Guest
> เว็บบอร์ด จับฉ่าย

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

ไขปัญหาเรื่องหูฟังแบบ in the ear

thaiaudiologist

14/02/2012 20:37:05
0
หลังจากที่ได้เจอคำถามเกี่ยวกับหูฟังแบบ in the ear มาจากคนไข้ ซึ่งมักจะถามว่าชอบฟังเพลงใช้หูฟังแบบ in the ear ดีไหม

วัันนี้จะขอตอบในนามของ audiologist นะครับ

ข้อดีของ in the ear คือ สามารถฟังเสียงที่ high frequency ได้ดีขึ้น และเพิ่ม signal to noise ratio ทำให้คุณเปิดเพลงดัง

ลดลง เมื่อเทียบกับการใช้หูฟังแบบ ear bud

Q:ถามว่าต่างจาก ear bud มากไหมในเรื่องประสาทหูเสื่อม

A:ไม่ค่อยแตกต่างนะ เพราะว่าทั้ง in the ear และ ear bud ทำให้ประสาทหูเสื่อมได้มากขึ้นหากคุณเปิดเสียงดังเกิน 80 dB

และฟังเป็นเวลานานมากกว่า 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะการสูญเสียการได้ยินทีี่่ high frequency ครับ

หากคุณเป็นที่ชอบฟังเพลงบ่อยๆ แนะนำให้มาเช็คการได้ยินกับ audiologist จะดีกว่าครับ เพราะเนื่องจากปัจจุบันนี้ มีผู้ป่วยที่

มีปัญหาประสาทหูเสื่อมจากการฟังเพลง มากขึ้น ซึ่งคนที่มีปัญหาแล้ว มักจะไม่รู้จนกว่าจะผ่านการตรวจการได้ยิน

หรือบางรายอาจมีปัญหามีเสียงดังในหู (Tinnitus) หรือ อยู่ดีๆก็หูอื้อ หรือเริ่มสื่อสารกับผู้อื่นลำบาก

สงสัยเรื่องการได้ยินเมลล์มาถามได้ครับ [email protected] จะตอบเท่าที่ตอบได้นะครับ
0
0
0
: 1

thaiaudiologist

14/02/2012 20:38:28
0
บางทีอาจจะตอบช้า อย่าว่ากันนะครับ หรือ add ใน facebook ก็ได้ครับ
0
0
0
: 2

ม้าน้ำ

14/02/2012 20:38:48
1
กำ ของผมนานๆทีหูอื้อเลย และบางครั้งต้องให้คนอื่นพูดทวนอีกครั้ง ผมเริ่มเป็นแล้วมั้ง T^T
0
0
0
: 3

oname2

14/02/2012 20:54:48
3
งะ อยากตรวจอะ....
0
0
0
: 4

dutchmew

14/02/2012 20:55:49
4
รับดูดขี้หูไหมครับ ดูในยูทูบแล้วว้อนมาก
0
0
0
: 5

soulslam

14/02/2012 21:12:16
1
หมอหูต้องเรียนเฉพาะทางแบบไหนฮับ ??? พอดีผมรู้แต่สาย surgery
0
0
0
: 6

นายมั่นคง

14/02/2012 21:38:10
4,294
ผมเคยหูอื้อแบบไม่ยินอะไรเลยมา 2-3 วัน แต่ไปหาหมอ ดูดขี้หูไม่ถึง 2 นาที

ออกมาได้ยินชัดเดี๋ยวนั้นเลยครับ 555
0
0
0
: 7

tutu

14/02/2012 21:49:34
0
สงสัยมานานแล้วครับว่าจะรู้ได้ยังไงว่าเสียงทีเราฟังอยู่เกิน 80DBรึเปล่า เครื่องเล่นพกพานะครับ ขอบคุณครับ
0
0
0
: 8

boomer1983

14/02/2012 22:32:20
0
อยากรู้เหมือนคุณตู่ครับ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าระดับเสียงที่เราฟังมันเกินหรือเปล่า มีวิธีเช็คยังไงบ้างครับ
0
0
0
: 9

เบียส

14/02/2012 22:50:41
11
ผมก็เคยอื้อ ละครับ ปรากฎว่าเป็นหวัด อ่ะ จ้า ..........อิ อิ อิ
0
0
0
: 10

Razr

14/02/2012 23:02:11
23
ขี้หูเขาไม่ให้แคะกันหรอกครับ มันสามารถหลุดออกมาเองได้ แต่ถ้าเราชอบไปแคะๆเกาๆขี้หูมันจะอัดเข้าไปด้านในมากกว่าปกติ ทีนี้ละครับถึงจำเป็นต้องแคะออกบ้าง
0
0
0
: 11

ken330

14/02/2012 23:08:01
0
คุณหมอ thaiaudiologist ค่าตรวจหูและการได้ยินแพงไหมครับ
0
0
0
: 12

thaiaudiologist

15/02/2012 09:13:30
0
สำหรับอาการหูอื้อ ก็มาได้จากหลายสาเหตุครับ โดยทั่วไปมักจะเป็นจากขี้หูตัน ซึ่งหากดูดขี้หูออกหู ก็จะโล่ง และฟังได้ดีขึ้น ไม่อื้อ

แต่ถ้าดูดขี้หูออกแล้ว ยังอื้ออยู่ ก็ต้องมาดูต่อว่า คุณเป็นหวัดหรือเปล่า เพราะหากเป็นหวัด ก็อาจทำให้
หูชั้นกลางมีปัญหาได้ แล้วแต่กรณี ซึ่งสามารถตรวจและวินิจฉัยได้ ด้วยเครื่องตรวจหูชั้นกลาง (tympanometry)
บางคนอาจมีปัญหาแค่ eustachian tube Dysfunction ซึ่งก็จะมีอาการคล้ายกับขึ้นที่สูง หรือนั่งเครื่องบิน
แต่หากแย่หน่อย ในกรณีที่คุณเป็นหวัดเรื้อรังไม่หาย และเกิดหูชั้นกลางอักเสบขึ้นมา ก็จะทำให้หูอื้อ
มากขึ้นได้

ส่วนกรณีที่ไม่ได้อื้อจาก หูชั้นกลางมีปัญหา ก็ต้องดูแล้วล่ะว่าประสาทหูคุณมีปัญหาหรือเปล่า ซึ่งต้องดูว่าคุณมีปัญหาประสาทหูเสื่อมตามวัย หรือจากโรค หรือจากการสัมผัสเสียงมากเกินไป ซึ่งสามารถตรวจได้โดยเครื่อง audiometer ครับ

0
0
0
: 13

thaiaudiologist

15/02/2012 09:25:14
0
อ้อ วันนี้ขอมาอัพเดทข้อมูลสดๆ เลยนะครับ กับข่าวร้อนประเด็นดัง เรื่องระเบิดกลางกรุงกัน

ตอนดูข่าวแล้วพบว่า ผู้รับเคราะห์บางคนถึงกับหูกันทีเดียว ซึ่งมันเป็นไปได้หรือ แต่จริงๆมันเป็นไปได้ครับ

อย่างกรณีของคุณลุงที่อยู่แถวนั้น แล้วได้ยินเสียงระเบิดซึ่ง “too loud” and “too close”
ซึ่งอาจจะดังถึง 120 - 150 dB เลยก็ได้ และเสียงดังระดับนี้ถือว่าดังอันตรายต่อหูเรามากๆ ซึ่งหลังจากผู้ที่สัมผัสเสียงดังขนาดนี้แล้ว อาจจะทำให้เกิดอาการหูอื้อ กับประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันได้

ส่วนลักษณะประสาทหูเสื่อมที่เกิด อาจจะเกิดแบบ เสื่อมแบบชั่วคราว หรือแบบถาวรได้

หากใครก็ตามที่สัมผัสเสียงๆ มาก เช่น เสียงยิงปืน หรือเสียงปะทัด แนะนำตรวจดีกว่าว่าประสาทหูมีปัญหาไหม หากมีแล้วรีบแก้ไข แต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การได้ยินกับมาดีได้อีกครั้งนะ

0
0
0
: 14

thaiaudiologist

15/02/2012 09:33:07
0
ขอตอบคำถามที่ว่า

"อยากรู้เหมือนคุณตู่ครับ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าระดับเสียงที่เราฟังมันเกินหรือเปล่า มีวิธีเช็คยังไงบ้างครับ"

คือ ถ้าอยากรู้ว่าเสียงที่เราฟัง นั้นดังขนาดไหน สามารถวัดได้ครับ โดยใช้เครื่องที่ทำ real ear measurement ครับ ผมเคยทำกับทีมวิจัย โดยนำเครื่องเล่นที่ใช้หูฟังแบบ ear bud แล้วมาวัดความดังในหูกัน พบว่าโดยมากเนี่ยฟังเพลงดังเกิน 80 dB ทั้งนั้นเลยครับ บางคนนี่ 90-100 dB กันเลย ซึ่งคนกลุ่มนี่ตรวจการได้ยินแล้วพบว่ามีโอกาสที่จะประสาทหูเสื่อมก่อนวัยได้เลยครับ แต่ผมไม่บอกนะครับว่ากลุ่มเดี๋ยวบอกแล้วจะตกใจกัน
0
0
0
: 15

thaiaudiologist

15/02/2012 09:48:56
0
ส่วนค่าตรวจก็ไม่เกิน 500 ครับ รวมค่าแพทย์บวกเครื่องมือแล้วนะ สำหรับโรงพยาบาลที่ผมออกตรวจครับ ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ ผมไม่ทราบนะครับ ซึ่งหลังจากที่คุณตรวจแล้ว คุณก็จะรู้ว่าระดับการได้ยินคุณอยู่ระดับไหน ในแต่ละความถี่ที่สำคัญต่อการได้ยินและสื่อสาร หูคุณไวแค่ไหนต่อเสียงในแต่ละความถี่ ความสามารถในการฟังเสียงคำพูด ระดับการได้ยินเหมาะสมกับอายุหรือไม่ หรือคุณมีภาวะเสี่ยงที่จะมีประสาทหูเสื่อมหรือเปล่าครับ
0
0
0
: 16

thaiaudiologist

15/02/2012 10:01:27
0
อ้อ มาตอบคำถามอีกอย่างนะครับ หูฟังแบบ in the ear เนี่ยมีคุณสมบัติเรื่อง noise reduction นะครับไม่ใช่ noise cancellation อย่างที่คิด ส่วน noise cancellation เป็นคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง (Hearing aid)รุ่นใหม่ๆครับ

ซึ่งถ้าหูฟังแบบ in the ear ไหนที่มี noise cancellation ผมว่ามันเทพไปแล้วหล่ะ อิอิ
0
0
0
: 17

DayWalker

15/02/2012 10:58:51
90
มาศึกษาข้อมูลด้วยคนครับ

ผมคนหนึ่งแหละ อยู่ในกลุ่มเสียงหูเดี้ยงแน่นอน
0
0
0
: 18

jeab8989

15/02/2012 11:28:19
0
หูข้างซ้ายผมมีเสียงดังเหมือนจิ้งหรีดหรือจั๊กจั่นร้องตลอดเวลา 1 เดือนแล้ว มีทางรักษาหายไหมครับ
0
0
0
: 19

thaiaudiologist

15/02/2012 11:42:08
0
เสียงในหู หรือ tinnitus ต้องดูก่อนครับว่าคุณมีปัญหาทางการได้ยินหรือเปล่า แนะนำให้พบแพทย์ หู คอ จมูก แล้วมาตรวจดูครับ ส่วนหายไม่หายขึ้นอยู่กับโรคด้วยครับ หากเป็นไม่รุนแรงรักษาให้หายได้
0
0
0
"ไขปัญหาเรื่องหูฟังแบบ in the ear"