
ผมใช้หูฟังร้านเดิมเจ้าเก่า ก็ไอ้ร้านกราโด้โอ้โฮเฮะนั่นแหละครับ ผมเสียบโดยใช้สาย RCA ของ Purist จาก iPod เสียบเข้ากับตัวแอมป์ โดยที่แอมป์นั้นใช้สายไฟธรรมดา แต่เสียบกับเครื่องกรองไฟ Clef Powerbridge 6 ที่ผมซื้อมาใช้เอง.........(บ้า ชะมัด ผมซื้อ 2 เครื่อง ใช้กับภาพ 1 เครื่อง และเสียง 1 เครื่อง)
หลังจากเสียบก็ค่อยๆๆ เร่งโวลลุ่ม ใจก็ภาวนาว่าขอให้เล่นกับ Grado ได้ทีเถิด..เพราะเท่าที่อ่านมา Lehmann นั้นมักจะนิยมเล่นกันในหมู่ขี้เมา...เอ๊ย เล่นในกลุ่มคนที่มีหูฟังโอห์มสูงซะส่วนใหญ่
แต่ปรากฏว่าขั้นต้น Grado นั้นสอบผ่านแน่ๆๆๆ ผมเร่งความดังแค่ประมาณ 9 นาฬิกา และอย่างเก่งไม่เกิน 9.30 นาฬิกา ขี้หูก็ออกมาเต้นระบำแล้วครับ ซึ่งจากการกะแบบคร่าวๆๆ ถ้าใช้กับ Sennheiser ไม่น่าจะเร่งเกินกว่า 11.00 น. และถ้าใช้กับ AKG 701 ไม่น่าจะเร่งเกิน 12.00 น.
นั่นหมายความว่า กำลังมันเหลือเฟือ และไม่ทำให้เสียงมัน Clipping แน่นอน ผมยังมั่นใจว่าแอมป์ตัวนี้พร้อมจะฉีกร่างหูฟังที่ขับยากๆๆ ของท่านให้กระจุยกระจายออกเป็นชิ้นๆๆ เรียกว่าเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเลยก็แล้วกัน
น้ำเสียงนั้นเท่าที่ฟังกับ Grado แรกสุดเลยที่สังเกตุได้ง่ายๆตั้งแต่นาทีแรกก็คือเสตจครับ มันถูกถ่างออกจากหัวเราออกไป และให้นิยามของคำว่า "หลุดพ้น" จากหัวเราไปแน่ๆๆ การตรึงของชิ้นดนตรีทำได้ดีเกินคาดมาก
และอยากจะว่าไปแล้ว เสตจแบบนี้ไม่ใช่เสตจแบบธรรมดา ผมว่ามันเกือบจะเป้ฯฟลอร์รำวงซะมากกว่า เพราะมันไม่ได้เป็นครึ่งวงกลมขนาด 180 องศา แต่มันอ้อมออกไปทางด้านหลังหูของเราด้วยซ้ำ
น้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง จะแจ้ง ชัด แต่ไม่ถึงกับจะใช้คำว่า Harsh ได้ งานนี้ผมว่าคนที่ฟังเพลงแบบ Music Lover คือฟังไปกระดิกเท้าไป นั่งฮัมเพลงไปอาจจะไม่ถูกใจ แต่ถ้าเป็นออิโอไฟล์ที่ชอบฟังลีลาการบันทึกของซาวด์เอ็นจิเนีย มีหวังสูดปากแน่ๆๆ
เพราะผมฟังแล้ว น้ำเสียงของ HEF188 ไม่ได้ออกแนวผ่อนปรน แต่ออกแนวจริงจังมากกว่า การเน้นย้ำ การแยะแยะทำได้น่ากลัว ถึงโคตรน่ากลัว อย่างกรณีการตีหัวแฉด้วยไม้นั้น เจ้า 188 มันำเสียงออกมาได้หลุดลอยสมจริงเหมือนใครเอาไม้กลองมาตีบนหัวเราด้วยซ้ำ
เบสของ 188 เป้นแนวกระทุ้งครับ แรงปะทะจากเนื้อเบสทำได้ดี ไม่ใช่เบสแนวที่อุ้ยอ้ายหรือหย่อนคล้อยแหมือนหญิงลูกสาม แต่ออกแนวเต่งตึง และมีแรงครับ โทนเสียงรวมนั้น ถือว่าออกแนวคมชัด แต่ไม่ใช่คมจนบาดหูอย่างแน่ๆๆๆ เพียงแต่ชิ้นดนตรีนั้นมีความคมที่ขึ้นขอบแบบได้ยินชัดๆๆก็แล้วกัน
ในแง่ของความเป็น 3 มิตินั้น ทำได้ฟุ้งลอย และถอดรหัสของนักร้องกับ Chorus ออกจากกันได้ดี สามารถดึงเสียงคอรัส ออกจากตำแหน่งของนักร้องนำ Vocal ได้อย่างดีเยียม ใครที่ชอบจับผิดแผ่นที่บันทึกว่ามีคอรัสกี่คน ใครที่ชอบฟังจับผิดว่านักร้องชายใส่กางเกงร้องหรือเปล่า งานนี้มีเฮ.....
ใครที่คาดหวังจะเอาไปลองกับหูฟังโอห์มสูงของตัวเอง ผมว่าลองไปฟังด้วยตัวเองได้ สิ่งที่เป็นเสน่ห์ก็คือไดนามิคครับ 188 นั้นสู้กับไดนามิคที่เร็วๆๆ ได้ค่อนข้างดี ซึ่งต่างจากแอมป์หลอดที่เวลาเจอเพลงที่ไดนามิคพีคขึ้นลงตลอดเพลง มักจะทำท่าป้อแป้ หายใจไม่ทัน......
หากถามว่าตัวนี้กับ Vampire ใครดีกว่า....ผมบอกว่ามันไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง HEF188 นั้นออกแนว adventure ส่วน Vampire นั้นออกแนว Playboy ความคึกคะนองผมให้คะแนนหนักไปที่ 188 อย่างแน่นอน แต่ถ้าคะแนนพะเน้าพะนอ ผมว่าแชมปอย่าง Vampire ควรได้รับไป
บ้าชะมัด เฮียรีวิวแบบนี้ กะจะขายอย่างเดียว ไม่เห็นแก่มนุษยธรรมเลยเหรอ.....ขอตอบว่า เงินอยากได้ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่กล้าถึงขั้นโกหกเพื่อนๆๆ แน่ๆๆๆ........
วันนี้รีวิวโดยไม่มีการหัวเราะ (555) ซักตัว เพื่อให้สมกับความจริงจังที่ HEF188 มันถ่ายทอดออกมานะครับ
ไปล่ะ....ใครสงสัยก็โพสถามได้เลยจ้า
..