Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

Technics การ Burn-in แบบ งูๆ ปลาๆ หมาๆ แมวๆ

ชิม จ้า

09/07/2008 15:31:50
Technics การ Burn-in แบบ งูๆ ปลาๆ หมาๆ แมวๆ
จากการที่ผมได้ ลองเล่นของ เล่นเครื่อง เล่นสาย เล่นสาว เอ้ย.........
เอาเป็นว่าเล่นมาประมาณ 20++ปีแล้ว คงไม่มากไม่น้อยไปเนอะ ว่าไหม มันมีอยู่ปัญหาโลกแตก อันหนึ่งที่มีคนถามบ่อยมาก ถึงมากๆ ว่า จะ Burn-in ไอ้นี่ยังไงให้ได้เสียงออกมาได้ดีที่สุดที่มันจะทำได้ ????
การ Burn-in ที่ถูกต้อง จะทำให้ของนั้นๆ มันได้แสดงความสามารถมันออกมาได้เต็มที่ตามอย่างที่มันควรจะเป็นบางคน Burn-in ผิดวิธี แล้วมาหาว่านั่นไม่ดี ไอ้นี่ไม่work ผมก็ งง นะว่าของมันไม่ดีจริงหรอเป็นที่ Human errors (จริงๆ ผมไม่อยากใช้ภาษาอังกฤษ นะ แต่หาคำไม่ได้จริงๆ)
เอาเป็นว่า ทีผมทำแล้วเห็นว่ามันดีละกัน นะครับ ผมเป็นคนเล่น แผ่นเสียง ซึ่งก็ มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าๆหลายตัว ส่วน ซีดีก็มีใช้นะครับ ยังไม่เป็นคนตกยุค มากนัก.....
สิ่งนึงที่สังเกตุ เห็น ว่าการเ Burn-in อุปกรณ์ เช่น สายสัญญาณ สายลำโพง หรือ แม้แต่ลำโพงเอง ถ้าเอา เครื่องเล่นแผ่นเป็น ต้นทางในการ Burn-in (เป็นช่วงที่น่าเบื่อมากๆๆๆ) จะให้เสียงที่เปิดกว้างกว่าลงได้ลึกกว่า (full range)ใช้ CD เป็น ตัวต้นทาง ผมคิดว่ามันน่าจะเป็น อุปโหลกของตัวเองมากว่าเพราะ มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ยังไงก็แล้วแต่ผมได้ลองเทียบและลองทำสายขึ้นมา 2 เส้น ต่อจาก PRE ไป power เส้นนึงลองเอาแผ่นเสียงเป็นต้นทาง ส่วนอีกเส้นเอา CD เป็น ต้นทาง
หลังจากลองดูเล่นๆ เป็นเวลาประมาณ 20 ชม.ต่อเส้น ก็ได้เอาสาย 2 เส้นนี้มาเทียบกันดู (ใจร้อนอ่ะ ปรกติสายที่พอใช้ได้ 20ชม. ก็พอบอกได้แล้วว่านี่จะ Burn-in ต่อหรือเอาไปเขวี้ยงทิ้ง) จริงอย่างที่ คิด สายที่ใช้แผ่นเสียงเป็นต้นทางเสียงดีกว่าจริง ในการลองนั้นผมได้ทำตำหนิไว้ที่ด้านในของ หัว RCA คือถ้าดูด้านนอกจะเหมือนกัน ไม่มีความแตกต่าง แล้วเอามาฟังเทียบ เห็นครับ บอกได้ว่าเส้นไหนดีกว่าซึ่งไม่รู้นะว่าจริงไหม ลองดูกันเองนะครับ

ส่วนคนที่ไม่ได้เล่นแผ่นเสียงจำเป็นที่จะต้องใช้ CD เป็นต้นทาง ขอแนะนำ CD แผ่นหนึ่งครับ แผ่นนี้ผมว่าดีจริงๆในความเห็นของผม
http://www.cap.co.th/my/products_artist.asp?cdid=CA0001426&fp=products_c.asp&fp_p=37&cid=c22
และ อีกแผ่นคือ Bitter Love (1998) from Peony Pavilion เปิดสลับกันครับ สายหรือ ลำโพงทีผ่านเบินดด้วยแผ่นนี้ส่วนใหญ่เสียงค่อนข้างเต็ม แต่มันก็ต้องขึ้นกับของอันนั้นด้วยว่ามันถึงแค่ไหน ไม่ได้หมายความว่าอาแผ่นนี้ไปแล้ว อะไรๆมันก็จะดีไปหมดนะครับ......หาดูนะครับแต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็หาเพลงพวก classic + vocal + เพลงที่มีเสียงสูงมากๆ และ ต่ำมากๆ มาเล่นสลับกันไป.......

หาดูนะครับและถ้าใครต้องการให้ผมมี fileให้ ผมขอออกตัวไว้นิดนะครับ ผมไม่สนับสนุนการทำของปลอมหรือของเลียนแบบครับ...............

ปล. ชุดที่ใช้อ้างอิง เครืองเล่นแผ่นสียง Garrard 301 arm 3009 Mk 1 เข็ม Benz Micro wood, CD เอา DVD มาเป็นตัวเล่น ของ Denon DVDA-1, D/A (ไม่บอก เดี๋ยมันแพง เอาเป็นว่ากัดกับของมีชื่อชนเมฆมาเยอะแล้ว) Phono, Pre amp และ Power ทำกันเอง ใช้ part ของ Western electric ทั้งตัว ใช้ input 618B และ output 543………
ส่วนลำโพง ไม่ขอบอก ทำเองอีกเหมือนกัน แต่ก่อนที่จะใช้ตัวนี้คือ Alto Utopia Be ของ JMlab ครับ.......
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

ชิม จ้า

09/07/2008 15:17:53



ไว้จะลงรูปปกให้นะครับคอนนี้มีแค่อันนี้อันเดียว
ความคิดเห็นที่ : 2

Lawlight

09/07/2008 16:20:59
เว้นหน่อยก็ดีนะครับ อ่านแล้วมึน - -&dquot;
ความคิดเห็นที่ : 3

นายมั่นคง

09/07/2008 20:09:11
Technics การ Burn-in แบบ งูๆ ปลาๆ หมาๆ แมวๆ



จากการที่ผมได้ ลองเล่นของ เล่นเครื่อง เล่นสาย เล่นสาว เอ้ย.........

เอาเป็นว่าเล่นมาประมาณ 20++ปีแล้ว คงไม่มากไม่น้อยไปเนอะ ว่าไหม มันมีอยู่ปัญหาโลกแตก อันหนึ่งที่มีคนถามบ่อยมาก ถึงมากๆ ว่า จะ Burn-in ไอ้นี่ยังไงให้ได้เสียงออกมาได้ดีที่สุดที่มันจะทำได้ ????


การ Burn-in ที่ถูกต้อง จะทำให้ของนั้นๆ มันได้แสดงความสามารถมันออกมาได้เต็มที่ตามอย่างที่มันควรจะเป็นบางคน Burn-in ผิดวิธี แล้วมาหาว่านั่นไม่ดี ไอ้นี่ไม่work

ผมก็ งง นะว่าของมันไม่ดีจริงหรอเป็นที่ Human errors (จริงๆ ผมไม่อยากใช้ภาษาอังกฤษ นะ แต่หาคำไม่ได้จริงๆ)

เอาเป็นว่า ทีผมทำแล้วเห็นว่ามันดีละกัน นะครับ ผมเป็นคนเล่น แผ่นเสียง ซึ่งก็ มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าๆหลายตัว ส่วน ซีดีก็มีใช้นะครับ ยังไม่เป็นคนตกยุค มากนัก.....


สิ่งนึงที่สังเกตุ เห็น ว่าการเ Burn-in อุปกรณ์ เช่น สายสัญญาณ สายลำโพง หรือ แม้แต่ลำโพงเอง ถ้าเอา เครื่องเล่นแผ่นเป็น ต้นทางในการ Burn-in (เป็นช่วงที่น่าเบื่อมากๆๆๆ) จะให้เสียงที่เปิดกว้างกว่าลงได้ลึกกว่า (full range)ใช้ CD เป็น ตัวต้นทาง


ผมคิดว่ามันน่าจะเป็น อุปโหลกของตัวเองมากว่าเพราะ มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ยังไงก็แล้วแต่ผมได้ลองเทียบและลองทำสายขึ้นมา 2 เส้น ต่อจาก PRE ไป power เส้นนึงลองเอาแผ่นเสียงเป็นต้นทาง ส่วนอีกเส้นเอา CD เป็น ต้นทาง


หลังจากลองดูเล่นๆ เป็นเวลาประมาณ 20 ชม.ต่อเส้น ก็ได้เอาสาย 2 เส้นนี้มาเทียบกันดู (ใจร้อนอ่ะ ปรกติสายที่พอใช้ได้ 20ชม. ก็พอบอกได้แล้วว่านี่จะ Burn-in ต่อหรือเอาไปเขวี้ยงทิ้ง)


จริงอย่างที่ คิด สายที่ใช้แผ่นเสียงเป็นต้นทางเสียงดีกว่าจริง ในการลองนั้นผมได้ทำตำหนิไว้ที่ด้านในของ หัว RCA คือถ้าดูด้านนอกจะเหมือนกัน ไม่มีความแตกต่าง แล้วเอามาฟังเทียบ เห็นครับ บอกได้ว่าเส้นไหนดีกว่าซึ่งไม่รู้นะว่าจริงไหม ลองดูกันเองนะครับ

ส่วนคนที่ไม่ได้เล่นแผ่นเสียงจำเป็นที่จะต้องใช้ CD เป็นต้นทาง ขอแนะนำ CD แผ่นหนึ่งครับ

แผ่นนี้ผมว่าดีจริงๆในความเห็นของผม

http://www.cap.co.th/my/products_artist.asp?cdid=CA0001426&fp=products_c.asp&fp_p=37&cid=c22

และ อีกแผ่นคือ Bitter Love (1998) from Peony Pavilion เปิดสลับกันครับ สายหรือ ลำโพงทีผ่านเบินดด้วยแผ่นนี้ส่วนใหญ่เสียงค่อนข้างเต็ม แต่มันก็ต้องขึ้นกับของอันนั้นด้วยว่ามันถึงแค่ไหน ไม่ได้หมายความว่าอาแผ่นนี้ไปแล้ว อะไรๆมันก็จะดีไปหมดนะครับ......

หาดูนะครับแต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็หาเพลงพวก classic + vocal + เพลงที่มีเสียงสูงมากๆ และ ต่ำมากๆ มาเล่นสลับกันไป.......

หาดูนะครับและถ้าใครต้องการให้ผมมี fileให้ ผมขอออกตัวไว้นิดนะครับ ผมไม่สนับสนุนการทำของปลอมหรือของเลียนแบบครับ...............



ปล. ชุดที่ใช้อ้างอิง เครืองเล่นแผ่นสียง Garrard 301 arm 3009 Mk 1 เข็ม Benz Micro wood, CD เอา DVD มาเป็นตัวเล่น ของ Denon DVDA-1, D/A (ไม่บอก เดี๋ยมันแพง เอาเป็นว่ากัดกับของมีชื่อชนเมฆมาเยอะแล้ว)

Phono, Pre amp และ Power ทำกันเอง ใช้ part ของ Western electric ทั้งตัว ใช้ input 618B และ output 543………
ส่วนลำโพง ไม่ขอบอก ทำเองอีกเหมือนกัน แต่ก่อนที่จะใช้ตัวนี้คือ Alto Utopia Be ของ JMlab ครับ.......
ความคิดเห็นที่ : 4

นายมั่นคง

09/07/2008 20:12:46



โย่วววว ผมจัดการแบ่งย่อหน้าให้แล้วครับ.............

ขอบคุณ คุณชิมมาก แหมถ้าเอาประสพการณ์การเล่นเครื่องเสียงบ้านมาเล่าให้ฟังกัน ผมจะทำกระทู้ประจำให้เลย แปะเป็นแบนเนอร์ให้ แล้วเอาลงรักปิดทอง จุดธูปเชิญมาเขียนเลยดีไม๊ 555


ถ้าเอาบอกเลยนะ ผมจะทำให้อีกกระทู้นึง หรือเอากระทู้นี้เลยก็ได้ครับ....................


อัพเทคนิคต่างๆๆ ในการเล่นเครื่องเสียงบ้าน เอาไว้แนะนำน้องๆๆ ในเว็บได้เลย หรือแม้แต่ตัวผมก็จะเก็บเทคนิคเอาไว้ใช้มั่ง

แฮ่มๆๆๆๆ 555
ความคิดเห็นที่ : 5

ชิม จ้า

09/07/2008 22:43:03



ขอบคุณครับเฮียที่แบ่งย่อหน้าให้ แหมผมลืมจริงๆพอดีกะจะพิมพ์เล่นๆ ไม่คิดจะตั้งเป็นกระทู้ใหญ่โตอะไร

แล้วที่มาเล่าให้ฟังเพราะนี่เป็นประสบการณ์ ที่ได้เจอมา ก็เอามาเล่าให้กันฟังเผื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กะคนที่กะลังจะ Burn ของใหม่ๆ

ผมว่าการ burn-in นี่สำคัญมากๆถ้าเราเริ่มผิดมันจะทำให้เสียงมันเพี้ยนไปหมด แล้วถ้าจะมาแก้ให้เป็นเหมือนที่มันจะเป็นผมว่ามันยากกว่าการBurnของใหม่ซะอีก เห็นบางคนใช้การเบิร์นแบบฟังไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะฟังเพลงทีชอบจนครบเวลาที่คิดว่ามันน่าจะพ้นแล้ว แล้วค่อยมาฟังละเอียด ปรากฏว่าเสียงที่ได้ขาดๆ หายๆ แต่พอกลับมาฟังเพลงที่ใช้ในการเบิร์นตอนต้นใหม่ เสียงก็อยู่ในเกณฑ์ที่พอจะรับได้ แล้วก็มาบอกว่ามันไม่เท่าไหร่ หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งการเบิร์นที่ดี ผมคิดว่าน่าจะให้มันทำเสียงทุกความถี่ในระยะเวลาเท่าๆกัน

และอีกอย่างผมยังไม่เคยเจอแผ่นเบิร์นที่ถือว่าสมบูรณ์คือ เบิร์นได้ทุกย่านความถี่ (ความเห็นส่วนตัวนะครับ อย่าคิดอะไรมาก)

มันต้องมีทักษะ มากเพื่อที่จะแก้เสียงที่ขาดหายและต้องเอาเสียงนั้นมาแก้ ซึ่งบางคนบ้ามากๆ ต้องเอา Pink Noise มาแก้กันเลยก็มี

ผมเคย burn-in ผิดทางมาก่อน มารู้เมื่อ เอาของตัวเองไปเทียบกับของเพื่อนที่มีของเหมือนกัน คือซื้อพร้อมกัน แล้วแข่งกัน burn เล่นๆ ปรากฏว่า หลังจากพ้น burn ผมก็ฟันธง ว่าไอ้อันนี้มันห่วยแต่เมื่อเพื่อนมันบอกมันพร้อมเทียบ มันก็ยกมาเทียบกันที่บ้านผม

เหอๆ เหมือนลำโพงคนละรุ่น หรือ คนละยี่ห้อ เลย ตั้งบนขาตั้งเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน แต่เสียงโค-ต-รแตกต่าง มารู้ทีหลังว่าพลาดไปแล้ว แก้กันนานมากครับ กว่าจะดีเหมือนที่มันจะเป็น.....

เอาเป็นว่าลองเอาแผ่น CD 2 แผ่นที่แนะนำ มา burn ดู (burn จากของใหม่นะครับ) แล้วลองเอาอันนี้ไปเทียบกับคนอื่นที่มีเหมือนของเรา ดูว่ามันต่างกันไม๊

หูฟังนี่ลองง่าย หิ้วง่ายครับ ลองดู

อีแผ่นที่ติดไว้ คือแผ่นนี้ครับ 黑胶唱片绝选示范2006 ดูรูปละกัน

ไว้นึกอะไรได้แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครับถ้าไม่เบื่อกันซะก่อน อิอิ
ความคิดเห็นที่ : 6

ชิม จ้า

09/07/2008 23:00:40
เพิ่มนิดครับ **และอีกอย่างผมยังไม่เคยเจอแผ่นเบิร์นที่ถือว่าสมบูรณ์คือ เบิร์นได้ทุกย่านความถี่ ในแผ่นเดียวกัน(ความเห็นส่วนตัวนะครับ อย่าคิดอะไรมาก)**
ความคิดเห็นที่ : 7

ชิม จ้า

09/07/2008 23:49:19
อ้อ อีกนิดครับ เห็นหลายคนละบอกว่า PK2 ไม่มีเบส........
ใครจะซื้ออันใหม่ลอง burn วิธีทีแนะนำครับ ผมว่า PK2 ที่ผมใช้มันไม่เลวเลยนะ จริงๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ : 8

วิตตี้

10/07/2008 08:08:45
เห็นด้วยสุดๆครับ คุณซิม จ้า ผมเองก็เคยลองBurn สายลำโพงเทียบกับเพื่อน (สายรุ่นเดียวกันเลย) ผมใช้เพลงมากมาย ไก่กา ที่ชอบฟังมาเบิร์นเพื่อนผมใช้แผ่น PAD มาเบิร์น AB testกันที่ชุดผม ผมว่าทั้งปลายเสียงแหลมและเบส เพื่อนผมมันไปได้ไกลกว่าแฮะ
ความคิดเห็นที่ : 9

ชิม จ้า

10/07/2008 10:01:27
เหอๆ ดีจัง พวกผมไม่ได้บ้าลองคนเดียว….........
ความคิดเห็นที่ : 10

SummerSun

10/07/2008 12:32:07
ถ้าหูฟังที่เรา (คิดว่า) ผ่านการเบิร์นหรือฟังมาระยะหนึ่งแล้ว
ถ้าเก็บไว้ไม่ได้ใช้นานๆ
จำเป็นที่ต้องกลับมา burn อีกหรือไม่ครับ
ความคิดเห็นที่ : 11

ชิม จ้า

10/07/2008 12:54:56
ถ้าเก็บไว้นานเกิน 6 เดือน ต้องเอามา Burn ใหม่ครับ…....ถือว่าเริ่มกันใหม่ครับ..........

นี่เป็นวิธีที่ ดีวิธีหนึ่ง ถ้าเกิด burn ผิดตั้งแต่ต้น แล้วแก้ขัยอะไรไม่ได้จริงๆ คือเก็บไว้เฉยๆ เก็บไว้อย่างน้อย ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน แล้วเอามา burn ใหม่ เสียงที่มันผิดแต่ต้นจะถูกแก้ขัยใหม่หมดครับ
ความคิดเห็นที่ : 12

Lawlight

10/07/2008 15:02:13
บ้านผมไม่มี CD Player = =
ความคิดเห็นที่ : 13

khunkiik

10/07/2008 16:10:43
สุดยอดเลยครับ ขอบคุณมากท่าน
ความคิดเห็นที่ : 14

KoZZ

12/07/2008 20:21:11
ขอถามคุณชิมแบบดูโง่ๆหน่อยนะครับ ถ้าผมว่าผม Burn ผิดทางไปแล้ว(เปิดเพลงทั่วๆไปที่ฟังบ่อยๆ)จนครบเวลาคือประมาณ 600+ ชม.
จะมีทางแก้ไหมครับ เช่นถ้าต่อจากนี้ก็เปิดเพลง Burn ที่คุณชิมแนะนำ
ตอนเข้านอนทุกๆคืนแล้วไปปิดตอนเช้า ซึ่งน่าจะได้คืนละ 6-8 ชม.
มันจะดีขึ้นไหมครับ ถ้าไม่ได้จะมีวิธีไหนที่ช่วยได้ครับ?
ความคิดเห็นที่ : 15

ชิม จ้า

12/07/2008 22:22:16
งั้นผมก็คงจะต้องขอถามว่า เสียงที่ฟังอยู่ตอนนี้นั้น พอใจรึยังครับ...ถ้าพอใจแล้ว ก็ลืมๆ มันไปเถอะครับ ฟังต่อไป

แต่ถ้ายังไม่พอใจ...ผมก็ขอแนะนำว่า...ก้เอามันไปตั้งบนหิ้งไว้เลยครับ 6 เดือน แล้วค่อยมาเริ่มเบิร์นกันใหม่ ตามวิธีของผม ข้างบน

แล้วแต่นะครับ ผมก้แค่แนะนำ

แต่ถ้าเป็นผม ผมจะยกตัวนี้ให้คนอื่น แล้วซื้อตัวใหม่มาเบิรืน
ความคิดเห็นที่ : 16

bodom

12/07/2008 23:01:24

ผมอยากได้เพลงที่แนะนำจะหาได้ที่ไหนครับ มีใครมีมั่งครับ

ความคิดเห็นที่ : 17

นายมั่นคง

12/07/2008 23:44:28



555 เย้....

ชิมมีแฟนๆๆ แล้วนะ

แบบนี้เดี๋ยวผมเปิดเป็นคอลัมน์พิเศษ..............


เคล็ดลับกับชิม...........


หรือ ชิมไป โมไป..............


ชิมชวนโม...........



555 จัดปายย


เข้าท่ามาก ใครมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคการเล่นเครื่องเสียงบ้าน ไม่ว่าเป็นซีดีเพลยเยอร์ เทอร์นเทเบิ้ล ลำโพง การจูนเสียง

ปัญหาการแมทช์ เทคนิคการเล่น เทคนิคแบบผี เทคนิคการหมุนเงินมาซื้อของ เทคนิคการขโมยของไปปล่อย อะย๊าก..................5555


เดี๋ยวจัดคอลัมน์ ชิมไป โมไป ก็แล้วกัน.........ว่างก็ตอบด้วยล่ะ คุณชิม

555
ความคิดเห็นที่ : 18

KoZZ

12/07/2008 23:49:52
ขอร้องไห้ก่อนตอบนะครับ ฮือ ฮือๆ

คือผมบังเอิญได้ลองฟังหูรุ่นเดียวกันแต่เป็นของเพื่อน
ซึ่งพอฟังแล้วก็ตกใจมากเพราะมันแตกต่างมากพอควร
ราวๆ 10-15% ซึ่งผมก็ไม่เคยเข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร
จนมาได้อ่านกระทู้นี้จึงได้เริ่มมองเห็นว่าทำไม
เพื่อนผมเขาจะมีแผ่นไว้ Burn และจะไม่ยอมใช้หูฟังเลย
จนกว่าจะ Burn เสร็จซึ่งยังเคยแอบขำว่าซื้อมาแล้วมัว
แต่ Burn ไม่ยอมฟังเป็นเดือนๆ ตอนนี้เข้าใจซะที

อยากถามคุณชิมว่าการ Burn แบบครบสุดๆนี่ต้องทำ
ทุกอุปกรณ์หรือเปล่าครับและ Burn นานขนาดไหน

จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเริ่มต้นใหม่ดีไหม
ความคิดเห็นที่ : 19

ชิม จ้า

13/07/2008 01:24:20
คุณ bodom : ลองหาที่ cap ครับ ผมว่าน่าจะมีเหลือนะครับ ลองดูครับ.....

เฮียครับ ขอบคุณมากครับที่จะเปิด คอลัมน์พิเศษ ให้ครับ แต่ผมคงไม่กล้ารับหลอกครับ ผมมันก็แค่คนเล่นของ และไม่ได้รู้อะไรมากนัก เอาจริงๆว่ายังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ ครับ เฮีย ในเวบนี้ก็มี เทพเยอะแล้ว ผมไม่อาดเอื้อมละครับ.......เอาเป็นว่าถ้าผมช่วยตอบอะไรได้ ผมก็ จะช่วยละกันครับ...ขอบคุณมากครับเฮีย (รู้ตัวครับ ว่า ความรู้ผมยังน้อยจริงๆครับ)

คุณ KoZZ : เอาจริงๆว่า การ Burn in นี่ ต้องทำทุกชิ้นครับ เพียงแต่ถ้าเอาง่ายๆ ก็ทำอย่างที่ผมว่าไปตอนต้อน แต่ถ้าจะทำแบบจริงจัง คือ ต้องฟังตอนต้นก่อนว่าเสียงมันมาโทนไหน แล้วเราต้องการอะไร นี่สำคัญมากครับ
เอาอย่างงี้ PK2 ที่ใครๆว่ามันไร้เบส ใครที่ซื้อไปใหม่ๆนะครับ (ขอให้เป็นใหม่จริงๆ ) ลองหา แผ่นทั้ง 2แผ่นที่ผมว่านะครับ + Dance อีกซักแผ่น เปิดสลับกัน หาแบบที่อัด ดี ดี หน่อยนะครับ.....ความดัง ประมาณ เบากว่าที่เราฟังเล็กน้อย ขอเตือนครับ อย่าดังจนเกินเหตินะครับ ระวัง voice เบียด แต่ถ้าเบาไป เบสมันก็จะไม่พอเหมือนกัน กะให้ดีๆละกันนะครับ เปิด 6 ชม. พัก 1 ชม. ทำงี้ติดต่อกัน ย้ำว่าติดต่อกันนะครับ ประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วลองฟังดูใหม่ครับ..........

*** หูฟัง ต้องเอาไป ผูกติดกับ อะไรก็ได้ที่นิ่มๆ ให้ลมจาก Driver พอผ่านได้ นึกง่ายๆ เหมือนเราใส่ติดหูอะครับ***

การBurnแต่ละตัว มันก็คล้ายๆกันแต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียวครับ เอาเป็นว่าวิธีที่แนะนำตอนต้นนี้ จะได้เสียงที่ ผมคิดว่ามัน OK ที่สุดแล้ว และเสียงมันข้อนข้างจะเป็นกลางๆ ครับ....
ความคิดเห็นที่ : 20

ชิม จ้า

13/07/2008 01:47:16
อีกนิด การBurn แบบครบสุดๆ ต้องทำทุกตัวครับ นานแค่ไหน นี่บอกยากครับ แค่เอาง่ายๆว่าประมาณ 100 ชม แรก มาฟังดูทีนึง แล้วต่ออีก 10 ชม.ว่าเสียงมีการเปลี่ยนแปลงไม๊ ถ้าไม่เปลี่ยนก็แปลว่าจบ แต่ถ้าเปลี่ยน ก็ ต่ออีก 10 ชม. ครับ ทำต่อไปเรื่อยๆ จนเสียงไม่มีการเปลี่ยนแปล ก็แปลว่าจบครับ........อุปกรณ์แทบทุกชิ้น ควรburnอย่างน้อน 100 ชม. ครับ
ความคิดเห็นที่ : 21

เบียส

13/07/2008 10:50:17



555 ขยันจังวุ๊ย หมอ(ผี)  ชิม 555  เมื่อวานมาที่ร้านนี่ ของขลังเต็มกระเป๋าเลยนะ


พอดี เมื่อ วานนี้ ผมมีโอกาสได้ลอง เงาะถอดรูปด้วยล่ะ หมอชิมแกมาร่ายเวทย์ปัดรังควานที่ร้าน มากันแบบ ชิม ยกกำลัง 2 555  ไม่เชื่อ


ก็ต้องเชื่อละ งานนี้


ผีหลอกชัด ชัด มันดีขึ้นได้ไงหว่า ตรู จะบ้า ...................อิ อิ อิ

ความคิดเห็นที่ : 22

komodo

13/07/2008 12:00:48
โอ้วว งั้นผมเบิน gs-1000 ผิดทำไงดีละเนี่ย ต้องยกให้คนอื่นแล้วซื้อใหม่มาเบินป่าวเนี่ย หรือต้องทิ้งไว้ซัก6เดือนแล้วกลับมาเบินใหม่คร้าบบบ
55555

งืมมม รู้สึกชุดผมจะเบินมาผิดหมดเลยนะนี่ ทั้งเครื่องบ้านทั้งหูฟัง เปิดเพลงฟังไปเรื่อยเปื่อย

ขำๆคร้าบบ
ความคิดเห็นที่ : 23

ชิม จ้า

13/07/2008 13:56:27
เหอๆ ตลกดีนะครับ ผมก็บอกแต่ต้นว่ามันมาจาประสบการณ์ ที่ผมได้เล่นมา และมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้เป็นข้อบังคับใดๆ อีกอย่าง ถ้าคุณคิดว่าชุดคุณฟังดีแล้วจะมาสนใจอะไรกับ การ burn แบบงูๆปลาๆ ละครับ........
แปลกดีจัง .....

การburn ที่ทุกคนเห็นว่ามัน ไม่สำคัญอะไร แต่อะไรก็แล้วแต่ มันต้องมีจุดเริ่มต้นครับ ถ้าเราเริ่มผิด จะมาแกล้ทีหลังมันยากนะครับ แต่ถ้าเราเริ่มได้ถูกแล้ว มันก็จะแสดงอะไรๆออกมาเอง อย่างการเลี้ยงลูกเป็นต้น ครับ......

อีกนิดครับ ไอ้ GS 1000 นะมันแค่ 4หมื่นเอง นะครับ............
ความคิดเห็นที่ : 24

s

13/07/2008 19:28:28

ถามพี๋ซิมบ้างครับ


ถ้าผมใช้เครื่องเล่น mp3 iriverรุ่นเก่าๆที่ใช้แบตAA แต่เปิดได้2วันเปิดเบิร์นหูฟังหรือลำโพงทิ้งไว้ที่ระดับเสียงเกินกว่าที่ฟังนิดนึง จะได้มั้ยครับโดยใช้ไฟล์คุณภาพพวก CBR ที่ rip จากแผ่นต้นฉบับเลย และหาเพลงที่มีเสียงสูงเสียงต่ำแบบที่พี่ซิมว่า


ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ : 25

นายมั่นคง

13/07/2008 20:16:03



แนะนำหน่อยครับ...............555


ใครอยากจะถามคุณชิมเกี่ยวกับเครื่องเสียงบ้าน หรือศาสตร์เกี่ยวกับเครื่องเสียง ก็โพสถามได้นะครับ เพราะเท่าที่คุยกับคุณชิมตัวเป็นๆๆ รู้สึกว่าแกจะมีอะไรดีๆๆ อยู่ในตัวเหมือนกัน (ไม่ใช่ตัวเดียวอันเดียวหรอก)

555

ผมว่าคุณชิมแกค่อนข้างจะเข้มข้นเลยนะ เรียกว่าเป็นจอมเทคนิคคนหนึ่ง.........


ใครอยากรู้ถามทิ้งไว้ได้เลย แกว่างเมือ่ไหร่คงจะมาตอบคำถามให้แน่ๆๆๆล่ะ
ความคิดเห็นที่ : 26

chimrexx

13/07/2008 20:37:11
โฮะๆๆ แปลกดี คนเค้ามาให้คำแนะนำ ยังถูกกระทบกระเทียบ

ไม่สบาย รึเปล่าครับ หรือ สมองคิดได้แค่นี้ อย่างนี้แนะนำ ครับ

วิทยุ แร่หามาใช้ เหมาะกับ คุณ สุดๆ

ไอ้ GS 1000 ที่อุปโลกว่าใช้อยู่หรือถ้ามีอยู่ไปวางไว้หน้าวัดครับ

ผมว่ามีประโยชน์ กว่า
ความคิดเห็นที่ : 27

ชิม จ้า

13/07/2008 20:37:57
ถ้าคุณ S จะเบิร์นหูฟังหรือลำโพง ก็ขอให้ทำตามที่ผมแนะข้างต้นนั่นแหละครับ จะเป็นไฟล์อะไรก็ได้ แต่ขอให้เป็นไฟล์ละเอียดที่เป็นเพลงแนวเดียวกันกับ 2 แผ่นนี้ หรือถ้าจะแนะนำก็เป็นไฟล์ wave Lossless

ส่วนระดับของเสียงจะดังเท่าไหนก็ได้ครับ แต่อย่าเบาไป และให้กะว่ามันดังแบบไม่ถึงจุด peak ของเสียงเป็นพอ

แต่ถ้าเป็นเครื่องเล่น mp3 ผมขอบอกว่าผมใหม่จริงๆ ผมเพิ่งเล่นทางนี้ได้ 2 เดือนเอง ตัวผมยังมีอะไรที่ต้องศึกษาอีกเยอะครับ

เอาเป็นว่า เอาแบบที่ผมทำบน itouch ละกัน
ผมเปิดเบิร์น2แผ่นที่แนะนำนี้ ทิ้งไว้ในช่วงที่ไม่ได้ฟังโดยไม่ได้เสียบหูฟัง ที่ความดังประมาณ 80% แต่บางทีก็มีแซมเพลงอื่นๆ ในตอนที่เราฟัง เพื่อที่จะเช็คความเปลี่ยนแปลงของเสียง ทำอย่างนี้ติดต่อกันประมาณ 3-5 วัน

ซึ่งไม่ได้จำเป็นที่ต้องใช้เฉพาะเพลง2แผ่นนี้เท่านั้น แต่ในช่วงเริ่มต้นขอให้เป็นเพลงในแนวนี้เป็น main สำคัญครับ

** ถ้าจะเอาแบบซีเรียสคือต้องเปิดติดต่อกันให้ครบ 100 ชม.แรกเลยครับ อย่างที่ได้แนะนำไว้แล้วตอนต้นครับ**

*แนะนำให้เปลี่ยนถ่านตอนพักครับ*
ความคิดเห็นที่ : 28

KoZZ

13/07/2008 21:23:15
ก่อนอื่นขอขอบคุณ คุณชิมที่ตอบทุกคำถามของผมอย่างกระจ่างสุดๆเลย

และก็จะถามต่ออีกข้อนะครับ (ถามเก่งจริงตู :D ) ว่าหลังจากที่เราได้
burn อย่างที่คุณชิมแนะนำแล้ว จนไม่เห็นความต่างอีกหรือ burn ได้สุด
การที่เรามาฟังเพลงแนวอื่นๆที่ไม่ใช่เพลงที่เรา burn จะทำให้อุปกรณ์
กลับมาเสียงด้อยลงมาเหมือน burn ผิดวิธีไหมครับ
ความคิดเห็นที่ : 29

bodom

13/07/2008 21:38:16

แล้วการเบิร์นเครื่องเล่น หรือสายสัญญาณ นี่มีหลักการยังไงครับ พอดีผมพึ่งได้ m6sp มาอยากทราบว่าการเบิร์นจะมีผลกลับเครื่องเล่นหรือสายสัญญาณไหมครับ

ความคิดเห็นที่ : 30

bodom

13/07/2008 21:42:37

แล้วการเบิร์นเครื่องเล่น หรือสายสัญญาณ นี่มีหลักการยังไงครับ พอดีผมพึ่งได้ m6sp มาอยากทราบว่าการเบิร์นจะมีผมกลับเครื่องเล่นไหมครับ

ความคิดเห็นที่ : 31

KoZZ

13/07/2008 22:03:10
&dquot; เอาจริงๆว่า การ Burn in นี่ ต้องทำทุกชิ้นครับ เพียงแต่ถ้าเอาง่ายๆ ก็ทำอย่างที่ผมว่าไปตอนต้น.....(ความเห็น19) &dquot;

ตอบคุณ bodom: น่าจะตามข้างบนครับ
ความคิดเห็นที่ : 32

The แพะ

13/07/2008 22:34:59



วันนี้เจอตัวเป็นๆ ว่าจะขอลายเซ็นต์ (บนเช็ค) ท่านหมอผีซะหน่อย อิอิ

ความคิดเห็นที่ : 33

ชิม จ้า

13/07/2008 23:20:39
อิ อิ.. ขอโทษจริงๆ ผมลืมบอกไป

ตอนเช็คว่าเสียงพ้นเบิร์นอิน หรือยัง เราต้องเอาเพลงที่คุณชิน หรือคุณชอบแล้วมาเป็นตัวเช็ค ว่าเสียงมันมีความต่างจากเดิมรึเปล่า ไม่ต้องเอาเพลงที่เราเบิร์นมาเป็นตัวเช็คครับ (หรือว่าฟังเพลงเบิร์นจนชินแล้ว จะมาใช้เป็นตัวเช็ค ก็ โอ เค)

หลังจากพ้นเบิร์นแล้ว เสียงมันจะอยู่อย่างนั้น ไม่มีการดรอปลงแน่ๆ ครับ ถ้าเทียบ ก็เทียบเหมือนกับ เราต้องหัดเดิน หัดวิ่ง และ ถ้าวิ่งเป็นแล้ว เราก็ไม่ลืมการเดิน ใช่มั้ยครับ

แต่ถ้าเดินผิดวิธี เราเริ่มจากวิ่งเลย เราก็อาจเดินผิดท่าได้ (เทียบแล้วคงไม่งงนะครับ)
ความคิดเห็นที่ : 34

chimrexx

14/07/2008 07:49:39
ขอเพิ่มเติม คุณชิมหน่อยนะครับ (เหอๆ) ขอjam หน่อยคงไม่ตกประเด็นมาก

พูดถึงการเทียบเสียงกับเพลงหรือแผ่น ที่เราคุ้นมากๆ “เพลงครู”

ถ้าเรามีเยอะจะได้เปรียบครับ เพราะ สามารถช่วยทั้งในการเซ็ต เช็ค รวม

ถึงในการเลือกซื้อเครื่องเสียงได้ด้วย แนะนำ ควรฟังจาก original นะครับ

ไม่ใช่ในรูปแบบ file

(ซึ่งวันหลังถ้ามีโอกาส จะมาบอกว่าทำไมต้องเป็น original)

โดยเฉพาะ ถ้าเป็น SETใหญ่ๆ ฟังกันจนจำได้ว่าช่วงนี้ นักร้องหันหน้าจากไมค์ไปหน่อย

อันนี้เป็น ประสบการณ์ มาเล่าให้ฟัง นิดๆ
ความคิดเห็นที่ : 35

neonicus

14/07/2008 09:17:37

เหอๆ


เมื่อได้มาอ่านอีกรอบ


เกิดเซ็ง


ตอนซื้อมา ทั้งอ่านทั้งบางคนก็แนะนำว่าไม่ต้อง burn อะไรมาก ก็ใช้เพลงทั่วไปที่ฟังอยู่มา burn


ไอ้ผมก็เอามันมาฟังเลยกับมือถือ ทั้ง fm,mp3 แบบทั่วๆไปเลย


เสียงมันเลยไม่เป็นไปตามที่ต้องการตอนที่ลองที่ร้าน


สงสัยต้องขังเดี่ยว ขังลืม หูฟังของผมไปเลย


 


เชื่อหรือไม่ หูฟัง sony ของก๊อป(ของอมร อันละร้อย)ที่ผมใช้อยู่บ้างตอนนี้เสียงดีกว่า skullcandy smokin bud ที่ซื้อมาใหม่อีก แต่มันเป็น ear bud เลยไม่อยากใช้


sonyเทียมเสียงเบสมันลึกเท่าๆกับ skullcandy แต่ลูกไม่ใหญ่เท่า ส่วนเสียงสูงก็เก็บมาได้หมด เสียงกลางก็ยังอยู่


เหอๆสลด

ความคิดเห็นที่ : 36

neonicus

14/07/2008 09:20:42

ปล หูที่ยังใช้ไม่เกิน 100ชม ยังมีโอกาสรักษาได้เร็วมั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ : 37

KoZZ

14/07/2008 09:57:26
ขอบคุณคุณ ชิม และคุณ chimrexx มากครับ ผมเองก็มีเครื่องเสียงบ้านซึ่ง
กัดฟันซื้อตั้งแต่เรียนอยู่เมืองนอก แต่พอกลับมาทำงานเมืองไทยไม่ค่อย
มีเวลามาฟังมันเลย ต้องเดินทางแถมทำงานพิเศษอีก วันๆอยู่แต่นอกบ้าน
เดินทางตลอด เลยหันมาเล่น Portable player เพราะรักการฟังเพลงสุดๆ
จบความหลังพอสังเขป..

ส่วนที่คุณ ชิม อธิบายว่าถ้า burn-in แล้วเครื่องนั้นๆจะมีเสียงคงที่ตลอด
ก็ทำให้มีกำลังใจที่จะยอมเก็บชุดรักเข้าหิ้งซัก6เดือนเพราะหลังจากนั้นก็
จะได้ลอง burn-in เต็ทรูปแบบดูซักที ถือเป็นการลองวิชาใหม่จากคุณ ชิม ไปด้วย :D

ตอนนี้ก็ต้องทำใจฟังชุดเล็กก๊อกแก๊กไปก่อน อดเปรี้ยว กินหวานจ้า
ความคิดเห็นที่ : 38

chimrexx

14/07/2008 11:01:06
แผ่น classic 2006 ผมจำได้ว่า ที่ cap -Seacon sq. ยังมีอยู่นะครับ

หรือจะเอาถูกลง ก้อมีแผ่นของจีนวางขายตามคลองถม แต่ได้ของตามราคา

นะครับ
ความคิดเห็นที่ : 39

ชิม จ้า

14/07/2008 11:21:44
ถ้าเจตนา เอามา burn ขอแนะนำครับว่าต้อง เอาแผ่น แท้เท่านั้น ไม่ยอมรับของ copy หรือ เรียนแบบ ครับ..... อิอิ
ความคิดเห็นที่ : 40

Mz5

14/07/2008 13:12:45
กำลัง burn น้องบัว (d2-Boa)ไปได้ซัก 20 ชัวโมง กับ go vibe dac ประมาณ100 ชั่วโมงเลยครับ ตอนนี้หยุดรอแผ่น classic records 2006 ที่สั่งก่อนครับ

ถ้าผมสลับ ระหว่าง classic records 2006 , Susan Wong เลือกเพลงที่ชอบ, Joey Boy, และ reggae ที่ชอบ จะพอได้ไหมครับ

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ : 41

ชิม จ้า

14/07/2008 15:31:51
ถ้าเกิน 100 ชม ไปแล้วเสียงส่วนใหญ่ก็จะออกแนวที่เราburnไปแหละครับ น่าจะยากละครับ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่ทุกอย่างขึ้นกับความพอใจมากกว่าว่าเราพอใจกับเสียงนั้นๆ หรือยัง...... ถ้ายัง ก็อาดแก้ขัยได้นะครับ ลองดู ไอ้ 100 ชม.แรกนี้สำคัญที่สุดในการburnครับ บางชิ้นที่เขาบอกว่าต้องburnกัน 300-500 ชม ช่วงที่สำคัญที่สุดก็ไอ้ 100 ชม แรกนี้อะครับ......

จริงๆอยากจะตอบมากกว่านี้แต่กลัวโดนแขวะอีก ตอบแค่นี้คงพอได้นะครับ............
ความคิดเห็นที่ : 42

Mz5

14/07/2008 16:08:41
ขอบคุณมากครับ

ถ้างั้นช่วยต่อแบบนอกรอบได้ไหมครับ ตรงที่ว่า &dquot;น่าจะยากละครับ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงใหม่&dquot; ยากแปลว่าเป็นไปได้ใช่ไหมครับ ถ้าได้ยังไงอ่ะครับ
email ผม pongsitc@gmail.com

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ : 43

SaviouR

14/07/2008 17:23:43

คารวะ คุณซิมหนึ่งจอกใหญ่ๆเลยครับบ


นอกเรื่องนิดนึง แอมป์ผมฟังไม่วางเลยหละครับวันนี้


ขนาดไป รด ยังแบกไปเลย

ความคิดเห็นที่ : 44

ชิม จ้า

14/07/2008 18:25:13
ชอบก็ดีแล้วครับ ผมก็โล่งใจที่ชอบครับ
ความคิดเห็นที่ : 45

นายมั่นคง

14/07/2008 20:06:29



555

ขยายความต่อถึงเรื่องการเบิร์นหูฟัง ผมจะไม่แนะนำให้ใช้ไฟล์เบิร์นทุกชนิดครับ (แผ่นเบิร์นที่เป็นความถี่สูง-ต่ำ สลับกัน) ไม่ว่าจะเปนยี่ห้อไหน ผมก็ไม่แนะนำอยู่นั่นเอง

เพราะเคยมีประสพการณ์จากซื้อแผ่นเบิร์นแผ่นละหลายพัน ปรากฏว่าหลังเปิดไป 1-2 รอบ เสียงเครื่องเสียงเรามันเปลี่ยนไป และไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่เดีขึ้นซะด้วยครับ 555


ผมก็มักจะให้ใช้ไฟล์เพลงปกตินี่ล่ะเบิร์น ซึ่งผมว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย และเซฟตัวเอง (ตัวเจ้าของหูฟัง) พอสมควร แต่ที่คุณชิมมาแนะนำแผ่นที่ใช้เบิรืน แผ่นนั้นเป้นแผ่นเพลงธรรมดานี่ล่ะครับ เพียงแต่มันเป็นเพลงที่มี range ของเสียงกว้างกว่าแผ่นทั่วๆๆไปครับ


ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยล่ะ เบิร์นด้วยแผ่นที่มีคุณภาพการบันทึกดีๆๆ ย่อมจะดีกว่าเบิร์นด้วยแผ่นเบิร์นที่ทำมาขายโดยเฉพาะ..........555


นี่ก็มีคนจะไรท์ให้ 2 แผ่นตามที่คุณชิมแนะ ว่าจะลองซักหนอ่ย.......555
ความคิดเห็นที่ : 46

บอย

14/07/2008 21:48:07

เห็นด้้วยกันเฮียมั่้น กับคุณชิม เรื่องการเบิร์นด้้วยแผ่นที่มีคุณภาพ เพราะว่าผมเคยซื้อหูฟัง ยี่ห้อเดียวกัน 2อัน เพื่อทดสอบทฤษฎีนี้ โดยอันแรกเบิร์นด้วยไฟล์เพลง mp3+หนัง อันที่2เบิร์นแบบแผ่นดีดี พวก ออดิโอไพล์ (พิมพ์ถูกเปล่าหว่า)


  ปรากฏว่าเสียงอันที่ 2ดีกว่าแต่ไม่มาก ถ้าไม่ได้คุกคลีกับหูฟังมาก ๆก็จะฟังแทบไม่ออก


 อีกอย่างเวลาเราเบิร์น ผมใช้เสียงน๊อยส์ คือเสียงของคลื่นวิทยุที่ไม่มีเสีียงเพลง เสียงพูด จะมีแต่เสียงซ๋าๆๆ หรือเวลาทีวีจบรายการทั้งหมดของวันนั้นแล้ว


 


  ผมว่ามันจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของหูฟังเราออกมา โดยไม่มีการใช้เพลงเป็นตัวกำหนดลักษณะของเสียง


 เห็นด้วยหรือไม่ประการใด

ความคิดเห็นที่ : 47

ชิม จ้า

14/07/2008 22:02:10
สำหรับวิธีของคุณบอยนั้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าผลจะเป็นแบบไหน แต่ก็ดีครับ ใครคิดว่ามีวิธีไหนน่าจะเป็นวิธีที่ดี ก็มาเล่าสู่กันฟัง ....แล้วเอาไว้ถ้ามีโอกาส จะลองทำดูบ้างครับ

เฮียครับ ซื้อแผ่นแท้ไปเลยไม่ดีเหรอครับ ยังไงก็ต้องใช้กันอีกนานนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 48

So Gallant

15/07/2008 11:03:41

ผมเคยแวะไปดูแผ่นที่ร้าน แกรมโมโฟน สยามพาำำรากอน ที่นั่นเขาจะเปิดเสียง noise ตามที่คุณบอยบอกมาให้กับหูฟังสำหรับลองฟังอยู่ตลอดเวลาเลยครับ แต่เขาจะไม่เปิดดังเท่าไหร่ ก็คิดว่าน่าจะเป็นการเบิร์นสำหรับเขาด้วยมั้ง      เลยมาเล่าสู่กันฟังครับ

ความคิดเห็นที่ : 49

ชิม จ้า

15/07/2008 11:22:56
จริงๆแล้วการburnด้วย เสียงซ่าๆ นี้เป็นการ burnเพื่อเน้นเสียง กลางสูง นี่คือการburnแบบเฉพาะ ทางครับ มันไม่ต่างมากกับการburnด้วย เสียง ping noise ในย่านนั้นๆ แต่มันมีข้อเสียคือ มันไม่สามารถกำหนดค่ามันได้ แต่ ping noise นี้สามารถ กำหนดได้

Ping noise นี้ จริงๆมันเอาไว้เพื่อแก้ขัยว่าอะไรขาดอะไรเกิน แล้วจะต้องเปิดเสียงในช่วงความถี่ไหนเพื่อที่จะดึงเสียงที่เราว่ามันขาดขึ้นมา การburn ด้วย ping noise มันจะต้องมีอุปกรณ์ ในการช่วยเช็คค่าความถี่เสียงด้วย นั่นหมายถึง หูคนฟังไม่ออกครับ อันนี้มันลึกมากครับ ...... ถ้าพูดถึงเรื่องนี้คุยกันอีกยาวเอาเป็นว่าคร่าวๆละกันนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 50

กระบือน้อย

18/07/2008 03:18:26



    พี่ชินครับรบกวนถามหน่อยครับ การเบริ์นจากแผ่นที่พี่ว่า ถ้าเปรียบเทียบกับการเบริ์นแบบใช้โปรแกรมเบริน


 


เสียงที่มันไล่เสียงตามย่านความถี่จากต่ำไปสูง สลับกันไปมาผลที่ได้จะออกมากับกการเบริ์นด้วยแผ่นเพลงท


 


ี่พี่บอกไว้ไหมครับ คือเเคยเห็นของเพื่อนอะงับเขาซื้อลำโพงcrativeมาแล้ว ทางตัวสินค้ามันเเถมโปรแกรมเบรินมา


ให้ด้วยเห้นมันเปิดทิ้งไว้ แล้วเสียงมันก็มะมีคนร้องมะมีดนตรีนะครับมันเป็นคล้ายๆๆ เสียง


Pingที่พี่ว่าอะ เสียงเหมือนรายการโทรทัศน์ ปิดสถานี การเบรินด้วยโปรแกรมที่ช่วยเบรินที่ใช้กับคอม จะดีไหมครับ


เพราะตัวผมเองก็กำลังเก็บเงินจะซื้อสักชุดจะได้รู็แนวทางครับ รบกวนด้วยครับพี่


 

ความคิดเห็นที่ : 51

ขำว่ะครับ

18/07/2008 05:49:52
อ่านไปอ่านมา ปาฎิหารย์ก็มากขึ้นทุกทีๆ

ว่าแต่อะไรคือping noise ครับ เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ความคิดเห็นที่ : 52

อยากได้x-box

18/07/2008 06:39:39
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise
ping noise




กร๊ากกกกกกกกกก

ยิ่งอ่านยิ่งมีแต่ปาฏิหารย์ กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
ความคิดเห็นที่ : 53

ชิม

18/07/2008 08:41:19
ตอบ ความคิดเห็นที่ 50
ถ้าเป็นแผ่นที่เขาแถมมากับลำโพง ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเชื่อได้ครับ และเสียงที่ได้จะออกมาแบบที่ โรงงานเขาจะให้เป็น ครับ....... ถ้าถามว่ามันต่างกับที่ผมแนะนำไปไม๊ ที่เคยลองมันก็มีความต่างนิดๆ ครับ แต่นั่นก็ขึ้นกับความชอบของผู้ที่เป็นเจ้าของมากกว่า นะ ผมว่า

ตอบ ความคิดเห็นที่ 51,52
โทษทีครับแหม พิมพ์ผิดนิดเดียวโดนแซวเยย.......... Pink Noise ครับ................ ไม่ใช่ Ping noise
ขำด้วยคน.............5555555555

(ถ้าของที่เราใช้และเห็นว่าดีอยู่แล้ว โปรดเชื่อตัวเองเถะครับ ว่ามันดีที่สุดแล้ว เพราะ คุณเป็นผู้ที่ใช้มัน ไม่ใช่ของ คนที่มาติของ ของคุณ)
ความคิดเห็นที่ : 54

ฉงาย จ้า

18/07/2008 11:46:10

แล้วถ้าใช้้้ ซีดีรอมในเครื่องโน้ตบุคเป็นตัวเล่นแผ่นเสียงที่พี่แนะนำมันจะเป็นไรไหมครับ คือผมมะมีตังซื้อเครื่องเล่นแผ่นซีดี ดีๆ อย่างเดน่อน รึ นาคามิชิ


อะ เพื่งจะให้แม่ขายควายที่บ้านส่งค่าซื้อโน้ตบุคมา ถ้าขอเพื่อมอีกมีหวัง


โดนแน่ๆๆครับ เลยตั้งคำถามจาก ความคิดเห็นที่50 อะงับ ว่าถ้าเทียบโดยใช้


CD-Rom ใช้โน้ตบุคเป็นตัวอ่านไฟลล์เพลงจะเบริน กับ ถ้าใช้โปรแกรมเบริ์นเลย


อันไหนจะดีกว่ากันครับ เพราะถ้าจะเก็บเงินซื้อวีซีดีเฉพาะทางก็จะมะมีเงินพอซื้อหูฟัง


งับ รบกวนพี่ชี้แนะด้วยนะงับ จะได้เริ่มอย่างถูกวิธี เพราะผมก็คนเบี้ยน้อยหอยน้อยจะ


ทำไรก็ต้องคิดนิดนึงงับ


 

ความคิดเห็นที่ : 55

ชิม

18/07/2008 12:35:42
5555……….. ตลกดีครับ
อยู่อย่างพอเพียง เถอะครับ.........
ความคิดเห็นที่ : 56

ฉงาย จ้า

18/07/2008 13:59:13

ง่ามะตอบเลยอะพี่ งะมาหัวเราะอีก โหยมะสงเสริมเด็กน้อยอยากเล่นบ้างเหรองะบ

ความคิดเห็นที่ : 57

neonicus

18/07/2008 15:52:16

เล่นหู asaki ราคา 150 บาทตามคำแนะนำในห้อง gadget ดูมั้ยครับ


ถ้างบน้อย

ความคิดเห็นที่ : 58

kissy

21/07/2008 00:30:00

แผ่นที่ท่านว่าหายากจังครับ

ความคิดเห็นที่ : 59

Thanksgoditsfriday

21/07/2008 21:07:27

No Offense นะครับ แค่ขอตั้งข้อสังเกตุดังนี้


1. โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่าด้วยเรื่องการ Burn มีผลช่วยให้หูฟังทำงานได้เข้าที่ เข้าทาง แต่ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นกว่าที่มันควรจะเป็น และการเข้าที่ เข้าทาง จะมาเองหลังจากใช้งานฟังเพลงไประยะหนึ่ง แค่นั้นเอง


เหตุผลคือ หูฟังเป็น mechanic device ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการ burn เพื่อให้เข้าที่ เข้าทาง แ่ต่ก่อน และหลังการ burn หูฟังมีคุณภาพไม่ต่างกันมากถึงขนาดสังเกตุได้โดยง่าย คือจะแตกต่างกันนิดหน่อย การ burn เป็นหลายสิบชั่วโมงพอเข้าใจได้ (เพื่อความเข้าที่ เข้าทาง) แต่การ burn เป็นร้อยชั่วโมงเป็นเรื่องเข้าใจได้ยากว่ามีความจำเป็น หรือช่วยในเรื่องใดๆ นอกจากเรื่องทำให้อายุการใช้งานสั้นลง เพราะใช้ไปแบบสิ้นเปลือง


2. การ Burn ด้วย noise ต่างๆ ที่ไม่ใช่เพลง ไม่ได้ทำให้หูฟังดีขึ้น หรือดีกว่าการใช้เพลงธรรมดาในการ Burn เพราะถ้าเป็นงั้นจริงๆ consumer ต้องตำหนิผู้ผลิตหูฟัง เพราะ


  2.1 ถ้าผมซื้อมาเปิดฟังเพลงปกติ เพลงทั่วไปที่ชอบฟัง ซึ่งมันเป็นปกติของคนทั่วไป หูฟังมันจะไม่ดีเท่าที่ burn ด้วย noise หรือไม่งั้น


  2.2 ผู้ผลิตหูฟัง ต้อง provide พวก noise สำหรับ burn มาให้แถมมมาพร้อมกับหูฟังในกล่องเลย ไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่ายปิดบัง อำพรางข้อมูลผลิตภัณฑ์

ความคิดเห็นที่ : 60

ชิม

21/07/2008 21:55:33
ความเห็นของผม ก็คงจะเป็นแบบที่ผมได้ลงไว้แต่ต้นแล้ว

คงจะต้องขอ ความเห็นจากท่านอื่นๆ อีกละกันนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 61

เมก้าซาวะหมายเลข154

21/07/2008 22:14:31
agree with above
ที่เทียบเสียงที่เบิร์นต่างกันแล้วต่าง ผมคิดว่ามันต้องกินระยะเวลาเบิร์นขึ้นอีก

ถ้าผมเพิ่มกระบวนการหาคำตอบมาอีกโดย
1.หูใหม่ 2 ตัว
2.เบิร์นไฟล์เบิร์นต่างกัน 100 ชม.
3.เอามาฟังเทียบ
4.ถ้าต่างให้เปิดเพลงทั่วๆไปไม่เจาะจงแบบขำๆไปสัก 2 เดือน
5.เอากลับมาฟังเทียบกันใหม่

ถ้าต่างก็คงยอมรับเรื่องการเบิร์นไฟล์ที่ต่าง...

งั้นถ้าเอาทฤษฎีนี้ไปใช้กับฟันเฟือง
โดยให้เริ่มหมุนในความเร็วที่ต่างกัน
ในตอนแรกจะฝืด
ให้หยอดน้ำมันปริมาณต่างกัน
สุดท้ายมันก็น่าจะทำได้&dquot;เท่าที่มันสามารถทำได้&dquot;อยู่ดี ไม่มีเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง
ความคิดเห็นที่ : 62

บอย

21/07/2008 22:31:12

ตามประสบการณ์ (อันน้อยนิด) คือมันก็เหมือนกับเราซื้อรถมาใหม่ เราก็ต้องขับไม่ต้องเร็ว เพื่อให้พ้นระยะเบริ์นก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายของเครื่องยนต์


 


หูฟังก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเบริ์นแล้วเสียงจะดีขึ้นอย่างเดียว แต่มันก็จะทำให้ไดร์เวอร์ข้างในทนมากกว่า ซื้อมาวันแรก ก็เร่งวอลลุ่ม กันเสียงดังออกมานอกหูฟัง


แบบนี้ไม่ไหว เรื่องการเบริ์นด้วย noise นั้นผมใช้เบริ์นตลอด แต่เฉพาะตอนแรก ที่ซื้อมา คือ 0-30 ชั่วโมงแรก 31-100 ขึ้นไป เบริ์นด้วย เพลง


ใครไม่เคยลอง ลองดูได้ไม่เสียหายอะไร


 


ปล.เคยลองเบริ์นกับแอมป์หูฟังแล้วหรือยัง ถ้ายัง ไปลองซะ (แล้วมาบอกด้วยนะ)

ความคิดเห็นที่ : 63

วิตตี้

22/07/2008 10:58:52
สำหรับผม การเบิร์น ก็เหมือนการออกกำลังกายก่อนแข่งกีฬาแหละครับ
ได้ใช้แผ่นดีๆในการเบิร์นก็เหมือนได้ออกกำลังกายครบทุกส่วนหรือในส่วนที่สำคัญสำหรับแข่งขัน เลือดลมไหลเวียนสะดวก ตอนแข่งจะได้ใช้สมรรถภาพกล้ามเนื้อได้เต็มที่ คงไม่ใช่ขนาดจะทำให้กล้ามโตขึ้นจากปรกติหรอกครับ การเบิร์นที่ดีคงทำให้อุปกรณ์ของเราตอบสนองได้ใกล้เคียงกับที่ผู้ออกแบบตั้งใจมามากที่สุด คงไม่ถึงขนาดเบิร์นเสร็จ กลายเป็นเสียง hi end ชุดละล้านครับ

ที่เฮียเขียนก็น่าสนใจเรื่องใช้แผ่นเบิร์นสู้แผ่นฟังดีๆเบิร์นไม่ได้ มีเพื่อนกำลังนั่งเถียงกับผมอยู่เหมือนกัน มันว่าแผ่น PAD เบิร์นดีกว่าแผ่นฟัง เพราะเท่ากับเราได้บริหารครบทุกความถี่ที่แผ่นเพลงบางแนวไม่ได้มีอยู่ เบิร์นเสร็จเหมือนพร้อมกว่าสำหรับตอบสนองทุกย่านความถี่ตามแต่สเปคจะอำนวย

เอ้าก็ว่ากันไป แต่ไม่มีตังค์จะซื้อของใหม่มาทดสอบซะแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ : 64

ชิม

25/07/2008 12:56:53
ถาม พี่ชิมครับ ไม่ต้องรับโมก็ได้ครับ
แต่สอนหน่อยว่ามันทำยังไงอ่ะครับ เดี๋ยวผมไปทำเอง :-)
คือผมมีหลายคำถามเหมือกัน ถ้าพี่จะตอบข้อไหนหรือไม่ตอบข้อไหนก็ได้ครับ

ตอบคุณ Mz5

ดีครับที่คิดจะทำเองเพื่อได้เพิ่มประสบการณ์ การทำด้วย และจะได้ลองเล่นอีกหลายๆวิธีครับ

คำถามที่ถามมา พี่พอจะตอบได้ทุกคำถามแหละครับแต่บางอย่างก็อธิบายไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะบอกยังไง ผมไม่ใช่นักเขียนที่จะพูดให้เห็นภาพ ได้แต่จะลองดูละกันนะ.....

ถาม 1. หูฟังยังไม่ burn พี่รู้ได้ไงว่ามันต้องแก้อะไรมั่งครับ หรือว่าแค่ฟัง ครั้งแรกก็เดาทางได้เลย หรือว่า พี่เคยฟังตัวที่ burn แล้วมาก่อน

ตอบ อันนี้จากประสบการณ์ล้วนๆครับ ถ้าได้burnมาหลายๆอย่างและได้สังเกดตลอด จะเดาทางมันออกว่าหลังburnมันจะมีเสียงทางไหน ถึงแม้บางคนจะบอกว่าหลังburnแล้วมันเปลี่ยนเป็นคนละเรื่อง แต่ยังไง เสียงหลักมันก็จะต้องมีเค้าโครงหลักเหมือนกันครับ เรื่องของโครงสร้างและ driver ก็เป็นอีกจุดที่ฟ้องตัวมันเองว่าจะออกมายังไง ซึ่งจริงๆแล้วผมว่าหูฟังเดาทางง่ายกว่าลำโพงเยอะเพราะ มันจี้อยู่ที่หู และไม่ต้องมาตั้งหาทิศทาง ซึ่งมันยากกว่าจริงๆ และอีกเรื่องคือเวลาก็สั่นกว่ามากครับ......

การเทียบฟังจากตัวที่เขาว่าพ้นburnแล้วมันพอจะเป็นแนวได้เท่านั้นครับแต่จะเอามาเป็นพื้นฐานของมันจริงๆไม่ได้ เพราะ ไม่รู้ว่าเขาburnมายังไงและอย่างที่บอกของที่มันใช้มานานๆแล้วมันเคยตัวครับจะไปสั่งให้มันทำงานเกินหน้าทีนะยาก ต้องไล่มันออกแล้วหาคนใหม่มาสอนใหม่ครับ ไม่งงมั้ง เหอๆ

ถาม 2. แล้ว match สายยังไงครับ ประมาณ สายไหนไปเหมาะกับ หู หน ผมเข้าใจว่าอันนี้ต้องมาจากประสบการณ์ล้วนๆ แต่ผม ไปลองสายทุกเส้นทุกแบบไม่ไหวจริงๆครับ ถ้าพอบอกคร่าวๆ ได้จะดีมากครับ

ตอบ match สายกับหูฟังเนี่ย เอาวิธีที่ผมใช้ละกัน คือเราต้องจับเสียงหลักของหูฟังนั้นๆได้ก่อน แล้วเราก็ต้องดูจุดมุ่งหมายว่าเราจะนำมันไปทางไหน อันไหนเข้าทาง ก็เอามาทำ ส่วน หูบางอันฟังแล้วมันมีลักษณะนะเฉพาะทางมากๆ ซึ่งไม่น่าจะเปลี่ยนแนวได้ ก็อย่าเอามาทำครับ เสียดายของ การเลือกสายอันนี้ก็เป็นอีกเรื่อง แต่เท่าทีเห็นบ่อยๆ มีแค่2 ชนิดที่นิยมเอามาเพื่อใช้ในทาง Audio

สายทองแดง เสียงจะหนักทางโทนเสียงกลางถึงต่ำ ......
สายเงิน เสียงจะหนักไปทางโทนเสียงสูงถึงกลาง.........

ส่วน ชนิดของสาย เช่น แกนเดี่ยว, สายฝอย หรือ มีหลายขนาดในเส้นเดียว(Multi-core) หรือ ตีเกลียวภายใน, ถักภายใน ซึ่งแต่ละชนิดก็ให้เสียงที่แตกต่างกันครับ (ไม่สามารถบอกได้ว่า สายที่ทำด้วยเงินแล้วเสียงจะไปทางเสียงกลาง ถึง สูงแค่เพียงอย่างเดียว).

ยังไม่รวมถึงสารที่เคลือบก็เป็นอีกกรณี……เคลือบ เงิน, ทอง, rhodium, tungsten, Chromium, Platinum และอื่นๆอีกมากซึ่งสายบางชนิด จะมีการเคลือบถึง 3 ชนิด นั่นก็ขึ้นกับผู้ผลิตเขาต้องการจะทำไปใช้กับอะไร
และยังมีชนิดของฉนวนอีก อันนี้ยาวมากครับ ขอไม่พูดถึงละกัน.....

เอาเป็นว่าตัวที่มันกลางๆที่พอจะหาทำเล่นกันเพื่อทดลองเล่นได้ง่ายๆน่าจะเป็นพวก ทองแดงเบบ multi-core แล้วเคลือบด้วย เงินหรือ ไม่เคลือบก็ได้ นี้ลองเอามาทำสายลำโพงหรือ หูฟังเสียงจะออกเป็น โทนกลางๆที่สุดครับ........ (จากสิ่งที่พอหาได้ง่ายนะครับ)

ถาม 3. ต้องมี technic อะไรพิเศษไหมครับ เรื่องการเข้าสาย บัดกรีหัว คือผม บัดกรีพอได้ แบบธรรมดาๆ แต่ไม่รู้ว่า มันต้องควบคุมถึงระดับ อุณหภูมิหัวแช่เลยหรือเปล่า หรือว่าแค่เนียนๆ ตะกั่วเงินดีๆ ก็โอแล้วครับ

ตอบ อันนี้สำคัญมากครับ หัวแช่ หรือ บัดกรี ที่ใช้จะต้องควบคุมอุณหภูมิ ได้ ถ้าเราเอาสายทองแดงซึ่งมันจะใช้ได้ดีกับที่ความร้อนหนึ่ง แต่เราดันเอาความร้อนของที่เราบักกรีกับเนื้อเงิน อันนี้เท่ากันเราได้ไปทำลาย โครงสร้างของทองแดงไปแล้ว (ในช่วงที่ความร้อนไปถึงนะครับ) การทดลองง่ายๆ คือ ลองเอาบักกรีที่มี watt ต่างกันเยอะพอควร เช่น 18W และ100W มาลองทำสายเล่นๆแล้วลองฟังเทียบดูครับ....

ดังนั้นถ้าเอาง่ายๆ และทางที่ปลอดภัยสุดๆ คือใช้ที่ความร้อนน้อยๆไว้ครับ จะปลอดภัยที่สุด แต่มันก็จะไม่ค่อยช่วยอะไรมากกับพวกที่ต้องการความร้อนสูงๆ เช่นเอาสายเงินมาทำแต่ไปใช้ หัวแช่แบบ ความร้อนต่ำมันก็จะไม่ทำให้เสียงที่ได้ออกมาตามที่สมควรจะเป็นครับ.......

ตะกั่วก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ผมใช้การผสมตะกั่วเองครับ....... ใครเคยสงสัยไหมว่าทำไม่ใช้ตะกั่วคนละยี่ห้อทำไมถึงทำให้เสียงไม่เหมือนกัน ซึ่งดูแล้วมันก็เป็นตะกั่ว คล้ายๆกัน อันนี้ผมว่าใครๆก็น่าจะรู้ครับ และอีกอย่างตะกั่วที่พึ่งผสมใหม่กับตะกั่วเก่าๆ (ไอ้ม้วนเดียวกันนี่แหละ ต้นม้วนใช้ต้นปี แต่ปลายม้วนใช้ปลายปี) ทำไมทำต้นม้วนกับปลายม้วนเสียงมันไม่เหมือนกันหว่า แก้ไขโดยการ ผสมเองซะเลย สูตรใครสูตรมัน และที่สำคัญ เราจะได้คุมเสียงที่เราต้องการได้ด้วย

เช่นสายไม้เอก v1.8 กับ v2.0 มันต่างกันแค่สูตรการผสมตะกั่วครับ และการ matching สาย ซึ่งบางคนอาจจะว่ามันไม่สำคัญ แค่ตัดให้เท่ากันก็พอแต่ไม่รู้สิผมว่ามันสำคัญนะ คือต้องเข้าเครื่องเพื่อเช็คโอห์ม และแรงดันเพื่อให้ สายมีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด
ซึ่ง v1.8 ผมยังไม่เคยใช้ Mini jack มาก่อน เลยยังไม่มีการ ผสมเพื่อให้มันโดยตรงกับหัวชนิดนี้ บางคนอาจจะบอกว่ามันก็เป็นชนิดเดียวกับ rca ที่ใช้ๆอยู่ เอาเป็นว่าผมบ้าไปเองละกัน แต่ยืนยันว่าไม่เหมือนกันครับ.....

4 เห็นพี่เล่าว่า burn ไปสิบชั่วโมงเจอเบสแปลก เลยรื้อแก้ใหม่ แล้วเปลื่อนแนวเพลงในการ burn ด้วย อันนี้ ฟังยังไง burn สิบชัว่โมงผมฟังยังเหมือนเดิมอยู่เลยครับ กว่าจะรู้ว่าเปลี่ยน ปาเข้าไปสองวัน 555
แล้วแก้ยังไงครับ

ตอบ การburnที่ได้บอกไว้ในกระทู้การburn นั้นมันเป็นวิธีพื้นฐานครับ คือใครๆก็ทำได้และไม่ยากนัก แต่ที่พวกเราburnจะเป็นอีกวิธีนึงครับ ซึ่งอันนี้ไม่ขอสอนละกันเพราะ แค่นี้ก็โดนด่ามากแล้ว เหอๆ

การBurn มันมีหลายวิธีมากๆ แต่ๆละวิธีมันก็คล้ายๆกันขึ้นอยู่กับเราต้องการให้มันออกไปทางไหน ซึ่งแน่นอนว่าอันนี้มันต้องขึ้นกับโครงสร้างและวิธีที่โมมันด้วย และค่อยburnเพื่อส่งให้มันเป็นไปในทางที่เราต้องการ........ มีเหมือนกันที่เดาทางผิดแล้วพอพ้นburnมันเน่าไปเลยก็มี.........

ส่วนการแก้ไข เอ่อ..........มันยากกว่า burn ซะอีกครับ เอาเป็นว่าแค่นี้พอละกันนะ เพราะ การแก้ไขเสียงมันต้องมีพวกอุปกรณ์มาเพิ่มด้วย เยอะ........

ทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์ทั้งนั้นครับ ใครคิดว่ามันให้อะไรที่ดีๆ ได้ก็เก็บไว้คิดต่อ แต้ถ้าใครเห็นว่ามันบ้าก็ปล่อยๆผมไปเถอะครับ คิดว่ามีคนมาโม้ให้ฟังอ่านสนุกเล่น

การฟังเพลงที่ดี คือจงมีความสุขกับเสียงเพลงครับ แต่ผมสนุกกับการที่ได้ทำ(ถึงแม้ว่าบ่อยครั้งที่ซื้อมาทำแล้วเป็นขยะไปก็มี)และได้ฟังเสียงที่ผมต้องการ ก็เท่านั้น ครับ.......
ความคิดเห็นที่ : 65

karnt

25/07/2008 13:14:23

เข้ามาอ่านเอาความรู้ครับ และขอบคุณคุณชิม ที่นำประสบการณ์มาแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกัน

--

ผมว่า เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็คุยกันดีๆ ใช้เหตุใช้ผล ก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ จะเห็นด้วย หรือจะค้าน ก็ว่ากันไป

แต่นี่บางคน เข้ามาก็แขวะๆ หรือคุยด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ซึ่งพอคุณชิมเค้าตอบโต้ไปบ้าง ก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวกันไป ก็ขำดีครับ ^_^&squot;&squot;
ความคิดเห็นที่ : 66

ชิม

25/07/2008 13:58:39
งงจัง นี่เป็นคำถามที่มาจาก ห้องคน บ้า…... งาน โม MS-1 นะครับเดี๋ยจะหาว่ามาตั้งเองตอบเองอีก.........
ความคิดเห็นที่ : 67

k2288

25/07/2008 14:24:40
คุณ ชิม มี mail มั้ยคับ รบกวนที

ขอบคุณคับ
ความคิดเห็นที่ : 68

ชิม

25/07/2008 14:43:49
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจกันครับ….....
โทษทีครับ คงไม่สะดวก อะครับ.... ไว้ไปคุยกันที่ร้านเฮียดีกว่าครับ ส่วนใหญ่ผมจะเข้าที่ งามวงค์วาน วัน เสาร์ หรือไม่ก็ อาทิตย์ ครับ
ความคิดเห็นที่ : 69

Mz5

25/07/2008 15:05:23
ก่อนอื่นต้องขอบคุณครับพี่ชิมมากครับ

ผมอ่านแล้ว ไม่สองสามอย่างที่ยังไม่ได้เป็นไปได้สำหรับผมตอนนี้

1. ทำตะกั่วเอง อันนี้ เป็นไปได้ยากแน่ๆในตอนนี้ 5555 จะให้ไปหาซื้อดีๆ ยังไม่รู้เลย ว่าอันไหนดี

2. หูผมต้องดีกว่านี้ก่อนเพื่อที่จะฟังออกในทุกๆความเปลื่อนแปลง ซึ่งคงต้องใช้เวลา train หูตัวเองก่อนครับ

3 เครื่องวัดโอมป์ กับแรงดัน นี่ไม่ใช่ multimeter ธรรมดาใช่ไหมครับ ถ้าไม่ใช่ ก็คงหายากอีกเช่นกัน

งั้นสรุป ผมเริ่มจากฝึกหูตัวเองก่อนดีกว่าครับ แล้วก็ลองสายแต่ละแบบ ไปเลื่อยๆ จนได้ข้อมูลเพียงพอ ค่อยว่ากัน

ตอนแรกกะจะถอยหูฟัง มารองอีกซักตัวตอนนี้เอาไว้ก่อน 5555555

ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ : 70

ชิม

25/07/2008 16:01:33
ถ้าอยากลองจริงๆ มันก็มีวิธีที่ทำได้ง่ายๆคือ หาหูถูกๆ ซื้อ อมร คู่ละ 50บาท มาซัก 3 คู่ สาย Mini-RCA 2เส้น (รวมเสียเงินไม่น่าเกิน 250บาท)
คู่ที่1,2 เอามาburn แบบที่บอกไป ทิ้งไว้ให้ครบ 100ชม. (ฟังเสียงเทียบช่วง 0, 50 และ 100ชม)
คู่ที่3 เอามาเปลี่ยนสาย mini-rca ตัด หัวRCA ทิ้งไป แล้วมาใส่กับหูฟังอันนี้ แล้วburnให้ครบ 100ชม. อีกเหมือนกัน

เมื่ออันที่2 burnครบ ก็เอามาเปลี่นยสาย Mini-rca อีกเส้น แล้วburnต่ออีก 50ชม ก็พอ หรือจะเอาเป็น 100ก็ได้ **อย่าลืมเอาเส้นที่ 1 กับ 3 มาburnให้เวลาเท่ากับเส้นที่ 2 ด้วย**
เสียเงิน250บาท เพื่อเอามาซื้อความรู้ครับ

หลังจากนั้นลองเอาทั้ง3เส้นมาเทียบเสียงกันดูสิครับ ไม่ต่างกันให้เตะ เหอๆ.......
ปล. สำคัญที่สุดคือต้องฟังให้ขาดก่อนครับ และที่สำคัญคือต้องเชื่อมั่นในหูของตัวเอง
ขอให้สนุกกับการทดลองครับ ........
ความคิดเห็นที่ : 71

Mz5

25/07/2008 16:34:22
อือ น่าสนใจครับวิธีนี้ ผมซื้อสี่หูเลย เก็บแบบไม่ burn ไว้อีกตัว เผื่อลืมเสียงตอนยังไม่ burn เอ้าลุย

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ : 72

ชิม

05/08/2008 13:57:47
วันอาทิตย์ ที่ผ่านมาเห็นเฮียมั่นซื้อสายไฟมาเส้นนึง พึ่งนึกได้ว่ามันมีกาน burn สายไฟด้วย เหอๆ...... (จะโดนด่าไม๊ วะเนี่ย....งานนี้)

เอาเหะ ฟังกันจี้ๆละกันนะครับ............. ตอนผมได้สายไฟใหม่มาผมจะเอาไปใช้กับ.................กาต้มน้ำก่อน เหอๆ...... เสียบทิ้งไว้ซัก 2 อาทิตย์ แต่ต้มตะหลอดนะครับ

ลองดูนะครับ เหอๆ.........
ความคิดเห็นที่ : 73

DTX

05/08/2008 22:15:16
คนรู้จักผมใช้ลำโพง Dynaudio Confidence ยังใช้เพลงลูกทุ่ง burn เลยครับ

5555

แบบว่าเค้าชอบอ่ะนะ ทำไงได้

ปกติผมจะเปิดวิทยุเบิร์นเอาครับ

เอาแบบจูนไม่ชัดนิดๆ น่าจะโอเค


ผมเห็นร้านเครื่องเสียงเค้าใช้แผ่นเบิร์นแล้วเห็นไดร์เวอร์ยุบๆพองๆแล้วสงสารมันจัง

ที่ผมไม่ใช้เครื่องซีดีเบิร์นนานๆ เพราะผมกลัวมันจะเจ๊งเอาครับ ~~
ความคิดเห็นที่ : 74

ชิม

14/08/2008 10:13:38
มีใครทำการ burn บ้างยังจ๊ะ............. แจ้งผลด้วยครับ..................... แหม ไม่มีใครมาเล่าให้ฟังเยย เหอๆ.....
ความคิดเห็นที่ : 75

bom

16/08/2008 16:07:32
ขอลบกวนท่านชินที่ครบหน่อยครับ ผมชื่อบอม อยู่ปี1ครับ จากที่ได้อ่านมาข้านตอนเรืองของการเบินอะครับ
1.การเบินมีผมต่อเสียงมากไหมครับคือผมเบินผิดวิธีครับ ตอนแรกเห็นเขาบอกว่าให้เบินโดยเปิดเพลงที่เราฟังไปจนครบ100ช.ม ครับ แต่ผมใช้ไฟล์mp3 128kbpsเพลงก็ซ้ำพอเสียงออกมารับไม่ได้ผมใช่pk2อะครับตอนแรกก็ไปฟังร้านเฮียเหมือนคยละตัวเลย นึกในใจเฮียหรอกขายปล่าววะ พอเขามาอ่านกระทู้คุนชิมเลยเข้าใจตอนนี้เบินเกิน200ช.มแล้วยังห่วยเหมือนเดิม รายละเอียดก็มั้วครับ พอจะมีวิธีแก้ไหมครับ
2.พอดีผมจะได้หูฟังตัวใหม่คือsr225 วันจันครับ อยากเบินให้ถูกวิธีครับ แต่หาแผ่นที่ท่านชิมที่บอกไม่เจอครับไปร้านไหนก็ไม่มีครับ กลัวว่าจะผิดพลาดอย่างครั้งเเรกอีกช่วยเอามาให้โหลดหน่อยครับ2แผ่นเลยครับ (ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ
3.ผมมีipod anoกับcd Walkmanไม่รู้รุ่นไรครับแต่เก่าโคตร ควรใช่อันไหนในการเบินดีครับเสียงจะได้ออกมาดีครับ
ความคิดเห็นที่ : 76

bom

16/08/2008 16:53:40
ชิบหายแล้วครับพอดีผมเขาไปอ่านมาhttp://www.taf.in.th/forum/index.php?topic=2157.0
มันเป็นไฟล์ล้างลำโพงอะครับแต่เวปอืนที่ไม่รู้ไปบอกว่าเบินหูฟังได้อะ
ผมก็เลยเชื่อครับ แล้วอย่างนี้ทำไงครับ ใช่ไปแล้วหลายครั้งด้วยอะคครับ
ต่อจากข้างบนครับ
ความคิดเห็นที่ : 77

บอม

18/08/2008 19:42:59
ดันครับให้คำตอบผมด้วยครับรออยู่
ความคิดเห็นที่ : 78

ชิม

19/08/2008 10:02:51
ขอลบกวนท่านชินที่ครบหน่อยครับ ผมชื่อบอม อยู่ปี1ครับ จากที่ได้อ่านมาข้านตอนเรืองของการเบินอะครับ
ตอบ.. อย่าเรียกท่านเลยครับ............กัวจิงๆเหอๆ.. ได้ครับมีไรก๊ถามมาได้ ถ้าตอบได้จะตอบให้แล้วก๊ขอโทษด้วยจริงๆที่ตอบช้าพอดีอาทิตย์ที่แล้วเน็ตที่บ้านเสีบไม่ได้เข้ามาดูเยล เหอๆ......

1.การเบินมีผมต่อเสียงมากไหมครับคือผมเบินผิดวิธีครับ ตอนแรกเห็นเขาบอกว่าให้เบินโดยเปิดเพลงที่เราฟังไปจนครบ100ช.ม ครับ แต่ผมใช้ไฟล์mp3 128kbpsเพลงก็ซ้ำพอเสียงออกมารับไม่ได้ผมใช่pk2อะครับตอนแรกก็ไปฟังร้านเฮียเหมือนคยละตัวเลย นึกในใจเฮียหรอกขายปล่าววะ พอเขามาอ่านกระทู้คุนชิมเลยเข้าใจตอนนี้เบินเกิน200ช.มแล้วยังห่วยเหมือนเดิม รายละเอียดก็มั้วครับ พอจะมีวิธีแก้ไหมครับ
ตอบ.. คงแก้อะไรไม่ได้แล้วครับ มันนานเกินแล้ว ถ้าจะทำได้คือต้องเปิดแบบกระแทกแต่ก็เสี่ยงกับ voice จะพังเอา ผมยังไม่เคิยลองกับพวกหูฟังแล้วก๊ไม่กล้าด้วย เหอๆ... แนะนำให้จำหน่ายแล้วเอาตัวใหม่มาทำดีกว่าครับ.......

2.พอดีผมจะได้หูฟังตัวใหม่คือsr225 วันจันครับ อยากเบินให้ถูกวิธีครับ แต่หาแผ่นที่ท่านชิมที่บอกไม่เจอครับไปร้านไหนก็ไม่มีครับ กลัวว่าจะผิดพลาดอย่างครั้งเเรกอีกช่วยเอามาให้โหลดหน่อยครับ2แผ่นเลยครับ (ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ
ตอบ.. ลองถามที่ร้านเฮียดูครับได้ยินมาว่าหากันได้แล้ว แต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆแนะนำให้ใช้เพลงที่มีความถี่มากๆ คื่อตั้งแต่ลึกๆถึงสูง สุดๆ มาเปิดburnครับ หลีกเลี่ยงพวกแผ่นที่เป็นแผ่นburnครับ

3.ผมมีipod anoกับcd Walkmanไม่รู้รุ่นไรครับแต่เก่าโคตร ควรใช่อันไหนในการเบินดีครับเสียงจะได้ออกมาดีครับ
ตอบ.. ถ้าเป็นผม ผมจะใช้ CD เป็นตัวburnครับ แต่ต้องเอาแผ่นที่เป็นแผ่นแท้นะครับ ไม่ใช่เอาแผ่นcopyมาใช้ มันจะไม่มีความต่างกับfileครับ....

ผมกะว่าจะเข้าไปร้านเฮียทุกวันอาทิตย์ ถ้ามีอะไรจะถามก็มาคุยกันได้ครับ..........
ความคิดเห็นที่ : 79

ชิม

02/09/2008 13:48:31



หลังจากบอกการburnไปนาน ไม่เห็นมีใครมาบอกผลกันเลย (หรือ ไม่ได้ทำกัน แหงๆ) เหอๆ หรือไม่ได้ผลหว่า.........
ได้ผลไง มาเล่าให้ฟังบ้างครับ...............
ความคิดเห็นที่ : 80

Collagen

02/09/2008 20:11:47
เรียนท่านชิมครับบบบ....

ผมได้ทดลองเบิร์นหูหัง อยู่ 3-4 อัน แต่ผมลองเบิร์นด้วยเพลง Classic กับเพลงแนว Chant (บทเพลงสวดมนต์ในโบสถ์) ซึ่งมีความแตกต่างในด้านของความถี่เสียงและ Sound Stage พอสมควร โดยผมเบิร์นเป็นเวลาประมาณ 100 - 200 ชม. และผลที่ได้ เป็นดังนี้ครับ...
1. Audio Technica ATH-T22 - เสียงไม่แตกต่างกันระหว่างก่อน/หลังเบิร์น
2. Audio Technica ATH-FC5 - ใช้ฟังเพลงแนว Classic รู้สึกว่าเสียงไปไม่สุด (น่าจะไปได้ไกลกว่านี้) แต่พอฟังแนว Pop แล้ว ใช่เลยครับ
3. AKG K 512 - เสียงดูนุ่มนวลขึ้นครับ ดีขึ้นพอสมควร
4. Alessandro MS-1 - ตัวนี้เห็นผลอย่างชัดเจนครับ ระหว่างก่อนเบิร์นและหลังเบิร์น เสสียงดีขึ้นอย่างสังเกตได้เลยครับ...

ซึ่งผมก็อาศัยเทคนิคการเบิร์นของท่านชิมบ้าง + ที่เฮียมั่นคงและเฮียเบียสแนะนำ และ เปิดแนวเพลงที่ชอบฟังบ้าง ก็ได้ผลตามนี้

ท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณท่านชิม เฮียมั่นคง เฮียเบียส และหลายๆ ท่านมากครับ สำหรับเทคนิคในการเบิร์นสำหรับมือใหม่ ที่ไม่รู้เรื่องหูฟังเลยครับ...

ปล. ตอนนี้กำลังเบิร์น AKG K412 P อยู่ครับ...
ความคิดเห็นที่ : 81

ชิม

02/09/2008 22:17:20



ดีใจจังที่มีคนมาบอกผลแล้ว.........

ลองเปลี่ยนเพลงไปเรื่อยๆด้วยนะครับแล้วจะหาเจอเพลงที่เราเห็นว่า burn แล้วเห็นผลดีที่สุดเองครับ ดีครับ ดี

เราเอาแผ่นหลักๆ 2 แผ่นมาเปิด และหาอีกแผ่นมาเป็นตัวแปร ลองดูครับ เผื่อได้มีแผ่นใหม่ๆมาเล่นให้กันฟังครับ
ความคิดเห็นที่ : 82

ชิม

02/09/2008 23:21:14



อีกนิด audio technica ผมยังไม่เคยลองแบบจริงๆจังๆซะที ได้ทำมาตัวนึงรุ่น อะไรจำไม่ได้ ตัวที่มีหลายๆสีอะครับเป็นแบบคาดหัว ที่คาดเป็น เหล็กเส้นเล็กๆ หูมีหลายๆสี รุ่นนั้นอะ จำชื่อรุ่นไม่ได้จริงๆ

พอดีเพื่อนให้งบมา 1000 หาหูให้มันตัวนึงมันจะเอาไปให้ลูกสาว เหอๆ .... (สูกสาวจริงป่าวก็ไม่รู้) แล้วยังบังคับให้ทำให้อีก ก็ทำเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้ลองเสียงมากมายนัก เอาเป็นว่าเสียงคุ้ม 1000 ก็พอละ เหอๆ....

เสียงก่อน และหลัง Burn ไม่ค่อยต่างจริงๆ กับตัวนี้ มีความต่างแต่ไม่ได้มากเหมือน ตัวอื่นๆ คาดว่าไว้คงต้องเอาตัวดีๆหน่อยมาลองมั่ง เห็นว่าพักนี้ มาแรงเหลือ..... เหอๆ

ได้ลองเมื่อไรจะมาเล่าให้ฟังครับ
ความคิดเห็นที่ : 83

KoZZ

03/09/2008 11:40:28
ผมเพิ่งจะซื้อ In-Ear มาครับ UE Triple Fi 10
และก็ตั้งใจจะเอาวิธีคุณชิมมา Burn ตามดูครับ
แต่ผมคงต้องดวงตกนิดๆที่วันก่อนจะไปซื้อ CD
2 แผ่นที่แนะนำไว้ต้นกระทู้ที่ร้าน CAP ก็ดันหมด
ซะนี่ ก็เลยจะมาถามว่าผมน่าจะไลองปดูร้าน
ไหนได้อีกบ้าง หรือพอจะมี CD อื่นๆแนะนำแทน
2 แผ่นนั่นหรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ : 84

nokpen21

03/09/2008 12:38:52
ผมก็มีประสบการณ์ในการเบิร์นหูฟัง pk2ของผม ผมก็ใช้เพลงclassic นะเพราะผมฟัง Jazz,Classic เป็นหลักอยู่แล้ว แต่ช่วงแรกอาจไม่ใช่ classic ตลอดเวลา ก็มีหลายๆแนวเพราะผมเปิดฟังตามปรกติไม่ได้เปิดทิ้งโดยใช้file หรือ trackที่ใช้เบิร์นโดยเฉพาะอะไร เชื่อว่าหลายคนก็เบิร์นเหมือนผม
ชอบอะไรเราก็เอาอันนั้นแหละเบิร์น เพลงส่วนใหญ่ผมแปลงไฟล์ เป็น AIFF
หรือไม่ก็WAV ที่48khz ผมว่ามันครบดีไม่มีอะไรตกหล่นเลยสำหรับ file เพลง ใช้กับ ipod photo 60gb มีที่เก็บเหลือเฟือเลย พอเลย100ชม ทุกสิ่งที่ pk2ให้ได้ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ผมก็ยังรู้สึกเหมือนมันขาดอะไรบางสี่งบางอย่างอยู่ มันยังไม่เต็มอ่ะครับ ฟังclassicนี่ทราบเลย ผมก็เบิร์นไปเรื่อยๆ มันคงดีขึ้นน่า นึกในใจ แต่ มันก็ไปได้อีกไม่มากเท่าไร ก็เลยพาลให้คิดไปต่างๆนานาครับ ว่าเป็นplayerล่ะมั้ง ถ้าเป็น gen 4ขาวดำที่เค้ารำลือนักว่าเสียงดี(กว่า) น่าจะดีกว่านี้ หรือpk2 ตอบสนองเราได้แค่นี้ ต้องpk1ล่ะมั๊ง หรือยี่ห้ออื่นดี เคยเป็นมั๊ยครับ นึกไปนึกมาว่านักเล่นไม่น้อยใช้ Amp ต่อพ่วงด้วย แล้วก็บรรยายซะเห็นภาพเลย เอ หรือว่าต้องมี Ampถึงจะตอบสนองเราได้ ทำไงดีล่ะไม่รู้จะเริ่มยังไง นึกขึ้นได้ว่าบ้านเราก็มี Int Ampนี่หว่าแต่มันไม่มีช่อง phoneอ่ะ แต่Receiver Harman มีก้เลยลองเลยครับ
ต่อ SACDเข้ากับ harmanแล้วใช้แจ๊คแปลงที่แถมมากับ pk2นั่นแหละ พอเสียบหูฟังเท่านั้นล่ะครับ ได้เรื่องเลย ทั้งรายละเอียด อิมเมจ ซาวด์สเตส มาครบเลยครับตื่นเต้นมากๆ มันให้ได้อย่างที่เราต้องการเลยครับ แต่ต้องเร่งโวลลุมไปมาก ไม่รู้เพราะอะไร แล้วก็เสียงเบสที่อาจดูน้อยไปนิดนึงเท่านั้น คืนนั้นผมก็เลยสรุปเอาว่า portable amp นี่แหละตอบโจทก์ของเราได้
วันร่งขึ้น ตอนไปทำงานฟังเพลงไปตามปกติแต่เชื่อมั๊ยครับว่า เพลงเดิมเครื่องเดิมหูฟังเดิมแต่เสียงดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ทีนี้ผมก็เลยเปิด classicโหดๆหน่อย ein straussfest(telarc)โอวแม่เจ้า มันไปได้สุดๆเลยครับไม่มีคำว่าอั้น ตื้อ หรือสากเสี้ยนอะไร สเตสกว้างสุดๆ เชื่อมั๊ยครับผมฟังอยุ่นานมากแบบไม่เชื่อหูตัวเอง ลองมันทุกแบบหลายๆอัลบัมผลก็ออกมาเหมือนกัน ผมก็ลองนึกหาเหตุผลว่ามันเพราะอะไร ผมสรุปเอาว่าpk2ได้โดนแอมป์กาลังสูงทะลวงไดรเวอร์จนมันเข้าที่เข้าทางหรือเปล่า ไม่อาจทราบได้ครับแต่มันดีขึ้นทันตาครับ

สรุปที่ร่ายมาซะยาวหากเพื่อนๆเจอสถานการณ์อย่างผมจะเอาไปลองทำดูก้ได้ครับ และถ้าใครใช้ ampอยู่แล้วควรอย่างยิ่งครับที่ต้องต่อAmpในการเบิร์นด้วยน่าจะได้เสียงที่ครบและเต็มอย่างที่มันควรจะเป็น แต่วควรระวังเรื่องความดังอย่าให้เกินไปมาก เดี่ยวvoiceพัง ขอให้โชคดี

จบข่าว
ความคิดเห็นที่ : 85

ชิม

03/09/2008 12:45:10



ถ้าแนะนำแผ่น burn ที่บ้านๆจะโดนด่าไม๊ครับ ??????
ไม่เป็นไรละกัน ลองนี่ดู 2 แผ่นนี้ครับ ผมว่าพอได้นะ.....

แผ่นที่ 1 ลำนำแห่งสายลม 1
ความคิดเห็นที่ : 86

ชิม

03/09/2008 12:58:20



ถ้าแนะนำแผ่น burn ที่บ้านๆจะโดนด่าไม๊ครับ ??????
ไม่เป็นไรละกัน ลองนี่ดู 2 แผ่นนี้ครับ ผมว่าพอได้นะ.....

แผ่นที่ 2 ลูกทุ่ง สลับไมค์
ความคิดเห็นที่ : 87

KoZZ

03/09/2008 13:48:52
555 น่าสนใจดีครับ เพราะปกติผมไม่ได้ฟังเพลงลูกทุ่งเลย
แต่ถ้าคุณชิมแนะนำให้ลองและผลการ Burn ใกล้เคียงกับ
CD 2อันแรกก็ยินดีจะเป็น(หนู)ทดลองให้ครับ

p.s. ผมว่าจะเอาแอมป์ลูกเจี๊ยบมาต่อ Burn ไปด้วยกันเลย
ดูซิว่ามันจะออกมายังไงบ้าง

ได้ผลแล้วจะมารายงานให้ฟังเป็นช่วงๆทุก 50 ชม.ละกัน
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ : 88

ชิม

03/09/2008 15:05:11



ยินดีครับ (แล้วจะติดใจ)............
ความคิดเห็นที่ : 89

chim

03/09/2008 15:08:57
อ้อลืมบอกไป ต้องใช้ทั้งคู่นะครับ...........
ความคิดเห็นที่ : 90

KoZZ

03/09/2008 15:34:41
กำลังจะถามพอดีครับ ว่าต้องเปิดสลับกันหรือเปล่า
Burn แบบนี้ประหยัดไปได้มากเลย แผ่นละ 155 เอง
ความคิดเห็นที่ : 91

ชิม

03/09/2008 15:38:16



โทษทีครับ อรวี ผิดแผ่นครับต้องเป็นแผ่นนี้ครับ............ โทษๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ : 92

Collagen

03/09/2008 18:58:14
ขอบคุณครับ ท่านชิม...
สำหรับแผ่นเพลงที่ &dquot;เหมาะสม&dquot; ที่จะเอามาใช้ประกอบการเบิร์นนอกเหนือจาก 2 แนว นั้น (กำลังจะถามอยู่พอดีเลย) เพราะส่วนมากเวลาเบิร์นผมต่อกับ CD Walkman (Sony D-EJ120 รุ่นผลิตในประเทศไทย) แล้วก็เปิดต่อเนื่องตลอดเลยครับ

ในส่วนของเพลงที่ผมใช้เบิร์นนอกจากแนว Classic กับ Chant แล้ว ในบางครั้งก็เปิดเพลงเก่าๆ อย่างเฉลียง หรือว่า The Innocent แล้วก็ คุณชรินทร์ นันทนาคร ด้วยในบางครั้งครับ คือที่ผมใช้แผ่นแนว Classic กับ Chant ในการเบิร์นเพราะผมคิดว่าน่าจะให้โทนเสียงที่หลากหลายได้ดี ครับแต่ก็อาจจะขาดในส่วนของเสียงคนร้อง ซึ่งผมก็ได้เอาเพลง Chant มาโปะในส่วนนี้ไปส่วนหนึ่ง... ในตอนนี้กะว่าจะลองแผ่นเพลงที่เป็นแนวนิทานเพลง (ของฝรั่ง) เบิร์นดูครับ ไม่รู้ว่าเสียงจะออกมาเป็นอย่างไรครับ ^ ^

ท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณท่านชิมมากครับสำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมในการเบิร์นหูฟังให้เสียงดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ

ปล. สำหรับหูฟัง Audio Technica รุ่นที่ท่านชิมได้ลอง ผมว่าน่าจะเป็นรุ่น ONTO ครับ ทีมีหลายๆสี

ปล. 2 ผมยังไม่มีโอกาสได้เจอตัวท่านชิมเลย แต่มีโอกาสได้ลอง หูฟัง MS-1 ที่ทางท่านชิมได้โมฯ ที่งามวงศ์วานครับ (เสียงดีมากๆ เลยครับ)
ความคิดเห็นที่ : 93

Collagen

04/09/2008 19:49:38
ผมมีเรื่องรบกวนจะถามคำถาม ท่านชิม แล้วก็ท่านอื่นๆ ทครับ คือ ผมจะเบิร์นลำโพง JBL Creature II ควรจะเบิร์นโดยใช้เทคนิคเดียวกันกับการเบิร์นหูฟังหรือเปล่าครัย หรือว่า มีเทคนิคอื่นๆ ที่ใช้ในการเบิร์นลำโพงด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ปล. เจ้าตัวนี้อยู่กับผมมาก็เกือบๆ ปีแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไร เพราะเปิดแล้วเสียงดังรบกวนคนอื่น เลยได้แต่ตั้งประดับไว้ แล้วเอาหูฟังมาฟังเพลงแทนครับ....
ความคิดเห็นที่ : 94

notezaa

05/09/2008 08:16:03
ขอถามมั่งนะครับ

สมมุติว่าถ้าเบิร์นตามขั้นตอนที่คุณชิมว่ามาแล้ว หลังจากนั้น ผมก็ฟังเพลงปรกติในแบบของผม ที่มีความถี่ในแบบของเพลงนั้นๆ

ซึ่งการฟังไปเรื่อยๆ มันก็คงจะเหมือนการเบิร์นซ้ำ แต่ด้วยความถี่ที่ไม่ถูกต้อง

ถ้าฟังไปนานๆ ผมต้องเบิร์นแก้ให้มันกลับไปในแบบที่มันควรจะเป็นหรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ : 95

ชิม

05/09/2008 11:01:22



ตอบ กท. 92, 93 แหม อย่าเรียกท่านเลยครับ........กัวจริงๆ เรียกชิมก็พอครับหรือไอ้หมอผี ก็ได้(จากเฮียมั่น อิอิ)

2 แผ่นที่แนะนำใหม่ พอจะเอามาใช้แทนได้แต่ไงๆ ก็สู้ไม่ได้นะครับ สูงก็ไม่สุด ลึกก็ไม่สุด แต่ก็ถือว่าโอแล้ว เท่าที่ได้ลองมาครับ ที่สำคัญคือไม่แพงและหาง่าย เหอๆ.......

ได้ลองอะไรใหม่ๆ ก็ดีครับ จะได้รู้อะไรๆ มากขึ้นด้วย สะสมประสบการณ์ครับ ถ้าเอาแผ่น นิทานเพลง มาburnผมขอทายเสียงหลังburnนิดครับ เสียงจะออกโทนกลางสูงมากกว่าปรกติ และจะฟังเพลงพวกเสียงผู้ ญ ได้ดี เบสจะบาง แหลม ไปแบบไม่สุดและเสียงแหลมจะแตกปลาย (แหม..มั่วชิบ...เหอๆ) ถ้าอันนี้เป็นการburnจากของใหม่นะครับ เท่าที่เคยได้ยินเพลงนิทานมา มันน่าจะออกมาเป็นประมาณนี้ เดาล้วนๆครับอย่าเชื่อผมมากนะ อิอิ....... ผลเป็นไงมาเล่าให้ฟังบ้างเน้อ...

ถ้าทำตามแล้วเห็นว่าดีขึ้นก็ยินดีด้วยครับ ซึ่งบางคนเห็นว่ามันไม่ได้ผลหรือไม่ก็เปิดๆให้ครบระยะburnก็พอ มันก็แล้วแต่คิดเนะ เหอๆ.........

ใช่ครับ onto จริงๆด้วน ขอบคุณหลายยยยย

ได้ไปฟังที่ทำใหม่ยังจ๊ะ ???? ถ้ายัง...ถ้ามีโอกาสลองใหม่ครับ ผมว่าดีกว่าเดิมอีกนะ ตอนนี่ถือว่าพ้นburnแล้วครับ......

เครื่องเล่น, สาย, pre, power หรือ ลำโพง burn เหมือนกันหมกครับ เพราะที่แนะนำไปนี่เป็นสูตรสำเร็จแล้ว นอกจากตรงนี้จะเป็นการburnแบบเฉพาะแล้วครับ เพื่อเป็นการเปลี่ยนแนวหรือ เน้นบางจุด ซึ่งอันนี้บอกยากครับ

ตอบ กท. 94 ถ้าพ้นburnแล้วมันก็จะอยู่ในสภาพ ที่ได้burnไปครับ ดังนั้นถ้าburnผิดทางก็คงเข้าใจนะครับ หุหุ......ไม่น่าจะเปลี่ยน แต่ถ้าเกิดพ้นburnแล้วเอาไปเก็บคือไม่ได้ใช้ นานๆ (เกิน 6 เดือน) จะต้องทำการburn.ใหม่ครับ แต่ระยะเวลามันจะสั้นลง และควรจะเปิดเสียงให้เบาๆด้วยครับในตอนต้น และค่อยๆดังขึ้นครับ.....


กาน burn, run in หรือ อะไรก็แล้วแต่ถ้าเป็นการเริ่มใช้งานในครั้งแรก ผมถือว่าสำคัญครับ ยกตัวอย่างเล่นๆเช่นปืน บางคนเห็นว่ามันไม่น่าจะมีการ burn in ได้มาก็ยิงเล่นคนตายได้เลย เหอๆ..... ระยะburn in ของปืนคือ 200 นัดครับ ทุกกระบอก ถ้าเป็นรถ คงไม่ต้องบอก......
ความคิดเห็นที่ : 96

notezaa~*

05/09/2008 16:46:42

อะเล่นปืนด้วยเหรอคับ เหอๆๆๆ


 


ผมเลิกเล่นไปหลายปีละ ขายหมด


 


ไปสนามปืนตะละที ไม่ไหวครับ เหมือนเผาแบงค์เล่น ยิงโป้งนึง เหมือนเห็นแบงค์ปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา


 


ตอนนี้เหลือ  colt 11 มม กระบอกเดียวเองครับ


 


ตั้งใจจะเก็บไว้ป้องกันตัว กะว่าโป้งเดียวไ ม่ตาย แต่ลุกไม่ขึ้น เหลือเวลาโทรเรียกเพื่อนมารุมกระทืบซ้ำอีกยกนึงด้วย 5555


 


(จะตายก็อีตอนโดนกระทืบเนี่ยแหละ)

ความคิดเห็นที่ : 97

Collagen

05/09/2008 20:57:12
ง่าส์ ปืนเลยเหรอครับท่านชิมและคุณ notezaa~... ผมไม่เคยเล่นปืนเลยครับ ผมเคยทำแต่พวกวัตถุระเบิดมากกว่า (ทำง่าย ใช้สะดวก ราคาไม่แพง)....

ผลจากการลองใช้แผ่นนิทานเพลง (จากอังกฤษและฟินแลนด์) ซึ่งเป็นเสียงผู้ชายเป็นส่วนมาก เบิร์นเป็นเวลาประมาณ 30 ชั่วโมง ผลปรากฏว่า แนวเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมนิดเดียวเองครับ คือได้แนวกลางและแหลมเพิ่มขึ้นอีกติ๊ดนึง (สงสัยเป็นเพราะเสียงผู้ชายหรือว่าเบิร์นน้อยเกินไป?) หรืออีกนัยหนึ่ง มีเสียงกลางแหลมเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ (Insignificantly increased) เพราะผมฟังอยู่นานพอควรเลยว่ามันเพิ่มขึ้น สงสัยคราวหน้า ผมไปหาแผ่นเพลงกล่อมเด็กมาลองน่าจะดี....^ ^

ท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณคุณชิมมากเลยครับสำหรับคำแนะนำในการเบิร์นและคำตอบข้อข้องใจของผมครับ

ปล. ถ้ามีโอกาส ผมจะเอาแผ่นนิทานเพลงไปฝากไว้ที่ร้านเฮียฯ นะครับ
ความคิดเห็นที่ : 98

ชิม

05/09/2008 21:27:55



เหอๆ..... เลิกมานานแล้ว..........ไม่ได้แตะเลยจ้า แหม ใจดีจัง ใช้ 11 เลย ถ้าไม่ตายก็เกือบแหละครับ กว่าเพื่อนจะมาถึงผมว่ามันเจ๊บตายก่อนแล้ว..... เหอๆ..... ถ้าคิดงี้จริงๆ ผมว่า 32 ดีกว่านะ โหดดี เหอๆ.......

ระเบิดบ่อไหวจ้า กัว........เหอๆ......

ไม่มีปัญหาจ้า........... มีไรถามมาถ้ารู้หรือตอบได้จะตอบให้จ้า........
ความคิดเห็นที่ : 99

Mz5

05/09/2008 23:04:08
ก็พี่ชิมถ่ายปืนโชว์คู่กะแอมป์ ในอีกกระทู้อ่ะ กะว่า ขู่เลยใครมาบ้านไม่ต้องคิดหยิบอะไรนะ แม่สอยร่วงเลย 5555
ความคิดเห็นที่ : 100

notezaa~*

06/09/2008 00:15:26

ก็ขนาดอื่นมันไม่ล้มอ่ะทั่น ถ้าไม่แค่เจ็บ ก็ตายไปเลย


ครั้นจะเก็บ .38 ไว้ แต่พอนึกถึงตอนใช้จริง


ยิงโดนก็จริง แต่คนโดนยิงมันยังมีฤทธิ์อยู่ครับ


ถ้าไม่โดนจุดสำคัญจริงๆก็ยังลุกมาสวนเราได้


 


ตายหล่ะ พาออกนอกเรื่องเลย


จากเบิร์นกลายเป็นปืนไปซะแล้ว


 

ความคิดเห็นที่ : 101

KoZZ

06/09/2008 18:41:40
ขออนุญาตวกกลับมาถามเรื่องการ Burn ต่อนะครับ (เห็นคุยเรื่องปืนกัน
สนุกๆอยู่ 555) ผมสามารถไปหา CD Bitter Love ของ Ying Huang
มาได้แต่หา Classic Record 2006 อีกแผ่นหาไม่เจอ จะใช้แผนอะไร
ทดแทนได้บ้างครับ ในการ burn แผนสลับกันนี้
ความคิดเห็นที่ : 102

ชิม

06/09/2008 21:53:40



ลองหา 4 แผ่นนี้ดูครับ แล้ว burn สลับกันดูว่าชอบคู่ไหน (รวมกับ 2 แผ่นแรกนะครับ)
ความคิดเห็นที่ : 103

KoZZ

06/09/2008 22:41:30
ขอออกตัวชมตรงนี้ก่อนเลยครับ
คุณชิมมาตอบเร็วมาก และก็มาตอบทุกๆคำถามของผมรวดเร็ว
อย่างนี้ตลอดมา เป็นตัวอย่างที่ดีของ จขกท. น่าชมเชยจริงๆครับ

คือตอนนี้มีแต่แผ่น Bitter Love เท่านั้นครับ ซึ่งได้
ฟังแล้วก็ชอบครับ เสียงอัดได้เยี่ยมจริงๆและแนวเสียงกว้างมาก
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะใช้เครื่องดนตรีหลากหลายและ Ying Huang
เสียงเธอก็สุดๆอยู่แล้วด้วย ต้องยกนิ้วให้ครับ

ส่วนแผ่น Classic Records 2006 นี่จนใจจริงๆ ถามมา 10 ร้านได้
ถ้าไม่ตอบว่าหมดแล้วก็บอกไม่รู้ว่ามีอยู่ในโลก 555
จนใจไม่ทราบว่าจะหามายังไงดี ถึงได้ถามไปว่าเอาแผ่นไหนแทนครับ

ส่วน 4 แผ่นที่คุณชิมแนะนำมาเพิ่ม ผมยังไม่เคยฟังมาทั้งนั้นแต่จะให้
หามาให้ครบคงมีหวังขนร่วงหมดตัว ไม่ใช่แค่ที่หน้าขาหน้าแข้ง

ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ก็อยากจะขอคำชี้แนะอีกหน่อยครับ
ว่าถ้าผมฟังเพลงแนว Jazz, Classic, Chill-out และ Thai-modern
นี่ควรจะจัด CD ประมาณไหนดี คือชอบเบสนะครับ แต่ว่ายังน้อยกว่า
เสียงกลางและสูง ที่สำคัญผมชอบที่ Soundstate กว้างๆ มันได้อารมณ์
เหมือนตอนไปฟังจริงๆใน Concert Hall ครับ เงียบๆกว้างๆนี่แบบผมเลย

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
ความคิดเห็นที่ : 104

Mz5

06/09/2008 22:47:00
คุณ kozz ได้จากที่ไหนครับ อยากได้มั้งครับ
ความคิดเห็นที่ : 105

KoZZ

06/09/2008 23:01:45
ได้มาจากร้าน CAP ที่ Seacon Square ครับ ไม่เคยไปร้านนี้มาก่อน
ทั้งๆที่มาห้างนี้บ้าง แต่ตอนนี้ติดใจแล้วเพราะพนักงานบริการดี ถามอะไร
ก็ช่วยหาให้ ว่าจะไปซื้อแค่แผ่นสองแผ่น ได้กลับมา 5-6 แผ่นเลย...กรรม

แนะนำครับแผ่น Bitter Love นี่
เสียงดีครับ ฟังเพราะดีไม่ใช่แค่เอาไว้ Burn เท่านั้น
ความคิดเห็นที่ : 106

ชิม

06/09/2008 23:05:44



ยังไง ถ้าว่ามาคุยกันดีกว่าครับ ผมเข้าที่ร้านเฮีย บ่ายแก่ๆ ถึง ทุ่ม มั้ง....
ความคิดเห็นที่ : 107

ชิม

06/09/2008 23:12:40



ผมเข้าวันอาทิตย์ครับ ถ้าว่างก็มาละกัน
ความคิดเห็นที่ : 108

KoZZ

06/09/2008 23:22:08
ยินดีครับ แต่คงต้องเป็นช่วงเสาว์-อาทิตย์
ยังเคยได้ไปเยี่ยมร้านมั่นคงสาขาใหญ่เลย
เพราะไกลบ้านครับ
ความคิดเห็นที่ : 109

Collageh

07/09/2008 19:39:57
วันนี้เข้าไปที่งามวงศ์วาน เจอท่านชิม ตัวเป็นๆ (ผิดจากที่คิดเยอะเลยครับ) คำถามหลายๆ อย่างที่ค้างคา ท่านชิมได้ตอบได้อย่างหายสงสัย และได้ความกระจ่างชัดเจนขึ้นอีกมากมาย... ทั้งในเรื่องของเทคนิคการเบิร์น รูปแบบการเบิร์น และ ความรู้อื่นๆอีกเพียบเลยครับ... (ผมคงต้องหาความรู้ด้านนี้อีกนานเลยครับกว่าจะได้ระดับเทพๆ อย่างท่านชิม)
ในส่วนของแผ่นผมก็คงจะต้องตามหาเลยครับที่จะได้แผ่นเอามาเบิร์นเพิ่มเติม จากที่เคยใช้... ถ้าหากว่าได้ความคืบหน้าอย่างไรก็จะแจ้งให้ทราบครับ

ท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณท่านชิมอย่างมากเลยครับที่เอื้อเฟื้อความรู้และเทคนิคต่างๆ ให้กับนักเล่นหูฟังผู้ไร้ซึ่งประสบการณ์อย่างผมครับ...
ถ้าหากว่าท่านชิม สนใจในเพลงคลาสสิกที่ผมพอหาได้ ผมก็ยินดีเบิร์นให้เลยครับ ขอบคุณมากครับ...
ความคิดเห็นที่ : 110

ชิม

08/09/2008 08:47:00



คุณ Collagenh แหม พูดซะผมอายเลย อย่าบอกว่าผมเป็นเทพเลยผมแค่รู้ในบางเรื่องมากกว่าแต่ก็มีไม่รู้อะไรเลยในบางเรื่องเหมือนกันครับ ดังนั้นผมก็ต้องมีคำถามเหมือนกับคนอื่นๆแหละครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนความรู้กันดีกว่าครับ...........

เรื่อง เทคนิค ในหลายๆอย่างผมก็พูดไม่ได้เหมือนกัน เพราะ ไม่รู้จะบอกยังไง ก็เลยต้องบอกตอนเจอตัวแบบได้คุยกันจะดีกว่า...... เหอๆ.....
ความคิดเห็นที่ : 111

Collagen

08/09/2008 20:37:10
ขอบคุณครับ คุณชิม (ตอบเร็วมากเลย)...

ผมก็ยังคงตะลอนๆ หาแผ่นพอสมควรครับ สำหรับที่จะมาเบิร์นต่อ แต่เนื่องด้วยข้อตำกัดของเวลาก็ยังหาไม่ได้เลยครับ ... ซึ่งผมก็ยังคงหาต่อไป และระหว่างที่หาไปเรื่อยๆ ก็ยังคงจะใช้แผ่นคลาสสิค เพลงสวด แล้วก็เพลงนิทานเบิร์นไปเรื่อยๆ ครับ...

ขอบคุณครับ...
ความคิดเห็นที่ : 112

R

11/09/2008 17:23:36
พี่ชิมครับ แผ่นgrammy2008 ดีไหมครับ
ความคิดเห็นที่ : 113

ชิม

11/09/2008 18:41:17



เหอๆ ยังไม่ได้ลองอะจ้า ขอลองก่อนละกันนะจ๊ะ....เหอๆ

ความคิดเห็นที่ : 114

pune

15/09/2008 20:58:22
พี่ครับ ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปหาพี่ตัวเป็นๆที่ งามวงวานแน่ๆเลยครับขอถามตรงนี้แล้วกันครับ....ถ้าผมจะ burn ทางด้านเสียงต่ำน่ะครับใช้แผ่นCD ที่พี่แนะนำได้ไหมครับ

พอดีอ่านมาแล้ว พี่จะบอกแนวประมาณว่าจะเพิ่มไปทางเสียงกลางและสูงมากกว่าน่ะครับ

ปล.ตอนแรกผมกะใช้ ตัว Quad_Maximus - bass machine มันคล้ายๆที่พวกพี่ๆบอกกันละครับว่าเป็นตัวสำหรับburn เพราะว่า จะเป็น file ที่มีเสียงเบสลงลึกๆเลยครับ แต่ว่าพออ่านๆไป เริ่มไม่มั่นใจครับ แหะๆ ว่าควรใช้เจ้าfileนี้ burn หูฟังที่จะซื้อมาใหม่ดีไหม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวผมเองก็ไปโหลดมาจากเวป จึงไม่รู้ที่มาแน่ชัดครับ ว่ามันคือfile เอาไปเพื่อคนบ้าเบสแค่ฟังหรือเปล่า(file 192 kbps 44 hz)

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับผม
ความคิดเห็นที่ : 115

ชิม

16/09/2008 07:19:07



แผ่นที่ได้แนะนำจะเป็นแผ่นที่burnออกไปทางกลางๆครับคือมีทั้ง สูง กลาง ต่ำ


ครบทุกย่านเสียงครับแต่ถ้าต้องการจะเน้นเสียงต่ำ


ก็ให้เอาแผ่นที่มีเสียงต่ำเยอะๆมาร่วมburnพร้อมกับ 2 แผ่นแรกด้วย 


ใช้ 2 แผ่นที่ได้แนะนำไว้เป็นตัวยืนครับส่วนจะเน้นทางไหนก็เอาแผ่นที่ 3มาเพิ่มเพื่อให้มันไปตามเสียงที่เราต้องการ.........


ปล. ผมไม่แนะนำพวก 192 หรือขนาดอื่นๆเพื่อการ burn ครับ ลงทุนซื้อ cd ไอ้2แผ่นที่ได้แนะนำ บวกกับ 1 แผ่นที่คุณต้องการจะเน้นเสียงมาburnจะดีที่สุดครับ........ 

ความคิดเห็นที่ : 116

gooo

16/09/2008 08:48:51

คุณซิมครับ ช่วนแนะนำablumที่เบิร์นแล้วจะทำให้ ms-1 ผมหวานนนนนนนได้มากขึ้นอีก


ทีครับ


 


อิอิ

ความคิดเห็นที่ : 117

gooo

16/09/2008 09:56:08

เพราะซีดีที่คุณบอกมันหายากเหลือเกิ๊นนน


 


อิอิ

ความคิดเห็นที่ : 118

max

16/09/2008 12:51:47
^
^
^มาขอร้องด้วยอีกคนครับ
ถ้าเป็นcdเต็มขอใจมากครับ
ขอบคุณอีกครั้งคุณชิมและคนขอด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 119

boss

16/09/2008 13:08:58
คุณชิมครับ ได้โปรดครับ ช่วยเอามาให้ download cdหายากเหลือเกินครับ ถือว่าเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงเลยครับ ผมอยากให้เสียงออกมาดีอะครับ
ความคิดเห็นที่ : 120

ชิม

16/09/2008 13:13:34



จัดให้ครับ เดี๋ยวเอาไปลงที่พี่เบียสละกันนะจ๊ะ........... ทั้ง 2 แผ่นครับ..........OK บ่อ

ความคิดเห็นที่ : 121

gooo

16/09/2008 13:26:45
ในที่สุดก็มีคนกล้าขอ พี่ชิมก็จัดให้ ทำไมเราไม่นึกตั้งแต่แรกวะ
ความคิดเห็นที่ : 122

boss

16/09/2008 17:09:35
ปูเสื่อรอครับ
ความคิดเห็นที่ : 123

ณัฐ

16/09/2008 18:16:37



พี่ชิมคราบ คือว่าถ้าจะรบกวนฝากไว้ที่ประตูน้ำด้วยได้เปล่าอะครับ พอดีผมอยู่บางนาอะครับ จะไปงามวงวานก็ไกลมากเลยอะครับ แถมตอนนี้ผมอยู่นครปฐมอะครับ ถ้าจะเข้ากรุงเทพก็ประตูน้ำใกล้สุดอะขอรับกระผม ยังไงก็รบกวนพี่ชิมด้วยนะครับ อยากได้มากๆเลย พอดีพึ่งหัดเล่นหูฟังได้เกือบเดือนแว้ว แต่ยังเบิรน์แบบมั่วๆตามที่เพลงอยากฟังอยุ่อะงับ ถ้าได้ของพี่ชินมาจะเป็นแนวทางอย่างสู๊ง!!!สูง!!ขอรรับ อิอิ ช่วงนี้มะมีตังเนื่องจากเรียนอยู่เลยซื้อแผ่นมะไหว ฮาๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ : 124

pUNe+

16/09/2008 19:56:03
ขอบคุนมากเลยครับ พี่ครับ งั้นคงต้องถามต่อ T_Tพี่ชิมพอมีคำแนะนำสำหรับแผ่นเสียงต่ำๆไหมครับ

ปลจริงเหรอครับที่เคาบอกกันว่า การนำแผ่น ซีดีนั่นมา ก๊อปปี้โดยตรง...คุณภาพของแผ่นที่ก๊อปปั้นั้น จะมีคุณภาพเท่ากับแผ่นต้นแบบน่ะพี่ครับ
ความคิดเห็นที่ : 125

Collagen

16/09/2008 22:20:16

เรียนคุณชิมครับ...


ของที่ผมให้คุณชิมปลุกเสกให้ ตอนนี้ผ่านไปแล้วประมาณ 20 ชม. (ตามกรรมวิธีการบูชาที่ได้บอกไว้) ปรากฏว่า ปลายแหลมทู่ลง และกลืนกับย่านอื่นๆ ได้ดีขึ้นครับ แต่ว่าการบูชานั้น ผมไม่สามารถหาบดสวดบูชาของ ปีเตอร์ คอรป จึงใช้เบทสวดอื่นแทน (อพาร์ทเมนทื คุณป้า และ เพลงแนวๆ ปลุกใจของทาง Finland) ซึ่งผมก็จะเปิดบทสวดต่อไปจนครบที่ 100 ชม. ครับ ที่ 50 ชม. จะมารายงานผลการบูชาให้ทราบครับ


ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ : 126

ชิม

16/09/2008 23:29:16



เอาไปให้พี่เบียสลงเครื่องแล้วครับ.....ทั้งหมด 8 แผ่น ใครจะเอาเป็น CD ก็เอาแผ่นเปล่ามาขอลงที่พี่แกละกันนะจ๊ะ.....

คห123. ลองโทรถามพี่เบียสดูนะครับ ว่าแกจะเอาไปให้ที่ประตูน้ำได้ป่านะจ๊ะ

คห.124 เท่าที่ลองนะครับจะต่างกับแผ่นต้นประมาณ 20%ครับ 

คห.125ที่เสียงแหลมกุดลงไม่รู้ว่าทุ้มเป็นไงบ้างจ๊ะแล้วเสียงโดยรวมเป็นไงเอ่ย?? ถ้าเห็นว่าแหลมไม่พอจริงๆ ก็ไปขอก็อบแผ่นจากพี่เบียสซะ แล้วเอา แผ่น Tan Dun มา burnโดยด่วนๆ แต่ถ้าเห็นว่าดีแล้วก็ ยังต้องไปขอcopy อยู่ดี อิอิ แล้วเอามาburnซะ

ความคิดเห็นที่ : 127

ชิม

16/09/2008 23:29:55



ชุดที่ 2

ความคิดเห็นที่ : 128

ชิม

16/09/2008 23:36:34



เอาไปให้พี่เบียสลงเครื่องแล้วครับ.....ทั้งหมด 8 แผ่น ใครจะเอาเป็น CD ก็เอาแผ่นเปล่ามาขอลงที่พี่แกละกันนะจ๊ะ.....

คห123. ลองโทรถามพี่เบียสดูนะครับ ว่าแกจะเอาไปให้ที่ประตูน้ำได้ป่านะจ๊ะ

คห.124 เท่าที่ลองนะครับจะต่างกับแผ่นต้นประมาณ 20%ครับ 

คห.125ที่เสียงแหลมกุดลงไม่รู้ว่าทุ้มเป็นไงบ้างจ๊ะแล้วเสียงโดยรวมเป็นไงเอ่ย?? ถ้าเห็นว่าแหลมไม่พอจริงๆ ก็ไปขอก็อบแผ่นจากพี่เบียสซะ แล้วเอา แผ่น Tan Dun มา burnโดยด่วนๆ แต่ถ้าเห็นว่าดีแล้วก็ ยังต้องไปขอcopy อยู่ดี อิอิ แล้วเอามาburnซะ

ความคิดเห็นที่ : 129

ชิม

16/09/2008 23:38:24



เอาไปให้พี่เบียสลงเครื่องแล้วครับ.....ทั้งหมด 8 แผ่น ใครจะเอาเป็น CD ก็เอาแผ่นเปล่ามาขอลงที่พี่แกละกันนะจ๊ะ.....

คห123. ลองโทรถามพี่เบียสดูนะครับ ว่าแกจะเอาไปให้ที่ประตูน้ำได้ป่านะจ๊ะ

คห.124 เท่าที่ลองนะครับจะต่างกับแผ่นต้นประมาณ 20%ครับ 

คห.125ที่เสียงแหลมกุดลงไม่รู้ว่าทุ้มเป็นไงบ้างจ๊ะแล้วเสียงโดยรวมเป็นไงเอ่ย?? ถ้าเห็นว่าแหลมไม่พอจริงๆ ก็ไปขอก็อบแผ่นจากพี่เบียสซะ แล้วเอา แผ่น Tan Dun มา burnโดยด่วนๆ แต่ถ้าเห็นว่าดีแล้วก็ ยังต้องไปขอcopy อยู่ดี อิอิ แล้วเอามาburnซะ

ความคิดเห็นที่ : 130

ชิม

17/09/2008 00:09:50



เอาไปให้พี่เบียสลงเครื่องแล้วครับ.....ทั้งหมด 8 แผ่น ใครจะเอาเป็น CD ก็เอาแผ่นเปล่ามาขอลงที่พี่แกละกันนะจ๊ะ.....

คห123. ลองโทรถามพี่เบียสดูนะครับ ว่าแกจะเอาไปให้ที่ประตูน้ำได้ป่านะจ๊ะ

คห.124 เท่าที่ลองนะครับจะต่างกับแผ่นต้นประมาณ 20%ครับ 

คห.125ที่เสียงแหลมกุดลงไม่รู้ว่าทุ้มเป็นไงบ้างจ๊ะแล้วเสียงโดยรวมเป็นไงเอ่ย?? ถ้าเห็นว่าแหลมไม่พอจริงๆ ก็ไปขอก็อบแผ่นจากพี่เบียสซะ แล้วเอา แผ่น Tan Dun มา burnโดยด่วนๆ แต่ถ้าเห็นว่าดีแล้วก็ ยังต้องไปขอcopy อยู่ดี อิอิ แล้วเอามาburnซะ

ความคิดเห็นที่ : 131

ชิม

17/09/2008 08:20:04



โห เมื่อคืนมันไม่ขึ้นอะ โทษครับบบบ

ความคิดเห็นที่ : 132

x

17/09/2008 10:42:19
ผมอยู่เชียงใหม่อะครับพอดีไม่มีโอกาสไปครับ ช่วยเอามาให้downloadหน่อยครับ
ความคิดเห็นที่ : 133

boatkung

17/09/2008 14:28:34
เรียนคุณซิมฮับ.. ถ้าหูฟังใช้งานมาไม่เกิน 100 ชม. ยังพอมีโอกาสเริ่มเบิร์นอย่างถูกต้องใหม่มั้ยครับ

แล้วอยากรู้อีกนิดนึงว่า การเบิร์นเนี่ย จะมีผลกับหูฟังแบบต่างๆ (ear cup, in-ear, on-ear) เท่ากันมั้ยฮะ

ขอบคุณคับ
ความคิดเห็นที่ : 134

boatkung

17/09/2008 14:33:12
คุณซิม..ถ้าหูเพิ่งซื้อมาฟังได้ไม่เกิน 100 ชม. จะเริ่มเบิร์นได้มั้ยฮับ

อ่าแล้วอีกคำถามอยากรู้เพิ่มเติมคือ การเบิร์น เนี่ยจะมีผลกับหูฟังแบบต่างๆ (On-Ear, Ear-Cup, Earbud, In-Ear) เหมือนกันมั้ยฮะ

ปล. กะลังรอ CD แผ่นนั้นของคุณซิม เหมือนกันฮับ ^^
ความคิดเห็นที่ : 135

Mz5

17/09/2008 15:35:53
เย้ อยากได้ครับ วันไหนว่างจะเข้าไปขนครับ
จิงๆ จะเอามาฟังครับ ของผมพ้น burn หมดแล้ว
cd พี่ชิมนี่เพราะทุกแผ่น แถมหายากด้วยครับ

ขอบคุณครับ พี่ชิมมมมมมมม
ความคิดเห็นที่ : 136

x

18/09/2008 11:56:23
ดันครับ
ความคิดเห็นที่ : 137

ชิม

18/09/2008 13:42:32



คห 132 ผมทำไม่เป็นอะครับ ไงๆ รอเพื่อนๆมาทำให้ละกันนะครับ....
คห.133 มีบอกไว้ตอนต้นๆกระทู้ครับ ลองหาดูครับ.........

ความคิดเห็นที่ : 138

goook

19/09/2008 14:19:20

ms-1ผมโมสายใหม่ นั้นแปลว่า ผมต้องเริ่มเบิร์นใหม่เลยรึป่าวครับคุณซิม

ความคิดเห็นที่ : 139

นายมั่นคง

19/09/2008 18:30:16



ตอบแทนท่านหมอผีละกันจ้า 55
ถ้าโมสายใหม่ หรือว่าเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างเช่น Opamp ในแอมป์ใหม่ ก็คือต้องเริ่มต้นเบิร์นในส่วนที่เปลี่ยนใหม่นั่นเองคร้าบบบบ.......
ความคิดเห็นที่ : 140

ชิม

19/09/2008 23:09:13



ถูกต้องละครับ..........

ความคิดเห็นที่ : 141

ป.

29/09/2008 10:23:50
ว่าแต่ image file ของท่าน ชืมไปอยู่ที่ พันทิพด้วยหรือเปล่าครับผม
ความคิดเห็นที่ : 142

ชิม

29/09/2008 13:08:39



ไม่รู้อะจ้า รอเฮียมาตอบดีก่า เหอๆ
ความคิดเห็นที่ : 143

เบียส

29/09/2008 16:08:53



ไม่มีอ่ะ ครับ มาที่งามวงศ์วานเลย ครับผม..........อิ อิ อิ

ความคิดเห็นที่ : 144

boss

08/10/2008 13:58:36
พี่ชิมครับ 2แผ่นที่พี่ชิมบอกอะครับ ผมrip แล้วมีnoesอะครับ มันมีอยู่แล้วหรอครับขนาดผมripเป็นWAV แล้วนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 145

ชิม

08/10/2008 14:57:08



ไม่มีหนิครับ ไม่รู้ว่าคนอื่นมีเหมือนกันไม๊นะ .....


 

ความคิดเห็นที่ : 146

ป.

10/10/2008 01:05:20
ไม่มีที่พันทิพ แย่จังเลยครับ ผมคงไปไม่ถึงงาม ฮ่าฮ่า

ไม่เป็นไรครับ ถ้าหูฟีงไม่เบร์น เช่น sr60 เนี่ย มันจะต่างกันมากไหมครับ

เนี่ย

ผมคาดคะเนว่า หากว่านั่งรถไป-กลับ งาม เนี่ย +เงินนิดหน่อย คงพอซื้อกระเป๋าของ GRADO แล้วครับ ฮ่าฮ่าฮ่า
ความคิดเห็นที่ : 147

จัดหนัก

12/10/2008 20:02:54

อยากได้เพลงที่เอามาburn pk2 ได้เนียนๆหน่อยอ่ะคับ


เพิ่งซื้อมาวันนี้ แล้วผมเองก็ไม่เคยเล่นพวกหูฟังมาก่อนด้วยอ่ะคับ


ไม่ทราบว่าควรใช้เพลงไหนดีคับแล้วจะสั่งซื้อได้ที่ไหนอ่ะคับ


ปล.ฟรีก้อดีนะครับ 555+


ยังไงรบกวนด้วยนะครับ 085-666-0907 เต้ครับเผื่อติดต่อ

ความคิดเห็นที่ : 148

ชิม

13/10/2008 08:33:54



คห 146  &dquot;ถ้าหูฟีงไม่เบร์น เช่น sr60 เนี่ย มันจะต่างกันมากไหมครับเนี่ย&dquot; ต่าง กับอะไรหรอครับ ถ้าต่างกับ burn แล้วหรืป่าวมันก็ต่างมากครับ....


 


คห 147  burn pk2 ไปขอจากพี่เบียสได้เลยครับ มีให้ไว้แล้ว **ลองอ่านตั้งแต่ต้นดูครับ

ความคิดเห็นที่ : 149

จัดหนัก

13/10/2008 11:18:15

ขอบคุณคับ คุณซิม

ความคิดเห็นที่ : 150

IamNAO

26/10/2008 23:02:01
ผมไปขอมาจากคุณเบียสแล้วครับ เยียมมากครับ
ต้องขอขอบคุณ คุณชิมมากๆนะครับ และขอขอบคุณ คุณเบียสด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 151

ชิม..จ้า

26/10/2008 23:50:05
0
ยินดีครับ.... ถ้าช่วยไรได้ก็จะช่วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 152

KK

27/10/2008 00:08:59
ผมขอยืนยันนั่งยันคห. 148 ของท่านหมอผีเลยนะ GRADO ทุกรุ่น ต้องเบิร์น ถ้าไม่เบิร์นหล่ะก็เป็นเรื่อง
ส่วนตัวผมใช้เพลงอนิเมเบิร์นกับ SR80 ครับ ซึ่งผมคิดว่ามีหลายความถี่ตั้งแต่ต่ำยันสูง เพราะเพลงมีหลายแนวจริงๆ rock pop jazz techno และผมก็ใช้ไฟล์ 320 kbps ทั้ง ipod nano และคอม(หา lossless ไม่ได้ T-T) แต่ไม่รู้ดีจริงป่าวหว่า แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบแนวนี้มากๆ ว่างๆ ผมคงขน SR80 ไปให้ท่านหมอผีลองฟังดูหล่ะคร้าบ

เอาเป็นว่า ผมฟัง SR225 ที่ร้านอาเฮีย (ที่เบิร์นแบบงูๆ ปลา เป็นดอกไม้ริมทางให้คนชื่นชม พอเบื่อแล้วก็โดนโยนทิ้ง 555) กับ SR80 ที่ผมฟังตอนนี้อยู่ ผมคิดว่า SR80 เสียงดีกว่าอีก และตอนที่ผมฟัง SR80 ตอนแรกๆ กับตอนนี้ (คิดว่าผ่าน 200 ชม. ไปแล้ว) เทียบกับไม่ติดแน่นอน ตอนแรกเสียงอู้มากๆ เลย จนผมไม่ฟังเด็ดขาด คิดในใจว่า โดนอาเฮียหลอกอั๊วป่าวหว่า เหอๆๆ ถ้าหลอกอั๊วจะเอาซาก GRADO ไปแขวนหน้าร้านเฮีย 555+ ผมไม่ได้เบิร์นแบบเปิดทิ้งไว้ตลอด 100 ชม.ครับ แต่ผมเบิร์นแบบทิ้งไว้หน้าคอมตอนกลางคืน (คิดว่าน่าจะเกิน 6 ชม.) พอไปทำงานก็ปิดคอม แบก SR80 ไปเบิร์นกับ ipod nano ในที่ทำงานต่อ คิดว่าน่าจะเกิน 10 ชม. ทำแบบนี้ไปจนถึง 200 ชม. ผลออกมาน่าพอใจมากครับเมื่อเทียบกับตอนแรกๆ ที่แทบจะเอา SR80 ไปแขวนหน้าร้านอาเฮีย+ตัดฟองน้ำเป็ดใส่ด้วยเลย 555+

ตอนนี้กำลังเบิร์นแอมป์ลูกเจี๊ยบอยู่ขอรับ เสียงเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ คิดว่าน่าจะผ่่าน 30 ชม.ไปแล้ว คงเบิร์นต่อไปเรื่อยๆ จนครบ 200 ชม. ตามเดิม 555+
ความคิดเห็นที่ : 153

ชิม..จ้า

27/10/2008 14:43:28
0
ได้เลยครับถ้าได้เจอกันจะช่วยฟังให้ครับ

ขอให้สนุกกับการฟังเพลงครับ..........
ความคิดเห็นที่ : 154

เปิ้ลซ่า

27/10/2008 21:51:25
พึ่งมาเล่นmp3ได้6-7วัน แต่เล่นเครื่องเสียงมา3-4ปี
กว่าจะอ่านจบ เหนื่อยเลย
ท่านซิมครับการ Burn สายไฟมีผลเหมือนสายอื่นๆละครับ สายไฟที่ต่อBurnที่CDplayจะไห้เสียงดีกว่า
สายไฟที่ต่อBurnที่กาต้มน้ำหรือตู้เย็นเยอะมากครับ เสียงเนียนกว่ากันพอควรเลยทีเดียว
ส่วนท่านที่Burnแล้วเทียบกับตัวเดียวกันของคนอื่นเสียงสู้ไม่ได้พอแก้ได้บ้าง หาแผ่นPADมาBurnทับช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย แผ่นPADเปิดทิ้งไว้ซัก8ชม. แล้วเปิดเพลงฟังธรรมดาแรกจะรู้สึกว่าเสียงแข็งๆไป แต่พอฟังๆไป2-3วันเสียงจะลงตัวครับ สายไฟก็แก้ด้วยแผ่นPADได้ด้วยนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 155

KK

28/10/2008 00:46:50
(นอกเรื่องหน่อย) ท่านหมอผี ผมถามหน่อยว่าท่านอยู่ในบอร์ด tirkx ใช่ไหมครับ เพราะผมคุ้นกับสำนวนนี้จริงๆ

"ขอให้สนุกกับการฟังเพลงครับ.........."
ความคิดเห็นที่ : 156

ชิม..จ้า

28/10/2008 09:05:56
0
คห 154 เอ่อ ไอ้การburnโดยใช้ที่กาต้มน้ำนี่ผมว่ามันเห็นผลเร็วกว่า cd นะ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันแต่เท่าที่ได้ลองใช้ดูเห็นว่าเสียงมันจะรับแรงกระชากได้ดีกว่า burn จาก cd หรือเครื่องใช้อื่นๆยิ่งถ้าใช้กาต้มน้ำที่มี watt สูๆด้วยยิ่งดี ซึ่งมันน่าจะเกิดจากมันรับแรงกระชากมากกว่าปรกติมั้งครับ
อันนี้ก็แล้วแต่คนฟังมากกว่า ถ้าจะบอกว่าดีกว่าไม๊ อันนี้ตอบยาก เอาเป็นว่าชอบอย่างไรมากกว่าเนะ....

ส่วนการburnด้วยแผ่น pad นี้ ผมว่าเขาเอาไว้แก้ทางเสียงมากกว่าเอามาburnนะเพราะถ้าเริ่มจากแผ่นพวกนี้เลย พวกเครื่องหรือ ลำโพง จะถูกกระจากอย่างรุนแรง ซึ่งมันมีผลในทาง - มากกว่า + ซึ่งมันอยู่ที่คนใช้แก้อีกว่าจะรู้ไม๊ว่าไอ้เสียงช่วงไหนมันขาดหายแล้วต้องใช้เสียงช่วงไหนมาแก้เพี่อเอาเเสียงช่วงที่หายไปคืนมา
อันนี้ แล้วแต่ทาเดินของคนที่เล่นครับ ไม่มีอะไรดีกว่ากัน ส่วนการเปิดด้วยแผ่น pad ติดๆกัน เกิน 3 รอบผมว่ามันไม่น่าจะดีนะ แต่ก็อีกแหละครับ แล้วแต่ว่าชอบหรอไม่มากกว่า ไม่มีไรถูกหรือผิดนะผมว่า
ไงๆก็ขอบคุณครับที่มาแนะนำกัน

คห 155 นี่เป็น เวบที่2ที่ผมเข้ามาเล่นครับ และแน่ๆว่าผมไม่ได้เล่นที่ tirkx แน่ๆ (ไม่รู้จักด้วย เหอๆ)

ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเรารักในการฟังเพลง จะฟังจากเคื่องอะไรเสียงมันเป็นไง ก็ฟังได้เพระทั้งนั้นครับ อย่าซีเรียสจากของที่ทำขึ้นมาเพื่อการพักผ่อนครับ...........

ขอให้สนุกกับการฟังเพลงครับ..........
ความคิดเห็นที่ : 157

Tul

12/01/2009 16:05:58
0
ขอความอนุเคราะห์หน่อยนะครับ ผมหา 2 แผ่นนี้ไม่ได้เลยอะครับ
1. Classic Records Compilation 2006
2. Bitter Love (1998) from Peony Pavilion
แล้วก็ไม่ได้อยู่ กทม. ด้วยครับ จึงไม่สามารถไปขอที่คุณเบียสได้
ท่านใดสามารถอัพ Image file หรือ file Flac หรือ file แบบไหนก็ได้ครับ มาให้ผม download หน่อยจะพอได้มั้ยครับ
อยากจะ Burn หูฟัง grado SR225 กับเค้าบ้างนะครับพึ่งได้ฟังหูฟังแพงๆมาใช้กับเค้าบ้างนะครับ
กลัวว่า burn ตอนแรกไม่ถูกเพลงจะได้เสียงไม่ดี ห่วยกว่าตอนไม่ Burn หน่ะครับ
เพราะกว่าจะเก็บตังซื้อได้ก็นานอยู่กลัวมันเพี้ยนหน่ะครับ

ขอความกรุณาทุกท่านด้วยนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 158

ota_hay

12/01/2009 16:50:12
2
ผมก็หาไม่ได้ครับ
ตัดใจ เอาแผ่น audiophile แผ่นอื่นมาเบิร์นแล้ว
เพราะฟังดูแล้วประเมินได้ว่า ในอัลบั้มมีเสียงหลาย ๆ ย่านความถี่อยู่
ตรงตามจุดประสงค์ ที่คุณชิมแนะนำไว้

คุณ Tul ก็ลองหาอัลบั้มอื่นดูก็ได้ครับ
ผมใช้ของศิลปิน Clair Marlo, Janis Ian และ Jennifer Warnes เปิดสลับกันครับ
ความคิดเห็นที่ : 159

iton

12/01/2009 22:41:28
0
ตอนนี้ ยังเข้าไปขอที่สาขางาม ได้อยู่รึเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ : 160

ชิม..จ้า

12/01/2009 22:49:19
0
ผมมีแนะนำไปทั้งหมดประมาณ 10 แผ่นได้มั้งครับ ลองๆหาดูน่าจะได้ซัก 2-3 แผ่นน่า ทุกแผ่นที่แนะไปผมว่าใช้ในการ burn ได้ทั้งหมดครับ ลองดูนะ........
ความคิดเห็นที่ : 161

ชิม..จ้า

12/01/2009 22:53:49
0
ไปขอจากทางเบียส ได้เลยครับผม....
ความคิดเห็นที่ : 162

iton

12/01/2009 22:56:27
0
ขอบคุณมากๆเลยครับ
ความคิดเห็นที่ : 163

เอกครับ...

12/01/2009 23:04:10
0
คุณคห 157ครับลองคุยกับพี่เบียสดูดิครับว่าเค้ามี2แผ่นที่คุณหาอยู่หรือป่าว
ถ้ามีคุณก็ลองให้พี่เบียสริบลงแผ่นให้แล้วก็ส่งให้คุณโดยที่คุณออกค่าใช้จ่ายให้ทางพี่เค้า
พี่เค้าใจดีออก...

แต่จริงๆแล้วผมว่าคุณลองหาแผ่นแท้ให้ได้ดีกว่า เพราะการริบไปหลายๆทอดมันก็จะดร๊อปไปเรื่อยๆ
ทำให้ประสิทธิภาพมันไม่ดีพอ ผมเองก็ใช้ไฟล์ที่ริบจากพี่เบียสแล่ะเอามาใช้เบริน
ผลก็ออกมาไม่ดีเท่าแผ่นแท้ครับ...

ยังไงผมว่าใช้แผ่นแท้เบรินดีกว่าครับ ผลออกมาดีแล้วอีกอย่างยังเป็นการช่วยศิลปิน
ทำให้พวกเค้ามีกำลังใจที่จะทำเพลงดีๆออกมาให้พวกเราฟังด้วยครับ...

ความคิดเห็นที่ : 164

Tul

12/01/2009 23:29:17
0
คุณเอกครับ...
แผ่นแท้ผมหาไม่ได้จริงๆครับ หมดทุกที่เลยครับ เค้าว่าชุดเก่าๆสั่งไม่ได้แล้ว
ผมจะลองติดต่อคุณเบียสดูครับ

ความคิดเห็นที่ 158
คุณ ota_hay ครับ
Clair Marlo, Janis Ian และ Jennifer Warnes ทั้ง 3 ชุดใช่อัลบั่มไหนเหรอครับ
แล้วลองแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ
ความคิดเห็นที่ : 165

นายมั่นคง

12/01/2009 23:34:57
0
555 กลับมาแล้ว กระทู้มหานิยมของหมอผีเจ้าเก่าของเรา....555
ความคิดเห็นที่ : 166

เอกครับ...

13/01/2009 00:03:10
0
คุณTulลองดูครับ...เอาใจช่วยครับ

ความคิดเห็นที่ : 167

ota_hay

13/01/2009 08:32:40
2
Clair Marlo ชุด Let it go
Janis Ian ชุด Breaking Silence
และ Jennifer Warnes ชุด The Hunter ครับ

ต้องขออภัยครับ ไม่รู้จะบอกว่าเบิร์นแล้วดีไหม เพราะผมไม่มีตัวเทียบจริง ๆ ครับ
แต่ผมชอบเพลงของคุณ Clair Marlo ชุด Let it go มากที่สุดครับ
เพราะเขาอัดกลองมาดี ซึ่งผมฟังเพลงจะเน้นที่กลองมากที่สุดเลย และอัลบั้มนี้
ตอบโจทย์ผมได้ครับ ผมเลยเลือกเป็น 1 ใน3อัลบั้มที่ใช้เบิร์น
ความคิดเห็นที่ : 168

kbps

13/01/2009 10:13:27
Bitter Love (1998) from Peony Pavilion

ยังพอมีขายครับ ที่ร้าน CAP ซีคอนสแควร์ ชั้น2

ผมเพิ่งไปซื้อมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง

ส่วนแผ่นดีๆอื่นๆ เช่น ดูบาดู ,ป้างดอกเดียว ,The Bangkok Acousticชุดเพ้อ ,ทุ่งฝันตะวันรอน
หรือ ต่ายอรทัย ชุดมาจากดิน ในร้านก็ยังมีขายอยู่นะครับ
ผมสอยแผ่นแท้มาหมดแล้ว อิอิ

ยังไงลองไปเสาะหาดูกันนะครับ.. :)
ความคิดเห็นที่ : 169

ชิม..จ้า

13/01/2009 11:34:43
0
ดีใจด้วยจ้าาาาาา ลองแล้วเป็นไงบ้างมาเล่าบ้างนะครับ ใครยังหาไม่ได้ ก็ลองไปดูที่ cap นะจ๊ะ....

บอกวิธี burn ไปพักใหญ่ละ ใครได้ลองแล้ว เป็นไงกันบ้างมาเล่าให้ฟังบ้างครับจะได้เป็นความรู้ให้คนอื่นด้วยนะจ๊ะ.......
ความคิดเห็นที่ : 170

เบียส

13/01/2009 11:35:12
6
เอ้า ชี้เป้าแล้ว ใครยังไม่มีรีบตามไปสอยด่วน ..............อิ อิ อิ
ความคิดเห็นที่ : 171

BoYScouT

13/01/2009 13:01:38
คุณ เบียส ครับ ทำให้ ดาวโหลด ได้ไหมครับ

อยู่ต่างจังหวัดนะครับไกลจากเมืองกรุงมากๆเลย

ผมพึ่งเข้าไปเอา หูฟังใหม่ มานะครับกำลังจะ Burn เลยครับ

พอดีไม่มีเวลาเข้าไปเลยครับ ทำงานทุกวันเลยครับ T_T

หาแถวชนบท หายากมากๆเลย เดินหาจนทั่วอาณาจักร เงายังไม่เหง
ความคิดเห็นที่ : 172

kbps

13/01/2009 14:14:52



ผมใช่แผ่นที่ เฮีย ชิม..จ้า แนะนำ มาเบิร์น เจ้า PK2 ไปได้ซัก 100 ชั่วโมงได้แล้วครับ

อย่างเช่น แผ่น Bitter Love
เป็นแผ่นที่ให้เสียงที่ดีมากๆๆๆ... ในเพลงๆนึง มีทั้งเสียงผู้หญิงร้องเสียงสูงๆ ผสมกับ เสียงเครื่องดนตรีที่มีทั้งสูงและต่ำ ผมชอบเสียงกลองมาก หนักแน่นเหมือนมีของหนักๆตกกระแทกใส่พื้น โอ้ว..แม่เจ้า ชอบมาก

ผม "คอนเฟิร์ม!!!" :) เลยว่า ถ้าเอาแผ่นที่เฮีย ชิม..จ้า แนะนำ มาเบิร์นหูฟัง มันจะทำให้หูฟังท่านไปถึงซุปเปอร์ไซย่าร่าง10ได้เร็วขึ้น อิอิอิ :)

แผ่นนี้น่าสะสมมากๆครับ.


----------------------------------------------------------------------


"...ขอให้หูจงอยู่รับใช้ท่านไปนานๆ..."
ความคิดเห็นที่ : 173

BoYScouT

13/01/2009 15:27:13
0
ใครว่างๆ ช่วยทำเป็นแบบดาวโหลดให้บางนะครับ

จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยครับ ไม่มีเวลาเข้าไปเอาจริงๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ : 174

ชิม..จ้า

13/01/2009 16:37:37
0
แหม ดีใจด้วยครับที่ชอบ....
ความคิดเห็นที่ : 175

ไอหยา

15/01/2009 00:04:25
น้องใหม่ อยู่ต่างจังหวัดครับ
หาเเผ่นที่ว่าไม่ได้เลยอะ ~~ (ก็น่าจะไม่มีทางได้อยู่เเล้ว)
จะหาอะไรทดเเทนได้อีกป่าวครับ
ผมไล่ๆ search หา ที่เป็นเสียงไล่ความถี่ไป มันพอเข้าท่าป่าวครับ

ยังไงต้องขอความช่วยเหลือด้วยนะครับ
เครื่องเสียงมันนอนรอผมมาหลายวันเเล้วอะ
เเล้วช่วงรอก่อน burn ผมจะใช้มันได้ป่าวครับ

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ : 176

ชิม..จ้า

15/01/2009 00:20:45
0
ตอบคุณ ไอหยา ลองอ่านดูตั้งแต่ต้นครับผม มีแนะนำไปแล้วครับ.....
ความคิดเห็นที่ : 177

6HKD

19/01/2009 17:51:40
รบกวนถามหน่อย ถอยลำโพงมาสองตัว เปิดเพลงไปได้เกือนสิบชั่วโมงเเล้ว เเบบนี้ จะเอามาเบิร์น ใหม่ได้ป่าว หรือจะเเก้ไขได้อย่างไร
ความคิดเห็นที่ : 178

tul

19/01/2009 18:56:11
0
สำหรับคนอยู่เชียงใหม่ ที่ร้านทิพเนตย์มี
Bitter Love (1998) from Peony Pavilion
ครับผมพึ่งได้มา
ความคิดเห็นที่ : 179

Casted

19/01/2009 20:24:12
0
รบกวนถามคุณ tul ครับ
คุณ tul ได้มาเมื่อไหร่ครับ
ผมไปหามาเมื่อกี้เลยครับ
เค้าบอกที่ร้านไม่เคยมีมา

ไม่เเน่ใจว่าเป็นความเข้าใจผิด
หรือผมถามเค้าผิดไป

ร้านทิพเนตย์ที่ผมไปอยู่เเวถนนวัวลายอะ
ไม่รู้ว่าเป็นที่เดียวกันหรือป่าว

รบกวนด้วยนะครับ
หากเข้าใจขอโทษด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 180

Casted

19/01/2009 20:25:02
0
**หากเข้าใจผิดขอโทษด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 181

Tul

19/01/2009 22:53:09
0
ใช่ครับ ลองถามคนที่เป็นผู้ชายมีอายุหน่อยอะครับ
บอกเค้าว่าแผ่น Tan Dun อะครับ
ความคิดเห็นที่ : 182

PeaZE

19/01/2009 23:09:25
อ่อ ที่ cap ซีคอนเหลือ แผ่นนึงครับ (ตอนผมไปซื้อเหลือ2แผ่นสุดท้าย)

Bitter Love (1998) from Peony Pavilion

แล้วก้อมี Jazz at the pawn shop
ความคิดเห็นที่ : 183

DPR

23/01/2009 16:15:42
0
อยากสอบถามว่า
ถ้าผมเบิร์นโดยใช้คอมนี่ มันเหมาะมั้ยครับ พอดีไม่มี cd player อะครับ
แล้วถ้าผมอยากได้ cd ที่คุณเบียส ต้องทำไงอ่าครับ ไม่เคยไปร้านเฮียเลย
อยู่ดีๆจะไปขอเลย จะดีมั้ยอ่าครับ หรือไปอุดหนุนแล้วค่อยขอดีครับ >_
ความคิดเห็นที่ : 184

ชิม..จ้า

23/01/2009 16:21:47
0
ความคิดเห็นที่ 183 ก็พอได้ครับ แต่อย่าลืมว่า เราสอนมันยังไงมันก็เป็นอย่างนั้นนะครับ ไม่ งง นะ...
เรื่อง cd ผมว่า ไปขอแกได้นะ แกใจดีออก.....
ความคิดเห็นที่ : 185

DPR

23/01/2009 17:35:24
0
งี้ถ้าให้พี่เลือกระหว่าง notebook กะ rip เปน lossless เปิดใน ipod
อันไหนดีก่าครับ
ความคิดเห็นที่ : 186

ชิม..จ้า

23/01/2009 22:57:59
0
ถ้าใน notebook เป็น lossless เหมือนกัน และเป็นการ rip โดยตรงจากแผ่นนะครับ ผมเลือก notebook ครับ.....
ความคิดเห็นที่ : 187

DPR

23/01/2009 23:19:38
0
แล้วถ้าใน notebook เปนแผ่น กะ ใน ipod เปน lossless อ่าครับ
ความคิดเห็นที่ : 188

ชิม..จ้า

23/01/2009 23:22:11
0
งี้ ก็ notebook เลยครับ......
ความคิดเห็นที่ : 189

DPR

23/01/2009 23:38:45
0
ขอบคุนมากกๆๆครับ
ความคิดเห็นที่ : 190

Effie

24/01/2009 12:29:11
Thank you very much
ความคิดเห็นที่ : 191

Art

24/01/2009 16:22:44
0
ผมว่าเบอร์นๆ ไปเหอะ 555
อย่าให้มันพังละกัน
ความคิดเห็นที่ : 192

ATP

24/01/2009 16:59:11
แล้วเบอร์นยังไงครับทำให้หูพังได้ คุณArt
ผมงงจังเลย เอามาเบอร์นนะครับไม่ใช่เอามาทำลาย
คุณโพสเหมือนมาป่วนเลย มือไม่พายอย่าเอาเท้าลาน้ำครับ







ความคิดเห็นที่ : 193

Art

24/01/2009 19:25:55
0
ง่ะ เห็นต่างไม่ได้เลยแฮะ 555
ความคิดเห็นที่ : 194

DPR

28/01/2009 12:19:37
0
ถามอีกครับ ^^
เวลาเบิร์นต้องเปลี่ยนแผ่นสลับไปมานั้น
ผมเปี่ยนวันละแผ่นได้มั้ยอะครับ(แบบวันนี้เปิดแต่แผ่นเดิม) ผมจะได้เปิดทิ้งไว้ได้อะครับ
หรือต้อง จบแผ่น แล้ว เปี่ยนเลย
รบกวนด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 195

ชิม..จ้า

28/01/2009 20:55:47
0
ถ้าให้ดี ก็หาแผ่นที่มันเสียงกลางๆให้มากที่สุดนะครับ แล้วก็เปิดได้เป็นวันๆ ซึ่งน่าจะไม่เสียอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร นะครับเท่าที่ได้เคยลอง ถ้าเปลี่ยนแผ่นไม่ได้จริงๆ ก็แนะนำให้ใช้แผ่นนี้แผ่นเดียวครับ
ผมยังไม่เจอแผ่นไหน ที่ดีกว่าแผ่น classic records 2006 ในกรณีที่จะใช้แค่แผ่นเดียว
ลองดูครับ....
ความคิดเห็นที่ : 196

ปรเมศ

28/01/2009 21:15:59
นึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้.....
ความคิดเห็นที่ : 197

DPR

28/01/2009 21:17:19
0
ถ้าเปนแผ่นที่พี่แนะนำ
1. Classic Records Compilation 2006
2. Bitter Love (1998) from Peony Pavilion

2แผ่นนี้ เปิดแปปคืนละแผ่นได้มะครับ
ความคิดเห็นที่ : 198

ชิม..จ้า

28/01/2009 21:21:43
0
ได้เลยครับผม...

คุณ ปรเมศ มีอะไรกับผมหรอครับ???
ความคิดเห็นที่ : 199

Casted

29/01/2009 20:29:09
0
ผม ได้ แผ่น Bitter Love (1998) from Peony Pavilion แล้วครับ
เเต่สำหรับ Classic Records Compilation 2006 ไม่ได้เเม้ .wav

เลยได้เเต่เปิด Bitter Love (1998) from Peony Pavilion กับอย่างอื่นไปเรื่อยครับ
รวมๆ ใช้เวลาได้สักห้าสิบชั่วโมงเเล้ว เป็น bitter love สัก 70% ผมควรทำอย่างไรต่อดีครับ
ความคิดเห็นที่ : 200

ชิม..จ้า

30/01/2009 09:59:24
0
หาเพลงที่หนักไปทางเสียง กลางต่ำ มาลงอีก 20-30 ชม ก็ น่าจะจบแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ : 201

Casted

30/01/2009 10:25:09
0
ขอบคุณ คุณ ชิม..จ้า มากครับ

ความคิดเห็นที่ : 202

ปรเมศ

30/01/2009 16:55:52
คิ คิ คิ นักเลงจัง
ความคิดเห็นที่ : 203

ปรเมศ

30/01/2009 16:58:56
ปีนี้อย่าลืมไปเสียภาษีล่ะ.....สรรพากร รออยู่.....
ความคิดเห็นที่ : 204

Tul

31/01/2009 17:55:25
0



ขอถามคุณ ชิม..จ้า หน่อยครับ
แผ่น Denon-Hi Fi Strings เอามาใช้ burn จะดีมั้ยครับ
ความคิดเห็นที่ : 205

ชิม..จ้า

31/01/2009 22:00:40
0
เอ่อ....ไม่ทราบเหมือนกันครับ พอดีไม่มีแผ่นนี้อะครับ แต่ถ้าให้เสียงครบ ก็ ใช้ได้เลยครับ
ความคิดเห็นที่ : 206

Tul

31/01/2009 23:43:26
0
ครับ..พอดีผมไปดูจาก
http://www.musicrec.com/home2/view.asp?xid=172
เห็นเค้าให้ 5 ดาวทั้ง Music Rate และ Sound Rate
แล้วที่ cap ยังพอมีขายอะครับ เลยลองถามคุณ ชิม..จ้า ดูอะครับเผื่อคุณ ชิม..จ้า เคยฟังแล้ว
เพราะหาแผ่น Classic Records Compilation 2006 ของแท้ไม่ได้เลยครับ
ได้มาแต่ Bitter Love (1998) from Peony Pavilion
เลยว่าจะหาอีซักแผ่นมา brun คู่กันอะครับ

ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ : 207

ชิม..จ้า

01/02/2009 16:20:21
ลองเลยจ้า เป็นไงบอกกันบ้างนะครับ.........
ความคิดเห็นที่ : 208

bankhalkdown

01/02/2009 16:38:00
คุณปรเมศ นี่กัดไม่เลิกจริงๆ - -*

ทำตัวเป็นเด็กไปได้
ความคิดเห็นที่ : 209

Daccho

04/02/2009 10:48:46
ถามคุณ ชิม นิดนึงครับ ลำโพงนี่ถ้าเบิร์นผิดทิ้งไว้6เดือน น้ำมาเบิร์นใหม่ได้ แล้วถ้าแอมป์ กับ เพลเยอร์ ที่เบิร์นผิดนี่
เราทำไงดีครับ รบกวนคุณชิมนิดนึงครับ
ความคิดเห็นที่ : 210

ชิม..จ้า

04/02/2009 11:10:01
0
เหมือนกันครับ ไม่ต่างมาก ในความเป็นจริง พวก player หรือ สาย ทิ้งไว้แค่ 4-5 เดือนก็น่าจะพอแล้วครับ ส่วนลำโพงจะนานกว่าหน่อยครับ
ความคิดเห็นที่ : 211

โน้ต

04/02/2009 13:12:22
พี่คับ เพลง classic ไม่ใช้แนวผมอะ และถ้าผมเอา slipknot มาเบรินแทนจะได้อะเปล้าอะ

คือผมชอบแนวนี้อะ
ความคิดเห็นที่ : 212

ชิม..จ้า

04/02/2009 14:17:28
0
โอ้โห.....ผมชอบรีวิวแบบนี้จัง..........

จริงๆ ผมยังไม่เคยลองกับ esw9 เลยครับ เลยบอกอะไรไม่ได้ ส่วนเรื่องเบสที่ว่ากันว่าเยอะ ผมว่ามันน่าจะมาจากผมบริโภคเบสเป็นอาหารมั้ง 555

ขอเล่าของตัวเองหน่อยละกันนะครับ
เสียงแหลมที่ใส กว้างแบบไม่มีห้อง และกระจายตัวออก เป็นวงกลม : ซึ่งจะฟังเหมือนมันไม่ค่อยมีแต่อาจจะเพราะมันไม่เข้ามารบกวนเสียงหลักเลยทำให้มันไม่เด่นอะไรมาก ซึ่งมันจะตรงกันข้ามกับ แอมป์ ส่วนมากที่ต้องการให้แหลมมาเป็นตัวเอง ซึ่งในความเข้าใจของผม มันจะจิกและออกอาการเครียด ซึ่งไม่สามารถที่จะฟังได้นาน ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าเสียงแบบนี้คือเสียงที่กว้าง อันนั้นก็แล้วแต่ความเข้าใจในแต่ละบุคคลครับ.....

เสียงกลาง อิ่มหนา เป็นตัวๆ ไม่หลบไม่แอบ ไม่เบลอ : ตัวนี้ทำมาเพื่อการนี้ครับ คือต้องการเน้นเสียงกลาง ถึงกลางล่างสุดๆ โดยส่วนใหญ่ แอมป์ ที่ว่ากันว่าดี จะเน้นไปทาง เพลงร้องที่เป็นเสียง ผู้หญิง แต่แอมป์ ตัวนี้ ค่อนข้างจะไม่เหมือนตัวอื่นตรงที่ผมเน้นเสียงผู้ชายเป็นหลัก เพราะต้องการให้เห็นลูกคอ แต่ก็อีก ในความเห็นส่วนตัว มันก็ไม่ได้ไปกวนเสียงในด้านอื่นๆ หรืออีกในนึ่งคือ มันแยกตัวออกมาโดดๆ ซะมากกว่า ครับ.......

เสียงต่ำ กระแทก ดุดัน ลึก เป็นลูกๆ ไม่ฟุ้ง ไม่กระจาย : ในความจริงผมฟังแต่เพลงร้อง ไม่ได้เน้นไปทางเพลงแรงๆ เพราะ ถ้าฟังเพลง แรง มันจะได้ความมัน แต่จะฟังได้ไม่นาน เพาะ มันเยอะเกิน 555 ความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าการที่ฟังเพลงร้องหรือ เพลงช้า ถ้าทุกอย่างมันช้าตาม อารมณ์ เพลงมันจะหายไปหมด จะเหลือแต่ความเนือย เนียน ซึ่งก็ฟังไม่ได้นานอีก เพราะ จะเบื่อก่อน และ เสียงที่นักร้องต้องการจะเน้นคำ ก็จะหายไป เพราะ มัน เนียน ไปหมด .........

ชั้นของเสียง และ บรรยากาศ อันนี้เป็นเอก และเป็นสิ่งแรกๆที่ต้องการจากตัวนี้ การแจงชิ้นดนตรี ตำแหน่งดนตรี และ ห้องอัด มันค่อนข้างฟ้อง ถึงแม้ว่าตอนนี้การอัดจะเป็นแบบ ต่างตนต่างเล่นแล้วเอามา mix กันก็เถอะ จะสังเกตุได้ว่าต่างคนต่างเล่นเป็นชิ้นใครชิ้นมัน รูปห้องก็ไม่เหมือนกันจากเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ในเพลงส่วนมากในสมัยนี้ ซึ่งอันนี้ ต้องอยู่ที่คนฟังเองว่าจะให้ความสนใจกับจุดนี้มากแค่ไหน ในการ test ผม ฟังจากแผ่นที่เป็นการแสดงสดเป็นส่วนมากเพื่อจะได้เห็น บรรยากาศ ถ้าไม่ทำให้คล้อยตามได้ ผมจะถือว่าไม่ผ่าน และแก้ไขใหม่ ส่วนเรื่องชั้นของเสียง อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันคือ ถ้าฟังแล้วเสียงมาครบทุกเสียงแต่เป็นระนาบอันนี้ก็ไม่ไหว หรือไม่ก็ ต่างตนต่างเล่นโชว์ ก็ไม่ไหวอีก มันถึงต้องมีการแยกชั้นของดนตรี โดยส่วนมากที่เคยฟังมาก มันจะแย่งกันเล่นแย่งกันโชว์ และเป็นระนาบซะส่วนใหญ่ อันนี้ต้องขึ้นกับคนฟังเองว่ามันต่างกันยังไง...........

ปุ่มปรับเยอะแยะ เอาไว้ทำไมกันบ้าง : ผมอิงจาก system ของผมละกัน iPod 120G สีเงิน, สายไม้เอก v3, Grado125,RS-1, MS-1, AKG 701, Yuin PK1, 2, 3, G2, Koss 35, sony 888 (Thailand), E4Ps, fi5pro (หูฟังทั้งหมดนี้ มีการ จูนเสียงแล้ว เช่นเปลี่ยนสาย ดังนั้นจะถือเป็น standard ไม่ได้)
ที่ได้ลองกับหูที่มี ทุกตัวผมให้คะแนนเกิน 7 เต็ม 10 ทุกตัวครับ ซึ่ง มี PK1 และ RS-1 ที่ได้ 10 เต็ม นอกนั้น ก็อยู่ที่ 7 8 9 แหละครับ ส่วน ATH และ 650 ยังไม่เคยลองเพราะโดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบเสียง style นั้นเลยไม่ได้สนใจมากนัก มาพูดถึง switch กันดีกว่า
SW1 คือ Sport – Classic (หลังจากปรับต้องรอประมาณ 5-10 วินาที)
Sport เสียงที่เก็บตัวเร็วกระแทกเป็นก้อนๆ ไม่ฟุ้ง แหลมลากยาว เป็นลิ่มๆ ไม่แตกตัว ก็นี่เลยครับ
Classic เสียงจะออกบวมนิดๆ นักร้องตัวใหญ่ขึ้น เวทีจะมัวๆหน่อย เหมาะกับเพลง ร้องที่มี เครื่อง ดนตรีน้อยชิ้น ถึง น้อยมากๆ เช่นพวก acoustic guitar.
SW2 input hi-lo อันนี้อยู่ที่ player ละครับ บอกไม่ได้เหมือนกัน
SW3 flood – sink โหมดนี้จะขึ้นกับชนิดของเพลงเป็นหลัก
Flood จะยกระดับเวทีเสียงให้สูงขึ้น ดีมากกับเพลงพวก classic, jazz หรือพวกที่มีเครื่องดนตรีเป็นหลัก
Sink กดระดับเวทีเสียงให้ต่ำลง ดีมากกันพวก vocal หรือ acoustic
SW4 Hi – LO Ohm. Out อันนี้ขึ้นกับฟังครับ ต้องลองเองว่ามันเหมาะกับอะไร

***** ต้องลองปรับดูความต่างดูเองครับว่าชอบแบบไหน ในการปรับแต่ละโหมด เสียงมันจะมีการแปรผันตามกันทั้งหมด ดังนั้นมันขึ้นกับคนที่เล่นมันด้วยว่าจะชอบแบบใด จากหูตัวเดียวกัน*****
ความคิดเห็นที่ : 213

ชิม..จ้า

04/02/2009 14:18:51
0
อุ้ย ลงผิดที่ โทษทีจ้า

คห 211 ตามสดวกครับผม ชอบอะไรก็อย่างนั้นครับบบบบ......
ความคิดเห็นที่ : 214

DPR

13/02/2009 07:20:21
0
ขอถามต่อนะครับ

ผมกะลังจะได้ FZ มาครับ

แล้วเวลา burn FZ นี่ต้องต่อแอมป์ปะครับ

ปกติใช้ โน๊ตบุ๊กเปิดแผ่น cd burn เอานะครับ

ถ้าต้องต่อแอมป์ ผมต้องใช้ ipod แทนครับ

แนะนำวิธีที่ดีที่สุดด้วยนะครับ

ขอบคุนครับ
ความคิดเห็นที่ : 215

ชิม...จ้า

13/02/2009 17:09:41
ถ้าผ่านแอมป์ได้ น่าจะดีที่สุดครับ ......
ความคิดเห็นที่ : 216

Sasuke

13/02/2009 21:47:35
ถ้าผมใช้โปรแกรมทำให้เสียงเพลงช้าลง ซึ่งทำให้เพลงเป็นเสียงต่ำๆ กับทำให้เสียงเพลงเร็วขึ้น ซึ่งทำให้เพลงเป็นเสียงสูงๆ เอามาเบิร์นจะดีมั๊ยครับ
ความคิดเห็นที่ : 217

ชิม..จ้า

13/02/2009 21:59:08
ยังไม่เคยลองอะจ้า ลองดูก็ดีครับ ผลเป็นไงมาเล่าให้ฟังบ้างนะจ๊ะ......
ความคิดเห็นที่ : 218

Nound

14/02/2009 03:06:48
0
ขอถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการ burn หูฟังหน่อยนะครับ

burn กับ cd player เสียงที่ได้แตกต่างจาก burn กับ com ต่อผ่าน soundcard ราคาประมาณ 1000-2000 มากมั้ยครับ

สมมติถ้ามีแต่คอมอย่างเดียว กับ player ระดับ กลาง แล้วไม่คิดจะใช้ cd player ฟังเพลงเลย ซื้อมา burn in อย่างเดียวจะคุ้มมั้ยครับ

แล้วถ้า burn กับ com เรื่องแผ่นเพลงนี่ ถ้า rip เป็น lossless พวก .wav กับเปิดผ่าน cd/dvd drive จะแตกต่างกันมั้ยครับ

ถ้าสมมุติมี player อยู่สองตัว ตัวแรก เสียงดีมากๆ ฟังแล้วดีกว่า ตัวที่สองทุกๆด้านอย่างรู้สึกได้
แต่ตัวที่สอง เสียงดีระดับนึง แต่แรงขับเยอะมาก ควรใช้ตัวไหน burn ดีครับ

ขอบคุณล่วงหน้าที่ช่วยไขข้อข้องใจครับ
ความคิดเห็นที่ : 219

ชิม..จ้า

14/02/2009 23:20:37
0
burn กับ cd player เสียงที่ได้แตกต่างจาก burn กับ com ต่อผ่าน soundcard ราคาประมาณ 1000-2000 มากมั้ยครับ

ตอบ ผมว่าต่างนะครับ และก็น่าจะต่างมากนะ แต่อันนี้ไม่ขอยืนยันนะครับ ยังไม่เคยลองเลยจริงๆ ถ้าได้ลองก็มาเล่าให้ ฟังบ้างนะครับ....

สมมติถ้ามีแต่คอมอย่างเดียว กับ player ระดับ กลาง แล้วไม่คิดจะใช้ cd player ฟังเพลงเลย ซื้อมา burn in อย่างเดียวจะคุ้มมั้ยครับ แล้วถ้า burn กับ com เรื่องแผ่นเพลงนี่ ถ้า rip เป็น lossless พวก .wav กับเปิดผ่าน cd/dvd drive จะแตกต่างกันมั้ยครับ

ตอบ ไม่คุ้มครับ ถ้าเคยลอง burn ผ่านคอมแล้วก็พอใจในเสียงที่ได้แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปซื้อ CD เพื่อเอามา burn ครับ.....

ถ้าสมมุติมี player อยู่สองตัว ตัวแรก เสียงดีมากๆ ฟังแล้วดีกว่า ตัวที่สองทุกๆด้านอย่างรู้สึกได้
แต่ตัวที่สอง เสียงดีระดับนึง แต่แรงขับเยอะมาก ควรใช้ตัวไหน burn ดีครับ

ตอบ ขอเน้นที่เสียงครบกว่าครับ อันไหนที่ฟังแล้วเห็นว่าเสียงออกมาครบกว่าก็น่าจะใช้ตัวนั้นครับ คำว่าเสียงดีสำหรับทุกคนไม่เหมือนกันครับ แต่การฟังแล้วเสียงครบหรือไม่ น่าจะเห็นชัดกว่าครับผม......

ขอให้ฟังเพลงอย่างมีความสุขครับ.........

ความคิดเห็นที่ : 220

lomonX

19/02/2009 13:31:19
DemagnetizingSweep-BurnSpeekerผมไช่ตัวนี้เลยง่ะครับ
มันมีปัญหาไรไม-*- คือแบบงงที่burnกับเพลงแล้วไช้ตัวนี้
มันต่างกันมากไมเอย อะไรอย่างไง


http://www.ziddu.com/download/3292764/DemagnetizingSweep-BurnSpeeker.rar.html
ความคิดเห็นที่ : 221

เด็กใหม่

20/02/2009 14:07:18
พี่ชิมครับ ถ้าซื้อแผ่นมาเปิดในคอม[ไม่มีsound card]กับมาเปิดที่เครื่องเล่นdvd ในการ burnหูฟังอันไหนจะให้เสียงหลังการ burn ที่ดีกว่ากันครับ แล้วเวลา burn ต้องเปิดดังขนาดไหนครับ ช่วยแนะนำ อัลบัม ที่ใช้ burn แล้วได้เสียงหลังการ burn ออกมาสุดๆอะครับ
ปล.เอาที่หาง่ายๆนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 222

เด็กใหม่

20/02/2009 14:11:16
หรือว่า burn จาก ipod vdo ดีครับ
ความคิดเห็นที่ : 223

Genger

21/02/2009 07:31:37
0
อยากทราบว่า
1.ถ้าผมต้องการที่จะเบริน d2-boa ไปพร้อมกับ SR80i ไปพร้อมกันได้ช่ายมะครับ เพราะจะซื้อพร้อมกัน แล้วเบรินในipod classic ที่จะซื้อพร้อมกันเหมือนกันจะดีหรือไม่
2.แล้วพอจะมีเพลงที่ใช้ในการเบรินแนะนำไหมครับ ผมต้องการเสียงแนว Pop กับ Rock ต้องการเสียงเบสและคนร้อง อะครับ
3.แนะนำเพลงให้ผมทีนะครับ พอดีผมจะเปิดมันทิ้งไว้เลยซักวันละ10ชม. ให้ได้ครบ200-400ชม.แล้วค่อยเอามาใช้อะครับ แล้วเวลาเปิดนี่เปิดเพลงเดิมซ้ำไปเรื่อยๆช่ายไหมครับ แนะนำทีนะครับ
4.ถ้าสมมติคุณชิมแนะนำเพลงผมมาแล้ว ผมควรใช้แบบแผ่นหรือ.mp3ในการเบรินครับ แล้วเบรินกับipodก็จะเป้น.mp3 ช่ายมะครับ มานจะดีหรือไม่

รบกวนตอบผมเป็นข้อๆนะครับ จะได้ไม่งง ขอบคุณครับ ^ ^
ความคิดเห็นที่ : 224

Genger

21/02/2009 18:35:42
0
-*-
ความคิดเห็นที่ : 225

ArMuRo

09/03/2009 14:49:52
0
กระทู้ดี มีสาระ ขอบคุณคุณ Piggy ที่เอาลิ้งค์มาโพสให้ดูคับ
ดันขึ้นมาทีนึง ^^
ความคิดเห็นที่ : 226

ชิม..จ้า

10/03/2009 11:26:05
เหอๆ ขอโทษนะครับ ตอนนี้คงไม่ได้เข้ามาตอบแล้วเพราะ คำถามเกี่ยวกับการ burn แทบทุกคำถาม น่าจะหาคำตอบได้จากในกระทู้นี้ทั้งหมดแล้ว ก็ไม่รู้จะตอบอะไรแล้วครับ ถ้ามีอะไรสงสัยก็อ่านจากในนี้ดูละกันนะครับ

อ่านตั้งแต่ต้นนะครับ น่าจะได้อะไรขึ้นมาก

บายจ้า.....
ความคิดเห็นที่ : 227

ไก่บ้าน

10/03/2009 22:06:55
(ผมสงสัยการเบรินครับเกี่ยวกับผมยังไม่มีตัวเพลยเยอรืครับเเต่ได้ฃี้อหุฟังไว้ก่อนmx760
ผมใช้มีอถึอโนเกีย6300เบรินชั่วคราวไปก่อนตอนนี้เพิ่งได้ไป20กว่าชั่วโมงเเล้วครับจะมีผมเสียอะไรตามมาอป่าวครับ
เกี่ยวกับด้านเสียงของหู ไงช่วยเเนะนำด้วยผมจะได้ไม่ใช้โทรศัพเบิรนครับ

เเล้วถ้าใช้มีอถีอเบรินไม่ดีเมี่อผมมีตัวเพลเยอรืเเล้วกับมาเบรินใหม่จะได้ไหมครับเเล้วของเก่าจะนับอย่างไร
เเต่ใช้เRound-Upในการเบริน ช่วยคอมเม้นให้ที่นะครับ
ความคิดเห็นที่ : 228

ArMuRo

10/03/2009 22:15:56
0
ผมว่าถ้ามือถือรองรับเสียงที่ความระเอียดสูงๆได้ก็คงไม่เป็นปัญหาครับ
แต่ถ้าไม่แน่ใจ ผมว่าไปเบิร์นกับ player หรือคอมพิวเตอร์ที่ support ดีดีดีกว่าครับ
รู้สึกเค้าบอกว่า 100 ชม.แรกจะสำคัญสุด ถ้าต้องการเสียงดีดี ก็ควรให้ความสำคัญหน่อยละกันครับ
ความคิดเห็นที่ : 229

burn in

15/05/2009 22:21:46
ิีburn burn burn in ๆๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ : 230

ทางสว่างอยู่นี่แล้ว แค่ตามมาก็จบ

27/05/2009 18:53:26



แผ่นนี้ครับ Classics, Jazz & Tests Volume 3
ใช้กันเป็นมาตรฐาน
http://www.chesky.com/core/details.cfm?productcode=JD111&productcategoryid=1

เทรคที่ 38.Equipment and Cable Burn-in Signal
เป็นการปล่อยคลื่นความถี่เสียงทุกความถี่มาพร้อมๆกัน ดังแล้วเบา
ใส่แผ่นที่เคื่องเล่นซีดีตั้งวนให้ Loop เล่นซ้ำไปเรื่อย จนครบชั่วโมงที่ต้องการ
จะได้เบริน์เสียงอุปกรณ์และสายได้โทนเสียงอย่างมีมาตรฐาน น้ำเสียงไม่เอนเอียง
ไม่ต้องเปิดเทรคโน้น แผ่นนี้ แทรคนี้แผ่นโน้น ให้วุ่นวาย...

จะได้ไม่ต้องหลง ไม่ต้องมั่ว ไม่ต้องลอง ไม่ต้องฟุ้งซ่านจิต และไม่ต้องตาม.. และเรื่องสารพัด

ลองหาดู


ความคิดเห็นที่ : 231

SaviouR

28/05/2009 10:11:04
1
คห 230 ครับ

ลองใช้ดูเองรึยังเอ่ย ??

ไล่แบบนี้รับรองได้ครับ เสียงแสบแก้วหูชัวร์
ความคิดเห็นที่ : 232

ทางสว่างอยู่นี่แล้ว แค่ตามมาก็จบ

28/05/2009 10:20:49
ใช้มา 10 กว่าปีแล้วครับ (^-^)
ซื้อแผ่นที่ร้านบนอมรินทร์พลาซ่า
เวลาเปิดใช้ความดังพอประมาณ
ถ้าเป็นหูฟังก็ วางไว้เฉยๆ หรือแขวนทิ้งไว้ครับ
ถ้าเป็นลำโพงก็เอาไปซุกในห้องเก็บเสียงหรือห้องที่ไม่ได้ใช้ เพราะมันจะฟังแล้วสยอง สยิวกิ๊วมากครับ 55+
ฟู่ซูมๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ : 233

ชิม..จ้า

28/05/2009 10:51:09
เหอๆ ตามสดวกดีกว่าครับ บอกแต่ต้นว่ามันเป็นแบบ งูๆ ปลาๆ 555

เห็นว่าดีก็ใช้ต่อไป ดีแล้วครับผม ไม่มีข้อบังคับจ้า....
ความคิดเห็นที่ : 234

max 120 GB

28/05/2009 20:51:54
0
แล้วพี่ชิม มีวิธีเบิร์นแบบ จิงจิง จังจังปะครับ
555555+

อยากรู้ๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ : 235

ชิม..จ้า

30/05/2009 22:57:32
เอาจริงๆ ผมมีวิธี burn หลายแบบมากจ้า ถ้าอยากรู้จริงๆคุยกันดีกว่าผมพิมพ์ ไม่เก่งจ้า...
ความคิดเห็นที่ : 236

max 120 GB

09/06/2009 16:28:07
0
อยากรุ้ครับ เพราะว่าผมเบิน วิธีพี่ชิม ไปแต่ วิธีนี้อะครับ
เพราะว่าธีนี้ ผมตกใจมากครับ
คือ โอ้ว MY GOD หูฟังมัน OPEN ไวโครดๆๆๆๆ
7 ชั่โมง OPEN แล้ว โอ โห เลยผมอยากทราบวิธีแบบยากยาหน่อยอะครับ
อยากจะลอง เอา MX 400 มา เป็นครูดูครับ เพื่อเสียจะได้ไม่เสียใจ
เพราะว่า ผมว่า burn in นี้ มันสุดยอดจริงๆๆครับ
จริงจริง ถ้า พี่ชิมยังหนุ่มๆๆ เหมือน พี่ เอก ที่ยังเล่นเอมอยู่นี้แจ่มมากเลยนะครับ
555555+

ความคิดเห็นที่ : 237

ชิม เองครับ

10/06/2009 00:16:14
0
เหอๆ ไม่รู้จะบอกยังไงอะ น้องเอ้ย เอาเป็นว่าได้เจอกันเมื่อไร ค่อยถามละกัน พิมพ์อธิบายไม่เป็นอะจ้า...
ความคิดเห็นที่ : 238

kongkiat

11/06/2009 09:26:34
0
ผมใช้ AKG 430 เปิดทิ้งไว้แบบเรื่อยเปื่อยกับไฟล์เพลง 128k เพราะเข้าใจผิดว่าการ Burn แค่นับจำนวนชั่วโมง เสียงไม่ค่อย OK เท่าไหร่ (มือใหม่ครับ) มีอยู่วันหนึ่งเสียบทิ้งไว้กับ Note Book (เสปคดีหน่อยแบบเน้นเล่นเกมส์ครับ) แล้วแฟนมาเล่นเกมส์ซิมนานติดต่อกันหลายชั่วโมงครับ หลังจากนั้นผมลองเอามาฟัง รู้สึกว่า ซาวเสตจกว้างกว่าเดิมเยอะเลย ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เป็นไปได้ไหมครับว่าในเกมส์มันรายละเอียดเสียงเล็กๆ น้อยๆ เยอะและมิติของเสียงก็มีมาก
ความคิดเห็นที่ : 239

ชิม เองครับ

11/06/2009 10:56:42
เป็นไปได้อย่างมากครับ เพราะ ถ้า ความถึ่ของหูฟังนั้นๆ ไปได้ถึง แต่เราใช้มันไม่ถึง ความถี่ช่วงที่ไม่เคยโดนใช้ก็จะหายไปในที่สุด หลังจาก burn ครบเวลา... แต่วันนึง

มีใครเอาไปใช้แบบไม่รู้และเอาความถี่ช่วงที่ไม่เคยได้ใช้มาเปิดทิ้งไว้ ความถี่นั้นก็จะโดนกระตุ้นให้มันทำงาน และคนส่วนมากก็จะคิดว่าเอามา burn ซ้ำใหม่ก็น่าจะใช้ได้แล้ว ซึ่งความจริง มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ เพราะ ความถี่ที่เคยโดน burn ก่อนหน้านี่ก็จะโดนกระตุ้นให้ทำงานด้วย ดังนั้น ลำโพงนั้นๆ(หูฟัง) เสียงก็จะหนักไปทาง เสียงที่เรา burn แต่ต้นอยู่ดีครับ....

วิธีแก้ มีบอกไว้แต่ต้นแล้ว ลองอ่านแต่ต้นดูนะครับ
ความคิดเห็นที่ : 240

kongkiat

11/06/2009 13:33:25
0
เป็นความรู้ที่ดีมากเลยครับ เวลาซื้อหูใหม่จะได้ Burn ถูกวิธี แต่เจ้า AKG430 ผมใช้ไปประมาณ 80 ชั่วโมง ไม่รู้ว่าตั้งต้นใหม่ยังพอทันรึเปล่าครับ หรือว่าควรจะเก็บไว้ 6 เดือนดี
ความคิดเห็นที่ : 241

ชิม..จ้า

11/06/2009 13:53:15
เหอๆ เอาจริงๆ เรื่อนี้อย่าซีเรียสมากครับ เอาเป็นว่าฟังแล้วถ้าพอใจในเสียงมันแล้ว ก็ฟังต่อไปเรื่อยๆไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่บอกฟังมา 80 ชม. แล้ว มีผลไม๊? มันก็มีนะ แต่ไม่น่าจะมากอะไร เพราะ กว่าหูฟังจะเข้าที่จริงๆ น่าจะมีซัก 150-200ชม. แน่ๆ (burn แบบปรกตินะ) ลองทำวิธีที่ผมแนะไปดูซัก 50ชม. ว่ามันจะมีอะไรเปลี่ยนไม๊ (น่าจะมีนะ) เปิดดังกว่าที่ brun ตอนแรก ซัก 20%

ลองดูครับ...
ความคิดเห็นที่ : 242

max 120 GB

11/06/2009 15:38:53
0
พี่ชิมครับ
แล้วการเบินสาย สัณาญ นี้ ประมานกี่ั่วโมงอะครับ

ความคิดเห็นที่ : 243

sodian

06/07/2009 18:10:02
ขอถามเรื่องการเบิร์นหน่อยนะครับ
พอดีเพิ่งไปถอย pk2 จากร้านเฮียมาเมื่อวานก่อนนี่เอง กำลังอยู่ในช่วงหาเพลงมาเบิร์นอยู่

ตอนนี้ก็กำลังไล่โหลดพวกอัลบั้มที่เคยมีคนโพสต์เอาไว้น่ะครับ พวก
Clair Marlo - Let It Go
Pendulum - Hold Your colour
Bass Connection
Bitter Love
Round-Up
(ซึ่งมัน bit ไม่ค่อยไปเลย ใครใจบุญช่วย seed หรืออัพให้ใหม่ทีนะครับ T^T )

แล้วทีนี้ในขั้นตอนการเบิร์นนี่ ปกติทำกันยังไงเหรอครับ ?
ที่ผมกะจะทำคือ rip lossless ทุกอัลบั้มข้างบน (ถ้าโหลดเสร็จอะนะ - -\'\' ) ลง ipod แล้วให้มันเปิดไล่ไปเรื่อยๆทีละแทร็ค พอครบทุกอัลบั้มค่อยพักทีนึง
หรือจะเปิดทีละอัลบั้ม พอจบอัลบั้มนึงก็พักทีนึงดีครับ - -?


ป.ล. ได้ยินแว่วๆว่าที่พันทิพย์ประตูน้ำเอาแผ่นไปให้ไรท์ไฟล์เพลง burn PK2 ได้จริงๆปล่าวครับ จะได้ไปเนียนเอาไฟล์เพลงมาซะเลย หุหุ
ความคิดเห็นที่ : 244

Sodian

06/07/2009 18:13:20
0
ขออนุญาติดันให้ตัวเอง ^^\'
ความคิดเห็นที่ : 245

ชิม..จ้า

07/07/2009 02:16:20
เหอๆ ช่วยอ่านตั้งแต่ต้นครับ น่าจะหาคำตอบได้ครับ....
ความคิดเห็นที่ : 246

win

07/07/2009 10:12:22
รบกวนทีครับ ผมซื้อ klipsh custom 2 มาสักพักแต่ยังไม่ได้ burn in เลยอะครับ

burn in กับตัวนี้ต้องทำยังไงบ้างครับ แล้ว ควรใช้ track ไหน burn มันดีครับ
ความคิดเห็นที่ : 247

echo

20/07/2009 20:45:52
0
ไปที่นี่ละกัน ไม่ได้ละเมิดด้วย เขาให้โหลดได้เลย http://www.taralabs.com/home.asp
เลือกดาวโหลด cascade burn in cd แล้วมาไรท์ซะ
ความคิดเห็นที่ : 248

Kevin

05/08/2009 01:00:14
0
ถ้าซื้อ pk2 มา แล้วเผลอไปใช้พวก file ไล่เสียง burn ไปแล้ว ชม. นึงแล้ว ยังพอจะแก้ไขอะไรได้หรือป่าวครับ ต้องขึ้นหิ้งเลยป่าว หรือว่าใช้พวกแผ่น bitter love burn ต่อได้เลยอ่ะครับ
ความคิดเห็นที่ : 249

ชิม..จ้า

05/08/2009 02:11:49
ถ้าแค่ 1 ชมจริง ก็ไม่น่ามีปัญหาจ้า ให้ใช้ คราสสิกเปิด ซะ 3 รอบติดๆกันเลยครับ แล้วค่อย ต่อด้วย itter love burn ต่อได้เลยจ้า แล้วก็ เริ่มเข้าพิธี burn สลับได้เลย....
ความคิดเห็นที่ : 250

Kevin

05/08/2009 07:47:13
0
ขอบคุณคร้าบบบบ

3 รอบติดนี่คือหมด CD 3 รอบใช่ป่ะครับ

พิธี burn สลับก็คือ เปิด bitter love จนจบ CD 1 รอบ ต่อด้วย classic อีกรอบ สลับไปเรื่อยๆ ผมเข้าใจถูกป่าวครับ
ความคิดเห็นที่ : 251

ชิม..จ้า

05/08/2009 13:57:06
ตอบถูกทุกข้อ ละครับบบบบบ.....
ความคิดเห็นที่ : 252

Kevin

05/08/2009 20:24:13
0
*** หูฟัง ต้องเอาไป ผูกติดกับ อะไรก็ได้ที่นิ่มๆ ให้ลมจาก Driver พอผ่านได้ นึกง่ายๆ เหมือนเราใส่ติดหูอะครับ***

ทำอย่างที่ว่าเพื่ออะไรเหรอครับ???? ต่างกับวางทิ้งไว้เฉยๆให้ลมผ่านสะดวกหรือป่าว
ความคิดเห็นที่ : 253

Kevin

06/08/2009 13:21:10
0
ถามด้วยว่า ถ้าจะ burn โดยใช้ musicplayer ที่ไม่ใช่ CD ใช้ file .flac /.ape จะได้คุณภาพพอๆกับ .wav ไหมครับ เพราะมันเป็น lossless เหมือนกัน ถูกบีบอัดแบบไม่เสียคุณภาพ หูแยกความแตกต่างไม่ออก แต่ไม่รุ้มีผลต่างกับการ burn ไหม
ความคิดเห็นที่ : 254

ชิม..จ้า

06/08/2009 13:30:12
อืม..... ที่ต้องเอาไป ผูกกับอะไรที่นิ่มๆ เพื่อไม่ให้ driver มันฟรีเกินไป คือให้มันมีการอัดอากาศไม่งั้นเดี๋ยว driver มันจะทำงานหนักเกินครับ

ถ้าเป็น พวก lossless มันก็น่าจะได้ครับ ไม่น่าจะต่างมาก เพราะที่ลองมันก็ต่างนะ แต่ต่างแบบ รับได้ ที่สำคัญคือ สดวกดี ไม่ต้องมาเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆ...

ลองทำดูเองได้เลยครับจะได้เป็นการเปลียบเทียบด้วย เพราะอธิบาย ยากจริงๆ ไม่รู้จะสื่อยังไงครับผม....
ความคิดเห็นที่ : 255

Ice_CU

06/08/2009 18:50:04
สรุป ใช้ แผ่น Denon Audio Test CD ทดสอบเสียงไม่ได้ ในการburnหูฟังถูกไหม

ประกอบด้วย

Track 1: Channel (L,R).flac

Track 2: Balance, Phase (L+R,L-R).flac

Track 3: Orchestra (Stereo).flac

Track 4: Concerto (Stereo).flac

Track 5: Chamber Music (Stereo).flac

Track 6: Piano (Stereo).flac

Track 7: Organ (Stereo).flac

Track 8: Jazz (Stereo).flac

Track 9: Rock (Stereo).flac

Track 10: Announcement English (Stereo).flac

Track 11: Announcement Japanese (Stereo).flac

Track 12: 1001Hz Sine Wave (-15dB L,R).flac

Track 13: 1001Hz Sine Wave (-15dB Ref L+R).flac

Track 14: 1001Hz Sine Wave (-16dB Ref L+R).flac

Track 15: 1001Hz Sine Wave (-18dB Ref L+R).flac

Track 16: 1001Hz Sine Wave (-20dB Ref L+R).flac

Track 17: 1001Hz Sine Wave (-15dB L-R).flac

Track 18: 1001Hz Sine Wave (0dB L).flac

Track 19: 1001Hz Sine Wave (0dB R).flac

Track 20: 9999Hz Sine Wave (0dB L).flac

Track 21: 9999Hz Sine Wave (0dB R).flac

Track 22: 100Hz Sine Wave (0dB L).flac

Track 23: 100Hz Sine Wave (0dB R).flac

Track 24: 19999Hz Sine Wave (0dB L).flac

Track 25: 19999Hz Sine Wave (0dB R).flac

Track 26: 21.5Hz Sine Wave (0dB L).flac

Track 27: 21.5Hz Sine Wave (0dB R).flac

Track 28: 1001Hz Sine Wave (0dB L + Emph).flac

Track 29: 1001Hz Sine Wave (0dB R + Emph).flac

Track 30: 1001Hz Sine Wave (-24dB L).flac

Track 31: 1001Hz Sine Wave (-24dB R).flac

Track 32: 1001Hz Sine Wave (-60dB L).flac

Track 33: 1001Hz Sine Wave (-60dB R).flac

Track 34: Infinity Zero (L+R).flac

Track 35: Infinity Zero (L+R + Emph).flac

Track 36: 1KHz, 20Hz-20KHz (-20dB L).flac

Track 37: 1KHz, 20Hz-20KHz (-20dB R).flac

Track 38: 1KHz, 20Hz-20KHz (-20dB L + Emph).flac

Track 39: 1KHz, 20Hz-20KHz (-20dB R + Emph).flac

Track 40: 250Hz+8020Hz (0dB L).flac

Track 41: 250Hz+8020Hz (0dB R).flac

Track 42: 250Hz+8020Hz (-10dB L+R).flac

Track 43: 11KHz+12KHz (0dB L).flac

Track 44: 11KHz+12KHz (0dB R).flac

Track 45: 11KHz+12KHz (-10dB L+R).flac

Track 46: 40Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 47: 100Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 48: 315Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 49: 1001Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 50: 3149Hz Sine Wave (0dBL+R).flac

Track 51: 6301Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 52: 9999Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 53: 15999Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 54: 7999Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 55: 19999Hz Sine Wave (0dB L+R).flac

Track 56: 100Hz Sine Wave (-20dB L+R).flac

Track 57: 1001Hz Sine Wave (-20dB L+R).flac

Track 58: 9999Hz Sine Wave (-20dB L+R).flac

Track 59: 100Hz Sine Wave (-40dB L+R).flac

Track 60: 1001Hz Sine Wave (-40dB L+R).flac

Track 61: 9999Hz Sine Wave (-40dB L+R).flac

Track 62: 100Hz Sine Wave (-60dB L+R).flac

Track 63: 1001Hz Sine Wave (-60dB L+R).flac

Track 64: 9999Hz Sine Wave (-60dB L+R).flac

Track 65: 1KHz,5Hz-22.05KHz (-15dB L+R).flac

Track 66: 1001Hz,-20dB, -60dB-0dB (L+R).flac

Track 67: 100Hz, -20dB, -60dB-0dB (L+R).flac

Track 68: 9999Hz, -20dB, -60dB-0dB (L+R).flac

Track 69: 401Hz, 0\', 0\'-360\' (0dB).flac

Track 70: 401Hz, 0\', 0\'-360\' (-20dB).flac

Track 71: 100Hz Square Wave (-10dB L+R).flac

Track 72: 1001Hz Tone Burst EIA (0dB L+R).flac

Track 73: 1001Hz Tone Burst EIAJ (0dB L+R).flac

Track 74: 1001Hz Tone Burst (0dB L+R).flac

Track 75: 1000Hz Tone Burst (0dB L+R).flac

Track 76: Impulse I (0dB L+R).flac

Track 77: Impulse II (0dB L+R).flac

Track 78: 40 ms Pulsive Signal (0dB L+R).flac

Track 79: White Noise (0dB L+R).flac

Track 80: 25Hz,31.5Hz,40Hz (-20dB L -16dB R).flac

Track 81: 50Hz, 63Hz, 80Hz (-20dB L -16dB R).flac

Track 82: 100Hz, 125Hz, 160Hz (-20dB L -16dB R).flac

Track 83: 200Hz, 250Hz, 315Hz (-20dB L -16dB R).flac

Track 84: 400Hz, 500Hz, 630Hz (-20dB L -16dB R).flac

Track 85: 800Hz, 1KHz, 1.25KHz (-20dB L -16dB R).flac

Track 86: 1.6KHz, 2KHz, 2.5KHz (-20dB L -16dB R).flac

Track 87: 3.15KHz, 4KHz, 5KHz (-20dB L -16dB R).flac

Track 88: 6.3KHz, 8KHz, 10KHz (-20dB L -16dB R).flac

Track 89: 12.5KHz, 16KHz (-20dB L -16dB R).flac

Track 90: Pink Noise (-14dB L+R).flac

Track 91: 3150Hz Sine Wave (-20dB L+R).flac

Track 92: 0000 22.05KHz (ILSB L+R).flac

Track 93: Orchestra, Piano (-60dB Stereo).flac

Track 94: Orchestra, Piano (-40dB Stereo).flac

Track 95: Orchestra, Piano (-20dB Stereo).flac

Track 96: Orchestra, Piano (Normal Stereo).flac

Track 97: Music I x4 (Normal Stereo).flac

Track 98: Music II x4 (Normal Stereo).flac

Track 99: Music III x4 (Normal Stereo).flac

เพราะผมจะซื้อ fi 5 pro มา burn ด้วยตัวนี้ มันไม่ควรใช้ไหม
ความคิดเห็นที่ : 256

ชิม..จ้า

06/08/2009 20:38:29
เหอๆ ลองดูเลยครับ ไม่ลองไม่รู้ ผลเป็นไง มาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ... ขอรู้ด้วยคนครับ......
ความคิดเห็นที่ : 257

Ice_CU

06/08/2009 20:49:40
แต่เห็นเจาบอกให้ เน้น dynamic

เช่นอะไรมั้งอ่ะ classic เหรอ
ความคิดเห็นที่ : 258

Kevin

07/08/2009 17:16:47
0
ขอถามรายละเีอียดเพิ่มเติมด้วยครับ
ตอน burn หูฟังกับตัว player ควรจะปิดพวก EQ กับพวก Bass Boost, Treble Boost(ในกรณีที่มีเช่น MeizuPlayer) ด้วยหรือป่าวครับ
ความคิดเห็นที่ : 259

ชิม..จ้า

08/08/2009 00:46:19
ของผม ผมปิดนะ แต่มันก็แล้วแต่แหละครับ เช่น พวกชอบเบส จะเปิดก็ไม่เสียหายอะไรครับ......
ความคิดเห็นที่ : 260

lemans24

08/08/2009 16:47:50



คือสงสัยอย่างนึงครับ เท่าที่อ่านมามีกระทู้นึงที่บอกว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นเบิร์นในการเบิร์นอินหูฟัง จริงหรือปล่าวครับ อยากทราบสาเหตุครับ เพราะผมเพิ่งได้se530pthมา กำลังใช้ไฟล์ที่ripมาจากแผ่นเบิร์นซึ่งเป็นloseless ครับ ไม่ทราบใช้ได้ปล่าวครับ ผมใช้แผ่นนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ : 261

Kevin

10/08/2009 23:55:13
0
file ล้างสนามแม่เหล็กจะทำให้ผลของการ burn เปลี่ยนแปลงหรือป่าวครับ(มันจะล้างไอ้ที่เรานั่ง burn มาด้วยหรือป่าว) จะทำให้เสียงเปลี่ยนไหม
ความคิดเห็นที่ : 262

tum

19/09/2009 23:24:34
0
พี่ชิมผมชักสนใจแอมป์ตัวสีดำของอาหมอที่พี่ให้ลองวันนี้แล้วซิ...แต่ช่วงนี้คงต้องเก็บตังซะก่อน 55+
ความคิดเห็นที่ : 263

ชิม..จ้า

21/09/2009 14:51:39
เหอๆ อย่าชอบเลยครับ เพราะ ไม่ได้ทำออกมาแล้ว แต่ถ้าชอบจริงๆ เดี๋ยวคงมีคนปล่อยแหละครับ คงไม่ชอบกันทุกคนหลอกนะผมว่า รอแถว 2 ได้เลยครับ.....

น้องคือคนที่พี่หมอให้ mx400 หรือปล่าวครับ ???
ความคิดเห็นที่ : 264

tum

21/09/2009 18:39:26
0
ใช่แล้วคับพี่ชิม...วันนั้นต้องขอบคุณพี่มาก ผมได้Informationไปมากเลยเลยพี่ แต่ถ้ามีโปรเจกจะทำอีกขอจองไว้ล่วงหน้าคิวแรกเลยแล้วกันนะพี่ ผมจะได้มีแอมป์กับเขาสักตัว .... แต่ตอนนี้จะถามว่าเพลงของDMP ซื้อที่ไหนเหรอพี่ หายากจัง

ความคิดเห็นที่ : 265

sumaka

21/09/2009 22:31:17
กว่าจะอ่านจบอ้วกเลยครับ 55555
แต่ก็คุ้มกับความรู้ที่ได้คับ
ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณซิมยังไปร้านเฮียสาขางามวงศ์วานทุกวันอาทิตย์อยู่รึเปล่าคับ
พอดีกะจะเข้าไปอุดหนุนเฮียช่วงเดือนตุลาซะหน่อยจะได้ไปถามหาสาระเพิ่มเติมด้วย ^o^

ขอบคุณจริงๆในสาระที่ได้รับครับ
ความคิดเห็นที่ : 266

ชิม..จ้า

22/09/2009 01:35:51
555 แหม ดีใจด้วยนะครับที่ได้ mx400 ตัวนั้นไป เพราะตัวนั้นผมตั้งใจทำให้พี่หมอ โดยเฉพาะ เพราะแกมีน้ำใจกับผมมากตอนที่ลูกผมป่วย แกโทรมาถามทุกวันเลยว่าอาการเป็นไงบ้างหรือ มีอะไรให้ช่วยบ้างไม๊ ผมก็ดีใจนะที่แกเป็นห่วง และก็ไม่มีอะไรจะให้แกได้นอกจากอะไรที่พอทำได้ก็ไอ้ mx400 นั่นแหละ....

ไงๆถ้ามีอะไรจะทำอีกก็จะลงที่นี่ก่อนแหละครับ และก็ขอบคุณที่สนใจครับ.... ไอ้แผ่นนั้นผมยังหาไม่ได้เลย...555 ยืมเขามาเหมือนกัน 555 พวกแผ่นรีนะหาง่ายกว่าเยอะครับ แต่ถ้ามีได้เจอแผ่น first ให้รีบคว้าได้เลยครับ.....

ดีใจครับที่ เรื่อง Burn-in แบบ งูๆ ปลาๆ อันนี้ทำประโยชน์ อะไรได้บ้าง ก็ดีใจครับ
ผมไ้ม่ค่อยได้เข้าแล้วครับไงๆ คุยกันในนี้ก็ได้ครับ แต่ตั้งเป็นกระทู้อื่นจะดีกว่าไอ้กระทู้นี้มันยาวไปเพราะบางทีผมดูจากในมือถือ มันโลดนานมากกก...
ความคิดเห็นที่ : 267

น้องต้น

22/09/2009 02:48:16
ขอบคุณด้วยคนนะครับ สุดยอดจริงๆ ครับ ผมอ่านจบหมดเลย

อ่าน 2 รอบด้วย เข้าหัวแล้ว ขอบคุณมากครับ คุณหมอผี ยังเข้าร้านอยู่รึปล่าวครับ

แผ่นที่พี่หมอผีว่า หายากมากมาย

Classic Records Compilation 2006 อ่ะครับ

แต่ bitter love CAP น่าจะมีอยู่ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ สำหรับความรู้ดีๆ แบบนี้
ความคิดเห็นที่ : 268

ชิม..จ้า

23/09/2009 12:45:25
ขอบคุณหลายๆ ครับ........
ความคิดเห็นที่ : 269

ชิวววว

03/10/2009 11:33:56
การเบริน ควรเบริน ไล่ Track ไปของแต่ละ Album หรือเปล่าครับ

ตอนนี้ใช้ของ

Bitter love 14 เพลง
Classic 4 เพลง
Round Up 13 เพลง


เปิดไล่ต่อกันแบบนี้โอเคไหมครับ หรือว่าตั้งให้มัน Random ดี
ความคิดเห็นที่ : 270

ชิม..จ้า

29/10/2009 13:32:35
ฮุฮุ โทษทีครับ ไม่ได้เข้ามาดูเลย..........

ถูกต้องละ ครับ เปิดไล่กันไปแบบนี้ได้เลบจ้า .......
ความคิดเห็นที่ : 271

ไม้สามขา

08/01/2010 04:11:42
0
หาแผ่นไม่ได้จริงๆครับ เป็นไปได้ไมที่จะมีใครปล่อยเพลง สำหรับburn ในbit หรือพวกwebที่เอาไว้โหลด

ถ้าหาซื้อได้ผมก็จะซื้ออะครับ แต่พอดีอยู่เมืองนอก

คือเพื่อนกำลังจะส่ง pk2 มาให้อะครับอยากโหลดแบบถูกวิธีอะครับ
ความคิดเห็นที่ : 272

ไม้สามขา

08/01/2010 04:15:39
0
หาแผ่นไม่ได้จริงๆครับ เป็นไปได้ไมที่จะมีใครปล่อยเพลง สำหรับburn ในbit หรือพวกwebที่เอาไว้โหลด

ถ้าหาซื้อได้ผมก็จะซื้ออะครับ แต่พอดีอยู่เมืองนอก

คือเพื่อนกำลังจะส่ง pk2 มาให้อะครับอยากburnแบบถูกวิธีอะครับ
ความคิดเห็นที่ : 273

ota_hay

08/01/2010 08:32:37
2
เคยปล่อยไว้ตามเวปบิตนานแล้ว ไม่แน่ใจว่ายังมีคนปล่อยต่อให้หรือเปล่านะ
ที่...... โท โท โร่ (บอกแค่นี้นะ)
ความคิดเห็นที่ : 274

ไม้สามขา

14/01/2010 04:03:51
0
บอกข้อมูลมากกว่านี้นิดนึงสิครับ ขอบคุณ นะนะนะนะ
ความคิดเห็นที่ : 275

Bigbass

28/03/2010 22:43:39
0
พอดีวันนี้ผมได้ MiniRa1 Mod by พี่ฃิม มาครับแต่มีปัญหาบางอย่างที่จะขอรบกวนถามพี่ชิมหน่อยครับ ไม่ทราบว่าจะติดต่อกับพี่ได้ไงครับ
ความคิดเห็นที่ : 276

chim

29/03/2010 01:31:43
0
โทรคุยได้เลยครับ 081-824-2430 ครับ
ความคิดเห็นที่ : 277

Bigbass

29/03/2010 10:29:45
0
ติดต่อกับคุณชิมเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากเลยครับที่ไขข้อสงสัยให้
ความคิดเห็นที่ : 278

chim

29/03/2010 10:41:09
0
แหม ไอ้เราก็คิดว่ามันเสีย......555

บอร์ท ตัวที่ G7 เอารูปไปลงมันเป็นรูปรุ่นแรกๆครับ ไม่เหมือนตัวที่ทำออกขาย 20 ตัวนี้ครับ เพาะ20ตัวหลังนี้เป็นตัวที่ตั้งและจูนเสียงใหม่หมดแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ : 279

hasko

03/04/2010 14:30:17
0
อ่านแบบผ่านๆจบซักที

จากที่ชิวๆเรื่อง Burn-in กลายเป็นซีเรียสเพราะกระทู้นี้นั่นแล

SR 80i ฟูลไซส์ตัวแรกของผม อันต้องเป็นหนูทดลงไปเสียงั้น

ผมตั้งใจว่า 100 ชม จะพยายามทำไห้เสียงมันออกมาให้ตามที่ผมต้องการที่สุด โดยใช้เพลงดังนี้

โดยผมจะฟังทุกวัน เพื่อวางแผนว่าวันต่อไปจะเอาอะไร


ตอนนี้ก็จับเบิร์นกับแผ่น











3 ชุดนี้ สลับกันไป ชุดแรกเป็นแนวเปิดในเทค ที่ผมไม่ฟังแต่ยืมเพื่อนมาเพราะกระทู้นี้ เอาไว้เรียกเบส
ชุด 2 นี่ผมว่ามันหลากหลายดี แต่เพลงไทยส่วนใหญ่จะเด่นที่เสียงร้อง ผมคิดว่าน่าจะเรียกโทนเสียงกลางๆออกมาได้ ส่วน 3 นี่ความชอบส่วนตัว เปิดคู่กับชุด 2

ชุด 2 กับ 3 เป็น lossless โดย itune ครับ

ชุด 4 เป็นเพลงที่ผมฟังประจำ เพลง anime ญี่ปุ่นที่หลากแนวดีครับ ผมชอบ จะใช้ชุดนี้ฟังเทียบครับเพราะแต่ละเพลงคุ้นหูผมทั้งนั้น ทุกเพลงเป็น 320 หมดครับ

ทั้งหมดจะเปิดสลับตามความต้องการครับ โดยจะทำการ record ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปไว้ในหัวครับ

ตอนแรกที่ได้ sr 80i มา เบสไม่มีจริงๆ กลางก็หลบๆออกมาไม่เต็มครับ มันจะเด่นด้านเสียงโทนกลางแหลม ถึงแหลม พูดง่ายๆว่าห่วยครับ แต่ก็ถือว่าโอเค ผมชอบแนวใส จับหูฟังมาถูกตัวแล้วกระมัง

วันแรกไม่ใส่ใจอะไรครับ ฟังเพลงทดสอบหูไป ว่าเสียงก่อนเบิร์นเป็นอย่างไร อ่านกระทู้ไป อ่านกระทู้มา แล้วก็มา มาเจอกระทู้นี้ครับ งานเข้าเลย ผมเลยจัดการทดลองส่วนตัวขึ้นเลยครับ

วันแรกผมเปิดเพลง 192-320 หลากหลายเบิร์นธรรมดาไป 6-7 ชมแรก เสียงยังแนวเดิ