ขออนุญาตเฮียมั่น และเว๊ปมั่นคง แสดงความคิดเห็น และขอโพสต์ในกระทู้ซื้อขาย
อ้างถึง
http://forum.munkonggadget.com/detail.php?id=67091
http://forum.munkonggadget.com/detail.php?id=67061
สืบเนื่องจากกระทู้ทั้ง 2 ข้างต้น ผมอ่านดูแล้ว ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นบ้างว่า
จขกท.อาจไม่เข้าใจเรื่องการซื้อขาย ไม่เข้าใจการตลาด ไม่เข้าใจความเป็นพ่อค้า
สมัยโบราณเราใช้วิธีแลกเปลี่ยนกัน เช่น เอาข้าวไปแลกเนื้อหมู ต่อมาเมื่อมีเงินเป็นสื่อกลาง
ก็ใช้เงินทำงานแทน เรียกว่าการซื้อขาย พ่อค้าก็ต้องค้าขายเพื่อให้ได้กำไร นักธุรกิจก็ต้องบริหาร
องค์กรของตนเองให้ได้กำไร มันจึงต้องมีส่วนต่าง เค้าเรียกกันว่า Margin
ถ้าไม่มี Margin ก็อยู่ไม่ได้ ต้องไปเป็นขอทาน ไปบวชเป็นพระ ไปทำเป็นมูลนิธิ ที่จะต้องรอเงินของคนอื่นมาให้กับตัวเอง หรืออย่างคนไทยในยุคการเมืองปัจจุบันที่ถูกประชานิยมทำให้เสียนิสัยคือเอาแต่แบมือขอรัฐ ไม่สนใจทำมาหากิน ต้องการความสะดวกสบายแต่ไม่ชอบทำงาน
เอาล่ะ เข้าเรื่อง ถ้าคุณตำหนิพ่อค้า คุณต้องตำหนิพ่อค้าทุกคนบนโลก เพราะเค้าต้องการกำไร จะกำไรมากกำไรน้อย หรือเอาเปรียบมากเอาเปรียบน้อย ก็อีกเรื่องนึง
เรื่องต้นทุน คุณเข้าใจเรื่องต้นทุนหรือเปล่า ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนความคิด ต้นทุนการออกแบบ ต้นทุนฝีมือ
ทุกอย่างก็เป็นต้นทุนได้ วิชาความรู้มันไม่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืนเดียว มันต้องใช้เงินและเสียเวลาในการศึกษา
สำหรับสินค้า DIY ผมเห็นในเว๊ปนี้มีตั้งหลายคน ผมคิดว่า ถ้าใครเห็นเหมือนคุณ ทุกคนที่เป็นคนขายก็ไม่ต้องทำมาหากินกัน ไม่ต้องมีการซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นคุณชิม คุณโจ คุณ Crocodile JR คุณชัย Rabbit คุณเพชร คุณเจี๊ยบ คุณสมพงษ์ คุณ Rimyom คุณ Headphoneguru ล่าสุดเห็นมีคุณ Lu ที่ mod earbud หรือใครต่อใครอีกหลายคนที่ DIY ก็ขายของไม่ออกกันพอดี หรือไม่ใช่ DIY เช่น ร้านมั่นคง คุณว่าเค้าขายของแล้วบวกกำไรหรือเปล่า
ขอให้คุณเข้าใจจุดนี้ก่อน ผมก็จะบอกต่อว่า พ่อค้าที่เอาเปรียบหรือสินค้าที่ไม่ดีก็ต้องถูกแอนตี้จากผู้บริโภคอยู่แล้ว คุณเคยไปร้านอาหารที่ทานครั้งเดียวแล้วก็คิดว่าจะไม่มาเหยียบร้านนี้เป็นครั้งที่สองอีกมั๊ย หรือไปร้านอาหารที่ทานเสร็จแล้วคุณคิดในใจว่าร้านนี้ต้องมาบ่อย ๆ ซะแล้ว กลายเป็นลูกค้าประจำ อะไรทำนองนี้
DIY กำไรที่ได้มาก็คือ ค่าแรงงานค่าการออกแบบ ค่าความคิด ค่าฝีมือ ไม่อย่างนั้น ภาพเขียนของปิกัสโซ่หรือแวนโก๊ะ จะขายได้ในราคาหลาย ๆ ล้านหรือ หรือคนแต่งเพลงทำเพลงเก่ง ๆ ทำไมรวยได้ หรืองานตัดผมก็ตัดผมให้สั้นกว่าเดิมเหมือน ๆ กัน ถ้าไปตัดผมร้านอาแปะก็ตัดเพียงหัวละ 70 บาท แต่ถ้าไปตัดผมกับคุณสมศักดิ์ ชลาชล ก็หัวละหลายร้อย เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อสินค้าหรือบริการเป็นหลัก
อย่างผมขอยกตัวอย่าง สาย mini2mini หรือแอมป์นี่ แต่ละเส้นแต่ละตัวก็อาจจะฟังแตกต่างบ้าง สำหรับพวกหูเทพบางคน แต่ผมว่า สู้ใจไม่ได้ ใจมันไปก่อนแล้ว ว่าถ้าเป็น mini หรือ แอมป์ของค่ายนี้ มันดูดีมีรสนิยม มีรีวิวดีเยี่ยม
ฟังแล้วมันเพราะจริง ๆ ผมว่าใจของคนเรามีผลไม่มากก็น้อย
สุดท้ายขอบอกว่า ถ้าคุณคิดว่าสินค้าเค้าชำรุดหรือมีปัญหา คุณก็คุยกับเค้าโดยตรงได้นี่ นอกจากเค้าจะโกงคุณก็อีกเรื่อง และถ้าคุณมีเหตุผลจริง ๆ ไม่ใช่แค่ไม่พอใจ หรือไม่ได้ดั่งใจ หรือคิดว่าไม่คุ้ม แต่เป็นเพราะสินค้ามันไม่ได้คุณภาพ ชำรุด สินค้ามีปัญา หรือพ่อค้าโกง หลอกลวง หรือเอาเปรียบมากเกินไป จนรับไม่ได้เลย ถ้าอย่างนั้นก็พอจะเข้าใจได้ และอยากให้ลองคิดถึงใจเขาใจเรามั่ง ถ้าคุณเป็นคนทำมาหากิน โดนแบบนี้ ทำมาหากินไม่ได้ ก็ไม่มีรายได้ ก็ต้องไปทำอย่างอื่นกิน
DIY บางตัวก็ดีจนเกินคุ้ม บางตัวก็คุณภาพไม่ค่อยดี เพราะว่าพวกนี้ไม่มี QC คนซื้อต้องทำใจตั้งแต่ก่อนซื้อ
ยังไงลองคุยกับคนขายส่งให้เค้าปรับปรุงให้ใหม่ดูก่อนจะดีกว่าครับ
ผมว่าถ้าคุณซื้อสินค้าเค้ามาแล้วไม่ชอบ หรือคุณคิดว่าไม่ดี ก็ไม่ต้องไปซื้อจากเค้าอีก ชิ้นเดียวเลิก แต่ถ้าสินค้าเค้าดี คุณก็คงอยากอุดหนุนเค้าอีก เรื่องเหล่านี้เค้าเรียกว่า ความพึงพอใจของผู้บริโภค คือถ้าไม่มีความต้องการ(อุปสงค์) ก็ไม่มีอุปทาน ซึ่งก็คือในที่สุดก็ไม่มีใครซื้อสินค้าของเค้านั่นเอง
ขอสุดท้ายอีกที อยากจะบอกว่า คนเราต่างความคิดต่างมุมมอง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ มีคนรัก ก็ต้องมีคนเกลียด ขอให้มองโลกในแง่ดี และมองโลกให้กว้างขึ้น สังคมก็จะน่าอยู่มากขึ้นครับ
ปล.คือผมไม่อยากให้กระทบกระเทือนถึงผู้ทำ DIY เจ้าอื่น หรือหวั่นไหวทำให้เสียกำลังใจกัน และผมว่าสินค้าของคุณโจก็ดีระดับหนึ่ง บางคนก็ชอบมาก บางคนก็อาจจะไม่ชอบ นานาจิตตังครับ

