
เลี้ยวกลับมาที่เวียดนามกันต่อครับ.....555
วันนี้มีคุยกันถึงสภาพการจราจรในเมืองฮานอยกันบ้าง...เผื่อบางท่านหลงทางไปจะได้ไม่ถูกมอเตอร์ไซด์ชนตายซะก่อน...การจรจรในประเทศเวียดนามนั้น เป็นประเภทวิ่งชิดขวาครับ ซึ่งต่างจากเมืองไทยซึ่งมักจะวิ่งชิดซ้ายกันเป็นหลัก จีนกับเวียดนามใช้มาตรฐานการจราจรเหมือนกันครับ คือใช้วิ่งชิดขวา และรถยนต์นั้นแน่นอนว่า พวงมาลับเค้าจะอยู่ทางซ้าย
ไปเวียดนาม ผมมองไม่เห็นตำรวจจราจร และทะลึ่งไม่เห็นไฟจราจรเลยด้วยซ้ำไป ประเทศเวียดนามนั้น ทางสัญจนบนทางเท้า หรือที่เราเรียกว่าฟุตบาท ค่อนข้างแคบครับ และเดินเหินลำบากหน่อย และหากใครสังเกตุให้ดีๆๆ จะเห็นว่าตึกรามบ้านช่องในเวียดนามนั้น ค่อนข้างจะเป็นตึกหน้าแคบ หรือหน้าผอมๆๆ หน่อย ส่วนจะลึกเข้าไปยังไงไม่ว่า แต่ข้างหน้าต้องผอมๆๆๆ
นัยว่ารัฐบาลเค้าจัดสรรให้แบบนี้ล่ะ และพอบ้านแคบๆๆ ที่แคบๆๆ ก็ย่อมส่งผลถึงที่จอดรถอย่างแน่นอนครับ.....ในเวียดนามรถเก๋งนั้นมีแน่นอน จะรถเบนส์หรือรถอะไรก็มีทั้งนั้นล่ะ แต่ว่ามันน้อยมากเมือเทียบกับประเทศไทศ เรียกว่าเมืองไทยเป็นเมืองอาเสี่ยมากกว่า 555
แต่ที่เวียดนามมีมากก็คือมอเตอรไซด์ครับ ผมสาบานได้ว่า ใครที่จิตไม่แข็ง หรือไม่ชอบอะไรที่พลุกพล่าน ไปเที่ยวฮานอยท่านอาจจะสติแตกอยู่กลางถนนนั่นแหละ 555 เพราะผมมองแล้วประหลาดใจมากๆๆๆ ถ้ามอเตอร์ไซด์เยอะขนาดนี้ และเป้นที่กลางกรุงเทพ ผมว่าน่าจะต้องฆ่ากันตายวันละหลายๆๆ ศพ
ประหลาดมากครับ คนเวียดนามไม่เหมือนคนไทย ถึงเค้าจะวุ่นวาย ขี่มอเตอร์ไซด์กันอย่างบ้าคลั่ง แต่เค้าไม่ด่ากัน หรือไม่แจกอวัยวะลับลวงพรางให้แก่กัน 555 ผมเองเดินสะเงาะสะแงะลัดเลาะไปเรื่อยๆๆ หวิดๆๆ จะถูกรถมอเตอร์ไซด์ชนเอา แต่ก็เป็นแค่การหวุดหวิด เพราะเอาเข้าจริง เบสิคการขี่มอเตอร์ไซด์ของคนเวียดนาม ผมว่าน่าจะเก่งที่สุดในโลก...555
เห็นกับตาอยู่กรณีหนึ่งครับ เป็นอาตี๋ชาวเวียดนามนี่ล่ะ ขี่มอเตอร์ไซด์มา แล้วเอาซีพียูคอมไว้ตรงข้างหน้า นึกออกไม๊ครับคือขี่มอเตอร์ไซด์ผู้หญิง แล้วเอาซีพียูวางไว้ตรงหว่างขานั่นแหละ พอขับมาอีท่าไหน่ไม่ทราบ มีแม่ค้าหาบเร่รายหนึ่งเดินเป๋ออกนอนเลน...ปรากฏว่ามอเตอรไซด์สะกิดนิดเดียว แล้วคว่ำลงทันที
เป็นการคว่ำลงต่อหน้าผมเลยล่ะครับ !!!!!
เดาซิ อะไรเกิดขึ้น ถ้าเป็นคนไทย ผมว่ามีหวังถ้าไม่ด่าพ่อล่อแม่ หรือก็ต้องโวยวายกันยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมล่ะ แต่นี่เปล่าเลยครับ ตี๋เมืองเวียดนามลุกขึ้นมายิ้มเขินๆๆ ไม่มีอาการโกรธเคืองแม่ค้า แถมกุลีกุจอเก็บซีพียูที่ตกพื้นขึ้นมาใหม่ และยิ้มให้กับแม่ค้าคุ่กรณี แล้วต่างคนต่างยิ้ม แล้วแยกย้ายกันไป..........
ต้องยอมรับว่า จริยธรรมในการใช้การจราจรในเวียดนามนั้นสูงมาก ใครไม่เห็นของจริง อาจจนึกไม่ออก แต่ผมบอกได้เลยว่า นี่คือเมืองที่ชุลมุนอลเวงมากที่สุดในโลก ต่อให้สำเพ็งบ้านเราก็ถือว่าเป็นรองไม่ต่ำกว่า 10 เท่าครับ ซึ่งอันนี้เป็นข้อดีข้อหนึ่งของคนเวียดนามจริงๆๆๆ
คือเค้าเป็นคนที่ โกรธง่าย หายเร็ว นั่นเอง...........
5555