เว็บ หูฟัง มั่นคง Gadget



   นามแฝง : รหัสผ่าน :  
ตลอดกาล
[ หน้าหลัก ] | [ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]   



  ทดสอบ Clef Audio PowerBridge 6
  นายมั่นคง 
  02/06/2008 10:17:17





บททดสอบเครื่องกรองไฟ Clef Audio PowerBridge 6


เมื่อวานผมเข้าไปสาขางามวงศ์วาน และพยายามรื้อๆๆ ดูว่ามีของอะไรที่ผมน่าจะซื้อเอามาเล่นเองที่บ้านบ้าง พอมองไปมองมา เอ้า ยังมีเครื่องกรองไฟของ Clef Audio เล็ดลอดตาผมไป....เป็นเครื่องกรองไฟรุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อย คือมี 6 เต้า ซึ่งสามารถเสียบอุปกรณ์ได้ 6 อย่างด้วยกัน.........


ปกติแล้วผมมักจะไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องกรองไฟนัก !!! เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าผมเคยเล่นและเคยใช้มาสมัยยังเล่นเครื่องเสียงบ้าน จำได้ว่าผมหมดเงินไปกับเครื่องกรองไฟ หรืออุปกรณ์พวกสเตอบิไลซ์ ไปไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นบาท......ถามว่า จ่ายไปแล้วดีขึ้นหรือเปล่า บอกตามตรงว่า ดีขึ้น แต่ก็เสียดายเงินมากขึ้นเช่นกัน ฮือ ฮือ....


จ๊ากกกกกก.....เป็นเรื่องจริงๆๆครับ ซึ่งไอ้ตัวที่ผมเคยเล่นนั้น ถือว่าเป็นระดับจิ๊บจ๊อยด้วยซ้ำไป เพราะถ้าพูดถึงเครื่องกรองไฟชั้นดีในระบบซิสเต็มไฮเอ็นด์ของซุปเปอร์เสี่ย  ผมว่ามันต้องว่ากันที่หลายๆๆ แสน เพราะเฉพาะหัวปลั๊กอันเดียวก็ระดับเกือบหมื่น ซึ่งถ้าเป็นคนธรรมดากินข้าวแกงราดข้าวอย่างผม ขืนให้เมียรู้ว่าใจใหญ่จะซื้อปลั๊กตัวละหมื่น มีหวังไส้ได้ไหลออกมากองอยู่นอกท้องแน่ๆๆๆ


และผมก็ขายเจ้าเครื่องกรองไฟที่เคยมีของผม เอาไปกินไปเที่ยวจนหมด  จวบจนเมื่อวานผมเห็นเจ้าเครื่องกรองไฟของ Clef Audio นี่ล่ะ ที่หน้าตามันดูแล้วน่าเกรงขามเหมือนกัน น้ำหนักหนักเอาเรื่องเลยล่ะ เรียกว่าไม่สามารถหยิบขึ้นมาขว้างกบาลใครง่ายๆๆ ก็แล้วกัน ดำขลับ น้ำหนักดี งานประกอบเยี่ยมยอด.........


ผมได้ยินชื่อของ Clef Audio แว่วๆๆ มาบ้าง เคยอ่านจากเว็บบอร์ดอื่นๆ ว่าถึงขั้นต้องสั่งจอง และพวกนักเล่นที่อยู่ในกลุ่มออดิโอ-วีดีโอ ชอบมากๆๆๆ และก็แว่วมาว่า เป็นสินค้าเจ้าเดียวกับผู้นำเข้าหัวปลั๊ก และอุปกรณ์เสริมต่างๆๆยี่ห้อ Furutech ที่ราคาแพงจนหูฉี่ ซึ่งผมก็ไม่รู้อีกเช่นกันว่าอาการหูฉี่มันเป็นอย่างไร จะต่างกันกับ หูไม่ดี อย่างไร


ผมเหลือบมองราคาค่าตัวของมัน และเทียบกับการผลิตที่ดีและเนี๊ยบขนาดนี้ และการที่จะเอามาใช้กับเครื่องเล่นพกพา และแอปม์หูฟังที่ผมเล่นเองอยู่ มันจะคุ้มตังค์หรือเปล่าหว่า.....เพราะบอกตามตรง ผมเป็นนักเล่นที่ไม่ชอบขี่ช้างไปจับตั๊กแตน ซึ่งก็คือการลงทุนมากๆๆๆ แต่ได้ผลสนองกลับมาแค่กระจิ๊ดเดียว.......


แต่ !!! ผมเป็นนักเล่นที่ชอบขี่ตั๊กแตนออกไปจับช้างมากกว่าครับ คือเสาะหาและขวนขวายหาสินค้าที่ราคาไม่แพงมาก สมเหตุผล และที่สำคัญต้องดีเกินกว่าตัวที่จ่ายไป และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ต้องไม่ขัดใจเมีย......!!! 555 การขี่ตั๊กแตนจับช้างนั้น ผมเชื่อว่าเป็นฝันที่หลายๆๆ คนรู้สึกจริงๆๆๆ


เครื่องกรองไฟอันนี้ หลักการง่ายๆๆ ครับ แต่เสียบไฟเข้ากับผนัง และเราก็เอาอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเสียบเข้าไปที่ตัวของมันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากอะไร ตัวกล่องจะมีไฟ 3 ดวงโชว์ไว้ คือ ไฟเพาเวอร์โชว์สถานะปิด-เปิด ไฟอีกดวง เป็นการโชว์เตือนว่า ต่อระบบกราวน์ (สายดิน) หรือยัง อีกดวงนึงคือการโชว์เฟสของการเสียบปลั๊กไฟ ซึ่งถ้าเสียบไฟถูกเฟส ไฟจะโชว์หราเขียวปี๋ขึ้นมาทันทีครับ........


..




  ความคิดเห็นที่ 1
  นายมั่นคง 
  02/06/2008 10:34:21





เอ้า มาเล่ากันต่อ........
เจ้าเครื่องกรองไฟ Clef Audio ตัวนี้ มันใช้หลักการง่ายๆ ครับ คือกรองสัญญาณกวนต่างๆๆ และมันก็ขี้ออกทางตูด....เอ๊ย ไม่ใช่ ขี้ออกทางช่องที่เป็น Ground ซึ่งการต่อสายดินจะช่วยให้เครื่องเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ว่างั้นเหอะ........
เมื่อวานผมใช้แบบหมัดลุ่นๆๆ คือไม่ได้ต่อสายดิน หรือต่ออะไรทั้งนั้น ความจริงผมเคยตอกแท่งทองแดงขนาด 180 ซม.ฝังไว้ในดิน เพื่อทำเป็นสายกราวด์อยู่แล้ว แต่เมื่อวานผมฟังทดสอบแบบง่ายๆๆ สบายๆๆ แบบไม่เน้นอะไรมากมาย และเป็นการอยากรู้ด้วยว่าถ้าต่อแบบธรรมดาๆๆ แบบบ้านๆๆ มันจะดีได้หรือเปล่า.......
ผมลำเลียงสายไฟต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบเสียง ไม่ว่าจะเป็นสายไฟที่ต่อกับเข้าเฮดโฟนแอมป์ หรือแม้กระทั่งสายชาร์ตของเครื่อง iPod ผมก็จับต่อจนเกลี้ยงไม่มีเหลือหรอครับ เรียกว่าจับเสียบมันทุกชิ้นที่เกี่ยวพันกับเสียงครับ...พอเสียบเสร็จจนครบทุกช่องจนผมมั่งใจว่าเสียบถูกต้องทุกตำแหน่ง  ผมก็ยกมือพนมขึ้นจบตรงกลางหัว สาธุ.....ขอให้ลูกช้างสมหวังด้วยเถิด......
แล้วผมก็บรรจงเอามือเปิดสวิทช์ใหญ่ที่ควบคุมเจ้าเครื่องกรองไฟอันนี้........
เฮ้ย !!!!!!!!!!!!! ผีหลอกแล้วเว้ย....
เสียงที่เคยฟังแบบเดิมๆๆ ของผมมันเกิดอะไรขึ้น....มันเป็นไปได้ไง สัมผัสแรกคือคล้ายอาการของเลือดที่สูบฉีดแรง เหมือนตอนที่ออกกำลังแล้วร่างกายร้อนได้ที่  เสียงที่ได้มันพีคขึ้นสูงสุดจริงๆๆๆ  เรียกว่าระเบิดความอึมครึมที่เคยได้ยินออกมามาหมดครับ
ก่อนจะเล่าต่อ ก็คงต้องบอกว่า เรื่องที่เล่าเป็นเรื่องจริงๆๆๆ จริงจนผมต้องเอามาเล่าแทรกในวันนี้เลยด้วยซ้ำ และหลายๆๆๆ ท่านอาจจะสับสนในใจ...เอ๊ย เฮียมั่นคง จะเล่นกลปาหี่หลอกขายของเหมือนตลาดนัดสนามหลวงหรืออย่างไร 555
เสียงที่ได้มันเต็มไปด้วยการโชว์ไดนามิคเลยล่ะ ยิ่งกว่าการแปรขบวนโชว์แสนยานุภาพของกองทัพเลยล่ะครับ คือตื่นตา ตื่นใจ ไดนามิคนั้นทะลุพรวด และระเบิดเปรี้ยงออกมา เสียงกลองแสนร์นั้น หวดแรงและดังจนผมตกใจ.........
การต่อผ่านเครื่องกรองไฟ Clef Audio นั้น ผมรู้สึกอีกประการหนึ่งว่า มันเหมือนว่าจะดังขึ้นนิดนึงด้วยซ้ำไป ถ้าใครทดลองฟัง น่าจะรู้สึกเหมือนผมเช่นกัน ผลกำไรที่ตามมาล่ะ คืออะไรอีก.......เสียงนักร้องนั้น ร้องแบบเต็มปอด และแทบจะกลายเป็นแหกปากด้วยซ้ำไปครับ ไอ้อาการร้องมุบมิบอยู่ในลำคอหายไปแน่ๆๆๆ ใครที่กลัวว่า ใช้เครื่องกรองไฟจะเกิดอาการอั้น หรือตื้อ หรือไปฉุดไดนามิก เพราะมันผ่านฟิลเตอร์ ขอให้สบายใจได้ว่าไม่เป็น ฉากหลังเงียบและมืดสนิทอย่างชัดเจน
.......
 



  ความคิดเห็นที่ 2
  นายมั่นคง 
  02/06/2008 10:58:26





ถามว่ามันดีขึ้นกว่าเปลี่ยนสายไฟดีๆๆแพงๆๆ ไม๊ ตอนนี้ผมกล้าพูดแบบเต็มปากเลยว่า ดีกว่าแบบจะแจ้งจริงๆๆๆ  คือถ้ามองในแง่การลงทุน ถ้าเป็นคนพิถีพิถันในการเล่น การเก็บรายละเอียดในทุกจุด ย่อมเป็นเรื่องดีที่สุดครับ
แต่ !!! ถ้าไม่มีตังค์จะไปโปะจ่ายในทุกๆๆๆจุดล่ะ ??? อันนี้ผมยังบอกว่าเจ้าเครื่องกรองไฟตัวนี้น่าจะมีเปรียบและมีภาษีกว่า เพราะเหมือนยิงกระสุนนัดเดียว ได้นกมาทอดกระเทียมพริกไทกินทีเดียวถึง 6 ตัว...(ก็เจ้า Clef PowerBridge 6 เสียบได้ 6 ตัวรวดไง 555)
สุ้มเสียงนั้น ที่เด่นมากๆๆ ก็คือเนื้อเบสและอิมแพ็คของเบสครับ เบสนั้นลงน้ำหนักมากขึ้น กลองทอมนั้น ถ้าใครมีแผ่นโชว์เพอร์คัสชั่น ผมท้าได้เลยว่า เสียงที่ได้จะเหมือนการตีที่ลงน้ำหนักมือหนักขึ้น ตีแรงขึ้น เหมือนนักดนตรีที่เล่นด้วยความคึกคัก ราวกับว่าเถ้าแก่ผับเพิ่งขึ้นค่าตัวให้หมาดๆๆๆ อย่างไรอย่างนั้น
เสน่ห์ของเครื่องกรองไฟตัวนี้คือความสดครับ ดนตรีมีความ Live ขึ้นมากๆๆๆ ขึ้น ทุกอย่างพุ่ง ฉีด กระชับ ชัดเจน และดูเหมือนคึกคักขึ้นทั้งหมดครับ หากสังเกตุให้ลึกลงไปอีก จะเห็นว่าซาวด์เสตจมันขึ้นรูปชัดเจนกว่า และโชว์ตัวตนของนักดนตรีได้ดีกว่า และเสียงที่แทบไม่เคยได้ยินเลยในแผ่นนั้นๆๆ งานนี้ได้ยินกันแบบจะจะ และสะใจด้วยล่ะขอบอก.......
ลองดูรูปประกอบด้านบน หากใครเห็นแล้วอาจจะรุ้สึกอเน็จอนาจใจ เพราะมันคือตู้ที่ผมนอนอยู่ข้างๆๆ นั่นเอง สายไฟสารพัดชนิด จับถูกกองๆๆๆ เสียบๆๆๆๆ มั่วไปหมด มันถึงคราวที่ผมจะรื้อออกมาใหม่แล้วล่ะครับ เพราะผมตัดสินใจเลือก Clef Powerbridge 6 เข้าไว้ในระบบแน่ๆๆล่ะ
เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ ทำไมผมถึงเลือกมาพูดถึงมาเล่าการทดสอบให้ฟัง เพราะผมเล็งแล้ว ด้วยราคาค่างวดของมันนั้น มันถูกแบบพิสดารเมื่อจะเทียบกับเครื่องกรองไฟระดับบะละฮึ่มของฝรั่ง และกล้าบอกว่าการใช้เฮดโฟนแอมป์แบบเราๆๆท่านๆๆ ตัวละอย่างเก่งก็ระดับหมื่น จะให้ปีนบันไดสวรรค์ไปใช้เครื่องกรองไฟตัวละเกือบแสนก็ดูกระไรอยู่.......555 เจ้านี่คือทางเลือกที่ผมเห็นว่าเหมาะสม
เออ...เกือบลืม ผมทดลองยกเจ้าเครื่องกรองไฟ ไปลองเสียบกับทีวีที่บ้าน รวมถึงดีวีดี และชุดรับสัญญาณจาก Source อื่นๆๆๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ คลื่นที่เคยเห็นเป็นลายบางๆๆ หายวับไปเป็นปลิดทิ้ง และสีสันที่เห็นด้วยตามันมีความอิ่มขึ้น คอนทราสภาพดูเหมือนเพิ่มขึ้น ดำมากขึ้น......แต่ช่างเหอะ อันนี้เป็นผลพลอยได้จากการเล่นในระบบ AV แต่เราๆท่านๆๆในบอร์ดนี้มันต้องว่ากันที่ระบบเสียงครับ
ถามว่า เสียบไฟต่อจากเครื่องกรองไฟ มันดีขึ้นเลยไม๊ และต้องเบิร์นอินอะไรหรือเปล่า ??? และเบิร์นนานกี่ชั่วโมง ???
ผมกล้าท้าและกล้าพูดแบบเต็มปากเต็มคำ จะให้ตะโกนจนคอหอยแตกผมก็ยังกล้าพูด 555
เสียงมันดีขึ้นทันทีที่เสียบใช้เลยครับ ไม่ต้องรอหวังผลในชาติหน้า หรือชาติไหนๆๆๆๆ
และเป็นการดีแบบชัดเจนสุดๆๆๆ ไม่ใช่ต้องมานั่งเงี่ยหูฟังจนตัวเองอึดอัดรำคาญ หรือไม่ต้องนั่งจับผิดฟังหรือนั่งลุ้นว่ากูจะโดนหลอกหรือเปล่าหว่า 555
เอาเป็นว่า.....ถ้าทดลองฟังแล้วไม่ดีขึ้นแบบชัดๆๆ หน้ามือเป็นหลังมือ หรือว่ามันไม่ดีจริงๆๆ ดังคำโม้...
ท่านจงเดินทางออกจากบ้านด้วยรถร่วมบริการ และ ชวนจิ๊กโก๋ปากซอยบ้านมาซัก 2-3 คน แล้วมากระทืบผมให้แบนคาบันไดเลื่อนห้างพันทิพย์ไปเลย !!!
ผมมั่นใจขนาดนั้นจริงๆๆๆ
 
555
นายมั่นคง
 
 
 



  ความคิดเห็นที่ 3
  Mercury 
  02/06/2008 16:54:00


เฮียเอามาขายช้าจังเลยอะครับ ตอนนั้นพ่อผมซื้อที่ piyanas แพงกว่าของเฮียอีกครับ




  ความคิดเห็นที่ 4
  นายมั่นคง 
  02/06/2008 17:04:05





555 มาขายช้าจริงๆๆ ครับ แต่ก็ไม่ช้าเกินกาล  เพราะราคานั้น ตอนนี้ผมวางไว้ซะจนน่าซื้อแล้วล่ะ อย่างตัว Powerbrider 6 ราคาร้านทั่วไป 4300-4500 บาท แต่ราคาที่ผมขายนี่เหลือแค่ 3990 บาทเท่านั้นล่ะ 555


ใครจะถามอะไร โพสคำถามทิ้งไว้ได้เลยนะครับ




  ความคิดเห็นที่ 5
  อันดามัน 
  02/06/2008 18:27:30


เฮียครับ ตามที่บรรยายนั้น เฮียบอกว่าเครื่องยังไม่ได้ต่อกราวด์ แต่ถ้าต่อกราวด์แล้ว เสียงจะดีขึ้นกว่านี้ไหมครับ และน้ำหนักมากไหมครับ ตอนนี้เหลือกีตัวครับ แล้วชาจน์ค่าขนส่งไหมครับ




  ความคิดเห็นที่ 6
  นายมั่นคง 
  02/06/2008 20:29:33





ยังไม่ได้ต่อกรานด์จ้าจักรพงศ์ 555 เมื่อวานอุ้มมกลับมาปุ๊บ ก็เสียบๆๆๆ ปั๊บเลย แต่ผมมีตอกแท่งกราวด์ทองแดงขนาดยาวประมาณ 180 ซม. ไว้ 1 อัน เดี่ยวพรุ่งนี้ว่างๆจะโยงสายดินมาผูกับตัวเครื่องกรองไฟซะหน่อย แล้วจะมารายงานเพิ่มเติม แต่เท่าที่อ่านข้อมูลจากผู้ผลิต การต่อกราวด์เท่ากับต่อท่อให้ขยะเสียงมันมีที่ระบายออกด้วยล่ะ


น้ำหนักมากพอควรครับ ทุ่มใส่หัวคนรับรองคอหักแน่นอนจ้า 555 พรุ่งนี้โทรหาเฮียเลยนะจ๊ะ.............




  ความคิดเห็นที่ 7
  Yai 
  02/06/2008 21:15:27


ผมซื้อมาใช้แล้วครับเมื่อวานนี้เอง


บังเอิญผมเพิ่ง upgrade สาย
AC ทั้ง amp ทั้ง cd player เลย  ทำให้จับความรู้สึกความแตกต่าง
ได้แต่ไม่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับสายเดิมๆ ที่ติดมากับ amp และ cd player
จะสัมผัสได้ชัดเจนเลย


ผมใช้ร่วมกันกับ comp และ monitor ด้วย
noise บนจอหายไปเยอะเลยจริงๆ (ทาง clef แนะนำว่า Comp กับ จอ
ให้ต่อที่เต้า Digital Video Filter ชุดเดียวกันมันจะได้ไม่ไปกวนตัวอื่นๆ
เพราะวงจรทั้งสามชุด (ชุดละสองเต้า) มันแยกกัน)


เห็นด้วยกับเฮียตรงที่ว่า ถ้ายังไม่ได้ upgrade สาย AC ใช้ Clef กับสายเดิมๆ เห็นผลชัดแน่นอน คุ้มกว่าด้วย ไม่อยากบอกว่าค่าสาย AC พร้อมหัว แพงกว่า Clef รุ่นที่ เฮียเอามา review นี่อีก  (อยากบอกว่าแพงกว่ารุ่น 8 เต้าด้วยซ้ำ) ดังนั้น ตัวนี้คุ้มแน่นอน


ปล. ไม่ได้เป็นหน้าม้านะ แถมผมซื้อไม่ได้ลดซักกะบาท




  ความคิดเห็นที่ 8
  gokorat 
  03/06/2008 07:12:57


สอบถามหน่อยครับว่า นำไปใช้กับ ชุด Home theater ได้ไหมครับ แบบว่าไม่อยากลงทุนเปลี่ยนสายลำโพงน่ะครับ กรั๊กๆๆ



  ความคิดเห็นที่ 9
  ํํYai 
  03/06/2008 07:30:51


คุณ gokorat,


ผมเห็นว่าส่วนมากเขาซื้อกันไปใช้กับชุด Home Theater นะครับ และมันมีช่องต่อแยกสำหรับ video, analog, High power มาครบๆ เลือกเสียบตามสบายครับ


 




  ความคิดเห็นที่ 10
  Yai 
  03/06/2008 07:36:04


สอบถามเฮียนิดนึงครับ


มีการรับประกันสินค้าอย่างไร วันนั้นที่ซื้อผมไม่มีเวลาถามมาก เพราะภรรยายืนรออยู่


คือเพิ่งสังเกตุว่า switch เปิดปิด มันคลอนนิดหน่อยตอนปิด คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แค่ถามเผื่อไว้ถ้าเกิดมันเสียขึ้นมาเร็วๆ นี้จะได้รับมือได้ถูกครับ




  ความคิดเห็นที่ 11
  econ 
  03/06/2008 09:04:27


เฮียที่งามวงศ์วานมีขายเปล่าครับ


ตอนนั้นไปดูที่ปิยะนัสเหมือนกัน แต่ถามคนขายบอกว่ามันไม่ได้ช่วยมากนักก็เลยไม่ได้ซื้อมา


เห็นที่ร้านบอกว่าจะทำให้เสียงมันอั้นๆ ออกไม่สุดอ่ะ งง


ถ้าเอามาต่อ LCD 40 นิ้ว นี่จะลดพวก noise ไปได้เยอะหรือเปล่าครับ




  ความคิดเห็นที่ 12
  clef-audio 
  03/06/2008 10:32:59


สินค้า ของบริษัท Clef  เราดูแลท่านตลอดอายุของบริษัทครับ พังก็เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้ฟรี 


เรื่องเสียงอั้นอันนี้ไม่มี แน่ๆ แต่แนะว่ามายืมไปลองได้ไม่พอใจก็สามารถคืนได้ ใน 10 วัน ต้องเอาไปเล่น ครับ


อุปกรณ์ที่ใช้ใน  Powerbrider 6 เน้นใหญ่ผ่านกระแส 15A ทั้งระบบครับ แต่ละช่องมี filter แยกไม่กวนกัน


 




  ความคิดเห็นที่ 13
  clef-audio 
  03/06/2008 10:57:10


ถ้าเน้นเรื่องภาพ  มีรุ่น Duo  video  ครับเน้น ภาพภายในใช้สาย furutech  314 Ag เงิน


เสียบได้ 2 ช่อง คือ  จอ lcd ,plasma  กับ  DVD  




  ความคิดเห็นที่ 14
  นายมั่นคง 
  03/06/2008 11:15:25





เย้....Clef มาเองเลย 555


คุณ กัมปนาทครับ ไหนๆๆมาแล้ว ช่วยส่งข้อมูลวิธีการใช้งานมาให้ทีก็ดีนะครับ ว่าช่องไหนมันควรจะเอาอะไรเสียบ ผมเห็นมันมีช่องแยกกันอยุ่ 3 ประเภท  ส่งเป็นลิงค์ข้อมูลมาก็ได้ครับ อ้อ เพิ่มวิธีต่อกรานด์มายิ่งดีจ้า


ผมล่ะกลัวจริงๆๆ เดี๋ยวเมียเห็นกล่องอะไรวะ สวยดี เอาตุ้เย็น หรือเครื่องซักผ้าไปเสียบละก้อเป็นลมเลย 555




  ความคิดเห็นที่ 15
  econ 
  03/06/2008 12:21:54


น่าสนแฮะ แล้วตัว powerbridge 6 กับตัว Duo video นี่ถ้าเอาไปใช้เสียบทีวี จะให้คุณภาพเท่ากันหรือเปล่าครับ


แล้วราคามันเท่าไหร่เนี่ย ร้านเฮียมีเปล่าครับ  ถ้ามันคุณภาพเท่ากัน powerbridge น่าสนกว่าแฮะ ต่อแอมป์ได้ด้วย




  ความคิดเห็นที่ 16
  นายมั่นคง 
  03/06/2008 13:35:47





เอ้า เอาวิธีตอกกราวด์มาฝากกันครับ 555 วันนี้ผมไปหาแท่งกราวด์มาตอกเพิ่มอีกมุมหนึ่งของบ้าน ซื้อมาแท่งละ 100 บาท เป็นแท่งทองแดงปลายแหลม และมีหัวแคลมป์พร้อมน๊อต เอาไว้ยึดสายไฟเข้ากับแท่งกราวด์ (ดูนายแบบของเราก่อน หลายๆๆท่านน่าจะจำได้ 55)


วิธีตอกก็คือหาทำเลเหมาะๆๆ หน่อย ตอกข้างๆตัวบ้าน หรือภายในบ้านก็ได้ครับ เลือกเอาที่ๆไม่เกะกะลูกกะตา ตอกแท่งทองแดงให้จมลงไปในดิน แล้วเอาสายไฟธรรมดานี่ล่ะ ขันเข้าไป หลังจากนั้นเราก็โยงสายไฟนั้นขึ้นไปแถวๆๆ บริเวณที่จะใช้  ถ้าใครใช้ Clef ก็เอาปลายสายไฟขันเข้ากับตัวน็อตที่เป้นรูปกราวด์ได้เลย


แต่ถ้าใครบอกว่าไม่ตอกกรานด์ได้ไม๊ เท่าที่ผมลองผมว่ามันก็ดีขึ้นอยู่แล้วครับ ส่วนใครที่บอกว่าอยากให้ดีขึ้นไปอีก แนะนำให้ตอกกราวด์ครับ ใครขี้เกียจทำเอง ใช้ให้เมียเป็นคนตอกให้ก็ไม่เลว 555 (ตายแน่ๆๆๆ)


 


ตอนนี้ที่ผมมีหมดทุกรุ่นล่ะครับ ยังไงโทรสอบถามก่อนจะเข้าไปรับของก็ได้จ้า.........555




  ความคิดเห็นที่ 17
  econ 
  03/06/2008 14:03:24


เฮีย ถามอีกนิดครับ


ระบบไฟที่บ้านมีเดินกราวน์อยู่แล้ว ต้องมาเดินสายแยกอีกหรือเปล่าครับ




  ความคิดเห็นที่ 18
  ต่อ 
  03/06/2008 14:23:03


วันนี้ว่าจะแวะไปดู powerbridge 6 ที่งามวงศ์วานซักตัว ไม่รู้จะมีของรึเปล่า




  ความคิดเห็นที่ 19
  LuisFigo 
  03/06/2008 18:26:52


แล้วมันจะมีเครื่องกรองไฟจากแบตเตอรี่ AA หรือ AAA มั้ยครับเนี่ย




  ความคิดเห็นที่ 20
  เอก 
  03/06/2008 19:59:51


ที่สาขาพันทิพย์มีขายไม๊ครับ




  ความคิดเห็นที่ 21
  นายมั่นคง 
  03/06/2008 20:42:20





เอ้าตอบปริศนากันก่อน.........


econ - ถ้าบ้านมีอยู่แล้วก็หวานเลย เพราะไม่ต้องไปเดินใหม่ให้เมื่อยหรอกครับ ใช้เสียบกับช่องกราวด์ที่มีอยู่ได้เลยครับ 555


ต่อ - ไปดูได้เลย เฮียว่ามีนะ เพราะเห็นเจ้าเบียสบอกว่าเค้ามาส่งแหม็บๆๆๆเอง


Luisfigo - เครื่องกรองไฟ AA 555 ไม่น่าจะมีล่ะ แต่จริงๆๆ ผมว่ามันทำได้นะ พูดเป้นเล่นไป นี่ผมได้ idea เลยล่ะ ทำเครื่องกรองไฟขนาดจิ๋ว....


เอก - พรุ่งนี้มีขายทั้ง 2 สาขาครับ


วันนี้ผมตอกกราวด์แท่งใหม่เสร็จ แต่เดินสายยังไม่เสร็จ แท่งกราวด์นั้นราคาชุดละ 100 บาท เป็นทองแดง พร้อมหัวแคลมป์หนีบสาย ถูกยิ่งกว่าขี้อีก 555 ผมซื้อมาตอกแล้ว เล่นเอาเหงื่อนายแบบแตกพลั่กไปหมด (แต่เหงื่อผมไม่หยดเลย).......


 


 


 




  ความคิดเห็นที่ 22
  clef-audio 
  04/06/2008 09:33:46


ที่ถามมาว่า ตัว powerbridge 6 กับตัว Duo video นี่ถ้าเอาไปใช้เสียบทีวี จะให้คุณภาพเท่ากันหรือเปล่าครับ


ตอบไม่เท่ากันครับท่าน เนื่องจาก   Duo video  ,มี วงจร filter ที่เพิ่ม common -mode ลด noise  ส่วนของภาค Video  ลงให้มากที่สุด


ตอบ ท่าน  econ  เรื่อง แยก ground  ดีหรือไม่


ถ้าแยก ground  ได้ก็ถือว่าสุดยอด ครับ  จะสามารถแยก noise จากระบบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไม่ไห้มาลบกวนระบบเครื่องเสียง ของเราได้  และลงทุน ไม่มากแต่ได้ ประสิทธิภาพสุง 
  




  ความคิดเห็นที่ 23
  clef-audio 
  04/06/2008 10:26:59





วิธีการต่อ ground จากตู้ main ให้ต่อสายดินออกจากสายนิวทรัลด้านไฟเข้าดังรูป สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่ใช้สายเมนทองแดงขนาดไม่เกิน 35 ตร.มม เดินเข้าแผงคัทเอ๊าท์ ให้ใช้สายดินทองแดงขนาด 10 ตร.มม




  ความคิดเห็นที่ 24
  clef-audio 
  04/06/2008 10:52:20





กรณีที่แผงสวิตซ์เป็นคอนซูมเมอร์ยูนิต (Consumer Unit)
     ให้เดินสายนิวทรัลไปพักไว้ที่ขั้วต่อสายดินแล้วจึงเดินสายจากขั้วต่อสายดินอีกเส้นหนึ่ง ไปยังขั้ว N ที่ระบุไว้ด้านล่าง ของเมนเบรคเกอร์ ส่วนสายที่ต่อกับหลักดิน (ground rod) ให้เดินไปเชื่อมต่อกับสายนิวทรัลที่ขั้วต่อหลักดินดังรูป
 

ทั้ง 2 กรณีให้ใช้หลักดินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5/8 นิ้ว ความยาว 2.40 เมตร ตอกลงไปในดิน (มีความชื้นและดินแน่นพอควร) โดยการขุดหลุมกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร เอาหลักดินตอกลงไปให้ปลายด้านบนอยู่สูงจากก้นหลุมประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วต่อสายเข้ากับหลักดินโดยการใช้แคล้มป์รูปหัวใจ (Ground Clamp) ขันให้แน่น แล้วจึงใช้ดินกลบหลุม ให้เรียบร้อย
      
 




  ความคิดเห็นที่ 25
  เอก 
  04/06/2008 13:38:06


ขอถามเพิ่มอีก 1 คำถามครับเฮีย


มีโครงการจะเอาตัว 8 เต้าเข้ามาขายด้วยไม๊ครับ




  ความคิดเห็นที่ 26
  นายมั่นคง 
  04/06/2008 15:08:25





เอ้า เล่าต่อ...........


วันนี้ผมตอกกราวด์แท่งใหม่เอี่ยมฝังลงดินไปแล้ว 1 อัน ใจก็ลุ้นว่าถ้าต่อกับ Clef แล้วจะได้หรือเปล่าว้า...ผมตอกเสร็จก็โยงสายไฟเข้าไปในห้องนอน เล็งหาทำเลเหมาะๆๆ ที่ไม่เกะกะลูกกะตา


แล้วก็หมุนเข้ากับปุ่มกราวด์สีทองของ Clef ไฟทั้งหมดมันมี 3 ดวงที่โชว์ คือ 1. Power 2.Ground 3.Phase


ซึ่งพอผมต่อกราวด์เสร็จปุ๊บ ไฟติด 2 ดวง คือไฟ Power และไฟ Ground ติดเขียวปี๋สวยดีมาก แต่ไฟที่โชว์ Phase ไม่ติด...แสดงว่า ผมเสียบปลั๊กเข้ากับเต้าที่ผนังผิดข้าง  ผมก็เลยทำการกลับข้างซะใหม่...เย้ คราวนี้ไฟติดครบทุกดวงแล้ว


ช่วงบ่าย ผมเลยทดสอบฟังใหม่อีกรอบนึง ผลการรับฟังนั้น สังเกตุได้จะจะว่าเบสนั้นมีแรงปะทะแบบมากถึงโคตรมากๆๆๆ เรียกว่ามาเป็นลำ ไม่ใช่มาแค่เป็นลูกครับ ผมลองกับแอมป์ Vampire ซึ่งเบสนั้นไม่มากนัก แต่พอต่อครบทุกกระบวนการ คราวนี้มันนิ่งสุด....เหมือนนักมวยที่ยกการ์ดจรดมวยแบบรัดกุม


อีกประการหนึ่งถ้าลองสังเกตุเพลงที่บันทึกเสียงนักร้อง Vocal แบบหลายๆๆคน จะสามารถแยกออกมาว่ามีกี่คน ไอ้ที่เคยนึกว่ามันมีแค่ 2 คนจริงๆๆ มันมีมากกว่านั้นครับ และ ambient ของห้องอัด เก็บรายละเอียดเสียงสะท้อนเบาๆๆ ออกมาหมดเกลี้ยงจริงๆๆๆ.......


ว้า พูดมากก็เหมือนโม้ ไปลองฟังเองดีกว่า.....555


ตอนนี้ผมมีขายครบทุกเต้าแล้วนะครับ......


 


 


 




  ความคิดเห็นที่ 27
  โจโจ 
  04/06/2008 15:14:45


ถามมั่งนะครับ

ตอนนี้ผมใช้แอมป์เมเปิล มีช่อง input 2 ชุด ต่อเข้ากับ cd player และ ipod ปัญหามันอยู่ที่ว่าถ้าต่อทั้งสองอย่างเข้ากับแอมป์พร้อมกัน เสียงที่ได้จะดร็อปมหาศาลเลยครับ ทำให้ไอ้ช่อง input 2ชุดนี่ไร้ประโยชน์ไปเลย  ถ้าฟังจากcd player น่ะไม่เท่าไหร่  แต่ถ้าฟังจาก ipod เสียงแทบไม่ออกเลยครับ (เร่งวอลลุ่มไปที่ 12น. ยังได้ยืนเหมือนเสียงกระซิบ) แต่พอถอดปลั๊กcd ออกจากผนังเมื่อไหร่ เสียงก็กลับมาพุ่งปรู๊ดปร๊าด

อย่างนี้ถือว่าระบบไฟเป็นปัญหาใช่มั้ยครับ...  ถ้าใช่..  เครื่องกรองไฟนี่ใช้ได้รึเปล่า  เซ็งเต็มทีแล้วครับที่ต้องมาถอดปลั๊กเข้าๆ ออกๆ

ปล. มีแต่เมเปิลตัวเดียวเท่านั้นที่ต่อกราวด์ไว้ครับ(ที่บ้านเดินคราวด์ทั้งหมด) ส่วนcd player ไม่มีกราวด์ครับ (สายที่มากับเครื่องเปลี่ยนไม่ได้)

ขอบคุณคร้าบ



  ความคิดเห็นที่ 28
  เบียส 
  04/06/2008 15:36:46





ตอนนี้มีแล้ว ครับ สินค้า อยู่ที่งามวงศ์วาน จ้า.........อิ อิ อิ




  ความคิดเห็นที่ 29
  นายมั่นคง 
  04/06/2008 16:18:28





ตอบคุณโจโจ ครับ


อันดับแรกผมขอทบทวนความจำก่อน ผมจำได้ว่าแอมป์ Maple มันมีช่อง input แค่ช่องเดียวครับ และต่อกับ source ได้แค่อันเดียวจ้า มันมีช่อง RCA 4 ช่องก็จริง  แต่ 2 ช่องนั้นเป้น Loopout ครับ


คือสมมุติว่า ต่อซีดีเข้าที่แอมป์ อีก 2 รูที่เหลือก็คือ Loop Out ครับ คือต้องเอาสัญญาณซีดีพ่วงไปเล่นอย่างอื่น เช่นไปเล่นกับเครื่องบ้านเป้นต้นครับ


การต่อ Source 2 อย่างเข้าไป ผมคาดว่าน่าจะมีส่วนไปลัดวงจรกันไม่มากก็น้อย (อธิบายไม่ถูกหรอกครับ) และผมเชื่อว่าถ้าเปิดพร้อมๆๆกัน มันคงดึงสัยญาณกันน่าดู คราวนี้พอดึงปลั๊กออก ก็เท่ากับว่าเราต่อถูกต้องตามที่เครื่องเค้าออกแบบไว้น่ะครับ


เครื่องกรองไฟ ไม่ได้ช่วยในกรณ๊นี้จ้า (ไม่ใด้ช่วยให้แอมป์ maple ต่อ 2 source พร้อมกัน) แต่เครื่องกรองไฟมันช่วยให้สัญญาณมันเสถียรขึ้น ดีขึ้นครับ ช่วยเรื่องโฟกัส และกำลังที่ฟังแล้วมันฉีดแรงว่างั้น


เอ้า ลองถามมาใหม่ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเข้าใจตรงกันหรือเปล่าครับ 55




  ความคิดเห็นที่ 30
  clef-audio 
  04/06/2008 16:19:08





วิธีการตอก Ground




  ความคิดเห็นที่ 31
  clef-audio 
  04/06/2008 16:29:52





วิธีการต่อสาย Ground


 




  ความคิดเห็นที่ 32
  โจโจ 
  04/06/2008 19:04:39


เฮียครับ มันมี input 2 ชุดครับ แล้วก็ out put อีกชุดหนึ่ง (ซึ่งคุณภาพแย่มากๆๆๆ ผมลองใช้เมเปิลเป็นภาคปรี ไปเข้า int amp แล้ว..  ไม่ไหวๆ)


แล้วก็มั่นใจ ฟันธง ว่าต่อถูกล้านเปอร์เซ็นต์ครับ


 


คือผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับระบบไฟรึเปล่า หรืออะไร ยังไงหว่า...  ผมเดาเอาว่าไฟมันคงเข้าไปกวนมั้งครับ 


 


 


ประสาคนไม่มีความรู้เรื่องนี้ - -'


 


 


ปล. ทำไมโพสต์แล้วมันไม่ติด




  ความคิดเห็นที่ 33
  นายมั่นคง 
  04/06/2008 21:02:49





คุณ โจโจ ครับ ผมจำไม่ได้จริงๆๆ ว่าด้านหลังมันเป็นไง อ้อ แล้วอีกประการคุณ โจโจ ใช้ Maple Ear+purist หรือเปล่า ถ้ามีรูปโพสมาให้ดูเลยครับ ผมจะได้ช่วยดูให้ว่าน่าจะต่อจากไหนไปไหน..........555


แต่ผมก็ประหลาดใจมาก เพราะเท่าที่ฟังบอกว่ามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ ผมว่าอาจจะต้องพุ่งประเด็นไปที่ปลั๊กไฟที่ใช้ต่อร่วมแล้วล่ะครับ จะใช้ Clef แก้ปัญหาตรงนี้ ผมไม่มั่นใจว่าได้หรือไม่


เอ้า เอารูปมาดูเลยนะครับ 555


เว็บผมมันขาดๆๆ ด้วนๆๆ แบบนี้ครับช่วงนี้ 55




  ความคิดเห็นที่ 34
  
  04/06/2008 22:35:03


คุณโจโจ เคยเอา cd กับ amp เสียบเข้าปลัี๊กที่เต้ารวมเดียวกัน (รวมทั้งสองอุปกรณ์ลง ground เดียวกัน) หรือเปล่าครับ ถ้าไม่เคยลองดูเผื่อช่วยได้




  ความคิดเห็นที่ 35
  LuisFigo 
  05/06/2008 00:03:10


เข้ามาเก็บความรู้


สายดินนี่มันมีประโยชน์กับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างจริงๆ


พวกขา overclock คอมพิวเตอร์ก็ควรต่อนะครับ ทำให้ลากได้ไกลแล้วก็เสถียรขึ้นได้อีกนิด 555




  ความคิดเห็นที่ 36
  โจโจ 
  05/06/2008 13:14:34


ใช้ mad ear+ purist ครับเฮีย  ผมว่ามันต้องเป็นกับระบบไฟชัวร์ป๊าบแหละครับ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ที่ไหน(ตัวแอมป์หรือเปล่า?) แล้วจะแก้ยังไง 




  ความคิดเห็นที่ 37
  โจโจ 
  05/06/2008 13:17:41





ใช้ mad ear+ purist ครับเฮีย  ผมว่ามันต้องเป็นกับระบบไฟชัวร์ป๊าบแหละครับ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ที่ไหน(ตัวแอมป์หรือเปล่า?) แล้วจะแก้ยังไง 




  ความคิดเห็นที่ 38
  นายมั่นคง 
  05/06/2008 13:44:48





แบบนี้ไม่แน่ใจแล้วล่ะ ผมเองเคยใช้นานแล้ว จนจำไม่ได้เหมือนกัน 555 ถ้ามี input ให้ 2 ชุด ผมว่ามันน่าจะมี selector มาให้นะครับ แต่ทำไมมันถึงไม่มีหว่า (ผมจำได้ว่ามันไม่มี selector)


ลองแบบนี้ไม๊ อุ้มมาลองที่งามวงศ์วานก็ได้ เพราะลักษณะแบบนี้ผมก็จนปัญญาหมือนกัน ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ลองเอามาเสียบกับ Clef ดูก่อน ผมคาดว่าไฟของ adaptor มันจะกวนข้ามกันมาครับ


และถ้าจำเป็นต้องเสียบในปลั๊กที่ใกล้ๆๆ กัน ทาง Clef เค้าบอกผมว่า ปลั๊กเค้าแยกออกเป็นชุดๆๆ คือชุดใครชุดมัน ไม่กวนสัญญาณข้ามช่องกันครับ คือเสียบในชุด 3 ไฟมันก็ไม่กวนกับชุด 2 เหมือนกับเค้าจะแยกอิสระให้เราเลยครับ


เอ้า มาลองดูก่อน อย่าเพิ่งคิดเรื่องซื้อในตอนนี้ มาทดลองให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ไปเลย.......555




  ความคิดเห็นที่ 39
  โจโจโหมด 
  05/06/2008 15:06:27


ขอบคุณครับเฮีย แต่เรื่องที่จะให้ยกไปคงไม่ไหวครับ...  อยู่ชายแดนใต้ 5555


 


 


ถึงยังไง ถ้ามันทำให้เสียงดีขึ้นจริงอย่างว่า (ในราคาแค่นี้) โดนหวดแน่ครับ หาข้อมูลเพิ่มอีกแป๊บนึง  เฮียได้ส่งems แน่ครบ  อิอิ


 


:D




  ความคิดเห็นที่ 40
  2cent 
  05/06/2008 15:50:55


เพิ่มนิดครับ สมมติฐานที่ว่านี่้มาจากที่บอกว่าไม่มีสวิทซ์เลือก input อะครับ


มันจะคล้ายๆประมาณว่าเป็น สาย Y-adaptor rca ด้านนึงมีหนึ่งหัว อีกด้านมีสองหัว


โดยปกติแล้วอันนี้เค้าจะใช้สำหรับ ต่อจาก 1 output ไปเป็น 2 output เช่นจาก CD ไปยัง preamp 2ตัว


แต่ถ้าเราใช้กลับกันคือ ต่อจาก 2 output มารวมเป็น 1 เช่น จาก CD 2 ตัว มาเข้า preamp ตัวเดียว กรณีนี้สัญญาณจาก CD ตัวที่เล่นอยู่เนี่ยมันจะไม่วิ่งเข้า preamp ครับเพราะว่า input impedance ของ preamp มันจะสูงกว่า impedance ของอีกขานึงที่ต่อ CD ตัวสอง เสียงมันเลยวิ่งไปขานี้แทน เสียงก็เลยจะ drop ไปมากมายครับ


 แต่สรุปว่าก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เป็นอยุ่มั้ย




  ความคิดเห็นที่ 41
  2cent 
  05/06/2008 15:53:01


เท่าที่อ่านดูไม่น่าใช่เรื่องไฟมั้งครับ


ผมเข้าใจว่าไอ้ mad ตัวนี้ output ที่ออกมามันจะไม่ผ่านหลอด ผ่านโวลุ่มเฉยๆ ประมาณเป็น passive pre output ครับ แล้วผ่านโวลุ่มเฉยๆ เสียงที่ได้เลยไม่เกี่ยวอะไรกับหลอดเลยมั้งครับ


ส่วนเวลาต่อ input สองอันเข้าไปแล้ว ผมเข้าใจว่า input อันที่สองมันดันไปแบ่งสัญญาณออกมา ทำให้สัญญาณที่ output มันเลย drop ไปค่อนข้างเยอะ


ทั้งหมดนี่เป็นสมมติฐานนะครับ :) แต่จากอาการผมว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับระบบไฟครับ


 




  ความคิดเห็นที่ 42
  นายมั่นคง 
  05/06/2008 19:25:28





โย่ว  ขอบคุณ คุณ 2cent มากเลยจ้า 555


ผมเองเล่น MAD ear+ ผ่านมือมาแล้วเป็นเดือนๆๆ แต่ก็ดันลืมไปแล้วเรื่อง input นี่ล่ะ แต่ถ้า drop จนสังเกตุได้ว่ามันมากมาย ผมว่าต้งอหาสาเหตุให้เจอ ลองเข้าไปดูวงจรของเค้า (ผมจำได้ว่ามี) ว่าเค้าต่อวงจรให้สัญญาณผ่านยังไงมั่ง น่าจะพอช่วยได้ครับ 55


เอ้า เดี๋ยวผมช่วยดูให้อีกแรง




  ความคิดเห็นที่ 43
  โจโจโหมด 
  05/06/2008 22:46:56


โอ้วว


 


ขอบคุณเฮียและคุณ 2cent มากนะครับ  อ่านแล้วมีเหตุมีผลมากมาย สวนวงจรของmad เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ่ายมาให้ดูนะครับ


 


ขอบคุณๆ




  ความคิดเห็นที่ 44
  PrTv 
  05/06/2008 23:07:50


เห็นมีการพูดถึงเรื่องยืมไปฟังก่อน


 


อันนี้นี่หมายความว่า เอาเงินไปจ่ายถ้าไม่พอใจเอามาคืน พร้อมคืนเงิน ใน 10 วันหรือเปล่าครับ


 


แล้วแบบนี้ไปที่เฮียได้ไหม หรือถ้าจะคืนระบบนี้ต้องติดต่อ Clef อย่างเดียวครับ... ส่วนถ้าต้องติดต่อ Clef อย่างเดียวนี่ ที่ post นี่ใช่คุณกัมปนาท หรือเปล่าครับ เผื่อผมจะได้ PM ติอต่อไปที่ web HTG2 เพราะผมก็เล่นที่นั่นอยู่ด้วย


 


แต่ถ้าเฮียได้แบบนี้ด้วย แล้วได้ที่พันทิพ ผมจะไปเอาที่เฮียแล้วกันครับสะดวกดี




  ความคิดเห็นที่ 45
  เบียส 
  06/06/2008 08:20:43





มาเอาที่ร้านได้เหมือนกัน ครับ  แวะมาอุ้มน้อง Clef ไปได้เลยจ้า ไปที่สาขาไหนก็ได้ ครับ เก็บใบเสร็จไว้ ด้วยนะจ๊ะ....อิ อิ อิ




  ความคิดเห็นที่ 46
  toom93 
  06/06/2008 23:21:31


เสี่ยกัมบุกเว็ปนี้เลยเหรอครับ 555 มาช่วยเชีร์ยสินค้าอีกแรง ผมใช้กับระบบ Home Thearter ภาพใส เสียงมีพลังมากๆ ครับ




  ความคิดเห็นที่ 47
  karnt 
  13/06/2008 09:55:57



แล้วตัว Duo Video มีขายที่ร้านเฮียรึเปล่าครับ แล้วราคาเท่าไหร่ ขอบคุณครับ



  ความคิดเห็นที่ 48
  karnt 
  13/06/2008 09:59:27



อ้อ เห็นตัว Duo Video แล้ว จริงๆ น่าจะมีแบบ 6/8 ที่มีช่อง Duo Video ด้วยนะครับ ถ้าจะสั่งแบบนั้น จะทำได้รึเปล่าครับ


แล้วก็อยากให้เปรียบเทียบระหว่างรุ่น Pro กับรุ่นปกติของ PowerBridge ด้วยครับ ว่าต่างกันอย่างไรบ้าง



  ความคิดเห็นที่ 49
  เบียส 
  13/06/2008 15:59:42





ได้ ครับ ได้ สั่งทำได้ ครับยังไงโทรมาคุยกับผมได้เลย ครับ 081-864-8924 ....อิ อิ อิ




  ความคิดเห็นที่ 50
  นายมั่นคง 
  13/06/2008 20:43:44





ความจริงนั้น Powerbridge 6 กับ Powerbridge 8 ก็เสียบ TV ในช่อง video ได้เหมือนกันครับ ใช้คุณภาพแบบเนื้อๆๆ ได้อยุ่แล้ว

แต่เจ้า Powerbridge DUO ทางผู้ผลิตเค้าว่าเพิ่ม Filter พิเศษลงไปครับ ซึ่งใครจะเน้นใช้ภาพก็ DUO ถ้าเสียงก็รุ่น 6 กับ 8 คร้าบบบบ



  ความคิดเห็นที่ 51
  clef-audio 
  17/06/2008 08:41:47


ท่านมั่นคงได้ Powerbridge 6 ตัวโมสุดๆ ....จาก Clef-Audio ไปตัวนี้ได้เปลี่ยนสายภายในเป็น FURUTECH 3T ที่ช่อง power amp
และใส่ filter Duo video ด้วย และใช้สาย PL400 ที่ช่อง video
หางปลา แบบ occ ชุบทอง 24k ครบสูตรเลยครับท่าน
ภาพ และ เสียง จะ up ไปอีกระดับครับ



  ความคิดเห็นที่ 52
  clef-audio 
  17/06/2008 08:52:27


ท่านมั่นคงได้ Powerbridge 6 ตัวโมสุดๆ ....จาก Clef-Audio ไปตัวนี้ได้เปลี่ยนสายภายในเป็น FURUTECH 3T ที่ช่อง power amp
และใส่ filter Duo video ด้วย และใช้สาย PL400 ที่ช่อง video
หางปลา แบบ occ ชุบทอง 24k ครบสูตรเลยครับท่าน สีจะอิ่ม ใส
noise ก็จะน้อยจนแทบไม่เห็น



  ความคิดเห็นที่ 53
  clef-audio 
  17/06/2008 08:52:32


ท่านมั่นคงได้ Powerbridge 6 ตัวโมสุดๆ ....จาก Clef-Audio ไปตัวนี้ได้เปลี่ยนสายภายในเป็น FURUTECH 3T ที่ช่อง power amp
และใส่ filter Duo video ด้วย และใช้สาย PL400 ที่ช่อง video
หางปลา แบบ occ ชุบทอง 24k ครบสูตรเลยครับท่าน สีจะอิ่ม ใส
noise ก็จะน้อยจนแทบไม่เห็น



  ความคิดเห็นที่ 54
  นายมั่นคง 
  17/06/2008 09:22:02





555 ท่านกัมปนาทครับ

รบกวนคร่าวๆๆ ว่า ช่องต่างๆๆ จะเสียบกันยังไง เพราะมีหลายท่านเหมือนกัน ที่เสียบไม่ถูกครับ คือนึกรักพี่เสียดายน้อง อยากจะเสียบมันทุกช่องไป

ถ้าเป็นไปได้ ขอวิธีการคร่าวๆๆ ในการใช้งานก็ดีครับ.......

555



  ความคิดเห็นที่ 55
  gokorat 
  18/06/2008 06:17:06


เรียนท่าน clef-audio,

อยากได้ Powerbridge 6 ตัวโมสุดๆมั่งอ่ะครับ ทำไมไม่ทำขายล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 56
  หนูอยากลอง 
  18/06/2008 10:05:23


มี 6 ปลั๊ก อย่างนี้ ผมเอา ปลั๊ก cd , amp , subwoofer เสียบเลยได้ป่ะครับ ไม่ค่อยมีความรุ้เรื่องนี้เลย ฟังแต่เดิมๆๆ

อีกคำถาม แฟน ฝากถามมาครับ ถ้าเอาปลั๊กหม้อข้าวเสียบ ข้าวจะสวยขึ้นหรือเปล่า ถ้าสวย แฟน ไฟเขียว ให้ซื้อเลย ไม่รู้มันประชดป่าวเนี่ย งง ๆๆ



  ความคิดเห็นที่ 57
  clef-audio 
  18/06/2008 12:06:47


อันนี้รับรองเสียบ Powerbridge 6 หุงข้าวสาร แล้ว ต้องได้ข้าวสวย..แน่ๆ ท่าน
ตัว โม ก็สั่งกับทางมั่นคงได้ครับ ที่ไม่ทำไว้เพราะ จะดูของเราแพงไปครับ
เหมาะกับท่านที่ต้องการอะไรที่สุดๆ ...ครับ
วิธีการใช้
1 -ช่อง power Amp เหมาะกับ Avr , Integrated , Sub woofer
2- ช่อง Analog filter เหมาะกับ Pre amp, Headphone Amp , turntable
3- ช่อง Digital video เหมาะกับ cd ,dvd , D/A , UBC
หมายเหตุสามารถ สั่งพิเศษ ตามความต้องการของผู้ใช้ได้เลย
เหมือนอาหารตาม สั่ง ครับจะเอาเสียงหนา หรือเน้น ใสๆ ชัดๆ สั่งได้
จะเน้นภาพ ก้อจัดให้ได้ครับ



  ความคิดเห็นที่ 58
  gokorat 
  18/06/2008 12:40:57


แล้วถ้าหัวปลั๊กไม่มีสายดินเช่น UBC หรือ DVD Player ของญี่ปุ่นจะแก้ไขอย่างไรครับ ภาพและเสียงถึงจะชัดใส

ขออภัยที่ต้องถามมาก อยากได้แต่ไม่มีความรู้อ่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 59
  นายมั่นคง 
  18/06/2008 12:54:14





หลายวันก่อน ภรรยาผมเอา powerbridge 6 ตัวที่โมแล้ว ของผมไปเสียบกับปลั๊กเตารีด......


แล้วยิ้มแกมเยาะว่า ต่อ powerbridge แล้วรีดผ้าเรียบจริงๆๆๆ



ผมเกือบจะบีบคอให้ตายคามืออยู่แล้ว.........(บีบคอตัวเอง 555)





เอ้า สงสัยอะไร จะโมแบบไหน สอบถามมาได้ครับ ทางผมจะรับจัดการให้จนเบ็ดเสร็จเรียบร้อยครับ แต่รุ่นปกติ ผมก็ว่ามันเจ๋งมากแล้วนะ แต่ถ้าใครจะโรคจิตเหมือนผม ก็ไม่ว่ากัน.....สั่งได้ทั้งนั้นครับ



  ความคิดเห็นที่ 60
  tee 
  25/06/2008 07:08:41


ไม่ทราบว่าที่พันธ์ทิพย์ มีขายหรือเปล่าครับ...




  ความคิดเห็นที่ 61
  นายมั่นคง 
  25/06/2008 08:50:45





มีจำหน่ายที่พันทิพย์ทั้ง 2 สาขาครับ แต่จะเอาให้ชัวร์ว่ามีรุ่นที่ต้องการ โทรเช็คก่อนนิดนึงครับ จะได้ไม่เปลืองเวลาจ้า.........



  ความคิดเห็นที่ 62
  OmoNemo 
  27/06/2008 19:21:20


ตัวนี้แจ๋วจริงครับผมใช้อยู่ 


ต่อกับจอคอมนี่สีเนียนเลยครับ


สำหรับheadphone amp นี่กำลังเพิ่มอย่างที่เฮียว่าครับไม่อั้น


หากใช้กับ DAC รายละเอียดและความนิ่งจะเพิ่มมากขึ้นครับ




  ความคิดเห็นที่ 63
  karnt 
  16/07/2008 00:59:14



พึ่งได้แวะมาอ่าน ตัวโม สุดๆ นี่มีของเลยรึเปล่าครับ จะได้แวะไปสอยเลย



  ความคิดเห็นที่ 64
  karnt 
  25/07/2008 13:06:48



จะเอาไปเสียบกับ

1. จอทีวี LCD 1 ตัว
2. UBC ตัวรับดาวเทียม
3. DVD

4. Integrate Amp
5. Sub woofer

6. เผื่อไว้

แบบนี้ ก็เอาตัว PowerBridge 6 ที่มี 3 ช่อง digital video, 2 ช่อง power amp กับ 1 ช่อง analogue filter ป่ะครับ

สำหรับตัวโมสุดๆ



  ความคิดเห็นที่ 65
  Sam 
  02/08/2008 17:10:43


Powerbridge 6 ตัวโมแล้วแบบเฮีย ราคาประมาณเท่าไหร่ครับ ต้องสั่งล่วงหน้าใช่ป่าว



  ความคิดเห็นที่ 66
  นายมั่นคง 
  03/08/2008 00:26:19





โทรหาเจ้าเบียสเลยครับ ราคาแน่ๆๆ เป๊ะๆๆ ผมไม่ทราบจริงๆๆ ครับ

แต่ตอนนี้ผมใช้มัน 2 ตัวเลย คือชุดนึงผมใช้กับเสียง ชุดนึงผมใช้กับภาพครับ

แต่ตัวของผมนี่ คิดว่าไม่ใช่โมสุดๆๆ นะครับ แต่แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วครับ 55



  ความคิดเห็นที่ 67
  karnt 
  21/08/2008 09:06:36


วันนี้กำลังจะได้ของแล้ว สำหรับตัวโมสุดๆ ขอบคุณเฮีย และคุณเบียสครับ



  ความคิดเห็นที่ 68
  เต้ 
  28/06/2010 18:51:33


ไม่ทราบว่า ต้ว powerbridge 8 ราคาเท่าไหร่ครับ
จิงๆๆเอาไปต่อกับชุด home กับ lcd

จำเป็นต้องโมหรือเปล่าคับ หรือ ซื้อปุ๊ปเสียบปั๊ปเลย


ขอราคาหน่อยนะครับ ไม่เกิน 10 วันจะหวดแล้ว



  ความคิดเห็นที่ 69
  AscoGenetic5 
  25/09/2010 23:58:58



Powerport 8 ใครใช้บ้างครับ เฮียรีวิวหน่อยได้หรือเปล่าครับ



  ความคิดเห็นที่ 70
  นายมั่นคง 
  26/09/2010 00:26:37



ผมเห็นแต่ของ ยังไม่ได้แกะมาดูเลยครับ แต่ดูจากหลักการแล้ว เป็นตัวกรองไฟ Budget ล่ะครับ คือราคาย่อมเยากว่า Powerbrige 8 อีกเป็นพัน

แต่ได้รูเ่ท่าๆๆ กัน คือใครอยากเสียบตรงไหนก็ได้ มีแบบเสียบพวกแอมป์ (ไม่อั้นในเรื่องน้ำเสียง) มีช่องเสียบพวก DAC พวก Souce รวมไปถึงโทรทัศน์ หรือจอ LCD ครบๆๆ

ผมคิดว่าตัวนี้คือตัวประหยัด ที่เซฟพวกตัวถังลงมา ส่วนด้านในอาจจะปรับให้ย่อมลงมานิดนึง แต่สวยดีครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 71
  wonderway 
  26/09/2010 09:06:38




http://www.clef-audio.com/01_PowerBRIDGE-8.pdf
รองเข้าไปอ่านดูนะครับ ถ้าใ่ช้ชุดนี้ผมก็ว่าไม่ผิดหวัง และสามารถที่จะอัฟเกรดภายในเพิ่มได้อีกจากโรงงาน แต่ถ้ายังไม่อยากอัฟภาพในก็รองเริ่มต้นจากการเปลี่ยนสายไฟ และ ฟิวล์ อาจจะทำให้ บุคลิกของเสียงและภาพเปลี่ยนได้ ราคาก็แล้วแต่เราจะจัดไป ถ้าใช้กับสาย Black - Sand
คงจะเทพมากเลย 5555+ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน มีงบก็จัดได้เลยครับคุ้มมากๆๆๆๆๆ



  ความคิดเห็นที่ 72
  Timberland Boots 
  27/09/2010 11:00:40


zn 2010-8-27 Timberland Boots have high-quality materials, generous and fashion design, simple and practical, so most people love it! for kids, we also release new style.exquisite, adorable and warm. trust us: timberland boots can give your baby a warm winter!
High-quality Timberland Shoes, wonderful services, reasonable prices,burberry scarf, we believe that our store is your best choice! if you are looking for a product with full service from our online store, Timberland Boots Sale, please purchase from the franchised store instead.
In the company’s flagship “outdoor” concept, Timeberland stress refers to nature and the vast outdoor space, whether on land, sky, water or the seabed.
Timberland’s outdoor product demand is people’s physical and psychological in nature to pursue happiness,Merry Christmas to Me! this is life in austin &, rather than measurable sport performance Timeberland UK . so for the extreme-type sports-related products, timberland hold reservations.
Timberland is also the image of masculine women, the market began to pay attention. women now account for footwear 12% of total turnover this year, in september will be in its Cheap Timberland Boots operated stores,Wear A Cotton Bandana To Create Your Own Style, franchise and partnership stores introduced the first Women Timberland Boots women’s series. if this year’s favorable response, in 2002 autumn and winter will continue to expand product content, and increase the distribution points. in addition, Timberland Boots For Men is also possible to consider the future development of children’s wear market.



  ความคิดเห็นที่ 73
  Ugg Bailey Button 
  27/09/2010 11:00:53


zn2010-9-27

Classic Cardy Ugg is a season, some shoes, for example: Sandals for summer clothing, winter is generally do not have to wear shoes or UGG Nightfall Boots , Classic Ugg Boots, and so on, for example: only in the winter only, if you put it out in the summer, when it comes to the big joke. So regardless of Uggs Boots or shoes to wear when you save to their maximum effect.Winter shoes and UGG Ultra Short Boots are the best of warm clothing, and a variety of fabrics for Ugg Classic Tall , snow boots to become the preferred girls winter fashion and health. For Ugg Bailey Button , boots are saved when you don't have boots deformation.






  ความคิดเห็นที่ 74
  Tanan 
  27/09/2010 13:10:07



เซ็งงงง .... ตอนแรกว่าจะเอา uDAC ตอนนี้ใจโอนแอน
แต่ดูท่าชุด Home ที่บ้าน 6 หัวคงไม่พอ



  ความคิดเห็นที่ 75
  Oak 
  12/03/2011 23:10:34


ตัวนี้ที่ DGW มีของอยู่มั้ยครับ



  ความคิดเห็นที่ 76
  artNapper 
  22/10/2011 11:51:59


อยากได้ตัวนี้อยู่พอดี แต่ปลั๊กแบบหัวกลมมันเสียบไม่ได้นี่สิ ทำไงดี



  ความคิดเห็นที่ 77
  Deaw^^ 
  29/11/2011 18:25:55



ถ้าผมเอารางปลั๊กมาต่อกับตัวClef audio Powerbridge 6 แล้วต่อเข้ากับอุปกรณ์อีกที(ในกรณีที่สายไม่ถึง) จะส่งผลต่อคุณภาพของไฟฟ้ามั้ยครับ



  ความคิดเห็นที่ 78
  Deaw^^ 
  29/11/2011 23:52:17



มีใครพอทราบบ้างมั้ยครับ



  ความคิดเห็นที่ 79
  นายมั่นคง 
  29/11/2011 23:59:13



มีผลบ้างครับ เพราะการเชื่อมต่อหลังจากผ่าน Powerbridge มันก็จะทำการกรอง noise ต่างๆ ออกไปรอบนึง

แต่ Noise และคลื่นต่างๆ มันก็จะไปเพิ่มใหม่จากที่เราเพิ่มจุดเชื่อมต่อที่มากขึ้น ซึ่งจริงๆ ไม่สมควรทำลักษณะนี้ครับ ผมว่าน่าจะต่อเครื่องใช้ ที่ต่องการใช้ ให้ต่อตรงกับเต้าเสียบเจ้า Powerbridge ให้ผลดีกว่าจ้าๆๆ



  ความคิดเห็นที่ 80
  Deaw^^ 
  30/11/2011 10:35:34



ขอบคุณครับ :)



  ความคิดเห็นที่ 81
  chkh 
  27/06/2012 11:26:27


ใช้กับระบบกล้องวงจรปิดได้มั้ยครับ บางครั้งกล้องมันก็มี noise เยอะมาก



  ความคิดเห็นที่ 82
  chinwgb 
  16/05/2013 21:05:48


ถ้าไม่ได้ต่อ กราวด์ การใช้ PB6 นี้จะมีผลเสียอะไรหรือเปล่าครับ อ่านจากหลายๆที่ เห็นว่าพวกเครื่องกรองไฟต้องการกราวด์

คือห้องที่อยู่เป็นตึกแถวชั้นบนหน่ะครับ ไม่น่าจะตอกลงดินได้ แล้วการใช้แบบไม่มีสายกราวด์นี้ จะให้ผลที่ดีกว่า ต่อตรงๆกับปลั๊กไฟหรือไม่ครับ



  ความคิดเห็นที่ 83
  นายมั่นคง 
  16/05/2013 21:12:04



การใส่กราวด์ทำให้กรณีที่เกิดไฟรั่วหรือไฟชอร์ต หรือฟ้าผ่า ทำให้เครื่องลดความเสี่ยงต่อการเสียหายครับ ในทางเครื่องเสียง การที่ใส่กราวด์ก็เหมือนกับมีที่ให้ขยะทางเสียงได้มีที่ระบายทิ้งนั่นเองครับ ถ้าไม่สะดวกจะใส่กราวด์ก็ใช้เท่าที่มีไปก่อนได้จ้าๆๆ ยังไงคุณภาพของปลั๊กและตัว filter ต่างๆ ก็เหนือกว่าต่อตรงจากปลั๊กไฟทั่วไปครับ



  ความคิดเห็นที่ 84
  HHHsung 
  17/05/2013 15:35:39


ผมใช้รุ่น PowerBridge 8 รู้สึกได้เลยครับว่าเสียงนิ่งขึ้น

แต่ไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะเสียงแหลมฟุ้งๆที่เคยมี มันหดหายหมด

ปล. ผมใช้ LCD-2 ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเสียงแหลมไม่มี พอใช่ตัวนี้เพิ่ม แหลมเหี่ยวหายหดหมดเลยครับ




ตอบกระทู้ :  
  ทดสอบ Clef Audio PowerBridge 6
รายละเอียด :   *
คุณสามารถใช้บริการฝากรูปฟรีได้ที่
ชื่อ :   *
อีเมล :  
 

* กรุณากรอกรหัสให้ถูกต้อง
ถ้าไม่ได้ล็อคอินจะโพสได้เฉพาะข้อความเองเน้อ และเมื่อยนิ้วกรอกรหัสนิดนึงจ้า