
2.ภาค USB DAC
ก่อนฟังใช้ ibasso D6
PC :
ทางฝั่ง PC หลังจากได้ลง Foobar200 และ ASIO เสียงออกมาทำได้ดีมากครับ โปร่ง Clear สะอาดชัดเจนขึ้น ตอนที่ผมฟังโดยไม่ได้เทียบกับ iBasso D6 ผมแทบหาข้อติไม่เจอเพราะเสียงมันค่อนข้าง Perfect เลยครับ
MacMini :
ส่วนของ MacMini ผมใช้ Program ชื่อ Vox เป็น Player หลักครับ เพราะมันสามารถที่จะฟังได้ทุก Format file ผมไม่ใช้ itune เพราะไม่รับรองบางไฟล์ครับ ในส่วนของคุณภาพเสียงที่ได้ก็คือ โปร่ง Clear สะอาดชัดเจน เช่นเดียวกันครับ แต่มีมากกว่านั้นก็คือ เบสที่มากขึ้น และเสียงกลางและสูงแหลมกว่าครับ (อันนี้ผมฟังจนแน่ใจครับ เพลงติดตั้ง 2 ครั้งฟังสลับไปมา) แทบหาข้อพิพาทไม่เจอเหมือนกันครับ
* หากหาข้อติไม่ได้ทีนี้ก็ต้องไปลองฟัง iBasso D6 กันละครับ และผลก็ดังคาดมีความแตกต่างเกิดขึ้นจริงๆ
หลังเสียบ iBasso D6 ด้วย USB เพื่อทดสอบภาค DAC
PC,MacMini ทั้ง 2 ระบบนี้ต่างได้เสียงที่คมชัด Clear สะอาด โปร่งและฟังได้สบาย อย่างที่ว่าจนฟังแล้วหาข้อติไม่ได้ แต่เมื่อได้ฟังผ่าน DAC ของ iBasso จะได้สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นจนรู้สึกได้ โดยเรียงลำดับที่ชัดๆก่อนครับนั้นก็คือ
- บรรยากาศของเพลงโดยรวม : อัลบั่มของ Celin dion และ Globus บ่งบอกข้อนี้ได้ชัดเจนอย่างมาก ปกติก่อนใช้ iBasso แม้เสียงจะดีอย่างที่กล่าว แต่จะฟังราบเรียบขาดมิติแม้จะโปร่งแต่ก็แห้งๆ image ของเสียงร้องหรือของเครื่องดนตรีเหมือนยังไม่เป็นธรรมชาติมากหรือปล่อยไม่ถึงสุด
เมื่อใช้ iBasso D6 บรรยากาศของเพลงโดยรวมมีมิติมากขึ้น อวบอิ่มมากขึ้น มีความสมจริงและเข้ากับบรรยากาศได้อีกอารมณ์หนึ่ง บรรยากาศมีมาเพิ่มเติมอีกหนึ่งก็คือความอลังการของเพลง เช่น Beauty and the beast วินาทีที่ 2.14 หรือ Globus : Preliator นั้น iBasso D6 ถ่ายทอดออกมาได้ดีกว่าเดิม
- เสียงกลางและเสียงนักร้อง : อย่างที่เคยเขียนตอน Headphone amp หากได้ฟัง iBasso D6 ตลอดแล้วลองกลับไปแบบปกติไม่ใช้ iBasso เสียงนักร้องนั้นโปร่งคมมากจนบาดหู สำหรับ iBasso D6 ให้เสียงนักร้องมีมวลมากขึ้นไม่แห้งแหลมโปร่งแบบแต่ก่อน ต้นเสียงจะหวานจนรู้ได้ เสียงสูงโปร่งและโดดเด่นมาก เสียงสูงไม่ฟุ้งไม่ขาด
-image ของเสียง : มีความชัดเจนมากขึ้น ผมใช้ Ultrasone Test CD ทดสอบเสียงเครื่องดนตรี ทั้งเครื่องดีดเครื่องสาย เครื่องเคาะกลองทั้งหลาย เสียงที่ออกมาดูมีความสมจริงขึ้น เสียงเปียโนต้นเสียงฟังดูมีน้ำหนักการกดเสียงมีประกายใสกังวาลกว่า แต่เสียงกลองนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นสุดๆของ iBasso ที่ดึง image ของกลองได้สมจริงขึ้นมากแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะหนักขึ้นแน่นขึ้นลึกขึ้นยังมีเสียงกระเดื่องกลองที่มากขึ้นด้วย
- เบส : ถือว่าเห็นผลทันตาทุกครั้งที่เสียบฟังครับ ไม่ว่าจะเพลง Trance เพลง classic หรือเพลงสากล เบสที่ได้ถือว่าดีกว่าเดิม มีหน้ำหนักแน่นนุ่มลึกขึ้นและครั้งนี้ผมได้ใช้ อัลบั่มของ Back eyed peas ที่มี Deep bass ลงลึกได้ชัดมากมาทดสอบ iBasso ได้ผลออกมามีเสียง Bass ที่ลงลึกกว่าและฟังดูนุ่มมีมวลกว่าปกติด้วยครับ แน่นอนหูฟังผมสั่นไม่เป็นท่าเลย
- เสียงไม่ทับซ้อนกันยังฟังแยกเสียงเป็นเอกเทศได้ดี : แม้เสียงเบสจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ไปบนบังเสียงกลางหรือย่านอื่นๆครับ นั้นก็คือไมไ่ด้ทำให้เพลงมีบรรยากาศหม่นหมองทึมๆหรือมีอะไรมาบดบังครับ ยังฟังได้โปร่งสบายแต่ได้บรรยากาศของเพลงที่มากขึ้น เสียงกลางเองก็เช่นกัน แม้จะเด่นโปร่งและหวานขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้เพลงฟังดูราบเรียบแห้งแบบแต่ก่อน การที่แยกเสียงออกมาได้ดีทำให้เกิดความสมดุล ดูมีสีสันชีวิตชีวาและอิ่มไปกับบรรยากาศของเพลงมากขึ้นครับ ที่แน่ก็คือความสมจริง เพลงที่อลังการก็ฟังได้เพราะขึ้นได้
- SoundStage : ในส่วนนี้ผมค่อนข้างเพ่งฟัง รู้สึกได้ว่าตอนไม่ใช้ iBasso เพลงจะมีความราบเรียบทุกเสียงดูกองมาเรียงกันในแถวเดียวกัน เหมือนนักร้องและเครื่องดนตรีอยู่ที่เดียวกัน (และเสียงนักร้องกับเครื่องดนตรีดูจะอยู่ไกลออกจากหูผมไปหน่อยด้วย) ส่วนของ iBasso นักร้องและเครื่องดนตรีดูวางเรียงแยกออกมาห่างกันเล็กน้อย ทำให้ฟังดูมีมิติมากขึ้นและที่สำคัญเหมือนได้ฟังเสียงนักร้องและทั้งวงใกล้ชิดขึ้น และรู้สึกห้องฟังเพลงมีความกว้างขึ้นเล็กน้อย *ส่วนนี้ใช้ความรุ้สึกส่วนตัวบางคนอาจเห็นต่างได้
สรุปโดยรวม
- Foobar+ASIO หรือ MacMini ก็ตามฟังปกติเสียงเพลงที่ได้ออกมาดีมากๆ ( จนคิดว่าไม่น่าจะมีข้อพิพาทใด)ครับ แต่ดูจะขาดมิติความสมจริงและบรยากาศของเพลงที่ดึงอารมณ์ขึ้น เมื่อเทียบกับการใช้ DAC ของ iBasso D6 ครับ
- ผลลัพท์ถือว่าพอใจครับ เพียงแต่ภาค DAC ยังต่างกับ HeadPhone amp ในเรื่องของการเร่งเสียงสุดครับ กล่าวคือ HeadPhone amp นั้น คุณสามารถที่จะบิด Volumn ที่ iBasso ได้จนสุดโดยเสียงไม่แตกครับ (ดังจนหูจะแตกแทน) แต่กับภาค USB DAC นั้นเพียงผมเร่ง Volumn ไปที่ 3นาฬิกากว่าๆก็เห็นผลเลยครับว่าเสียงแตกร่วนออกมาเลยครับ :-o คงเพราะไม่ได้ทำหน้าที่เป็น Amp ด้วยกระมัง
- ฟังเพลงได้อิ่มกว่า iPod Touch gen3 ครับ สงสัยไฟล์มันเป็นต้นฉบับด้วยครับ :-)
* ผลลัพท์ของบทความนี้ ผมเชื่อว่าอยู่ที่เครื่องเล่นและหูฟังของท่านด้วยครับ ซึ่งที่ผมเขียนทำได้เพียงบันทึกข้อแตกต่างต่างจากการที่ได้ใช้และไม่ได้ใช้ iBasso D6 กับเครื่องเท่าที่ผมมีเท่านั้น ส่วนตัวไม่มีโอกาสได้ลอง DAC-AMP รุ่นอื่นหรือค่ายอื่นๆที่แพงกว่าดีกว่านี้ครับ :-d หากท่านใดฟังของดีมานานอาจฟัง iBasso D6 นี้อาจจะมีข้อสรุปที่แตกต่างได้ครับ
* สุดท้ายก็ขอขอบคุณที่อ่านครับ ผิดพลาดเรื่องศัพท์ที่ใช้ หรือ สื่อความผิดช่วยแย้งช่วยติด้วยนะครับ เผื่อวันข้างหน้าได้ iTem ดีๆอะไรจะมาช่วยเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง ขอบคุณครับ :-D