เว็บ หูฟัง มั่นคง Gadget



   นามแฝง : รหัสผ่าน :  
ตลอดกาล
[ หน้าหลัก ] | [ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]   



  มีคำถาม เกี่ยวกับคณะ ในการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
  Pimpay11 
  15/06/2010 00:07:07



อยากรู้ว่าถ้าเราเป็นคนที่ชอบเสียงเพลง มีความสุขที่ได้ฟังเพลง สนใจเกี่ยวกับหูฟัง เครื่องเสียง หรือไม่ก็ใส่ใจรายละเอียดของเสียงเพลง แต่ว่าเล่นดนตรีไม่เป็น

อุปนิสัยประมาณนี้

พี่่ๆเพื่อนๆมีคณะไหน หรือ มหาวิยาลัย ไหน บ่างที่อยากจะี่แนะนำ เป็นแบบอินเตอร์ก็ได้นะ

ใครมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ช่วยแนะนำหน่อนนะค่ะ

ขอบคุณคะ =]



  ความคิดเห็นที่ 1
  เม 
  15/06/2010 00:31:47



ถ้าสนใจด้านเครื่องเสียง

ผมว่าเรียนทางอิเล็คทรอนิคส์ก็ดีนะครับ




  ความคิดเห็นที่ 2
  jomjomjom 
  15/06/2010 00:46:17



ผมแนะนำว่า เรียนคณะไหนก็ได้ครับแล้วค่อยเข้าชมรมดนตรีครับ
เสาร์ทิตย์ก็หาเวลามาสนทนาดนตรีหาประสบกามจากเฮียย์ที่ร้านครับ ... เอ ... พิมพ์ผิดแฮะ ... ประสบการณ์ ครับ 5555

เพราะไม่แน่ว่าพอได้เข้ามาเรียนในคณะที่เกี่ยวกับดนตรีโดยตรงแล้วอาจจะทำให้เรา ... เลิกชอบเลยก็ได้นะ ...



  ความคิดเห็นที่ 3
  dipdc 
  15/06/2010 00:50:29


ผมว่าเก็บเรื่องเสียงเป้นงานอดิเรกดีกว่าครับ
เรียนมหาลัย ตัดสินชะตาการทำงานในอนาคตเลยนะ



  ความคิดเห็นที่ 4
  นายมั่นคง 
  15/06/2010 00:50:39



เอ้า พี่ๆ ที่ยังอยู่ในรั้วมหาลัย ช่วยแนะนำด้วยครับ ว่าคณะไหนตรงมั่ง

เฮียเคยอยู่ คณะ ๔ กุฏิ ๕ ก็เลยบอกไม่ได้จริงๆๆ จ้า 555



  ความคิดเห็นที่ 5
  FullMooN 
  15/06/2010 01:16:35



ผมก็เหมือนเจ้าของกระทู้ครับ

ต่างตรงที่ว่า ผมเล่นดนตรีเป็นเลยเรียนดนตรีซะ ตอนนี้อยู่ปี 4 ครับ

เรื่องการทำงาน ผมว่าดนตรีไม่ใช่เป็นแค่งานอดิเรกนะครับ

ทุกวันนี้ผมทำงานได้ชั่วโมงละ 250 บาท ใน 1 อาทิตย์ ผมทำงาน 1 วัน

ไม่ต้องรบกวนค่าขนมพ่อแม่มาได้เป็นปีแล้วครับ ^^

อยากจะแนะนำน้อง จขกท.ว่า

ฟังเพลง เครื่องเสียง กับการเรียนดนตรี คนละเรื่องกันนะครับ

ที่ผมเรียนอยู่ไม่มีวิชาฟังเพลงหรือเทียบเครื่องเสียงอย่างแน่นอนผมรับประกันเลย

เพราะฉะนั้น ถ้าชอบเรื่องพวกนี้ ผมว่าเรียนพวก Sound Engineer

หรือ พวกอิเล็กโทรนิกส์ น่าจะเหมาะกว่าครับ

^^



  ความคิดเห็นที่ 6
  Musicogenic51 
  15/06/2010 01:19:47



หากสนใจดนตรี แต่เล่นดนตรีไม่เป็น ถ้ามาเรียนทางคณะที่เกี่ยวข้องกับดนตรีคงยาก ถ้าเล่นดนตรีไม่เป็น หรือไม่มีพื้นฐานทางเครื่องดนตรีเลย

ผมว่าความชอบกับอาชีพ บางทีมันก็ไม่ไปทางเดียวกัน

ผมคิดว่า sound engineer เองก็น่าจะเรียนรู้ด้านดนตรีและเสียงมากทีเดียว แต่คงไม่ได้เล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด

หาอาชีพที่เรียนแล้วหางานง่าย แล้วเอาการฟังเพลงเป็นงานอดิเรกดีกว่าครับ

อาชีพเกี่ยวกับเีครื่องเสียงโดยตรง เมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นมีมากนักครับ

ที่นึกออก ก็เรียนร้องเพลงประเภทโอเปร่า หรือเพลงที่ใช้เสียงที่ต้องฝึกมาพิเศษ หรือเรียนอะไรที่เกี่ยวข้องกับการจัดรายการวิทยุแล้วมาเป็น DJ

หรือเรียนโฆษณา การออกแบบดนตรีประกอบหนัง โฆษณา ซึ่งก็ต้องมีความรู้เรื่องเสียง และน่าจะเล่นดนตรีได้ด้วย




  ความคิดเห็นที่ 7
  Mr.Burst 
  15/06/2010 02:14:34



น้องมีประวัติที่เหมือนกับพี่...เพราะพี่ก็โตมากับกิจการด้านนี้..

แนะนำให้ไปเรียนคณะที่ไม่เครียดซะ...เช่น ศิลปกรรม มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประมาณว่าไม่ต้องท่องจนหัวตึ้บ หรือคิดคำนวณจนหัวแตก..เอาแค่เบาะๆ พอให้มีเนื้อที่ในสมอง

จากนั้นไปสมัครเรียนด้าน sound engineer ก็ดี จบมาเลือกทำงานห้องอัดได้ด้วย ไปเรียนกับ อ.ปราชญ์ ก็ได้ ที่ prart music ย่าน RCA หรือที่นักดนตรีเค้าเรียกว่า "ถ้ำเสือ"



  ความคิดเห็นที่ 8
  Mr.Burst 
  15/06/2010 02:26:45



^
^
อีกที่ก็มีโรงเรียนดนตรีของพี่กิตติ (กีตาร์ปืน) อยู่ย่านแฮปปี้แลนด์-บางกะปิ นะครับ ลองถามหามือ mix ชื่อ "พี่ถิง" ดูครับ ว่าเค้ายังรับสอนอยู่หรือเปล่า ผมไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว



  ความคิดเห็นที่ 9
  Kai 
  15/06/2010 09:12:15



เราอยากทำงานอะไร อยากทำด้านไหน ก็เรียนด้านนั้นไปเลยครับ

เอาที่มันสามารถเลี้ยงตัวเราได้ มีงานรองรับเยอะๆ หลากหลายหน่อย

เช่น เข้าได้เกือบทุกบริษัท ประมาณนี้หน่ะครับ

อย่างอื่นก็ทำเป็นงานอดิเรกก็ได้ครับ

เรียนตามงานหลักที่เราอยากทำก่อน

อย่างอื่นค่อยหาเรียนเพิ่มทีหลังก็ได้ครับ



  ความคิดเห็นที่ 10
  jomjomjom 
  15/06/2010 10:08:21



พี่ไก่ย์รับเด็กฝึกงานรึยังครับ .... หิหิหิ



  ความคิดเห็นที่ 11
  สมัครเล่น 
  15/06/2010 10:45:57


sound engineer ต้องการผู้ที่เข้าใจเรื่องเครื่องดนตรีอย่างดีด้วยครับ
ถ้าปฏิบัติเครื่องดนตรีเป็น ก็ยิ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่ง
เหมือนเวลาแข่งร้องเพลง ถ้าคุณปฏิบัติเครื่องดนตรีไม่เป็น
ไม่เข้าใจ ไม่มีพื้นฐานทางดนตรี ก็เหมือนร้่องไปเรื่อยเปื่อย
ฟังแล้วก็เหมือนที่เขา ๆ ประกวดกันแบบหล่อ สวย กันนั่นล่ะครับ

ส่วนคณะไหน
อธิการบดี ม.ไหนก็จำไม่ได้แล้วครับ
อ่านเจอในหนังสือพิมพ์
บอกว่า คณะที่เน้นเรื่อง สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์
หรืออะไรคล้าย ๆ แบบนี้ รับรองว่า ตกงาน ชัวร์ ๆ
ให้เลือกคณะที่เป็นวิชาชีพที่เห็นเป้าหมายชัดเจนกว่า
เมืองไทย ไม่ใช่เมืองนอก ปริญญา หรือวุฒิการศึกษา ยังเป็นเรื่องสำคัญครับ
คิดให้มาก ๆ ขยันให้มาก ๆ และเมื่อเรียนได้ มีงานทำแล้ว
อย่าลืมเป็นคนดีของสังคมด้วยครับ
เพราะทุกวันนี้ เห็นแต่สอนกันเรื่องวิชาการ
เรียนพิเศษเป็นบ้าเ้ป็นหลัง จนจะสร้างลูกระเบิดปรมาณูได้แล้ว
แต่ไม่เห็นสอนเรื่อง การเป็นคนดี มีศีลธรรม แยกแยะผิดชอบชั่วดีเลย



  ความคิดเห็นที่ 12
  Pimpay11 
  15/06/2010 16:52:31



ขอบคุณทุกๆคำแนะนำ จากพี่ๆที่ใจดีทุกคน

ทุกคำแนะนำ และความคิดเห็นมีประโยชน์มาก

ในการนำไปประกอบการตัดสินใจคะ

ขอบคุณ ค่ะ :)

แต่ขออนุญาติถามอีกหนึ่งคำถาม นะคะ คือว่าหนูอยากทราพว่า การเลือกคณะมีผลต่ออนาคต

ของเรามากแค่ไหน จะเป็นไปได้ไหนถ้าสิ่งที่เราเรียนมากับงานที่จะไปทำในอนาคตมันไม่ตรงกัน ช่วยบอกเล่าประสบการณ์ของพี่ๆให้เป็นแนวทาง หรือตัวอย่าง หน่อยนะคะ แล้วเรียนเกี่ยวกับอะไรมีโอกาสหางานได้มากสุดคะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ =)





  ความคิดเห็นที่ 13
  ps.patrix 
  15/06/2010 17:04:01


ผมเป็นคนนึงที่เพิ่งเรียนจบมา ตอนนี้ทำงานอยู่ ก็เกือบๆตรงสายที่เรียนมานะ จากที่ จขกท ถามมา ว่า"จะเป็นไปได้ไหนถ้าสิ่งที่เราเรียนมากับงานที่จะไปทำในอนาคตมันไม่ตรงกัน" บอกตามตรงครับ จากประสบการณ์อันน้อยนิด มันก็มีตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ต่อให้ทำงานสายที่เรียนมาก็ไม่ได้แปลว่ามันจะตรงครับ ทฤษฎีที่เรียนกับการทำงานจริงๆมีความแตกต่างกันอยู่เหมือนกันครับ เพราะว่าตัวแปรต่างๆมันก็มีผลอ่ะครับ

การเลือกเรียนมีความสำคัญกับการหางานในอนาคตแน่ๆล่ะครับ อยากให้ตัดสินใจดีๆก่อนที่จะเลือก มีเพื่อนหลายๆคนเลือกผิดเส้นทาง จนต้องเปลี่ยนกลางคันก็มี(ไม่ได้พูดให้กลัวนะครับ เด๋วเข้าไปเรียนก็จะเจอเอง)ผมโชคดีที่ไม่ได้เลือกเรียนเอง แต่ดันมาถูกทางก็คือชอบที่เรียนมานั่นเอง

ปล.ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยครับ ทั้งหมดมาจากประสบการณ์อันน้อยนิดครับ

ส่วนเรื่องเรียนเกี่ยวกับอะไรมีโอกาสหางานมากสุด บอกได้เลยครับว่าเรียนอะไรก็หางานได้ถ้าตัวเราเองมีศักยภาพ แต่ต่างกันที่ว่าความต้องการบุคลากรในด้านนั้นๆมีมากหรือน้อยครับ

ลืมบอกเลย ผมจบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์ มหาลัยหอการค้าไทยครับ เรียนไม่เก่งเลยเข้าเอกชนอ่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 14
  Pimpay11 
  15/06/2010 17:20:33



ขอบคุณมากนะคะ

คำแนะนำพี่มีประโยชน์มากคะ



  ความคิดเห็นที่ 15
  ธนากร 
  15/06/2010 17:26:04



อย่างแรกเลยครับ ต้องถามตัวเราว่า มีทุนรอยของครอบครัวมากแค่ไหนครับ
คือ ความชอบส่วนนึงแต่ความอยู่รอดก็เรื่องใหญ่ครับ เหอะๆ
ที่ถามเนี่ยเพราะว่า ถ้าเรื่องครอบครังไม่มีปัญหา เลือกเรียนที่เราชอบได้เลยครับ แล้วก็ไม่ต้องห่วงมาก จบมาไม่มีงานทำครับ
แต่ถ้ากลับกันอันนี้ก็คิดหนักเลยครับ คงต้องเลือกเอาตามที่ตลาดต้องการครับ

ผมเป็นคนนึงเลือกคณะเพราะสอบติด ตอนนี้เรียนมาบอกตรงๆว่าไม่ค่อยมีควรามสุขครับ
แต่ด้วยครอบครัวผมไม่ได้รวย และ เป็นอาชีพที่จบมามั่นคง มีงานทำ และ ได้เงินครับ
ส่วนความฝันผมก็กะเอาเงินที่หาได้มาต่อยอดอีกทีครับ

ทำานไม่ตรงสายได้มั้ย ผมว่าได้นะแต่ก็แล้วแต่จะไปทำอะไรครับ
อย่างผม ตอนนี้เรียนหมอปี 5 อีกปีเดียวก็จบแล้ว
แต่ผมอยากทำร้านกาแฟ ทำไร่กาแฟ อันนี้ก็ต้องหาความรู้เอาเองหล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 16
  THE lm 
  15/06/2010 18:43:06


พี่เรียนนิติ จร้า เป็นทหารด้วย



  ความคิดเห็นที่ 17
  BooN 
  15/06/2010 20:21:42


อืม ลองดูความสนใจตัวเองครับ ถ้าเลือกอะไรที่เราไม่ค่อยชอบ เรียนไปแล้วจะมีปัญหา เพราะใจมันไม่เอา ถึงแม้ว่าตลาดจะต้องการ และก็มองปัจจัย ด้านการเงินก็ดีครับ เพราะมันมีค่าใช้จ่ายพอสมควรกับบางสาขาที่จะเรียน
ตอนผมเลือกคณะผมก็เลือกตามที่ตัวเองชอบนะ เลือกเรียนวิทย์สิ่งแวดล้อม ตอนเลือกก็กำลังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างบูมสำหรับเมืองไทย แต่พอจบมาสถาณการณ์เปลี่ยน ปรากฏว่าบุคลากรล้นตลาด แย่งงานกันน่าดู จนเพื่อนที่จบมาด้วยกันทำงานสิ่งแวดล้อมไม่ถึง 50 เปอเซนต์ ตรงสายจริงๆนี่นับคนกันเลย
มหาลัย สอนอะไรเราหลายๆอย่างครับ ที่นอกหลักสูตร ซึ่งเราต้องหาเอาเอง ผมหมายถึงกิจกรรม เพื่อน ชิวิตมหาลัยเป็นอะไรที่สนุกมากๆ สำหรับผมนะ
ปริญญาแค่ใบเบิกทางครับ ขึ้นอยู่คุณจะผลักดันตัวเองไปได้แค่ไหน

ปล. เดี๋ยวนี้สัมภาษณ์เด็กจบใหม่เข้าทำงาน ....มันจบกันมายังงัยกว่า ฮาาาา(ตอบคำถามตูไม่ได้เลย-*-.)



  ความคิดเห็นที่ 18
  Pimpay11 
  15/06/2010 21:07:32



ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นอีกที
นึกออกอีกอย่างหนึ่ง แล้วถ้าอยากเป็นดีเจ อะ (ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้)อาชีพนี้เป็นยังไงบ่างน่าคบไหมอะคะ

มีพี่ๆคนไหนเรียนบ้าง หรือไม่ได้เรียนก็ได้ ขอคะแนะนำนิดนึง ถือว่าแนะนำน้องๆที่ยังออนประสบการณ์ชีวิตจริง ขอบคุณคะ



  ความคิดเห็นที่ 19
  Mr.Burst 
  15/06/2010 21:35:01



บอร์ดมั่นคง...กลายเป็นห้องแนะแนวไปซะแร้วววว...5555555

ได้เรียนอย่างที่ใจรัก = กำไร
ได้ทำงานตรงกับสายที่เรียนจบมา = กำไร
ได้ทำงานอย่างที่ใจรัก = กำไร

ชีวิตนี้น้องอยากให้มันมี "คุณค่า" หรือมี "มูลค่า" ล่ะครับ



  ความคิดเห็นที่ 20
  Pimpay11 
  16/06/2010 06:56:47



ฮ่าๆๆๆๆ ^_^

จริงด้วย มีทุกประเด็นในบอร์ดมั่นคง ตั่งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ 5555



  ความคิดเห็นที่ 21
  kami 
  04/07/2010 13:56:51


ไม่รุ้จะเข้าคณะไหนดี กลัวเรียนไม่ได้

หรือจบแต่ไม่มีงานทำ



  ความคิดเห็นที่ 22
  โป๊งเหน่ง 
  06/08/2010 00:23:24


จะเริ่ม ยังไงดี หว่า ความรู้สึกแบบนั้นมันผ่านมา ห้าปีแล้วสินะ อืมมม .​ . . นาน

ผมเป็นอีกคนนึงที่ชอบทำงาน และเรียนในสิ่งที่ผมชอบ แต่นั่นหมายความว่าเราต้องรู้ลักษณะนิสัย และความชอบของเราอย่างท่องแท้ก่อนนะครับ
อย่างแรกผมอยากแนะนำให้น้องดู จากความชอบของตัวเองก่อน นั่นผมว่าสำคัญมาก เพราะถ้าเราทำอย่างที่เราชอบ ทุกอย่างมันก็จะทำได้ดี
อย่างที่สอง หากรู้ว่าชอบอะไรก็ เดินตามทางนั้น อย่าได้กลัวครับ ถึงแม้เราจะไม่เก่งก็ตาม แล้วทำอย่างเต็มที่ ผมเองเคยอ่านหนังสืออยู่ เล่มนึง ชื่อ สัมฤทธิ์ พิศวง (outliner) มีเรื่องชื่อ กฏ 10000 ชั่วโมง ครับ ในนั้น บอกว่า คนทุกคนที่จะประสบความสัมเร็จได้ ล้วนแต่ผ่านการฝึกฝนมาไม่ต่ำกว่า 10000 ชั่วโมงครับ คิดคร่าวๆ ก็ราวๆ 3 ปี ครึ่ง (ถ้าฝึกวันละ 8 ชั่วโมง) อาจจะช้า หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับตัวเราเองนะ
แต่เท่าที่ดูมา น้องอาจจะยัง มึนๆ นิดหน่อยว่า ตัวเองชอบอะไร (อันนี้ผมเดาเอา) ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากมาย ผมเชื่อว่าน้องไม่ใช่คนเดียวที่เป็นครับ และผมว่าเป็นเรื่องปกติของเด็กไทยซะด้วยซ้ำ เราเติบโต และถูกหล่อหลอม ขึ้นมา ภายใต้ระบบแบบไทยๆ ของเราที่ทุกคนถูกสอนให้ทำเหมือนกันหมด เรียนเหมือนกันหมด ค่อยมาเริ่มแปลกแยกเอาตอน ม.ปลาย เราส่วนใหญ่จึงมีเวลาอีกแค่ 3 ปีเท่านั่น ในการแสวงหาตัวเอง ปกติจะมีแต่คนบอกเราให้แสวงหาความรู้ภายนอก ซึ่งผมก็ไม่ได้ค้านครับ คนเรารู้เยอะย่อมดีกว่าแน่นอน แต่ที่จะลืมไปไม่ได้เลยคือ เราต้องแสวงหาตัวเองครับ รู้จัก และรู้ใจ ตัวเองให้มาก
วิธีคิดอย่างง่ายที่สุดที่ผมใช้ แนะนำรุ่นน้องของผมอยู่บ่อยๆ ว่าเราชอบสิ่งนั้นจริงๆมั้ย ซึ่งได้มาจากในหนังสือของ บัณฑิต อึ้งรังษี ครับ เค้าบอกว่าคนเรามีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี เราเริ่มทำงานกันตอนอายุ 22 ปี เกษียณที่ 60 ปี (อันนี้แล้วแต่นะว่าอยากเกษียณรึเปล่า 555) เราทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 1 ปีมี 365 วัน ก็ราวๆ 2920 ชั่วโมง เป็นเวลา 38 ปี อันนี้เอาตามมาตรฐานนะครับ หมายความว่าเราจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่เราบอกว่า ชอบ เป็นเวลา 110,960 ชั่วโมง ให้เราถามตัวเองว่าอยู่ได้มั้ยครับ คุณ บัณฑิต อึ้งรังษี บอกว่าครั้งแรกที่ได้ยินสียง ดนตรีคลาสสิค แกบอกว่าอยากอยู่กันมันไปทั้งชีวิตครับ ซึ่งผมถือว่าแกเป็นคนโชคดี คนนึงครับ ที่เจอ และได้ทำในสิ่งที่ชอบ
ผมเองเป็นคริสเตียน ผมก็ทุกข์ใจนะ ตอนจะสอบเข้า ฯมหาลัย ไม่รู็จะเอาอะไรดี สอบก็ไม่รู้จะได้รึเปล่า แต่ผมก็วางใจในพระเจ้าของผมครับ และสุดท้ายผมก็ขอบคุณพระเจ้าของผมที่นำผมทุกย่างก้าวครับ ให้ได้เรียนในสิ่งที่ผมชอบ จบมาได้ทำงานที่ผมชอบ ได้ที่ทำงานที่ผมชอบ (เหลือแต่แฟนครับ อันนั้นเรื่องใหญ่ 555)
*ผมเรียน วิศวกรรมซอฟต์แวร์นะครับ ตอนนี้ทำงานเป็น โปรแกรมเมอร์ แฮปปี้ทุกวันครับ ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยรู้สึกว่าไปทำงานนะ เหมือนไปเล่นเกมส์ผจญภัยมากกว่า แถมได้ตังค์ด้วย 555

ทำใจให้สบายครับ ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ที่สำคัญหาตัวเองให้เจอครับ ผมขออณุญาติไม่แนะนำที่เรียนให้น้องนะครับ เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าต้องไปทางไหนกัน ฮาาา แต่ผมเชื่อว่า ไม่มีใครรู้ใจน้อง เท่าตัวน้องเองหรอกครับ
สุดท้ายอีกนิดครับ เคยอ่านหนังสือเรื่อง คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก มั้ยครับ (หามาอ่านก็ดีครับ) อยากให้น้องฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงครับ เราเป็นคนรุ่นใหม่ ถ้าไม่มีความฝันผมว่าชีวิตมันจืดชืดนะ มีความฝันไว้ครับ เพราะมันจะเป็นแรงผลักดันให้เรา ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมายครับ
ท้ายสุดอีกหน่อยนะ อันนี้อาจจะน่าเบื่อนิดนึง คือ จากที่ผมเรียนมา ผมเรียนเป็น อินเตอร์นะครับ มันทำให้ผมรู้ว่าภาษาอังกฤษ สำคัญมากครับ ไม่ว่าน้องจะเลือกอะไรก็ตาม เรียนภาษาอังกฤษไปด้วย เอาให้คล่องปร๋อครับ เพราะมันเป็นไปเบิกทางสำคัญ ที่จะทำให้เราก้าวไปสู่ระดับนานชาติ และโลกภายนอกที่เราไม่เคยเห็นได้ครับ

สุดท้ายนี้ก็ขอพระเจ้าอวยพรให้น้องคนไหนก็ตามที่กำลังจะสอบเข้า ฯมหาวิทยาลัย ให้ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ครับ พระเจ้าอวยพรครับ



  ความคิดเห็นที่ 23
  สึโค่ยโดสิส 
  06/08/2010 00:38:39



อย่าเอางานอดิเรกมาตัดสินอนาคตครับ
จะเห็นได้ว่า ที่บอร์ดนี้มีคนจากแทบทุกสาขาอาชีพ
มีเวลาว่าง มากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป
แต่หลังจากทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว(ทำงาน/เรียน) ทุกคนก็ได้ใช้เวลากับการฟังเพลงครับ

แนะนำว่า ใช้เวลาก่อนสอบเข้า อ่านหนังสือให้มากที่สุดครับ อาจจะไม่ได้ฟังเพลงเลย
ทนซักปีเดียว แล้วอยากได้คณะไหน จิ้มเลือกได้เลยครับ



  ความคิดเห็นที่ 24
  jj 
  06/08/2010 14:26:56


สิ่งที่ชอบอาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่

แต่ยังไงๆ ก็จงทำในสิ่งที่เชื่อว่าดี แล้วงานทุกอย่างจะออกมาดี



  ความคิดเห็นที่ 25
  Pimpay11 
  05/09/2010 21:41:36



ไม่ได้เข้ามาดูตั่งนาน ขอบคุณทุกคำแนะนำของพี่่ที่ใจดีทุกคนค่ะ
ตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าอยากเรียนอะไร คะขอบคุณนะคะ



  ความคิดเห็นที่ 26
   
  01/11/2010 19:44:14





  ความคิดเห็นที่ 27
  -o-[B]on[D]-o- 
  01/11/2010 20:14:54



เลือกในสิ่งที่อยากเรียนก็ดีครับ อยากเรียนอะไรก็เรียนไป
เพราะว่า ชีวิตเป็นของเราครับ เราตัดสินใจเอง ใครจะมองยังไงก็ช่างคนอื่นไป

แต่จะเรียนอะไรมองให้ไกลๆ ไว้หน่อยนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 28
  Guzzo 
  01/11/2010 22:34:10



ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารัก แม้จะล้มก็มันล้มอยู่บนสิ่งที่เรารัก



  ความคิดเห็นที่ 29
  วิว น.ส. ภัทรพร ยุทธแสง 
  13/01/2011 14:59:52


อยากทราบว่าวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังรับต่อ ป.ตรี ระดับอาชีวะ ปวช ปวส ด้วยรึเปล่าค่ะ
รบกวนช่วยตอบด้วยนะค่ะ
แล้วมีคณะกราฟฟิคดีไซด์ด้วยรึเปล่าค่ะ คือหนูอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน ออกแบบคาเร็กต์เตอร์การ์ตูนน่ะค่ะ



  ความคิดเห็นที่ 30
  BECK 
  13/01/2011 15:16:41



ได้เรียนอย่างที่ใจรัก = กำไร
ได้ทำงานตรงกับสายที่เรียนจบมา = กำไร
ได้ทำงานอย่างที่ใจรัก = กำไร

ได้รักก่อนเรียน = กำไร



  ความคิดเห็นที่ 31
  feardeforlight 
  13/01/2011 21:18:42


ผมเล่นดนตรีเป็นครับคิดจะเรียนดนตรีแต่ก้ะยุบความฝันไปก่อน เพราะผมคิดว่าการเรียนวิชาวางพื้นฐานไว้ให้ตัวเองเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนครับ ผมเลือกที่จะฝึกซ้อมไห้มากทำอะไรให้มาก . . . เพราะว่าจบซาวด์เอนจิเนียร์ออกมา งานอะไรจะมารองรับเราได้ครับ ถ้าเกิดเราไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน และแน่นอนว่าเงินค่าสอนในรร.ดนตรีก็อาจไม่พอหรอกครับถ้าคิดอยากได้เดือนล้ะ1-2หมื่น ฉะนั้นเราก็ไม่ควรทำให้ ที่บ้านลำบากก่อนครับ . . . เรียนจบอะไรก็ได้มาก่อนครับ แล้วถ้าจะเล่นดนตรีก็ฝึก 4ปีสบายมากครับถ้าคุณอยากเล่นดนตรีหรืออดิชั่นร้านเหล้าทั่วไป(ถ้าขยัน)ก้ะสบายมากครับ จบแล้ว....ได้วุติที่พอจะทำงานหลายๆด้านได้ ก็ค่อยต่อด้านดนตรีอย่างจริงจังดูครับ ผมว่าถึงตอนนั้นคุณจะพร้อมมากกว่าทุกองค์ประกอบนะครับ เอาเปงไกด์ไลน์เน้อ^^+



  ความคิดเห็นที่ 32
  ket 
  22/06/2011 16:56:56





  ความคิดเห็นที่ 33
  ket 
  22/06/2011 17:17:54


สหวัดดีจ้า หนูอยากทราบว่า ที่มหาลัยไหน? ที่เปิดรับคุรุศาสตร์เอกดนตรี บ้างค้ะ ?
คือว่าหนูชอบดนตรีมาก เล่นไม่ค่อยได้ แต่ก๊จะพยายามฝึกฝน
แต่อีกอย่างก็อยากเป็นคุนครู สอนในสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ
เลยอยากเรียนคุรุศาสตร์เอกดนตรี มากๆเลยค่ะ แต่ไม่มีฝีมือจะไปสอบเข้ามหาลัยดีๆ
อยากให้พี่ๆช่วยแนะนำ หนูหน่อยค้ะ
คุรุศาสตร์เอกดนตรี ที่มหาลัยไหนที่เปิดรับบ้างค้ะ ?



  ความคิดเห็นที่ 34
  magaret 
  22/06/2011 17:30:56


สหวัดดีจ้า หนูอยากทราบว่า ที่มหาลัยไหน? ที่เปิดรับคุรุศาสตร์เอกดนตรี บ้างค้ะ ?
คือว่าหนูชอบดนตรีมาก เล่นไม่ค่อยได้ แต่ก๊จะพยายามฝึกฝน
แต่อีกอย่างก็อยากเป็นคุนครู สอนในสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ
เลยอยากเรียนคุรุศาสตร์เอกดนตรี มากๆเลยค่ะ แต่ไม่มีฝีมือจะไปสอบเข้ามหาลัยดีๆ
อยากให้พี่ๆช่วยแนะนำ หนูหน่อยค้ะ
คุรุศาสตร์เอกดนตรี ที่มหาลัยไหนที่เปิดรับบ้างค้ะ ?



  ความคิดเห็นที่ 35
  Pimpay11 
  22/06/2011 21:07:41



โอ้ ดีใจ กลับมาเห็นกระทู้นี้อีกครั้งเมื่อนานมาแล้วตอนที่เรายัง สับสันไม่รู้จะไปทางไหนดี

ตอนนี้เราเรียนอยู่ที่มหิดล อินเตอร์ คณะ finance กำลังอยู่ในช่วงรับน้อง สนุกสนานกับชีวิตมหาลัย

จากคำถาม ที่ คุณ magaret ถามมา จะบอกว่าที่มหิดล มีสอนดนตรีโดยเฉพาะ ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

ลองเข้าไปดูในเวปนี้นะคะ http://www.music.mahidol.ac.th/th/index.php

หวังว่าน่าจะช่วยได้บ้าง : ) ยังไงก็ขอให้โชคดี มีกำลังใจในการฝึกซ้อม นะคะ มีอะไรถามได้ ถ้ารู้ก็จะยินดีตอบค่ะ ^_^



  ความคิดเห็นที่ 36
  Joker 
  23/06/2011 21:28:28



เรียนศิลปะครับ~~



  ความคิดเห็นที่ 37
  Uthen 
  23/06/2011 22:19:38



จบมาแล้วเลือกทำงานพวกธุรกิจที่เกี่ยวกับดนตรี ก็น่าจะโอนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 38
  nagasu 
  23/06/2011 22:43:51


ตอบคำถามคุณ ket นะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฎมีครุศาสตร์ สาขาดนตรี เกือบทุกที่มั้งครับ ลองเลือกหาข้อมูลที่อยากเรียนได้เลย

แต่เท่าที่ฟังมา ถ้าเป็นเอกดนตรีนี่ ที่ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เค้าขึ้นชื่อนะครับ ยังไงลองหาข้อมูลดูอีกทีแล้วกัน แล้วก็ที่บ้านสมเด็จ มีเอกดนตรีทั้งในคณะครุศาสตร์ และคณะมนุษย์นะครับลองเลือกดู

หวังว่าข้อมูลคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ



  ความคิดเห็นที่ 39
  โอม 
  23/06/2011 23:32:01


เรียนที่เราชอบครับ เพราะจบมาเราก็อาจไม่ได้ใช้ ผมจบวิทยาคอมแต่ดันมาขายรถยนต์ซะงั้น



  ความคิดเห็นที่ 40
  ทานตะวัน 
  23/07/2011 22:27:43


เรียนสิ่งที่ชอบ หรือ เรียนในสิ่งที่จบไปแล้วมีงานทำที่มั่นคง



  ความคิดเห็นที่ 41
  eak 
  25/11/2011 12:29:49


ชอบเครื่องเสียงเหมือนกันครับ
แต่ดันมาเรียน
IT



  ความคิดเห็นที่ 42
  pockethifi 
  25/11/2011 20:43:20


ถามในบอร์ดเครื่องเสียง ก็คงจะชอบเครื่องเสียงนะครับ
ชอบในระดับที่อยากทำเอง อยากทำขายหรือเปล่า

ชวนคุยนิดหน่อย เผื่อเอากลับไปคิดต่อได้นะครับ
ไม่ได้ชวนให้เป็นนักออกแบบเครื่องเสียงนะครับ
แค่บ่นปนเล่าให้ฟัง

ที่ผ่านมา นักดนตรีไม่เป็นเรื่องอิเล็คทรอนิกส์ เขารู้ว่าดนตรีคืออะไรแต่ไม่รู้วงจรไฟฟ้า
วิศวกรไฟฟ้าทำวงจรได้ทุกอย่างที่ใจนึก แต่ไม่เข้าใจว่าเสียงดนตรีจริงๆเป็นอย่างไร
ถ้ามีใครสักคนที่มีความรู้ทั้งสองฝั่ง คือเป็นทั้งวิศวกรไฟฟ้าและเป็นนักดนตรี
ผมว่าถ้าเขาตั้งใจออกแบบเครื่องเสียง มันจะไปได้ดีกว่าประวัติศาสตร์เครื่องเสียงไทยที่เคยมี
และถ้ามีหัวการค้ามันก็มีโอกาสดัง ที่สำคัญคือต้องมุ่งมั่นจริงๆ

แต่ถ้าไม่ได้ชอบสร้างเครื่องเสียง
รักจะเป็นนักฟัง ก็เป็นนักจัดรายการได้ เป็นคอลัมนิสต์ก็ไม่เลวนะครับ
อาชีพนักเขียนอาจไม่รวยแต่ก็ไม่อดตาย ให้ความรู้กับคนอื่นได้ด้วย
ผมคิดว่าเป็นอาชีพที่มีความสุขมากอาชีพหนึ่งเลย

อาชีพนักดนตรี ถ้าชอบเล่น รู้จักหาที่เล่น หารายได้
เล่นไปเล่นมาเดี๋ยวก็มีโอกาสได้แต่งเอง ออกอัลบั้มเอง ขายเอง
เจ๊งหรือรอดก็ลุ้นเอาแต่สนุก

ลองหาคำว่า สุนทรพจน์ สตีฟจ๊อบ ในกูเกิ้ลดูครับ สิ่งที่เขาพูดไว้เมื่อปี คศ2005
มันน่าจะเป็นการชี้แนะเกี่ยวกับสิ่งที่รักที่ถูกอ้างอิงไปอีกหลายสิบปี หรือนานกว่านั้น



  ความคิดเห็นที่ 43
  จักรพงษ์ รื่นมาลัย 
  21/12/2011 21:26:39


เรียนโลจิสติกส์ซิครับ ปัจจุบันเป็นสาขาที่นิยมกันมากในกลุ่มตลาดแรงงานเลยนะครับ
พี่เรียนจบมาแล้วไม่ตกงานเลยครับ พี่เรียนที่ ม.เกริก
เพราะ ม.เกริก ผลิตนักศึกษาที่ได้คุณภาพ ตรงตามตลาดแรงงานต้องงาน
โดยเฉพาะเรียนสาขา โลจิสติกส์ ที่ม.เกริกไม่ตกงานแน่นอนครับ
จักรพงษ์ รื่นมาลัย



  ความคิดเห็นที่ 44
  xpgi 
  21/12/2011 21:33:50



อ่านแล้วอบอุ่นใจมากๆ ครับ พี่ๆ ให้คำแนะนำดีๆ ทั้งนั้นเลย ^^ อ่านแล้วชี้แจ้งทางสว่างมากกว่าเว็บแนะนำบางเว็บเสียด้วย มากกว่าคำว่า การสอบเข้า



  ความคิดเห็นที่ 45
  PorHiFi 
  21/12/2011 22:27:48



ผมก็เป็นคนหนึ่งครับทีชอบดนตรีเสียงเพลงต่างงและสนใจพวกหูฟังหลงไหลในตัวมัน
และปีนี้ผมก็ม.6ละด้วยละกำลังเตรียมเข้าต่อทีมหิดล ดุริยางคศิลป์สาค้าบริหารธุระกิจดนตรี
ผมยากบอกว่าถ้าเราบอกว่าเราชอบเสียงดนตรีมันมีอีกหลางคนครับทีชอบแต่ว่าเราอะสามารถจะอยุ่กับมันไปตลอดทั้งชีวิตนั้นได้หรือป่าวมันก็เหมือนนักดนตรีที่เล่นเป็นกับนักดนตรีทีเล่นเก่งอะครับจากทีฟังมาเราคงคิดว่าตัวเองนั้นอยากจะเข้าในสาขาของดนตรีแต่ว่าเราดันเล่นดนตรีไม่ได้มีทางทีพอจะไปเป็นพวกซาวเอ็นบางไม...

ผมอยากบอกว่ามีครับแต่ยากครับเพราะคนทีจะเป็นซาวเอ็นนั้นต้องรู้ลึกมาและรู้จริง
จนบางคนทีเป็นซาวเอ็นเก่งๆสามารถฟังแล้วบอกได้เลยว่าเสียงนี้ทำไมมันไม่คม
และต้องตัดคลื่นความถี่เท่าไหร่แล้วน๊อยจะหายไปความชัดจะเพิ่มคือเพียงแค่เค้า

ปรับไม่กี่อย่างเค้าก็ทำไห้เสียงทีเราเล่นออกมาชัดได้แล้วนั้นคือประสบการ+กับคสวามตั้งใจความสนใจทีแท้จริง

ผมไม่รุ้นะครับว่า เจ้าของกระทู้อายุเท่าไหร่ถ้า ยังอยุ่ในม.4-5และอยากเข้าอยากจะเป็นทางนี้จริงๆคุณสามารถเข้าได้ครับแต่มันขึ้นอยุ่กับความสนใจจริงๆของคุณลองกาเครื่องดนตรีทีคุณรักสักอย่าง1แล้วเล่นมันดูแล้วถามตัวเองว่าคุณอยุ่กับมันไปตลอดชีวิตได้ไมครับ
จะมีไมทีสักวันคุณตื่นมาแล้วพบว่าคุณต้องไปทำงานเกี่ยวกับดนตรีแล้วคุณบอกว่าโอ้ยเบื่อไม่อยากทำงานแล้วไม่อยากไปทรมาณกับสิ่งทีคุณไม่ได้รักอย่างแท้จริงครับถ้าคุณอยากจะใช้ชีวิตกับดนตรีจริงๆ

คุณสามารถไปเรียนดนตรีได้ครับ อาจารย์หาไม่อยากหรอกครับ
อยุ่ทีตัวเรามากกว่าถ้ามีคนบอกว่าโอ้ยมาเริ่มต้อนนี้ไม่ทันหรอกหรอกเรียนอย่างอืนดีกว่า
อย่าไปเชื่อครับ ท่าคุณรักมันจริงผมว่าคุณทำได้ ผมอะคิดแล้วว่าชีวิตนี้ ผมจะใช้ชีวิตกับดนตรีไปตลอดและรับมันได้ทีจะต้องซ้อมดนตรีวันละ6-7ชม.ทุกวันผมรับได้
ผมเริ่มเรียนดนตรีจริงๆจังต้อนม.5เทอม2ปลายปีทีแล้วครับ ร่วมๆแล้วก็ยังไม่ถึง1ปีครับ
แต่ผมมีความชอบมาตั้งแต่ม.1ครับแต่ทีบ้านไม่ได้สนับสนุนไรมากมายผมบอกว่าอยากจะเรียนเค้าก็บอกว่าผมอะเป็นคนไม่จริงๆเดียวเล่นๆไปก็เบื่อและค่าสอนดนตรีมันแพงมากๆ
ทีบ้านกลัวว่าผมจไม่จริงจังผมก็ไม่สามารถพูดอะไรแต่ทีทำได้คือทำไห้เค้าเห็นครับ
ผมเก็บเงินซื้อกลองเองและก็เก็บเงินเรียนพิเศษเองครับพอทีบ้านผมเริ่มเห็นว่าผมจริงจังเค้าก็มาสนุบสนุนผมอย่างเต็มทีต้อนหลังๆถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรจริงๆผมว่ายังไงก็มีคนเห็นครับ
ถ้าคุณคิดว่าอยากเรียนจริงๆแล้วสิ่งทีคุณต้องเรียน มีดังนี้ครับ

1ดนตรีปฤิบัติ(เครื่องดนครี)
มันคือสิ่งทีคุณเล่นได้ดีชำนานมากเป็นอย่างดีไม่ว่าจะกีต้า เบส กลอง ร้องเพลง หรือ
เครื่องดนตรีทั้งหมดบนโลกนี้

2ทฤษฤีดนตรี
มันคือดนตรีทเป็นรูปธรรมต่างๆ อะไรทีเค้าเรียกว่า Major Mainorร่วมไปถึงของยากๆอย่างไตแอด คอดร์ความจริงแล้วมันเป็นมายังไง

3คือโสตทักษะ
มันคือการฝึกการฟังถ้าคุณอยากเป็นซาวเอ็นจริงๆคุณต้องเก่งอันนี้ครับ
ถ้าเค้าก็โน็ต2ตัวในคีบอด ไม่ว่าจะเป็นโน็ตอะไรคุณต้องบอกเค้าได้ว่ามันคือคู่อะไร
เช่นโดและมี มีนคือ คู่3Majนี้คือแค่เรื่องขั้นคู่ ยังต้องเจอเค้าไห้จังหวะมามีเสียงกลองเคาะ
คุณต้องเขียนโน็ตออกมาได้ว่าเมือกี่เค้าเคาะตัวไหนบาง

และสุดท้ายถ้าอยากเป็น ซาวเอ็น ผมแนะนำ มหิดลดุริยางคศิลป์ สาขา MIT เทคโนโลยีดนตรี นั้นและครับทีคุณคิดว่าอยากจะเป็นซาวเอ็นครับ

ถ้าอยากสอบถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้แล้วผมพอจะช่วยได้ก็ยินดีครับ
por_sae-pung@hotmail.com
หรือไม่ก็081-6423249(ป้อ)

ถ้าช่วยอะไรได้ผมจะพยามช่วยครับ>< หวังว่าผมคงตอบคำถามได้ไม่มากก็น้อยนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 46
  kookkai 
  10/01/2013 16:25:39


คือสนจัยทั้ง นาฏศิลป์และก็ดนตรี ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือดนตรี สากล แต่หาคณะก็ไม่เจอทำให้หาคณะที่ต้องการยาก(หรือคณะนั้นจะไม่มี-*-) ก็เลยอยากรู้ว่าเรียนที่คณะใหนที่สอนทั้ง2อย่างเลยไหมคะ จบแล้วมีงานทำ อะรัยบ้างอ่ะค่ะ คือหาในGoog ก็ งงๆ อ่ะ ค่ะ ก็เลยมาถามแบบตรงๆเลย รบกวนด้วยน๊ะคะ ^_^



  ความคิดเห็นที่ 47
  serenityman 
  10/01/2013 16:51:30



ถ้าจะเรียน sound engineer จบมาต้องทำใจว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ครับ ^ ^

เครดิต



  ความคิดเห็นที่ 48
  serenityman 
  10/01/2013 16:52:19



^
^
^
แก้ไขด้านบนครับ
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=OWoQpzdB5gs




ตอบกระทู้ :  
  มีคำถาม เกี่ยวกับคณะ ในการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
รายละเอียด :   *
คุณสามารถใช้บริการฝากรูปฟรีได้ที่
ชื่อ :   *
อีเมล :  
 

* กรุณากรอกรหัสให้ถูกต้อง
ถ้าไม่ได้ล็อคอินจะโพสได้เฉพาะข้อความเองเน้อ และเมื่อยนิ้วกรอกรหัสนิดนึงจ้า