกไปเที่ยวสวนสยามและสวนจตุจักรต่อ ซึ่งที่เล่ามาก็ไม่มีอะไรครับ ย่อมาเหลือบ้นทัดเดียวก็คือ Desmond บังเอิญมาเที่ยวไทย และอยากจะแนะนำสินค้าให้ผมได้ทดลองฟังก็แค่นั้น 555


แนวคิดของ Dita :

ผมคุยกับ Desmond อย่างถูกคอ แต่ผมไม่รู้ว่า Desmond ถูกคอผมหรือเปล่า Desmond บอกว่าเค้าเล่นเครื่องเสียงมานาน แต่ตลาดเครื่องเสียงนั้นเป็นอะไรที่ไม่ท้าทาย แต่สิ่งที่ท้าทายก็คือตลาดหูฟังมากกว่า เพราะแกบอกว่าในตลาดหูฟังนั้น ยังหาหูฟังที่ให้เสียงแบบที่แกอยากได้ไม่มีซักราย Desmond บอกผมว่า แกมีแนวคิดที่จะหาวิธีทำหูฟังที่ให้เสียงออกมาดีที่สุด โดยไม่สนใจกระแสว่าเค้ากำลังโหนเทรนด์อะไรอยู่ โดย Desmond บอกว่า แกทดลองและทดสอบมาหลายปี และก็พบว่า หูฟังแบบไดรเวอร์ไดนามิก เป็นหูฟังที่ตอบสนองเสียงแบบที่แกต้องการได้ดีที่สุด

ถ้าท่านกดปุ่มย้อนไปดูข้างบนจะเห็นว่า Desmond เขียนคำอุดมไว้หรูเริ่ด อารมณ์ก็ประมาณว่า การค้นคว้าหาคำตอบว่าอะไรให้เสียงที่ดีที่สุด ซึ่งตอบสนองความจริงได้ดีที่สุด นั่นคือความฝันของเรา (ซึ่งก็คือของเจ้า Desmond และ Danny นั่นเอง โอ๊เย) ซึ่งผมเล่ายาวเป็นวักเป็นเวร แต่ก็ดันลืมบอกท่านไปว่า Desmond คือคนสิงคโปร์ และหูฟัง Dita ก็มีสัญชาติสิงคโปร์และกำเนิดในสิงคโปร์ โดยมีแนวคิดที่ชัดเจนในการเลือกไดรเวอร์ประเภทที่ตอบสนองได้ดีที่สุด และใช้วัสดุที่ดีที่สุด จับลงมาใส่รวมกันในหูฟัง Dita ก็เท่านั้น


ท่านเลือกฝั่งไหน :

หัวข้อนี้อาจจะฟังแล้วชวนตีกันหรือเหมือนชวนเพื่อนๆมาล้อมวงต้มบะหมี่มาม่าหมูสับหรือต้มยำกุ้งเคล้าดราม่าจริงๆ แต่ท่านที่เล่นหูฟังทั้งหลาย ท่านเคยสังเกตไม๊ว่า ทำไมท่านชอบหูฟังบางตัว และทำไมคนอื่นชอบตัวที่ไม่เหมือนท่าน และถ้าท่านสังเกตุให้ละเอียดเจาะลึกลงไปอีกนิด ท่านจะแปลกใจว่ามีคนที่ชื่นชอบหูฟังไดรเวอร์แบบไดนามิก กับคนที่ชื่นชอบหูฟังที่เป็นแบบ Balanced Amature (BA) ซึ่งจะว่าไปแล้วการที่ท่านชื่นชอบหูฟังที่ใช้ไดรเวอร์ประเภทต่างกัน ไม่มีใครถูกใครผิดซักหน่อย

หูฟังที่ใช้ไดรเวอร์แบบไดนามิก หรือแบบแป้นกลมๆ ที่มีแม่เล็กขนาดเล็กตรงกลาง มีลวดเล็กๆพันรอบ ไดรเวอร์แบบนี้เป็นไดรเวอร์แบบดั้งเดิม จะว่าไปแล้วมันถูกออกแบบและผลิตมานานเกินกว่า 3-40 ปี เป็นไดรเวอร์แบบตัวเดียวอันเดียวจบ ไม่ต้องมีนู่นนี่นั่นให้เปลืองต้นทุน เปลืองสมอง ไม่ต้องพึ่ง crossover แต่อย่างใด ตัวเดียวโดดๆ ขับความถี่ตั้งแต่ทุ้มสุดยันแหลมสุด ในยุคนี้อย่างเก่งก็แค่พัฒนาให้ไดรเวอร์มีขนาดเล็กลง แล้วเพิ่มแม่เหล็กที่กำลังสูงพวก Neodymium เข้าไป

ส่วนหูฟังแบบ BA นั้น ถูกออกแบบมาเป็นขนาดทรงสี่เหลี่ยมเล็ก สามารถเรียงต่อกันเป็นตับๆได้แบบตัวต่อ lego และยังสามารถเลือกได้ว่าจะให้ตัวไหนส่งความถี่ต่ำ ความถี่กลางหรือแหลม เอาแบบหยาบๆก็ทำแบบ 2 ทาง หรือแบบ 2 ไดรเวอร์ เอาแบบเต็มยศและระห่ำหน่อยก็ 10 ไดรเวอร์ ตัวตัดความถี่ก็ตามสั่ง จะให้ตัดตรงไหน ส่งเสียงแบบไหนก็ว่ามา สวยได้หล่อได้แบบเป๊ะๆ ซึ่งเทคโนโลยีอันนี้มาในใหม่ระดับ 5-10 ปี และยังพัฒนาต่อไปได้อีกยาวไกล

แล้วทำไม๊ทำไม Dita ดันมาเลือกไดรเวอร์ไดนามิก ก็ในเมื่อการทำหูฟังแบบ BA นั้นยากกว่ามาก ให้ความเที่ยงตรงกว่ามาก และ Dita เองก็ยอมรับว่าการทำหูฟัง BA ให้เสียงดีนั้นยากมาก แต่การทำหูฟังแบบไดนามิกที่ให้เสียงดีกว่า BA นั้นยากมากกว่า....หลายท่านอ่านมาจนถึงตรงนี้อาจจะงงว่า แล้วตกลงจะให้กูเลือกอะไร ตอบท่านว่าไม่มีสิ่งใดผิดหรือถูกหรอกครับ แต่ผมจะไกด์คร่าวๆ ว่าแบบนี้ครับ

- หูฟังแบบ BA ให้ความเที่ยงตรง ชัดเจน คมชัด รายละเอียดสูงถึงสูงมาก อยากทุ้มแหลมขนาดไหน BA ทำได้
- หูฟังแบบ Dynamic ให้ความต่อเนื่องลื่นไหล ผ่อนปรนและมีความเป็นดนตรีสูง แต่อาจจะเสียเปรียบ BA ในเรื่องความชัดเจน

เปรียบไปก็เหมือนดูทีวี OLED จอรุ่นใหม่ล่าสุด กับทีวีพลาสมา จอรุ่นเก่า เอาเป็นว่า ท่านชอบอะไร ???


รูปลักษณ์และวัสดุ :

ตัวเฮาส์ซิ่ง = หลังจากพล่ามไปยาวในพารากราฟข้างต้นและก็ไม่รุ้ว่าถูกหรือเปล่าด้วย 555 คราวนี้ก็มาถึงการเล่าถึงตัววัสดุต่างๆที่ทาง Dita เลือกใช้กันครับ เริ่มต้นคือตัวเฮาส์ซิ่งหรือตัวหูฟังนั่นแหละครับ ทาง Dita เค้าเรียกว่า Chassis ครับ แต่ผมเรียกเฮาส์ซิงเสียเองจะดีกว่า ตัวเฮาส์ซิ่งของ Dita ทำเก๋ด้วยการเลือก Aluminium เบอร์ 6061-T6 แล้วมาทำการ CNC ด้วยเครื่องสลักแกะเป็นรูปร่าง

แอบไปค้นกูเกิ้ลมา ปรากฏว่าตามฟอร์มครับ 6601-T6 เป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่งเป็นเบอร์ต้นๆ ทนต่อการกัดกร่อนของสนิมได้ดีเลิศ และสามารถเชื่อมประสานได้ติดกันอย่างคงทนถาวรยิ่งกว่าสักคิ้วถาวรซะอีก ซึ่งทาง Dita เค้าอธิบายคร่าวๆไว้ในเว็บว่าเหตุที่ต้องเลือกเป็นอลูมิเนียมนั้น เนื่องจากวัสดุประเภทอื่นเช่นพลาสติก มีการรีโซแนนซ์ที่เกิดมาจากตัวของมันลงไป ซึ่งหลักการที่ Dita ใช้นั้นก็ประมาณว่าดูเอาจากหลักการทำงานของลำโพงไฮเอนด์ของเครื่องเสียงบ้านนั่นแหละ

และสิ่งที่ทำให้ Dita แทบหมดตูดก็คือการลงทุนวิจับ R&D ว่าจะเอาอะไรมาทำเป็นตัวเฮาส์ซิ่งดีนั่นเอง ผมตั้งข้อสังเกตุอีกนิดนึงครับ ตัวเฮาส์ซิ่นั้นมีขนาดเป็นทรงกลม คือกลมเท่ากันแบบวงกลมเรขาคณิต และมีขนาดความหนาที่หนาเอาเรื่องอยู่ ซึ่งตอนแรกที่ผมเห็นตัวเฮาส์ซิ่ง ผมยังอดนึกสงสัยว่ามันจะวางเข้าไปในหูได้อย่างไร แต่พอมองไปที่ท่อนำเสียงหรือ Canal แล้ว ต้องบอกว่า Dita แยบยลมากที่เลือกทำท่อนำเสียงที่คำนวนค่าเฉลี่ยของหูมนุษย์ไม่รู้กี่หูต่อกี่หูมาเป็นเกณห์เฉลี่ยในการทำหูฟังของ Dita และหลังจากวางหูฟังเข้าตำแหน่งแล้ว มันจะแนบไปกับใบหูแบบเนียนๆ ไร้รอยต่อทอเต็มผืนประมาณนั้น 555

สายสัญญาณ = สิ่งที่เป็นความภูมิใจของอีตา Desmond มากๆๆก็คือสายที่เค้าเลือกใช้ครับ ตอนนั่งคุยกันตา Desmond ส่งให้ผมยึดปลายสายหูฟังไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งตา Desmond ออกแรงฉุดไว้ อารมณ์คล้ายๆ การเล่นชักคะเย่อ คือให้ผมดึงสายหูฟังเย่อกับเค้าดูว่าจะขาดหรือไม่ แต่ปรากฏว่าเปล่าครับ สายยังคงเหนียวทนทานไม่มีอาการถอดใจว่าจะขาดได้ง่ายๆ ซึ่งข้อนี้ผมเฉยๆ ในใจผมก็นึกว่ามันจะขาดไปได้ยังไง ก็ฉนวนหุ้มมันหนาขนาดนั้น และคนซื้อคนไหนมันจะบ้าซื้อหูฟังแล้วไปนั่งดึงสายชักคะเย่อเล่นกับเมียหรือลูกที่บ้าน 555

เอาเป็นว่าการโชว์ดึงสายหูฟังแบบจอมพลังเป็นอันพับไป คือผมดูแล้วเหมือนปา่ที่จืดชืด ไม่สร้างความตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เพื่อไว้หน้า Desmond ผมจำเป็นต้องทำตาโตด้วยความประหลาดใจ และส่งเสียงฮือฮาให้แลดูตืนเต้น โดยเฉพาะเจ้าเบียสนั้นส่งเสียงโอ้โฮราวกับเชียร์ปาเกียว(เวอร์ซะ) แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สายหูฟังนั้นเป็นของค่ายมิดทูไฮเอนด์อย่าง Van Den Hul นั่นเองซึ่งไม่ใช่การไปซื้อสายสำเร็จรูปแล้วมานั่งปอกเปลือกแล้วตัดมาใช้ แต่ Dita บินไปคุยและไปเจรจากับ Van Den Hul เพื่อให้พัฒนาสายร่วมกันหน่อย

โดยทาง Dita บอกว่าไม่มีอะไรมากมาย ง่ายๆกล้วยๆ คือแค่บอกทาง Van Den Hul ว่าทำสายที่ดีที่สุดมาให้หน่อย เท่าที่ประสบการณ์ 30 ปีของ Van den hul จะพึงมี ซึ่งฟังแล้วดูเก๋เท่ และดูเหมือนอาจจะโดนเตะได้ถ้า Desmond ขืนไปต่อราคาทาง Van Den Hul หนักๆ 555 และสายทีว่าก็คือสายที่ทาง Dita ภูมิใจนำเสนอว่า "The Truth" หรือความจริงนั่นเองครับ ซึ่งสายสัญญาณที่เลือกใช้ในหูฟังของ Dita มี 2 รุ่น ก็คือ The Truth และ The Fat ครับ

ซึ่ง The Fat เป็นสายที่ทาง Dita ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง และเป็นสายที่ให้ Noise ต่ำทีสุด มีฉนวนที่พันกันยาก และทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ยกเว้นน้ำท่วมกับแผ่นดินไหวซึงต้องตัวใครตัวมันว่างั้น 555 ซึ่งสายไอ้อ้วน หรือ The Fat นั้นถูกวางให้ใช้ในหูฟังรุ่น Answer ส่วนสาย The Truth ถูกวางไว้ในหูฟังชื่อ The Truth นั่นเอง บอกตามตรงผมแอบขัดใจเล็กน้อย ตรงเรื่องการตั้งชื่อ คือผมคาดว่า Desmond น่าจะมีความเป็นศิลปินมากจนเกินความจำเป็น ถึงได้ลิขิตคำอะไรที่เวอร์ๆออกมา 555

แต่ที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งก็คือ ทาง Dita ทำกระเปาะเล็กๆ แบบเจาะช่องหน้าต่างเล็กๆให้เราได้มองเห็นสายที่เปลือยฉนวนออก ผมถือว่าจุดนี้เป็นจุดที่กิ๊บเก๋ยูเรก้ามาก เพราะคนซื้อได้เห็นวัสดุไปเพลินๆขณะฟัง ดูไปก็มั่นใจไป ฟังก็มีความสุขกันไป ตัวสายผมคาดเดาจากเสียงน่าจะเป็นทองแดงบริสุทธิ์เคลือบเงินครับ แต่ในส่วนจุดที่บัดกรี ทาง Dita ระบุไว้ใชัดเจนว่าใช้ตะกั่วเงินสั่งทำพิเศษแบบไม่ใส่ถั่วงอกจากทาง Van Den Hul เพิ่มอีกด้วย โอววว แม่เจ้า

ข้อที่หลายคนมองเรื่องสายแล้วอาจจะขัดใจคือเรื่องการเปลี่ยนสายครับ บางคนซื้อหูฟัง แต่ไม่ได้สนใจว่าเสียงมันเป็นอย่างไร แต่ดันไปพิจารณาว่าหูฟังตัวนั้นตัวนี้เปลี่ยนสายได้หรือเปล่าแทน ซึ่งจริงๆแล้วผิดถนัดในหลักการของ Dita เพราะทาง Dita บอกว่าฉันออกแบบเสียงมาทุกอย่างดีหมด เลือกใช้สายที่ดีที่สุดแบบไม่ต้องอัพเกรดอีกแล้ว ไยสูเจ้ายังจะไปงมงายเรื่องเปลี่ยนสายทำไมเล่า ก็ถือว่าเป็นจุดแข็ง และคิดบวกก็คือเจ็บตัวครั้งเดียวจบ ไม่ต้องสะเงาะสะแงะไปหาสายอัพเกรดให้เมื่อยภายหลัง

ไดรเวอร์ = อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ทาง Dita บอกว่าไม่สามารถจะเดินตามก้นใครได้ ชาวบ้านเค้าจะแห่ทำอะไรก็ช่าง แต่ Dita เลือกจะทำสิ่งที่ง่ายแต่ดีที่สุดแบบ Simple the Best ไดรเวอร์ที่ทาง Dita เลือกใช้นั้นไม่ใช่ไปหยิบเอาจากบ้านหม้อ แล้วมาลุงตู่ว่าเป็นของดี แต่เป็นไดรเวอร์ที่สั่งผลิตขึ้นมาเฉพาะ โจทย์คือต้องเบาโคตรๆ และต้องมีความแกร่งสูงสุด ไม่สะบัดตัวตอนเปิดดังๆหรือเร่งโวลุ่ม เพื่ออะไรหรือ ก็เพื่อให้ความถี่ต่างๆทุกย่าน ถ่ายทอดได้อย่างเที่ยงตรงและสม่ำเสมอตลอดที่ความดังทุกระดับ (ยกเว้นระดับงานวัดหรือพวกหูดับนะเออ) ขนาดกำหนดไว้ที่ 10 มม และถูกเรียกว่า Ultra Wide Bandwitdh

ข้อสังเกตุอีกข้อของผมก็คือ ไดรเวอร์ต่างๆในลำโพงบ้านที่เราฟังๆกันอยู่ ส่วนมากเป็นระบบไดนามิกเกินกว่า 90% คือยังคงเป็นรูปทรงกลมๆ มีวอยซ์คอยส์และกำเนิดเสียงส่งผ่านไดอะแฟรม ซึ่งลำโพงที่ใช้หลักการอื่นๆก็พอมีนะครับ แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ จะเทียบจำนวนรุ่นแทบจะนับรุ่นกันได้ ผมว่านี่เป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทาง Dita ก็คิดคล้ายๆกันครับ และสิ่งที่ Dita เลือกจะใช้ไดรเวอร์แบบไดนามิกไดรเวอร์เดียวก็คือเค้าไม่ต้องการให้สัญญาณไปไหลเวียนผ่านวงจร Crossover ซึ่งอาจจะมีการผันแปรของเสียงได้ (อะไรที่ต้องให้สัญญาญไหลผ่าน ความบริสุทธิ์นิยมลดลงทั้งนั้นแหละ)

และ Dita เลือกใช้ไดรเวอร์เดียวกันในทุกๆรุ่นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุดอย่าง answer หรือ Balanced ก็ใช้ไดรเวอร์เดียวกัน ซึ่งอันนี้เข้าใจได้ว่าทาง Dita คงไม่มีเวลามาผลิตไดรเวอร์ออกมาหลายๆตัว สู้ทำรุ่นเดียวแต่ทำให้มันดีที่สุดไปเลยไม่ได้ และเมื่อทำออกมาแล้วก็จับใช้ซวดรวด 3 รุ่นเลยก็แล้วกัน และไปใช้วิธีแบ่งรุ่นด้วยการอัพเกรดสายลงไปแทน ผมชอบมากเลยครับ ตรงที่ตอบกันตรงๆ ตอบกันตามจริงให้คนทราบว่าใช้ไดรเวอร์เดียวกันในทุกรุ่น ไม่ต้องมานั่งอ้อมแอ้มโกหกพกลมไปวันๆ 555

จะบอกว่า Dita เอาง่ายเข้าว่า หรือหลักการของ Dita นั้นดีเยี่ยม ก็แล้วแต่ดุลพินิจของทุกท่านแล้วงานนี้ เพราะนี่คือการยืนหยัดของชายทรนงที่บอกว่าตัวเองทำหูฟังเพราะความฟังเป็น ไม่ได้ทำหูฟังเพราะว่าต้องทำตามเทคโนโลยี!!! ป้าบเข้าให้ไม๊ครับท่าน 555 หลายท่านอ่านมาถึงตอนนี้ อย่านึกว่าผมก๊อปเอาจากเว็บเค้าแล้วมาแปลนะครับ ผมอ่านและวิเคราะห์โดยใส่ความเห็นของผมประกอบไปตลอด มิได้ลอกการบ้านเหมือนที่เว็บใต้ดินที่เค้าชอบส่งการบ้านและลอกการบ้านกันแน่นอน 555

หัวแจ็ค = ทาง Dita ผลิตหัวแจ๊คขึ้นมาเองครับ ในเว็บเค้าเรียก Plug แต่เอาเข้าใจแบบไทยๆผมเรียกว่าหัวแจ็คก็แล้วกัน หัวแจ๊คนั้นทาง Dita เลือกที่จะทำหัวที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้ นั่นหมายความว่าเล็กพอจะยัดไอ้สาย Van Den Hul ที่อุตส่าห์คิดหัวแทบปูดลงไปให้ได้ โดยวัสดุเลือกคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ทนทาน ไม่เป็นสื่อแม่เหล็กหรือสื่อนำไฟฟ้า ซึ่ง Dita บอกว่า ก่อนจะมาลงทุนทำหัวแจ็คส่วนตัว Dita เอาแจ็คมาเป็นเข่งๆๆมาทดลองแล้ว ปรากฏว่าไม่ถูกใจเสี่ย Desmond ก็เลยต้องผลิตแจ็คส่วนตัวออกมานั่นเอง

วัสดุที่เราเห็นกันเหล่านี้ อาจจะแลดูเทอะทะในสายตาคนเล่นหูฟังหน้าใหม่ๆ แต่ผมว่าในคนเล่นหูฟังที่ผ่านวันเวลาของการเลือกเฟ้นมาแล้ว คงไม่มีใครมาใส่ใจอะไรในเรื่องเหล่านี้ครับ คนเล่นมาพักนึงหรือเล่นมานานๆ ความเคยชินที่ชอบสีสันสดใส หน้าตาต้องหล่อก่อนเสียง แพจเกจต้องอลัง สุดท้ายผมเห็นโยนทิ้งหมด แล้วมาเลือกเอาไอ้ที่ให้เสียงดีๆๆเอาไว้เป็นเพื่อนร่วมทางแบบจริงๆจังๆ สวยแต่รูปมันจูบไม่หอม ใครๆก็รู้ล่ะงานนี้ 555


จำนวนรุ่นหูฟังของ Dita :

Dita ทำตัวอินเทรนด์ด้วยการออกแบบมาเพียง 3 รุ่น ยึดแนว minimalist หรืออาจจะเรียกแนวขี้เกียจทำมากรุ่นก็ยังได้ คือทำไม่ต้องมาก แต่ทำให้มันดีไปเลย ซึ่งผมว่าไม่เลว เพราะจากประสบการณ์ที่เห็นมานาน ยิ่งมากรุ่น ยิ่งเลือกยาก และเหมือนยิ่งไม่โฟกัสให้โดนใจคนฟังเข้าไปใหญ่ เรามาดูกันว่าหูฟัง 3 รุ่นมีอะไรบ้างนะครับ

- รุ่น The Answer เป็นรุ่นเล็กสุด ใช้ไดรเวอร์ Ultra Wide Bandwitdh และใช้สาย The Fat หรือไอ้อ้วน ที่ทาง Dita คิดและเลือกใช้ หัวเป็นขนาด 3.5 mm (ราคา 24,900 บาท)

- รุ่น The Answer (Truth Edition) ทุกอย่างเหมือนรุ่น Answer ยกเว้นสายหูฟัง ที่อัพเกรดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมาเป็นสาย Van Den Hul รุ่น The Truth หัวเป็นขนาด 3.5 mm (ราคา 37,900 บาท)

- รุ่น The Balanced (Black Edition) ทุกอย่างเหมือนกับ Answer Truth Edition เป๊ะ แต่ปลายสายใช้เป็นหัวบาลานซ์แบบ mini 2.5 mm (หัวแจ๊คที่แยกกราวด์ออกจากกัน)เพื่อใช้เล่นกับเครื่องเล่น Astell&Kern ได้ และมีสาย adapter ที่แปลงจากบาลานส์ 2.5 ไปเป็นแบบ mini 3.5 mm เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในการเล่นกับเครื่องเล่นทุกรุ่นในท้องตลาด (ราคา 49,900 บาท)


ซึ่งรุ่นต่างๆในไทยจะมีเท่านี้ครับ ส่วนพวก Gold Edition ต่างๆก็เหมือนกับตัว Black Edition ครับ คือเป็นสีทอง และก็มีขายในญีุ่ปุ่นเท่านั้น อันนี้เป็นคำบอกเล่าของคุณ Desmond ผิดพลาดให้ไปกล่าวโทษที่ desmond แทนก็แล้วกัน ส่วนรุ่นบาลานส์ก็สำหรับท่านที่มาทางสาย AK ส่วนท่านใดไม่ได้ใช้ AK ก็ไม่มีความจำเป็นในการต้องซื้อรุ่น The Balanced ให้เปลืองสตุ้งสตางค์ครับ ทุกอย่างในขั้นตอนผลิต เหมือนและทัดเทียมกันทุกอย่าง ผิดกันใสส่วนที่ผมได้บอกไว้เท่านั้นเองนะครับ 555


การสวมใส่ :

อันนี้เป็นอีกประเด็นที่ต้องคุยให้ฟังละเอียดเช่นกันครับ ในหูฟังทุกรุ่นของ Dita นั้น ออกแบบมาแบบให้คล้องหลัง คือใครที่ชอบแบบแนวทูอินวัน ประเภทใส่ตรงๆก็ได้ หรือใส่แบบคล้องหูก็ได้ อันนี้หมดสิทธิ์ครับ เพราะ Dita วางตำแหน่งของสายให้วิ่งคนละทางกันกับท่อ canal คือชาตินี้หมดสิทธิ์ใส่แบบตรงๆ ซึ่งบอกตรงๆ ผมอยากบอก Desmond ให้ออกแบบรุ่นตรงๆแบบใส่ตรงๆให้ผมซักตัว เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ขีเกียจใส่สายแบบคล้องหู

สายของ Dita นั้น ถ้าเป็นในรุ่นตัว Answer นั้นจะทำจากสาย The Fat หรือสายไอ้อ้วน ส่วนรุ่นอืนๆใช้สาย The Truth ซึ่งทำจากสาย Van Den Hul ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีคือแข็งกระโดกกระเดก ทำให้บางท่านที่ทดลองใส่ อาจจะต้องร้องครางว่าใส่ยากฉิบหาย ซึ่งอันนี้ต้องทำใจครับ เจ้าหูฟัง Dita นั้นมันไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นหูฟังที่ฟังเล่นๆ ก็เลยมีอะไรที่ออกจะผาดโผนและขัดใจคนซื้ออยู่เล็กๆ ซึ่งก็คือความแข็งของสายนี่ล่ะ

คราวนี้มาถึงจุดสำคัญ หลายคนที่ลองใส่ Dita ผมมั่นใจว่าใส่กันไม่เข้าแน่ๆๆ คือจากการทดลองใส่ของผมเอง ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆๆ กว่าจะเริ่มพอคลำเป้าเจอ คล้ายๆนักมวยที่ขึ้นเวทีต่อย พยายามรัวหมัดยิกๆๆ แต่ปรากฏว่าไม่เข้าเป้าเลย ปัญหาของ Dita ก็คือเวลาใครหยิบมาลอง ทุกคนจะพยายามจับมันคล้องหูและแยงท่อ Canal เข้าไปในรูหูก่อนให้ได้ พอหลังจากนั้นก็จะหันมาขยับและดึงสายให้คล้องหูให้เข้าที่

นั่นล่ะครับเวรเลย คือเมื่อเราใส่หูฟังเข้าที่ แล้วก็ดึงสายให้คล้องหูให้แนบทีสุดตามสเตป กะว่าเท่เต็มที่แน่ๆๆงานนี้ แต่ปรากฏว่าพอพยายามดึงายให้หล่อ เจ้าท่อที่ว่าก็เคลื่อนออกจากตำแหน่ง บางทีหลวม บางทีหลุด คราวนี้ก็ปล้ำใหม่ พอเสียบเข้าหู สายเริ่มหลุด ก็ไปดันท่อเข้าหู สายก็เริ่มหลุด ดึงไปดึงมาอยู่ในวงจรอุบาทว์ไปเรื่อยๆโดยหมดความสุข ผมเองเกือบจุะเขวี้ยงทิ้งในช่วงแรกๆแล้ว เพราะว่าพอขยับสาย เสียงที่ได้ก็เปลี่ยนไป

และต้องบอกสำหรับคนที่สนใจจะเล่น หูฟัง Dita นั้นไม่เหมือน inear ทั่วไป คือถ้าเรายัดเข้าด้วยความแน่นแบบเต็ม 100% เสียงที่ได้คือเสียงที่เลวครับ คือเบสต่างๆ รวมถึงเสียงย่านต่างๆจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลง ครั้นใส่แบบแค่แน่นระดับ 30% เบสจะหายหมด และยิ่งพยายามจะกดตัวหูฟังให้แนบลึกลงไปกับตัวหู หรือพยายามจะดึงสายหูฟังให้แนบกับหู ยิ่งทำให้ท่านหลงทิศหลงทาง

แนวทางแก้ไขก็คือ เลิกสนใจประเด็นเรื่องการคล้องหูไปก่อนครับ เพราะสายที่เค้าดัดด้วยความร้อนมานี้ มันยากที่จะแนบไปได้ ทางที่ดีที่สุดก็คือใส่แบบแขวนไว้ลอยๆ แบบช่างหัวแม่งมัน 555 ให้ใส่แค่พอคล้องไว้ตามทิศทาง แต่ให้ไปจับตัวหูฟังใส่ให้เข้าตำแหน่งให้ดีทีสุดก่อนครับ ผมแนะนำว่าควรใส่ด้วยความลึกที่พอดี และตัวเฮาส์ซิ่งควรวางแบบลอยๆไว้หน่อยนึง ไม่งั้นเสียงที่ได้จะออกไปทางทึบ ลองดูครับ พอใส่ได้ตำแหน่งที่ลอยได้พอดีๆๆ เสียงที่ดีที่สุดจะบอกท่านเอง

หลายท่านอาจจะหัวเราะว่ากะอีแค่นี้เหรอที่จะต้องมาบอกกัน ผมกล้าบอกเลยว่า หลายท่านอาจจะไม่ได้ยินเสียงที่จริงๆ จากมันเลย ถ้าการสวมใส่ไม่ได้ตำแหน่ง Sweet Spot ที่ดีที่สุด ผมว่าเจ้า Dita นั้นเล่นยากนิดนึงคล้ายๆพวกหูฟัง Earbud คือถ้าแค่จะเอามีเสียงก็คงไม่ยากเย็นนัก แต่ถ้าต้องการเสียงที่ดีทีสุด ต้องฝึกหาตำแหน่งที่ดีทีสุดให้กับตัวเองให้จงได้ครับ และหลังจากผมผ่านวิบากกรรมการใส่หูฟังตัวนี้ ปรากฏว่าตอนนี้ปร๋อเลยครับ ท่านใดมีทักษะดี ก็จะไม่มีปัญหาตรงนี้แต่อย่างใด

วัวเคยขา ม้าเคยขี่ ตรงไหนดีสุด ตรงไหนให้เสียงดีที่สุด ท่านจะทราบด้วยตนเอง อย่าเพิ่งแหกปากโวยวายว่าทำไมแหลมไม่มี ทำไมเบสหายไปไหน ทำไมเสียงอุดอู้ ทำไมเบสบวมขนาดนี้ ทำไมมีแต่เสียงแหลม อาการเหล่านี้จะเกิดกับท่านหลังจากซื้อ Dita กลับไปบ้านแล้วแน่นอนครับ แนะนำให้หาน้ำเย็นๆ มาวางไว้ใกล้ๆ หยอดยาอุท้ยให้ชื่นใจัก 2-3 หยด แล้วค่อยๆฝึกใส่ ผมมั่นใจว่าทุกท่านอาจจะไม่ได้สังเกตุ แต่ผมสังเกตุมาชัดๆ และผมก็แหกปากโวยวายแบบนี้ก่อนเช่นกัน 555

ปล.เรื่องการใส่สายคล้องหูนั้น ในช่วงแรกจะรู้สึกว่าแข็ง แต่พอผ่านช่วงเวลาไปซัก 3-4 วัน สายตรงบริเวณที่คล้องเข้าหลังหู จะนิ่มเข้ารูปได้ดีขึ้นครับ ไม่ต้องกังวลจนเกินไปกับการสวมใส่ครับ


จุกยางแบบไหนดี :

จุกยางที่ Dita ส่งมาให้ในกล่อง ไม่มีอะไรให้คิดมากครับ เห็นมาบานเบอะนั้น จริงๆ แยกออกมาเป็นจุกยางแค่ 4 แบบ และมี 3 ไซส์ (เล็ก กลาง ใหญ่) ซึ่งผมแยกแยะและอธิบายให้ท่านทราบและเลือกปฏิบัติช่วยเหลือตัวเองดังนี้ 555

- จุกยาง รูกลางใหญ่ Large Bore Tips (airier highs)จุกยางอันนี้จะเป็นจุกยางที่มีรูตรงกลางใหญ่กว่าเพื่อน จุกยางแบบนี้จะให้เสียงออกมาแบบหมดเปลือก คือมีทุ้มเท่าไหร่ มีแหลมเท่าไหร่ ปล่อยหมด ไม่มีกั๊กฝากเมีย เสียงที่ได้นั้นผมว่าเด่นดีทุกย่าน และเครื่องดนตรีไม่ตีรวนกัน ทางเว็บ Dita บอกว่า เลือกจุกนี้จะได้ความโปร่งโล่งลอด ได้ช่องไฟ ไม่ต้องแปลกใจครับ คือหน้าตัดของรูมันใหญ่ เสียงแหลมออกมาได้เต็มกว่า ผมเองเลือกใช้จุกยางแบบรูใหญ่สุดอันนี้ครับ คือฟังแล้วเคลียร์สบายอก สบายใจดี และเบสก็มาดีไปดีไม่มีหาย ท่านที่ชอบฟังความถี่ย่านบางคอแหลม เลือกจุกแบบนี้ได้เลยครับ

- จุกยาง รูกลางขนาดกลาง Medium Bore Tips (reference tuning) จุกอันนี้เป็นจุกที่ทาง Dita ใช้เป็นจุกอ้างอิง และติดมากับตัวหูฟังเลย และเค้าจะติดรุ่นกขนาดไซส์กลางมาในกล่อง ท่านใดรู้ว่าหูใหญ่หรือหูเล็ก อดใจรอแป๊บนึง ใช้จุกที่เค้า Reference ก่อน ถ้าไม่พอดี หรือไม่โดนใจค่อยเปลี่ยน จุกนี้หลักการไม่มีอะไรมาก ผมว่า Dita เค้าเลือกอะไรที่มันเป็นทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา คือไปกลางๆ ก่อน ชอบหรือไม่ชอบค่อยไปเลือกเอาทีหลัง ใครที่คิดไม่ค่อยออกเพราะปกติให้เมียคิดแทน ให้เลือกจุกยางแบบนี้ก็ได้ครับ 555

- จุกยาง รูกลางขนาดเล็ก Small Bore Tips (sweeter highs) จุกยางแบบรูเล็กนี้ ตรรกะคือทางออกของเสียงแหลมจะเล็กหน่อย ทำให้เสียงแหลมมันไม่เสียดหู(สำหรับบางคน) โดยที่เบสที่เป็นความถี่ต่ำผมว่ายังไม่ได้มากไปกว่าเดิม แต่แหลมลดลงนิดๆ ซึ่งจุกยางอันนี้เหมาะกับท่านที่ไม่ค่อยชอบฟังเสียง ซ ส หรือเสียงพวก Sizzle ให้เลือกใส่จุกยางแบบนี้ได้ทันที หรือท่านที่รู้สึกว่าหูฟังให้เสียงที่สว่างเกินไป เลือกจุกนี้จะช่วย tone down เสียงแหลมให้ลดลงแบบนิ่มๆๆ สบายๆ ทาง dita เรียกว่า Sweeter Highs แต่ผมไม่เลือกล่ะ ใส่วันแรกแป๊บเดียวก็ถอดแล้ว มันเหมือนเอาอะไรไปกักกั้นมันไว้ครับ 555

- จุกยาง 2 ชั้น Double Flange Tips อันนี้แนะนำให้เขวี้ยงทิ้งครับ หรือไม่ก็เก็บอยู่ในถุงเฉยๆ เพราะใส่แล้วเหมือนกับท่านฟังเพลงแล้วกดปุ่ม loudness คือมันยกเสียงทุ้มจนเวอร์ๆหลอกหูชอบกล Upper Bass ตูมตาม เบสบวมแบบล้นๆ แต่ถ้าคิดบวก เอาไว้ใส่ฟังพวก EDM แล้วแด๊นส์ในห้องนอนกับลูกเมียก็ไม่เลวเหมือนกัน สำหรับท่านที่ฟังออดิโอไฟล์เป็นหลัก แนะนำว่าไม่ต้องใส่ใจ ลองใส่แล้งฟังเล่นๆๆซักเพลงสองเพลง แล้วเก็บเข้าที่ได้เลย 555


การเบิร์นอิน :

Dita ทุกรุ่นใช้ไดรเวอร์เดียวกันหมด และ Dita เรียกว่า ultra-lightweight อย่างที่เล่าไว้ข้างต้น ซึ่งบังเอิญผมถือว่าโชคดีมากๆๆ เพราะคุณ Desmond เอื้อเฟื้อตัวเดโมมามากพอสมควร โดยได้ชุดที่เบิร์นอินแบบน่าจะครบถ้วนมาแล้ว ล้วงออกจากกระเป๋ากางเกงของ Desmond กันเลยว่างั้น ส่วนอีกชุดหนึ่งทางคุณ Desmond ส่งมาให้อีกต่างหาก ซึ่งชุดหลังนี่เป็นชุดใหม่ที่ไม่ได้ผ่านการเบิร์นมาแต่อย่างใด

หูฟังตัวที่เบิร์นกับตัวที่ไม่เบิร์นเลยต่างกันมากถึงโคตรมาก โอกาสที่ใครฟังตัวแกะกล่องแล้วจะไม่ทำหน้าเหวอเหมือนเจอผีเห็นทีจะไม่มี เพราะผมเองแกะตัวใหม่ๆกับมือ 3-4 ตัว ปรากฏว่าเสียงต่างจากตัวเบิร์นนานแล้วพอสมควร ต่างกันตรงไหนบ้าง? สิ่งที่ต่างกันจนเรียกได้ว่าน่าเกลียดมากก็คือเบสที่คอนโทรลไม่ได้เลย มันแกว่งและโยน ชนไปชนมา โน้ตตัวแรกยังไปไม่ทันหมดขบวน โน้ตเบสตัวหลังก็ดันมาแซงตัวหน้าอีก

ขอให้ท่านอย่าได้แปลกใจ เบสก่อนเบิร์นนั้นเบลอและบวมมาก แต่อัศจรรย์แห่งรักมีจริง เพียงแต่ท่านเสียบจิ้มกับเพลย์เยอร์ให้กระแสไฟไหลผ่านซัก 5-10 ชั่วโมง คราวนี้เบสจะเริ่มเปลี่ยนไปทันที ให้สังเกตุตรงจุดนี้ก่อน โน้ตจะชัดเจนขึ้น อาการแกว่งหรือโยโยแบบคนกินยาลดความอ้วนก็จะดีขึ้น ท่านที่ทำหน้าเหยเก รอยยิ้มก็ผุดขึ้น ชั่วโมงต้นๆนั้นขอให้อย่าได้แปลกใจเลยครับ อดทนเปิดและฟังไปอีกพักเดียว เสียงทุกย่านดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นทีละนิดๆ และเหมือนหนังแฟนตาซี มันเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆตามชั่วโมงการเบิร์น เอากับมันซิ !!

ผมลองเบิร์นด้วยเพลงคลาสสิคเซ็ทที่บันทึกไว้อย่างดีของค่าย Telarc ซึ่งปกติค่ายนี้บันทึกเพลงคลาสสิคเป็นอาชีพ แผ่นโหลๆที่บ้านเรารู้จักกันดีก็ Round-Up และ Overture 1812 ผมเลือกพวกเพลงคลาสสิควงใหญ่เป็นส่วนใหญ่มาเป็นตัวเปิดเบิร์น และเปิดฟังแบบดังปกติเท่าที่ฟัง ซึ่งปกติผมก็แนะนำทุกท่านแบบนี้ทุกครั้ง ผมเปิดให้มันวนไปวนมาทั้ง 3-4 อัลบั้ม วิธีการเปิดวนก็แค่ทำ Playlist ไว้ชุดนึง แล้วเปิดวนไปวนมาจนกว่าจะเมื่อย พอเมื่อยก็หยิบเอา Dita มาฟังอีก ปรากฏว่าเจ้า Dita นั้นก็ดีขึ้นไปอีก คือมันไปได้เรื่อยๆตามเวลาที่เสียไป

จิ๊กโก๋ใจร้อน หลังจากที่พร่ำบอกใครต่อใครว่าอย่าใช้แผ่นเบิร์น แต่เที่ยวนี้อดไม่ได้จริงๆ เพราะผมดูแววแล้ว เจ้า Dita น่าจะเบิร์นยาวเอาเรื่อง เพราะหูฟังทั่วไปถ้าเบิร์นไปผ่านช่วง 50 ชั่วโมงแล้วถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนจากชั่วโมงแรกๆ โอกาสจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีก็ทำท่าจะยาก แต่กับ Dita นี่แปลก เหมือนผมจะสังเกตุว่ามันเปลี่ยนไปได้ทุกครั้งที่พักการเบิร์นแล้วมาหยิบฟัง อ่านถึงตรงนี้หลายท่านนึกว่าผมโกหก แต่ท่านที่ซื้อ Dita มาเล่นก่อนหน้าที่ผมจะเอามาขาย น่าจะพอทราบดีว่ามันเป็นอย่างที่ว่าจริงๆๆ ไม่ได้โม้ว่างั้น 555

หลังจากที่วัยรุ่นเริ่มใจร้อน ผมก็เอาไฟล์ Burn ของ Ayre ในแทร็ค 4 ที่เป็น Brown Noise มาเบิร์นอินแทนได้ ซึ่งแผ่นเบิร์นของ Ayre นั้นผมใช้มาตั้งนานนมแล้ว แผ่นนี้ Recommend โดย Ayre เค้าไม่แนะนำแทร็คอื่นนะครับ เพราะว่าจากที่ผมเคยใช้แล้ว มันมีบางแทร็คเป็นการไล่ความสูงไปหาความถี่ต่ำที่หูคนไม่ได้ยิน แต่ลำโพงที่ถูกเบิร์นทำงานหนักมากๆ โดยสังเกตุจากการผลักเข้าออกของดอกลำโพง ที่ชักเข้าชักออกจนเจ้าของแทบเป็นลม 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

นายมั่นคง

01/07/2015 02:11:30
2,931
เทคนิคในการเบิร์นหูฟังก็คือให้เปิดแทร็คที่ 4 วนแบบ Repeat ซัก 1-2 รอบ แค่แทร็คเดียวก็พอครับ แทร็คนี้เป็นการเบิร์นย่านเสียง Mid และ Low ครับ ส่วน High ไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะไอ้ที่ทำให้ไดอะแฟรมขยับคือเสียงต่ำซะมากกว่า ถ้าไดอะแฟรมขยับได้ดี เสียงแหลมก็ดีตามมาเองครับ และท่องไว้เด็ดขาดว่าให้เปิดระดับความดังครึ่งหนึ่งการของการฟังจริง สมมุตว่าฟังเพลย์เยอร์ที่ความดัง 80 ให้เปิดไฟล์เบิร์นที่ระดับ 40-50 ก็เพียงพอ เท่านี้ท่านก็สามารถเปิดแบบข้ามวันข้ามคืนได้อย่างปลอดภัย

เทคนิคการเบิร์นอันนี้ไม่ใช่เรื่องเร้นลับอะไรครับ คนที่เล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่จะทราบกันดี แต่อาจจะมีสายฮาร์คคอร์บางรายชอบเปิดด้วยไฟล์เบิร์นแบบลองของ คือเสียเป็นเสีย ด้วยการเปิดระดับความดังสูงๆ โดยกะให้วอยซ์คอยส์เจียนอยู่เจียนไป หรือจวนเจียนจะไหม้ ซึ่งการเปิดเบิร์นระดับดังมากๆ มันทำให้ส่วนที่ขยับได้ของไดอะแฟรม ทำงานได้เต็มที่จนสุดความสามารถของมัน ซึ่งก็ทำให้เสียงต่างจากเดิมไปได้อีก และอีกอย่างหนึ่งใครที่ชอบการเบิร์นด้วยไฟล์เหล่านี้ อย่าลืมว่าท่านยอมรับความเสี่ยงที่จะทำให้หูฟังแสนรักของท่านเจ๊งได้ เพราะฉะนั้นตัวใครตัวมันก็แล้วกัน 555 เอ๊ย ไม่ใช่ พึงใช้ไฟล์เบิร์นด้วยความระมัดระวังก็เท่านั้นเอง เพราะถ้าหูฟังเสียเพราะวอยซ์คอยส์ไหม้จากการเบิร์นอิน อันนี้ไม่อยู่ในประกันจ้าๆๆๆ

สิ่งที่เป็นส่วนที่ต้องการการเบิร์นอินไปพร้อมกันก็คือสายหูฟังครับ โดยสเปคและขนาดของสายหูฟัง The Truth ที่ทำจากค่าย Van Den Hul นั้น ขนาดค่อนข้างโต และผมเดาว่ามันเป็น copper oxygen free แบบเคลือบเงิน ทาง Dita ไม่ได้บอก ซึ่งผมก็ขี้เกียจถามเหมือนกัน 555 แต่เดาจากลักษณะเสียงที่ให้ตัวเนื้อเบสและเสียงต่ำที่มีเสียงนุ่มและต่ำลงลึกขนาดนี้ น่าจะเป็นทองแดงเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าถ้าท่านมีเวลาและรอได้ ลองเบิร์นหูฟังให้ครบ 500 ชั่วโมงแล้วมาวิจารณ์กันอีกที ส่วนผมรอไม่ไหว ตอนนี้เบิร์นไปราวๆ 100 ชั่วโมงก็คงต้องขออนุญาตเขียนก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวจะขี้เกียจก็เพราะรอเบิร์นครบนี่ล่ะ 555

และมีแถมอีก 1 แทร็คที่เป็นการเบิร์นอีกเช่นกัน อันนี้เป็นแทร็คที่เค้าใช้เบิร์นซิสเต็มและลำโพง โดยค่ายสายไฮเอนด์อันดับต้นของโลกนี้ นั่นก็คือค่าย Nordost ครับ อันนี้แนะนำให้เปิดเบาๆเช่นกัน คือเบากว่าการฟังจริงๆอีก 50% และอย่าเปิดวนไปวนมามากจนเกินไป แนะนำว่า 1-2 รอบก็พอครับ อันนี้เป็นการไล่เสียงตั้งแต่แหลมสุดยันทุ้มสุดแบบกวาดไล่เพื่อให้ range ของหูฟังกว้างขึ้น ซึ่งก็คือทุ้มลงได้ลึกขึ้น แหลมไปได้ไกลอีกยิ่งขึ้นนั่นเองครับ และ Nordost เป็นเจ้าแห่งสายสัญญาณ แทร็คนี้นึกว่าเบิร์นสาย The Truth ก็แล้วกัน ใครสงสัยคลิกโหลดที่นี่เล่นๆๆได้ครับ http://www.mediafire.com/listen/are7xrwxrhwrm7e/47_Nordost_-_System_Burn-In.wav

สำคัญมาก !! ต้องเปิดเบากว่าระดับความดังปกติ 50% อย่าเปิดดังเท่ากับการฟังปกติเด็ดขาด และอย่าเปิดเกินกว่า 1-2 รอบเป็นอย่างมาก ปกติผมไม่แนะนำให้เบิร์นด้วยไฟล์ครับ แต่กระทู้นี้แฟนฮาร์ดคอร์อ่านกันมากมาย ผมอดคันไม่ได้เลยเอามาแชร์ให้อ่านกันนะครับ 555


ทดลองฟังทั้ง 3 รุ่น :

บัดนี้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญแล้ว จริงๆผมว่าที่พิมพ์มาเป็นวักเป็นเวร แล้วตัดมาอ่านเฉพาะแถวๆๆนี้ก็น่าจะพอแล้วครับ 555 เครื่องที่ทดสอบและไฟล์ที่ทดสอบก็เป็นไฮเรสผสมกับไฟล์ 16bit ทั่วไป ฟังกับมือถือไอโฟน 6 และ Astell&Kern 380 ผมแอบหิ้วแอมป์ Bakoon กลับมาบ้านด้วย แต่การชกยกแรก ผมยังกั๊กไว้หน่อย เดี๋ยวจะจัดเต็มๆในระลอกสองแบบชุดใหญ่สะใจวัยทองกันไปเลย เนื่องจากหูฟังมี 3 รุ่น ผมขอจับควบรวมเล่าไปพร้อมกัน แบบเหล้าพ่วงเบียร์ เมียพ่วงน้องเมียก็แล้วกัน 555

- หูฟัง The Answer น้องเล็กสุดในตระกูล ดีตาวัฒนาสกุล เจ้า Answer หรือน้องชอบตอบ นั้นมีไดรเวอร์เดียวกันกับรุ่นพี่หรือรุ่นตั่วเฮียทุกประการ ผมหยิบฟังโดยใช้เครื่องเดียวกันเทส เสียงของ Answer นั้นมีคาแรคเตอร์หลักของ ดีตาสกุลวัฒนาที่ชัดเจนมาก คือเสียงต่ำนั้นมีเสน่ห์นำมาก่อน แน่นและหนัก โดยมากคนที่ฟังหูฟังส่วนมากมักจะโหยหาเบสกันเป็นส่วนใหญ่ แต่บางคนผมว่าอาจจะยังไม่แน่ใจว่าเบสที่ดีควรจะเป็นแบบไหน ผมว่าเสน่ห์ของ Answer ก็คือให้เบสในอุดมคติ คือเสียง Upper Bass ต้องดี มีหัวโน้ตชัด แต่ต้องไม่ล้ำไปเสียงย่านกลางต่ำเด็ดขาด

ตอนแรกที่ฟัง Dita แว่บแรกๆจากตัวแกะกล่อง ผมแอบหน้าซีดไปเล็กน้อย คือเสียงต่ำน่ะดีและแจ่ม ยิงประตูนำไปก่อนเหนาะๆ 2-0 แต่พอฟังเสียงกลางแบบพินิจ อ้าวไหนเหมือนมันมีหมอกบางๆมาบังหว่า ส่วนตัวถ้าผมฟังหูฟังตัวไหน แล้วเสียงกลางมีม่านคลุมอยู่ ก็เป็นอันเลิกคบกัน ไม่ว่าม่านอันนั้นจะคุลมตรงหัวนักร้องชายหรือนักร้องหญิง ผมถือว่าไม่ได้เรื่องทั้งนั้น และไอ้ม่านหรือหมอกบางๆ ส่วนมากมักจะเปิดไม่ออกในเสียงต่ำของผู้ชาย ส่วนเสียงสูงของผู้หญิงมักไม่ค่อยมีปัญหา เพราะอะไรเหรอ เพราะหูฟังที่ต้องการชูโรงเรื่องเสียงเบส แต่ละค่ายมักจะจูนเบสย่านอัปเปอร์มาจนล้น พอล้นมันก็ไปเกยย่านกลาง ท้ายสุดก็เป็นความเบื่อหน่ายแล้วขายทิ้ง

แต่ Answer ก็เอาตัวรอดมาได้หลังจากเบิร์นผ่านไปเพียง 10 ชั่วโมง อันนี้ผมกล่าวควบควมถึงรุ่น The Truth และ The Balanced ด้วยครับ คือทั้ง 3 รุ่นพี่น้องกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน มันทำท่าจะมัวและเบลอในส่วนที่เป็นเสียงกลาง แต่เบิร์นไปแล้ว Upper Bass ลดลงนิดจนพอดี พอดีในแบบที่ทำให้เสียงกลางมันอิ่มและหนา เสียงมีบอดี้สเกลใหญ่ได้แบบไม่ง้อหมอศัลยกรรม เสียงกลางที่อิ่มหนาแบบสุดปลายย่าน และไม่ล้นจนให้เสียงกลางต่ำ-กลาง มัวหม่น หรือติดม่านคลุม ผมถือว่าทำยากหรือโคตรยาก เพราะมากไปหูฟังก็จะมีอาการจมถอยหลังหรือ laid back ฟังแล้วพะอืดพะอม

โดยมากเราจะเจอหูฟังที่ถ้าเสียงกลางดี หรือเปิดโล่งสว่าง นักร้องเสียงใสหวาน แต่ร้องแล้วเสียงแปร๋นๆแบนๆ นั่นเพราะขาดเสียงกลางต่ำที่ดีมาเสิรม ทำให้น้ำหนักต่างๆมันขาดหายไป เสน่ห์ก็ขาด ฟังแล้วก็งั้นๆ ไม่ได้นึกอยากจะขวนขวายฟังต่อว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในแทร็คที่เราโปรดปราน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องยากที่หูฟังไดรเวอร์เดียวจะทำได้ ถือว่าเป็นของหินเลยก็ว่าได้ครับ นี่คือข้อจำกัดทางกายภาพของไดรเวอร์ไดนามิกนั่นเอง ไม่งั้นหูฟังแบบ Balanced Armature แบบหลายๆไดรเวอร์ ไม่ถูกคิดค้นออกมาบนโลกนี้หรอกครับ

หูฟังแบบหลายๆไดรเวอร์ตระกูล BA ทั้งหลายแหล่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการตอบสนองความถี่แบบเฉพาะย่าน มันถูกให้ทำหน้าที่ส่งเสียงในย่านแคบๆ ไอ้ตัวนี้เอาแหลมไป ตัวนี้เอากลางไป ตัวนี้เอากลางต่ำไป ตัวนี้เอาโคตรต่ำไป ฟังดูหลักการเหมือนจะดี คือแบ่งงานกันไปทำซะ งานจะได้ไม่หนักมาก แต่เวลาเอาเสียงของ BA ทุกตัวมาต่อกัน กลับฟังแล้วไม่สนุก ไม่ลื่นหู ซึ่งต้องบอกว่าหูฟังไดรเวอร์ BA ที่ดีๆ ก็มี แต่อย่าลืมว่าดีไซน์เนอร์ที่ไม่สันทัดแต่ดันทุรังทำ BA ออกมาก็มีมากเช่นกัน

มาต่อกันที่ The Answer ครับ หลังจากที่ไถลไปเรื่องอื่นนะครับ 555 เสียงแหลมของ Answer นั้น ผมว่ามีความกระจ่างและชัด เสียงแหลมนั้นสดและใสกว่า The Truth นิดนึง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจัดจ้านกว่า แต่ผมใช้คำว่าสดใสกว่าเล็กน้อย และเป็นอะไรที่เล็กน้อยจริงๆ อันนี้น่าจะได้อานิสสงฆ์มาจากสาย The Fat นั่นเอง แหลมจะเจื้อยแจ้วและได้ยินรายละเอียดดี เก็บงานแบบทุกเม็ด แหลมทอดยาวและยาวไกลแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กลางแหลมของ Answer นั้นชี้ตำแหน่งของชิ้นดนตรีได้ดี ฟังเสียงปลายแหลมได้ประกายหวาน และฮาร์โมนิคที่ห้อหุ้มตัวโน้ตนั้นฟังแล้วเพลิดเพลินดีมาก บรรยากาศรายรอบทั้งหมดอยู่ในระดับดีที่สุด

ซาว์ดเสตทของ Answer ขนาดรูปวงจากซ้ายจรดขวานั้นกว้างเอาการอยู่ และวางตำแหน่งด้านลึกเป็นลิ่มแบบ V Shape เข้าไป ขอให้ลองฟังเพลงคลาสิคที่บันทึกมาดีๆ จะฟังออกถึงความลึกของเวที ที่ลึกเป็นลิ่มเข้าไปกว่าหูฟังปกติทั่วไป แต่ถ้าฟังแทร็คที่เป็นเพลงร้อง เสียงนักร้องจะถูกผลักให้ยืดออกไปเล็กน้อย ส่วนในทางสูงนั้นไม่ต้องพูดถึง หลังคาห้องดูเหมือนถูกเปิดออกไปหมดแล้ว ถ้าแหงนคอตั้งบ่าก็เห็นดาวว่างั้นล่ะ เสน่ห์ของ Answer ซึ่งจริงๆต้องบอกว่าเสน่ห์ของ Dita ก็คือให้ความสมจริงและลดหลั่นของเสียงได้ดี ต่างจากหูฟังแนว BA ที่มักจะได้ยินว่าชิ้นไกลก็ชัด ชิ้นใกล้ก็ชัด สรุปคือได้ยินเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่ชัดเหมือนกันหมด ซึ่งถามว่าอะไรดี อันนี้คงต้องบอกว่าแล้วแต่ความชอบส่วนตัว

ผมว่าจริงๆแล้ว Dita ไม่จำเป็นต้องผลิตรุ่นอื่นๆออกมาก็ยังได้ เพราะแค่เพียง The Answer ผมก็ว่ามันให้อะไรที่ครบถ้วนอยู่แล้ว ไดรเวอร์ก็ตัวเดียวกัน เฮาซซิ่งก็แค่เพียงชุบคนละสีเพื่อสร้างความแตกต่างภายนอก มีเพียงสายหูฟังที่ต่างกัน นี่ยิ่งพอนึกว่ารุ่นพี่อย่าง The Truth มีสายที่แข็งกระโดกกระเดก ผมกลับเห็นว่า The Answer น่าจะเป็นตัวคุ้มค่าเมื่อเทียบกันแบบบาทต่อบาท

- หฟัง The Answer (Truth Edition) ผมอยากจะบอกว่าไม่ต้องอ่านแล้ว ให้ย้อนไปอ่านตัว Answer แทนก็แล้วกัน 555 แต่ไหนๆแล้วคงต้องเขียนถึงอีกนิดครับ สิ่งที่เปลี่ยนไปใน Truth Edition ก็คือสายหูฟังที่ออกแบบและตั้งชื่อว่า The Truth หลายความเห็นบอกว่า อยากให้ Dita ทำแบบเปลี่ยนสายได้ แต่ถ้าเป็นนักเล่นสายบริสุทธิ์นิยม หรือนักเล่นแนวเดิมบางนางบวช คือชอบอะไรที่เป็นของเดิมๆ ผมว่า Truth Edition น่ะจบแล้ว ไม่ต้องไประแวงว่าสิ่งที่เราไปขวนขวายอัพเกรดมัน ตกลงแล้วมันจะดีขึ้นหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่เสียงที่เปลี่ยนไปแต่ไม่ได้ดีขึ้น ??

ผมทดสอบตัว Truth Edition มากพอสมควร สิ่งที่จ่ายเพิ่มมาหมื่นกว่าบาทตกลงแล้วคืออะไร แค่สายที่ชื่อ The Truth เส้นแข็งๆเส้นนี้เองน่ะหรือ อยากบอกว่าท่านที่ต้องการใช้รุ่น Truth Edition สิ่งที่ได้เพิ่มเติมมาบ้างก็คือเบสที่ลึกลงไปอีก ตอนแรกผมฟังแล้วแทบจะหาความต่างกันไม่ค่อยเจอระหว่าง The Answer กับ The Truth Edition แต่พอค่อยๆสังเกตุและไล่ฟังเพลงไปทีละแทร็ค จะรู้สึกว่า Deep Bass ในรุ่น The Truth จะได้ความลึก และรับรู้ถึงเบส Octave สุดท้ายว่ามันลึกอย่างไร ท่านที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้ อยู่กับตัว Answer ผมถือว่าเป็นอันสิ้นสุดและจบได้แล้ว

จริงๆเพลงที่เราฟังกันปกติทุกวันนี้ มันไม่ได้บันทึกและเก็บเสียงต่ำมาไว้กันทุกแทร็คนะครับ ฟังเพลงทั่วไปไม่ใช่ว่ามันได้ยินกันหรอก แต่มันจะได้ยินเฉพาะแทร็คที่เค้าบันทึกมาได้ดี และซาวด์เอ็นจิเนียตั้งใจบันทึกเสียงให้เราได้ยินเท่านั้น หูฟังทั่วไปฟังเสียงต่ำเหล่านี้ได้เหมือนกัน แต่ The Truth ทำให้ท่านได้ยินเสียงต่ำที่ชัดกว่า ฟังแล้วได้อานุภาพกว่า ผมฟัง The Truth กับเสียงทุ้มต่ำในบางแทร็ค มันราวกับปาฏิหารย์ เสียงต่ำเหมือนคลานมาตามพื้นเหมือนการฟังลำโพงบ้าน คือเสียงต่ำนั้นมันไม่มีทิศทาง และมันฟังไม่เป็นโน้ต แต่มันสัมผัสได้จากคลื่นเสียงที่สะเทือนรอบๆใบหู เวลาฟังจนหลอนมากๆเหมือนมันมีลมปะทะข้างหูด้วยซ้ำ

แรงปะทะและอิมแพ็คของเบสใน The Truth อันนี้ถือว่าเยี่ยมยอดมากๆ แรงอิมแพ็คที่กระแทกกระทั้นนั้นมีข้อดีข้อเสีย ถ้าแรงปะทะดี หัวโน้ตเบสคมและกระแทกแรงหรือเก็บตัวเร็วมาก ผมว่าฟังแล้วรำคาญมากกว่าเพลิดเพลิน แต่อิมแพ็คที่ดีต้องผ่อนหนักผ่อนเบาตามท่วงทำนองเพลง และที่สำคัญต้องมาในสัดส่วนที่ดี เบสจะเป็นตัวกำหนดจังหวะและท่วงทำนองของดนตรีที่ดี มากเกิน เร็วเกิน หรือช้าเกิน มันจะไปขโมยซีนเครื่องดนตรีชิ้นอื่นจนไม่น่าฟัง

- หูฟัง The Balanced อันนี้ไม่บรรยายมากล่ะครับ ให้ย้อนอ่านของ The Truth ได้เลยครับ สิ่งที่ต่างจาก The Truth ก็คือมันมีสายที่เข้าหัว Balanced ขนาดเล็ก 2.5 มม ที่ออกแบบมาให้ใช้งานกับเครื่องเล่นเพลง Astell&Kern มันมีอแดปเตอร์ยาวประมาณคืบที่ปลายเป็น 3.5 มม.ไว้ต่อฟังกับเพลย์เยอร์ทั่วไปให้ด้วย จากการลองฟังด้วยการเสียบฟังจากเพลย์เยอร์อื่นๆ The Balanced ไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างจาก The Truth ครับ ผมพยายามจับผิดว่ามีอะไรดีขึ้นหรือแย่ลงถ้าต้องเสียบผ่านสายอแดปเตอร์ ปรากฏว่าเสียเวลาเปล่า ทุกอย่างปกติ ท่านที่ไม่มีเพลย์เยอร์ AK ตัดตัวเลือกอันนี้ออกไปได้เลยครับ

หรือท่านที่ใช้เครื่องเล่น AK อยู่แล้ว แต่ไม่ได้สนใจว่าจะใช้งานช่องบาลานส์ ผมก็ว่าผ่านไปได้อีกเช่นกัน สิ่งที่ต่างกันของเสียงนั้นจะพุ่งไปที่ตัวเครื่องเพลย์เยอร์เสียมากกว่าครับ ข้อแนะนำของผมสำหรับท่านที่ใช้เพลย์เยอร์ AK อยู่แล้ว ขอให้ลองฟังเปรียบเทียบระหว่างช่อง 3.5 ปกติกับช่องบาลานส์ 2.5 มม ด้วยตัวเองนานๆ เพราะเสียงจาก 2 ช่องมีความต่างกันเล็กน้อยเท่านั้นครับ โดยเสียงที่เสียบผ่านช่องบาลานส์จะให้ความคมชัดของเสียงแหลม และความสงัดขึ้นมาอีกเล็กน้อย และเหมือนจะมีกำลังขับที่มากขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย(ในุร่น 380)

แต่เอาเป็นว่าขี้เกียจแนะนำครับ ท่านที่ซื้อ 380 ไปแล้ว การที่ผมจะบอกว่าท่านสามารถประหยัดเงินได้อีกหมื่นกว่าถ้าท่านไปเลือกซื้อรุ่น Truth Edition แทน มันแลดูเหมือนบอกให้ท่านฆ่าควายแล้วประหยัดค่าหอมกระเทียมหรือค่าพริกแล้วออมไว้ในธนาคาร เอาเป็นว่าไม่มีอะไรจะแนะนำ นอกจากบอกว่าช่องบาลานส์ที่ท่านมี ให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นไปอีกก็จริง แต่ช่อง 3.5 มม.ที่มีก็ได้อรรถรสไปอีกแบบหนึ่งเช่นกัน


การฟังแบบอนาลอกล้วนๆ :

มาถึงการทดสอบชุดสุดท้ายของผมแล้วครับ ในย่อหน้าท้ายๆนี้ อาจจะมีอะไรที่เขียนโม้หรือเว่อร์เกิน ขอให้ท่านใช้ดุลพินิจกันเอาเองก็แล้วกัน 555 ในท้ายของการทดสอบ ผมอยากจะทราบว่าจริงๆแล้ว Dita The Truth นั้นไปได้สุดทางแค่ไหน ผมเองไม่มี Astell&Kern 380 ใช้ประจำ และปกติก็ไม่ได้พกเครื่องฟังเพลงนอกจากไอโฟน 6 แต่เท่าที่ฟัง Dita The Truth ร่วมกับเพลย์เยอร์อื่นๆ ผมว่ามันเป็นหูฟังที่ให้เสียงแบบอนาลอกที่มากที่สุดตัวหนึ่งและให้ความสมจริงหรือเสมือนจริงในการฟัง และเพื่อทดสอบความเป็นอนาลอกให้ทราบแบบครบถ้วน ผมเลยถือโอกาสฟังกับซิสเต็มอนาลอกที่ผมใช้อยู่ประจำ

อนึ่ง ผมต้องขออภัยล่วงหน้าว่าอันนี้ไม่ได้จงใจเอาชุดมาอวด เพราะมันก็ไม่ได้มีราคาค่างวดสูงอะไรนัก แต่เอามาสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกท่านในการค้นหาและเล่นอุปกรณ์ที่ให้เสียงแบบอนาลอกแท้ๆมากกว่าครับ เพราะหลายคนอาจจะหลงลืมไปว่า การฟังเพลงที่ให้อรรถรสที่สุด คือการต้องพยายามเข้าหาความสมจริงหรือ Hi-Fidelity มากที่สุดเช่นกัน

ผมใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียง Sota Sapphire สายโฟโน และ interconect Cardas Cross สาย Headshell Leadwire ของ Aggelos และหัวเข็ม Grado Reference 1 (Moving Magnet) ต่อผ่านไปที่ Phono ของ Musical Surrounding Phonomena II+ (โฟโนราคาไม่แพงนักแต่เสียงอนาลอกดีมาก) และแปลงสายเป็นหัว mini ต่อไปเข้า Headphone Amp เสียงดีอย่าง Bakoon HPA-01M และอะไรไม่สำคัญเท่ากับแผ่นไวนิลที่เลือกมาหลายชุด นั้นร้องโดย Ella Fitzgerald และอัลบั้มที่เสียงดีที่เราจะฟังกันคืนนี้คือ "Let No Man Write My Epitaph" เป็นเพลงซาวด์แทร็คประกอบภาพยนตร์ชื่อเดียวกับไตเติ้ล บันทึกปี 1960 https://www.youtube.com/watch?v=TMQAa2xCBXU

หย่อนเข็มลงแผ่นแล้วฟังกันเลย เสียงของ Ella ในอัลบั้มนี้จะเป็นเพลงช้าแทบทั้งหมด และเป็นเพลงที่โชว์เสียงร้องแบบเดี่ยวกับเปียโนเป็นส่วนใหญ่ Ella เป็นนักร้องหญิงเสียงโทนต่ำ ปอดใหญ่ ร้องเสียงต่ำแบบดึงแรงออกจากกล้ามเนื้อท้อง ผ่านลำคอแล้วเปล่งผ่านเพดานออกมาเป็นเสียง เสียงต่ำที่ออกจากท้องจะมีเสียงครางฮัมแบบเล็กๆ สั่นเครือ พอโหนไต่เสียงขึ้นคีย์สูง Ella สามารถไหลและเอื้อนเสียงสูงยาวๆด้วยลมหายใจที่มีอยู่ ใช้ริมฝีปากบังคับลมที่ผ่านลำคอให้ไหลลื่นต่อเนื่องแบบไม่ขาดช่วงหรือสะดุด มือระดับตำนานของโลกนั้นไม่ได้มาเพราะโชคเข้าข้าง แต่ต้องอยู่ได้ด้วยความสามารถของตนเท่านั้น Ella ก็เช่นกัน

หูฟัง Dita The Truth ถ่ายทอดเสียงอนาลอกออกมาได้อย่างสุดทาง ความลื่นไหลต่อเนื่องของแผ่นเสียงนั้นให้ความสมจริงอย่างเป็นที่สุด ไดนามิกคอนทราสนั้นลื่นไหลต่อเนื่องราวกับน้ำที่ไหลไปตามธาร เพลงแล้วเพลงเล่า ดนตรีกับมนุษย์เป็นสิ่งที่แปลกและสุดจะพรรณา หากใครเคยชมภาพยนตร์เรื่อง The Shawshank Redemption จะมีอยู่ซีนหนึ่งที่พระเอกแอบเปิดเพลงร้องของนักร้องเสียงโซปราโน่ในแทร็คนี้ https://www.youtube.com/watch?v=F8CdzZWREbk แล้วเหล่านักโทษที่อยู่ในคุก ต่างหยุดกิจกรรมแล้วตั้งใจฟังเพลงนี้กันทุกคน หลายท่านน่าจะประทับใจไม่มากก็น้อยจากซีนนี้

เพลงในอัลบั้ม Let no man Write My Epitaph หลายเพลงเป็นเพลงเศร้า แต่เป็นเพลงไพเราะ และสิ่งที่เหนือไปกว่านั้นคือความสามารถของนักร้อง และสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันก็คืออุปกรณ์ที่เราต้องใช้ถ่ายทอดให้เข้าถึงในบทเพลง ผมไม่แปลกใจที่เคยได้ยินคำบอกเล่าว่า เครื่องเสียงที่ดีและสามารถถ่ายทอดเสียงได้ดี ทำให้บางคนถึงกับน้ำตาไหล บางคนร้องไห้ หลายคนหลุดลอย หลายคนคล้อยตามไปเหมือนคนวิกลจริต ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายท่านย่อมเคยผ่านและมีประสบการณ์ในการฟังเพลงที่คล้ายกันเช่นนี้ไม่มากก็น้อย....

ตื่นๆๆๆๆ ตืนได้แล้วครับ หนังจบแล้ว เตรียมสำรวจสัมภาระก่อนออกจากโรงด้วยครับ 555 หลายท่านอ่านมาตั้งแต่ต้นจนมาจบตรงนี้ได้ ผมต้องขอชมว่าท่านบ้าไปแล้วครับ 555 คือที่อ่านมาทั้งหมดไม่ได้มีอะไรมากนอกจากจะโฆษณาว่าหูฟัง Dita นั้นดีจริงๆเท่านั้นเอง 555 ในรีวิวนี้ มีหลายรสชาติ บ้าๆบอๆ ปนสาระความรู้ ปนนิยายน้ำเน่าลงไป โขลกไปโขลกมาให้ท่านได้กินกัน ผิดพลาดประการใดก็อย่าถือสากันนะครับ 555


บทสรุปปิดท้าย :

นานๆกว่าที่ผมจะรู้สึกอยากเขียนบทความเป็นตัวหนังสือ เหตุไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรอกครับ แต่เป็นเพราะหูฟังหลายตัวไม่ได้สร้างความตื่นเต้นและน่าประหลาดใจจนผมต้องเขียนถึงต่างหากครับ Dita เป็นค่ายทำหูฟังค่ายใหม่ที่พิสูจน์อะไรบางอย่างที่ผมเคยแอบๆคิดไว้ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัยนั้น บางทีก็ไม่ได้เป็นเครื่องวัดว่ามันจะต้องดีและถูกต้องเสมอไป Dita Audio หยิบเอาสิ่งที่หลายคนรู้สึกว่าธรรมดาและล้าหลังด้านเทคโนโลยีมาท้าทายท่าน แล้วยังทำสิ่งที่ท้าทายทุกตำราของการผลิตหูฟังด้วยการวางราคาไว้สูงลิบชนกับหูฟังแบรนด์ใหญ่ตัวท็อปทุกตัวในโลก

แต่ผมอยากจะบอกท่านว่า หากท่านมองหาหูฟังที่ตอบสนองการฟังเพลงที่ดี หูฟังที่ให้เสียงแบบอนาลอกที่ท่านถวิลหา หูฟังที่ถ่ายทอดความสมจริง รวมถึงมอบความเป็นดนตรีที่ดี โดยไม่คำนึงถึงกระแสนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยี หรือไม่สนใจความสะดวกคล่องตัวในการใช้งาน หรือไม่คำนึงถึงรูปลักษณ์หน้าตา หรือท่านที่ไม่ใช่คนที่ฟังแบรนด์ก่อนฟังเสียง...

Dita Audio นั้นทำหูฟังที่ตอบความจริงของเสียงเพลงให้กับทุกท่าน ณ บัดนี้แล้ว


รักคนอ่าน
มั่นคง ดีตาวัฒนาสกุล
Munkong Ditawattanasakul



ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

นายมั่นคง

01/07/2015 02:21:51
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

นายมั่นคง

01/07/2015 02:21:59
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 4

นายมั่นคง

01/07/2015 02:22:08
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

นายมั่นคง

01/07/2015 02:22:16
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

นายมั่นคง

01/07/2015 02:22:23
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 7

นายมั่นคง

01/07/2015 02:22:31
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

นายมั่นคง

01/07/2015 02:22:39
2,931



.
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

นายมั่นคง

01/07/2015 02:22:51
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:00
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:10
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:17
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 13

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:27
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 14

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:35
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 15

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:42
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 16

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:49
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 17

นายมั่นคง

01/07/2015 02:23:57
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 18

นายมั่นคง

01/07/2015 02:24:07
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 19

นายมั่นคง

01/07/2015 02:24:15
2,931



.
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 20

Bestboss

01/07/2015 02:39:57
0



ชุดเดียวกันเลยครับ ติดตามและรอคอยรีวิว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 21

เหน่งบา

01/07/2015 03:05:38
984
ตื่นกลางดึกมาอ่าน @_@
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 22

เหน่งบา

01/07/2015 03:43:56



นึกไปถึงมหาตมะคานธีโน่นเลย.......
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 23

paniwatt

01/07/2015 04:25:59
เป็นรีวิวที่ดีครับ อ่านเพลินมากในช่วงเวลาใกล้เช้า 5555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 24

เอกเรื่องมาก

01/07/2015 05:27:20
19
ใครมีทั้งสองตัวน่าจะหมัดต่อหมัดกับ IE800
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 25

Smallworld

01/07/2015 06:00:14
ตื่นมาดูเล่นๆ กะจะนอนต่อ โอโห นอนไม่ลงเลย
คันยิบๆไปยันตา 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 26

NSign

01/07/2015 06:28:18
14
ดีมาก

#จบข่าว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 27

สึโค่ยโดสิส

01/07/2015 06:32:35
อาศัยความทรงจำจากที่เคยใช้ ie800 มาพักนึง
เทียบกับ the truth​
ie800​ จะให้เสียงร้องหยาบกว่า เบสใหญ่กว่าแต่อิมแพ็คน้อยกว่า
เสียงสูงรู้สึกจะพอๆ กัน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 28

~New~

01/07/2015 07:10:35
เฮีย...ยาวมาก ><
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 29

เอกเรื่องมาก

01/07/2015 07:54:31
19
อ่อ dita อ่านหว่าอะไรครับ ดิต้า หรือ ไดต้า
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 30

tangkoo.

01/07/2015 07:54:50
1,206
ผมได้คำตอบแล้วครับ ขอบคุณมากครับ
ตกลงผมบ้าใช่มั้ยเนี่ย ที่อ่านโฆษณามาตั้งนาน555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 31

Reizei_Mako

01/07/2015 08:29:19
22
ไม่ได้เล่นอินเอียร์ แต่ก็ยังอ่านจนจบ 55+

รีวิวเฮียนี่อ่านเมื่อไหร่ก็สนุกจริงๆ คือมีสไตล์การเขียนเฉพาะตัว เนื้อหาสาระ และอารมณ์ขันผสมกันอย่างกลมกล่อมสุดๆ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับเฮีย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 32

คมกฤช

01/07/2015 08:47:44
52
เอายังไงดีครับนี่
ยิ่งเข้าทาง dynamic อยู่ด้วย...เฮ้อ...คัน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 33

ton2015

01/07/2015 09:23:33
0
อ่านเพลินนนเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 34

lifemelody

01/07/2015 11:37:23
1
ตัว ธรรมดากับ The truth ต่างกันที่เสียงเบสอย่างเดียวหรอครับเฮีย หรือส่วนอื่นๆด้วยอ่ะครับบ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 35

Ace of Hearts

01/07/2015 12:02:40
6
ยุบหนอ พองหนอ ๆ ๆ ๆ ๆ ...
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 36

นายมั่นคง

01/07/2015 12:21:59
2,931
ตัว Answer ต่างกับ The Truth เรื่องเบสที่ลึกกว่า แต่ถ้าฟังบันทึกจากอัลบั้มธรรมดา ฟังก็คล้ายๆกัน ผมว่า Answer เสียงเปิดกว่านิดๆด้วยซ้ำไปครับ เผลอๆบางท่านอาจจะชอบ Answer มากกว่าก็ไม่แน่ แต่ The Truth และ The Balanced เสียงจะหนาและหลุบเข้าหลังเวทีนิดนึง คนฟังเพลงแจ๊สเก่าๆ คลาสสิค หรือออดิโอไฟล์น่าจะพลาดยากครับ

ผมพิมพ์ลากยาวมา 5 คืน ปิดต้นฉบับได้เมื่อคืนพอดี ท่านใดที่สนใจเก็บไว้ค่อยๆอ่านก็ได้ครับ ต้องขออภัยที่มันย๊าวยาวจนอ่านกันแทบไม่ไหว 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 37

themiumhhh

01/07/2015 12:27:33
อ่านได้เรื่อยๆครับ งานดีๆ

อย่าหาว่าผมเรื่องมากนะครับเฮีย

ผมว่าเอารูปไปแทรกๆข้อความหน่อยก็ดีนะครับ

ถือเป็นจุดพักสายตา ยาวๆไปผมมีแอบตาลายอะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 38

TTPOD ZERO

01/07/2015 12:27:45
100
อ่าน จบบริบูรณ์

ถ้าใครที่ชอบ หูฟัง IN EAR ที่ เสียงเพาะเป็นธรรมชาติ สมจริง สูงมากที่สุด จาก ถูกสุด ไป แพงสุด ใน ราคาคุ้มค่าเกินราคา

HIFIMAN RE400
HIFIMAN RE600
DITA ANSWER

เป็น คำตอบสุดท้าย

แต่รู้สึกว่า

DITA TRUTH
DITA BALANCE

ราคาจะแพงเว้อไป ไม่ สมเหตุสมผล เท่า DITA ANSWER เท่าไร แต่ โดยรวม DITA ANSWER ก้ ถูกกว่าคุ้มกว่า พวก IE800 , SE846 , AKG K3003 , UMPRO50 , W50 , XBA-Z5 มากนัก
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 39

นายมั่นคง

01/07/2015 12:34:52
2,931
555 ตอนแรกผมว่าจะแทรกรูปสลับไปกับการรีวิวเหมือนทุกครั้ง แต่เนื่องรีวิวนี้จากรูปกับข้อเขียนแทบจะทำให้ตรงกันไม่ได้เลยครับ ก็เลยจำเป็นต้องปล่อยออกเตรงท่อนล่างรวดเดียว ต้องขออภัยจริงๆๆครับ ผมเองยังนึกไม่ถึงว่าจะเขียนเวิ่นเว้อยาวได้ขนาดนี้เหมือนกัน 555

ปล.รูปที่ผมถ่ายเองคือรูปบนสุดรูปเดียว นอกนั้นผมให้เจ้าแพะเป็นคนถ่ายพวกภาพประกอบอื่นๆครับ 555

----------------------------------------------------

ถามผมตอนนี้ ผมว่าหูฟังไดนามิกเก่งๆๆอย่าง RE400 ก็ยังเป็นตัวเลือกคุ้มค่าสุดอยู่ดีครับ ราคาผิดกัน 10 กว่าเท่า แต่ขาดบางส่วนไปเท่านั้นเอง พวกเบสที่อิ่มลึก และสเกลเสียงที่ใหญ่อลังการ อันนี้ต้องยอม Dita เค้าล่ะ 555

ราคาแรงเอาเรื่องจริงๆครับ แต่ก็คงต้องนึกว่าเป็นค่าวิชาและค่า R&D ของ Dita เค้าจริงๆ ผมว่าถ้าไม่คิดว่ามีตัวรุ่นพี่รออยู่ เจ้า answer น่าจะสมเหตุผลมากกว่าใครเพื่อน หลักใหญ่คือไดรเวอร์เดียวกัน บอดี้แบบเดียวกันครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 40

นายมั่นคง

01/07/2015 12:41:35
2,931


ลองฟังเพลงจากอัลบั้มที่ใช้อ้างอิงในรีวิวกันนะครับ ฟังแล้วง่วงนอนสุดๆๆ แต่โชว์ทักษะการร้องของระดับมืออาชีพจริงๆครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 41

offer022

01/07/2015 13:27:38
1
เฮียมั่น เชียร์ของได้แฟร์มากเลยครับ บอกความต่างมาตรงๆเลย ทั้งราคา และสิ่งที่ลูกค้าจะได้
อ่านจากรีวิวด้านเสียงจากเฮียแล้ว ผมน่าจะโดนแค่รุ่นน้องเล็กนะ
ราคาดีไม่หนียี่ห้ออื่นตัวทอปๆซะด้วยสิ แพคเกจก็ดูหรูหราน่าคบ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ^^ (ต้องเรียกบทความ เพราะมีครบรสจริงๆ)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 42

lifemelody

01/07/2015 13:37:03
1
ท่าทางผมจะได้โดนน้องเล็กเหมือนกันนะครับเนี่ย แต่ก็ถือเป็นข่าวดี ประหยัดได้หลายหมื่น :3
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 43

tangkoo.

01/07/2015 13:42:30
เรื่องราคาผมมองอย่างนี้ครับ
สูงมั้ย? ถ้ามองจากสเป็คอย่างเดียว กับสายต่อเพิ่มมาอีกเส้น ผมว่าสูง(ห้าหมื่น ได้ฟูลไซส์เรือธงหลายรุ่นเลย)
เสียงคุ้มราคามั้ย? ไม่ทราบยังไม่ได้ฟังสักกะรุ่น555
ผมมองโดยการ เอาการใช้งานของผมเป็นหลัก(เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล555) ถ้าผมเสียบหูฟังขณะนั่งกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ นั่งรอเมียซื้อป๊อบคอร์น หรือฟังฆ่าเวลาอะไรสักอย่าง ขณะอยู่นอกบ้าน ผมเชื่อว่าหูสังกะสีขึ้นสนิม ของผมไม่สามารถแยก ความแตกต่างระหว่าง answer กับ the truth ได้แน่
กลับกันถ้าผมใช้สำหรับ นอนฟังอยู่บ้าน ผมคงเลือก the truth โดยไม่ลังเล ยิ่งถ้ามี AK ผมคงต้องกัดฟันกลืนเลือด เอา balance อีกเช่นกัน ไม่เช่นนั้นมันคงมีอะไร คาใจผมไปตลอด
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า เสียงมันจะสุดยอด ยอดเยี่ยมกระเทียมดองเจียว อย่างที่ท่านเจ้าสำนักได้รีวิว เอาไว้หรือเปล่านะครับ
คำตอบนี้ไม่มีใครให้ได้ นอกจากต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 44

lifemelody

01/07/2015 13:55:03
1
ชอบชื่อสาย The Fat ไออ้วน เป็นการส่วนตัวด้วยครับ 5555555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 45

ANuBiS GaTE

01/07/2015 14:16:18
148
ที่เฮียสื่อมา ถ้าผมตีความว่า

ผมฟังเพลงแนวมีจังหวะเป็นส่วนใหญ่ (เพลงบัลลาด เครื่องสายอะไรพวกนี้ก็ฟัง แต่ไม่เท่าพวก ป็อป ร็อค เมทัล)

แนวเพลงพวกนี้ ไม่มีไฟล์ 24 บิทสักเท่าไหร่ ถ้ามีก็แค่บางอัลบั้ม ที่ผมอาจจะไม่ได้ชอบด้วย

สรุปคือผมฟังแต่ 16 บิท flac เป็นอย่างมาก

ตัว The Answer ก็เหลือๆแล้วใช่ไหมครับ ไม่จำเป้นต้อง The Truth เพราะไม่ได้ต่างกันมาก ถ้าไม่ใช่สาย audiophile ฟังไฟล์บันทึกละเอียดยิบ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 46

TTPOD ZERO

01/07/2015 15:22:55
100
มารู้ตัวเอง อีกที ว่า ชอบ แนวเสียง ไดรเวอร์ BA + HYBRID มากกว่า เพราะ ชอบ เสียงที่เน้นรายละเอียดยิบๆ เป็นหลัก โดยเชพาะ ย่านแหลม ที่ ต้อง ละเอียดเป็นละออง เป็น พิเศษ

ไดรเวอร์ DYNAMIC จะได้เรื่อง ความลื่นไหล ธรรมชาติ ที่ ไม่เกินจริง แบบ BA มากกว่า ตาม สไตล์ ON EAR + FULLSIZE + EARBUD + ลำโพง เครื่องเสียง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 47

Mankrub007

01/07/2015 16:40:03
0
อ่านด้วยความระทึกขวัญเลยครับบบบ เฮีย 55+

รีวิวได้เยี่ยมเหมียนเดิม อ่านสนุก แอบตาลายเล็กๆ ฮะ

ฮาตรง ดีตาวัฒนาสกุล นี่ละครับบบบ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 48

หูทองเหลือง

01/07/2015 17:06:38
1,026
ขอบคุณรีวิวดีๆ จากเฮียครับ ผมคิดว่าผมพบคำตอบแล้ว!!

เมื่อก่อนผมเคยเล่นเครื่องเสียงมาบ้าง คุ้นเคยกับเสียงของลำโพงที่ใช้ Tweeter แบบโดมผ้า ซึ่งจะให้เสียงแหลมที่เป็นธรรมชาติ ไม่คมชัดเกินไป พอมาเล่นหูฟัง ผมจึงชอบเสียงของหูฟังที่ใช้ Dynamic Driver มากกว่า BA

เมื่อเล่นหูฟังมาซักพักจึงเกิดคำถามขึ้นว่า จะมีมั้ยนะ.. หูฟังที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนนั่งฟังอยู่หน้าลำโพงชุดเครื่องเสียงดีๆ ในห้องฟังเพลง แต่ต้องเป็นหูฟังแบบอินเอียร์ และใช้ Dynamic Driver แค่ตัวเดียวด้วยนะ.. ถ้ามีจริง มันจะต้องสุดยอดมากๆ..

แล้ววันนี้ผมก็พบกับคำตอบแล้ว DITA นี่เองคือคำตอบ!!

พออ่านรีวิวจบแล้ว ผมนึกถึงเพลงนี้เลยครับ..

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 49

AscoGenetic5

01/07/2015 17:19:38
140
เยี่ยมเหมือนเดิม ผ่านไปกี่ปีๆ เฮียก็ไม่เปลี่ยนเลย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 50

เหน่งบา

01/07/2015 17:26:02
984
ท่านใดที่อ่านรีวิวแล้วคิดว่า answer จะเป็นคำตอบ
ลองฟังเทียบกับ truth ดีๆนะครับ ลองฟังของจริงก่อน และอย่าฟังแค่เสียงทุ้มอย่างเดียว ^ ^

ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า คำตอบของท่านอื่นจะเป็นอย่างไร หึหึหึหึหึหึ.........
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 51

tangkoo.

01/07/2015 17:47:00
1,206
พูดอย่างนี้แสดงว่าน้าเหน่ง เคยฟังเทียบทั้งสองตัวแล้วใช่มั้ยครับ ช่วยรีวิวให้ฟังหน่อยครับ อยากรู้จากมุมมองของนักเล่นอย่างน้าเหน่งบ้างครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 52

หมีหวาน

01/07/2015 17:48:57
5
วันนั้นผมได้มีโอกาสไปลองอยู่ พักใหญ่ ได้ลองสลับ ABTest ฟังดูหลายรอบ ผมรู้สึกว่า version the truth จะให้บรรยากาศโอบล้อมที่น่าฟัง และมีรายละเอียดของเสียงที่มากกว่า และเนียนกว่า the answer ครับ แม้จะเร่ง volume ตอนฟัง the answer ให้ดังขึ้นเท่ากัน (คือตอนที่ฟัง the truth นี่บิด volume น้อยกว่า the snswer ครับ) ก็ยังไม่ได้รายละเอียด และ ambience ที่ไพเราะเท่า the truth ครับ สายมีผลจรืง ๆ อย่างฟังไม่ยาก
แต่ผมใส่สักพักร้สึกเจ็บหูเพราะตัว housing มันกดหูอยู่เหมือนกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 53

นายมั่นคง

01/07/2015 17:51:35
2,931
ขอบคุณบรรดาพ่อยกทั้งหลาย ที่ตามมาคล้องมาลัยเหน็บแบงค์ยี่สิบให้ผมถึงหน้าเวทีกันทุกท่านครับ 555


นี่ยังนึกในใจว่าจะมีใครตาไว อ่านมุขตอนปิดท้ายรีวิวว่า "มั่นคง ดีตาวัฒนาสกุล" หรือเปล่า ปรากฏว่ายังพอมี 555

ก็เป็นอะไรที่ขำๆๆ อ่านกันเพลินๆๆครับ อ่านแล้วก็อย่าได้เชื่อผมซะทีเดียว เพราะหูแต่ละคน และรสนิยมแต่ละคนต่างกัน เรากินหวาน กินเปรี้ว กินเผ็ด ก็ยังต่างกัน นับประสาอะไรกับหูฟังที่ยังไงก็คงต้องชอบต่างกัน

วันนี้แทบช็อค คือผมสั่งสินค้าไปรุ่นละ 12 ตัว (แต่ตอนนี้ของในสต๊อกยังพอมีเหลืออยู่ครับ) ผมสั่งเผื่อล่วงหน้ากะมาเผื่อๆ เพราะมั่นใจว่าขายได้แน่ๆๆล่ะ ปรากฏว่า Desmond บอกว่ารออีก 3 สัปดาห์ ล็อตใหม่ถึงจะเสร็จ ก็เท่ากับท่านที่ลุ้นว่าตัวเองจะเสียสตางค์เร็ว ก็มีโอกาสได้เสียสตางค์ช้าออกไปอีกหน่อยนึงนะครับ 555

มีข้อสงสัยในผลิตตัว Dita โพสถามมาได้ครับ ผมจะมาเก็บคำถามแล้วตอบให้ทุกท่านนะครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 54

tangkoo.

01/07/2015 18:17:56
1,206
เอ คุณหมีหวานครับ เท่าที่อ่านรีวิวมา Dita นี่เขาถือว่าเป็นหูที่ใส่สบายตัวนึงเลยนะครับ (นอกจากเรื่องเสียงแล้ว การสวมใส่นี่แหละ ที่ทำให้ผมสนเจ้า Dita) อาจเกิดจากการใส่ ที่ไม่ตรงจุดหรือเปล่าครับ (เห็นในรีวิวเฮียก็บอกไว้)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 55

Ahura

01/07/2015 18:35:49
1,313
เรื่องของจุกยางทั้ง 4 แบบ 3 ขนาดของ Dita มีผลต่อการฟังและการสวมใส่อย่างยิ่งยวดครับ
แต่เดโมในร้านจะมีแบบมาตรฐาน ( referance ) ให้เราลองเพียงแบบเดียว

วันนี้ผมลองนั่งไล่จุกยางทีละคู่ๆ ผลของเสียงและการสวมใส่แตกต่างกันไปหมดเลยครับ
ส่วนสาย VDH มันก็คือสายอัพเกรดนั่นแหละครับ มันมีผลต่อทุกย่านเสียงอย่างแน่นอน!
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 56

์Niwat

01/07/2015 19:21:00
วันนี้แวะไปฟังเมื่อช่วงเย็นๆที่พารากอน น่าจะเจอกันหลายท่าน ได้เอาเพลงที่ใช้ฟังประจำไปลองด้วย โดยรวมผมยังไม่โดนทั้ง Answer และ Truth ครับ แต่เท่าที่ฟัง ผมกลับชอบ Answer มากกว่า Truth

คือ Truth บรรยากาศดีกว่า แต่กลางต่ำ (low mid) รวมทั้งทุ้มบน (upper bass) มันออกแนวอิ่มหนาจนฟุ้งๆเป็นหมอก ฟังแรกๆเสียงร้องดูเหมือนมีพลังดี แต่มันเป็นสไตล์ทุ้มแบบหนังกลองขึงไม่ตึง ออกหย่อนๆ (ใครที่เล่นเครื่องเสียงรถยนต์ด้วย ขอให้นึกถึงซับวูฟเฟอร์ค่าย JL) แต่ประเด็นคือ รู้สึกว่าเสียงทุ้มที่ว่ามันขึ้นไปกวนเสียงกลางต่ำ (low mid) ทำให้เสียรายละเอียดไปพอสมควร โดยแลกกับการเสริมพลังให้ย่านเสียงกลางมาแทน

บุคลิกแบบนี้ นึกไปถึงสมัยเล่นเครื่องเสียงบ้านที่ผมใช้สายสัญญาณ Ven Den Hul (The First) เสียงกลางต่ำและทุ้มบน ออกแนวอิ่มหนาเหมือนกันเป๊ะเลย
จริงๆน่าจะออกแบบให้เปลี่ยนสายได้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้จูนเสียงแบบที่ชอบได้ด้วย ยกเว้นใครที่ชอบสไตล์แบบนี้ อันนี้ก็ว่ากันไป

ไม่แน่ใจว่าตัวเดโมที่ร้านเบิร์นไปแค่ไหน เดี๋ยวผมว่ากลางเดือนจะแวะไปอีกทีครับ

ปล น้องๆที่พารากอน ให้บริการดีมากๆ ขอชมเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 57

sumethchin

01/07/2015 19:35:48
เป็นรีวิวที่ให้คำตอบมาก

ตั้งแต่เข้าเวปบอร์ดมา(จริงๆก็ไม่นานเท่าไหร) ผมว่าหูฟังตัวนี้เป็นหูฟังที่ผมใจจดใจจ่อรออ่านรีวิวมากที่สุด สาเหตุนึงคงเพราะเฮียจะเขียนรีวิวด้วยตัวเอง แต่เหตุผลจริงๆนั้นก็เพราะว่าผมชอบธรรมชาติเสียงของไดเวอร์ Dynamic มากกว่า BA ทั้ง MX985 pk1 pk2 HM ผมเก็บเรียบ

ในใจยังคิดอยู่เสมอว่า นี่มันสุดทางแล้วรึ จะพกFull size ไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก
แล้วเจ้าดีตาโผล่มา เป็นการมาแบบให้ คำตอบ ตรงใจผมเลย

ขอบคุณเฮียและDITA ที่นำสุดยอด Dynamic driver มาเติมเต็มความฝันในความจริงแห่งเสียงดนตรีนะครับ ผมคงมีความสุขขึ้นอีกมาก และจะมากกว่านี้หลังผ่อนจ่ายบัตรเครดิตหมดแล้ว 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 58

porparty

01/07/2015 20:33:16
7
อยากบอกว่าท่านที่จะไปลองให้เอาเพลงบรรเลงไปลองด้วยเช่น เพลงคลาสสิค กีต้าร์เช่น depapepe, korea แบบสมัยนิยม แล้วท่านจะรู้สึกแปลกใจเหมือนอยู่กลางเวทีเลยค่ะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 59

นายมั่นคง

01/07/2015 20:50:23
2,931
555 ตัว The Truth นั้น น่าจะเบิร์นอินมานานแล้ว เพราะตัวนั้น Desmond ควักออกจากกระเป๋าให้ผมในวันแรกเจอกันเลยครับ

สิ่งที่ผมบอกว่าเล่นยากก็คือ เจ้า Dita นั้น วางตำแหน่งให้โฟกัสดีๆยากนิดนึง ต้องปรับตัวนานพอสมควรครับ ผมเองลองเองที่บ้านเป็นชั่วโมงๆก็ยังใส่ไม่ได้ตำแหน่งที่ดี ต้องลองให้พนักงานหยิบจุกยางมาให้ลองครับ ให้ใส่จุกยางแบบที่รูตรงกลางใหญ่สุด แล้วเลือกขนาดที่ตัวเองพอดีสุด อย่าใส่ขนาดกั๊กไซส์เผื่อใหญ่นะครับ

แล้วอย่าไปสนใจเรื่องสายที่ต้องคล้องหู เพราะเวลาใส่เข้าที่ปุ๊บ พอไปดึงสายเพื่อให้คล้องหูแนบๆ มันจะดึงตำแหน่งที่สุดหายไปครับ ปรับจุกยางนิดนึง ปรับตำแหน่งใส่อีกนิด รับรองถูกใจแน่ๆๆ ผมเองนี่เป็นพวกเจอ Upper มากวนย่านกลางไม่ได้เหมือนกัน หูฟังตัวไหนติดม่านหรือหมอกบัง เป็นอันเลิกฟังเหมือนกันครับ 555

The Answer นี่ดีเลยตั้งแต่ฟัง เพราะกลางไม่หนาเท่า และแหลมออกมากกว่า The Truth อีกนิด อีกประการ The Truth ยิ่งเบิร์นยิ่งเนียน upper bass จะลดลงกว่าตอนใหม่ๆๆมาก ตอนผมแกะใหม่ๆๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เบสตลบอบอวลกวนมั่วไปหมดเลยครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 60

นายมั่นคง

01/07/2015 20:51:26
2,931
คุณ porparty คิดเหมือนผมเลย ฟังแล้วเหมือนฟังดนตรีสด ที่ได้บรรยากาศรายล้อม และราวกับว่าเราได้ตำแหน่งที่ดีที่สุดในฮอลล์เลยครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 61

จอร์จ

01/07/2015 21:06:11
อ่านจนจบ แล้วทำเอาผมอยากละทิ้งโครงการ Fullzies ไปเลยเชียว..
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องหาเวลาไปฟังด้วยหูตัวเองเท่านั้นล่ะครับ บางทีผมอาจจะไม่ชอบก็ได้..
..... แต่เท่าที่เสพด้วยตา(รีวิว) น่าสนใจตัว Answer มาเลย...
หายใจลึก ๆ แล้วมองหา มาม่า.... มาตุนไว้ ๆ 555+
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 62

เอกเรื่องมาก

01/07/2015 21:48:38
19
อ่าน comment แล้วชื่นใจ ว่ายังมีแฟน Dynamic Driver ตัวยง อยู่หลายคนเหมือนกันแฮะ ไม่เหงาเดียวดาย ในยุคที่ BA ตัวเทพๆ เกลื่อนโลกขนาดนี้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 63

โอหมุ่น

01/07/2015 22:07:22
4
อยากลองฟังตั้งแต่ยังไม่อ่านรีวิวเฮียเลย

อีกสามเดือนกลับไทยคงได้เจอน้องเล็กซะหน่อย

ปล.รีวิวเฮียงวดนี้ละเอียดถึงลูกถึงคนดีครับ ชัดเจนดี
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 64

นายมั่นคง

01/07/2015 22:24:32
2,931



555 ผมก็พวกอยู่ค่ายไดนามิกเหมือนกันครับ 555

รีวิวเที่ยวนี้ละเอียดหน่อย เพราะว่าหูตัวนี้จะว่าหน้าตามันดีก็ไม่ใช่ แถมเล่นยากตรงที่มันอ่อนไหวกับพวกการสวมใส่และจุกยางมากเกินไปด้วยครับ

วันนี้ผมนั่งเทสทั้งวัน ไล่เอาจุกที่มีในท้องตลาดมาลองดู ปรากฏว่า จุกแต่ละอันเสียงคนละแบบ บางอันใส่แล้วทำให้ Dita ถึงขั้นแย่ไปเลยก็มี บางอันใส่แล้วเบสหายหมดก็มี ผมลองพวกจุกโฟม ก็โอเคดีอยู่ แต่เหมือนมันบูสเสียงทุกย่านมากไปนิด

ความสูงแกนท่อของจุกยางก็เช่นกัน แต่ละตัวมีความสูงไม่เท่ากัน แกนท่อจุกยางอันไหนยาวกว่าตัวอื่น ตัวนั้นให้เสียงทุ้มได้มากกว่า รวมถึงเนื้อจุกยางอีกครับ ถ้าเนื้อหนาไม่นิ่มมือ ผมว่าเสียงแหลมมันถูกดูดหายหมด แต่ถ้าเนื้อนิ่มนิด แหลมจะโผล่ได้ที่กำลังดี

ลองไปลองมา สุดท้ายอยากจะบอกว่าเดิมบางนางบวชดีที่สุด ผมว่าจุกยางเดิมๆนั้นดีที่สุดแล้วครับ สำหรับผม ตอนนี้ฟังระหว่างรูกลางขนาดใหญ่ และรูกลางขนาดกลาง ผมว่าเปลี่ยนจุกมาเป็นรูกลางใหญ่ ฟังแล้วคล้ายๆกับ answer คือแหลมมาอีกนิด เบสที่หนาไปสำหรับบางคนลดลงมานิดนึง แต่ถ้าใครอยากได้เบสหนากว่านี้ เลือกแบบรูเล็กได้เลยครับ

ลองดูด้วยตัวเองนะครับ อันนี้หูใครหูมัน ช่องหูแต่ละคนตื้นลึกต่างกัน เราต้องปรับให้มันเข้ากับรสนิยมเรามากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรนักครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 65

sumethchin

01/07/2015 22:47:18
อ่านแล้วโคตรชอบสไตร์การรีวิวของเฮียเลย #DD fanclub
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 66

Smallworld

01/07/2015 23:09:26
0



บางทีเราแค่ต้องการคำตอบ(The Answer) แต่เราไม่ได้ต้องการความจริง(The Truth)

ผมนี่โดน the answer ครับผมว่ามันตอบ"โจทย์" การฟังเพลงผมที่สุด ไปฟังเทียบมาแล้วอีกรอบ ใจก็ยังบอกว่าใช่เธอ ฉันเลือกไม่ผิดเลย และจะรักตลอดไปคนดี

ปล.หูใครก็หูคนนั้นนะครับ​ แต่หูผมบอกนี่แหละเนื้อคู่ที่รอมานานแสนนาน ขนาดไปฟัดกะมหาเทพทั้งหลาย เธอก็ยังใช่กว่าใครอยู่ดี
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 67

เอกเรื่องมาก

01/07/2015 23:11:10
19
เรื่องจุกนี่ผมจะชอบจุกที่ท่อไม่ยาวมาก ท่อใหญ่ๆหน่อย และจุกออกแนวอ้วนๆ มันจะแหย่เข้าไปไม่ลึกมาก แต่กันเสียงได้ดี ซึ่งผมอ่านรีวิวเฮียแล้ว ที่ต้องบอกให้ใส่แบบ housing มันลอยนิดๆ น่าจะเข้าทางกับจุกแบบที่ผมชอบแฮะ 55555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 68

หมีหวาน

01/07/2015 23:14:47
5
@คุณtangkoo ครับ ผมก็ยังอยากจะเข้าไปลองซ้ำครับ วันนั่น พอได้โฟกัสเสียงที่เหมาะ ๆ มันก็ไพเราะม่กนะครับ แต่ตำแหน่งการใส่มันใส่สบายมากในตอนแรก ๆ นะครับ จนผ่านไปสักพักแล้วจะกลับบ้านถอดออกนั่นแหละ ถึงเพิ่งรู้สึก ว่ามันเจ็บเหมือนโดนกดตรงกระดูกอ่อนเหนือรูหู เดี๋ยวจะหาเวลาไปลองเปลี่ยนจุก เปลี่ยนมุมดูอีกทีครับ ถ้าใส่ได้สบายนี่ลงตัวเลย
@คุณporparty วันนั้นผมได้ลองฟังออร์เคสตรา และเพลงคลาสสิคบางเพลงแล้ว ไพเราะและบรรยากาศดีจัง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
@เฮียครับ ผมขอไปลองเป็นจริงเป็นจังเหมือนคราว He 500 เลยนะครับ 555 นั่งลอง นอนลอง ตีลังกาลองเลยละ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 69

FELT

01/07/2015 23:58:51
จ๊ากกกกกก อ่านจนจบแล้วจ้า5555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 70

นายมั่นคง

02/07/2015 00:13:38
2,931
555 ค่อยๆลองครับพี่หมีหวาน อย่างที่คุยกันไว้ ผมว่าตัวที่อาจจะไปกดก็คือตัวที่เป็นยางเล็กๆที่สายมันลอดออกมานั่นเอง ต้องลองขยับครับ ผมว่า Dita จะเล่นยากตรงจุดนี้ครับ

พวกหูฟังที่แนบไปกับหู ทุกค่ายจะออกแบบท่อนำเสียงในแนวเฉียง ซึ่งมันจะมีองศาที่ทำมุมกับตัวเฮาส์ซิ่งแบบเฉียงๆ ทำให้พื้นที่รอบตัวจุกมีมุมอับในบางมุมครับ

ไม่เหมือนพวกหูฟังสไตล์ตรงๆอย่าง RE400 ยัดเข้าไปเหอะ ยังไงก็ไม่พลาด ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเฮาส์ซิ่งบิดหรือเอียงทำมุมไม่ได้ทีกับหู ตัว Dita นั้นบางท่านถ้าเน้นจะเอาแนบหู หรือพยายามจะใส่แนบหูสนิทจริงๆๆ มันจะคอนโทรลเสียงได้ยากขึ่นด้วยครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 71

l2esurection

02/07/2015 00:21:31
59
จากใจผมให้ Dita The Truth ชนะ Kaiser 10 ผมไปคือเรื่องเสียงร้อง ถ้าจะร้องขนาดนี้ - -a ชนะใจผมไปเลยดีกว่า
แต่ก็อย่างว่าครับ ตามสไตล์คนชอบจริงๆ อยากจะบอกว่าถ้าเฮียเอามันเข้ามาก่อนช่วงเมษาที่ผ่านมา ผมคงได้ไอนี่ไปนอนกอดที่บ้านนานละ T-T
เป็นหูตัวนึงที่ผมยอมรับเลยครับสำหรับ The Truth ใส่แอมป์เข้าไปให้มันมีแรงขับนิดนึงนะ แหล่มเลยละครับ
เพลงที่ผมใช้ทดสอบวันนั้นเทียบกับ Kaiser 10 คือเพลง Get Me Through December - Alison Krauss & Natalie MacMaster / 500 Miles - Noon ครับ
สำหรับแฟนๆคอไดรเวอ Dynamic ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ฮ่าๆๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 72

Dita Fan

02/07/2015 00:49:21
ตอนแรกทีผมลองหูฟัง Dita ทั้งสองเวอร์ชั่น ผมประทับใจเสียงของ The Answer มากกว่า The Truth ครับมันเป็นอะไรที่กลมกล่อมฟังง่าย ฟังได้หลากหลายแนวมากสายก็นิ่มใส่ง่าย
หา Sweet spot แป๊บเดียวได้เลยตอนนั้นใช้จุก reference ครับ ส่วน The Truth แรกๆไม่ค่อยโดนครับ ผมรู้สึกว่ารายละเอียดมันมาเยอะจัง สายก็กระด้างใส่ก็ยาก พอฟังไปสักพักนึงสมองกับหูเริ่ม synchronize ไปด้วยกันถึงเริ่มรับรู้แล้วว่าหูฟังตัวนี้มีดีครับ มิติกว้างเป็นสามมิติ มีแนวกว้างลึกสูง เหมือนนั่งฟังวงตนตรีมาเล่นเพลงให้ฟังอยู่ข้างหน้าครับ คือเสียงตนตรีแต่ละชิ้นจะลอยผสมกันมา ตอนแรกผมฟังวง Quartet แล้วตามด้วย Adagio in G Minor ของ Tomasso Albinoni เล่นโดย Berlin Philharmonic Orchestra อำนายเพลงโดย Herbert von Karajan ไฟล์เพลง DSD ครับ บอกตรงๆว่าฟังไปถึงครึ่งเพลงขนลุกน้ำตาจะไหล มันไพเราะแบบมีมิติอลังการมาก เบสของออร์แกนมันลงไปได้ต่ำมากจนรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนอยู่ในอก เสียงไวโอลินเอื้อนหวานหยดย้อย ใครที่มี The Truth หลังเบิร์นไปแล้วสักสองร้อยชั่วโมงลองหามาฟังดูครับไม่ผิดหวัง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 73

นายมั่นคง

02/07/2015 02:12:52
2,931



ขอลิงค์ด่วนเลยครับพี่ Dita FAn 555

ใช่อันนี้เปล่าครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 74

Dita Fan

02/07/2015 02:29:34
0
อันนี้เลยครับเฮีย เพลงแรกครับ ความยาวสิบนาทีสิบวินาที
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 75

ohwownoone

02/07/2015 08:18:27
206
นี่ผมเข้ามาอ่านทำไม๊ ทำไมไม่เลี้ยงลูก 555+

เฮียมั่นเขียน รีวิวนี้ อ่านสนุกมากครับ เหมือนกับว่าฝีมือการเขียนของเฮียจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขึ้นนึงแล้ว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 76

lek_chiangrai

02/07/2015 13:48:29
0
ขอรบกวนสอบถามพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ได้ลองฟังมาแล้วหน่อยครับ ว่าหูฟัง Dita มีลักษณะแนวเสียงคล้ายๆ ประมาณ ฟลูไซส์ค่ายไหนบ้างไหมครับ


แล้วจะมีผู้กล้าท่านใด ลองเปลี่ยนสายอัพเกรดให้ตัว รุ่น The Answer ไหมนะครับเนี่ย เสียงมันจะเป็นยังไงน้อ อิอิ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 77

Ahura

02/07/2015 14:36:11
1,313
แนวเสียงหลังเบิร์น The Truth ไปร่วม 90 ชั่วโมง และด้วยเครื่องเบิร์นอีก 2 ชั่วโมง
มีลักษณะไปทาง LCD-X ครับ เพียงแต่รูปทรงวงดนตรีเล็กกว่า อลังการน้อยกว่า
แต่ก็ทิ้ง MS1 กับ MH-40 ที่มีอยู่ไปแล้วครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 78

lek_chiangrai

02/07/2015 15:26:38
0
@Ahura ขอขอบคุณมากๆครับ มาแนวเสียง LCD-X น่าสนใจมากๆเลยครับ ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 79

Ahura

02/07/2015 15:39:45
1,313
ท่านที่จะไปลอง Dita หากคิดจะเทียบลักษณะเสียงก็ให้เทียบกับ fullsize ได้เลยครับ
นักวิจารณ์บางสำนักก็ให้ทัศนะว่าเสียงคล้ายพวก fullsize ประเภท open back อาจเพราะ Dita ให้ความเป็น airy มากก็เป็นได้นะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 80

jookkkk

02/07/2015 16:00:24
5
K.Ahuraเทียบกับhd598ได้ไหมผมว่าสเกลของditaน่าจะเล็กกว่าแต่ได้ดีเทลมากกว่า?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 81

FELT

02/07/2015 16:29:00
4
ผมชอบนะแบรนด์ที่ทำรุ่นหูฟังออกมาไม่เยอะ แค่3รุ่น เช่น Yuin ไม่ต้องปวดเลือกเยอะ แบ่งกลุ่มเป้าหมาย และแนวเสียงไปเลย เลือกง่ายดี
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 82

สึโค่ยโดสิส

02/07/2015 16:50:13
12
ลองต่อdita กับ dac-amp ตั้งโต๊ะดู แล้วคุณจะต้องทึ่ง!!
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 83

Ace of Hearts

02/07/2015 18:30:30
6
ตรงกับที่อ่าน รีวิวส์ ตปท หลายเจ้า เขาบอกตรงกันว่า ต้องมีแอมป์สักนิด dita ถึงจะแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 84

Pom-Pom

02/07/2015 20:41:50
4
ไม่ทราบว่าถ้าเทียบกับ Cardas EM5813 แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ
แต่งต่างกันในแง่ไหนบ้าง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 85

นายมั่นคง

03/07/2015 11:51:13
2,931
Dita Truth นั้นต่อตรงกับ Player สบายๆ ผมต่อกับ AK380 นั้นเหลือๆครับ อาการอั้นหรือหุบไม่เจอเลย มันไม่ใช่หูขับยากครับ ต่อตรงกับไอโฟน 6 เล่นกับแอฟ neutron ก็ยังโอเคเลยครับ แต่ถ้าได้แอมป์มาเติมนิดนึงเหมือนมันจะทะลุไปได้อีก ผมต่อกับแอมป์ Bakoon เสียงอิ่มและมีน้ำหนักได้อีก

แต่การต่อแอมป์ผมว่าไม่ถึงกับเปลี่ยนคาแรคเตอร์อะไรมากมายนักครับ ใครมีแอมป์แล้วก็ต่อเพิ่มเข้าไป แต่ใครที่มีเพลย์เยอร์ฟังประจำอยู่ คอนเฟิมว่าสบายๆๆครับ 555

สำคัญคือการเบิร์นอินครับ ตัวแกะกล่องกับตัวที่เบิร์นผ่านไปซักระยะนึง ต้องบอกว่าห่างกันหลายปี๊บเลยครับ55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 86

porparty

03/07/2015 14:00:58
7
"ตัวแกะกล่องกับตัวที่เบิร์นผ่านไปซักระยะนึง ต้องบอกว่าห่างกันหลายปี๊บเลยครับ55 "

เห็นด้วยแบบ 1000% เลยค่ะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 87

Ahura

03/07/2015 20:17:52
1,313
เบิร์น The Truth มาเลย 100 ชั่วโมงแล้ว อดพูดถึงความมหัศจรรย์ของมันไม่ได้ คือเรื่องของเสียงที่หลุดออกจากหัวครับ
พูดแค่นี้คงไม่น่ามีอะไรตื่นเต้นกับเสียงที่หลุดลอยออกเหนือหน้าผาก เหนือกระหม่อมทั้งสองข้าง หลังท้ายทอย หรือข้างสองใบหูแต่มันเป็นเสียงที่หลุดลงล่างครับ
วันนี้นั่งฟังอัลบั้มของ Hans Zimmer ซึ่งเป็น Soundtrack ประกอบ The Dark Knight Rises ในช่วงของซาวด์ทุ้มต่ำผมเริ่มสังเกตได้ว่ามันไม่ได้ต่ำอยู่ในหัว แต่เสียงมันหลุดลงไปลอยอยู่ใต้คางบริเวณลำคอ!
นี่เราไม่ได้คุยกันถึง Fullsize ระดับ Hi-End นะครับ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงและแสดงออกในหูฟังอินเอียร์ตัวเล็กกว่าหัวแม่โป้งตัวหนึ่งเท่านั้น!!!
ซึ่งผมไม่เคยได้ยินเสียงในลักษณะแบบนี้จากอินเอียร์ตัวใดๆมาก่อนไม่ว่าจะ 1 หรือ 10 driver ตอนนี้จินตนาการไม่ออกเลยครับว่าเบิร์นจบแล้วคุณภาพเสียงมันจะไปถึงไหน?

ป.ล. ชุดอ้างอิงคือ DX90 + Ref8 + Duet
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 88

Dita Fan

03/07/2015 23:23:24
0
อาจารย์ Ahura ได้รับประสบการณ์การฟังจากหูฟังตัวนี้เหมือนผมเลยครับ ผมมายืนยันอีกเสียงนึงครับว่ามันให้มิติการได้ยินเป็นสามมิติจริงๆ เสียง Sub bass นี่ลงได้ลึกจนสมองโดนหลอนว่ามันสั่นสะเทือนอยู่ในอกเลยครับ ผมก็ฟังเพลงแนว Epic เหมือนอาจารย์ Ahura ครับ ยิ่งบางเพลงฟังๆไปเหมือนกำลังวิ่งถือดาบไปรบอยู่ในวงล้อมเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 89

นายมั่นคง

03/07/2015 23:45:36
2,931
เรื่องเสียงทุ้มที่ต่ำลึกนั้น อย่างที่ผมบอกไว้ข้างบนๆๆ ถ้าเบสมันต่ำและลึกไม่จริง นั่นคือเบสพวก mid-upper bass แบบนั้นฟังแล้วหลอกๆหู แต่ถ้าต่ำแบบคลานมาตามพื้น ลงต่ำจนเรารูู้สึกว่าสะเทือนตามผิวหนัง อันนี้ึลึกจริงๆๆ ซึ่งเบสแบบนี้จะเป็นเบส octave สุดท้ายที่คนจะสามารถได้ยินแล้วครับ มันช่วยเสริมอรรถรสยิ่งขึ้น

ขนาดผมเปิดไฟล์ 16 บิทจาก Tidal ตามที่พี่ Dita Fan แนะนำ (Adagio in G Minor ของ Tomasso Albinoni)ยังได้ยินเสียงต่ำที่ว่าเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 90

Dita Fan

04/07/2015 02:52:01
0
แอบไปดู online store ของ Dita Audio เห็นขึ้น sold out ทุกรุ่นอีกแล้ว สงสัยพี่จีนมากว้านซื้อจนหมดสต๊อคอีกซะละมั้ง กระแสหูฟัง Dita ในต่างประเทศก็แรงไม่น้อยไปกว่าบ้านเราเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 91

นายมั่นคง

04/07/2015 10:49:23
2,931
เป็นเรื่องจริงครับ สต๊อกเค้าหมดจริงๆๆ เหลือแต่สต๊อกบางส่วนที่เค้าไว้ขายออนไลน์ แต่ผมขอมาหมดแล้ว ได้อีกรุ่นละ 3-4 ตัวเท่านั้นเองครับ 555

ของพี่ Dita Fan ไปหาหลุยส์ได้เลย ผมเก็บ The Truth กับ The Balanced ไว้ให้แล้ว ลองค่อยๆตัดสินใจว่าตัวไหนเหมาะสุดนะครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 92

khun_top

04/07/2015 11:31:43
1
เอามาฟังไฟล์ flac 16 bit จะคุ้มมั้ยครับ หรือว่าจะใช้กับไฟล์flac 16 bit แล้วมันจะไม่ต่างกับหูฟังอื่นที่ระดับราคาถูกลงมา
ฟังแนวเพลง Anime J-rock/pop hiphop dance
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 93

xcilus

04/07/2015 13:36:21
จะมีสีทองเข้ามาด้วยป่ะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 94

kant2000

04/07/2015 14:39:27
1
เฮีย เมื่อใหร่จะมี จัด 0% ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 95

Smallworld

04/07/2015 14:39:55
0
khun_top ฟัง mp3 ยังได้เลยครับ ที่ผมจัดตัวนี้เพราะผมก็ฟังแค่ 16bit นั่นแหละครับและฟังได้ทุกแนว เหมือนเราเปิดลำโพงบ้านๆเลย ไม่เด่นด้านในเป็นพิเศษ แต่ทำได้ดีทุกด้าน

xcilus สีทองมีจำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่นประเทศเดียวนะครับ เท่าที่ทราบมา
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 96

Dita Fan

04/07/2015 14:49:53
0
ขอบคุณมากครับเฮียเพิ่งไปรับมาครับ ตัวที่ฟังอยู่นี่ฝากDHLไปคืนเจ้าของแล้วครับ ต้องมาเริ่มเบิร์นกันใหม่ 5555 จัดเจ้า Truth มาครับ แวะไปหาเฮียที่พารากอนว่าจะหาหูฟังเอาไว้ใช้ตอนออกกำลังกาย ร้านที่พารากอนลูกค้าเยอะจริงๆเลยถอยออกมาก่อนดีกว่า วันหลังค่อยแวะไปใหม่ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 97

Dita Fan

04/07/2015 14:58:35
0
@xcilus สีทองคือ The Balanced Limited edition ครับแพงเอาเรื่องอยู่ ถ้าเฮียสั่งไป Desmond ก็น่าจะส่งมาได้ครับถ้ามีของในสต๊อคนะครับ สำหรับลูกค้าเฮีย Desmond จัดให้ได้ครับ แอบเห็น Desmond แกใช้รุ่นนี้เข้าคู่กับ AK240 สีทองด้วยแหล่ะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 98

หลุยส์ munkonggadget

04/07/2015 15:33:12
718
สีทองรู้สึกว่าจะเเพงกว่าปกติอีก $200 และจะทำเฉพาะตลาดญี่ปุ่นเท่านั้นครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 99

khun_top

04/07/2015 15:59:55
1
Smallworld ขอบคุณครับ ไว้เด๋วแวะไปลองละ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 100

นายมั่นคง

04/07/2015 22:21:19
2,931



เปิดเผยโฉมหน้าดีต้ายุวทูต เอ๊ยๆๆ หน้าตาคุณ Dita Fan ครับ วันนี้แวะไปสอย Dita The Truth ที่เรือธง แล้วยังมาสอยหูฟัง sport อีกตัวร่วมหมื่นที่พารากอน จ๊ะเอ๋ กันพอดีเลยถ่ายรูปมาฝากคร้าบบ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 101

ANuBiS GaTE

04/07/2015 22:24:00
148
สีทอง The Truth เฉยๆก็มีมั้งครับ ลองดูในร้าน e-earphone ดูครับ

ผมไม่รู้เวบเค้าลงขายตัวมือสองหรือยังไง แต่ราคาแบรนด์นี้ถูกกว่าไทยเยอะจนประหลาดใจเลยครับ พอดีร้านนี้ขายมือสองด้วย เลยไม่ค่อยแน่ใจ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 102

นายมั่นคง

06/07/2015 22:49:43
2,931



มี item อีกอันหนึ่งที่กำลังจะมาครับ นั่นคือสาย mini to mini The Truth จาก Dita ครับ ผมไม่มีของจริงในมือ ในรูปจากเน็ทครับ หัวท้ายเหมือนกับแจ๊คที่ Dita ใช้ และความยาวสายก็ราวๆ 3 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 9290 บาทครับ

ไว้มาเมื่อไหร่จะรีวิวให้ทราบกันอีกที แต่จากการนั่งทางใน ผมเดาว่าเสียงออกไปทางอิ่มอวบ สเกลใหญ่ เหมือนกับสาย The Truth ทุกอย่างครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 103

Ahura

06/07/2015 22:53:52
The Truth ของผมตอนนี้ดิ้นเป็นม้าพยศเลยครับ!
เบิร์นด้วยไฟล์ 24 bit ไปราว 130 ชั่วโมงรู้สึกอยากจะกดเสียง Sibilant ลงสักหน่อย เลยเข้าเรือธงให้ตั้มใช้เครื่องเบิร์นเพิ่มอีก 30 นาที และล้างสนามแม่เหล็กอีก 1 นาที

เปิดเพลง What A Shame ของ Patricia Barber เจ้าแม่เสียง Sizzle กะว่าเนียนแน่ๆ กลับกลายเป็นแม่คุณกระโดดออกจากเวทีมาตะโกนร้องข้างหูซะงั้น

ผมว่าคนเบิร์น Dita ถ้าจิตไม่แข็งพออาจสติแตกได้ 555 เพราะมันแปรปรวนมาก บางครั้งนึกว่าจับทางมันได้แล้ว สักพักมันก็ดิ้นไปทางอื่นอีก!!

สุดท้ายต้องเอา Hans Zimmer ที่เน้นต่ำกับแหลมมาช่วยกดกลางลง เปิดไปอีก 2 ชั่วโมง ค่อยใจชื้นขึ้นที่นักร้องยอมกลับเข้าประจำที่

ตอนนี้คงหยุดใช้เครื่องเบิร์นแล้วครับ เพราะมันปล่อยทุกความถี่จนคุมไม่ได้ ใช้การฟังแบบค่อยๆสังเกตเอาดีกว่า

สรุปว่าชอบครับมันมีอะไรให้คาดไม่ถึงตลอดการเบิร์น ผมเรียกว่ามันเป็นรสชาติของการเล่นหูฟังจริงๆ และ Dita มันตอบสนองตรงนี้มากๆ ( ขณะที่ MH-40 เบิร์นทีหลังใช้เครื่องเบิร์น 1ชั่วโมง เบิร์นไฟล์เพลงอีกแค่ 20 ชั่วโมง ตอนนี้เชื่องเป็นแมวนอนหวดไปแล้วครับ จบภาระกิจไปแบบง่ายดาย555)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 104

นายมั่นคง

06/07/2015 23:00:56
2,931
พออ่านปุ๊บ ผมทราบเลยว่าผมไม่ได้อุปทานไปเองเหมือนกันครับ ผมเองตอนช่วงแรกนั้น รู้สึกว่า Dita มันไม่ยอมเข้าที่เข้าทางซะที คือแรกๆเหมือนแหลมไม่มี พอเบิร์นพักนึงแหลมกลับแยงหู และรู้สึกว่าตัวเองคุมเกมส์ไม่ค่อยได้ คือไม่รู้จะเอาไงกับมันดี

คือเบิร์นในแต่ละวัน เสียงมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นการเปลี่ยนแบบไม่ยอมหยุด ปกติหูฟังทั่วไป พอผ่านซัก 200 ชั่วโมงมักจะไม่ค่อยมีอะไรต่างแล้ว แต่ Dita ไม่ใช่ครับ และการเบิร์นด้วยไฟล์เบิร์นนั้น ขอให้ทำแค่พอประมาณพอ ไม่งั้นเสียงแหลมมันจะถูกดันออกมามากกว่าปกติ ผมลองจนแน่ใจเหมือนกันกรณีนี้ ถ้าจะใช้ไฟล์เบิร์น ขอให้ใช้เพียง 2-3 รอบ และมันจะให้เสียงแหลมมากกว่าปกติหลังเบิร์น

แต่หลังจากใช้ไฟล์เบิร์น ผมเลิกใช้หมดแล้วครับ หันมาเปิดเซ็ทเพลงคลาสสิคที่บ้นทึกดีๆๆ มาเป็นชุดเบิร์นแทน เปิดวนไปวนมาป่านตลอด 24 ชั่วโมงครับ มีหยุดพักฟังเป็นระยะๆๆบ้างเท่านั้นเอง ซึงตอนนี้ความโปร่ง โล่ง ทุกอย่างครบถ้วน

วันนี้คุยกับลูกค้าซึ่งเป็นอาจารย์มหาลัยท่านหนึ่ง แลกความเห็นกันก็พบว่าตรงกันในเรื่องการสวมใส่ ผมบอกว่า Dita เล่นยากก็คือเรื่องการใส่นี่ล่ะครับ ยัดแน่นไปนิดเดียวเสียงทึบ ออกมามากไปเบสหาย แต่ถ้าวางลอยๆๆได้องศาดีๆๆ หรือเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าจุกยางมันอยู่ลอยๆ และไม่จุกแน่นนัก ตอนนั้นแหละ จะเหมือนนั่งฟังลำโพงบ้านไฮเอนด์เลยครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 105

tangkoo.

06/07/2015 23:32:09
1,206
จะเล่น Dita นี่ขนาดนี้เลยเหรอครับ มีตังค์อย่างเดียวไม่ได้(ต้องอดทน บากบั่นด้วย555)
เอาจริงๆ นับเป็นหูฟังที่น่าเอามาให้ รูหูเราคู่ควรจริงๆ555 ดีครับตัวเดียวเล่นกันยาวๆไปเลย
*อยากรู้จริงๆมันจะไปถึง พันชั่วโมงมั้ย*
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 106

cambridge

07/07/2015 08:57:09
1
สงสัยผมจะโดนแน่เลย ขนาดยังไม่ได้ไปลองฟัง เพลงมันตอบโจทย์ live style เราด้วย

เวลาผม burn ผมใช้ ipad mini เปิด TIDAL เปิดเพลง classic กับ opera ซัก 3-4 อัลบั้ม และเพลงร้องซักอัลบั้ม ให้มันเล่นไปเรื่อย ที่บอกว่าใช้ ipad mini เพราะผมเปิด 4 - 5 ชม. แต่ปิดจอมันไว้ แบตแทบไม่ลด คือกินไฟน้อยมาก กลางคืนผมก็เปิดทิ้งไว้ทั้งคืน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 107

Ahura

07/07/2015 10:29:11
ในอดีตถ้าพูดถึงการเบิร์น จัดเป็นประเด็นอ่อนไหวที่นักเล่นหูฟังถกเถียงท้วงติงกันมาก บางกลุ่มลองเอง บางกลุ่มอ่านเอา บางกลุ่มฟังเขาพูดกัน มันเลยมีเรื่องวิวาทะกันเสมอเวลามีคนจุดประเด็นเรื่องเบิร์นเสียงเทพ เบิร์นแย่ เบิร์นหุบ เบิร์นเน้น รวมไปถึงการเบิร์นแก้ เบิร์นทับ

ทำให้การเบิร์นมีสภาวะคลุมเครือ ไม่แน่นอน หรือแตกประเด็นหลากหลาย บางคนมองว่ามันเป็นเรื่องของไสยศาสตร์พ่อมดหมอผีก็มี

แต่ในระยะหลังกลุ่มคนที่ได้ลองได้สัมผัสแผ่วงกว้างออกไปเรื่อยๆ ทำให้เรื่องพูดถึงการเบิร์นกลายเป็นเรื่องปกติและเป็นวิถีปฏิบัติของการเล่นหูฟังใหม่แกะกล่อง แต่คำตอบส่วนใหญ่ของนักเล่นมากประสบการณ์มักให้คำตอบแบบรักษาตัวว่า เปิดเพลงที่ใช้ฟังปกติไปเรื่อยๆนั่นแหละเดี๋ยวก็ดีเอง

ตอนเริ่มเล่นใหม่ๆผมได้ฟังนักเล่นประสบการณ์สูงพูดว่า PK1 เบิร์นดีได้ดี เบิร์นชั่วได้ชั่ว อันนี้เป็นสิ่งที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าตรรกะมันคืออะไร อุปกรณ์ออกใหม่จากโรงงานทุกอย่างในโลกล้วนต้องการการวอร์มอัพอันนี้เข้าใจได้

แต่การวอร์มแล้วเสียมันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่เมื่อได้ลองหูฟังเดียวกัน ซื้อพร้อมกัน ใช้เวลาเบิร์นพอๆกัน เมื่อนำมาฟังเทียบกันกลับให้ผลทางเสียงที่แตกต่างกัน และใครก็ตามที่ได้ผ่านประสบการณ์นี้เขื่อว่าจะมีมุมมองเกี่ยวกับหูฟังที่เปลี่ยนไป

ผมไม่ได้นำเสนอตัวเองว่าเป็นนักเล่นผู้คร่ำหวอด หูเทพหูทอง มีสัมผัสเหนือมนุษย์แต่อย่างใด หากแต่เป็นคนชอบฟังเพลงที่อยากให้หูฟังราคาสูงของตัวเองมีคุณภาพเสียงที่ดี อย่างที่มันควรเป็นไม่ใช่เข้ารกเข้าพงไร้ทิศทาง

และ Dita น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ว่ามันไม่ใช่หูฟังที่สามารถปล่อยเบิร์นตามยถากรรมแบบหูฟังตลาดทั่วไป แต่ต้องอาศัยการเอาใจใส่ ระยะเวลา และความเป็น " ศิลปะ "ของผู้ที่ครอบครองมันด้วย

ดังนั้นคนที่คิดจะเล่น Dita ต้องทำใจว่ามัน " ไม่ง่าย " และเหนือกว่าตรรกะในการได้เคยเล่นหูฟังอินเอียร์ทั่วไป เพราะมันแปรปรวนคาดเดายาก การควบคุมสมดุลย์ของมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ปราณีตและอดทนสูง ใครคิดว่าควักเงินก้อนโตซื้อหูฟัง แกะกล่อง เสียบเข้าหูแล้วนั่งฟิน ผมแนะนำให้ผ่าน Dita ไปได้เลย เพราะมันใม่ใช่อาหารประเภทเทน้ำร้อนแล้วกิน แต่เป็นจานอร่อยที่ต้องปรุงให้เป็นด้วยครับ

ไม่น่าแปลกใจที่มีคนได้ลองฟัง Dita แบบฉาบฉวยจากตัวเดโมผ่านมือคนหลายหลากจะเกิดทัศนคติที่แตกต่าง แหลมเสียดไป เบสบางไป ไม่เห็นเหมือนนักรีวิวต่างประเทศที่บอกว่ามันละมุน มันกลมกล่อม เพราะยังไม่ได้เคยสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของ Dita เลยก็เป็นได้ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 108

cambridge

07/07/2015 11:49:36
1
ผมมองว่ามันคือความสนุกอย่างนึงของการเล่นเครื่องเสียงเลยละ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 109

lifemelody

07/07/2015 11:51:49
1
อย่างงี้เฮียต้องเปิดบริการรับจ้างเบิร์น Dita ด้วยจะดีไหมเนี่ยย 555555+ เพราะผมเชื่อว่าหลายๆคนก็ไม่น่าจะมีไฟล์เพลงที่เหมาะสมที่สามารถดึงเอาประสิทธิภาพของตัวหูฟังออกมาได้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 110

หูทองเหลือง

07/07/2015 12:06:56
1,026
แล้วอย่างนี้ การเบิร์นหูฟัง Dita ในแต่ละรุ่นจะใช้ระยะเวลาการเบิร์นที่แตกต่างกันด้วยรึเปล่าครับ
เช่น Answer จะใช้เวลาเบิร์นสั้นกว่าTruth เสียงก็นิ่ง อย่างนี้รึเปล่าครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 111

Ahura

07/07/2015 12:26:49
1,313
ปัจจัยหลักคือ driver ครับ ส่วนสายหรือการเปลี่ยนระบบเป็นปัจจัยรอง
ดังนั้นการที่ Dita แต่ละรุ่นจะถึงจุด "สะเด็ดน้ำ" ก็น่าจะใกล้เคียงกัน

การใช้เครื่องเบิร์นที่ร้านตั้งแต่ครั้งแรกก็รับรู้ผลเลยครับ เหมือนกับการเปิดจักระทางโยคะศาสตร์ แต่พอเราใช้เครื่องมากขึ้นมันจะเริ่มดันกลางแหลมมากขึ้นเรื่อยๆตามที่เฮียบอก

จำไว้ว่า " คุณไม่ได้เป็นผู้เลือก Dita แต่ Dita ต่างหากที่เลือกคุณ!"
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 112

tinger

07/07/2015 14:27:30
ขอสอบถามหน่อยครับคือเสาร์ที่แล้วกะจะไปสอย the answer เต็มที่แต่ตอนไปลองฟังแล้วเหมือนสาขาพารากอนยังเบิร์นไม่เต็มที่ ทำให้เนื้อเสียง รายละเอียดต่างๆ ต่างจาก the truth มาก ก็เลยอยากถามท่านที่เคยลอง the answer ที่เรือธงว่าต่างกันเยอะมั้ยครับกับ the truth หรือผมจะกัดฟันเล่น the truth เลยดี ใช้ยาวๆไปเลย

ปล. ถ้าในแง่ความคงทน the fat กับ the truth จะต่างกันมากมั้ยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 113

Hungryburg

07/07/2015 14:29:23
0
อืมส์ .... แสดงว่า ผมก็ยังเบิร์นไม่ถึง หรือไม่ก็เบิร์นไม่เป็น
ผมใช้ the truth มาครึ่งปีได้แล้ว
แต่หากวันนี้ ลองเอามาต่อกับ ak120 รุ่นแรก
ฟัง "50 shades of Grey - Love me like you do" 24bits/44.1kHz
ช่วงนาที 2:10 ท่อนฮุค "Touch me ..."
คำว่า "Touch" ยังไง ก็ยังมี สสสสส มากกว่าหูตัวอื่นอยู่ดีนะครับ

แต่

ก็ไม่น่ารำคาญมากเหมือนได้มาแรกๆ
สำหรับผมตอนนี้ สสสสส อยู่ในระดับที่ ok (แล้วก็ไม่เป็นทุกเพลงนะ)
โดยรวม Happy มากๆ ยิ่งต่อผ่าน Trio
ฟัง Diana Krall "Sorry seems to be the hardest word" ...
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 114

สึโค่ยโดสิส

07/07/2015 14:30:34
12
ผมคาดเดาจากตัวสาย น่าจะทนทานมากๆ ทั้งคู่​นะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 115

tangkoo.

07/07/2015 14:50:02
1,206
@คุณHungryburg
รบกวนสอบถามหน่อยครับ นอกเหนือจากประเด็น สสส แล้ว ตอนนี้รู้สึกมันนิ่งหรือยังครับ แล้วต่างจากตอนแกะกล่องมากไหมครับ ผมจะได้ทิ้งช่วงให้ร้านเขาเบิร์น ไปนานๆเลยแล้วค่อยเข้าไปฟังเทียบทีเดียวครับ ขอบคุณมากครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 116

Ahura

07/07/2015 15:34:44
1,313
แนะนำคุณ Hangryburg เข้าไปที่สาขาเรือธง ให้หลุยส์หรือตั้มเปิดเครื่องเบิร์น
แล้วลองจับความเปลี่ยนแปลงดูครับ ถ้าเปลี่ยนแสดงว่ายังเบิร์นไม่สุด

เรื่องนี้ผมเจอมากับตัว คือ MS1 ที่เบิร์นมาเต็มที่เกิน 500 ชั่วโมง คิดว่ายังไงต้องสุดแล้วแน่นอน พอมาจับเข้าเครื่องพบว่ามันยังไปต่อได้อีกครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 117

นายมั่นคง

07/07/2015 17:16:06
2,931
เรื่องการเบิร์นนั้น ปกติผมแนะนำว่าหูฟังทั่วไปราวๆ 200 ชั่วโมงครับ และไม่ควรใช้ไฟล์เบิร์น

แต่พอมาถึงตัว Dita ผมไม่แน่ใจว่าเค้าใส่ไดรเวอร์แบบไหน เพียงแต่เค้าระบุไว้นิดหน่อยว่าเป็น ultra-lightweight, ultra-fast and rigid driver. ส่วนมันจะเป็นแบบ นีโอไดเมี่ยม หรือเป็นแบบดั้งเดิมทั่วไป อันนี้เดากันเอาเอง 555

หูฟัง Dita นั้นอ่อนไหวต่อการเบิร์น เหมือนว่าด้วยความที่ไดรเวอร์มันเป็นไดนามิกที่อาจจะใช้เทคนิคในการประกอบหรือเทคนิคในการผลิตตัวไดรเวอร์ที่ต่างจากหูฟังตัวอื่นๆ เลยเหมือนกับว่ามันยังไม่ยอมสุดซักทีกับการเบิร์น คือเหมือนจะไหลไปได้เรื่อยๆๆครับ

การเเบิร์นด้วยไฟล์ที่ผมทิ้งลิงค์ไว้ ช่วยให้เข้าที่ได้เร็วขึ้นจริงก็อีกนิดๆหน่อยๆ แต่เอาเข้าใจจริง คนซื้อต้องไปมุมานะบากบั่นกันเอาเอง มันเหมือนว่าตอนนี้เรายังไม่รู้ว่ายอดเขาที่สูงสุดอยู่ตรงไหน แต่ละคนพยายามปีนกันอยู่นั่น และบางทีเราอาจจะผ่านจุดสูงสุดมาแล้วก็ไม่แน่ครับ 555

เรามาดูกันว่าใครจะเป็นผู้ปีนยอดเขาถึงก่อนกันนะครับ 555


ปล.ผมว่าผมฟัง Dita ไปไม่มากเท่าไหร่นัก แต่เบิร์นกลับมากกว่าเป็นร้อยเท่า 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 118

tangkoo.

07/07/2015 18:18:35
1,206
ยังอยู่ตีนเขาอยู่เลย555 เดี๋ยวต้องไปหาเชือกมาปีนกับเขาบ้างแล้ว555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 119

Hungryburg

07/07/2015 18:54:22
Tangkoo
จุดสังเกตุง่ายสุด คือ สสส ที่จะเห็นชัดๆ
จุดอื่น ผมใช้มาเรื่อยๆ จำไม่ได้แล้วครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 120

ANuBiS GaTE

07/07/2015 19:07:18
148
สรุปว่าที่เคยมีดราม่าเถียงกันว่าหูฟังเปลี่ยนได้ตามการเบิร์นนี่มันท่าจะจริงสินะครับ อย่างน้อยก็กับ DITA ตัวนึงละตอนนี้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 121

Ahura

07/07/2015 19:50:21
1,313
เคยรับรู้เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นในการเบิร์นมาพอสมควรครับ เปรียบเสมือน

คนกลุ่มหนึ่งบอกว่าเห็นผี และพยายามอธิบายว่าผีเป็นอย่างไร
คนกลุุ่มหนึ่งไม่เคยเห็นผีแต่สนใจ และตั้งข้อสงสัยว่าผีเป็นอย่างไร
คนกลุ่มหนึ่งไม่เคยเห็นและไม่เชื่อเรื่องผี และกล่าวว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ

ผมว่า Dita คือคำตอบอย่างเป็นรูปธรรมในการพิสูจน์นะครับ ว่าหูฟังมีการตอบสนองต่อการเบิร์นอย่างไร
ลองใช้ Dita สักตัวแล้วมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เหนือธรรมชาติกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 122

tangkoo.

07/07/2015 19:57:33
1,206
@คุณHungryburg ขอบคุณมากครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 123

es_ciro

07/07/2015 20:25:49
วันนี้ไปหิ้ว answer (ของเพื่อนฝาก) มาจากเรือธงครับ
แลกกับการได้อมไว้สัปดาห์นึง (ให้เบิร์นให้ด้วยว่างั้นเหอะ)
เท่าที่ลองใส่ ผมว่าใส่สบายนะ สบายกว่า custom อีก ข้อเสียเดียวคือสายมันขยันจะดีดมากๆ
ส่วนเรื่องเสียง ความมีความเนียน แต่ชัด (ไม่เหมือนแบบพวก bose นั่นแบบ เนียนนุ่ม แต่ไม่ค่อยชัดเมื่อเทียบหูฟังในระดับครึ่งหมื่นขึ้นมา) ส่วนความเจ๋ง ไว้ก่อนครับ เสียงช่วงต่ำๆยังแกว่งมาก แต่แม้แกว่งๆเบลอๆก็จริง แต่เรื่องปริมาณของมันเยี่ยมมากเลยครับ ไม่เยอะมากไม่น้อยสำหรับผม แต่ถ้าให้เทียบกับหูiemอื่นๆทั่วๆไป ผมก็ว่าค่อนข้างน้อยล่ะ แต่เสียงสูง ณ ตอนนี้ ก็ไม่ได้บาดนะครับ ยกเว้นใส่หูรูใหญ่ จะบาดบ้างบางจังหวะบางเพลงเท่านั้นเอง
เอาจริงๆเท่าที่ลองมาหลายๆตัว ตัวละนิดหน่อย ส่วนตัวผมก็ยังชอบBAมากกว่าครับ
แต่dynamic เอ่อ answerเนี่ย ใส่ฟังทนนานเพลินกว่าแน่ๆ ไม่ค่อยเหนื่อยหูครับ
ลองต่อตรงมือถือ (เพื่อนผมใช้ไอโฟนไม่รู้จะยังไงเหมือนกัน) ผมโซนี่อะนะครับ ถือว่าขับออก แต่คงไม่ค่อยจะหมดอะนะครับ จะให้เสียงดีๆหน่อย ก็ต้องเร่งเกือบเต็มละ มากกว่านั้นอีกนิดก็เป็นเพี้ยนแทน
แต่ต่อตรงกับเพลเยอนี่โอเคเลยครับ

โดยรวมผมให้ว่าคล้ายๆw60(ในความทรงจำของผมนะครับ ฟังมานานมากๆละอาจไม่เป๊ะนัก) คือ ชัด แต่ไม่คม มีความกลมกลืนของเสียงค่อนข้างสูง บรรยากาศดี ฟังเพลินมากๆ แต่ฟังจับผิดจับตำแหน่งไม่ดีเท่าไหร่ แต่w60อาจจะแม่นกว่าด้วยความเป็นbaมั้งๆๆๆๆครับ ลืมไปละ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 124

lifemelody

07/07/2015 21:34:46
1
เสียงไวโอลินฟังกับตัวนี้เป็นยังไงมั่งอ่ะครับบบ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 125

Dita Fan

07/07/2015 21:51:27
0
สำหรับผมการเบิร์นหูฟังเป็นเหมือนการทำอาหารครับ ปรุงรสเติมนู่นนิดเติมนี่หน่อยในถูกจริตกับหูเรา แต่ละคนระดับการได้ยินยังไม่เท่ากันเลยครับ เลยตัดสินยากครับว่าจะเบิร์นยังไงถึงจะพอ ดนตรีที่เอามาใช้ตอนเบิร์นก็สำคัญผมเลือกใช้แบบที่มี Dynamic range กว้างๆ ยิ่งได้แบบมากกว่า 12 ขึ้นไปยิ่งดี หูฟัง Dita เนี่ยหลายๆคนบอกว่า It's alive. ตอนนี้ตัวใหม่ของผมเพิ่งผ่านหลัก 50 ชั่วโมงมาลองเทียบกับตัวที่ยืมเค้ามาซึ่งตัวนั้นมากกว่า 250 ชั่วโมงไปแล้ว เสียงห่างกันเหมือนหนังคนละม้วนเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 126

Ahura

07/07/2015 22:26:04
1,313
@lifemelody ถ้าคิดจะฟังไวโอลินเพราะๆ Dita คือคำตอบสุดท้ายครับ

Dita ขึ้นชื่อในเรื่องการถ่ายทอดความสมจริงของเครื่องดนตรี และนี่เป็นจุดแข็งที่สุดของมันครับ
ผมเคยนั่งไล่ฟังเฉพาะเสียงดีดนิ้วมือจากเพลงของ Patricia Barber โดยใช้หูฟังระดับเรือธงของแต่ละค่ายไม่ต่ำกว่า 5 ตัว ไม่มีตัวไหนถ่ายทอดความเหมือนจริงที่ออกมาได้เท่า Dita

กลับมาเรื่องไวโอลิน ผมฟัง The Four Seasons ของ Vivaldi (ใช้ชุดนี้เปิดเบิร์นในช่วงแรกด้วยเพื่อเรียกเสียงสูง) เสียงไวโอลินสมจริงมาก อาจเป็นเพราะ Dita ให้เสียงที่ใสเคลียร์และมี dynamic contrast ที่ดีมาก ความลื่นไหลของคันชักกับเส้นสายของไวโอลินสร้างบรรยากาศเสียงแบบนั่งชมอยู่ใน Concert Hall สดๆเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 127

นายมั่นคง

07/07/2015 22:46:37
2,931
เห็นด้วยครับ ฟัง The Four Seasons ของ Vivaldi อร่อยเหมือนกินเป็ดโฟร์ซีซั่นเลยครับ 555

มันมีสิ่งแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือการเบิร์นอินหูฟังโดยทั่วไป ผมว่ามันไม่ค่อยมีความตื่นเต้นให้ค้นหามากนักเหมือน Dita คือเจ้า Dita นั้นมันมีได้มีเสีย คือผมรู้สึกว่าเบิร์นไปแล้ววันนี้ ปรากฏว่าฟังดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่พอเบิร์นต่อไปอีกวัน บางทีกลับรู้สึกว่ามันทำไมแย่กว่าวันก่อน ซึ่งในหลักการแล้วไม่ค่อยเกิดลักษณะนี้กับหูฟังตัวอื่นๆ

แต่ผมคิดว่าจุดที่เล่นยากอีกจุดหนึงของ Dita ก็คือการฝึกหาตำแหน่ง Sweet Spot ของตัวเองมากกว่าครับ อันนี้น่าจะเป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับคนที่ขี้เกียจและรำคาญกับการปรับแต่งตำแหน่งหูฟัง คือหูฟังตัวนี้ sensitive มากไปกับเรื่องหยุมหยิมครับ มันไม่เหมาะสำหรับท่านที่ขี้รำคาญ หรือชอบอะไรที่ง่ายๆ สบายๆ

เพราะจริงๆการใช้หูฟัง Dita ผมว่ามันมีความลำบากอยู่พอสมควร คือไหนจะต้องระแวงกับเสียงที่ได้ กับจุกยางที่ใช้ กับไฟล์ที่เลือกฟัง หรือแม้แต่ระวังมือตัวเองในการสวมใส่ แต่ผมว่าแบบนี้คนชอบปราบม้าพยศน่าจะถูกใจนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 128

ANuBiS GaTE

07/07/2015 22:57:45
148
นี่ถ้าเบิร์นๆไปแล้ว สุดทางของมันกลายเป็นเสียงที่เราไม่ชอบ และไม่สามารถปรับอะไรได้แล้วนี่ผมว่าคงเข่าทรุดเลยนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 129

Ace of Hearts

07/07/2015 23:12:18
6
อืม ไม่น่าเชื่อ ถ้าไวต่อการเบิร์นอินแบบนี้ เรียกว่า อาจจะได้ คำตอบ ที่ตรงใจของใครของมันเลยนะครับเนี่ย แม่เจ้า ตรงกะนิยาม the answer มีคำตอบที่ใช่ สำหรับทุกคน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 130

นายมั่นคง

08/07/2015 00:08:38
2,931
ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ 555 มันไม่ได้ออกทะเลหรือถึงขั้นเลวร้ายครับ

มันจะประมาณว่าบางทีเหมือนเบิร์นแล้วไม่ได้ดั่งใจเท่านั้นครับ แต่ไม่ได้ถึงกับเสียอะไรหรอกครับ ผมเองทำเป็นไม่สนใจซักพัก เปิดเพลงทั่วไปเบิร์นตามปกติ มันก็เหมือนตอบสนองได้ดีเช่นเดิมครับ แต่ประเด็นใหญ่อยากให้ท่านที่สนใจ ควรลองใส่และขยับว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของตัวเองนั้นอยู่ตรงไหน ซึ่งต้องใช้เวลาพักนึงครับกว่าจะจับตำแหน่งได้

ผมว่าหูฟัง Dita เนื่องจากราคามันสูงเอาเรื่อง ความคาดหวัง และการเพ่งพินิจมันเลยสูงตามมากกว่าครับ บางทีผมว่าตัวผมเองก็ออกแนวจินตนาการหรือมีแอบมโนเองเหมือนกัน 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 131

เอกเรื่องมาก

08/07/2015 00:54:44
19
ผมว่าเรื่องเสียง สสสสสส นี่ถ้าไม่ใช่หูฟังโทนดาร์ก หรือ warm น่าจะหมดไปได้ยาก มันจะยังเหลืออยู่ ไม่มากก็น้อย หูตัวล่ะเกือบแสน ยังไม่หมดเกลี้ยงไปซะทีเดียวเลยครับ ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่น และเพลงที่อัดด้วย ว่าอัดมาแบบไหน บางเพลงฟังยังไงก็มี หูฟังโทน warm บางตัวยังไม่รอดก็มี
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 132

Ahura

08/07/2015 08:23:31
อันที่จริงน่าจะเป็นเรื่องปกติของการออกเสียงภาษาอังกฤษในการออกสำเนียง accent คือการเน้นท้ายคำเช่นเสียง s, ss, sh,ch เป็นต้น ซึ่งมันเป็นเสียง sibilant ในตัวของมันเองอยู่แล้ว

เวลาฟังฝรั่งพูดจริงๆ การเน้นคำเสียงเสียดนี่เต็มไปหมด ต่างกับคนไทยออกเสียงอังกฤษมักเรียบๆเน้นคำไม่เป็น เราจึงพูดสำเนียงอังกฤษไม่ค่อยไพเราะ (เพราะขาดลูกกระแดะ) นั่นเอง

ทีนี้นักร้องหลายคนที่เด่นๆก็ Patricia Barber ที่ชอบร้องเน้น accent นัยว่าใช้เสียง sizzle เป็นเสน่ห์เสียงร้องไปด้วยเลย ทีนี้หูฟังประเภทเก่งเสียงร้อง เน้นย่านกลางแหลมมันก็ย่อมถ่ายทอดเสียงเสียดออกมาหมด โดยไม่มีย่านต่ำมาช่วยปกคลุม

Dita ซึ่งเก่งเรื่องถ่ายทอดความสมจริง ก็ย่อมรับอานิสงค์เสียงเสียดมาอย่างช่วยไม่ได้ (ก็ต้นทางมันร้องอย่างนี้) แต่ผมว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้ถ้าเทียบกับหูราคาสูงเก่งร้องอย่าง IE800 หรือ K3003 ซึ่งถ้าฟังเทียบเสียง sibilant กันแล้ว Dita นี่นุ่มละมุนทันที

อย่างไรก็ตามแม้เก็บเสียงเสียดยังไม่เด็ดขาด แต่ Dita ชดเชยด้วยการถ่ายทอดเสียงของลมจากปอด ผ่านหลอดเสียง ลอดไรฟัน ผ่านริมฝีปากของนักร้องได้อย่างดีเยี่ยม มีมิติตัวตน

และน่าจะเป็นโจทย์ที่น่าสนุกและท้าทายสำหรับคนชอบเบิร์น ว่าจะกดหรือปราบเสียงเสียดที่เล็ดลอดออกมาจาก Dita ได้หรือไม่?! เพราะมันเปิดตัวเองเป็นอิสระให้นักเล่นสามารถบิดผันตัวมันได้อย่างเต็มที่ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 133

Man in Black

08/07/2015 09:32:51
5
เสียง ซ ส นี่ผมว่าบางอารมณ์ก็ไม่ได้เป็นปัญหาขาดนั้นมั้งครับ อาจจะแล้วแต่รสนิยมด้วย สำหรับผมเยอะจนรำคาญเสียดหูก็น่าเกลียดแต่ถ้ามันมีบ้างในบางอารมณ์ผมว่ามันก็ทำให้ดูสมจริงไปด้วยนะครับ ซึ่งต้องยอมรับว่า Dita ทำจุดนี้ได้ดีเลย ถึงจะมีบ้าง(ปัจจุบันของผมว่ามันลดความเสียดไปเยอะแล้วอ่ะนะ) แต่มันก็ยังโอเคอยู่มากๆ เลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 134

เอกเรื่องมาก

08/07/2015 09:51:18
19
การออกเสียงและการบันทึกน่าจะมีส่วนสำคัญด้วย ผมลองฟัง ปาน ธนพร นี่เสียงร้องแทบไม่มีเสียงพวกนี้เลย แต่ของ โรส ศิรินทิพย์ อัลบั้ม My inspiration นี่บางเพลงฟังด้วยหูโทนสว่างแทบไม่ได้เลย ซี๊ดซ้าดเต็มไปหมด ขนาดคำว่า "เท่านั้น ยังเสียดหูเลย" ในขณะที่ของปาน บางเพลงได้ยินไปถึงลมหายใจ ลมส่งออกจาช่องท้อง เสียงน้ำลายอะไรพวกนี้ได้ยินเลย แต่กลับไม่มีเสียง ส ซ เสียดหูเลบแม้แต่คำเดียว ผมว่าการบันทึกมาก็มีส่วนสำคัญ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 135

เอกเรื่องมาก

08/07/2015 10:03:47
19
อ่อ มี in ear อยู่ตัวนึง ที่ผมว่าเก่งด้านเสียงร้อง แต่ sibilant น้อยที่สุดตั้งแต่เคยฟังมาคือ B&W C5 ตัวเก่า ฟังเพลงไหนมี Sibilant กับหูตัวไหน มาที่เจ้า C5 พวกเกลาซะเกือบเกลี้ยง แถมเสียงกลางไม่ดรอปด้วย เป็นตัวที่เด่นด้านนี้อีกต่างหาก ข้อเสียคือเรื่องเบส ไม่ใช่ว่าเบสแย่น่ะ คุณภาพเบสดีด้วย แต่ผมรู้สึกว่ามันด้อยปริมาณไปหน่อย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 136

tinger

08/07/2015 22:06:18
5
ไปลองมาสามครั้งแล้วครับเลือไม่ได้ว่าจะเอาน้องเล็กหรือพี่รองดี ใจชอบพี่รองแต่ราคาเอาเรื่องเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 137

Crocokid

08/07/2015 22:30:08
วันนี้ได้มีโอกาสไปลองฟังสาขาเรือธง ใจไปเพราะอยากทราบว่า Balanced AK มันดีสักแค่ไหน (หูที่มีอยู่ในมี plug 2.5" เลยสักอัน)

เริ่มฟังที่ The Answer สิ่งที่รู้สึกได้คือเสียงนักร้องใสมาก เสียงเคลีย ชัดถ้อยชัดคำ ดนตรีบรรเลงได้เพลิดเพลินดีแท้ ฟังไปฟังมารู้ตัวอีกทีผ่านไปแล้วครึ่งชั่วโมง ต้องรีบวางลง เพราะกลัวจะไม่ได้ไปต่อรุ่นอื่น รุ่นนี้เปรียบเหมือนสาวน้อยหน้าใส ทรวดทรงกำลังพอดี(มือ)

ต่อมาลอง The Thruth โดยเริ่มที่เพลง Dead insight ของ Muse เลย เพราะอ่านรีวิวเฮียมาแล้ว เห็นว่าเบสมาเต็ม ปรากฏว่ามาเต็มจริงๆ มาเต็มจนรู้สึกว่าจะล้นไปนิดๆ ทราบจากคุณหลุยส์ว่าตัวเดโม่นี้ยังไม่พ้นเบิร์น ตัวที่เบิร์นนานแล้วเฮียเอาไปฟังส่วนตัว 555
หลังจากนั้นลองฟังเพลงร้องปกติ เสียงทุ้มต่ำที่ไม่เคยได้ยินใน B&W P7 และตัว The Answer กลับปรากฏให้ได้ยินในรุ่นนี้แบบรู้สึกได้ ความรู้สึกเหมือนกับที่เฮียรีวิวเลย คือรู้สึกได้จริงๆว่าเสียงมันสั่นในหูเครือๆ ปวดหัวใจแท้(กลัวเสียตัง) รุ่นนี้ผมเปรียบเหมือนสาวน้อยหน้าใส แต่ทรวดทรงองเอวเร้าใจกว่า ออกล้นนิดๆ อาจจะต้องพาไปนวดก่อนซะหน่อย 555

ต่อมาลงเป็น Balanced ดูบ้าง สิ่งที่ผมจับได้คือ จับอะไรไม่ได้เลย 555 ไม่ต่างกันสักนิดกับ The Thruth (ผมลองกับ AK 100II ของผมเอง ไม่ชัวว่าถ้าลองกับรุ่นใหญ่จะรู้สึกแค่ไหนครับ) ส่วนตัวแอบดีใจครับ เพราะค่าตัวของเธอช่างแพงระยับเหลือเกิน ไม่ขอเปรียบเทียบใดๆ เพราะเฉอเกินจะเอื้ยมถึงครับ

สุดท้ายตัดสินใจจะเอา The Answer แต่เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิค เมื่อคุณหลุยส์แจ้งว่าของอยู่ใน stock และเวลาขณะนั้น 20:10 แล้ว ไม่สามารถเบิกออกมาได้ รบกวนให้มาวันพรุ่งนี้แทน ผมนี่รู้สึกเหมือนช่วงป็อปปี้เลิฟเลย คือบอกชอบเธอไปแล้วนะดีต้า แต่เธอกลับมาบอกให้ชั้นรอเธอก่อน เธอยังไม่พร้อม สุดท้ายอดใจไม่ไหว และคุณหลุยส์แนะนำว่าหากเจ้าพี่สาว The Thruth พ้นเบิร์นเมื่อไหร่ เสียงเบสที่รู้สึกเหมือนจะล้นไปบางแทร็ค รับรองว่าหายไปแน่ๆ ทีนี้หละครับรออะไรอยู่ รูดบัตรทันที

สุดท้ายนี้ หลังจากยลโฉมสาวผู้พี่และลองรสชาติของเจ้าหล่อนดู ปรากฏว่าจืดสนิทครับ เหมือนเด็กยังไม่เป็นงาน ทำอะไรผิดๆถูกๆ เคอะเขินไปหมด จับลงกระเป๋าทันที พร้อมเบิร์นให้เจ้าหล่อนเป็นงานก่อนแล้วเจอกันใหม่ แหะๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 138

kok kok

08/07/2015 22:39:33
รบกวนถามเรื่องเบรินหน่อยครับ
พอดีเห็นว่ามีการพูดถึงเรื่องการเบรินกับหูฟังรุ่นนี้
เลยอยากทราบว่า ถ้าสมมุติว่าเรามีหูฟังรุ่นนึง เราเบรินด้วยไฟล์เพลง คลาสสิค
เพื่อให้ได้เสียงตามที่เราต้องการแล้วสัก200-300ชม.
แต่พอเราใช้จริง เราเอาไว้ฟังเพลงทั่วไป ป๊อบ แจ๊ส ร็อค
แล้วเสียงมันจะยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกรึเปล่าครับ

ขอบคุณมากครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 139

นายมั่นคง

08/07/2015 23:31:10
2,931
ขอบคุณ Crocokid ครับ แบบนี้เค้าเรียกว่าดวงจะต้องแต่งกับพี่สาวว่างั้นล่ะ 555

หูฟังตัว Dita นี่ ผมเขียนถึงมากจนตัวเองรู้สึกเหมือนไปโกหกคนอ่านยังไงชอบกล คือพอรู้สึกยังไง มาเล่ายังงั้น อ่านไปอ่านมาเหมือนกลายเป็นหูอภินิหาร แทบจะเหาะเหิรเดินอากาศได้แล้ว หรือแทบจะออกแนวไสยศาสตร์ไปแล้ว 555

ต้องอาศัยคนที่ไปฟังจริงๆๆอย่างคุณ Crocokid นี่ล่ะมาเล่าให้ฟังกันเอาครับ Dita Truth นั้น เบิร์นนานครับ อย่าไปคิดว่าวันนี้ได้หูฟังถูกใจเลย แต่คิดว่าได้ของเล่นที่เบื่อยากชิ้นหนึ่งก็แล้วกันครับ คือผมเองยังรู้สึกสนุกสนานกับหูฟังตัวนี้เลย หากผมคิดว่ามันเป็นหูฟัง ป่านนี้เบื่อไปแล้ว แต่ Dita มีหลายอย่างที่น่าเล่น น่าลอง และมีให้ลุ้นได้ตลอดครับ 555

เบิร์นนานๆๆ นานเท่าที่ใจอยากเบิร์น อย่าเปิดดังกว่าฟังปกติแค่นั้นเป็นพอ หากมีไฟล์ Hires หรือ DSD ก็จับป้อนซะหน่อย และเปิดเบิร์นติดต่อกันได้ยาวๆครับ ทุกวันนี้ผมเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาไม่มีการปิด มีพักบ้างตอนเอามานั่งฟัง นอกนั้นเบิร์นตลอดครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 140

นายมั่นคง

08/07/2015 23:33:48
2,931
อันนี้ตอบคุณ kok kok อย่าไปคิดว่าแนวอะไรมาเบิร์นแล้วต้องใช้กับแนวนั้น อันนี้ไม่เกี่ยวกันครับ เพียงแต่เพลง classic นั้น มันมี range เสียง(ต่ำสุดยันแหลมสุด) ที่ครอบคลุมมากกว่าเพลงแนวอื่น เครื่องดนตรีที่อยุ่ในคลาสสิควงใหญ่ ครบกว่าวงร็อค วงแจ๊สหรือเพลงทุกแนวครับ

ผมเองฟังพวกร็อคเก่าๆ ยันคาราบาว ก็ใช้คลาสสิคเบิร์น ก็ยังฟังเพลงร็อคหรือเพลงอื่นๆๆได้อรรถรสครบถ้วน อย่ากังวลครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 141

Ahura

08/07/2015 23:43:49
จะเอาการเบิร์น Dita ไปเทียบกับหูฟังตัวไหนล่ะครับ UMpro10? 846? PK1? Rs1?

หูฟังแต้ละตัว แต่ละชนิดไดร์ฟเวอร์ แต่ละความต้านทาน ฯลฯ ต้องการวิธีการและระยะเวลาเบิร์นไม่เหมือนกัน

ผมซื้อ MH-40 มาหลัง The Truth หลายวัน เบิร์นเครื่อง 2 รอบ เบิร์นไฟล์เพลงแค่ 20 ชั่วโมง ตอนนี้เชื่องเป็นลูกแมวเสียบฟังกับไอพอดไอแพดมั่วซั่วยังไงก็ไพเราะ เสียงไม่ดีไปกว่านี้และไม่แย่ไปกว่านี้อีก และตอนนี้ก็แขวนให้ฝุ่นจับไปแล้วเรียกว่านกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำก็เบิร์นจบแล้วครับ

แต่ Dita นี่ยังมองไม่เห็นยอดเขาเลยครับ เบิร์นเครื่อง 4 รอบ เบิร์นไฟล์เพลง 140 ชั่วโมง เมื่อวานกลางโดด วันนี้เบสหลบ พรุ่งนี้เบสล้น มะรืนกลางถอย กระบวนยุทธ์มันพิสดารเกินจะเทียบการเบิร์นกับหูฟังตัวอื่นๆครับ การควบคุมสมดุลย์เลยกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากกว่าหูทั่วไปที่เปิดๆๆเพลงที่เราฟังทุกวันไปเรื่อยๆจนถึงจุดสมบูรณ์จนไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆอีกแล้ว

ผมกล้ายืนยันว่า Dita ต้องใช้การเบิร์นเกิน 500 ชั่วโมงแน่นอน แต่จะไปจบที่ 800? 1000? อันนี้ก็ยังไม่มีใครออกมายืนยันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 142

l2esurection

09/07/2015 00:03:26
59
มีคนแถวนี้มายุผม Dita อีกละ 5555 เรื่องการเบินผ่านไปเดือนนึงผมว่าน่าจะนิ่งเกืองทุกตัวละ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 143

เอกเรื่องมาก

09/07/2015 00:06:02
19
แนะนำคลาสสิควงใหญ่ ที่น่าจะเอาไว้ใช้ Burn ให้ซักชุดสองชุดสิ ตอนนี้เวลาเบิร์นอาศัยเปิดเพลงสุ่มหลายๆแนวเอา ตั้งแต่ป๊อบใสๆ ยัน Metal ฟังเฮียแล้วน่าสงใจเหมือนกัน เรื่องคลาสสิควงใหญ่เอาไว้เบิร์น
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 144

Ahura

09/07/2015 00:28:16
1,313
ของผมใช้ The Four Seasons ของ Vivaldi เปิดหัวก่อนเลยครับ เพราะเสียงสูงนั้นปั้นง่ายสุด

และก็ใช้เพลง Spirit from within (อันนี้ไม่รู้ใครแต่งแต่ได้ director ที่ถ่อสังขารมาจากเมืองลิงช่วยเฟ้นหาให้) ช่วยแต่งเสียงทุกย่านทั่วๆไป

ส่วนย่านต่ำทั้งหมดก็ปล่อยให้มันกวัดแกว่งไปตามอารมณ์น้องเค้า เดี๋ยวโดนอัดเบสหนักๆตอนท้ายคงยอมหมอบราบคาบแก้ว ที่เตรียมไว้เปิดตอนนี้ก็ใช้ Hans Zimmer: Original Motion แต่บางครั้งน้องเค้างอแงดีดดิ้นที่กลางสูงก็ต้องงัดออกมาโบยตีกันบ้าง 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 145

Ace of Hearts

09/07/2015 11:25:17
6
เบิร์นไม่เป็น แบบผม ตังค์ก็ยังไม่พอ รอต่อคิวสอง คิวสาม ถ้าจะเข้าทางเลย ปล่อยให้น้อง dita เรียนรู้ ประสบการณ์ เป็นงานก่อน อิ ๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 146

jokeronew

09/07/2015 22:05:55
0
3-4 วันที่ผ่านมามีโอกาสไปสอยเจ้า Answer มาจากสาขาพารากอนเหมือนกันครับ ก่อนตัดสินใจซื้อก็ลังเลกับเจ้า the truth นี่แหละครับ แต่สลับฟังไปมาโดยใช้เจ้า x-5 เป็นผู้นำทาง โดยเพลงที่ผมใช้ส่วนใหญ่ก็เป็น pop-rock pop rock บ้างแต่ไม่หนัก รู้สึก bass ของ the truth มากลบ เพลงที่ผมอยากฟังไปหน่อย เลยได้จบที่ answer ล่ะครับ 555 แต่สำหรับคนที่อยากสัมผัสว่า bass คลานมาเป็นไง แนะนำ the truth เลยครับ
ปล.ตอนนี้burn ได้หลายสิบชม. เสียงที่หลบๆซ่อนๆ อยู่ในหมอกก็เริ่มทยอยกันมาละครับ จิ้นเสียงกันต่อไปครับ 55555+
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 147

Ahura

09/07/2015 22:42:28
1,313
กำลังรอเฮียรีวิวเจ้า m2m อยู่นะครับ
รบกวนชอให้ช่วยเปรียบมวยกับ Ref8 ด้วยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 148

นายมั่นคง

09/07/2015 22:53:44
2,931



555 ผมยังไม่มีโอกาสได้ลองฟังและเปรียบเทียบเลยครับสำหรับเจ้า mini to mini เส้นนี้ วันนี้มีโทรคุยกับเจ้าหลุยส์ไปหน่อยนึง เจ้าหลุยส์บอกว่าดีมาก แต่เป็นคนละแนวกับ Ref8 ครับ แต่เดี๋ยวจะลองฟังกับหลุยส์แล้วจะมาเล่าอีกทีครับ

โดยส่วนตัวผมว่าแพงพอสมควร ถ้าเทียบกับสายหูฟังที่ติดมากับตัว The Truth ครับ 555 เส้นยาวกระจึ๋งเดียวเองอ่ะ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 149

หูทองเหลือง

09/07/2015 23:10:48
1,026
ผมได้ลองเข้าไปด้อมๆมองๆ facebook ของ Dita แล้วเจอคลิปนี้โพสอยู่ครับ

เค้าบอกว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของหูฟัง Dita เค้าแนะนำให้ลองฟังเพลงนี้

เลยเอามาฝากให้พี่ๆ ที่มี Dita อยู่ได้ลองฟัง แล้วเล่าความรู้สึกให้ฟังหน่อยนะครับ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 150

นายมั่นคง

10/07/2015 11:30:07
2,931
ขอบคุณมากครับ เดี่ยวเทสแล้วจะรีีบมาเล่าให้ฟังกันนะครับ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 151

Hungryburg

10/07/2015 16:06:04
0



@หูทองเหลือง ฟังแล้ว กลัว Driver จะหลุดออกมาจริงๆ ครับ

Ref8 vs Dita (คหสต)
หากฟังด้วยเพลงนี้ Ref8 impact transient ดีกว่า
แต่ก็ไม่ใช่ว่า Dita m2m จะให้ไม่ได้เลยนะ

หากฟังเพลงทั่วๆไป เช่น April come she will (Karrin Allyson)
เสียงร้องของ Dita ดู body เล็กกว่า slim กว่า เสียงร้องถอยหลังมากกว่านิดหนึ่ง
เบสผมยังว่า Ref8 มีมวลกว่า impact แรงกว่า
Dita หากฟังเพลงร้องจะ นวลเนียน ดู analog กว่า

กับชุดที่ผมใช้ อยู่บ้านหยิบ Ref 8
ออกนอกบ้าน Dita เพราะ Dita สายดูไม่เกะกะดีครับ

ที่เหลือ รอมืออาชีพมาตอบดีกว่าครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 152

NSign

10/07/2015 16:17:25
14
Hungryburg @ ขอบคุณสำหรับข้อมูลเปรียบเทียบ Ref8 vs Dita ด้วยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 153

InLimbo

10/07/2015 18:20:06
43
มีปัญหาสาย แข็ง ปริ แตก บ้างมั้ยครับ Answer ไม่ทราบใครมีข้อมูลบ้างครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 154

Krisato

10/07/2015 18:34:01
72
ใช้answerอยู่ครับผมว่าสายแบรนด์นี้ทนมากนะครับ ถ้าไม่เจอโหดจริงๆผมว่าไม่น่ามีปัญหาครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 155

นายมั่นคง

10/07/2015 21:39:58
2,931
ขอบคุณครับ ผมเองยังไม่ได้ลองเทสเลยครับ แต่อ่านแนวๆๆที่คุณ Hungryburg เล่าให้ฟังได้ครับ

เรื่องสายของ Dita นั้น ผมเองยังไม่ทราบเหมือนกันว่ามันจะปริหรือเปล่า แต่เท่าที่คุยๆดู รู้สึกว่าไม่เคยเจอปัญหาเหล่านี้ครับ ส่วนที่ผมเจอเองคือ สาย The Truth ตรงช่วงที่คล้องหู พอคล้องไปเรื่อยๆๆ มันจะนิ่มลง ไม่กระด้างเหมือนตอนแกะกล่องครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 156

l2esurection

10/07/2015 21:49:23
59
เท่าที่ผมไปลองสาย M2M Dita ที่เด่นๆเขาคือลักษณะเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ดีแต่ยังแอบไม่สุดเพราะน่าจะยังไม่พ้นเบิน ฮ่าๆๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 157

Ahura

11/07/2015 19:33:05
1,313
รบกวนสอบถามคุณ Hangryburg เกี่ยวกับ m2m
ระหว่าง Ref8 กับ Dita ตัวไหนได้ยินเสียง Sibilant มากกว่ากันครับ

ผมใช้ Ref8 เสียงเสียดก็มีแล้วแต่เพลงที่เน้นออกเสียงท้ายคำเป็นบางเพลง ไม่ได้เสียดหูตลอดเวลา
ส่วน Dita ว่าจะยังไม่ลอง คงต้องรอให้ The Truth นิ่งกว่านี้อีกหน่อยค่อยฟังเทียบกันอีกทีครับ

และความเป็น 3มิติตัวไหนเด่น-ด้อยกว่ากันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 158

Hungryburg

11/07/2015 21:19:40
0
เรื่องเสียงเสียด มันจะเป็นกับบางเพลงแหละครับ
แต่ก็เป็นลักษณะเฉพาะของ Dita ที่ไวต่อตรงจุดนี้
เพลงปราบเซียน Dita เลยนะ Olivia Ong "A Dream"
เบิร์นยังไง ก็ยังมีครับ แต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ

ส่วน Ref8 vs Dita
เรื่องเสียงเสียด กับมิติพอๆ กันนะครับ

จะต่างที่ลักษณะเสียงโดยรวมๆ มากกว่า ครับ
Dita จะ warm + smooth กว่า Ref8 ผมชอบปลายแหลมที่ไกลกว่า

หากใช้กับ Trio ที่เป็นหลอดอยู่แล้ว ผมชอบเอา Ref8 มาดึง
แต่หากใช้กับ solid Kojo กับ Dita m2m ก็ไม่เลวครับ

หากมาแนวว่าจะใช้ Amp ร่วมในชุดไปตลอด
มีอีกเส้นไว้เปลี่ยนแนวก็ดีนะครับ
อุดหนุนเฮียแกหน่อย ^ ^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 159

Ahura

11/07/2015 21:45:44
1,313
@Hangryburg ขอบคุณครับ

งั้นคงต้องดูการ matching ของ system เป็นหลัก
ปกติผมก็ไม่เคยเปลี่ยนอารมณ์เพลงด้วยการสลับ m2m เลยครับ ใช้เปลี่ยนหูฟังเอามากกว่า
ส่วน Duet มันโฟกัสชัดเจน Dita ก็ชัดเจน ผมก็หวังพึ่ง impact ของ Ref8 เท่านั้น
ถ้า m2m Dita ดึงให้กลมกล่อมได้มากกว่าก็คงจัดอ่ะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 160

tinger

14/07/2015 13:06:57
5
กระแสมาไวไปไวจริงๆฮะตัวนี้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 161

Dita Fan

14/07/2015 13:22:11
0
ผมว่ามันยังไม่ไปหรอกครับ แต่ละคนกำลังซุ่มเบิร์นหูฟังของตัวเองอยู่ กว่าจะนิ่งจริงต้อง 400+ ชั่วโมงแหล่ะครับ ผมว่าถึงเวลานั้นคงมีความเห็นของแต่ละท่านมาให้อ่านกันอย่างแน่นอน เจ้า Dita Truth ตัวใหม่ของผมเพิ่งจะผ่าน หลัก 100+ ชั่วโมงเองครับ ยังห่างจากตัวที่ผมยืมเค้ามาอีกเยอะเลย มันสนุกเหมือนเล่นเกมส์ทามาก็อตจิเลย เราต้องคอยป้อนเพลงที่บันทึกมาดีๆให้แล้วคอยฟังดูว่าหูฟัง Dita ของเราจะเติบโต (เสียงดี) ขึ้นขนาดไหน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 162

เอกเรื่องมาก

14/07/2015 13:49:28
19
และยังมีอีกกลุ่ม ซุ่มเก็บเงินอยู่ครับ 5555 กะจะเก็บๆ มีอะไรให้เสียเงินเรื่อย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 163

เอกเรื่องมาก

14/07/2015 13:50:00
19
นี่แว่วๆ จะมี Geek out v2 มาอีกล่ะ เอิ๊กๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 164

Ahura

14/07/2015 14:02:19
1,313
ของผมก็ยังต้องเปิดไฟล์เบิร์นทิ้งราว 10 ชั่วโมง แล้วมานั่งฟังเพลงที่ฟังประจำจนคุ้นเคยอีกราว 30 นาที
จับความเปลี่ยนแปลงว่าไปทางไหนแล้วเบิร์นต่ออีก 10 ชั่วโมง เป็นอย่างนี้ทุกวันครับ
ไว้เสียงนิ่งเมื่อไรจะได้ลองจับคู่กับ m2m ของมันเสียที คงมีประเด็นอะไรให้คุยกันอีกเยอะ

เรื่องกระแสจะไปจะมาอันนี้ผมไม่รับรู้นอกจากฟัง Dita อย่างมีความสุขเท่านั้น
ในเมืองไทยขณะนี้มีคนใช้ Dita ติดตัวคงมีไม่กี่สิบคน จะให้สร้างกระแสแบบหูฟังทั่วไปที่สั่งเข้ามาทีละมากๆคงไม่ได้มั๊งครับ

และที่สำคัญ Dita มันเป็นหูฟังที่เลือกเจ้าของนะครับ!
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 165

นายมั่นคง

14/07/2015 20:16:42
2,931
555 กระแส Dita น่าจะไปเรื่อยๆและยาวๆแล้วล่ะครับ เพราะถึงตอนนี้ผมมั่นใจว่า Dita คือของจริงตัวหนึ่งเลยล่ะครับ ตอนนี้ผมเปิดเบิร์นทุกวัน เกือบวันละ 24 ชั่วโมง มีหยุดพักหยิบมาทดสอบฟัง พร้อมกับจดบันทึกไว้ในใจว่ามีอะไรที่ต่างกันออกไปในแต่ละวัน และแต่ละอัลบั้ม

ผมจะเทสวนด้วยอัลบั้มซ้ำๆราวๆ 10 อัลบั้ม เพื่อจดจำเสียงได้ง่ายๆและเป็น reference ให้กับตัวเอง หลังจากเบิร์นไปยาวๆเลย ผมอยากให้ทุกท่านที่ซื้อไปแล้ว สังเกตุเวทีเสียงในด้านลึก เพลงที่สังเกตุง่ายว่าเวทีมีความลึกและมีความสูง น่าจะเป็นพวกคลาสสิควงใหญ่นะครับ ลองสังเกตุกันดู ว่าหลังจากที่เราเพียรเล่นเพียรเบิร์นแล้ว สิ่งดีๆที่ตามมาคืออะไรบ้าง

ตอนนี้ตัวที่หมดเกลี้ยงเลยคือ Answer The Truth ครับ ส่วนตัวอื่นๆๆยังพอมีอยู่บ้าง แต่ผมสั่ง the truth ไปใหม่อีก 12 ตัว ซึ่งคราวนี้ต้องรอคุณ desmond มีของแล้วครับ เพราะเมื่อาทิตย์ก่อนผมเพิ่งซิวของล็อตสุดท้ายในสต๊อกแกมาเองครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 166

Ahura

14/07/2015 20:24:04
1,313
ความงามของ Dita

ย้อนกลับไปสมัยผมเรียนกับ ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ เสาหลักของวงการศิลปะในประเทศไทย ผู้เขียนตำราองค์ประกอบศิลป์ที่ถือเป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลสำหรับคนรักศิลปะ

ผมได้ถามท่านแบบซื่อๆว่า "ความงามคืออะไรครับ"
ท่านก็ตอบผมมาแบบเรียบง่ายว่า ความงามคือ "ความกลมกลืน" ของทัศนธาตุ
การรวมตัวที่พอเหมาะของ จุด เส้น รูปทรง ปริมาตร ที่ว่าง จังหวะ พืื้นผิว และสี อย่างกลมกลืนนั่นแหละคือ "ความงาม"

เฉกเช่นเดียวกับนางงาม ในท่ามกลางสาวงามนับร้อยสตรีที่งามที่สุดคือ คนที่มีความกลมกลืนระหว่าง ส่วนเว้าส่วนโค้ง หน้าตา ผิวพรรณ ทุกอย่างเป็นความพอดิบพอดี ไม่มีอะไรมากเกินและไม่มีอะไรที่น้อยเกิน

Dita ก็เช่นกัน การได้สัมผัสความกลมกลืนของโสตธาตุ มันให้สุนทรียรสแห่งเสียงเพลงได้อย่างพอดิบพอดี ไม่มีอะไรมากไปและไม่มีอะไรน้อยไป ความกระจ่างใส การแยกแยะจัดวาง การส่งผ่านระหว่างเสียงต่ำไปเสียงสูง การผ่อนหนักผ่อนเบาของน้ำเสียง การควบแน่นของย่านเสียงจนก่อเกิดมิติทั้งกว้างและลึก ทุกอย่างเป็นไปอย่างแนบเนียน ล้ำลึกและกลมกลืน

หากเปรียบ Dita เป็นนางงาม เธอคงได้ครองมงกุฏอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากจะงดงามแล้ว เธอยังรักเด็กแบบไม่ขับแอมป์ก็ได้ เป็นมิตรกับทุกเพลเยอร์ ทุกไฟล์เพลง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 167

Dita Fan

15/07/2015 02:37:26
0
ขอคารวะอาจารย์ Ahura หนึ่งจอกครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 168

tinger

15/07/2015 09:37:10
มาสารภาพครับ ว่าไปจัด the truth มา 1 ตัว แต่เห็นกระทู้เงียบเหงาเลยมาแซวซะหนึ่งที จะได้ครึกครื้น ส่วนผมตอนนี้ฟินมากครับ ถึงจะเบิร์นไปไม่ถึงไหน หูฟังตัวนี้เป็นตัวที่ราคาไม่เคยคิดเลยว่าจะยอมจ่ายครับ แต่แลกมาด้วยลำโพงพกพาที่พร้อมจะตั้งที่ไหนก็ได้ทุกที่คุ้มมากครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 169

นายมั่นคง

15/07/2015 13:05:51
2,931
555 ไม่เงียบหรอกครับ แต่ส่วนมากคนที่เล่นหรือซื้อ The Truth น่าจะไมใช่แนวฟังเพลงเอามันส์เอาสนุก แต่เป็นแบบฟังเอาจริงและจริงเท่านั้นครับ หูฟังตัวนี้แพงมากครับ ผมยังนึกไม่ถึงว่าคนจะกล้าจ่ายกันขนาดนี้ แต่เห็นด้วยกับที่ว่าซื้อมันในฐานะลำโพงบ้านพกพาครับ 555 คุ้มทันทีเมื่อพลิกมาคิดมุมนี้

ผมเองฟังเพลงคลาสสิคน้อยมาก แต่ตั้งแต่ได้ DITA มานี่ กลับมาตั้งใจฟังอีกแล้วครับ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 170

Krisato

15/07/2015 13:28:36
72
เห็นด้วยเลยครับฟิลลิ่งเหมือนลำโพงเลย ขนาดใช้แค่answerนะ ฟังแล้วรู้สึกดนตรีมีชีวิตเลยครับ
เบิร์นไปก็หลายสิบชั่วโมงแล้ว รายละเอียดมาเสียงเริ่มค่อยๆเนียนขึ้นเรื่อยๆ
วันที่จัดเจ้าanswerที่เรือธงผมเจอเฮียด้วยครับ เสียดายมัวแต่ตั้งใจฟังเลยไม่ได้ทัก ไม่น่าเลย5555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 171

Smallworld

15/07/2015 15:23:31
0
สอบถามหลายๆท่านหน่อยครับ ว่าจุด(Sweet spot)ของทุกท่านอยู่จุดไหนกันครับ
ของผมใส่ยัดธรรมดา เสียงมาแน่นมาก แต่กลาง แหลม มันไม่โดนใจ ใช้ไปแปปๆมันก็ค่อยๆเด้งออกจากหูที่ละนิดจนหลวม จับยัดเข้าไปหูอีกจนสุดมันดังกึ๊ก(คงเสียบเข้าสุดหูพอดี)แน่นเปรี๊ยะ แต่คราวนี้ กลาง แหลมมันกระแทกหูมากไป แสบหูมาก เลยมาสอบถามว่าทุกท่านนิยมใส่แบบไหนกันครับ
ปล.ผมตัว the answer นะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 172

InLimbo

15/07/2015 15:38:54
43
ของผมจุดที่ใส่แล้วฟังดีสุดคือใส่แบบลวกๆครับ ใส่ทีแรกแล้วฟังทันที
พอขยับปรับเสียงทีไรแย่กว่าเดิมทุกที เป็นจุกเดิมขนาดกลางครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 173

Hungryburg

15/07/2015 15:41:25
0
ผมใส่ดีต้า ไม่เหมือนหูอื่นๆ
หูส่วนใหญ่จุกจะแนบกับหู​
แต่ดีต้า​ จะเหมือนจุกวางในหู​ไม​่100% seal
แต่ก็ไม่หลุดออกมานะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 174

tinger

15/07/2015 15:51:27
มีเรื่องหนักใจมาสอบถามครับ ไม่ทราบมีท่านไหนเคยมีประสบการณ์แบบนี้มั้ยครับ

คือหลังเที่ยงกลับมาฟัง(ปกติฟังเพลงทุกวันทั้งวันที่ทำงาน)

พอเอา truth ใส่หูตกใจครับ เสียงเบาลงมาก เบสไม่มีเลย วันนี้ไม่มีหูฟังตัวอื่นให้เทียบด้วยครับ เลยไม่แน่ใจว่าเป็นที่ตัวหูฟัง หรือหูตัวเองกันแน่ แต่เคยเป็นแบบนี้ครั้งแรกในชีวิตเลยครับ ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมเบิร์นด้วยการเปิดฟังเพลงที่ฟังปกติ และเปิดระดับความดัง เบากว่าที่ฟังเล็กน้อยครับ

การเบิร์นไม่น่าให้ผลแบบนี้ใช่หรือไม่ครับ

หรือหูผมอักเสบ ผมตกใจมากจริงๆ ครับตอนนี้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 175

Ahura

15/07/2015 16:18:57
1,313
ศัพท์ทางวิชาเกินเรียกว่า Dita Poltergeist ( ดีต้าผีหลอก วิณญาณหลอน ) ครับ

เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติในช่วง 200 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงลมเพลมพัด

หลัง 200 ไปแล้วลองเบิร์นด้วยชินบัญชรสัก 1 บทรับรองแจ่มๆๆ 55555