เว็บ หูฟัง มั่นคง Gadget


นามแฝง : รหัสผ่าน :  
ตลอดกาล

[ หน้าหลัก ] | [ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]   



  รีวิววิธีอัพเกรดระบบไฟแบบชาวบ้าน ตอน...นอนฟังเครื่องไฟหัวใจมั่นสั่น กับ ปลั๊กผนัง Teslaplex
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:12






โห่ ฮิ้ว โห่ ฟังเสียงคนโห่ ใกล้ ใกล้ ............................นอนฟังเครื่องไฟหัวใจมันสั่นนนน

เปิดตัวด้วยเพลงของราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์กันก่อนเลยล่ะครับ ไอ้เรื่องเครื่องไฟ มันเป็นอะไรที่ทำให้ใจสั่นจริงๆ หลายคนใจสั่นเมื่อได้เล่นได้ลองของเล่นประเภทนี้ บางคนถึงขั้นใจเต้นแรงเมื่อได้ยินสำเนียงของพวกเครื่องไฟ..

วันนี้กลับมาอีกแล้วครับ รีิวิวติงต๊องแบบหาสาระไม่ค่อยได้ กลับมาตามเคยอีกแล้วครับท่าน วันนี้ผมจะหยิบเรื่องวิธีการวิธีหนึ่งที่ทำให้เครื่องเสียงสุดรักของท่าน เสียงดีขึ้นมาได้แบบเหลือเชื่อ และเป็นการจ่ายแบบย่อมเยา ราคาถูก ส่วนอ่านไปอ่านมา กลายเป็นจ่ายแพง อันนี้ตัวใครตัวมัน....55

ผมจะเขียนแบบชาวบ้านอ่าน หรือเขียนแบบที่เรียกว่าบ้าน บ้าน บางคนบอกทำไมถึงเขียนแบบบ้านๆ ทำไมไม่เขียนให้เป็นวิชาการหน่อยล่ะ ตอบง่ายๆ เขียนไม่เป็นนั่นเอง 555 เอาเป็นว่าเขียนอ่านกันเล่นๆๆ ขำๆๆ ก็แล้วกัน ส่วนจะได้สาระประโยชน์หรือไม่นั้น เดี๋่ยวค่อยลุ้นกันเอาเองครับ 555

เอ้า ไปกันเลยจ้า........






  ความคิดเห็นที่ 1
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:32






วันนี้เขียนเรื่องพวกระบบไฟ ผมเองเกรงว่าจะเป็นการขนมะพร้าวจากสวนไปขายโรงงานคั้นกะทิจริงๆ ครับ ถ้ามีข้อมูลตรงไหนผิดพลาด เพื่อนๆ ช่วยเขกกบาลคนนั่งข้างๆ แทนการเขกหัวผมก็แล้วกัน เรียกว่าทักกันเข้ามาด้วยเน้อ 555

ผมเองเอาดีกับเค้าไม่ค่อยได้ล่ะครับ เล่นพวกอุปกรณ์เหล่านี้มานานมากๆๆ แต่ไม่ไปถึงไหนซักกะที จนเมื่อวานนึกออกว่ามีสายไฟเส้นหนึ่งเก็บไว้อยู่ เป็นสายไฟแบบบ้านๆ ที่ผมทำใช้เองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เรียกว่าเป็นสายยาใจคนจนในยุคนั้นจริงๆๆ

เป็นสายฟูรูกาว่า ซึ่งยุคนั้นดังมากๆๆ เีรียกว่าน้องใหม่น้องเก่าในวงการยุคนั้น ต้องวิ่งไปซื้อสายตัวนี้มาเล่นกับเค้าล่ะครับ การเล่นอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสายไฟ เป็นอะไรที่สนุก และเป็นวิทยาศาตร์ล้วนๆๆ เอ้า นอกเรื่องอีกแล้ว เราเริ่มเลยดีกว่าจ้า 555




  ความคิดเห็นที่ 2
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:35






เอ้า เริ่มเลยครับ..........

การอัพเกรดระบบไฟให้กับเครื่องเสียงนั้นทำได้หลายๆๆ วิธี ตัวอย่างเช่น ซื้อเครื่องกรองไฟดีๆๆ มากรองพวกเสียงกวน พวกน๊อยซ์ แบบนี้ก็ได้ หรือจะเอาพวกสายไฟคุณภาพดีๆๆ เส้นเท่าข้อมือเด็กเปรต ก็ทำได้ หรือเปลี่ยนปลั๊กดีๆๆ ก็ยังทำได้อีก

แต่!! วิธีที่ย่อมเยาและได้ผลดีเกินคุ้มคือให้เดินสายไฟใหม่เข้ามาในจุดที่จะฟังเพลงล่ะครับ ส่วนมากเราจะเอาปลั๊กข้างฝาที่ช่างไฟเค้าทำให้ใช้กันสำเร็จรูป ซึ่งขนาดมันอาจจะเล็กไปหน่อย ไม่สะใจเรา และไม่สะใจเมียเราว่างั้น

ขั้นแรกเองไปมองหาแผงไฟใหญ่ในบ้าน และให้ไปหาช่างไฟที่ไม่ดื้อ และไม่เถียงเรามา 1 คน แล้วจูงมือไปที่แผงไฟ แล้วถามช่างว่า ช่วยจั๊มสายไฟจากตู้เมนไปในห้องให้หน่อย ถ้าช่างไฟคนนั้นดื้อ ให้ไล่เตะไป แล้วไปหาช่างที่ไม่ดื้อมาเดินสายไฟให้ 555




  ความคิดเห็นที่ 3
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:39






หลังจากเจอตู้ จะพบว่าบางตู้สามารถเดินสายไฟออกมาจากแผงใหญ่ได้เลย แบบนี้กล้วยน้ำว้าครับ แค่ช่างเดินไฟเส้นใหม่ผ่านเบรคเกอร์ออกมาให้เรา แค่นี้ก็สบายบรื๋อแล้ว เรียกว่าไม่ต้องทำอะไรมากมายนัก สตางค์ก็ยังอยู่เกือบครบๆๆ

แต่ถ้าอยากทำเก๋ ด้วยการใช้เบรคเกอร์ที่สามารถอัพเกรดเป็นเบรคเกอร์สำหรับ audio ได้ในอนาคต (ทรงมันจะเหมือนกัน) ผมแนะำนำให้ไปเดินหาซื้อแถวสี่แยกวัดตึกครับ จะมีเบรคเกอร์ที่หน้าตาพอเป็นพระเอกหนังได้ ยี่ห้อที่แนะนำคือ Siemens ครับ สนนราคา น่าจะราวๆๆ 120-130 บาท

และให้เลือกเบรคเกอร์ขนาดใหญ่ไว้หน่อย เืผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด คือเลือกขนาด 30A เผื่อโตว่างั้น ส่วนใครโตจนหมาเลียก้นไม่ถึงก็ให้เลือกแบบ 30A ก็แล้วกันนะครับ วันนั้นผมแสดงเจตนารมณ์กับช่างไฟว่าต้องการเดินสายไฟขนาดใหญ่ 2 เส้น โดยให้ผ่านเบรคเกอร์ 2 ตัว ตามรูปล่ะจ้า



  ความคิดเห็นที่ 4
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:42






ได้แล้ว ช่างไฟเข้าใจจินตนาการของเราแล้ว ขั้นตอนต่อไปให้ไปเลือกซื้อสายไฟเส้นโตๆๆ สายไฟเส้นที่เราเห็นภายในบ้านตามผนัง ถ้าแงะออกมาก็จะเป็นขนาดเบอร์ 2.5 สแควร์มิลล่ะครับ ซึ่งเล็กไปหน่อยสำหรับคนที่มีเครื่องนู่น เครื่องนี่เต็มไปหมด

ผมให้ช่างเลือกสายไฟยี่ห้อไทยยาซากิ เบอร์ 6 สแควร์มิลมาใช้ โดยเดินเข้ามาสองเส้นถึงในห้องนอนล่ะครับ สายเบอร์ 6 นี่ว่ากันว่าใหญ่ขนาดติดแอร์ได้เป็นตันๆๆ เพราะฉะนั้นหมดห่วงกับพวกแอมป์เครื่องเสียงบ้าน หรือพวกเฮดโฟนแอมป์ตัวกะเปี๊ยก เรียกว่ารับมือได้หมด

ใช้ยี่ห้ออื่นได้ไม๊ ผมว่าได้เหมือนๆๆกันล่ะ แต่ถ้าจะเลือกยี่ห้อไทยยาซากิ ถือว่าเปลืองอีกหน่อย แต่น่าจะอร่อยกว่าเยอะ ทองแดงมันน่าจะดีกว่าเกรดทั่วไปหน่อยนึง ส่วนท่านใดที่มีบุญญาธิการ จะใช้เกรดออดิโอเมตรละ 20000 อันนี้ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 5
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:46






วันนั้นผมบอกช่างไฟเจ้าประำจำว่า ตอนเรียงสายไฟ ให้เรียงตามตัวอักษร คือหัวแถวให้อยู่ใกล้กับแผงไฟ ส่วนท้ายตัวอักษร ให้เรียงไปทางปลั๊ก (ดูรูป) ช่างไฟมองหน้า เกาหัวแกร๊กๆๆ ถามผมว่าทำเพื่ออะไร ทำไมต้องทำแบบนี้ ?? ผมบอกเออน่า ทำๆๆไปเหอะ เรื่องกู 555

จริงๆๆ แล้วมันไม่มีอะไรมากหรอกครับ การเรียงสายไฟให้ไปทางเดียวกันทั้งชุด ก็ประมาณว่าเวลาเค้ารีดสายไฟ มันจะมีทิศทางในการรีดสายว่าทางไหนเป็นต้นทางที่รีดออกจากเครื่องจักรที่ผลิต ทองแดงที่รีดอาจจะไม่เหมือนกันในทางขาไปและขากลับ เค้าก็เลยเลือกให้มันเหมือนๆๆ กัน

ส่วนผมนั้นเลือกให้มันไปทางเดียวกัน เพราะคิดว่าดูแล้วเท่ดี ยังไงก็ดีกว่าดีกว่าให้มันเลื้อยกันไปคนละทางล่ะครับ สูตรแบบนี้ให้ใช้กับสายไฟทุกชนิด คือเลือกว่าจะให้ทางไหนเป็นหัว ทางไหนเป็นหาง ก็เลือกไปซะทางเดียวกันให้หมด เพื่อความสบายใจของคนจ่ายตังค์ว่างั้น 555



  ความคิดเห็นที่ 6
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:49






คราวนี้ก็มาถึงสายกราวด์ครับ เราให้ช่างเค้าเดินสายกราวด์ให้เราด้วย ช่างก็จะไปซื้อแท่งกราวด์มาให้เรา แท่งนึงยาว 180 ซม. เป็นทองแดงสวยงามดีมาก เส้นละร้อยกว่าบาทล่ะครับ ซื้อแล้วก็ให้ช่างเป็นคนตอก หรือถ้าอยากตอกเองก็ลุยเลย หรือถ้าไม่อยากตอกเอง แต่อยากตาย ก็ให้เมียเป็นคนตอก 555

ทองแดงที่ทำแท่งกราวด์มีประโยชน์ครับ พอเราเดินสายกราวด์เรียบร้อย ไฟที่รั่วลงเครื่องเรา มันจะวิ่งไหลไปลงดินเลย ไม่ไหลวนเวียนอยู่ในเครื่องให้เป็นที่รำคาญใจอย่างแน่นอนครับ ถามว่าการต่อสายดินทำให้เสียงดีขึ้นไม๊ ผมว่าถ้าไฟส่วนเกินมันวิ่งลงดิน วงจรมันน่าจะทำงานได้เสถียรขึ้นนั่นแล........

อีกอย่างปลอดภัยดีครับ บ้านใครดูทีวีเวลาฝนฟ้าตกหนักๆๆ ไม่ต้องเสียวสันหลังวูบๆๆ ว่าทีวีตัวละแสนกว่า ฟ้าจะผ่าผ่านจานดาวเทียมวิ่งเข้าโทรทัศน์หรือเปล่า ถ้าตอกแล้วก็จะสบายใจ สบายเนื้อสบายตัวว่างั้น 555



  ความคิดเห็นที่ 7
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:52






เย้ๆๆๆๆ หลังจากที่ช่างไฟได้เดินสายไฟเส้นโตๆๆ เบอร์ 6 เข้ามาให้เราแล้ว คราวนี้ก็เตรียมเฮได้แล้วครับ ให้ช่างไฟเป็นคนขันสายไฟเข้ากับตัวปลั๊กให้เรา ใครทำไม่เป็นไม่แนะนำให้ทำเองครับ แต่แนะนำให้คนอื่นหรือช่างเป็นคนทำ เพราะของพรรค์นี้มันตายแทนกันไม่ได้ แต่เสียสตางค์จ้างช่างเค้าทำได้ 555

ให้ไปเลือกซื้อปลั๊กมารอไว้ครับ ตอนนี้เราลงทุนไปพันกว่าสองพันบาทแล้ว จะเห็นได้ว่าจ่ายไปเท่าไหร่ แต่ทำท่าจะได้เล่นอะไรใหม่ๆๆ กับเค้าแล้วครับ ขั้นตอนต่อไปคือให้ไปเลือกซื้อปลั๊กหน้าตาคล้ายๆ แบบนี้ล่ะครับ ไม่ต้องแพงนัก โดยไปแถวสี่แยกวัดตึกอีกนั่นล่ะครับ

ไปหาซื้อปลั๊กเกรดดีหน่อย ตัวละ 150-400 บาท บอกเ้ค้าว่าเอาพวกเกรดโรงพยาบาล หรือ Hospital Grade เพราะว่าเหล็กและทองเหลืองด้านในที่หนีบปลั๊กตัวผู้ มันจะหนาและทนทานกว่า จ่ายตรงนี้ 500-600 บาท ถือว่าอีกนิดเดียว งานนี่้ไม่ต้องฆ่าควายเสียดายไม้ตีพริกกันเลยล่ะ 555

อย่าลืมดูรูปด้วยครับ บางทีเจอช่างไฟซื่อบื้อ มักจะวางตำแหน่งกลับขั้วไฟมาให้เรา ให้สังเกตุว่าขั้วไฟที่เป็นขั้วบวก ให้ใช้ไขควงไฟวัด มันจะมีไฟโชว์ขึ้นทุกครั้งที่วัด ถ้าใครบอกบ้านไม่มีไขควงล่ะ อนุญาตให้ใช้ลิ้นลองแตะๆๆ ดูก็ไม่ผิดกติกาจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 8
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:56






คราวนี้ก็สนุกสนานล่ะครับ ห้องนอนใครห้องนอนมัน หรือห้องฟังใครห้องฟังมัน ห้องนอนผมค่อนข้างจะซอมซ่อหน่อย ฝาผนังเป็นแผ่นยิบซั่มฉาบเรียบ มันเลยเหมาะให้ผมวางโครงการปลั๊กไฟบ้าบอได้สะดวกโยธินขึ้นมาอีกหน่อย

ส่วนท่านที่กั้นห้องเป็นปูน ช่างเค้าวางให้ท่านได้เองล่ะครับ ขอให้จ่ายตังค์ว่างั้น ผมเดินสายไฟเบอร์ 6 จั๊มพ์จากแผงไฟใหญ่เข้ามา 2 เส้น แล้วแต่ละเส้นผมแยกออกไปเข้าปลั๊กผนังอีกเส้นละ 2 ตัว 2 ยี่ห้อ รวมเป็นเสียบได้ 8 ช่อง

ผมได้ปลั๊กผนังไว้ทดลองเสียบนอนฟังเล่นๆๆ 4 ยี่ห้อพร้อมกัน เรียกว่ามีปลั๊กไฟให้ปรับแต่งได้ง่ายๆ แค่ดึงออกจากตัวนั้นมาเสียบเข้าตัวนี้ และสามารถทดสอบอุปกรณ์ได้ง่ายสุดๆๆ งานนี้ไม่ต้องขออนุญาตเมีย ถ้าเมียใครรำคาญตา ขอให้บอกเมียจงหลับตาเถิด......555



  ความคิดเห็นที่ 9
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:07:59






นี่ไง นี่ไง เริ่ดไปเลย ผมเจาะรูผนังจนพรุนไปหมด เพื่อเวลาจูนเสียงเครื่องจะได้ง่ายดายขึ้น ผมวางตู้ไว้กลางห้องนอน แล้วเอาเครื่องหันหน้าเข้าเตียง แต่หันตูดออกไปอีกทาง เวลาดึกๆๆ นอนฟังเพลงเพลินๆๆ อยู่ นึกอยากจะเปลี่ยนปลั๊กผนังตัวไหนก็ทำได้ทันที

หลังจากที่ท่านให้ช่างเดินไฟมาเข้าห้องนอนแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นปลั๊กผนังราคาแพงอะไรมากมายนักครับ แต่อย่าให้ถึงขั้นกระจอกจนเกินไปผมก็ว่าโอเคแล้วล่ะครับ อย่างที่บอกไว้ เอาปลั๊กผนังเกรดโรงพยาบาลก็พอ เรียกว่าไม่ลงทุนมากนัก แต่ฟังออกชัดเจน

เย้ๆๆๆๆ ช่างเดินเสร็จแล้ว บ้านใครบ้านมันล่ะคราวนี้ สายไฟธรรมดาๆๆ เส้นโตๆๆ ขนาดเบอร์ 6 กับปลั๊กผนังระดับ 2-300 ร้อยบาท รับรองว่าฟังดีขึ้นทันตาเห็น เบสลูกโตขึ้น ไดนามิกต่างๆ แรงขึ้น ฟังแล้วเรี่ยวแรงมากขึ้นในทันทีเลยจ้า........



  ความคิดเห็นที่ 10
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:03






หลังจากที่ท่านได้ทำตามที่ผมแนะนำไว้ ตอนนี้ท่านหมดเปลืองสตางค์ไปอย่างมากน่าจะไม่เกิน 2-3000 บาท (รวมค่าแรงช่างไฟ) แคนี้เป็นอันจบพิธีแล้วครับ ให้ทดลองต่อแอมป์ หรือ DAC เข้าตรงๆๆ ได้เลย คุณภาพดีขึ้นทันตาเห็นในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า

หลักการกล้วยๆ คือสายไฟที่เส้นโตๆ มันจ่ายกระแสได้มากกว่าเส้นเล็กๆ เท่าตัวพยาธิ เรียกว่าเส้นใหญ่กว่าได้เปรียบมากกว่าจริงๆๆ การต่ออุปกรณ์ต่างๆ ลงไปจากไฟที่เดินตรงจากแผง ไม่ได้ต่อย่อยมาจากจุดอื่น ทำให้กำลังไฟมาเต็มๆ ผลที่ได้คือความมั่นใจ

คราวนี้ท่านก็จะเสียบอะไรท่านก็เสียบไป ใครมีสายไฟดีก็ใช้ไป ใครยังไม่มีก็ไม่ต้องสนใจ ใช้เดิมๆๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ครับ การอัพเกรดระบบไฟโดยการเดินสายไฟเส้นโตใหม่ ผมใ้ห้คะแนนความคุ้มค่าสูงกว่าการเปลี่ยนหัวปลั๊กดีๆ หรือสายไฟดีๆๆ อีกล่ะจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 11
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:06






หลังจากที่ทำเป็นเล่านู่น เล่านี่ ก็ถึงเวลาขายของอีกแล้ว จ๊ากๆๆๆๆๆ ปลั๊กนั้นมันมีหลากหลายคาแรคเตอร์ครับ บางตัวเสียงทุ่มนุ่มเนื้อหนา บางตัวเสียงดุดัน สูบฉีดซู่ซ่า ปลั๊กผนังบางตัวเสียงหวานใส เนียน แต่อ่อนเรื่องไดนามิก บางตัวหมดไอเดีย คือไม่เด่นเลยซักทาง

ซึ่งผมไปเจอว่ามีปลั๊กผนังอยู่ 1 ยีห้อที่ฝรั่งเมืองนอกเมืองนาเค้าเล่นกันเงียบๆ มาเป็นปีๆๆ แล้ว แต่ผมเพิ่งเจอว่างั้น มันเป็นปลั๊กผนังสีแดงอมส้ม และผมเห็นมันติดและถูกใช้กับเครื่องกรองไฟระดับแสนกว่าสองแสนบาท

ชาตินี้ไม่มีปัญญาซื้อทั้งตัวไม่เป็นไร ลองแค่ปลั๊กอย่างเดียวก็ได้ ชาติหน้ามีจริงขอมีบุญซื้อได้ทั้งเครื่องกับเค้าละกัน หลังจากร้องไห้น้อยใจในวาสนา ผมก็ลองซื้อปลั๊กมาทดลองเล่นๆ ก่อน 1 ตัว ยี่ห้อ Teslaplex ล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 12
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:09






เจ้าปลั๊กผนังยี่ห้อ Teslaplex นั้น ผลิตโดยโรงงาน Leviton ผมเห็นกล่องก็รู้สึกหวั่นไหวหน่อยๆๆ เพราะมันคล้ายๆๆ กล่องใส่ครีมโกนหนวดนี่นา แต่พอแกะกล่องออกมา อ้าวเฮ้ย ทำไมมันดูกระจ๋องหงอดขนาดนี้ คือมันดูผอมๆ ไม่กล้ามใหญ่บึกบึนเหมือนปลั๊กผนังแบรนด์อื่นๆๆ

มองยังไงก็เหมือนปลั๊กตัวละร้อยกว่าบาท แต่เอาน่าถ้างานนี้ฝรั่งจะหลอกก็ต้องยอมมันล่ะ เพราะว่าเท่าที่ผมอ่านหลักการของเค้า อารมณ์ประมาณว่า ปลั๊กผนังทุกยี่ห้อในท้องตลาดมักจะเอาไปทำกระบวนการ Cryogenic กันทั้งหมด แต่เจ้านี้ประหลาดกว่าเพื่อน ใช้วิธี Quantum Tunneling ครับ

อธิบายแบบทางฟิสิกส์ไม่ถูกล่ะครับ เอาเป็นว่าเจ้าอื่นใช้วิธีแช่แข็งให้เย็นเจี๊ยบด้วยการ Cryo แต่เจ้า Teslaplex สวนกระแสด้วยการจี้ด้วยไฟฟ้าให้ไหลผ่านด้วยโวลต์สูงๆๆๆ ด้วยวิธี Quantum เรียกว่าเจ้าอื่นๆๆ แช่เย็น แต่เจ้านี้เล่นแบบแช่ร้อนกันล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 13
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:13






เสียงล่ะเป็นไง???? อันนี้ต้องบอกว่า ใครที่ต้องการหาปลั๊กผนังที่มาเติมเบส เติมแหลม ขอให้เลิกคิดถึงเจ้าปลั๊กผนังตัวนี้ได้เลยล่ะครับ เพราะมันไม่ใช่ปลั๊กผนังที่ให้เสียงใดเสียงหนึ่งออกมาชัดเจน จนโน้วน้าวซิสเต็มทั้งหมดของท่านไปทางนั้น

แต่เจ้า Teslaplex นั้น เป็นปลั๊กผนังที่เก่งเรื่องความเป็นกลาง เสียงธรรมชาติ Neutral สูงมากๆๆ ความเป็น 3D สูง คือเท่าทีผมลองฟังสลับกับอันอื่น บางทีการฟังปลั๊กตัวอื่นๆ มานานๆ พอมาเสียบกับเ้จ้า Teslaplex ในแว่บแรก จะรู้สึกว่าดนตรีเล่นช้าลงนิดนึง พอฟังไปนานๆขึนอีก ไอ้ที่เราเข้าใจว่าช้า จริงๆ แล้วปลั๊กตัวเก่าที่เสียบมันเร็วต่างหากล่ะ.......

Teslaplex นั้นเก่งเรื่องความโปร่งใส ช่องไฟ ใครฟังแล้วไม่มีช่องอากาศตั้งแต่นาทีแรกที่ฟัง ให้ถือว่าโดนผมหลอกก็แล้วกัน 555 จุดเด่นผมว่ามันอยู่ตรงความใส โปร่ง และเสียงธรรมชาติมากๆๆ ไดนามิกแรงแบบสมจริง ไม่เกินจริง ใครเบื่อปลั๊กที่แต่งสีสัน ลองทดสอบตัวนี้แล้วคุณจะร้องอู้วววว 555



  ความคิดเห็นที่ 14
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:20






เอ้าต่อกันไปเรื่ือยๆๆ ครับ หลังจากท่านเดินสายไฟใหม่แล้ว และได้ติดตั้งปลั๊กผนังใหม่แล้ว และก็ได้จ่ายเงินค่าแรงให้ช่างไฟแล้ว ถือเป็นอันเสร็จพิธี ใครขี้เกียจจ่ายตังค์อีก ขอให้หยุดตรงนี้เลยครับ อย่าไปต่อเป็นอันขาด เพราะเท่าที่จ่ายไปตามที่ผมเล่า ถือว่าดีสุด คุ้มสุด แต่หลังจากนี้ไปความคุ้มจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆๆล่ะ

แล้วก็มาพูดถึงการอัพเกรดอีกวิธีที่คุ้มค่าเหมือนกัน ก็คือการหาเครื่องกรองไฟราคากลางๆ มาใช้ซักตัว พวกนี้กรองไฟ กรองน๊อยส์ ได้ผลดีครับ ไม่ต้องกลัวว่าเสียงจะอั้นอะไรมากมายนัก อย่าง Powerbridge ของ Clef Audio ก็ให้ผลได้ดีครับ เรียกว่ากรองเสียงให้สะอาดขึ้น สงัดขึ้น แต่จ่ายแค่หลักพันเท่านั้น

พวกเครื่องกรองอาจจะมีอาการอั้นสำหรับซิสเต็มที่ใช้กระแสมากๆ แต่กลับชุดพวกเฮดโฟนแอมป์ ผมถือว่ากินไฟกินกระแสไม่มาก แค่เครื่องกรองไฟตัวเดียวก็เหลือเฟือแล้วครับ และอย่าลืมว่าเรายังมีทีเด็ดอีกคือ เราสามารถเอาปลั๊กต่อตรงเข้ากับผนังได้ทันทีถ้าใจต้องการว่างั้น 555



  ความคิดเห็นที่ 15
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:25






หลังจากบางท่านหน้ามืด และตัดสินใจว่าตายเป็นตาย จะตีกับเมียให้รู้แพ้รู้ชนะเรื่องขนเครื่องไฟเข้าบ้าน ก็เชิญท่านทำต่อไปก็แล้วกัน มันก็ยังมีอีกหลายทางให้อัพเกรด เดินสายไฟจากผนังแล้ว หาเครื่องกรองไฟแล้ว เปลี่ยนสายไฟดีๆ แล้ว ก็มีเรื่องให้อัพเกรดได้อีก

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปเห็นโครงการทำอลูมิเนียมขุด ขุดคือการเอาอลูมิเนียมเป็นก้อนๆ มาขุด ขุดเป็นหลุมแบบสุสานฟาโรห์ หรือสุสานจิ๋นซีกันเลยทีเดียวล่ะครับ http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=5357.0 อันนี้เป็นเว็บเพื่อนบ้าน TAC หรือเว็บ Thai audio Club ของพี่เขียง เพื่อนรักนับถือคนหนึ่งกันล่ะครับ

ผมเห็นอลูมิเนียมเป็นก้อนๆ และขุดเป็นหลุมลงไปแบบสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้แล้วทึ่งมาก เพราะเอาง่ายๆ จับไปเทียบกับของนอกก้อนละเกือบแสนพร้อมปลั๊ก กับขุดเองในไทยไม่มีปลั๊ก แต่ราคา 6-7000 พันบาท หรือถ้ารวมปลั๊ก อย่างดีก็หมื่นกว่า เอ๊ะ ช่างน่าสนยังไงชอบกล 555

ลองอ่านข้อมูลก่อนครับ ผมเองเมื่อวานบังเอิญได้เดโมที่ติดตั้งปลั๊กผนังลงไปเรียบร้อยแบบพร้อมลอง ก็เลยกลายเป็นว่าเมื่อคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน กลายเป็นนอนฟังเครื่องไฟตลอดคืนยันเช้า ซึ่งถือว่าเป็นบุญหูที่ผมได้มีโอกาสได้ทดลองและได้ลงพร้อมกับรีวิวปลั๊กผนัง Teslaplex ไปในตัวล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 16
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:29






ต้องบอกก่อนว่า ผมทดสอบในช่วงดึกๆๆ เีรียกว่าทดสอบแบบนอนฟัง โดยใช้ปลั๊กผนังยี่ห้อเดียวกับที่ใส่ในตัวบล็อกจิ๋นซี มีตัวแปรหลายตัวที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิเช่น อายุการเบิร์นของปลั๊ก สายไฟที่เสียบเข้ากับบล็อกจิ๋นซี รวมถึงพวกอุปกรณ์หัวปลั๊ก และสายเดินภายใน ซึ่งพวกรายละเอียดเหล่านี้มีผลทั้งสิ้น

เท่าที่ทดสอบเล่นๆ การต่อสายไฟจากบล็อกอลูมิเนียมที่ขุดเป็นหลุมนี้ อันดับแรกเลยคือ Stage ที่ผมคิดว่ามันลึกกระเถิบเข้าไป และขนาดของวงที่กว้างขึ้น เสียงไม่ได้เปลี่ยนไปในทิศทางใดครับ คือคาแรคเตอร์เดิมๆๆ เป็นไง มันก็ให้คาแรคเตอร์เดิมๆๆ ของปลั๊กนั้นๆ กันล่ะ เรียกว่าใครอยากได้ไปเพื่อเปลี่ยนเสียง อยากได้ทุ้ม อยากได้แหลม ถือว่าไม่ใช่งานของมันล่ะครับ

ของเล่นแบบนี้ต้องอัญเชิญมันมาเพื่อชดเชยปมด้อยในชุดของเราต่างหาก ผมว่าขนาดวงนี่ดีขึ้นจริงๆ ความนิ่งของโฟกัสตำแหน่งนี่ก็ได้เพิ่มขึ้น เท่าที่ลองไล่วนเสียบหมดกับทุกๆๆ ตัว ผมว่ามันทำให้ดนตรีที่ฟุ้งกระจาย เจี๊ยวจ๊าว เชื่องลงได้ ใครชอบความสุขุม คัมภีรภาพ น่าจะหาได้จากบล็อกจิ๋นซีไม่ยากนัก

มันเป็นเหมือนเกราะกำบังพวกคลื่นวิทยุ RF หรือคลื่นอะไรก็แล้วแต่ไม่ใ้ห้มากร้ำกรายปลั๊กผนังแสนรัก เรียกว่าเป็นการสร้างบ้านหลังย่อมๆๆ ให้กับปลั๊ก ไม่มีอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคหรือฟิลเตอร์ เรียกว่าเป็นมวยคาดเชือก ต่อยกันแบบจะๆ ไม่อาศัยนวมหรือตัวช่วยอื่น ทุกอย่้างขึ้นกับปลั๊กผนัง ตัวเ้ต้ารับ IEC ตัวสายไฟที่ใช้เดินภายใน ฯลฯ

เจ้าบล็อคจิ๋นซีนั้น ทำมาแข่งกับของนอก ในราคาเยาว์กว่า 7-8 เท่าตัว ใครที่เป็นระดับซีเรียสออดิโอไฟล์ยากจะหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กันจริงๆๆ ครับ เพราะถ้าเล่นกันเชิงลึกขนาดนี้ ต้องเรียกว่าเป็นความสะใจส่วนตัวกันไปเลย ข้อดีมีเยอะ แต่ข้อเสียคือต้องทำเรื่องอนุมัติวุ่นวายหน่อยเท่านั้น.....

เอาเป็นว่าแย็บๆ แค่นี้ก่อนครับ ถ้าจะเอาให้ลึก ต้องรอพี่ๆ เืพื่อนๆ ฟากเครื่องเสียงบ้านเค้าเป็นผู้ทดสอบกันเอง และรออ่านรายงานเข้มข้นจากเว็บ TAC กันได้ล่ะครับ งานนี้น่าจะมีการโมดิฟายด์ภายในกันวุ่นวายไปหมด เรียกว่าใครมีทีเด็ดอะไร ผมคงต้องตามไปลอกการบ้านกับเค้าด้วยคน 555



  ความคิดเห็นที่ 17
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 14:08:33






ท่อนจบล่ะครับ ตอนแรกว่าจะพิมพ์แค่ 10 ช่อง แต่ไหงกลายเป็นเยอะขนาดนี้ก็ไม่รู้ สรุปว่า การอัพเกรดระบบไฟนั้นได้ผลดี และได้ผลจริงๆ ครับ ดีขึ้นได้ทันตาเห็น ใครที่อยากทำแต่ไม่มีไอเดีย ลองอ่านไปเล่นๆ อาจจะได้อะไรกลับมาบ้าง หรือเสียอะไรออกไปอันนี้ก็ตอบยากจริงๆๆ 555

- เดินสายไฟ เบอร์ 6 ตรงมาจากผนัง
- ใช้เบรคเกอร์ขนาด 30A หรือ 20A
- เดินสายดินให้ครบถ้วน
- เลือกปลั๊กผนังคุณภาพ Hospital Grade

จ่ายเท่านี้ถือว่าให้ผลดีและคุ้มค่าที่สุดจริงๆ ครับ เพราะเลยจากจุดนี้ไป มันจะเริ่มกลายเป็นการจ่ายมากแต่ได้กลับมาไม่มาก ซึ่งอยู่ที่ดุลพินิจของคนเล่นว่าจะชอบซักขนาดไหนกันล่ะ การเลือกใช้สายไฟกับชุดเฮดโฟนแอมป์นี่ก็เกี่ยวนะครับ

จากเท่าทีผมเคยลอง สายไฟจากค่ายเดียวกัน บางทีเส้นโตกว่า รุ่นใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเมื่อมาเล่นกับชุด Headphone amp หรือ DAC สายบางเส้นถูกออกแบบมาเพื่อบางงาน บางอุปกรณ์ การต้องการกระแสที่ไม่เท่ากัน การเลือกสายไฟให้ตรงกับอุปกรณ์ของเราที่สุดคือความถูกต้องที่สุด

ปลั๊กผนังไม่ได้หมายความว่าที่ผมแนะนำคือดีสุดเน้อ เพียงแต่ใครชอบสไตล์ไหนก็เลือกอันนั้นล่ะครับ ใครชอบกินหวาน ใครชอบกินเค็ม เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องมีกรรมมาค้นคว้า ค้นหาแบบผมนี่ล่ะครับ 5555

คืนนี้ไม่รู้ว่าจะมีแรงนอนฟังเครื่องไฟต่ออีกหรือเปล่า.............


ขอได้รับความขอบคุณครับผม


มั่นคงจ้า



  ความคิดเห็นที่ 18
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 16:43:35



จบแล้วจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 19
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 16:51:12



แหมพาผมลุ้นตั้งนาน 555



  ความคิดเห็นที่ 20
  llSilveRll 
  07/09/2010 16:55:00



อ่านเพลินดีครับ



  ความคิดเห็นที่ 21
  Mr.Burst 
  07/09/2010 17:09:24



มันทำให้ค่าไฟขึ้นไปอีกป่าวครับ..เปลี่ยนสายไฟเส้นใหญ่ขึ้นเนี่ย



  ความคิดเห็นที่ 22
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 17:18:42



ขึ้นแน่นอนครับพี่ Burst ขึ้นตอนนอนฟังยันเช้านี่หละครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 23
  jo..1234 
  07/09/2010 17:20:57



อะไรๆทำท่าว่าจะแจ่ม ก็ต้องมาฮากับฝีมือเจาะรูเข้าปลั๊กไฟนี่แหละ

เฮียไปจ้างเขาทำ หรือทำเองแล้วไม่เนียน เลยโทษช่าง5555

ฝีมือสอบตกนะนั่น ตรวจรับผ่านอีกต่างหาก

สรุปให้มองที่ เอ๊าท์พุท ว่างั้น 5555




  ความคิดเห็นที่ 24
  Noize 
  07/09/2010 17:22:11



หิหิ.. ผมก็ทำคล้ายๆเฮียนี่แหละ แต่เป็นสาย VCT เดินลอย

แล้วก็ตัวปลั๊ก หน้าตาบ้านๆมาก แต่ได้อารมณ์ชมัดเลย 555



  ความคิดเห็นที่ 25
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 17:28:22






555 ฝีมือช่างครับพี่โจ้ ไม่ใช่ผม ถ้าเป็นผมมีหวังฝาบ้านหายไปแถบนึง 555

ตอนนี้ผมเจาะรูพรุนรอบห้องไปแล้ว ที่พี่น้อยเห็นนี่มุมเฮดโฟนแอมป์ แต่มุมโทรทัศน์ ผมก็สอยเป็นรูอีกหลายรูเลยล่ะครับ 555


นี่ผมหาฝาปิดมาได้แล้ว แต่ดูๆๆ ไปผมว่าไม่ปิดเลยดีกว่า ดูแล้วบ้านๆจริงๆๆ 555



  ความคิดเห็นที่ 26
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 17:38:37



เพิ่มอีกนิดครับการเชื่อมสายดินเข้ากับแท่งทองแดงควรเป็นวิธีการ exothermic bonding นะครับ

ปลอดภัยกว่าและเป็นมาตราฐานของการไฟฟ้า และกระเบื้องตราช้างนะจ๊ะ 555



  ความคิดเห็นที่ 27
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 17:44:11



เย้ๆๆๆ คุณเต้เล่าต่อหน่อยครับ exothermic bonding มันเป็นยังไงเอ่ย ผมจะได้จดๆๆๆ และลอกการบ้านซะเลย 555



  ความคิดเห็นที่ 28
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 17:50:39



เดี๋ยวไปหา clip ในยูทูบมาให้ดูดีกว่าครับ แต่มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรเท่าไหร่หรอกครับร้านไฟฟ้าแบบที่วัดตึกที่เฮียไปซื้อของมาก็มีขาย มันจะเป็นผงมาแล้ววางไว้ระหว่างสายเคเบิ้ลกับกราวน์รอด จากนั้นจุดไฟครับใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะสามารถเชื่อมสายดินเข้ากับแท่งกราวน์ได้ครับ



  ความคิดเห็นที่ 29
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 17:53:27






  ความคิดเห็นที่ 30
  ตั่วปุ๊ย 
  07/09/2010 18:40:47



เดี๋ยวได้มีโดนไฟดูดกันมั่งหล่ะ

5555



  ความคิดเห็นที่ 31
  Uthen 
  07/09/2010 18:43:32



โอ้โหแหะ เล่นละลายกันเลย

เดี๋ยวคงมีเจาะฝั่งแท่งกราว ลึก 10 เมตรแน่ๆ 555



  ความคิดเห็นที่ 32
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 18:54:26



ผมเสิร์ชหามาตราฐานของการไฟฟ้าไม่เจอครับมีกำหนดอยู่ว่าต้องฝักลึกเท่าไหร่

ประมาณว่าทำการวัดค่าความต้านทานดินด้วยเครื่องมือ earth tester จะทดสอบเทียบกับระบบไฟฟ้าของเราได้ว่ากราวน์ที่เราสร้างขึ้นมาเนี่ยมันทำงานได้จริงหรือเปล่าครับ

ที่บ้านผมๆฝังไว้ลึกสองเมตรกว่าๆ จุดที่ต่อสายกับแท่งทองแดงลึกจากผิวดินประมาณเกือบยี่สิบเซนฯ อยากทำให้ลึกกว่านี้ครับแต่ดินระยองมันแข็งมากๆเลย ขนาดเสาเข็มตอกไปได้แค่ 6 เมตรกว่าๆก็ต้องตัดแล้วจ้า ผมว่าตรงนี้ไม่ได้ทำให้เสียงดีขึ้นเท่าไหร่หรอกครับมันจะเกี่ยวกับความปลอดภัย และในการประกันภัยมากกว่าในกรณีที่บ้านหรือโรงงานทำประกันภัยไว้หากมีเหตุเพลิงไหม้สาเหตุมาจากระบบไฟฟ้า ประกันภัยจะมาดูตรงนี้ด้วยครับผม



  ความคิดเห็นที่ 33
  Uthen 
  07/09/2010 19:05:06



ได้ยินแว่วๆ ว่า 2.40 เมตร แต่ผมคิดว่าต้องตอกไปจนถึงตรงที่มีความชื้นสูงๆ นะครับ (คิดเอาเองครับ)



  ความคิดเห็นที่ 34
  Collagen 
  07/09/2010 19:06:23



เฮียมั่นครับ...ปล๊กผนัง Teslaflex มันตัวเท่าไรครับ??? ใช้แบบ Quantum Tunneling ซะด้วย...น่าลองๆ

เสริมนิดๆ ครับ Quantum Tunneling เป็นปรากฏการณ์เชิง Quantum ครับที่อนุภาคเชิง Quantum ลอดอุโมงค์ผ่านทะลุชั้นกำแพงของกำแพงของพลังงานศักย์ (หรือบริเวณต้องห้ามในทางฟิสิกส์ยุคเก่า) ที่อนุภาคในกลศาสตร์คลาสสิกไม่สามารถผ่านไปได้....ครับ....

ของแบบน่าลองแฮะ... ^ ^



  ความคิดเห็นที่ 35
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 19:24:06



วุธลองเอาปลั๊กคูเปอร์บ้านๆไปต่อผ่านไฟแรงสูงกลางทุ่งนาดูให้หน่อยดิว่าจะดีเหมือนของเขาไหม อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 36
  Collagen 
  07/09/2010 19:59:49



วุธลองเอาปลั๊กคูเปอร์บ้านๆไปต่อผ่านไฟแรงสูงกลางทุ่งนาดูให้หน่อยดิว่าจะดีเหมือนของเขาไหม อิอิ
-------------------

น่าลองครับพี่เต้...รอผมกลับไทยแล้ว ว่างๆ ไปวิจัยด้วยกันนะครับพี่เต้.... ^ ^



  ความคิดเห็นที่ 37
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 20:04:22



^
^
ผมไม่ว่างเลยไปคนเดียวก่อนนะครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 38
  Close_Up 
  07/09/2010 20:12:19



ปีนไปเสียบที่เสาไฟแรงสูงเลยดีไม่น้อ เสียงดีแต่เสี่ยงเสียชีวิต 555

ถามหน่อยครับเฮียไอปลั๊ก Tesla Plex และก็ Clef Powerbridge นี่ใช้เสียบคอม,ทีวี,เครื่องเล่นDVDได้เปล่าครับ



  ความคิดเห็นที่ 39
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 20:13:41



โห วิธีคุณเต้นี่มันลึกไปอีกขั้นเลยแฮะ เดี๋่ยวจะลองๆๆ ดูอีกรอบจ้า ตอนนี้แท่งกราวด์ของผมนั้นมี 2-3 แท่ง เดี๋่ยวต้องหาวิธีทำแบบที่ว่านี้ก่อนล่ะครับ


ปลั๊ก Teslaplex ตอนนี้ที่หมูหวานตั้งราคาไว้ 3500 บาทจ้า ตอนนี้ใครชอบหรืออยากลองวิชาไฟฟ้าว่าลืมหรือยังก็ลองจัดดูเน้อ

เจ้า Teslaplex นั้นเป็นปลั๊กผนังธรรมดาๆๆ แต่ไปโดนไอ้อุโมงค์ไฟฟ้าแล้วกลายเป็นของไม่ธรรมดา อันนี้ก็สุดจะเดาแล้วล่ะ Collagen 555 มันเป็นปลั๊กผนังประเภทตรงไปตรงมา คือเป็นกลางๆ ไม่ปรุงรส ไม่ใส่สีผสมอาหาร จุดเด่นสุดคือช่องไฟ และช่องลม จ๊ากๆๆๆ 555


คืนนี้ได้นอนฟังเจ้า บล็อกจิ๋นซีอีก 1 คืน แต่พรุ่งนี้ต้องเอาไปคืนแล้วล่ะครับ 55



  ความคิดเห็นที่ 40
  tum 
  07/09/2010 20:16:15



ผมขอเสริมเรื่อง Ground Rod นะครับ
มันมีขาย2แบบ
แบบที่1 : เป็นแบบ แกนเหล็กชุบทองแดง (ใช้ไปสักพักแกนเหล็กมันจะผุ ส่งผลให้แคลมป์ที่ connect ระหว่างGround Rod กับสายไฟ ไม่แน่นได้ครับ)
แบบที่2 : เป็นแบบ แกนเหล็กหุ่มทองแดง (ซึ่งผมแนะนำแบบนี้จะดีกว่าครับ )



  ความคิดเห็นที่ 41
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 20:17:15



คนละอย่างกันจ้า Closed_up เจ้า Powerbridge คือเครื่องกรองไฟ ซึ่งถือว่าสุดคุ้มแล้วครับ คือตัวเดียวทำได้ทุกอย่าง ต่อจอคอม จอทีวี แอมป์ ซีดี สารพัดไปเลย

แต่ปลั๊ก Teslaplex นี่เป็นแค่ปลั๊กผนังเฉยๆๆ ฝรั่งมันเน้นการตลาดด้วยกรรมวิธีทางฟิสิกซ์อะไรนี่ล่ะ (เฮียตอบไม่ถูกล่ะ อ่านแล้วยังมึนๆๆ)

พวกปลั๊กผนังแบบนี้ ต้องสำหรับคอประเภท serious audiophile เท่านั้นเน้อ คนใช้งานทั่วไป แค่ Powerbridge ตัวเดียวก็เห็นผลแล้วล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 42
  Close_Up 
  07/09/2010 20:18:38



ถ้าใช้พวกปลั๊กดีดี และก็พวก powerbridgeดีๆนี่ พวกเครื่องเล่นBlu-Rayมันจะภาพชัดขึ้นเปล่าหว่า 555



  ความคิดเห็นที่ 43
  JEMMA 
  07/09/2010 20:23:51



นั่นโดนอีแล้วสิงานนี้ 55555



  ความคิดเห็นที่ 44
  Juicy 
  07/09/2010 20:28:27



อ่านจบอยากลื้อบ้านเลยครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 45
  RimYom 
  07/09/2010 20:38:58



เดินสายเงิน จากหม้อแปลงหมู่บ้านเลยดีไหม?? หรือจากเขื่อนภูมิพล เลย ดีหว่า??



  ความคิดเห็นที่ 46
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 21:11:04



ผมว่า powerbridge ให้ภาพที่ดีขึ้นกว่าไม่เสียบมากครับแต่ต้องยอมลดความสดของเสียงลงไป ถึงจะเสียบ AVR สดๆเข้าปลั๊กผนังก็เถอะครับ แต่ต้นทางเสียงก็มาจาก BD player อยู่ดี อิอิ ต้องเลือกเอาครับ



  ความคิดเห็นที่ 47
  Close_Up 
  07/09/2010 21:15:30



ตอนนี้เครื่องBlu-Ray ที่บ้านก็ใส่เครื่องเสียงเสริมไปพอสมควรแล้วครับ กำลังคิดว่าอยากได้ภาพที่สว่าง คมกว่าเดิมอะครับ



  ความคิดเห็นที่ 48
  Uthen 
  07/09/2010 21:15:53



ศุกร์นี้ได้รู้กันล่ะครับเฮีย ผู้รับเหมา (เรียกซ่ะดูเท่เลย จริงๆเพื่อนผม 55) มันจะมาจัดการให้ล่ะ

เพื่อนมันถามผมว่าเอ็งทำไปเพื่ออะไร แล้วมันก็ส่งมือถือให้คุยกับลูกน้อง ยิ่งแล้วใหญ่ มันเกาหัวยิกๆ ทำหน้างงๆ แล้วก็มองหน้า สงสัยมันคิดว่าผมไกล้บ้าล่ะ

ก็บอกมันไปว่า ฟังเพลงแล้วได้ยินเสียงแทรก .... เลยอยากเดินไฟใหม่ 5555



  ความคิดเห็นที่ 49
  Uthen 
  07/09/2010 21:17:24



แต่จะบอกเมียว่าไงดีล่ะ .... ที่จะไม่โดนด่า แล้วยอมจ่ายค่าเดินไฟใหม่แต่โดยดี



  ความคิดเห็นที่ 50
  llSilveRll 
  07/09/2010 21:18:04



อย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่ผมไปลองที่ห้องพี่ที่รุ้จักมา

เสียงตู้เย็นในครัวพี่เค้าทำงานมันมีเสียงรบกวนเข้ามาในระบบเลย -*-



  ความคิดเห็นที่ 51
  Close_Up 
  07/09/2010 21:18:49



ผมว่าสำหรับคนทั่วๆไปแล้ว พอบอกฟังเพลงไม่ชัดแล้วอยากเดินไฟใหม่เขาคงคิดว่าแปลกๆจริงๆล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 52
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 21:20:40



พี่อุเทนบอกเลยครับว่าไฟมันกวนกัน Program สั่งงานเครื่องไม่เสถียรเลย อาจจะต้องซื้อ Sun มาใช้ตอนนี้ขอลองแก้ปัญหาด้วยการเดินไฟใหม่ไปก่อน 5555



  ความคิดเห็นที่ 53
  Uthen 
  07/09/2010 21:27:41



ไม่รู้จะเชื่อรึป่าวครับคุณเต้

ผมซื้อ stabilizer ใช้กับเครื่อง เมียผมถามกลับมาเลย ..... ไหนบอกว่าดีนักดีหนา ทำไมไฟดับเครื่องถึงดับล่ะ .... ไม่รู้จะตอบยังไง



  ความคิดเห็นที่ 54
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 21:29:55



เปิดแคทตาลอก Sun ให้ดูเรียก sell มาคุยเลยก็ได้นี่ครับ 555
เป็นเมียผมมันเธอเชื่อแน่นอนครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 55
  Uthen 
  07/09/2010 21:31:36



ทุกวันนี้เมียผมจะมาช่วยผมทำโปรแกรมอยู่แล้วครับคุณเต้ รู้.....ไปหมดทุกอย่าง 55



  ความคิดเห็นที่ 56
  JEMMA 
  07/09/2010 21:34:48



แต่จะบอกเมียว่าไงดีล่ะ .... ที่จะไม่โดนด่า แล้วยอมจ่ายค่าเดินไฟใหม่แต่โดยดี
^
^
ไฟมันดูดครับ



  ความคิดเห็นที่ 57
  RimYom 
  07/09/2010 21:36:57



อื่มม! ถือซะว่าเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนครับ พี่ อุเทน



  ความคิดเห็นที่ 58
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 21:38:00



ทุกวันนี้เมียผมจะมาช่วยผมทำโปรแกรมอยู่แล้วครับคุณเต้ รู้.....ไปหมดทุกอย่าง 55
-------------------------------------------------
เอวังครับ แต่น่าคิดว่าใช้ PC run CNC นี่มันไม่ประท้วงเลยหรือครับ

พี่อุเทนก็ต้องหามุขใหม้่แล้วสิครับ



  ความคิดเห็นที่ 59
  RIM 
  07/09/2010 21:39:54



ผมอ่านจบแล้ว ผมอยากจะจ้างช่างมารื้อบ้านกันเลยทีเดียว ตู้ไฟที่บ้านยังเป็นรุ่นเก่าสมัยพระเจ้าตะเบงชะเวตี้อยู่เลยครับ เป็นบล๊อคไม้ Hand made OTOP เก่าๆ safe T cut ก็เสีย สายดินก็ไม่มี




  ความคิดเห็นที่ 60
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 22:01:52



ผมล่ะขำพี่อุเทนจริงๆๆๆ 555 พวกช่างไฟที่เป็นช่างจริงๆๆ คือไม่เคยทำงานพวกนี้เค้าไม่รุ้หรอก

ตอนผมบอกเค้าให้เรียงสายไฟตามที่ผมบอก เค้าเกาหัวยิกๆๆ ว่าเพื่ออะไร


และยิ่งตอนผมบอกว่าให้ขันระวังหน่อย ปลั๊กอันละหลายพัน เล่นเอาช่างสะดุ้งว่าผมโง่หรือเปล่า ซื้อที่ไหนมาโดนหลอกแน่ๆๆ ผมอมยิ้ม ที่อมยิ้มไม่ใช่อะไร

คือช่างมันพูดถูกล่ะ 555



ลองดูครับคุณ RIM อะไรที่มันไม่ปลอดภัยก็แก้ไขปรับปรุงหน่อย บ้านผมก็ไม่ได้ทำจนเรียบร้อยหมด แต่ถ้าใครมีโครงการจะทำ ก็ลองพิจารณาเรื่องสายดิน และความปลอดภัยไว้ก่อน

ส่วนความสิ้นเปลืองจากระบบไฟ ค่อยพิจารณาเป็นเรื่องหลังล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 61
  RimYom 
  07/09/2010 22:16:11



บ้านผมยิ่งเป็นบ้านไม้อยู่ด้วย ถ้ารื้อสายไฟมีหวัง บ้านถล่มแน่ๆ ครับ



  ความคิดเห็นที่ 62
  นายมั่นคง 
  07/09/2010 22:21:42






เอาบล็อคอลูมิเนียมของนอก ที่เจ้าบล็อคจิ๋นซีก็ขุดได้ดีไม่มีแพ้กัน มาให้ดูจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 63
  Uthen 
  07/09/2010 22:22:49



55555 พูดไปก็ใกล้บ้าจริงๆแหละเฮีย แอมตัวนิ๊ดนึง ระบบจ่ายไฟใหญ่กว่าเยอะ ยังกะจะเอามาจ่ายไฟให้กับตู้ลำโพงงานวัด 5555



  ความคิดเห็นที่ 64
  Uthen 
  07/09/2010 22:24:15



โห... เฉพาะค่าอลูมิเนียมก็ไปหลายตังแล้วนะนั่น บ้าไปแล้ว 5555



  ความคิดเห็นที่ 65
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 22:26:46



พี่อุเทนทำให้ผมอันนึงดิครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 66
  Uthen 
  07/09/2010 22:26:48



แล้วมันกี่ตังนะนั่น ถ้าผมกัดแบบนี้บ้าง จะมีคนซื้อผมป่าว



  ความคิดเห็นที่ 67
  Uthen 
  07/09/2010 22:30:48



เอาล่ะซิ มีก้อนเบ้งๆ แบบนี้เก็บไว้หลายก้อนซ่ะด้วยดิ หุหุ ...



  ความคิดเห็นที่ 68
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  07/09/2010 22:33:57



ผมซื้ออันนึงครับ พี่อุเทนขายโลละเท่าไหร่เดี๋ยวตอบมาทาง email เน้อ 555



  ความคิดเห็นที่ 69
  Mr.Burst 
  07/09/2010 23:24:18



เมื่อกี้ไปนั่งคุยบ้านเฮียเชียรมา...

หลังจากรื้อบ้านไปเมื่อเจ็ดแปดปีที่แล้ว...

คราวนี้รื้ออีกซักรอบดีมั้ยครับเฮียเชียร...

555555



  ความคิดเห็นที่ 70
  zuchin 
  08/09/2010 08:19:35


tesla บิดาแห่งกระแสสลับที่โลกลืม



  ความคิดเห็นที่ 71
  JJ22 
  08/09/2010 09:03:50


เห็นผนังบ้านเฮียเจาะปลั๊กเป็นรูๆ แล้วน่าเอาปฎิทินแม่โขงไปแปะทับเป็น Wall Paper ซะเลย เฮียจะเสียบล่างเสียบบนก็ระทึกไปหมด 5555



  ความคิดเห็นที่ 72
  jo..1234 
  08/09/2010 09:04:50



สักวัน ผมว่าเฮียต้องไปทำห้องแบ็ตเตอรี+ เร็คติฟลาย จ่ายไฟแทนระบบแน่ๆ




  ความคิดเห็นที่ 73
  นายมั่นคง 
  08/09/2010 12:27:26






555 ผมขำพี่ไก่ jj22 จริงๆๆๆ นี่แสดงว่าเราเป็นพวกรุ่นเก่าเหมือนกัน เพราะถ้าลองเรียกติดปากว่าปฏิทินแม่โขงนี่ รับรองว่าหายห่วง

ปฏิทินแม่โขงมีอยู่ยุคนึง น่าจะ 20 กว่าปีก่อน ตอนนั้นมีใครขึ้นปกจำไม่ได้ ดารานี่่ล่ะครับ เล่นเอาเรียกเสียงฮือฮาสุดๆๆ ในยุคนั้น

หนุ่มๆๆ เอามาติดฝาบ้านกันเป็นแถบๆๆๆ 555



ใครเห็นแล้วอย่าไปเจาะแบบผมเน้อ ผมเจาะแบบนี่้เพราะว่าต้องการเทียบแบบเงื่อนไขเดียวกัน การใช้ปลัีกผนังฝังลงบล็อคไม้ มีตัวแปรหลายตัวเยอะเกินไป ผมเลยลุยเจาะผนังซะเลยอย่างที่เห็นนี่ล่ะจ้า ออกมาไม่สวยแต่สะใจว่างั้นล่ะ 555



  ความคิดเห็นที่ 74
  Uthen 
  08/09/2010 13:04:50



เฮียเอาแบบบล๊อคอลูมิเนียมติดผนังได้มั๊ยครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 75
  นายมั่นคง 
  08/09/2010 13:10:36






หมายถึงเจ้าบล็อคจิ๋นซีหรือครับพี่อุเทน 555

ผมยังพยายามจะวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำไงกับมันดีน่ะครับ จะต่อเต้ารับ IEC ก็ต้องมาเปลืองสายไฟดีๆๆ อีก วางแผนจะลดค่าใช้จ่ายด้วยการต่อกับสายไฟเบอร์ 6 เข้ามาเลยล่ะครับ 555

แต่มันน่าจะยึดได้ครับ เพราะด้านใต้เป็นหมุดทองเหลืองเกลียวขนาด 1/4 นิ้ว ถ้าเอาติดผนัง ก็แค่หาตะปูเกลียวปล่อย ขันเข้าข้างฝาเลยก็น่าจะได้ครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 76
  JJ22 
  08/09/2010 13:12:30


เฮียบอกเป็นพวกรุ่นเก่าเหมือนกัน รู้สึกตัวเองเริ่มชราภาพยังไงไม่รู้ แต่เห็นเด็กๆ สมัยนี้แล้วก็อดมองไม่ได้เหมือนกัน อิอิ
ปฎิทินแม่โขง 20 กว่าปีก่อน มีดังๆ หลายคนเลยเฮีย แต่เฮียพูดแล้วผมนึกถึงอยู่คนหนึ่งที่เรียกว่าอัพราคาค่าตัวกระโดดขึ้นมาเลยจากคนอื่นๆ ไม่รู้ใช่ ดารินกรสกุลหรือเปล่า ปี 2533
อีกคนก็ เจ้ต่าย เพ็ญพักต์ 555 นึกถึงสมัยนั้นแล้วยังไงก็ต้องหามาดูให้ได้ 555

คนแก่คุยกัน

แล้วมันเกี่ยวยังไงกับปลั๊กไฟเนี้ยเฮีย 555



  ความคิดเห็นที่ 77
  นายมั่นคง 
  08/09/2010 13:23:32



เกี่ยวกับปลั๊กไฟโดยตรงเลยครับพี่ไก่ย์ JJ22 เพราะคนเล่นปลั๊กไฟ มักจะต้องแก่ๆ หน่อย หรือไม่ก็เริ่มแก่ เพราะเด็กๆๆ เค้าต้องเอาเวลาไปเล่นอย่างอื่นก่อนไงล่ะ 555


แหมจำได้แม่นเชียวนะ ยังเก็บปฏิทินไว้อยู่ล่ะซิ 555



http://www.renaultclubthai.com/forum/forum_posts.asp?TID=3428



  ความคิดเห็นที่ 78
  jomjomjom 
  08/09/2010 13:51:07



เฮียครับ ... ผมเห็นไอ้นี่ที่แผงไฟบ้านผม .....



ผมควรจะทำอะไรยังไงกับมันดีครับ ...

ผมว่าผมจะเปลี่ยนตู้เลยดีไม๊ครับ ทีนี้ ไอ้พวกเซฟทีคัต นี่มันจะมีผลอะไรไม๊ครับ ...



  ความคิดเห็นที่ 79
  Noize 
  08/09/2010 13:53:35



ู^
^

ต๊ายยย.. โบราณนะยะหล่อน ยังใช้ฟิวส์กระเบื้องอยู่เลย 555





หิหิ.. เค้าย้อเย่นเน่อ.. 555



  ความคิดเห็นที่ 80
  นายมั่นคง 
  08/09/2010 14:49:47



555 ฟิวส์เหมือนผมเลยพี่ทศพรย์ 555

เท่าที่ผมมองแผงไฟของพี่ทศพร ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจ้า น่าจะใส่เซอร์กิตย่ือยเป็นเบรคเกอร์ได้อีก 2 ตัวครับ ก็แค่ให้เค้าจัมพ์สายไฟเบอร์ 6 เข้าไปที่จะใช้ฟังเพลงก็น่าจะได้แล้วครับ

เซฟตี้คัทน่าจะมีผล เพราะอาจจะไปตีบเป็นคอขวดอยู่ตรงเซฟตี้ เราก็เอาแบบมวยวัดเลยครับ แค่เบรคเกอร์คุมไว้ก็เหลือๆๆ แล้วครับ เพราะยังไงก็มีสายดินช่วยอยู่แล้ว


รับรองว่าไฟไม่ดูดตายแน่นอน .............

หรือถ้าไฟดูดพี่ทศพรย์ก็น่าจะมีเวลาทันไปดึงปลั๊กออก.............

หรือถ้าดึงปลั๊กออกไม่ทัน พี่ทศพรย์ก็มีโอกาสสร้างสถิติเป็นคนแรกที่โดนไฟจากเฮดโฟนแอมป์ดูดล่ะเน้อ..............

555



แบบพี่ทศพรย์ แค่เอาสายเบอร์ 6 จัมพ์ไปแล้วไปแยกเป็นปลั๊กผนังได้ 2 ตัว (สี่รู) แค่นี้ก็หรรษาแล้วล่ะจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 81
  jomjomjom 
  08/09/2010 16:02:45



เอ่อแล้ว ผมควรเอาไอ้กระปุกนั้นออกไม๊ครับ ....



  ความคิดเห็นที่ 82
  นายมั่นคง 
  08/09/2010 16:16:33



ออกไม่ได้คร้าบบบบ ต้องมีจ้า ผมจำได้ว่าเจ้ากระปุกฟิวส์นั้นคือคุมไฟที่่จ่ายเข้าบ้านทั้งหมด ควรจะมีครับ 555

เอ้า ช่างไฟฟ้ามาแนะนำด้วยจ้า ต้องมีครับพวกกระปุกฟิวส์พวกคัทเอาท์เอาออกไม่ได้ครับ ถึงพี่ทศพรย์จะจัมพ์สายไฟใหม่ ก็ต้องใส่เบรคเกอร์คุมไว้ด้วยจ้า

ไม่มีไม่ได้เด็ดขาดครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 83
  Uthen 
  08/09/2010 16:21:07



ถ้าเป็น CUT OUT ต้องมีตัวนี้จ้า
แต่ถ้าเป็น breaker ไม่จำเป็นแล้วครับ



  ความคิดเห็นที่ 84
  นายมั่นคง 
  08/09/2010 20:48:12






เล่าต่ออีกนิดเน้อ เมื่อกี๊ช่วงค่ำ มีท่านหนึ่งโทรหาผมเรื่องบล็อคอลูมิเนียมขุด ให้คลิกเข้าลิงค์นี้ครับ ลองอ่านข้อมูลที่พี่ๆ เพื่อนๆ โพสไว้ครับ http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=5357.0

เป็นเว็บของพี่เขียงเพื่อนบ้านแสนดีล่ะจ้า ส่วนเรื่องการจอง ผมคิดว่ายังน่าจะโอนเงินเพื่อซื้อได้ครับ ยังไงลองอ่านแล้วถามดูได้เลยจ้า บล็อคอันนี้ผมว่าฉมังแน่นอนล่ะ เ่ท่าที่ผมลองใส่ด้วยปลั๊ก Teslaplex อารมณ์เท่าที่ฟังนั้น พวก ไดนามิกนี่เฉียบขาด ถือว่าทีเด็ดเลยยังได้

เสน่ห์เหนือเสน่ห์คือเวลาฟัง Telsaplex กับชุดบล็อคอลูมิเนียมขุด พวกเบสลึกก้นทะเลฟังได้ยินเลยครับ ซึ่งปกติเล่นเดิมๆ บางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแผ่นนี้บันทึกมาด้วยหรือ คุณงานความดีมันน่าจะผ่องถ่ายถึงกัน ทั้งปลั๊กผนัง ทั้งบล็อคอลูมิเนียมของ TAC ล่ะครับ

ใครชอบโปร่ง ใส เคลียร์ ไดนามิก ไม่เติมสี ให้ลอง Telaplex หรือถ้าอยากให้มันสุดๆๆ คมคายมากขึ้นก็จัตต่อด้วยบล็อคอลูมิเนียม จะได้หมดตูดไปในคราเดียวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยครับ 555

ลองดูตัวของนอกที่เค้าทำขายพร้อมเต้ารับ อันละร่วมแสนกันเลยล่ะ หลักการเหมือนกันทุกประการเลยล่ะครับ 55



  ความคิดเห็นที่ 85
  RIM 
  08/09/2010 20:56:24



อ่านไปอ่านมา ผมว่าผมซื้อชุดที่จะเล่นให้ครบก่อน แล้วค่อยมาลงเครื่องไฟดีกว่ามั้ง

แต่ละอย่าง แพงโคตร ! 55555



  ความคิดเห็นที่ 86
  ไฟดูด 
  08/09/2010 21:58:30


tesla เปรียบเทียบ wattgate ทอง หรือ เงิน เป็นไงบ้างครับ

ปล.ปลั้กดีๆ ไฟดีๆ ชาร์ตipod ก็เสียงดีขึ้นนะ



  ความคิดเห็นที่ 87
  vichien 
  08/09/2010 23:57:58



555 อ่านกระทู้ของเฮียทีไร จะบ้าตายซะทุกทีไป.....5555


พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกะข้างบ้านที่ใช้ฝาบ้านเดียวกะผม ว่าจะขอทุบฝาทิ้งสักบล็อกนึง จะได้เดินสายใหม่เส้นโตๆจากตู้ไฟมาที่ชุดของผมบ้าง...เอิ๊ก เอิ๊ก...



  ความคิดเห็นที่ 88
  JJ22 
  09/09/2010 00:02:11


เฮียครับ ผมสงสัยว่าพวกกล่องปลั๊กเป็นบล๊อคไม้ลายสวยๆ หรืออย่างบล๊อคอลูมิเนียมขุดที่ว่านี่มีผลกับเสียงมากน้อยแค่ไหนครับ หรือจริงๆ แล้วเพื่อความสวยงาม แต่เสียงนั้นอยู่ที่เต้ารับที่ใช้มากกว่าหรือเปล่าครับ หรือถ้ามีผลต่อเสียง เฮียให้คะแนนกับผลลัพธ์ยังไง ถ้าเทียบกับบล๊อค เต้ารับ หัวเสียบ สายไฟ

แต่งานบล๊อคอลูมิเนียมขุดของพี่เขานี่เนี๊ยบจริงๆ เนอะ

นี่เห็นของเล่นมาเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ ไหลไปเรื่อยๆ ล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 89
  jomjomjom 
  09/09/2010 00:03:36



^
^
ไหลไปเรื่อยๆ นี่ ... ตังไหลออกจากกระเป๋าใช่ป่ะครับ 5555



  ความคิดเห็นที่ 90
  Mr.Burst 
  09/09/2010 00:08:33



ตามอ่านมาจนครบ...

งานนี้..ไหลเป็นขรี้...กันแน่เลยคร้าบบบบ



  ความคิดเห็นที่ 91
  นายมั่นคง 
  09/09/2010 00:25:20



ตอบเฮียเชียรก่อนล่ะ

เฮียเชียรครับ ถ้าใครรักจะเล่นเครื่องเสียงบ้าน หรือแบบตั้งโต๊ะ วิธีนี้เห็นผลสุดครับ หมายถึงเทียบกันทุกบาท วิธีเดินสายไฟเบอร์ 6 มาที่ปลั๊กผนัง เสียงดีขึ้นทันหูเห็น(ไม่ใช่ทันตาเห็น) 555 ผมลองมาจนหัวโกร๋นหมดแล้วครับ หัวปลั๊กหัวละเจ็ดพันกว่า ฟังแทบไม่ออก สู้แบบนี้ไม่ได้ เสียตังค์นิดหน่อย ได้เต็มๆๆ เลยล่ะเฮียเชียรครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 92
  นายมั่นคง 
  09/09/2010 00:30:41



ตอบพี่ไก่ JJ22 ครับ

ถ้าพี่ไก่ยังไม่เคยยุ่งกับอะไร (หมายถึงยุ่งกับพวกไฟ ไม่ใ่ช่ยุ่งกับสาวๆพวกนั้น) ให้ทำสายไฟมาแล้วเลือกปลั๊กผนังก่อน อันนี้ได้ผลสุด หลังจากนั้นพวกเครื่องกรองไฟมีผลช่วยได้อีก สายไฟก็เป็นเรื่องตามมา ส่วนหัวปลั๊กให้ผลน้อยลงไปอีกตามลำดับ ส่วนพวกบล็อกไม้หรือบล็อคอื่นๆๆ มีผลทางเสียงเหมือนกัน แต่โดยทฤษฏีน่าจะน้อยกว่าตัวอลูมิเนียมครับ 555

ถ้ายังไม่ได้ทำใครท้อง เอ๊ย ถ้ายังไม่เคยทำเรื่องไฟ ให้เดินสายไฟก่อนจ้า 555




ส่วนคุณไฟดูดครับ เจ้า Teslaplex นั้น มันให้ผลทางไดนามิก กับเรื่องความโปร่งใส transparent เรียกว่าถ้าชอบรูปวงที่โปร่ง ช่องไฟถ่างกว้างเหมือนมีอากาศไหลเวียน ตัวนี้ทีเด็ดครับ ไม่มีสีสันมากนัก ออกตรงไปตรงมามากกว่าจ้า



  ความคิดเห็นที่ 93
  JJ22 
  09/09/2010 00:33:35


อูยยย อ่านกระทู้อลูมิเนียมขุดจนตาแฉะ น่าสนใจมากๆ แต่พี่เขียงเขาปิดรับไปแล้วเรียบร้อย พอเข้าใจหลักการขึ้นบ้างกับคำถามที่ถามเฮียมั่นไป ผมว่าตอนนี้ลงทุนคุ้มสุดก็อย่างเฮียแนะนำเลยล่ะครับ เปลี่ยนสายจากตู้มาเต้าแล้วดูด เอ้ยยย ... สายใหญ่ๆ น่าจะเห็นผลได้ชัดเจนและลงทุนยังไม่ต้องเยอะเลย แต่สั่งจอง The Hulk หมูหวานไปเรียบร้อย ฮือๆๆ หลวมตัวอีกแล้ว 555



  ความคิดเห็นที่ 94
  JJ22 
  09/09/2010 00:38:27


ฮ่า พี่ทศย์ ผมว่าผมจะไหลตายเข้าซักวัน กินข้าวคลุกน้ำปลาแล้วตอนนี้ 5555



  ความคิดเห็นที่ 95
  vichien 
  09/09/2010 00:38:48



งานนี้ ช่างไฟ ได้งานทำอีกหลายบ้านละครับ

มีใครแนะนำช่างไฟเก่งๆ ราคามิตรภาพให้ได้บ้างครับ...ชักคันๆเหมือนกัน



  ความคิดเห็นที่ 96
  นายมั่นคง 
  09/09/2010 11:20:03



555 เอาวิธีง่ายสุดๆๆ ก่อน ที่ได้ผลสุด ก็อย่างที่ผมบอกล่ะ คือเปลี่ยนสายไฟเส้นโตก่อน รับรองเห็นผลทันตา

และไม่ต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา แต่ไปกินข้าวคลุกเกลือแทนจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 97
  itmobiz 
  09/09/2010 17:05:05


ผมมาอ่านแล้วเจอภาพที่บ้านเฮียมั่นมีสายไฟ ขนาดเท่าแขน หรือ งูหลาม อะไรประมาณนั้น มันคือ อะไรครับ งง มาก กึ่งตกใจนิดๆ พระจอร์จเจ้า มันมีด้วยเหรอ ใหญ่เป็นลำ เฉลยหน่อยครับ



  ความคิดเห็นที่ 98
  ไฟดูด 
  09/09/2010 20:48:53


ลำมหาเสน่ห์ เฮียแกเลี้ยงงูไว้ออกงานวัดว่างั้น...
อะไรใหญ่ๆมันได้เปรียบครับ สายใหญ่ๆมันก็เลยได้เปรียบ
นอกจากสายใหญ่แล้วต้องหาหัวท้าย และ"รู"ที่เหมาะสมอีกต่างหาก

เรื่องไฟไม่ใช่เรื่องท้ายๆที่ควรจะเล่นนะครับ มันควรจะมาก่อนด้วยซ้ำ
มิเช่นนั้นจะซื้อเข้า-ขายออกบ่อยๆ เหมือนเสี่ยๆเค้า



  ความคิดเห็นที่ 99
  นายมั่นคง 
  09/09/2010 21:17:36



555 มันใหญ่แค่ข้างนอกล่ะครับ ผมเห็นมันใหญ่ๆๆ เลยซื้อมาลองเล่นๆๆ แต่พอลองเอามือกดๆๆ และบีบๆ ดู ข้างในเล็กนิดเดียวครับ เค้าเอาท่อพลาสติกแบบนิ่มๆๆ ใส่ไว้อีกทีหนึ่งครับ และกดดู จะทราบทันทีว่ามันกลวงซะด้วย

เรียกว่าใหญ่แต่ภายนอก แต่ข้างในเล็กจิ๊ดเดียวล่ะครับ 555

ผมมีสายลำโพงอยู่คู่หนึ่ง ใหญ่แบบนี้เหมือนกัน แต่เชื่อว่่าข้างในเล็ก เพราะเค้าเอาท่อมาสวมทับและใส่ปลอกหนังงูเข้าไปอีกรอบ เรียกว่าเอาไว้ขู่คนเล่นว่าบะเริ่มนะโว้ยยย 555


แบบที่คุณไฟดูดบอกครับ ทำต้นทางตรงปลั๊กผนังก่อนก็ดี เพราะจะได้จบและได้คุณภาพจากสายไฟต้นทาง พยายามให้จุดเชื่อมต่อน้อยที่สุด เพราะถ้าจิ้มต่อกันหลายๆ ทอด

มันจะเปลืองและบุคลิกหลักๆ จะเป๋ไปเป๋มาตามสายไฟและตามหัวปลั๊กที่มาใช้ร่วมด้วยครับ แบบที่ผมทำคือผมใช้ปลั๊กผนังต่อตรงกับสายไฟเบอร์ 6 จากแผงเลย

หมดปัญหาเรื่องตัวแปร คืออยากจะให้เสียงเป็นไง ก็เลือกเอาปลั๊กที่คิดว่ามันชดเชยให้เราได้ แล้วก็เสียบใช้ได้เลย แบบที่ผมทำดูเหมือนบ้า แต่จริงๆ ผมว่าได้ผลเที่ยงตรง ตัดปัญหาเรื่องตัวแปรทุกอย่างออกหมดครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 100
  vichien 
  11/09/2010 00:21:58




ยิ่งอ่านยิ่งคัน แต่ไม่รู้จะไปหาช่างที่ไหนมาทำ



  ความคิดเห็นที่ 101
  Uthen 
  11/09/2010 01:05:59



และแล้ววันนี้ผมก็ได้ระบบไฟใหม่



  ความคิดเห็นที่ 102
  Uthen 
  11/09/2010 01:10:05



ลงทุนตอกสายดินใหม่ เดินสายจาก main มาให้ปลั๊กเครื่องเสียงโดยเฉพาะ



  ความคิดเห็นที่ 103
  vichien 
  11/09/2010 03:08:41




พี่อุเทน ขอปลากรอบ



  ความคิดเห็นที่ 104
  Uthen 
  11/09/2010 10:00:55



เดี๋ยวรวบรมภาพก่อน แต่ยังไม่ได้ใส่ปลั๊กเทพครับ ใช้ของเดิมก่อน อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 105
  bonut 
  11/09/2010 10:31:21



สงสารกำแพงบ้านอะ ทำไมเฮียไปเจาะมันแบบนั้น = =" พรุนเลยอะ



  ความคิดเห็นที่ 106
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  11/09/2010 10:44:46



หิหิ ผลที่ได้ยังไงครับ



  ความคิดเห็นที่ 107
  นายมั่นคง 
  11/09/2010 11:16:32



นั่นไง พี่อุเทนลุยไปก่อนแล้ว 555 เป็นการลงทุนไม่มากนัก (ถ้าใช้ปลั๊กผนังธรรมด)

แค่นี้ก็ได้เรื่องจริงๆ จังๆแล้วล่ะครับ สุ้มเสียงจากสายไฟที่เดินจากตู้เมน มาตำแหน่งที่เราใช้งาน อันนี้ทำให้เสียงดีขึ้นได้จริงๆๆ สิ่งแรกที่สังเกตุได้ง่ายสุด คือแรงมันดีขึ้น ไดนามิกนี่แรงจริงๆๆ

แถมเบสลึกๆ จะมาทันทีหลังจากเสียบปลั๊กเลยล่ะครับ 555

เฮียเชียรใช้ดูโทรทัศน์อยู่ใช่เปล่า พวกสายไฟเส้นโตๆๆ ที่เดินมา ทำให้ทั้งระบบภาพและเสียงดีขึ้นทันทีครับ ภาพทีวี จะสด และคอนทราสจะดีขึ้นไปได้อีกเลยจ้า เอ้า ไปหาช่างไฟกันเอาเองเน้อ 555



  ความคิดเห็นที่ 108
  Uthen 
  11/09/2010 17:48:54






ออกตัวก่อนนิดนึง การอัพระบบไฟครั้งนี้ เรียกได้ว่าเมียหายใจรดต้นคอครับ
เกือบเอาตัวไม่รอด ... 5555 ดีนะที่เพื่อนมันวางแผนไว้ล่วงหน้า
นัดกันเอาไว้ว่า ระบบกราวมันกวน office เดี๋ยวเครื่องคอมฯ จะพัง (โกหกไม่ดีจะจ๊ะ...)

สายๆ เมื่อวานรถช่างก็มาถึงครับ ตกใจหมด ... มันมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง จริงๆ น่าจะเข้าหลังบ่านสามโมง เพราะเมียไปรับลูกกลับบ้าน เอาไงดีหว่า....





  ความคิดเห็นที่ 109
  Uthen 
  11/09/2010 17:56:17






เอาน่า ตามน้ำเลยละกัน ดีนะที่ช่างส่วนใหญ่คุยกันภาษาคะแม... ระหว่างทำงาน เมียฟังไม่รู้เรื่อง รอด..ไป
(รูปแท่งทองแดง มันใหญ่กว่าสายไฟตูอีก 5555)

มาถึงก็ไม่พุดพร่ำทำเพลง รื้อโน่น นี่ นั่น กันยกใหญ่ ... เมียทำหน้างงๆ คิดอยู่ในใจ .. มันแยกกราวแบบไหนกันฟ่ะ... ต้องเอาสายมาด้วย...

ผมเองดูช่างไป ก็อธิบายเมียไฟ ว่าเนี่ย... เพื่อนบอกว่าจะ balance phase ไฟให้ด้วย.. ถ้ามันไม่สมดุลกันจะเปลืองไฟ... ว่างั้น (อันนี้เรื่องจริง อิอิ)
.... นึกในใจ ทำไมวันนี้มันไม่ไปเดินห้างฟ่ะ....555 มายืนดูเป็นเพื่อนอยู่ได้ ทุกทีไม่เห็นจะสนใจ..






  ความคิดเห็นที่ 110
  Uthen 
  11/09/2010 17:57:19






(รื้อกันยกใหญ่)



  ความคิดเห็นที่ 111
  Uthen 
  11/09/2010 17:57:56






(รื้อกันยกใหญ่)



  ความคิดเห็นที่ 112
  Uthen 
  11/09/2010 17:58:50






เปิดตู้ไฟดู เฮ้อโล่ง ยังเหลือช่องให้เสียบ



  ความคิดเห็นที่ 113
  Uthen 
  11/09/2010 18:02:37






ทำจนเที่ยงก็ไม่เสร็จ ล่วงเลยไปจนบ่าย ....
ไม่น่าเชื่อตัวเอง ... กะอีแค่จะฟังเพลงให้ไพเราะมันวุ่น... ขนาดนี้เลยเหรอว่ะ...

สรุป...
ได้ย้ายกราว.. แยกจากโรงงาน แยกจากแอร์ แยกจากตู้เย็น แท้งน้ำเย็น
เดินสายใหม่มาเฉพาะ.. ปลั๊กที่จะใช้งาน ล่อ...เบคเกอร์ 20 แอมให้มันสะใจไปเลย



  ความคิดเห็นที่ 114
  Uthen 
  11/09/2010 18:09:43






ระบบเดินครั้งนี้คงไม่สมบูรณ์ซักเท่าไหร่ เรื่องจากติดข้อจำกัดหลายอย่าง...

....อย่างแรกก็คือ ไม่ได้ต่อไฟมาจาก มิเตอร์หน้าบ้าน แต่ต่อจากตู้คอนโทรล..
....อย่างที่สองสายไฟได้แค่สายเดี่ยวเบอร์ 4 ครับ .... อันนี้ผมลืมกำชับ ช่างเลยไม่ได้เอามาด้วย แอบเซ็งนิดนึง 5555
....ปลั๊กผนัง ยังเป็นอันเดิมอยู่ครับ เดี๋ยวทางสะดวกจะจัด เอามาประจำการอีกทีครับ

จบข่าว...



  ความคิดเห็นที่ 115
  Uthen 
  11/09/2010 18:12:19



ในรูป..
ผมเอาสาย the hulk ต่อจากผนัง เข้าเครื่อง.. กรองไฟ magnet IRG-600 แล้วค่อยต่อเข้า DAC




  ความคิดเห็นที่ 116
  JJ22 
  11/09/2010 19:06:08





โฮ๊ะๆๆๆ งานใหญ่เลยนิพี่อุเทน ลุยขนาดนี้ไม่ได้สายเบอร์ 6 น่าเสียดายจัง (แอบพูดให้ยิ่งเซ็ง 555) แต่ยังไงก็ดีกว่าใช้สาย 2.5 นะครับ ของผมก็เตรียมลุยๆ อยู่เหมือนกัน



  ความคิดเห็นที่ 117
  vichien 
  11/09/2010 20:46:03



555 ขำพี่อุเทน...กว่าจะได้ทำ ต้องวางแผนหลอกล่อกันยกใหญ่

สายเส้นเล็กช่างมันพี่ อย่างน้อยก็ได้กระแสสะอาดๆ มาใช้งานละ...

คราวหน้า ผมว่าพี่อุเทนต้องมีบ้านน้อยอีกสักหลัง แล้วลงระบบไฟตั้งแต่เริ่มสร้างเลยละกัน 555



  ความคิดเห็นที่ 118
  AscoGenetic5 
  11/09/2010 21:17:03



พี่อุเทนครับ...ลงทุนน่าดูนะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 119
  jomjomjom 
  11/09/2010 21:43:41



พี่ JJ22ครับ สามเหลี่ยมเมอร์บิวด้า นั่นมันคืออะไรครับ ...



  ความคิดเห็นที่ 120
  ManPlayEar 
  11/09/2010 21:52:31



เปลี่ยนชื่อตอนให้คุณอู๊ดหน่อย

รีวิววิธีอัพเกรดระบบไฟแบบเถ้าแก่
นอนฟังเครื่องไฟหัวใจมั่นสั่นสู้ 5 5



  ความคิดเห็นที่ 121
  JJ22 
  11/09/2010 23:30:14


พี่ทศย์ครับ สามเหลี่ยมนาผืนน้อย (ไม่เกี่ยวกันเลย แหะๆ) มันคือแท่งกราวด์ที่ตอกลงดินจำนวนสามแท่งโดยวางเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าน่ะครับ แต่ละจุดเชื่อมต่อถึงกัน จุดประสงค์เพื่อให้ความต้านทานลงดินมันต่ำๆ ให้มั่นใจว่าไฟรั่วมันจะลงดินแน่นอน พอดีไม่มีเครื่องวัดเลยเอาชัวร์ๆ ไว้ อันนี้ที่โรงงานน่ะครับ ถือโอกาสปรับปรุงระบบไฟไปเลยทีเดียว



  ความคิดเห็นที่ 122
  นายมั่นคง 
  11/09/2010 23:49:28



555 สุดยอดเลยครับพี่อุเทน ลูกผู้ชายไม้ตีพริกแบบเราต้องลุยแบบนี้ล่ะครับ 555 มีภาพประกอบด้วยยิ่งสุดยอดใหญ่ ท่านอื่นๆๆ อย่าตกใจแผงไฟของพี่อุเทนเน้อ แกเป็นโรงงาน ระบบไฟเลยมโหฬารกว่าบ้านทั่วไปจ้า

ตายล่ะวา งานนี้เล่นรื้อบ้านรื้อระบบกันเป็นแถบๆๆ 555 ใครจะรื้อเป็นรายต่อไปเนี่ย

วันนี้เฮียเชียรบอกว่า สายไฟถ้าเดินจากแผงไฟใหญ่แค่ไม่กี่เมตร ผมบอกแบบนี้ยิ่งประหยัดค่าสายเลยล่ะ


อย่าลืมเน้อ ถ้าไม่มีแผงแบบพี่อุเทนให้ต่อเพิ่ม ถ้าจะต้องซื้อใหม่ให้ซื้อเบรคเกอร์ซีเมนส์ แล้วใส่สายไฟเบอร์ 6 หรือเบอร์ 4 ก็ได้จ้า ถ้าใครใช้ไฟมากๆๆ เช่นจอ LED ใหญ่ๆๆ ลำโพงโฮมครบชุด ชุดเพาเวอร์แอมป์ใหญ่ๆๆ จัดด้วยสายเบอร์ 6 ไปเลยนะครับ

แต่ถ้าชุดย่อมๆ แบบเฮดโฟนแอมป์ก็เบอร์ 4 ยังสบายๆๆ เหลือๆๆ คร้าบบ 555



ปล.ของพี่ไก่ JJ22 นี่มันคืออะไรหว่า ผมเดาไม่ออกจริงๆๆครับ 555





  ความคิดเห็นที่ 123
  นายมั่นคง 
  11/09/2010 23:52:33



เย้ๆๆ เข้าใจล่ะพี่ไก่ JJ22

งานนี้แต่ละท่านได้ช่องทางเสียเงินอีกแล้ว 555 เอ้า ช่างมัน ความสุขเล็กๆ น้อยๆๆ ล่ะ



  ความคิดเห็นที่ 124
  Uthen 
  12/09/2010 08:55:32



แอบมางงเหมือนกันครับ กับสายสีเขียวสามเหลี่ยมครับ
-------------------------------------------------------
เฮียครับการต่อเบคเกอร์แยกแบบนี้นอกจากจะเพื่อระบบเสียงที่ดีแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภับกับนักเล่นทุกท่านด้วยครับ เพราะต้องถอดเปลี่ยนปลั๊กผนัง เข้าๆ ออกๆ กันบ่อยๆ 5555




  ความคิดเห็นที่ 125
  att 
  12/09/2010 10:35:45


รู้นิดหน่อยเรื่อง กราวด์
มาตรฐานสื่อสาร >5 ohm
มาตรฐานไฟฟ้า >2 ohm
เคยได้ยินช่างที่ทำระบบจานดาวเทียมใหญ่บอกว่าให้ตอกหลอดที่ชื้นสูงๆ ถ้ายังไม่พอให้ใส่เกลือเยอะ ราดน้ำตาม ถ้าหลอดเดียวไม่พอ ให้ตอกสามหลอดต่อกัน ไรเทือกๆนี้แหละครับ



  ความคิดเห็นที่ 126
  JJ22 
  12/09/2010 11:48:54


ขออภัยพี่ๆ ทั้งหลายที่ทำให้งง 555 พอดีที่โรงงานกำลังปรับปรุงระบบไฟ มีการตอกแท่ง Ground Rod ทำระบบ grounding เลยถ่ายภาพมาให้ดูเล่นๆ ประกอบกระทู้เฮีย ตัว Ground Rod ยาว 2.4 เมตร ตอก 3 จุดโดยระยะห่างอย่างน้อยเท่าความยาวแท่ง ground rod คือ 2.4 เมตร ทั้ง 3 จุดเชื่อมถึงกัน ในรูปนี้ใช้สายเขียวขนาด 50 sq.mm. ใหญ่ดีแท้ ก่อนหน้านี้ ช่างโดนดูดจนเสียวกันมาทั้งโรงงานเลย 555 เลยจัดการซะหน่อย เสร็จแล้วจะมาโส้ยกันที่บ้านต่อ



  ความคิดเห็นที่ 127
  JJ22 
  12/09/2010 17:57:38


เฮียครับ ผมใช้ Clef Power Bridge 6 อยู่ ตัวปลั๊ก (Receptacal) นี่น่าเปลี่ยนไหมครับ หรือของเดิมๆ ดีอยู่แล้ว ถ้าเปลี่ยนนี่ใช้ของอะไรใส่เข้าไปดีครับ



  ความคิดเห็นที่ 128
  llSilveRll 
  12/09/2010 18:03:07



ผมเห็น pb6 ที่เค้าเปลี่ยนเต้าเต้าแต่ละตัวราคาเกือบเท่า pb6 หรือแพงกว่า pb6 อีกนะครับ

ที่โหดๆก็พี่คนนึง pb8 เปลี่ยนเป็น wattgate381 4เต้ารวด T^T



  ความคิดเห็นที่ 129
  JJ22 
  12/09/2010 19:25:30





อ๊ะจ๊ากกก เล่นกันขนาดนั้นเลยเหรอ คงไม่ไหว พอดีไปเห็นคุณกัมปนาทพูดถึงเต้ารับตัว PB6 ว่าเป็นเต้ารับแบบมาตรฐานธรรมดา เลยคิดว่าจะเปลี่ยนดีไหม

ไม่รู้ตัวนี้เป็นไง



  ความคิดเห็นที่ 130
  JJ22 
  12/09/2010 20:08:10


ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นปลั๊ก Eagle Cooper และนำไปผ่านขบวนการที่เรียกว่า Cryogenic โดย Clef ขบวนการที่ว่าเหมือนตู้แช่ตู้อบอะไรนี่แหล่ะ ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่ราคาอันนี้ก็พอไหวอยู่ แต่เสียงมันจะดีกว่าอันเดิมใน PB6 เยอะแค่ไหนไม่รู้ รอเฮียมั่นมาฟันเด็ก เอ้ยฟันธงอีกที ผมยังรู้ไม่กระจ่าง



  ความคิดเห็นที่ 131
  jomjomjom 
  12/09/2010 20:19:09



ขอปรึกษาพี่ๆครับ
คือถ้าต่อสายใหม่จากแผงไฟเดิม เพิ่มสายดิน ของผมน่าจะประมาณรูปนี้ครับ คือมันยังผ่านกระปุกฟิวส์ แล้วยังไปผ่าน braker 2 ตัว (N กับ L)ก่อนจะไปเข้า braker ของ L เพื่อไปห้องฟังอีกที



ไม่รู้ว่าด้วยตัวฟิวส์กระปุก และ braker ทั้ง 3 ตัวนั่นจะทำให้ไฟเดินราบรื่นไม๊ ... แล้วถ้าผมจะเดินสายแบบไม่ผ่านฟิวส์กระปุก มันจะเป็นรูปที่ 2 นี้ครับ คือ ให้ทั้ง N และ L วิ่งตรงมาที่ braker ของสายที่จะไปห้องฟังเลย ไม่ผ่านกระปุกฟิวส์ คือ ให้ braker ทำงานแทนกระปุกฟิวส์ ...



พี่ๆคิดว่ามันยังมีความปลอดภัยเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิมไม๊ครับ สำหรับระบบฟังใหม่ ที่ไม่เกี่ยวกับระบบไฟเดิม เพราะเหมือนมันแยกออกมาต่างหากแล้ว.. รบกวนด้วยครับ



  ความคิดเห็นที่ 132
  Uthen 
  12/09/2010 20:24:40



พี่ทศครับ แบบที่สองตัดเบคเกอร์ที่ตัว N ออกไปเลยครับ ใช้ตัวเดียวที่ L ก็พอครับ

มีเบคเกอร์แล้วทำไมต้องใช้ฟิวส์กระปุกครับ ... เบคเกอร์ทำหน้าที่แทนฟิวกระปุกแล้วครับพี่ทศย์



  ความคิดเห็นที่ 133
  jomjomjom 
  12/09/2010 20:29:05



มันมากับบ้านตั้งแต่ซื้อบ้านเลยอ่ะครับ ... ก็ไม่รู้ว่าฟิวส์กระปุก มันช่วยอะไรได้ นอกเหมือนจากหน้าที่ของ braker อ่ะครับ อันนี้ไม่รู้จิงๆครับ เพราะทุกครั้งที่ braker ที่บ้านตัด ผมก็แค่ตรวจสอบว่าอะไรช็อต พอรู้สาเหตุ ก็แค่ยก braker ขึ้นเหมือนเดิม ไอ้ฟิวส์กระปุกมันก็ไม่ได้ขาด .... เลย สงสัยว่าจะยังเอามันไว้ดีไม๊ ...



  ความคิดเห็นที่ 134
  Uthen 
  12/09/2010 20:31:05



แต่ระบบของพี่ทศ ควรจะมี main breaker ตัวนึงนะครับ ทำหน้าที่คุม breaker ทุกตัวครับ
จะปลอดภัยกว่าเยอะครับ

ผมว่า... พี่ทศย์เปลี่ยนตู้ breaker เลยดีกว่าครับ แบบจำนวนช่องน้อยๆ ก็มีครับ ไม่แพง..
ไปเดินดูที่ hompro ก็ได้ครับ เอาที่มี main breaker คุมนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 135
  JJ22 
  12/09/2010 20:47:55


ใช่ครับพี่ทศ ซื้อบ้านใหม่ดีกว่า 5555 แซวเล่น

เห็นด้วยกับพี่อุเทนครับ ตู้อันเก่านั่นผมมองไม่ชัด เบรกเกอร์ซ้ายสุดนั้นใช่ตัวเมนซึ่งคุมที่เหลือหรือเปล่า ตู้มันเก่าพิกล เดี๋ยวนี้ตู้น่าตาดีๆ เยอะเลยครับ ราคาไม่แพงด้วย



  ความคิดเห็นที่ 136
  นายมั่นคง 
  12/09/2010 21:50:10



เรื่องปลั๊กนั้น ผมแนะนำให้เปลี่ยนจากต้นทางก่อนจ้า คือเอาจากตัวต้นจริงๆๆ จะเวิร์คกว่า และครอบคลุมได้เกือบทั้งหมด เป็นเรื่องแปลกคือ ถ้าตัวปลั๊กต้นทางเลือกตัวคาแรคเตอร์แบบไหน

มันจะถ่ายทอดคาแรคเตอร์เสียงของมันลงมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน (ปลั๊กที่ต่อพ่วงเข้าไป หรือพวกเครื่องกรองไฟ)555 เรียกว่าถ้าจะเปลี่ยนให้เปลี่ยนตัวที่สายไฟเดินเข้ามาตรงๆๆ ก่อนล่ะครับ 555


พี่ทศพรย์ต้องปรึกษาเพื่อนๆ ล่ะ ผมรู้คร่าวๆ และไม่จริงเท่าไหร่ ขืนแนะนำส่งเดชมากกว่านี้จะไปกันใหญ่ล่ะ

ส่วนพี่ไก่ JJ22 นี่เข้าใจเล่นมุขแฮะ ช่างโดนดูดจนเสียวไปหมด น่ากลัวจริงๆๆ ไฟบ้านพี่ไก่ 555

ส่วนพี่อุเทนพรุ่งนี้โทรคุยกันอีกทีเน้อ เมือตะกี๊ผมโทรกลับพี่อุเทนพอดีพี่ไม่ได้รับล่ะจ้า 5555 (ตอนโทรมา ผมขับรถอยู่เลยไม่ได้รับสายจ้า)



  ความคิดเห็นที่ 137
  jomjomjom 
  12/09/2010 22:16:09



คือในตู้ เบรกเกอร์ซ้ายสุด 2 ตัวนั้น มันต่ออยู่กับสายจากเสาครับ โดยตัวนึง(ซ้ายสุด) ต่อกับสายสีดำ ตัวถัดมา(คู่กันนั่น) ต่อกับสาย L สีเทาที่มาจากกระปุกฟิวส์ครับ (คือสายสีเทาจากเสาจะเข้ากระปุกฟิวส์ก่อนครับ ค่อยมาเบรกเกอร์ตัวนี้) ส่วนเบรกเกอร์อีก 2 ตัวที่เห็นคือ ของชั้นบน กับชั้นล่างครับ ... สรุปคือ มีเบรกเกอร์คุมอยู่คู่นึงครับ แถมมีกระปุกฟิวส์ต่อก่อนมาเข้าเบรกเกอร์ด้วยนะเออ ...

เอาไงดีครับ ถ้าจะเปลี่ยนตู้ ผมยกเลิกกระปุกฟิวส์เลยดีไม๊ครับ ให้สายจากเสามาเข้าเบรกเกอร์ตัวใหญ่ซักตัวนึง (เฉพาะสาย L สีเทา สีดำไม่ต้องต่อเบรกเกอร์เนอะ) ส่วนเบรกเกอร์คุมไฟชั้นบนและล่างอย่างละตัวเหมือนเดิม แล้วจัดเบรกเกอร์ของห้องฟังต่างหากอีกตัวนึง เดินสายเบอร์ 6 ไปห้องฟัง .... แบบนี้ เวิร์ค ไม๊ครับ



  ความคิดเห็นที่ 138
  jomjomjom 
  12/09/2010 22:17:22



^
^
รูปปลากอบรูปเดิมครับ



  ความคิดเห็นที่ 139
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  12/09/2010 23:09:28



พี่ทศย์ใช้ตู้เดิมๆ นี่แหละครับเอาฟิวส์ออก เปลี่ยนเ breaker switch ทั้งหมดเลยเพิ่มสำหรับ เครื่องเสียงเข้าไปชุดนึง หรือผสมใหม่เก่าไม่ว่ากัน ทำความสะอาดเอาฝุ่นออกให้หมดด้วยนะครับ จะทำให้เสียงดีขึ้นอีก 3.245897468% ครับ หิหิ

แนะนำให้ไปดูพันทิพย์งามฯ ชั้น6จะมี breaker ยี่ห้อที่ทำTesla ส้ม Quantam television นี้วางขายอยู่ด้วยต่อรองดีๆ ลงมาเหลือแค่หลักร้อยครับ

จากนั้นเดินสายเข้าไปยังชุดเครื่องเสียงเลยครับ ควรแยกไฟของคอมพิวเตอร์ออกไปเสียบปลั๊กเดิม ครับไม่ควรเสียบรวมกับเครื่องเสียง ให้ดีติดอุปกรณ์พร้อมกราวน์กันฟ้าผ่าเข้าไปด้วยเลยก็ดีครับ ไหนๆก็จะเสียเงินแล้ว อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 140
  Uthen 
  12/09/2010 23:27:49



สายที่ต่อกับ breaker จะต้องเป็นสายที่มีไฟครับ เอาไขควงเช็คไฟจิ้มดูก่อนครับผม

.... แต่อย่าไปกังวลเรื่องนี้เลย ครับถ้าพี่ทศซื้อตู้มาตรฐานมาใช้ พี่มีหน้าที่ ...ใส่แล้ว กดๆๆๆ ให้เข้า...ที่อย่างเดียวเลยครับพี่


.... ตู้มาตรฐานมีให้เลือกหลายยยี่ห้อครับลองเลือกดู แต่ถ้าอยากหาลูกง่ายๆ ก็ต้อง square D ครับผม (ยี่ห้อเดียวกับที่ผมใช้ ) ส่วนของ seimen คงต้องไปดูเอาเองครับ

กระปุกฟิว อย่าไปห่วงมันเลยครับ ทิ้งๆ ไปเหอะ 555

เคยใช้กระปุกฟิวเมื่อนานมาแล้วครับแต่จะใช้คู่กับ cut out ครับ ที่ต้องมีเพราะ cut out มันเด้งไม่ได้ครับ


.... ขอออกตัวนิดนึงครับ จริงๆผมไม่ได้เป็นช่างไฟ หรอกนะครับ แต่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องระบบไฟ เพื่อใช้งานเท่านั้นครับ

แต่ผมเองก็ให้ความสำคัญกับระบบไฟเป็นสำคัญเลยล่ะครับ บ้านเราถ้าไม่สนใจเรื่องนี้ ลูกเรา หรือคนที่เรารักอาจจะโดนไฟดูดได้ครับ ระบบไฟที่ดีช่วยได้ครับ พลาดพลั้งไปโดนเข้า ตัดทันเวลาครับ

ลูก breaker ที่ดีต้องตัดเร็วๆ ครับ ยิ่งเร็วยิ่งดี อาจจะแพงหน่อยแต่ก็ไม่มากครับ



  ความคิดเห็นที่ 141
  jomjomjom 
  12/09/2010 23:43:41



ไหนไหนก็กำลังพูดถึงต้นทางยิ่งกว่าเต้าเสียบ คือ เบรกเกอร์ นี่ .... ถ้าไฟรั่วแล้วเราไปจับมันจะตัดได้ด้วยเร๋อครับ ผมคิดว่าต้องเป็นพวก เซฟทีคัต เท่านั้นที่จะป้องกันไปดูดได้ ...นี่หมายความว่า เบรกเกอร์ ดีๆ ก็กันไฟดูดได้ คือ มันเด้งทันก่อนจะโดนดูด ใช่ป่ะครับ
มันแพงไม๊ครับ ยี่ห้อไหนดีครับ เอามาติดที่ตัวต้นทางใหญ่ตัวเดียว ส่วนตัวที่จะไปห้องฟังก็เอาตัวที่ไม่ต้องเ้งเร็วก็ได้ ... แบบนี้ใช่ป่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 142
  JJ22 
  12/09/2010 23:52:15


เออคือ พี่ทศ ผมดูแล้วเนี้ย สีเทามันไม่เห็นต้องผ่านฟิวส์เลยนะครับ แต่พี่เช็คแน่ใจแล้วนะว่า L คือสีเทาแน่นอน ส่วนตัวสีดำเป็น N ลองเอาไขควงวัดไฟเช็คให้แน่ใจอีกครั้งว่า N ไม่มีไฟ L มีไฟนะครับ (ปกติ code สีดำต้องเป็น L สีเทาจะเป็น N) แต่ช่างบ้านๆ ก็เดินตามใจฉัน

ถ้ามั่นใจแล้ว
1.พี่เอาสายสีเทาจากเสา ก่อนเข้าฟิวส์มาเข้า breaker ตัวที่ 2 ได้เลยครับ
2.แล้วเอาสายเทาอันเก่าที่ออกจากฟิวส์เอาเข้า breaker ตัวนั้นออกไปได้เลย
3.ส่วนที่เหลือก็ให้เดิมๆ ไปเลยก็ได้ครับ
4.แต่ Breaker ตัวแรกต้อง On ไว้ เขาคงไว้เชื่อม N ทุกตัวเข้าด้วยกัน จริงๆ ในตู้น่าจะมี Bar ให้จิ้ม N ทุกตัวรวมกันไว้นะ ไม่ต้องผ่านไม่ต้องอาศัย Breaker

เท่านี้พี่ก็ใช้ Breaker ตัวที่ 2 นั้นเป็นเมนคุมลูกอีก 4 ช่องซ้ายได้เลยครับ

5.เพิ่ม Breaker ตัวที่จะใช้สำหรับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ (ถ้าใช้สาย 6 sq.mm. ก็เอา breaker 30A แต่ไม่ควรใหญ่กว่า main breaker ตัวที่ 2 นั้น) เดินสายไปที่เครื่องเสียงพร้อมกับสายที่ออกจากตูด Breaker ตัวแรก (N) ไปด้วย รวม ground มาจากที่ทำไว้อีกเส้น รวม 3 เส้น

6. ส่วนที่เหลือคงเดิมได้เลย และเหมือนอย่างคุณเต้ว่าไว้ ทำความสะอาด ขัดน๊อตให้แน่น เท่านี้ก็น่าจะใช้ได้แล้วครับ

งงเปล่า ว่าแต่รูปที่พี่วาดไว้ไปไหนซะแล้ว จะได้ดูอีกที





  ความคิดเห็นที่ 143
  นายมั่นคง 
  12/09/2010 23:52:35



เจี๊ยกๆๆๆ คุณเต้ ให้แค่ 3.245897468% เดี๋ยวพี่ทศพรย์แกใจฝ่อพอดี 555 น่าจะประมาณ 3.9% จ๊ากๆๆ พูดเล่นๆๆ 555

จริงๆ แล้ว การเปลี่ยนสายไฟใหญ่ โดยสามารถแยกมาต่างหากมาจากแผงเลย โดยไม่ร่วมกับพวกไฟอื่นๆ ที่มีการกวน พวกหลอดไฟ พวกเครื่องทำน้ำร้อน เรียกว่าอันอื่นจะใช้อะไรก็ใช้ไป แต่ส่วนตัวนี้วิ่งตรงมาที่ชุดล่ะครับ 555

การทำสายไฟใหญ่มาหาชุด ผมว่าให้ผลดีกว่าการลุยซื้ออุปกรณ์พวกหัวปลั๊ก เรียกว่าต้นทางขอท่อใหญ่ๆ แล้วปลายทางก็ง่ายขึ้นครับ


ส่วนเรื่องเบรคเกอร์นั้น ตามความเข้าใจของผม มันน่าจะตัดกรณีที่เครื่องไฟฟ้ามันช็อตกันครับ แต่ถ้ามันช๊อตถูกคน อันนี้ไม่แน่ใจจริงๆ ครับพี่ทศพรย์ รอพี่ๆท่านอืนอีกทีจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 144
  Uthen 
  12/09/2010 23:57:14



^^^ ผมเข้าใจว่า 2 ลูกแรก ช่างตอนสร้างบ้านกะประหยัดล่ะครับ เอา beaker 2 อันมาทำเป็น main breaker แทนที่จะซื้อ Main ที่เป็น 2P มาใช้



  ความคิดเห็นที่ 145
  jomjomjom 
  13/09/2010 00:04:41



เฮียย์ ... รูปที่ผมโพสไว้ที่ คห. 131 มันโดนใครเปลี่ยนไปอ่ะครับ ... โดนแฮกเร่อเนี่ย ...

up รูปอีกทีนะครับ
รูปแรก ถ้าจะเดินสายไปห้องฟังแบบยังผ่านระบบไฟเดิม


รูปที่ 2 กะจะแยกออกมาเลย


แต่เห้นพี่ๆบอก N (ที่ไม่มีไฟ) ไม่ต้องใส่เบรกเกอร์ก็ได้ ... รูปที่ 2 ก็จะเหลือเบรกเกอร์ที่ไปห้องฟังแค่ตัวเดียว ... ใช่ป่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 146
  JJ22 
  13/09/2010 00:13:47


เบรกเกอร์จะตัดตอนกระแสเกินตัวมันเป็นเวลา ... วินาที จำสเปกไม่ได้ แล้วแต่ยี่ห้อด้วย
ส่วน เซตทีคัทมันก็คือเบรกเกอร์ตัวหนึ่งที่สามารถตั้งเวลาได้ ประมาณว่าถ้ามันเช็คไฟเกินได้เป็นเวลาที่เราเซตไว้ มันก็จะทำการตัด บ้านผมนี่ตัดยันเลย เอะอะก็ตัด ผมเลยไปเซตให้มันไม่ต้องตัด แต่ไม่เคยเช็คดูเหมือนกันมีไฟรั่วตรงไหนในบ้านหรือเปล่า ว่าแล้วนึกขึ้นได้เหมือนกันว่าต้องตรวจดูอีกที

เฮียตกลงเอาปลั๊กที่ผนังให้เจ๋งๆ ไว้ก่อนใช่ไหมครับ แล้วเอาสายไฟดีๆ (the Hulk) เดินจากผนังมาเข้า PB6 (หรือเอาไปใส่ให้แอมป์ shiit ดีกว่าครับ)
คือผมมีทำสายฝอย VCT 3x6 sq.mm. หมูหวานเข้าหัวดีๆ ให้
เอาสายไหนไว้ตรงไหนครับ ถ้าอย่างเฮีย "ผลนั้นมาจากเหตุ" งั้นของดีๆ ให้ใส่ไว้ที่ต้นทาง The Hulk ควรจะอยู่ก่อน PB6 ใช่ไหมครับ แล้วเอา VCT นี้ไปให้น้องแอมป์ shiit



  ความคิดเห็นที่ 147
  JJ22 
  13/09/2010 00:23:54


พี่ทศย์ ผมว่ารูปที่ 1 จะถูกต้องกว่าครับ เพียงแต่สาย N เข้าตู้นั้นก็จิ้มเข้า N Panel ไปเลย ไม่ต้องผ่าน breaker ตัวแรก
แล้วสาย L ก็ไม่ต้องผ่านฟิวส์ เข้า Breaker ตัวที่ 2 ไปเลย
ส่วนเวลาเดินไปห้องฟังเพลงก็ถูกต้องอย่างรูปที่ 1 ได้เลยครับ ไปทั้งหมด 3 เส้น L N G

แต่ผมอยากให้พี่แน่ใจโดยเอาไขควงวัดไฟจิ้มอีกทีนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 148
  นายมั่นคง 
  13/09/2010 00:27:26



รูปพี่ทศพรย์กลับมาเองแฮะแปลกจัง 555


พี่ไก่ JJ22 เท่าที่ผมลองเอง ต้องมีหลักการคิดแบบนี้ร่วมด้วยครับ คือเริ่มจากทำตัวไหนที่จ่ายน้อยสุด แต่ได้ผลมากสุด (แต่อาจจะไม่ตรงกับท่านอื่นๆ เน้อ) คือต้องบอกว่าวัดจากตัวเงินที่จ่ายออกไปเป็นตัวประกอบร่วม

น่าจะเรียงเล่นๆ แบบนี้ล่ะ

1. เปลี่ยนสายไฟ จ่ายน้อยสุด แต่ได้ผลตอบสนองระยะยาวดีสุด

2. เปลี่ยนปลั๊กผนัง ที่ต่อตรงกับสายไฟ

3. สายไฟที่มีหัวท้าย เสียบจากผนัง แล้วมาเสียบก่อนเข้าตัวกรองไฟ

4. สายไฟที่เสียบเข้าเครื่อง

5. เกรดหัวท้ายปลั๊กที่เสียบเข้าเครื่อง


น่าจะราวๆ นี้จ้า ปลั๊กหัวท้ายดีๆ ให้ผลน้อยกว่าครับ ลองสังเกตุดูจากสายไฟเส้นละหลายๆหมื่น บางทีเค้าใช้เกรดที่ถูกกว่า wattgate economy ด้วยซ้ำครับ 555

ผมซื้อหัวท้ายมาเล่นหลายคู่แล้ว สู้การเล่นปลั๊กผนังไม่ได้จ้า ชัดเจนจะแจ้งกว่าแยะจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 149
  JJ22 
  13/09/2010 00:27:30


เอ พี่ทศ ผมมาดูสายที่เข้าตู้พี่มันขนาดเท่าไรน่ะครับ ดูมันเล็กๆ พิกล



  ความคิดเห็นที่ 150
  JJ22 
  13/09/2010 00:31:33


เฮียหมายถึงว่าให้ความสำคัญกับสายไฟเส้นที่มาจากผนังมาเข้าตัวกรองไฟ มากกกว่า สายไฟอีกเส้นจากตัวกรองไฟมาเครื่องเสียงใช่ไหมครับ

ผมจะได้วาง The Hulk ไว้ต้นๆ ทางหน่อย



  ความคิดเห็นที่ 151
  jomjomjom 
  13/09/2010 00:34:48



555 พี่ไก่JJ22ย์ ชอบเบิ้ล ...



  ความคิดเห็นที่ 152
  jomjomjom 
  13/09/2010 00:39:44



สายเข้าตู้เส้นใหญ่มากครับ ขนาดมันคือเท่ากับที่พี่เห้นมามาเข้ากระปุกฟิวส์นั่นแหละครับ ที่เข้ากระปุกฟิวส์นั่นเส้นเดี่ยวครับ

ตัวสายมันหลบมุมเสาพอดีครับเส้นซ้ายสุดในรูปครับแต่นั่นคือเห็นครึ่งเดียวครับ






  ความคิดเห็นที่ 153
  นายมั่นคง 
  13/09/2010 00:40:00



แม่นแล้วครับพี่ไก่ คือถ้าจะลอง ต้องค่อยๆ ลองแบบนี้ครับ คือจ่ายซักส่วนนึงตรงต้นๆ ทางก่อน พอจ่ายไปจ่ายมาชักมันส์ แล้วจะเปลี่ยนหมดอันนี้อีกเรื่องนึง 555

พี่ไก่ต้องเอา The Hulk ใส่ไว้ตรงผนังมาเข้า Clef ครับ ตามหลักแล้วมันจะได้อานิสสงฆ์ความดีของสายไฟต้นทาง แผ่ส่วนบุญมาถึงตัวเล็กตัวน้อยล่ะครับ

555



  ความคิดเห็นที่ 154
  เต้_พ่อน้องแพงครับ 
  13/09/2010 07:35:34



Breaker ตัดเมื่อมีการลัดวงจรครับ ส่วนเวลาที่ไฟดูดหรืออาศัยตัวคนเป็นกราวน์ จะต้องใช้อุปกรณ์พวก ground falt curcit interupt หรือ เซฟทีคัททั้งหลายนั่นแลครับ อิอิ



  ความคิดเห็นที่ 155
  jomjomjom 
  13/09/2010 08:05:08



รับแซบครับ



  ความคิดเห็นที่ 156
  JJ22 
  13/09/2010 10:05:41


เฮียครับแล้วมีปลั๊กผนังแนะนำไหมครับ ของ Clef ตัว Cooper Cyrogenic เป็นไงบ้างครับ เห็นราคาไม่แพงดี



  ความคิดเห็นที่ 157
  ไฟด 
  13/09/2010 14:10:18


ดูวิธีการของท่านอื่นแล้ว ขยัน อดทนกันมากเลยครับ
อย่างที่เฮียสรุปที่ความคิดเห็นที่ 148 ครับ
เดินสายใหม่และต้องจบที่ปลั๊กผนังดีๆด้วยครับ ทำกันดีๆแต่ไปอั้นที่จุดนี้ก็ไม่ควรครับ

ปลั๊กอันไหนดีไปลองที่บ้านเฮียดูสิครับ พร้อมรบ
แล้วก็ดูชุดของท่านเองด้วยว่าขาดอะไร ขาดแหลม ขาดเบส ขาดdynamic ขาด วงstage
เตรียมเงินให้พร้อม ซื้อแล้วก็โกหกเมียให้เนียนๆนะ



  ความคิดเห็นที่ 158
  JJ22 
  13/09/2010 14:57:27


ขาดเงิน 555



  ความคิดเห็นที่ 159
  นายมั่นคง 
  13/09/2010 19:26:28



555 วิธีที่ผมสรุป มันเป็นวิธีที่กรองแล้วว่า เรียงการจ่ายเงินตามลำดับความสำคัญล่ะครับ เรียกว่าจ่ายเท่าไหร่ได้เท่านั้น แต่สำคัญคือไม่จ่ายมั่ว คือเราเลือกจ่ายส่วนที่เห็นผลมากสุดก่อนครับ

ส่วนใครจะขาดอะไรต้องลองๆๆ นึกกันออกมาให้ได้ครับ

แต่ขาดเงินนี่เป็นเรื่องหนักกว่าขาดทุ้มหรือขาดแหลมอีกเน้อ 555



  ความคิดเห็นที่ 160
  นายมั่นคง 
  13/09/2010 22:58:32



คืนนี้พี่ทศพรย์หายไปเลย 555

วันนี้อุ้มกลับไปหลายอย่าง ป่านนี้คงง่วนอยู่แน่ๆๆ เลยล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 161
  Uthen 
  13/09/2010 23:04:14



โอ้โห ถึงกะอุ้มเลยเหรอครับ พี่แกซื้อปลั๊กผนังไปเปลี่ยนทั้งบ้านเลยป่าวเนี่ย 555



  ความคิดเห็นที่ 162
  นายมั่นคง 
  14/09/2010 00:19:53



ต้องใช้คำว่าแบกด้วยซ้ำไปครับพี่อุเทน 555 ไม่ใช่ปลั๊กล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 163
  jomjomjom 
  14/09/2010 09:30:44



มารายงานตัวครับ 555
เมื่อคืน net ที่บ้านเจ๊งกะบ๊ง เหมือนรถเสียเลย ไปไหนไม่ได้ เลยได้ฟังเพลงสบายใจเฉิบ 5555

เรื่องระบบไฟดูเหมือนง่ายๆครับ แต่มันก็มีความยากอยู่ในตัว ตั้งแต่ .... เจรจาขอเข้าพื้นที่กันเลยทีเดียว 555

ก็เลยตัดสินใจ จัดชุดต้นเสียงมาก่อนครับ 55



ขอบอกว่าไม่ผิดหวังกับเสียงที่ได้รับเลยครับเฮีย

เริ่มจากตอนแรก Com -> USB -> 19DSP -> RCA -> Minute -> HE5 ขบวนนี้เสียงสะอาดขึ้นกว่าเดิมมากครับใสปิ๊ง แต่ยังคงความหนักแน่นอยู่เต็มพลังครับ
พอจัด ONKYO เพิ่มเข้ามาเป็น
Com -> USB -> ONKYO -> Coax Canare -> 19DSP -> RCA -> Minute -> HE5 ขบวนนี้ ทำผมร้อง หืออออ เฮ่ยย ในใจเลยครับ มันมีมิติเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกครับ สว่าง สะอาด ชัดเป๊ะ กลองเป็นกลอง ฉาบเป็นฉาบ ฉิ่งเป็นฉิ่ง เสียงสมจริงมากที่สุดเท่าที่เคยฟัง HE5 กับชุดอื่นๆมาเลยครับ
เอ่อ แล้วตอนนี้ผมใช้สายเพาเว่อร์เดิมๆทั้งน้องมิน และ 19DSP ด้วย ...
ประทับใจสุดขีด ไม่อยากมาทำงานเลย 5555555 อยากลาป่วยยย ไม่ฉะบะบะบะายยยย 5555
เดี๋ยวฟังให้มันซึมเข้าระบบประสาทก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนระบบไฟ และสายเพาเว่อร์ และก็สาย USB อีก ... โอ่วววว ...

ลืมลองต่อ optical ระหว่าง ONKYO กับ 19DSP ไปเลย ... 555

ขอบคุณครับเฮีย ....



  ความคิดเห็นที่ 164
  JJ22 
  14/09/2010 10:32:31


com พี่ทศย์ไม่มีช่อง Coax ออกมาให้เหรอครับ เหมือนกับว่าระบบใหม่ของพี่ทศย์มันต้องไปแปลง USB->Coax ที่ Onkyo เลย






  ความคิดเห็นที่ 165
  นายมั่นคง 
  14/09/2010 11:17:33



พี่ไก่ JJ22 คือพี่ทศพรย์ไปแปลง USB ที่ตัว onkyo เลยครับ เพราะตัว onkyo มันรับ USB จากคอมได้อีก 1 ช่องทาง และมีทางออก 3 ช่องทาง เรียกว่าเป็นตัว ทรานสปอร์ตได้ และยังทำเป็นตัวแปลงสัญญาณได้ในตัว จ่ายครั้งเดียว ได้กลับมา 2 อย่างล่ะครับ

เล่นแบบนี้จะเหมาะมากสำหรับคนที่มี iPOd เป็นหลัก และเล่นจากคอมควบคู่กันไปด้วย แต่ถ้าใครไม่เล่น iPod เลย ให้ตัด Onkyo ออก แล้วหาตัวแปลงสัญญาณ USB ให้เป็น Coax แล้วจิ้มตรงเข้า DAC19DSP ไปเลย

เอ้า พี่ไก่มีเพื่อนเล่น DAC19DSP แล้วจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 166
  jomjomjom 
  14/09/2010 11:17:48



ไม่มีครับ มันเป็นแค่ notebook เองครับ
แต่ผมจัด iPod Classic มารอไว้อยู่แล้วหละครับ แหะแหะ
แต่ก็แปลกอ่ะครับ ระหว่าง notebook -> USB -> 19DSP กับ notebook -> USB -> ONKYO -> Coax -> 19DSP อย่างหลังเสียงดีกว่าอีกอ่ะครับ ... งง เหมือนกัน

ตอนเสียบ ONKYO กับ notebook ตัว windows7 มันมอง ONKYO เป้น USB DAC เหมือนกันครับ

เดี๋ยวคืนนี้ได้ลองเสียบ iPod ด้วย ... อ่าาาา



  ความคิดเห็นที่ 167
  นายมั่นคง 
  14/09/2010 11:36:13



มันประมาณว่าช่องทาง USB สุ้มเสียงมันไม่ดีพอ มันต้องไปคอนเวิร์ตให้เป็น Coax ถึงจะดีกว่า เหมือนกับไปจัดเรียงข้อมูลใหม่อีกทีก่อนเข้า DAC ล่ะครับ 555 (น่าจะใช่ 55)



  ความคิดเห็นที่ 168
  JJ22 
  14/09/2010 13:16:09


ผมจัดเจ้า Onkyo มาเรียบร้อยวันที่ไปสอย MS-Proi นั่นแหล่ะครับ กะมาใช้กับ iPod Classic โดยเฉพาะ แต่ไม่ยักรู้ว่ารับจากคอมมาเพื่อการณ์นี้ได้ด้วย แจ๋วแฮะ

เฮีย ผมยังเลือกปลั๊กผนังไม่ถูกเลย ของเล่นพวกนี้มันเยอะมากๆ แต่ไม่อยากได้แพงมาก
วันอาทิตย์กะไปเดินตึกศรีวรจักรตรง รพ.กลาง ชั้นใต้ดินเห็นมีอยู่ร้านหนึ่งขายของพวกนี้อยู่
หรือเอา cooper cyrogenic ดี ปวดหัว 555

นี่เพิ่งให้ลูกน้องไปซื้อสายไฟ Yazaki VAF 2x6 sq.mm. /4 sq.mm. มา 50 เมตร ราคานี่ได้เจ้า PB 6 ตัวหนึ่งเลยน่ะเนี้ย 555 เอ้า รื้อระบบใหม่ทั้งที



  ความคิดเห็นที่ 169
  นายมั่นคง 
  14/09/2010 16:58:37



ปลั๊กผนังนั้น พี่ไก่เลือกพวก Hospital Grade ก่อนก็พอครับ ไปแถวสี่แยกวัดตึก ทางฝั่งขวามือ น่าจะมีหลายร้าน

บอกเอาปลั๊ก Cooper Hosptial Grade ตัวละ 350 บาทหรือไงนี่ล่ะ ผมว่าถือว่าโอเคก่อนในระดับนึงแล้วครับ แล้วจะเปลี่ยนอีกที ก็เปลี่ยนได้เมื่ออยากเปลี่ยนครับพี่ไก่

เล่นแบบนี้เป็นการฝึกทักษะการฟังตัวเราด้วย เพราะจะได้รู้ว่า เปลี่ยนอะไรไปมันได้อะไร มันให้เสียงต่างกันอย่างไร สนุกที่สุดก็คือการเล่นแบบนี้ล่ะจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 170
  JJ22 
  14/09/2010 22:46:18


เหมือนลีลาการต๊อกเด็กเลยเนอะเฮีย 555 ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวจะลองหาที่เฮียแนะนำ



  ความคิดเห็นที่ 171
  นายมั่นคง 
  14/09/2010 22:49:05



โห พี่ไก่ สอนผมหน่อยเหอะ การต๊อกเด็ก

ศัพท์นี้ต้องรุ่นครูเลยนะนั่น ถึงจะเรียกถูก 555



  ความคิดเห็นที่ 172
  pojpot 
  14/09/2010 23:12:39


เรื่องการติดตั้งระบบกราวด์ร็อด เป็นข้อมูลโดยคุณ ธีรวัฒน์ โชติสุต ซึ่งเป็นระบบของการไฟฟ้า ลองอ่านที่เวปTAC ละเอียดดี
ส่วนสายไฟหากใช้เบอร์4รู้สึกเล็กไป คุณธีรวัฒน์ ก็แนะนำว่าให้เบิ้นสายไฟเบอร์4ที่ยาวเท่ากันอีกชุดโดยต่ออีกด้านของเต้ารับ(เต้ารับจะมีจุดต่อสายไฟสองชุด) ข้อดีหาอ่านที่เวปpiyanas.com



  ความคิดเห็นที่ 173
  JJ22 
  16/09/2010 00:23:43





เฮียครับมีคำถาม
ปลั๊กผนังมีคัดเป็นเกรดต่างๆ กันมีความหมายยังไงบ้างครับ ความดีของมันเรียงยังไง

Audio Grade, Spec Grade, Hospital Grade

บางท่านก็ไม่แนะนำให้ใช้ Hospital Grade เพราะมันแน่นเนื่องจากเขี้ยวล๊อกไม่ใช่แน่นจากการบีบของหน้าสัมผัส และยังทำให้ตัวผู้หัวถลอกเป็นรอยด้วยเวลาเสียบ

วันนี้ก็ได้ไปเดินเล่น Fortune ผ่านร้าน BomBom ก็แวะเข้าไปดูของเล่นๆ พี่ที่ร้านคุยดีมากแนะนำสินค้าต่างๆ นาๆ แต่ผมไปเสร็จอีกร้านหนึ่งข้างในสุด 555 ไปได้เจ้า
ACME 20 amp model 688 outlet มาตัวหนึ่ง ฮือๆๆๆ เฮียมั่นเตือนแล้วก็ไม่เชื่อ 555 เล่นธรรมดาไปก่อน หูไม่ค่อยถึงแต่มันยังบ่อนอีก

พี่ที่ร้านเขาแนะนำว่าตัวนี้น่าจะดีกว่า Hubbell 8300 อ๊ะ เดี๋ยวลองจิ้มดู สายก็ยังไม่เดินเลย เฮ้อ




  ความคิดเห็นที่ 174
  นายมั่นคง 
  16/09/2010 11:01:54



ผมก็ไม่แม่นนักล่ะครับพี่ไก่ เอาแบบรู้แบบชาวบ้านเน้อ

พวก เกรดทั่วไปใช้ตามบ้านหรือโรงงาน มักจะใช้ industrial grade พวกนี้ตัววัสดุที่ใช้เป็นตัวนำ น่าจะธรรมดาทั่วไป เน้นราคาถูก พอใช้งานได้ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ตายตัวล่ะครับ

พวก Hospital grade ผมว่ามันน่าจะทนกำลังไฟได้มากขึ้นอีกหน่อย และวัสดุตัวนำน่าจะดีขึ้นไปอีกหน่อย คือใช้แล้วอาจจะไม่มีสนิมจับตามขั้วให้สกปรก

พวก Spec Grade น่าจะเป็นประมาณว่า จ้างโรงงานผลิตให้เค้าทำตามที่บริษัทเครื่องเสียงต้องการล่ะครับ เพราะปลั๊กผนังดังๆ เค้าไม่มีโรงงานทำเองหรอกครับ

พวก Audio Grade คือออกแบบมาให้วัสดุนั้น นำไฟได้ดีสุด และมีการเลือกเนื้อวัสดุ รวมถึงการเคลือบผิวดีสุด ตัวพลาสติกอาจจะแลดูสวยและหรูหรากว่า


555 พี่ไก่ JJ22 เล่นเดินไปถึงที่แบบนั้นก็อีกยาวเลยครับ 555 เพราะยังต้องเปลี่ยนอีกหลายรอบเลยครับ เล่นพวกนี้ต้องกลั้นใจครับ ถ้าจับ 8300 แล้ว เดี๋ยวอย่างอื่นตามมาอีกเป็นขบวนล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 175
  JJ22 
  16/09/2010 11:37:14


อ๊ะจึ๋ย เฮียเล่นขู่ว่ายาวแบบนี้ผมอาจต้องมีเล่นของบ้างล่ะเวลาช๊อปปิ้ง พาแฟนไปด้วยเวลาซื้อของเล่นพวกนี้ 555 ชงักดีนะล่ะ ถามละเอียด "อันนี้ตัวอะไร ซื้อไปใช้อะไร ดียังไง ทำไมแพงจัง ตัวถูกกว่านี้ใช้ไม่ได้เหรอ หูมันก็ได้ยินเหมือนๆ กันแหล่ะ" จบข่าว อดซื้อ 5555
ประหยัดดีนักแล



  ความคิดเห็นที่ 176
  นายมั่นคง 
  16/09/2010 12:06:48



ไม่ใช่ขู่ล่ะ ผมเองยังเสร็จเหมือนกัน เวลาไม่นึกอยากเปลี่ยนอะไร ก็รู้สึกเฉยๆๆๆ แต่ถ้าลงได้ขยับเมื่อไหร่ คราวนี้งานเข้าเลย

คือนู่นนี่มาอีกเป็นพรวนเลยครับพี่ไก่ JJ22 555



  ความคิดเห็นที่ 177
  JEMMA 
  16/09/2010 12:47:08



ไอ้ power bridge 8 เนี่ย ส่งไปโมที่ clef ได้ไหมครับ แล้วมี option ไหนบ้างอะครับ อิอิอิอิ



  ความคิดเห็นที่ 178
  นายมั่นคง 
  16/09/2010 13:08:41



PB8 ผมว่าถ้าจะโม โมแค่สายเงินภายในก็พอครับคุณ JEMMA เพราะถ้าจะเปลี่ยนปลั๊ก ผมยังแนะให้เปลี่ยนปลั๊กผนังก่อน จะถูกสตางค์กว่าแยะจ้า

ขืนโมเต็มสูบ มีหวังเป็นลมกันพอดี 555



  ความคิดเห็นที่ 179
  JEMMA 
  16/09/2010 13:39:27



คือ อย่างงี้ครับ เฮีย

ผมอยู่ condo เลยคิดว่าคงเดินสายไฟใหม่ไม่สดวกครับ ตอนนี้ทีทำได้ก็คือ
1. เปลี่ยนปลั๊กผนัง
2. โม PB8 ผมคิดว่าจะเดินสายด้านใน และ เปลี่ยน เต้าเสียบของ PB8 เอาแบบกลางๆไม่เว่อร์อะครับ เฮียว่าที่ clef เค้ามีรับทำด้วยไหมครับ เหมือนโมรถอะครับ เดินเข้าไปบอกจะเอา step 1, 2 หรือ 3 อย่างงี้อะครับ คงเอากลางๆอะครับ

ขอบคุณครับ กระทู้นี้ทำพี่ๆน้องๆ งานเข้ากันท่วนหน้าเลยนะเฮีย 555555



  ความคิดเห็นที่ 180
  nloader 
  16/09/2010 13:43:19


รบกวนถามเฮียมั่นครับ ถ้าดูจากในรูปแล้วสายที่ต่อมาเข้าปลั๊กผนังมันเป็นสาย 2 แกน แล้วสายดินท่านเดินยังไง จากไหนครับ



  ความคิดเห็นที่ 181
  นายมั่นคง 
  16/09/2010 15:14:34



สายดินผมเดินต่างหากครับ คือสายไฟเป็นสาย 2 แกน คือ เทาอ่อน + ดำ ผมก็เดินจากผนังตามปกติ ส่วนบ้านผมไม่เคยมีสายดินมาก่อน ก็ให้เค้าเดินสายดินขึ้นมาต่างหาก แล้วไปจ๊ะเอ๋กันตรงจุดนัดพบ......

ซึ่งก็คือตรงปลั๊กผนังนั่นเองครับ 555


เรียกว่าเดินมาคนละทางได้ แต่จะใช้ไฟตรงจุดไหน ก็แค่บอกช่างเค้าว่าตรงนี้ขอสายดินมาด้วย เค้าจัดให้ได้เลยจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 182
  นายมั่นคง 
  16/09/2010 15:18:50



ตอบคุณ JEMMA

555 ตายล่ะวา ผมกลายเป็นคนทำให้ทุกคนงานเข้า ไปนั่งรื้อสายไฟกันหมดแล้ว 555 กรณีคุณ JEMMA ผมว่าเปลี่ยนแค่ปลั๊กผนังพอแล้วจ้า

หรือจะอัพก็เปลี่ยนสายเงินภายใน PB8 อีกหน่อยก็พอแล้ว เพราะถ้าเปลี่ยนปลั๊กในตัว PB8 มันต้องใช้ 4 ตัว(แปดรู) ซึ่งถ้าเปลี่ยนแบบกลางๆ ผมว่ายี่ห้อ cooper ที่ใส่มาก็พอครับ ไม่ต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ

เอาแบบไม่วุ่นนัก ก็เปลี่ยนสายไฟจากปลั๊กผนังก่อนจะเข้า PB8 ให้ดีหน่อย ผมว่าโอเคแล้วจ้า ปลั๊กผนังนี่สมควรเปลี่ยนก่อนเพื่อน เห็นผลชัดเจนดี และมันส่งผลครอบจักรวาล คือมันถ่ายทอดคาแรคเตอร์และบุคลิกเสียงของมันลงมาถึงชุดอื่นๆๆที่เสียบพ่วง

เปลี่ยนปลั๊กใน PB8 มันดีขึ้นเฉพาะชิ้นที่มาเสียบเท่านั้นจ้า 555

เอ้า เห็นผลกว่าเพื่อน แค่เปลี่ยนปลั๊กผนังล่ะครับ 55



  ความคิดเห็นที่ 183
  JEMMA 
  17/09/2010 14:13:50



เห็นด้วยกะเฮีย 100,000,000% ครับ

เมื่อวานได้เปลี่ยนปลั๊กผนังไป โอ แม่จ้าว สุดยอดมากๆครับ นี่ผมไม่ได้เดินสายไฟใหม่นะครับ ใช้เดิมๆที่ติดมากะ condo(2.5mm) แค่นี้ก็เสียงแจ่มอย่าบอกใครแล้วครับ แล้วมันยังทำให้ PB8 เสียงดีขึ้ทั้งยวงอีกต่างหาก 555555 คงไม่ต้องโมแล้วหละครับ งานนี้ อิอิอิอิอิ ตูดไม่บานแล้วววว

ผมว่าก่อนที่เพื่อนๆจะไปซื้อสายไฟเส้นใหม่ อยากให้คำนึงถึงปลั๊กผนังกันก่อนนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 184
  นายมั่นคง 
  17/09/2010 21:20:09



คุณ JEMMA เปลี่ยนไปแล้วเรอะ 555 วันนี้เจ้า silver ก็โทรมาคุยเรื่องนี้ล่ะ

การเปลี่ยนปลั๊กผนัง ผมว่าไม่เปลืองมาก ลงทุนตรงนี้แล้วถือว่าจบในระดับหนึ่งเลย คือเล่นจากต้นทางซะ ยังไงๆ ก็ยังดีกว่าไปเก็บจุกจุกตรงปลายทางครับ

ประหยัดสตางค์มากสุดล่ะเน้อ 555


ว่าแต่เห็นด้วยร้อยล้านเปอร์เซ็นต์แบบนี้ต้องพาเฮียไปเที่ยวแล้วนะ 555



  ความคิดเห็นที่ 185
  llSilveRll 
  17/09/2010 21:24:51



วันนี้ผมสั้ง hubbell ส้มไปเรีนยร้อย

ตามที่เฮียแนะนำเลยครับ อิอิ




  ความคิดเห็นที่ 186
  JEMMA 
  17/09/2010 22:08:08



ว่าแต่เห็นด้วยร้อยล้านเปอร์เซ็นต์แบบนี้ต้องพาเฮียไปเที่ยวแล้วนะ 555
^
^
ได้เลยเฮีย ว่าจะพาลูกไป Dream World อยู่เชียว 55555555



  ความคิดเห็นที่ 187
  นายมั่นคง 
  17/09/2010 22:51:12



เฮ้ยๆๆๆๆๆ ไม่เอา Dream World เอาชื่อเป็นฝรั่งๆๆ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ดรีมเวิร์ล 555



silver สั่งแล้วเหรอ เร็วๆๆ จริงๆๆ ตามที่เฮียว่าแหละ ปลั๊กผนังมันมีหลายคาแรคเตอร์ให้เลือกเสียบ เฮียรำคาญเลยทำมันรวดเดียว 4 ยี่ห้อ 8 รูปไปเลยล่ะ 55


ในรูปนี้ Hubbell อยุ่ตัวบนสุดเลยจ้า 555







  ความคิดเห็นที่ 188
  naturalsound 
  17/09/2010 23:16:21



โอ้ว โปรเจค คุณมั่นคง แจ่มครับ

(แอบสงสัยนิดๆ ว่าคุณมั่นคง finetune เสียงปลั๊กผนังแบบเดียวกับผมหรือเปล่าเนี่ย)

**Hubbell ส้ม(ต้นทาง)+ พ่วงด้วย Wattgate ทอง = เสียงอันสมบูรณ์แบบ **

แซวเล่นนะครับคุณมั่นคง(แต่ทำแล้วมันทำให้ข้อด้อยของ Wattgate ทองหายไปเลยครับ)



  ความคิดเห็นที่ 189
  นายมั่นคง 
  17/09/2010 23:59:08






555 สวัสดีครับ คุณ naturalsound 555

ไม่เหมือนทีเดียวนักครับ ของผมนั้นเปลี่ยนสลับไปเรื่อยๆ ครับ คือของผมนั้น ชอบมาจูนขั้นตอนสุดท้ายด้วยปลั๊ก ที่ผ่านๆ มาผมมักจะมีตัวเลือกน้อย คือปลั๊กผนังนั้นตายตัวเลือกไม่ได้

ผมเลยทำแบบเลือกได้เยอะไปเลย ซึ่งวิธีแบบนี้ไม่เปลืองเต้ารับไม้ ไม่เปลืองสายไฟก่อนครับ เรียกว่าจ่ายค่าปลั๊กผนังดีๆ 4 ตัวแปดรู ยังไงก็ยังหยัดกว่า ที่สำคัญได้คุณภาพเต็มๆๆ อย่างไม่ต้องผ่านจุดเชื่อมต่อให้สับสนด้วยครับ 555




เอ้า มีทิปเล็กๆ น้อยๆ มาฝากคนที่เลือกปลั๊กผนังเน้อ ........

สมมุติว่าตอนนี้เดินสายไฟเบอร 6 มาแล้ว สายไฟเบอร์ 6 นั้นใหญ่เกินพอทีเดียว และไหนๆ มันใหญ่แล้ว ให้กัดฟันเลือกปลั๊กผนัง 2 ตัว 4 รู มาใช้ครับ

โดยผมอยากให้เลือกปลั๊กที่แตกต่างกันทางน้ำเสียงคนละขั้วไปซะเลย อย่างในรูป ผมจะเลือก Hubbell ไว้ 1 ตัว ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เบสหนา กลางหนา เจ้าเนื้อ อุ่น แหลมไม่จัด แต่ก็ไม่กุด รายละเอียดน้อยหน่อย อยู่ในโทน warm

อีกตัวให้เลือกปลั๊กที่คมใส โปร่ง อย่างเจ้า Teslaplex นี่ก็ใช่เลยเช่นกัน คือได้เบสชัด หัวโน๊ตดีโคตร โปร่ง ช่องไฟกว้าง 3 มิติเยี่ยม ไดนามิกดีเลิศ ไทม์มิ่งดี ไม่กระชั้นเร็วจนเกินไป กลางแหลมรายละเอียดระดับผีได้ยินยังคร้าม

เอาปลั๊ก 2 สไตล์มาใส่รวมกับสายไฟเบอร์ 6 โดยให้ช่างไฟจัมพ์แบบเบิ้ลเลยล่ะครับ ให้เค้าต่อของใครของมัน คือสายมา 2 เส้น ให้เค้าแยกออกเป็น 4 เส้น อย่าใช้วิธีต่อผ่านจากตัวที่ 1 ไปตัวที่ 2 เพราะมันจะฉุดกำลังไฟกันครับ

คราวนี้พอได้อะไรมาเล่น ก็ฟังดูว่าอะไรมันขาดไป เบสน้อยไป อิ่มไม่พอ ไม่ต้องคิดจิ้ม Hubbell ส้ม แต่ถ้าอยากได้โปร่ง อยากได้อากาศไว้ให้ตัวโน๊ตหายใจก็จิ้ม Teslaplex


จิ้มไปจิ้มมาไฟดูดตาย......ห้ามมาหลอกกันโดยเด็ดขาดเน้อ 555



  ความคิดเห็นที่ 190
  JJ22 
  18/09/2010 00:31:56


จิ้มไปจิ้มมา มีดูดด้วย เหนื่อยเลยนะเฮีย 555

วันนี้ผมก็ไปได้ปลั๊ก Cooper Heavy Duty มาอีกตัว 120 บาท ถูกดี ไม่รู้มันจะต่างจากปลั๊ก National ผนังที่ขายอยู่ตามโฮมโปรหรือเปล่า แต่ไม่มีรูไว้จิ้มสาย ต้องเอาทองแดงมันพันๆ ที่หัวสกรู จริงๆ ควรเข้าหางปลาหรือเปล่าครับเนี้ย

เฮียว่าสายมา 2 เส้นแยกออกเป็น 4 เส้น ยังงี้ทองแดงมันก็มีช่วงที่เปลือยยาวๆ หน่อยแล้วต้องพันด้วยเทปพันสายไฟถูกต้องไหมครับ








  ความคิดเห็นที่ 191
  นายมั่นคง 
  18/09/2010 10:58:21



ไม่ใช่ครับพี่ไก่ เวลาจัมพ์หมายถึงการพ่วงให้มันออกมาเป็น 4 สาย

คือสายไฟ มันจะเป็นเบอร์ 6 และมีสีเทาอ่อน กับสีดำ ออกมาข้างละ 1 เส้น


ช่างเค้าจะตัดเอาสายไฟเบอร์ 6 มาอีกชุดนึงมาพันร่วมกัน กลายเป็นสีเทาจะเป็นเบอร์ 6 จำนวน 2 เส้น และสีดำก็ยังเป็นเบอร์ 6 แต่ออกมาเป็น 2 เส้น

รวมแล้วเป็น 4 เส้น และหน้าตัดสายก็คือเบอร์ 6 เหมือนเดิมเป๊ะๆๆ

เค้าจะใช้วิธีปอกสายไฟ แล้วเอามาตีเกลียวพันร่วมกับแกนสายไฟเดิมที่เราเดินมาจากผนังจ้า วิธีนี้กำลังไฟไม่ตก และมาเต็มๆ หน้าตัด 6 มม.เหมือนเดิมครับพี่ไก่

แต่ไม่ใช่การปอกสายแล้วแบ่งทองแดงแบบหารสองเน้อ แบบนั้นมันไม่ดีจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 192
  JJ22 
  18/09/2010 17:43:03


อาฮ้า เข้าใจแล้วครับ ไอ้แบบที่ผมคิดผมก็ว่ามันแปลกๆ ส่วนที่จั้มพันตีเกลียวรวมกันมันจะไม่เป็นจุดด้อยไปหรือครับ จริงๆ ทางไฟฟ้ามันถือว่าใช้ได้ แต่ในทางเครื่องเสียงนี่ผมว่ามันจะทำให้ drop หรือเปล่าครับ

วันนี้ไปถอยเจ้า The Hulk ที่ร้านหมูหวานมาเรียบร้อย 555 เส้นสายมันใหญ่จริงๆ แล้วก็เห็น Teslaplex ชักคันไม้คันมือเหมือนกัน แต่ยั้งๆ ไว้ก่อน เดี๋ยวลองปลั๊กที่ผมสุมสี่สุมห้าซื้อมาลองก่อน แต่ยังคาๆ ใจว่า Hubbell ส้ม กับ ACME 20 amp model 688 outlet อะไรมันดีกว่า ราคามันเท่ากันเลย



  ความคิดเห็นที่ 193
  นายมั่นคง 
  18/09/2010 23:52:08



ไม่เป็นจุดหรอกครับ เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ก็มีหวังไม่ต้องเล่นกันพอดี 555 ตอนแรกผมก็คิดแบบนี้ แต่คิดไปคิดมา การจะเดินสายเบอร์ 6 ซึ่งถือว่าใหญ่โตเกินกว่าจะมาใช้กับเฮดโฟนแอมป์แบบที่เราเล่นนี่ล่ะ

ผมคิดเล่นๆ ครับพี่ไก่ ถ้าต่อจริงๆๆ สายเบอร์ 6 น่าจะต่อแอมป์ Roc ไ้ด้อย่างน้อง 20 ตัวพร้อมกันด้วยซ้ำไป 555

ถ้าพี่ไก่จะเล่น ให้เล่น Hubbell ครับ เพราะเค้าพิสูจน์มายาวนานแล้ว ราคาไม่แพงมากนักด้วยล่ะจ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 194
  jomjomjom 
  19/09/2010 00:00:56



555 วันนี้ไปถามซื้อสายเบอร์ 6 มาครับ
คนขายถามว่า ทำไมจะใช้เบอร์ 6 เชียวรึ ... ผมบอกว่า เอาไปเดินสายไฟฟังเพลง ...
คนขายทำหน้างุนงงเกาหัวแกรกๆๆๆ 5555

แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อครับ

เดี๋ยวผมจะเอาสายไฟที่ผมเจอในกล่องเก็บเครื่องมือมาให้ดูครับ ว่ามันจะใช้ได้ไม๊นะครับ



  ความคิดเห็นที่ 195
  jomjomjom 
  19/09/2010 00:35:47



นี่ครับ
มันมีเลขบอกว่า 6 sq.mm. ครับ แต่ในสายมันเป้นทองแดง 7 เส้นตีเกลียวกันมาครับ ...
ไม่ทราบว่าจะใช้ได้ไม๊ครับ ....



(((นี่เป็นอีก 1 สาเหตุที่อยากได้กล้องมาโครได้หนะครับ 5555)))



  ความคิดเห็นที่ 196
  JJ22 
  19/09/2010 11:58:51


ขอบคุณครับเฮียสำหรับคำแนะนำ ตอนนี้ช่างกำลังลุยงานเดินสายตีกริ๊ปกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียดเพราะสายมันหญ่ายยย ถึงกับเหงื่อไหลไข่ย้อยไปตามๆ กัน 555 ผมมานั่งดูหัวน๊อตที่ปลั๊ก ปลั๊กที่ใช้ไม่มีรูให้สอดสายด้วย ต้องเอาสายเบอร์ 6 มันพันๆ ที่หัวน๊อต จะเอาสายขนาดนี้เข้าไปพันก็คงแย่เหมือนกัน



  ความคิดเห็นที่ 197
  jomjomjom 
  19/09/2010 12:31:37



พี่ไก่JJ22ย์ ครับ รบกวนถามช่างให้ทีสิครับ ว่าเอาสายแบบในรูป คห.มาเดินไฟได้ไม๊อ่ะครับ ผมดูแล้ว ที่สายมันเขียนว่า 750V 70C PVC 6 SQ.mm. ครับ แต่ข้างในมันเป้นสายเส้นเล็กๆอีก 7 เส้น ครับ ...



  ความคิดเห็นที่ 198
  JJ22 
  19/09/2010 12:41:18


ใช้ได้ครับ ดูแล้วน่าจะเป็นสาย THW เดินในท่อก็ดีครับ แต่ถ้าเดินตีกิ๊ปใช้สายแบนๆ ขาวๆ แบบของเฮียมั่นแบบนั้นจะตีกิ๊ปง่ายกว่า สาย THW นี่จะเป็นฉนวนชั้นเดียวต้องระวังฉนวนโดนบาดด้วยนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 199
  Uthen 
  19/09/2010 12:59:48



ฉนวนบาง ต้องเดินในท่อครับพี่ทศย์



  ความคิดเห็นที่ 200
  jomjomjom 
  19/09/2010 13:13:09



กำเลย ... ต้องซื้อท่ออีก ... สงสัย บาน ....



  ความคิดเห็นที่ 201
  JJ22 
  19/09/2010 13:52:52


พี่ทศย์ครับ ถ้าไม่มีช่างไฟตีกิ๊ปผมว่าใช้ท่อ PVC ขาวๆ ที่ขายตามโฮมโปรจะดีกว่าครับ ขนาดเล็กๆ ซัก 1/2" หรือ 16 mm. ก็ใช้ได้แล้วครับ ติตตั้งง่ายกว่าการเดินตีกิ๊ป สายมันใหญ่ นี่ช่างไฟตีกิ๊ปผมเขาก็บ่นป็นเห็นหมีเลยครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 202
  JJ22 
  20/09/2010 10:37:00


ในที่สุดโปรเจคก็เสร็จเรียบร้อย เฮ้อออ เหนื่อยมั๊กๆ ชี้นิ้วจะเมื่อยไปหมด 555 เดินไปทั้งหมด 3 ห้อง ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องดูหนังฟังเพลง ผนังเละไปหมดเปื้อนเป็นจ้ำๆ รอยมือดำๆ ของช่าง เดี๋ยวตามมาด้วยการทาสีใหม่อีก 555

เสียงเปลี่ยนเลยครับ เจอสายใหญ่ๆ แบบนี้เข้าไป มันกว้างขึ้นชัดขึ้น แต่เหมือนคมไปหน่อย อาจจต้องรอใช้ไปซะระยะ

พี่ทศย์ ซื้อท่อแล้วเตรียมซื้อสีไว้ด้วยนะ 555 พูดเล่น อันนนี้แล้วแต่ครับ



  ความคิดเห็นที่ 203
  jomjomjom 
  20/09/2010 10:46:37



โอวววว ยิ่งบรรยายมายิ่งอยากทำเร็วๆ 555



  ความคิดเห็นที่ 204
  นายมั่นคง 
  20/09/2010 11:09:50



พี่ไก่้ แสดงว่าปลั๊กมันไม่มีรูให้สอดสายเข้าไปล่ะซิ ผมไม่แ่น่ใจว่า hospital grade มันน่าจะต่างกันเรื่องนี้ด้วย ที่ผมซื้อมา สายไฟเส้นโตๆๆ ยัดเข้าไปและขันได้สบายๆๆ เลยครับ ถึงจะเป็นเบอร์ 6 ก็เหอะ

เรื่องสีที่เปื้อนมือช่าง ผมแนะให้เอาผ้าสะอาดชุบน้ำ แล้วเช็ดหมาดๆ ก่อน มันจะพอช่วยได้บ้างล่ะครับ แต่อย่าใช้ผ้าเปียกโชกล่ะ เช็ดแบบลูบๆๆ มันพอออกล่ะครับ 55


ของพี่ทศพรย์นั้นใช้ได้ครับ เพียงแต่มันเปลือยเท่านั้นเอง ประมาณว่ามันถูกปอกออกจากฉนวนหุ้มอีกที ซึ่งหาอะไรมาหุ้ม หรือเป็นท่อก็ใช้ได้แล้วครับ สายแบบนี้ไม่มีปัญหาเรื่องทนกระแสไม่ไหว เพราะมันไม่ได้ใช้กับไฟสูงๆ พวกแอร์ หรือไดร์เป่าผม หรือเครื่องทำน้ำร้อน ใช้กับแอมป์เล็กๆ ไม่มีอันตรายครับ

แต่ควรมีท่อห่อไว้หน่อย กันเผื่อเปลือกสีฟ้าๆๆ มันปริน่ะครับ ส่วนเรื่องสายเบอร์ 6 นั้น ผมมองว่าไหนๆ จะบ้าทำแล้ว ก็ำทำเบอร์ 6 ซะเลย จะได้หายข้องใจครับ ซึ่งไม่แปลกอะไรล่ะ ช่างแต่ละคนเห้นเข้าก็ต้องงง

อุปมาเหมือนกับการขุดคลองขนาดใหญ่ๆมากๆๆ เพื่อจะเอาเรือลำเล็กๆ มาพายเล่นน่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 205
  JJ22 
  20/09/2010 15:34:46


ปลั๊กที่ผมใช้มันไม่มีรูให้สอดสายเลยครับเฮียมั่น ต้องเอาสายโตๆ อย่างเบอร์ 6 ไปพันๆ แล้วมันก็แตกปลาย (สงสัยต้องลงครีมนวด จะได้ไม่แตกปลาย 555) การที่แตกปลายผมว่าหน้าสัมผัสก็คงสู้แบบมีรูให้เสียบแบบปลั๊ก Hospital Grade ไม่ได้ล่ะ เห็นช่างบ่นเวลาเข้าสายแล้วผมคงต้องเลือกปลั๊กคราวหน้าแบบมีรูแล้วล่ะ

สีผนังที่ผมใช้ภายในเป็นสีน้ำ ลองเอาผ้าแห้งๆ เช็ดๆ ปัดๆ ดูก็พอออกครับเฮีย ยกเว้นบางจุดที่ช่างเขามือเลอะเหงือผสมลงไปด้วย อันนี้จะออกยากเลย

ยังไงจบโปรเจคไปแล้วก็มันส์ดีเหมือนกันครับ



  ความคิดเห็นที่ 206
  นายมั่นคง 
  20/09/2010 16:12:45



555 เอ้า แบบนี้ใช้ได้ใช้ไปก่อนล่ะครับพี่ำไก่ แล้วค่อยมาว่ากันตอนคันคะเยออีกรอบครับ

ผ้าชุบน้ำหมาดๆๆ พอช่วยให้ออกได้ แต่พอเช็ดแรกๆๆ อย่าตกใจ เพราะมันจะเข้มเพราะน้ำครับ พอมันแห้ง คราบดำๆ พอจะออกบ้างแ่น่นอนล่ะจ้า



  ความคิดเห็นที่ 207
  JJ22 
  21/09/2010 13:54:50


เฮียครับ ฝาครอบปลั๊กมีผลกับเสียงไหมครับ เห็นบางตัวซัดกันเป็นพันเลย งง แค่ฝาปิด

ตอนนี้ซิสเต็มผมกลายเป็นแบบว่าขี้ฟ้องไปแล้ว ไฟล์ไหนไม่ดีฟังแล้วรู้เลย ทั้งๆ ที่เป็น apple lossless ทั้งหมดแล้วนะ มันชัดขึ้นมาก ทีแรกตกใจนึกว่าเดินสายไม่ดี แต่เปลี่ยนไปฟังเพลงอื่นๆ ไม่เป็น แหล่มๆๆๆ



  ความคิดเห็นที่ 208
  llSilveRll 
  21/09/2010 13:58:12



วันนี้เปลี่ยนปลั๊กผนังแล้วครับเฮีย ตามที่เฮียแนะนำเลยครับ

เบสดีขึ้น กลางหนาขึ้น แหลมลดลง รายละเอียดเพิ่มขึ้น

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับเฮีย



  ความคิดเห็นที่ 209
  นายมั่นคง 
  21/09/2010 20:40:34



พี่ไก่ก่อน พวกฝาครอบต่างๆ มีผลหมดล่ะครับ แต่อยุ่ที่เราว่าจะเลือกอะไรก่อนอะไรหลัง หรือตัดตัวไหนที่ไม่จำเป็นออกก่อนน่ะครับ 55

ถ้าพี่ไก่เล่นก็คงต้องเรียงจากปลั๊กผนังแจ่มๆ แล้วก็ไปพวกสายไฟคุณภาพดีๆ หน่อยเท่านั้นน่าจะอยุ่ล่ะครับ พวกฝาครอบ พวกหัวปลั๊กแพงๆ พวกอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่าพึ่งไปสนใจก็ได้ครับ เล่นเดิมๆๆ แบบนี้ไปใช้ได้แล้วจ้า คุณภาพชุดที่ดีขึ้น มันยิ่งฟ้องคุณภาพการบันทึกครัย 555



ส่วนเจ้าซิลเว่อร์นี่สบายตัวไปแล้วครับ เรียกว่าเลือกปลั๊กผนังได้ตรงกับคาแรคเตอร์ของชุดที่มีล่ะ คราวนี้ก็เหลือแค่มานั่งค่อยๆ เบิร์นไปอีกซัก 200 ชั่วโมงจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 210
  โจ้ 
  01/10/2010 19:57:50


ฟิวส์มีประโยชน์ครับ เพราะฟิวส์จะตัดวงจรได้เร็วกว่า เบรกเกอร์ แต่เวลาเราเซอร์วิส หรือ ตรวจซ่อม คงไม่หมุนฟิวส์เข้า ฟิวส์ออกหรอก เลยต้องมี เบรกเกอร์ มาช่วย โรงงานใหญ่ยังใช้ฟิวส์เลย แต่มันก็มีแบบ ออดิโอเกรดนะ ไอ้ฟิวส์นี้น่ะ



  ความคิดเห็นที่ 211
  jomjomjom 
  01/10/2010 23:20:05



^
^
พี่โจ้ครับ ... พี่พูดถึงไอ้นี่ใช่ป่ะครับ



ผมควรเอามันออกดีไม๊ครับ เพราะสายเมนเข้ากระปุก ออกจากกระปุกก็เข้าเบรคเกอร์ อ่ะครับ ... เปลี่ยนเป็นจากเมนเข้าเบรคเกอร์เลยจะอันตรายไม๊ครับ

แล้วกระปุกแบบนี้มี Audio Grade ด้วยเร๋อครับ พี่ช่วยจับเป้า เอ้ย ชี้เป้าให้ทีครับ ....



  ความคิดเห็นที่ 212
  www.lacostelike.com 
  05/10/2010 09:09:33


LRH2010-10-5Lacoste Shoes Online has releases her new shoes for this season. For a long time, I didn’t notice shoes. But this time, I began to fall in love with Lacoste shoes. This time their Lacoste Shoes Sale are full of innovation and comfort.I love shoes with new designs. Shoes must be comfortable. I think Mens Laocste Shoes are the must-have points for choosing a pair of good shoes. When I was wandering on the internet, the Mens Lacoste Shoes attract me deeply. The shoes have leather upper with textured rubber outsole. On the shoes upper, there is large embroidered logo, whose color is the same with upper – white. The most outstanding place of the Lacoste shoes is the Cheap Lacoste Shoes. I saw too many shoes with shoelace closure.Though I love Lacoste shoes . If you are interested in flattie, Lacoste Shoes may be suitable for you. Flats are easy choice for every day. The flats have soft leather upper with textured rubber outsole. The soft upper are protective for your foot while the textured rubber outsole is to avoid slipping. There is an Lacoste logo on the shoe surface.Though I love Lacoste Carnaby Shoes.



  ความคิดเห็นที่ 213
  pat 
  06/10/2010 08:43:11


สายไฟผมมันมาเป็นแบบสองเส้น+ - อย่างละสอง คือเดินมาสองคู่ มีกราว1เส้น จะต่อปลั๊ก hubbell สีส้ม

คู่มือมันบอกให้หักเขี้นวตรงกลางออกอันนึง

ต่อโดยเสียบสาย+ - เข้าแต่ละด้าน

มันติดแค่ข้างเดียวทำไงดีคับ

ถ้าเป็นไปได้ผมอยากได้รูปวิธีการติดตั้ง ด้านหลังตัวปลั๊กว่าสายไหนเข้ายังไง



  ความคิดเห็นที่ 214
  jomjomjom 
  06/10/2010 10:32:20



ใช้คู่เดียว + สายดินอีก 1 เส้นพอครับ

แต่อ่านที่พี่pat บอกอีกที ก็งง ครับ สายไฟอะไรทำไมมาแบบนั้น



  ความคิดเห็นที่ 215
  นายมั่นคง 
  06/10/2010 11:25:30






บังเอิญผมดันไม่มีตัว Hubbell ที่ยังไม่ได้ใช้ แต่มีตัวที่อยุ่ข้างฝา ไม่งั้นผมแกะออกมาให้ดูเลยครับ 55 แต่ผมหารูปมาแล้วน่าจะพอได้ล่ะ

ตรงน๊อตเขียวๆๆ ให้ขันสายกราวด์ครับ มันจะมีสัญลักษณ์ของกราวด์โชว์อยู่

ส่วนรูดำๆๆ ด้านข้าง น่าจะเป็นแบบแหย่ลงไปแล้วขันครับ ซึ่งน่าจะมีสัญลักษณ์บวกลบอยู่จ้า

ลองแจ้งเข้ามาซิครับ ว่าตรงไหนที่งงๆๆ ล่ะจ้า 55



  ความคิดเห็นที่ 216
  pat 
  07/10/2010 19:58:07


รูๆนี่แหย่ไป4รูเลยป่ะคับ

เพราะของผมมันเดินมาสองเส้น

แล้วบริดด้านข้างที่หักไปทำให้มันเสียป่าวคับ เพราะต่อเข้าไปแล้วมันติดรูเดียว



  ความคิดเห็นที่ 217
  pat 
  07/10/2010 20:50:02


หลังจากลองเทสดูสรุปความได้ดังนี้

สายไฟที่เดินมาสองชุด มีสำหรับปลั๊กไฟชุดนึงเสียบแค่สองรูก็ใช้ได้ทั้งสองปลั๊กแล้ว

อีกสายของผมมันเป็นายไฟส่องสว่าง ที่เดินไปจุดอื่นถ้าไม่เสียบชุดนี้ไฟก็ไม่ติด

บริด ด้านข้างที่หักไปมันเหมือนทำให้แยกแสงชุดออกจากกัน ทำให้ไฟรูปลั๊กติดแค่อันเดียว

และไฟส่องสว่างไม่ติด สรุปเสียปลั๊กฟรีเพราะดันไปหักทิ้ง ใครอยากได้บอกนะครับสำหรับคนที่เดินไฟมาสองชุด (แยก1รู1ชุด)




  ความคิดเห็นที่ 218
  นายมั่นคง 
  07/10/2010 22:46:56



อ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจครับ ถ้าเห็นภาพล่ะนึกออกเลยครับ เอาใจช่วยลุ้นให้ต่อสำเร็จเรียบร้อยนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 219
  jomjomjom 
  09/10/2010 21:04:42



แล้ววันนี้ก็จัดการเรื่องไฟเสร็จเรียบร้อยครับ

ปลั๊ก Teslaplex ยึดติดกับแป้นไม้ที่ยึดติดผนังอีกทีเพราะเป้นผนังปูนครับ
ส่วน เบรคเกอร์ ผมเอามาไว้ข้างบนกับปลั๊กด้วย เพราะมันดูสวยดี 5555
สายดิน 1.8 เมตร ผมเจาะพื้นกลางบ้านใต้ตู้ไฟเดิม แล้วต่อด้วยสายเดี่ยวเบอร์6 ขึ้นมาโดยใส่ท่อ PVC ครับ
สายดินนี่ผมลากยาววววววจากแท่งสายดินมากับ L และ N ไปถึงปลั๊กโดยไม่มีการตัดต่อ

เสียงที่ได้มา น่าประทับใจมากครับ มันดูใหญ่โต โอ่อ่า เบสลึกดิ่งถึงตาตุ่มเลยครับ ชัดเจนมาก ฟังไปยิ้มไป มีเสียงเพราะๆที่ไม่เคยได้ยินเพิ่มมาอีกเล็กน้อย 5555

ภูมิใจมากครับกับปฏิบัติการครั้งนี้ เพราะลงมือเองหมดเลย ตั้งแต่เจาะพื้น เดินท่อจั๊มสายไฟ (ใส่ถุงมือหนังหนาๆ) สุดๆครับ สายไฟใหญ่จากเสาเข้าบ้าน แม่มมม โคตรแข็งเป๊กกกๆๆๆๆๆๆ เลย เจ็บนิ้วไปหมด ...55

ขอบคุณครับเฮีย ... โอยยย เพราะเหลือเกิน 5555



  ความคิดเห็นที่ 220
  นายมั่นคง 
  09/10/2010 23:20:10



555 ว้า ไม่เห็นภาพเลยครับแบบนี้

พี่ทศพรย์ถ่ายภาพมาหลายๆๆ มุมมาแชร์กันดูหน่อยครับ ผมสงสัยจริงๆๆ ว่าพี่ติดสูงต่ำขนาดไหนกันแน่ ถึงได้ใส่เบรคเกอร์ไว้บนปลั๊กผนังได้ล่ะครับ ยิ่งอยากเห็นล่ะครับ

ผมว่าจะทักว่าพี่ติดสูงไปหรือเปล่าหว่า 555 แต่เท่าที่อ่านน่าจะใช้งานได้ดีแน่ๆๆ

เจ้า Teslaplex นั้น ชั่วโมง Burn-in ยาวหน่อย แรกๆ สุด ปลายแหลมอาจจะมีเสี้ยน (นิดเดียว) แต่พอเบิร์นไปนานๆ แล้วเนียนเช้งเลยจ้า

เป็นปลั๊กที่เสียงกว้างกว่าปลั๊กผนังทุกตัวที่ผมเล่นผ่านมือ เรียกว่าพอสลับไปตัวอื่น เวทีแคบเข้ามาทันที และเบสนั้นลึกตุบตุบเลยล่ะครับ


เอ้า หายเหนื่อยซะทีพี่ทศพรย์ ถ่ายรูปมาประกอบสำนวนคดีส่งอัยการด้วยคร้าบบบ 555



  ความคิดเห็นที่ 221
  jomjomjom 
  09/10/2010 23:48:22



กล้องยืมเค้ามา เมม มันใส่ notebook แล้วมองไม่เห็นเมมครับ
มือถือก็ไม่ได้เอาการ์ดรีดเด้อมา ... เซ็งจัง ...
สงสัยต้องสอย LX5 มาถ่าย ... 555555

ผังการเดินสายประมาณนี้ครับ



เบรคเกอร์อยู่ระดับ 1 ฟุตจากพื้นห้องนอนครับ

แล้วจะเอารูปมาให้ดูครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 222
  นายมั่นคง 
  10/10/2010 00:02:36



โอ้ววว เห็นกราฟฟิกแล้วเยี่ยมยอดเลยครับ แบบนี้แจ่มสุดๆๆๆ

คือเป็นการทำปลั๊กผนังเป็นการเฉพาะจริงๆๆ งานนี้ ผมยังนึกในใจ เบรคเกอร์ทำไมไปอยู่กับปลั๊กผนังได้ (ปกติเบรกเกอร์มักจะอยู่สูงกว่าพื้น 150 ซม. โดยประมาณ)

แต่พอเห็นปุ๊บก็เข้าใจล่ะครับพี่ทศพรย์ เล่นเอานิ้วแทบแหกเลยงานนี้ 555



  ความคิดเห็นที่ 223
  โจ้ 
  12/10/2010 19:21:02





เอาละถ้าให้ระบบเป็นไปตามการไฟฟ้าจริงคือ จากตู้เมนบ้าน เดินสายกาวด์มาที่ตู้นี้ และ ต่อให้ถึงกันกับสายนิวตรอน จากนั้น จะต่อกาวน์ตรงใหน ก็ลากสายมาต่อที่ตู้เมน ป้องกัน ground loop และในบ้านหลังเดียวให้มีจุดต่อ ground จุดเดียวเท่านั้น



  ความคิดเห็นที่ 224
  โจ้ 
  12/10/2010 19:23:23


และปลั๊กนี้ มีชุดละ 2 รู ถ้ายังไม่หักทิ้ง ต่อรูใหนก็ได้ในแต่ละชุด หากหักทิ้ง นั้นคือ แยกวงจร ของแต่ละชุด คือ รูปลั๊กทั้ง 2 ตัว จะแยกกัน



  ความคิดเห็นที่ 225
  นายมั่นคง 
  12/10/2010 19:53:10



เย้ๆๆ ขอบคุณคุณโจ้มากๆๆครับ ที่เอาวิธีการที่ถูกต้องจริงๆๆ มาแนเะนำกันจ้า



  ความคิดเห็นที่ 226
  jomjomjom 
  12/10/2010 21:40:56



ตามรูปที่พี่โจ้ลงไว้ หมายความว่า ... สายดินจากแท่งทองแดงที่ฝังดิน เอามาต่อกับสาย N (นิวทรัล) เลยเร๋อครับ ...

มันก็เหมือนกับจริงๆ จะเหลือสายไปที่ปลั๊กแค่ 2 เส้นก็ได้ แล้วจั๊มสาย N มาเข้าที่รูสายดินของปลั๊กเอา ... เหมือนกันใช่ป่ะครับ ....

งี้ถ้าไฟฟ้าไหลในวงจรจริงๆ มันก็วิ่งจากสาย L ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วกลับมาทางสาย N และถูกเอามาจิ้มลงดินไว้ด้วย ... แบบนี้เร๋อครับ ... แปลกจังครับ ...



  ความคิดเห็นที่ 227
  Uthen 
  13/10/2010 12:15:04



เท่าที่เห็นการไฟฟ้าจะเอาสาย N ลงดินตั้งแต่ตอนติดตั้งมิเตอร์แล้วครับ เพราะสายส่ง N จะเป็นสายที่ไม่หุ้มฉนวนครับ น่าจะป้องกันฟ้าผ่าไปในตัว (คิดเอาเองนะ)

บ้านใครยังไม่เอาลงก็หาแท่งทองแดงมาเพิ่มซ่ะดีๆ 555



  ความคิดเห็นที่ 228
  สมัครเล่น 
  13/10/2010 19:30:59





ผมก็เลยตามเฮียไปอีกคนเหมือนกัน
แต่ก็ได้ผลตามแบบของ hubbell ครับ



  ความคิดเห็นที่ 229
  Uthen 
  13/10/2010 23:05:01






เรื่องไฟยังไม่หนำใจ วันนี้เพิ่งได้ปลั๊กผนังมา เป็น Wattgate : 381 (G) คู่กับ salser อีกอัน

เลยเดือดร้อนหาสายต่อภายในเป็นการใหญ่ คิดไปคิดมา ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว ก็เลยไปจัดสาย
JPS LABS : Inwall มาผ่าซ่ะ... สมใจจริงๆ
โดนไป 2 ฟุต สบายใจ เอิ๊กๆ



  ความคิดเห็นที่ 230
  Uthen 
  13/10/2010 23:05:33






อันนี้เสร็จแล้วครับ



  ความคิดเห็นที่ 231
  นายมั่นคง 
  13/10/2010 23:15:07



นั่นไง ไ้ด้เจาะฝาบ้านกันหลายคนแล้ว 555

แจ่มครับพี่สมัครเล่น แบบนี้พอแล้วครับ สบายๆๆ เลยล่ะงานนี้



ส่วนพี่อุเทนครับ salser มันคืออะไรหว่า ผมไม่ทราบจริงๆๆ วานเฉลยทีเน้อ 555





  ความคิดเห็นที่ 232
  Uthen 
  13/10/2010 23:20:33



ส่องๆ มาแถวๆ หนุ่ม ไฮไฟครับเฮีย 200 บาท แต่เขาว่าทำ คายโอ มาด้วยครับของ USA
ส่วนTeslaplex รอเดี๋ยวนะครับ อิอิ
(ยังมีอีกสายเบ้าเลยครับ ว่าจะจัดมาลองต่อจากนี้แหละครับ)



  ความคิดเห็นที่ 233
  นายมั่นคง 
  13/10/2010 23:26:04



555 ผมมี wattgate 381 AG อยู่ตัวนึง ถ้าสนใจบอกได้น้าพี่อุเทน



  ความคิดเห็นที่ 234
  Uthen 
  13/10/2010 23:33:19



AG กับ G เสียงต่างกันมั๊ยครับเฮีย
อีกอัน furutech เป็นไงมั่งครับ



  ความคิดเห็นที่ 235
  นายมั่นคง 
  14/10/2010 00:52:00



มันมี AG กับไม่มี G (ตามแคตตาล้อคของ wattgate) ถ้า AG มันคือเคลือบเงินจ้า ส่วน 381AU จะเป็นชุบทองจ้า

ของผม AG ครับ ส่วน Furutech GTX R ผมยังไม่ได้ของเลยพี่อุเทน 555



  ความคิดเห็นที่ 236
  JJ22 
  14/10/2010 10:15:09


เฮียครับ แล้ว โอ้ยายอีเด๊ะ R1 เป็นไงครับ



  ความคิดเห็นที่ 237
  นายมั่นคง 
  14/10/2010 11:17:21



Oyaide R1 ดีครับ เสียงกลางแหลม การไล่โทนอ่อนแก่ มิติต่างๆ ดีมากจ้า จะมีข้อเสียอยู่คือ เบสมันน้อยไปนิดนึงเท่านั้น ถ้าชุดใครเบสน้อยต้องระวังนิดนึง แต่ถ้าชุดใครเบสล้นอยู่แล้ว มันจะพอดีเลยล่ะครับ

เจ้า R1 กับ Teslaplex จะคล้ายๆๆ กันมาก ผิดกันตรง Teslaplex เบสอิ่มและลึกกว่าจ้า ข้อเสียของ Teslaplex คือเบิร์นนานมากๆๆ คล้ายๆ กับ Burn Grado เลยล่ะครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 238
  MOD91 
  15/10/2010 02:39:02


เฮียคับ มีนัก DIY แบบบ้านๆต้นทุนต่ำ เขาโมกัน ทำเครื่องลดสัญญานรบกวน โดย ใช้ เครื่อง สำรองไฟ หรือ UPS มา โดยถอดแบ็ท ข้างในออกแล้ว โมข้างในเพิ่มเติม ทำเป็นเครื่องลดสัญญานรบกวน สามารถลดสัญญาน จำพวก noise และ พวก emi/rfi ได้ถึง 30 dB เลยคับ ต้นทุนต่ำ คับเพราะเราสามารถ ไปหาซื้อพวก เครื่อง UPS ที่ร้านขายคอมพ์มือสอง ที่แบ็ทมันเสื่อม แต่เครื่องยังไม่เสีย มาโมได้คับ คุณภาพจะยิ่งดีถ้า เลือกเอา ยี่ห้อดีๆ ผมลองแล้วคับ ที่เห็นผลชัดก็คือเสียงที่มีมิติขึ้น สะอาดขึ้น แต่ ที่เห็นผลอีกคือ จอ LCD ภาพดีขึ้นจนสังเกตุได้ ส่วนวิธีโม นั้นผมจะเอาเวปมาแป๊ะแต่ดันลืมซะแล้ว555 ท่านที่จะโมนั้นต้องมีความรู่เรื่องไฟหน่อยนะคับ เนื่องจากเป็นวงจรกระแสไฟสูง แต่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร มากมาย

ทำออกมาแล้วคุ้ม คับ ลดได้ถึง 30 dB ถือว่าไม่น้อยเลย ไม่ต้องหูทองก้ฟังออกคับ 555 ต้นทุนอยู่ราว 1000-1500 คับ



  ความคิดเห็นที่ 239
  JJ22 
  15/10/2010 10:33:14


น่าสนใจครับคุณ MOD91 รอดูเวปครับ


เฮียครับผมไปได้ R1 มือสองมาครับเฮีย ราคาพอเอือมถึง (จากพี่ที่เคารพท่านหนึ่ง)
ชุดของผมได้ครบเซตล่ะ

เดินสาย 6 sq.mm. มาปลั๊กผนัง
ปลั๊กผนัง: Oyaide R1
สายไฟ: The Hulk 6 sq.mm.
เครื่องกรอง: PB6
สายไฟเข้า DAC : Belden รุ่น 19364
สายไฟเข้า HP Amp : Belden รุ่น 19364

ส่วนในชุดประกอบด้วย
iPod classic ต่อ Onkyo
สาย Digital: HG Veritas ใส่หัว Bullet Plug Ag.
DAC: 19DSP
สาย Analog: DNA
HP Amp: Asgard ขี้ๆ
HP: MS-Proi
ขาตั้ง Hybride

หมดตรูดดดดด 555 (แต่คันๆ อยากลองเสียงหลอดเหมือนกัน ไม่เคยฟัง)

ไว้จะเก็บรูปมาฝากอีกที นอนฟังเคลิมทุกคืน




  ความคิดเห็นที่ 240
  นายมั่นคง 
  15/10/2010 11:49:09


555 อ่านจากโฉนดที่เอามากาง ถือว่าเยี่ยมแล้วล่ะครับพี่ไก่

รายชื่อของทั้งหมดนี่เล่นยกจากร้านผมไปที่บ้านเลยนะนั่น 555






  ความคิดเห็นที่ 241
  jomjomjom 
  15/10/2010 12:30:13



อยากเห็น HG Veritas ใส่หัว Bullet Plug Ag. กับ DNA ที่พี่ใช้จัง



  ความคิดเห็นที่ 242
  JJ22 
  15/10/2010 22:36:02


555 ผมเห็นปรมาจารย์อย่างเฮียเชียร์ตัวไหน ถ้าเข้าทาง ผมก็สอยหมดล่ะครับ ของร้านเฮียดีๆ ทั้งนั้นราคาไม่แพงด้วย ผมชอบแนวๆ Jazz Vocal เสียงผู้หญิงร้อง ดนตรีน้อยๆ ชิ้น จริงๆ สไตล์เพลงที่ผมฟังนี่จะเหมาะกับแอมป์หลอดเหมือนกันหรือเปล่า ไม่เคยฟังแอมป์หลอด

พี่ทศย์ไว้ผมเก็บรูปมาฝากอีกทีครับ พอดีกล้องไม่อยู่ครับ ตัว Veritas นี่เห็นหลายๆ ท่านในเวปเพื่อนบ้านเขาเอาไปเปลี่ยนใส่หัว Next Gen Ag. พี่ที่เคารพท่านหนึ่งเปรียบเทียบว่าเหมือน โงกุนแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่า อะไรประมาณนั้น แต่หัว Bullet Plug Ag. พี่ท่านก็ว่าเยี่ยมไม่แพ้กันในราคาที่ถูกกว่า ไว้เก็บรูปมาให้ดูอีกทีครับ ตอนนี้ขอไปเสพดนตรีก่อน 555



  ความคิดเห็นที่ 243
  นายมั่นคง 
  15/10/2010 23:12:34



ตัว Asgard นั้นเหมาะแล้วครับพี่ไก่ ไม่ต้องเปลี่ยนให้วุ่นแล้วครับ ลงตัวใช้ได้ยาวแล้ว เพราะได้เรื่องนุ่ม ละเอียดแล้วล่ะ ไปกับได้กับ MSPro อยู่แล้วจ้าพี่ไก่ 555



  ความคิดเห็นที่ 244
  JJ22 
  16/10/2010 21:43:10


555 เฮียกลัวผมคันยิกๆ ตัว Asgard นั้นเสียงผมชอบมากๆ ในตัวเลยครับ เสียงเนียนๆ แนวสุภาพผู้ดีมั๊กๆ ขอบคุณครับเฮีย



  ความคิดเห็นที่ 245
  นายมั่นคง 
  16/10/2010 22:36:17



ผมล่ะกลัวพี่ไก่จะคันก่อนเวลาน่ะครับ กะจะหาซีม่าโลชั่นมาเป็นของแถมให้พี่ไก่ล่ะ 555



  ความคิดเห็นที่ 246
  JJ22 
  17/10/2010 15:04:58





เก็บรูปมาฝากครับพี่ทศย์



  ความคิดเห็นที่ 247
  JJ22 
  17/10/2010 15:13:54





บั้นท้ายครับ



  ความคิดเห็นที่ 248
  JJ22 
  17/10/2010 15:15:57


ปลั๊กไฟ PB 6



  ความคิดเห็นที่ 249
  JJ22 
  17/10/2010 15:17:07





ปลั๊กไฟ PB6 สายไฟ The Hulk ยักษ์เขียว
ส่วนหัวอีก 2 เส้นที่เสียบอยู่เป็น Belden



  ความคิดเห็นที่ 250
  JJ22 
  17/10/2010 15:20:18





DNA เสียบตูดน้องขี้ๆ



  ความคิดเห็นที่ 251
  JJ22 
  17/10/2010 15:22:07





หน้าตา Veritas ใส่หัว Bullet Plug Ag หน้าตาหัวธรรมดามาก แต่เสียงไม่ธรรมดาเลย



  ความคิดเห็นที่ 252
  JJ22 
  17/10/2010 15:24:38





หูฟัง MS Proi บนขาตั้ง Hybrige งามแต้ๆ



  ความคิดเห็นที่ 253
  JJ22 
  17/10/2010 15:27:34





ดูใกล้ๆ งามจริงๆ

หมดแล้วคร้าบ หมดตรูดดด 555



  ความคิดเห็นที่ 254
  jomjomjom 
  17/10/2010 15:33:39



งามมากครับ ชุดต้นเสียงเดียวกันเลยครับ 5555
มุมห้องเดียวกันอีก 5555

สาย COAX นี่เป็นสายเงินรึป่าวครับ ...



  ความคิดเห็นที่ 255
  นายมั่นคง 
  17/10/2010 21:31:22



555 นี่แทบจะเป็นคู่เขยกับพี่ทศพรย์แล้วนะเนี่ย 555 เหมือนกันยังกะแกะเลยล่ะครับพี่ไก่

ส่วนสาย Coax นั้นเป็นของ HomeGrown รุ่น varitas แต่ไปเปลี่ยนหัวครับ เป็นสายเิงินจ้า



  ความคิดเห็นที่ 256
  JJ22 
  17/10/2010 21:35:17



เป็นสายเงินครับพี่ทศย์ ของ HomeGrown รุ่น Veritas มีจำหน่ายที่ร้านหมูหวาน

http://www.hifilover.com/index.php?mo=28&id=76296#/catalog/p_76296.jpg

แต่ผมไปเปลี่ยนหัวมา

ผมว่าห้องพี่ทศย์น่าจะสะอาดกว่าของผมนะ 555



  ความคิดเห็นที่ 257
  JJ22 
  17/10/2010 21:39:17



อ้าว เฮียแวะเข้ามาพอดี เดี๋ยวนี้ต้อง log in ถึงโพสได้ ดีเหมือนกัน ไม่งั้นขยะเต็มไปหมด



  ความคิดเห็นที่ 258
  nightno1 
  24/01/2011 03:26:22






ขอขุดขึ้นมาถามหน่อยครับ
ถ้าผมจะต่อ แบบในรูปจะได้มั้ยครับ



  ความคิดเห็นที่ 259
  นายมั่นคง 
  24/01/2011 11:11:17



ถูกแล้วครับคุณ nightno1 แบบนี้ล่ะได้เลย

บ้านรุ่นเดิมๆ มักจะไม่มีสายกราวด์มากับแผงไฟ เราสามารถตอกเองแบบนี้ได้ครับ และสามารถโยงจากเครื่องใช้ ณ บริเวณอื่นมาลงที่แท่งกราวด์อันนี้ได้เลยล่ะครับ

ภาพที่แนบมา ถูกต้องเลยจ้าๆๆๆๆ 555 อย่าลืมเช็คเฟสของไฟ อย่าให้บวกลบ กล้บข้างเน้อ ไม่งั้นลำบากมารื้อในภายหลังล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 260
  nightno1 
  24/01/2011 13:05:11



ขอบคุณครับเฮีย

พึ่งซ่อมบ้านเสร็จ+ทาสีใหม่(อันนี้ทำเอง) ตอนช่างอยู่กะลืมให้ช่าง เจาะพื้นฝังแท่งกราวน์ ตอนนี้ถ้าจะทำ ต้องทำเอง ><



  ความคิดเห็นที่ 261
  นายมั่นคง 
  24/01/2011 21:28:42



ไม่ยากจ้า เอาใจช่วยครับ การตอกแท่งกราวด์วิธีที่ดีที่สุด คือให้คนอื่นตอกแทนเราละกัน 555

จำได้ว่าถ้าเจอดินนิ่มๆๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเจอหินแข็งๆๆ ตายเลยล่ะครับ ผมเคยตอกลงไป ปราฏว่าตอกไม่มิดครับ โผล่อีกประมาณ 1 ฟุตแล้วตอกไม่ลง เพราะเจอหินแข็ง เลยเสียทิ้งไป 1 เส้นฟรีๆๆ

แถมไอ้ที่โผล่ออกมา ต้องเหนื่อยมาวิธีตัดมันออกด้วย (ถอนไม่มีทางออก) 555



  ความคิดเห็นที่ 262
  owenn 
  15/01/2012 07:41:29


ขอบคุณ รีวิวนี้นะครับ จุดประกายให้ผมได้เปลี่ยนเบรคเกอร์ + สายไฟ 6 sqmm และก็ปลั๊กตัวเมีย audio grade พบว่าเสียงดีขึ้นจริงครับ เบสกระชับแน่นมากๆ และได้ยินเป็นเสียงเสียงเบสเป็นโน็ต ไม่สับสนปนเป กันเลยครับ เสียงแหลมทอดไกลกังวาล แยกแยะได้ดีขึ้นครับ



  ความคิดเห็นที่ 263
  Gaia_Blue 
  15/01/2012 10:28:54



โอ เพิ่งจะจำได้ว่าเคยผ่านตาแต่ไม่ได้สนใจ มาตอนนี้ริวิวนี้มีประโยชน์มากๆ เลยครับ เฮีย



  ความคิดเห็นที่ 264
  เฮียหมี 
  10/01/2013 19:47:08



ขอดันให้คนที่ยังไม่ได้อัพเกรดตรงจุดนี้ครับ

อัพแล้วเห็นผลชัดมาก



  ความคิดเห็นที่ 265
  นายมั่นคง 
  10/01/2013 20:08:53



ท่านใดยังไม่ได้อ่าน ลองอ่านดูก่อนครับ การเล่นเครื่องเสียงนั้น ส่วนนึงต้องไปลงทุนที่ตัวเครื่อง แต่ส่วนนึงต้องเจียดแบ่งมาทำเรื่องระบบไฟให้กับมันด้วยนะครับ อันนี้บอกได้เลยว่า ไม่ทำไม่ได้เลยครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 266
  boyd2 
  25/01/2013 10:44:58


สวัสดีครับ ขอรบกวนหน่อยครับ พอดีทำห้องใหม่กับขอไฟฟ้าเข้าบ้านใหม่อยู่อยากวางระบบให้ดีตั้งแต่แรกเกี่ยวกับระบบไฟของเครื่องเสียง ไม่ทราบว่าข้อมูลอัพเดทซื้อของต่างๆ มีคำแนะนำเพิ่มเติมไหมครับ

ขอคำแนะนำหน่อยครับ ขอบคุณครับ




  ความคิดเห็นที่ 267
  นายมั่นคง 
  25/01/2013 10:51:56



ของต่างๆ ซื้อได้ครบที่สี่แยกวัดตึก แถวเยาวราชเลยครับ ย่านนี้ค้าส่งอุปกรณ์ไฟฟ้า เดินไฟ ครบถ้วนเลยครับ



  ความคิดเห็นที่ 268
  TaTar_N 
  25/01/2013 11:33:56



ผมกำลังสร้างบ้านหลังใหม่ที่ต่างจังหวัด กะจะจัดหนักกับเรื่องระบบไฟ เหมือนกัน ผมนิบอกผู้รับเหมาว่า หักเงินส่วนภาคระบบไฟฟ้ามา เดี๋ยวฉันจัดการเองงง เฮียแกก็ทำหน้างงเหมือนกัน555



  ความคิดเห็นที่ 269
  seikolover 
  25/01/2013 11:49:46






เพิ่งจะลองเพิ่มจุดปลั๊กไฟสำหรับฟังเพลงต่างหากดูครับ




  ความคิดเห็นที่ 270
  Uthen 
  25/01/2013 12:23:21



^
^
^
ใช้ของดีนะเนี่ย เสียงเป็นไงมั้งครับ 555



  ความคิดเห็นที่ 271
  boyd2 
  25/01/2013 12:55:55


ขอบคุณครับ
เดียวจะลองไปเดินหาดูของแแถวสี่แยกวัดตึกดูครับ ไม่ทราบมีช่างติดตั้งหรือให้โทรไปปรึกษาได้ไหมครับ ว่าต้องใช้อะไรบ้าง ต้องการเดินไฟเพื่อระบบเครื่องเสียงสองจุดครับ ชั้นบนและชั้นล่างโดยตอนนี้ยังไม่ได้เดินระบบอะไรไว้เลยครับ

อยากทราบว่าต้องซื้ออะไรบ้างครับ ของที่จำเป็นจะต้องใช้ทั้งหมดรบกวนแนะนำหน่อยครับหรือว่าสามารถเข้าไปปรึกษาหรือรบกวนโทรสอบถามได้ไหมครับ



  ความคิดเห็นที่ 272
  seikolover 
  25/01/2013 19:07:21



งานบล็อกอลูมิเนียมของคุณอุเทนเนี้ยบมากๆครับ
ได้ความสวยงามเต็ม 10 ครับ แต่มันช่วยเรื่องเสียงด้วยหรือครับ :)



  ความคิดเห็นที่ 273
  BFMV3003 
  25/01/2013 21:16:49


เรื่องเสียงผมไม่รู้นะครับ แต่ที่แน่ๆอลูมิเนียมมันให้อุณหภูมืที่ต่ำน่ะครับ คุน seikolover




ตอบกระทู้ :  
  รีวิววิธีอัพเกรดระบบไฟแบบชาวบ้าน ตอน...นอนฟังเครื่องไฟหัวใจมั่นสั่น กับ ปลั๊กผนัง Teslaplex
รายละเอียด :   *
คุณสามารถใช้บริการฝากรูปฟรีได้ที่
ชื่อ :   *
อีเมล :  
 

* กรุณากรอกรหัสให้ถูกต้อง
ถ้าไม่ได้ล็อคอินจะโพสได้เฉพาะข้อความเองเน้อ และเมื่อยนิ้วกรอกรหัสนิดนึงจ้า