วันนี้ได้รับของที่สั่งไว้ตั้งแต่วันที่ 30/7/2014 (เล่นส่งแบบลงทะเบียนให้อีก เซ็ง)
แต่ไม่เป็นไร (คิดในใจท่านคนนั้นคงอยากลด cost หยวนๆน่า ยังไงก็มาถึงแบบไม่บุบสลายแล้ว)
เอาน่าเปิดกล่องดูของดีรอมาหลายวันแล้ว เปิดมาเจอ 1 ชิ้น (อ้าว ตกลงซื้อขายกัน 2 ชิ้นนี่ว้า) หาทั่วกล่องก็ไม่มี
ก็คิดว่าลืมหรือว่าอะไรหรือเปล่า ใจร่มๆไว้ ของไม่กี่ร้อยเอง (แต่จริงๆแล้วของชิ้นนั้น เราเองก็ไม่อยากได้ แต่ท่านคนนั้นเล่นขายรวม โดยเอารวมมาเป็นที่ตั้ง แต่ไหนกลับไม่มีของชิ้นที่ 2 ละ??? งง....)
เอาน่าไม่เป็นไร เราเองก็ไม่อยากเท่าไรที่ของชิ้นที่ 2 (ก็แค่หูฟังทั่วไป กะจะเอามาให้น้องๆที่บริษัทมันฟัง ขำๆไป)
มาลองของที่เราต้องการซื้อดีกว่า (ลำโพง) แกะกล่อง มีสาย มีกล่อง มีใบคู่มือ ก็โอเคนะ มาๆ ลองฟังดีกว่า
เสียงก็โอเครนะ ซื้อมาฟังในออฟฟิต ฟังสะ ครึ่งชั่วโมงพอแล้ว จะเก็บแล้ว ปรากกฏว่าเก็บแล้ว เก็บไม่ได้สนิท
อ้าว ยังไง เก็บผิดวิธีหราว้าาาาาาาาาา เปล่านิว้า (เราเองก็เป็นวิศวะกรการผลิตนะ ของแค่นี้ไม่น่ายาก)
พอดูดีๆ ก็บางอ้อออออเลย " เขี้ยวหมุดล๊อคหัก " อ้าวเจริญแล้ว ไหนท่านคนนั้น บอกว่าของใหม่มากกกกกก
ทำไมทำแบบนี้ว้า ของไม่กี่ร้อย ตกลงซื้อของ 2 ชิ้น ดันให้ของ 1 ชิ้น แถม เขี้ยวหมุดก็หัก อ้าว ครับ ความเป็นคนโตมันไม่มีหรือไงครับ ถึงได้ทำแบบนี้ (ในใจคิดๆ ใจร่ม ของไม่กี่ร้อย โทรไปหาท่านคนนั้นดีกว่า เผื่อจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน กว่าการคิดเอง)
โทรกลับเลยครับ เพื่อจะได้คำตอบรวดเร็ว
ผม : ดีครับ ผมคนที่ซื้อ.... ไป ได้ของแล้วนะครับ วันนี้ (ในใจอยากถามว่า EMS หรือเปล่า แต่ไม่ได้ตกลงไว้ด้วย)
ท่านคนนั้น : อ่อๆๆ ครับ ว่าไงครับ
ผม : ทำไมของถึงมีชิ้นเดียวละครับ ?
ท่านคนนั้น : อ้าว ก็คุณต่อราคานิ !!
ผม : อ้าว ทำไมคุณไม่บอกละครับ ว่าไม่ให้ของอีกชิ้นด้วย !!!???
ท่านคนนั้น : อ้าว ก็คิดว่าบอกแล้ว
ผม : บอกตอนไหนครับ ผมยันยืนเลยว่า ไม่มี คำว่าไม่ให้ของ ชิ้นที่ 2 !!!!
ท่านคนนั้น : ก็ผมบอกไปแล้ว
ผม : บอกตอนไหนครับ (ผมยืนยันได้เลยไม่มีสักคำ) ??
ท่านคนนั้น : ก็คุณต่อราคาเอง (วนกลับมาคำเดิม)
ผม : อะไรกันคุณ ผมต่อคุณ 50 บ. เนี้ยนะครับ (จะบ้าตาย 50 บ.)แล้วทำไมคุณไม่บอกผมตรงๆเลยละ (เล่นมามุขเพื่ออะไร)
ผม : แล้วอีกเรื่องลำโพง เขี้ยวหมุดมันหัก อีก ทำไมคุณไม่บอก คุณมาบอกใหม่มากๆ
ท่านคนนั้น : เขี้ยวหักแล้วไงครับ ผมเองก็ได้แบบนี้ ราคานี้คุณจะเอาอะไรอีก !!
ตอนนี้ อารมณ์เริ่มมาทั้งคู่ครับ...
ผม : อ้าว !!!!!!!! (.......) ทำไมคุณไม่บอกรายละเอียดละครับ มาบอกแบบนี้ได้ไง
ท่านคนนั้น : แล้วปิดลงไหมละ ตอนผมปิด ก็ปิดลง แล้วคุณจะเอาอะไรอีก
ผม : ใช่ครับ มันปิดลง แต่มันปากมันอ้าาาาาา ออกเข้าใจไหม (เริ่มจะไม่ไหว)
ท่านคนนั้น : แล้วยังไง คุณต้องจะปิดมัน หรือว่าจะฟังเพลงจากมันละ คุณจะไปสนใจอะไร แค่เขี้ยวหมุด
ผม : (อ้าว เฮ๊ย) แล้วยังไงหรา ? แล้วถ้าคุณลองพวกหูฟังมา แล้วสายขาดสายเปิด ข้อหัก แต่คนขายเขาไม่บอก บอกแค่ คุณ จะ ฟัง หรือ จะ ดู ของ มัน กัน แน่ ละ?? คุณจะเอาไหม
ท่านคนนั้น : แล้วยังไง มันฟังได้นิ
ผม : จะเอายังงี้ใช่ไหม ก็ได้ๆ ๆ
ท่านคนนั้น : วางหูใส่ผม จบการสนทนา
ที่เล่ามาทั้งหมดผมไม่ได้ต้องการของจากท่านคนนั้น สักนิด เงินไม่กี่ร้อย
แต่หลักการซื้อ-ขาย มันก็มีรูปแบบอยู่นะครับ แบบง่ายๆเลย
สิทธิ คนขาย ขายเท่าไรก็ได้ แพง-ถูก แล้วเขา เพราะเป็นของเขา ในการตั้งราคา (ไม่เกินควร)
สิทธิ คนซื้อ จะซื้อ จะต่อ ในราคาที่ไม่เกินควร หรือ คนขายรับได้ ก็อันจบ
แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่าง ต้องในความ " ชัดเจน " ครับ
ชัดเจน คำสั้นๆ แต่เข้าใจกันทุกคน
ฝากระบายและเป็นอุทาหรณ์ด้วย
(ขอโทษทุกท่านที่เข้ามาบ่นๆ และ ทนอ่านด้วยครับ)
