
มาเล่ากันถึงเรื่องเสียงที่ได้จากเจ้า AKG K3003 กันนะครับ
เนื่องจากผมไม่มีเวลาที่จะเบิร์นหูฟังตัวนี้ได้อย่างเต็มที่ แล้วถึงจะมาเล่า แต่ก็พยายามเปิดเบิร์นให้มันได้ทำการวอร์มอัพต่างๆ ในระยะเวลาหนึ่ง น่าจะราวๆ 50 ชั่วโมงเป็นอย่างมากครับ ก็เลยต้องขอเล่าซะทั้งๆ แบบที่เวลาอำนวยล่ะครับ
อันดับแรกเลยการสวมใส่ เนื่องจากจุกยางมีหลายขนาด อันนี้ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับหูฟังของท่านเองก่อนในเบื้องต้นครับ แกนท่อที่ส่งเสียงนั้นค่อนข้างที่จะใหญ่กว่าของทั่วไปนิดนึง แต่ไม่มากมายนักครับ น้ำหนักมากนิดนึง คือสัมผัสว่าหนัก แต่ไม่ได้ถ่วง
การกันเสียงของจุกยาง ผมทดสอบดูแล้ว ตัวนี้ไม่ถึงกับกันได้ 100% เหมือนกับ inear บางตัว ที่เงียบจนได้ยินเสียงชีพจรตัวเอง ผมว่าระดับการกันเสียงของ AKG K3003 นั้น ค่อนข้างดีในระดับหนึ่งแล้ว การกันเสียงได้น่าจะอยู่ในระดับ 80-90 % เมื่อเทียบกับบางรุ่นที่กันได้ดีกว่า
ผมลองทดสอบกับเพลยเยอร์หลายๆ ตัว ในหลายๆ ไฟล์เพลง ส่วนมากเพลงที่ test ทั้งหมด ผมเอาจากแผ่นออดิโอไฟล์ที่ Rip ลงมาเป็นไฟล์ AIFF ล้วนๆ ครับ คือถ้าจะให้หาไฟล์คุณภาพสูงกว่านี้ คงไม่น่าจะหาได้แล้วล่ะครับ
สัมผัสแรกที่ผมใส่เจ้า AKG K3003 จะรู้สึกเหมือนว่า ใส่ยากนิดนึง อาจจะเป็นเพราะทรวดทรงที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างเล็ก การหยิบจัดและจัดวางให้ตัวหูอยู่ในรูหูอาจจะเล็กไม่เต็มมือ แต่หลังจากขยับปรับท่าทางเล็กน้อย ใช้เวลาเพิ่มนิดนึงเพื่อทำความคุ้นเคย กลับรู้สึกว่าไม่ใช่อุปสรรค
สัมผัสแรกที่ต่อฟัง เสียงที่ได้ออกมาในช่วงแรกนั้น บอกตามตรงว่าผมเฉยๆ คือฟังแล้วไม่รู้สึกว่าเสียงมันดีอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกๆ ครับ คืออารมณ์ของผมนั้น ถ้าจ่ายสามสี่หมื่น เสียงมันต้องมาแบบเข้าเต็มๆ สองรูหู ผมมองมันแบบแปลกๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
พยายามฟังไป 2-3 เพลง แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันใช่อะไรมากมายนัก ผมเลยหันมาตรวจสอบว่ามีอะไรผิดพลาดบ้าง เพลย์เยอร์ก็โอเค แอมป์ สายก็โอเค แล้วทำไมมันแปลกๆ ผมลองแกะจุกยางออกกะว่าจะลองเปลียนขนาดดูเป็นขนาดที่เล็กลง
ผมถึงเห็นข้อผิดปกติคือ เจ้า Filter ตัวเล็กๆ ที่เป็นตัวกำหนดว่าเราอยากได้เสียงแบบไหน เบสมากหรือน้อย แบบที่ผมเล่าในข้างต้น มันถูกคลายออกจนหลวมทั้ง 2 ข้าง เรียกว่าคลายออกจนหลวมและเกือบหลุดออกมา ผมเห็นแล้วตกใจแทบสิ้นสติ เพราะหูฟังนั้นยืมทางศูนย์มา ถ้าหายก็ต้องจ่ายเงินล่ะ
ผมจับตัว Filter หรือที่เรียกว่้า Sound Tuning หมุนกลับเข้าไปให้ตึง และใช้รุ่นที่เป็น Default ให้แน่นๆๆจับหมุนให้เข้าที่ แล้วเสียบเข้าฟังใหม่อีกที นั่นไง ว่าแล้ว สุ้มเสียงต่างจากตอนที่ Filter มันใส่หลวมๆ หมุนไม่แน่นอีกพอควรเลยครับ (เข้าใจว่าพอหลวมแล้ว ตำแหน่งที่ปิดทางลมมันจะผิดพลาดไป)
ใจค่อยชื้นขึ้นมาหน่อยว่างั้น คราวนี้ก็ลองฟังตามมาตรฐานที่เคยฟังครับ ต้องบอกว่าเจ้า K3003 นั้นเป็นหูฟังแนวฟ้อง Player พอสมควร เพราะพอเปลี่ยน source ผมว่ามันต่างกันมากพอควร และเืมื่อลองสลับไปฟังไฟล์เพลงธรรมดา ที่บันทึกมาธรรมดา พบว่ามันไม่ได้อรรรถรสเอาซะเลย ฟังแล้วเหมือนการประจานไฟล์เพลง
เวทีเสียงของเจ้า K3003 ไม่กว้างมากนักก็จริงครับ แต่เวทีเสียงของ K3003 นั้นกลับแปลกประหลาด คือดนตรีชิ้นที่อยู่ใกล้ มันก็ใกล้จนสัมผัสได้ และชิ้นที่อยู่ลดหลั่นกันออกไป มันก็ถูกวางอยู่ไกลออกไปกว่า inear ปกติ ยิ่งชิ้นที่ sound engineer เค้าวางไว้ไกลสุด เมื่อฟังจาก K3003 ถูกค้นพบว่ามันไกลกว่าหูตัวอื่นมากนัก
ช่องไฟระหว่างชิ้นวางห่างกันมากพอควร แต่เสียงนักร้องหรือเสียงหลัก ไม่ได้เหยียดไกลออกไป ยังคงฟังแล้วชิดๆ กับตัวเราอยู่ ฟังกับ norah jones เสียงยังคงกระซิกอยู่ใกล้ๆ ในขณะที่ดนตรีต่างๆ ถูกผลักออกไปไกล คือมันไม่ได้ถูกผลักห่างออกไปเสียทั้งหมด สิ่งที่ห่างออกไปคือชิ้นดนตรีที่เป็นชิ้นที่ถูกวางตำแหน่งไว้ไกลๆ ซะมากกว่า ฟังแล้วจะรู้ว่ามันมีเรื่องความสูงของเพดาน และอาณาเขตที่สัมผัสได้ว่าอยู่ลิบๆ
อย่างอัลบั้มการตีเพอร์คัสชั่นอย่าง Rhythm Basket ของ Brent Lewis นั้น เสียงกลองเพอร์คัสชั่นที่ตีถี่ๆ รัวๆ ทิศทางและตำแหน่งดีมากๆ และถ้าใครเคยฟังกลองที่ตีไล่ตำแหน่งจากหูฟังตัวอื่นแล้วไม่ถูกใจ ให้ลองฟังจาก 3003 จะสัมผัสได้ว่ามันเที่ยงตรงจริง แม่นจริง และน้ำหนักที่หวดบนกลองนั้นไม่เบาหนักไม่เท่ากัน
เสียง Ambient ต่างๆ รายรอบ เสียงก้องสะท้อนของตัวกลอง หนังกลอง มันมีรายละเอียดสะท้อนที่ผุดอยู่ไกลๆ มีเสียงต่างๆมากมายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน กลับมาได้ยินชัดเจนมากๆ จากเจ้า AKG K3003 ครับ หากจะให้คะแนนเรื่องการเก็บรายระเอียดของ micro detail ผมว่า K3003 ได้คะแนนเต็ม
ผ่านจาก Sound stage ก็จะมาถึงเรื่องตัวเนื้อเบสครับ ตัวเนื้อเบสของ 3003 นั้น เป้นเบสขนาดโตครับ แต่ไม่ใช่พวกเบสเยอะ แต่ไปทางสร้างเบสที่ Deep ซะมากกว่า และหัวโน๊ตไม่ได้เป็นหัวโน๊ตที่เป็นระดับแบบลิ่มเล็ก แต่เป็นลูกกลมโต หัวโน๊ตใหญ่ เต็ม เหมือนฟังหูฟัง Fullsize ใหญ่ล่ะครับ เบสไม่มากจนเกินงาม แต่สัมผัสได้ว่าต่ำและลึกดีใช้ได้
อย่าง เพลงของ Jennifer Wames อัลบั้ม The Hunter ในเพลง Way down Deep ขอให้ฟังขนาดของกลองใบใหญ่ที่สุด ท่านจะต้องแปลกใจว่าหูฟัง inear ตัวเล็กแ่ค่นี้จะโชว์กลองเบสในแทร็คนี้ได้ลึกแต่ต่ำลงดิ่งได้ถึงเพียงนี้ ขอให้ตั้งใจฟังให้ได้ครับ
เป็นอาินิสสงค์ของไดรเวอร์แบบไดนามิกที่เอามาใช้ทำงานร่วมกันครับ คือฟิลลิ่งมันไม่แล้งเหมือนกับเอาไดรเวอร์ Balanced Armature ล้วนๆๆ มากำเนิดเสียงตั้งแต่เสียงทุ้มต่ำ เรียกว่า AKG เค้ารู้ว่า เสียงย่านไหน ใครน่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่านั่นเอง นี่คือข้อดีมากของระบบ Hybrid
มาถึงเสียงกลางหรือเสียงร้อง อันนี้ไม่พลาดครับ เพราะเสียงนักร้องหญิงหวานๆ อย่าง ตงลี่ Lilly หรือแม้แต่เจ๊ไฝเสียงใหญ่อย่างไช่ฉิน ก็ร้องออกมาได้อย่างน่าฟัง เสียงเปิดโล่งสว่าง และร้องแบบโอ่อ่า ไม่มีอาการลีบเล็กครับ เสียงไร้รอยต่อ ช่วงที่นักร้องโหนเสียงแบบลมเดียว ท่านจะฟังแล้วเคลิ้มจนจบท่อน
มีอัลบั้มหนึ่งของไฉ่ชิน ที่เป็นปกสีเขียวๆ ซึ่งเป็นเพลงร้องที่เล่นกับเครื่องดนตรีน้อยชิ้น มีแค่เปียโนกับเครื่องสายไม่กี่ชิ้น พวกฮาร์โมนิก จากเปียโน การสั่น การกระแทกของคีย์เปียโน ฟังแล้วกังวาน มีพลัง และมีการสั่นจริงๆ ในการโชว์เสียงร้อง ผมให้ไช่ฉินคะแนนเต็มแบบไม่ต้องคิด เีสียงเจ๊ไฝ ร้องแบบเต็มเสียง กับฉากหลังที่มืดมิด หาฟังไม่ได้ง่ายๆ จากหูฟังพื้นๆ ทั่วไป
มาถึงเสียงแหลม อันนี้คะแนนเต็ม 10 เช่นกันครับ เสียงไทรแองเกิ้ล เสียงแหลมที่สุดปลาย ไม่มีอาการด้วนปลาย หรือไปไม่สุดให้ได้ยิน ผมว่าเสียงแหลมนั้นให้รายละเอียดที่สูงจนเต็ม 100% เท่าที่ต้นฉบับบันทึกมา เพราะผมฟังแล้ว พวกแอมเบี๊ยนท์ต่างๆ บางครั้งชัดมากจนผมรำคาญ (บางท่านชอบมาก)
ใครที่ชอบฟังรายละเอียดกลางแหลม อยากบอกว่านี่คือทีเด็ดจริงๆ ของ 3003 เพราะเสียงที่ให้ทิศทางและให้ตำแหน่งต่างๆ คือเสียงแหลมนั่นเอง ยิ่งแหลมให้รายละเอียดได้สูงเท่าไหร่ นั่นหมายถึง รายละเอียดที่เหมือนจะถูกเก็บซ่อนไว้ จะเปิดเผยตัวออกมาให้ท่านได้ยินทันที
ใครอยากได้ยินว่าแอมเบี๊ยนท์สุดยอดที่ชัดๆๆ จะๆ เป็นอย่างไร ให้เอาเพลงโหลๆ อย่างเพลงของ Holly Cole Trio ชุด Don't Smoke in Bed เพลง I can see clearly now ครับ ให้ฟังหางเสียงร้องของ Holly Cole และเสียงสะท้อนของเพอร์คัสชั่นครับ ท่านจะไม่ได้ยินจากที่ใดมาก่อน นอกจากเจ้า k3003 อย่างแน่นอน
จุดสรุปก็มาถึง หูฟัง AKG K3003 ไม่ใช่หูฟังที่ฟังสนุก หรือฟังสบาย แต่ผมกลับฟังว่ามันเหมาะกับคนที่ตั้งใจจะฟังแบบเก็บรายละเอียด และฟังแบบจับผิดมากกว่าจะฟังเพลงแบบมิวสิคเลิฟเวอร์ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะโดยตัวหูฟังนั้น มันไม่ได้ให้สีสันอะไรที่มากมาย คือไม่ได้เติมแต่งมาจนเกินควร หรือแต่งเสียงเพื่อเน้นให้ฟังสนุก
แต่เป็นหูฟังที่ให้เสียงจะเรียกได้ว่าตรงไปตรงมา คือฟังแล้วไม่ติดหูง่ายนัก แต่ฟังแล้วจะสนุกก็ต่อเมื่อท่านฟังกับไฟล์คุณภาพที่ดีอย่างไฟล์เพลงออดิโอไฟล์ทั้งหลาย การยอมประนีประนอมฟังกับไฟล์เพลงธรรมดา หรือต้นฉบับที่ขาดความพิถีพิถัน ผมว่าท่านจะรู้สึกได้ทันทีว่ามันขาด และไม่เต็มอิ่ม
แต่หากได้ไฟล์ที่คุณภาพดีเลิศมาตุนไว้ แล้วนั่งไล่ฟังสิ่งที่ซาวด์เอ็นจิเนียร์เค้าจัดวางไว้เราฟัง อันนี้ผมว่าสุดคุ้ม มันให้รายละเอียดที่สูง และลื่นไหลต่อเนื่องมาก รวมถึงขนาดเบสที่ดีของไดรเวอร์แบบไดนามิกที่เค้าวางเอาไว้เป็นกองหลัง คอยสอดรับความถี่กับไดรเวอร์ BA 2 ตัวหน้า
ไม่แนะนำอย่างเด็ดขาด ถ้าท่านซื้อเอาไปฟังกับไฟล์ที่ไม่มีคุณภาพ เพราะนั่นหมายถึงสิ่งที่ท่านจ่ายไปหลายหมื่นบาท แต่ได้กลับมาไม่ถึงครึ่งค่อน AKG K3003 เป็นหูฟังคุณภาพสูงตัวหนึ่งของปี 2012 นี้ แต่ก็อีกนั่นแหละครับ กับค่าตัวที่สูงลิบขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยเช่นกัน
ขออย่าได้เชื่อที่ผมเล่า เพราะผมก็ไม่ได้ฟังเก่งไปกว่าท่านอย่างแน่นอน สิ่งเดียวที่ทำได้คือ หูฟังตัวอย่างเดโม ได้วางไว้ที่สาขา DGW ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป สามารถทะยอยไปฟังกันได้แล้วครับผม
ขอได้รับความขอบคุณ
มั่นคงจ้าๆๆๆ