Guest
หมวดหมู่ >

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

****ห้องเครื่องเสียง mini component SONY ภาคพิเศษ****

iamfluke

12/09/2013 14:21:17
0



สวัสดีครับ อยากจะใช้พื้นที่ รวบรวมบทความ บริบท และ ข้อมูลด้านอื่น ๆ ที่เกียวข้องกับเครื่องเสียงที่เรียกว่า Mini Hifi Component System

หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่ามินิคอมโปนั้นเองครับ

ในกระทู้นี้จะเน้นหนักไปทางยี่ห้อ sony ซึ่งเป็นเจ้าตลาดและคนเล่นเยอะสุดนะครับ

และเนื่องจากกระทู้พูดคุยกันนั้นบางภาคก็สอดแทรกสาระความรู้และบทความและวิธีการซ่อมบำรุงเอาไว้

ผมจึงขออนุญาตยกยอดเฉพาะที่เกี่ยวกับบทความ ประวัติความเป็นมา วิธีการซ่อมเบื้องต้น ของสมาชิกหลาย ๆท่าน มารวมไว้ที่กระทู้นี้นะครับ

เบื้องต้นจะแบ่ง part หลัก ๆ ตามนี้นะครับ
1. ประวัติความเป็นมาของ มินิคอมโป sony
2. รุ่นต่าง ๆ และฟังค์ชั่น สเปก แนวเสียง โดยย่อ ๆ (บางรุ่นอาจตกหล่นไปบ้างครับ)
3. วิธีการซ่อมโดยคร่าว ๆ จากเพื่อนสมาชิกที่ใจรักในด้านนี้ครับ

สุดท้ายนี้ ขอบคุณภาพประกอบจากในอินเตอร์เนตบ้าง ภาพของเพื่อน ๆ เองบ้างนะครับ

สำหรับเจ้าของบทความ เครดิต ดังนี้ครับ
1.ปามมี่สาวเชียงใหม่ ที่ข้อมูลแน่นปึ้กมาก ๆ ครับ ชูฮก
2.น้องเจษเจ้าของเครื่องคอมโปที่น่าจะเยอะมาก ๆ และ ซ่อมเก่งมาก ๆครับ
3.โรบอทผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการซ่อมมินิคอมโปครับและของเจ๋ง ๆ เยอะด้วย
4.พี่อุเทนที่มีใจรักในคอมโปไม่เสื่อมคลาย และเป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูก ๆ ด้วยครับ
และสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่คอยหมุนเวียนกันมาให้ข้อมูลบ้างครับ

ถ้ามีอะไรสงสัยหรือต้องการโพสถาม ขออนุญาตให้ไปโพสที่กระทู้พูดคุยนะครับ กระทู้นี้กระผมขอไว้เพื่อลงบทความ ภาพ และ รีวิว ประกอบอย่างเดียวครับ

และขอบคุณ เฮียมั่นคง เจ้าของเว็บบอร์ดที่สุดยอดแห่งนี้ด้วยครับ

**ภาพประกอบแรก ขอเอาโลโก้ sony มาแปะเลยละกันครับ**
ความคิดเห็นที่ : 1

iamfluke

12/09/2013 14:24:02
0



มาแล้วววววววววว!!! เริ่มเลยละกันนะ อาจจะร่ายกันค่อนข้างยาวหน่อย ทำเป็นบทความสั้นๆ ได้เลยนะเนี่ย 555555

ย้อนกลับไปสัก 20 - 35 ปีก่อน เป็นยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เจริญก้าวไกลไปอย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง ความทันสมัยของเทคโนโลยี แปรผกผันกับจำนวนเม็ดเงินที่ต้องเสีย ทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อเทคโนโลยีชั้นสูงได้ในราคาที่ถูกลง ส่งผลกระทบในด้านดีกับอุตสาหกรรมหลายๆ ด้าน สินค้าอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงทางภาพและเสียงก็เช่นเดียวกัน มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอด บริษัทหลายๆ บริษัท พยายามคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาแข่งขันกันเพื่อชิงความเป็นเจ้าตลาด อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์หลายอย่างถูกคิดค้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุคนั้น ในตลาดโลก สินค้าอิเล็คทรอนิคส์เพื่อความบันเทิงทางภาพและเสียง ส่วนใหญ่มักจะกระจุกตัวอยู่ในตลาดยุโรปและอเมริกา มีหลายบริษัทที่เป็นบริษัทใหญ่และคนน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักบริษัทเหล่านี้ เช่น Altec Lansing, Bang and Olufsen, Bose, Harman Kardon, JBL, Marantz และอื่นๆ อีกมาก สินค้าของพวกเขา เพียบพร้อมด้วยคุณภาพ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีให้เลือกหลากหลายตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ ทั้งตลาดความบันเทิงภายในบ้าน และตลาดผู้ใช้ระดับสูง ยกตัวอย่างเช่น ลำโพง JBL L100 อันเลื่องชื่อ เป็นที่กล่าวขานกันถึงเรื่องน้ำเสียงที่ทรงพลัง หนักแน่น และราคาที่ไม่สูงเกินไปนักในยุคนั้น

ความสำเร็จของลำโพง L100 ทำให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ เร่งผลิตผลงานของตัวเองเพื่อออกมาต่อกรกับลำโพงรุ่นนี้ ตลาดเครื่องเสียงบ้านจึงเริ่มเฟื่องฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว และแผ่ขยายออกไปทั่วทุกมุมโลก
ความคิดเห็นที่ : 2

iamfluke

12/09/2013 14:25:10
0



กลับมาที่เอเชียกันบ้าง ที่ญี่ปุ่น บริษัทโซนี่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1953 โดยนายอากิโอะ โมริตะ ซึ่งเคยโด่งดังจากการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องบันทึกเทปในนาม "เทปคอร์ดเดอร์" ในชื่อแบรนด์ของ "บริษัท วิศวกรรมโทรคมนาคมแห่งโตเกียว" ในปี 1946 โซนี่เติบโตมาจากการพัฒนาเครื่องรับวิทยุแบบทรานซิสเตอร์ ในปี 1955 และระบบโทรทัศน์แบบไตรนิตรอนในปี 1968 โซนี่เป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำเอาเทคโนโลยีเสียงแบบสเตอริโอเข้ามาในญี่ปุ่น เป็นต้นแบบ และเป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นเทปคาสเสตแบบพกพาหรือ "วอล์กแมน" อันโด่งดัง และครองตลาดได้นานถึง 20 กว่าปี (ถูกชิงตำแหน่งเครื่องเล่นพกพาด้วย iPod จาก Apple ในปี 2001) ปัจจุบัน โซนี่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพและเสียงอันดับต้นๆ ของโลก กับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สรรสร้างมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วอล์กแมนในปี 1979 แผ่นคอมแพคดิสก์หรือซีดีในปี 1982 เครื่องเล่นซีดีพกพารุ่นแรกของโลก "ดิสก์แมน" (หนึ่งในสี่จตุรเทพดิสก์แมนที่นักสะสมตัวยงอยากมีไว้ครอบครอง D-50, D-250, D-350 และ D-Z555 // ไม่เกี่ยว!!) กล้องวิดีโอเทป "แฮนดี้แคม" ในปี 1989 เกมเพลย์สเตชั่นในปี 1994 และ Bluray Disc ในปี 2003 (แผ่นน่ะออกตั้งแต่ 2003 เครื่องเล่นออกตั้งปี 2006 นานไปมั้ง 555)

เอารูปวอล์กแมนรุ่นโปรดของปามไปดูเล่นก่อนละกัน 555

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 3

iamfluke

12/09/2013 14:26:14
0



ต่อๆ เลยละกัน ยาวไปๆ

มาที่วงการเครื่องเสียงบ้าน อย่างที่บอกไว้คือ... โซนี่เป็นผู้นำระบบเสียงแบบสเตอริโอเข้ามาในญี่ปุ่น และผลิตออกจำหน่ายทั่วโลก ด้วยความที่เป็นสินค้าญี่ปุ่น ในช่วงแรกๆ ที่วางจำหน่ายนั้น ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่หลังจากที่วอล์คแมนโด่งดังและได้รับความนิยมทั่วโลก ยอดจำหน่ายสินค้าอื่นๆ ของโซนี่ก้อดีขึ้นตามลำดับ

อันนี้เป็นรูปเซทเครื่องเสียงสเตอริโอของโซนี่ในปี 1978 นะคะ สวยมากๆ เลย ตัดมาจากแคตตาลอกโซนี่ปี 1978 ค่ะ ขอบคุณเว็บ audioidiots.com ด้วยค่ะ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 4

iamfluke

12/09/2013 14:26:57
0



อันที่จริง เครื่องเสียงขนาดเล็ก หรือมินิคอมโปนั้นมีมานานแล้ว คาดว่าน่าจะเริ่มประมาณปี 1986 ปามเดาว่าน่าจะเปนการต่อเซคเมนท์ หรือต่อสายการผลิตมาจาก Boombox หรือไฮไฟแบบพกพาได้

อันนี้คือรุ่นที่ปามชอบนะคะ ทุกวันนี้น่าจะยังมีคนตามหามันอยู่ FH-7MKII ค่ะ ซึ่งในสมัยนั้น ตลาดเครื่องเสียงน่าจะถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มชอบของใหญ่ (ไฮไฟตู้กระจกทั้งหลาย) กับ ไฮไฟแบบพกพาได้ (บูมบอกซ์) ส่วนตลาดมินิคอมโปปามว่ายังไม่น่าจะเกิดนะตอนนั้น

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 5

iamfluke

12/09/2013 14:27:45
0



ในปี 1981 โซนี่ได้ออกผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงคอมโปแบบตั้งพื้น หรือ Rack system ที่มีชื่อว่า Liberty ออกสู่ตลาด จุดเด่นของ Liberty คือ ขายเปนเซท, ราคาไม่แพงหูฉี่เท่ากับซื้อแยกชิ้นแล้วมาประกอบรวมกัน, ใช้เทคโนโลยีเสียงชั้นสูง ลูกเล่นเยอะ เป็นต้น ในคือต้นแบบของ Liberty ในปี 1981 ค่ะ

ขอบคุณ sony.net สำหรับรูปด้วยค่ะ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 6

iamfluke

12/09/2013 14:29:26
0



Liberty ถือเปนประวัติศาสตร์ใหม่ สำหรับวงการเครื่องเสียงบ้านในยุคนั้นมาก เพราะคุณภาพเสียงที่สุดยอดในราคาที่ซื้อได้ไม่ยากนัก ทำให้เครื่องเสียงแบบนี้ได้รับความนิยมอยู่พอสมควร อย่างรุ่นที่เห็นในภาพนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 225,000 เยน ถ้าคิดเปนเงินไทยปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 83,250 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างคุ้ม ถ้าเทียบกับการซื้อเครื่องเสียงแยกชิ้น ราคาต่ออุปกรณ์หนึ่งอย่าง ต้องเสียเยอะกว่านั้นมาก

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
***เสริมเรื่องเครื่องเสียงแยกชิ้น นับว่าราคาต่อ 1 ชิ้นราคาแพงมากครับ***
ความคิดเห็นที่ : 7

iamfluke

12/09/2013 14:30:10
0



ความสำเร็จของ Liberty ส่งผลให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ ในญี่ปุ่น แข่งขันกันทำเครื่องเสียงตั้งพื้นราคาประหยัดของตัวเองออกมามากมายหลายรุ่น ส่งผลให้ตลาดเครื่องเสียงบ้าน คึกคักพอๆ กับเครื่องเสียงพกพาในยุคนั้นเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่น Kenwood Roxy J9LD หนึ่งในสุดยอดเครื่องเสียงแบบ midi system ในยุคเกือบสุดท้าย ก่อนที่ Kenwood จะยกเลิกสายการผลิตไป อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น การนำเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์มาใส่ไว้รวมกับเครื่องเล่นซีดี ซึ่งนับว่าสุดยอดมากในเวลานั้น แถมการนับซับวูฟเฟอร์เข้ามาเสริมระบบเบส ทำให้เสียงเบสของรุ่นนี้ อัดแน่น เต็มพลัง แต่เปนที่น่าเสียดายยอดขายของ Kenwood ในยุคนั้น สู้ของโซนี่ไม่ได้ ด้วยเหตุที่ราคานั้นสูงมาก และในสมัยนั้น ถึงแม้ว่าเลเซอร์ดิสก์จะเป็นฟอร์แมตที่ให้คุณภาพของภาพดีกว่าวิดีโอเทปอยู่หลายเท่าตัว แต่ก้อมีคนเล่นเจ้าแผ่นนี้อยู่ในกลุ่มน้อย เพราะด้วยราคาที่สูงและความยุ่งยากหลายๆ ประการ ถ้าใครเคยเล่นเลเซอร์ดิสก์จะรู้ ขนาดของเลเซอร์ดิสก์ที่ใหญ่พอๆ กับแผ่นเสียง กล่องแปลซับไตเติลที่ราคาแพงมหาโหด และสามารถแปลได้แค่ 1 ภาษาต่อหนัง 1 เรื่องเท่านั้น ซึ่งโดยรวมถือว่าแพงเอามากๆ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 8

iamfluke

12/09/2013 14:31:03
0



ซับวูฟเฟอร์เองก้อเช่นกันที่เป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เคนหวูดไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าซับวูฟเฟอร์ จะช่วยทำให้เสียงเบสหนักแน่น และสมจริงมากขึ้น แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก้อมองว่าซับวูฟเฟอร์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะตัวลำโพงคู่หน้าเองก้อให้เสียงเบสที่หนักแน่นพออยู่แล้ว

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 9

iamfluke

12/09/2013 14:31:39
0



Sony Liberty ได้รับความนิยมอยู่ช่วงนึง จนมาถึงปี 1989 Sony ก้อได้ออกกลุ่มเครื่องเสียงตัวใหม่ ในชื่อน่ารักๆ ว่า Pixy โดยรวมมันก้อคือเครื่องเสียง Liberty ที่ลดขนาดลงนั่นเอง ด้วยขนาดที่ลดลงแต่ได้คุณภาพเสียงที่ถือว่าดีเทียบเท่ากับรุ่นใหญ่ๆ ทำให้ pixy ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ที่ไม่มีพื้นที่มากจนสามารถเครื่องเสียงชุดใหญ่อย่าง Liberty ได้เต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกันกั้อไม่อยากได้ชุดเล็กระดับไมโครอย่างตระกูล FH ตัว Pixy นั้นถือเปนทางเลือกที่ดีสำหรับพวกเขา

จุดเด่นของเครื่องเสียงตระกูลมินิคอมโปอย่าง Pixy นั่นก้อคือ การใช้เทคโนโลยีเสียงที่เรียกได้ว่าล้ำหน้ารุ่นใหญ่ไปพอสมควร ด้วยเหตุที่ตัวเครื่องเล่นและลำโพงมีขนาดที่เล็กกว่า ทำให้เครื่องเสียงตระกูลนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเสียงแบบต่างๆ เพื่อให้เสียงที่ออกมานั้น ใกล้เคียง หรือเทียบเท่ากับรุ่นใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าตลาดเดิมอยู่ก่อนแล้ว การที่จะทำให้เครื่องเสียงขนาดกลางเกือบขนาดเล็ก มีพลัง หรือกระหึ่มสะจิตสะใจเท่ารุ่นใหญ่ๆ ในราคาที่ถูกกว่านั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก วิศวกรต้องคิดหนักกันเลยทีเดียว

//ในที่สุดก้อเข้าประเด็นจนได้ ร่ายซะยาวเลยกู มาเริ่มกันที่รุ่นแรกค่ะ มินิคอมโปรุ่นแรกของโซนี่ เปิดตัวมาด้วยรุ่น MHC-P77 ถือว่าเปนรุ่นปฐมบทของเครื่องเสียงมินิคอมโปเลยทีเดียว
ความคิดเห็นที่ : 10

iamfluke

12/09/2013 14:33:57
0



Pixy ประสบความสำเร็จในตลาดมาก ขายดีกันแบบสุดๆ ยี่ห้ออื่นพอรู้ข่าวปุ๊บ ก้อต่างส่งรุ่นของตัวเองออกมาขายกันยิ่งกว่า โดยชูโรงที่คุณภาพเสียงและดีไซน์ที่สวยงาม แต่ขอโทดนะคะ สู้โซนี่ไม่ได้ซักตัว 5555 ต่อมาไม่นานโซนี่ก้อได้ออกรุ่นใหม่ คือรุ่น MHC-P99X ซึ่งเปนรุ่นที่พัฒนามาจาก P77 เดิม ชูจุดเด่นที่การปรับอีควอไลเซอร์แบบพาราเมตริกกราฟฟิก ระบบเสียงเบสที่ไปเอามาจาก Liberty นั่นคือ Dynamic Bass Feedback หรือ DBFB เอามาใช้แทนระบบ Super Acoustic Turbo หรือ SAT เดิม ซึ่งถือว่าล้ำเลิศจิงๆ รุ่นนี้ก้อขายดีตามคาดค่ะ ค่าตัวของ P99X ตอนนั้นไม่แน่ใจว่ากี่บาทนะ แต่รุ่นรองของมัน P77X ราคาตอนนั้นอยู่ที่ 110,000 เยน (ประมาณ 40,000 บาท)

สำหรับเมืองไทย โซนี่ได้ส่งรุ่น FH-E929 มาขายซึ่งก้อทำตลาดได้ดีทีเดียว แต่ก้อยังสู้เครื่องเสียงรุ่นเล็กราคาสุดคุ้ม แถมเสียงดีเกินตัวไม่ได้ รุ่นที่ว่านั่นก้อคือ FH-311 อันโด่งดัง วางขายตั้งแต่ปี 1988 แต่ขายดีเปนเทน้ำเทท่า ค่าตัวตอนนั้นอยู่ที่ประมาณหกพันห้าสะพานเหล็ก คุ้มจิงๆ นะรุ่นนั้นอ่ะ 55555 ทุกวันนี้ก้อยังมีแบบ NEW OLD STOCK ขายอยู่ตามเว็บ ใครอยากได้ไปเก็บก้อเต็มที่เด้อ 55555

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 11

iamfluke

12/09/2013 14:35:16
0



อันนี้รุ่น FH-311 อันโด่งดัง
ความคิดเห็นที่ : 12

iamfluke

12/09/2013 14:36:54
0



ภาพนี้จากสมาชิกท่านนึงในเว็บครับ P99X
ความคิดเห็นที่ : 13

iamfluke

12/09/2013 14:38:43
0



ครบชุดอีกหนึ่งมุม P99X
ความคิดเห็นที่ : 14

iamfluke

12/09/2013 14:41:48
0



พอมาถึงปี 1991 โซนี่ก้อได้ออกมินิคอมโปรุ่นเทพออกมา ตัวนี้แหละ เป็นตัวตำนานที่นักสะสมเครื่องมินิคอมโปหลายๆ คนอยากได้ รุ่นนั้นก้อคือ MHC-P909

ในช่วงนั้น เทคโนโลยีเสียงสำหรับเครื่องมินิคอมโปก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้ผลิตรายต่างๆ พยายามที่จะยัดเอาเทคโนโลยีต่างๆ ใส่เข้าไปในมินิคอมโปของตัวเอง หนึ่งในนั้นก้อคือเทคโนโลยีสนามเสียงเซอร์ราวด์โดยใช้เพียงแค่ลำโพงเพียง 2 ตัวคู่หน้าที่ได้รับความนิยมมาก จุดนี้เองที่ทำให้โซนี่ต้องเข็นเอาเทคโนโลยีเสียงเซอรราวด์ออกมาใช้บ้าง

ในสมัยนั้น เครื่องเสียงมินิคอมโปส่วนมาก ยังทำสนามเสียงเซอร์ราวด์ได้ไม่ดีนัก (ในความรู้สึกคนเขียนนะ) ถึงแม้ว่าจะมีการนำระบบ Digital Signal Processing มาใช้แล้วก้อตาม และมินิคอมโปสมัยนั้นมีตัวเลือกให้ปรับใช้ระบบเสียงเซอร์ราวด์ไม่เยอะมาก อย่างมากก้อ Disco, Live, Hall หรือไม่ก้อ Live, Hall, Arena, Stadium ทำนองนั้น แต่ P909 จัดเต็มยิ่งกว่า เพราะนางไปเอาระบบการจูนเสียงเซอร์ราวด์แบบ D.P.S หรือ Digital Presence Surround รวมไปถึงระบบ Digital Dynamic Sound หรือ D.D.S และ Digital Parametric Equalizer หรือ D.P.E ทำให้เสียงที่ออกมานั้นมีมิติสมจริงกว่ารายอื่นๆ มาก (แต่ถึงอย่างนั้นก้อขึ้นอยู่กับการจัดวางลำโพงอีกทีหนึ่ง) จุดเด่นของ P909 คือการปรับอีควอไลเซอร์และระบบเสียงเซอร์ราวด์ที่หลากหลาย (จำไม่ได้ว่ากี่แบบแต่เยอะมาก) การปรับเสียงเบสแบบ DBFB ก้อยังมี่ใช้อยู่ในรุ่นนี้ แถมมีเทปแดทกับซับวูฟเฟอร์เปนอุปกรณ์เสริมด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ P909 ยังแตกไลน์การผลิตออกไปเปนรุ่นย่อยๆ ต่างๆ มากมาย เช่น P909D ตัวเครื่องสีทองแบบลิมิเต็ด รุ่น Stanz หรือ P909W ที่มีการนำซัพวูฟเฟอร์มาใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ในบ้านเรา โซนี่ก้อได้นำเอารุ่น P909 มาขายเช่นกัน แต่ได้รับการเปลี่ยนชื่อรุ่นเปน FH-E939CD (เปลี่ยนทำไม?) สนนราคาอยู่ที่ 38,000 บาท รึเปล่าไม่แน่ใจเหมือนกัน อ่ะเอารูปไปดู พี่ในบอร์ดนี้มีตัวนึง จำไม่ได้ว่าใคร รบกวนลงวิดีโอตอนปรับเสียงหน่อยค่ะ หน้าจอรุ่นนี้สวยมากๆ เลย

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 15

iamfluke

12/09/2013 14:43:50
0



ในปี 1992 โซนี่ก้อได้ออกรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของ E939CD ออกมาขายในไทยและตลาดต่างประเทศ เท่าที่รู้รุ่นนี้ไม่มีขายในญี่ปุ่นนะ รุ่นที่ว่านั่นก้อคือ FH-E959CD รุ่นนี้มีจุดเด่นคือระบบ Bi-Amp ซึ่งมันดีกว่าปกติยังไงก้อไม่ทราบเหมือนกัน แต่เค้าบอกว่าจะทำให้เสียงกระหึ่มขึ้นกว่าเดิม รุ่นนี้มาพร้อมตัวเครื่องสีทองอร่ามพร้อมกับลำโพงที่ออกแบบมาใหม่ ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นก้อไม่มีอะไรมาก ยังคล้ายๆ กับรุ่น E939 เดิม ปามไม่ค่อยมีข้อมูลตัวนี้เลย ใครมีช่วยเสริมหน่อยค่ะ ^^

เท่าที่รู้รุ่นนี้จะมีลำโพงให้ 2 แบบนะคะ ถ้าขายที่อเมริกาจะใช้แบบในรูป แต่ถ้าขายที่บ้านเราจะใช้ลำโพงคล้ายๆ รุ่น 939 แต่หน้ากากจะไม่ครอบถึงรูปล่อยเบส

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 16

iamfluke

12/09/2013 14:46:15
0



ภาพ 959
ความคิดเห็นที่ : 17

iamfluke

12/09/2013 14:48:19
0



เปิดตัวสุดท๊อปปี 1993-1994

sony super fh 959

รูปแบบเครื่อง มินิคอมโป แยกเครื่อง 4 ชิ้น
จูนเนอร์ ดิจิตอล มีระบบตั้งเวลา 2 ชุด
เครื่องเทป เทปคู่ dolby hx pro
เครื่องซีดี 1 แผ่น audio cd อย่างเดียว ภาคถอดรหัส 1 bit/dac
ภาคขยาย แยกเสียงสูงและเสียงทุ้ม bi amp
มีระบบ ถอดรหัสและสังเคราะห์เสียง แบบ digit หน้าจอกราฟิกสีขาว

รูปแบบลำโพง แยกชิ้น 2 ตู้ต่อข้าง ดอกทุ้มวูฟเฟอร์ 5 นิ้ว
ดอกกลาง แบบ กรวยกระดาษ
ดอกแหลมแบบ โลหะ

ความเป็นมา เป็นเครื่องตระกูลท๊อปสุด ในยุคนั้น จัดว่าทันสมัยมากๆๆ และหรูหราสวยงาม
เครื่องสีทอง แชมเปญ
แนวเสียง เบสนุ่มๆ กลางแหลม เปิดกว่ายุคก่อน เหมาะกับเพลง jazz เพลงเน้นจังหวะ
ทั่วไป

ผมได้เครื่องนี้มาจากโรบอท ครับ รูปร่างจัดว่าสวยถูกใจมาก ใครเห็นก็บอกว่าสวยงามดี ราคาในยุคนั้นที่จำได้คือ 38000 บาท ในสมัยทองยังบาทละ 5000 คิดดูครับว่ามันแพงขนาดนั้น ในปัจจุบันส่วนมากผู้ครอบครอง ไม่ค่อยมีปล่อยเปลี่ยนมือ ผมได้มาถือว่าดีใจมากๆๆ นี่คือเครื่องในฝันของผมยุคนั้น ที่แบรนด์โซนี่ ครองเมือง ยุค 90


***[บทความของพี่อุเทน]***
ความคิดเห็นที่ : 18

iamfluke

12/09/2013 14:51:39
0



ต่อๆ กันค่ะ ในปีปลายปี 1992 ต่อ 1993 โซนี่ก้อได้ออกรุ่นใหม่ อีกแล้ว ในชื่อรุ่น MHC-J900EX หรือ Pro Pixy รุ่นแรก เทคโนโลยีของรุ่นนี้ที่เพิ่มเข้ามาคือระบบลำโพงแบบท่อลมคู่ ซึ่งจะให้เสียงเบสดีกว่ารุ่นเดิม และสามารถปรับความถี่เบสได้ตามต้องการ หรือระบบ Dynamic Bass System ซึ่งถือว่าล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในตลาดค่อนข้างมาก ส่วนระบบปรับเสียงเซอร์ราวด์จากรุ่นก่อนๆ ก้อยังมีให้เลือกปรับเหมือนเดิม

ส่วนบ้านเรา ในปี 1993 โซนี่ก้อส่งมาขายในชื่อของ FH-E9X ในแคมเปญของ Super FH Emblem ซึ่งทำโฆษณาออกมาเปนผู้ชาย 2 คนใส่หูฟังฟังเพลงจากรุ่นนี้อ่ะค่ะ เมื่อก่อนในยูทูบมีให้ดูแต่ตอนนี้หายไปแล้ว

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 19

iamfluke

12/09/2013 14:52:02
0



ภาพ
ความคิดเห็นที่ : 20

iamfluke

12/09/2013 14:54:01
0



กลับมาต่ออีกนิดหน่อย ในปี 1994 ที่ญี่ปุ่น ได้มีการเปิดตัว Pixy มาอีก 1 รุ่น ในชื่อของ Pro Pixy Esprit ในชื่อรุ่น MHC-J970EX ตัวนี้เป็นอีกรุ่นนึงที่มีการกล่าวขานถึงเทคโนโลยีขั้นเทพของโซนี่ นั่นก้อคือ การนำลำโพงแผ่นฟิล์ม หรือ Electrostatic มาใส่ในเครื่องมินิคอมโป ซึ่งตอนนั้นก้อถือว่าฮือฮามาก ถ้าพูดถึงลำโพงแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงลำโพงแผ่นฟิล์ม ตั้งพื้นราคาเรือนแสน เกือบล้าน เช่น Martin Logan, Apogee เป็นต้น แต่อยู่ดีๆ โซนี่ก้อทำลำโพงแนวนี้ออกมา แล้วขายในราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิด ทำให้รุ่น J970EX อยู่ในความสนใจของตลาดค่อนข้างมากทีเดียว

ในบ้านเรา J970EX ถูกเปลี่ยนชื่อเปน P100X เปนรุ่นที่ถือว่าขายดีกันพอสมควร เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจ ณ ตอนนั้น (ดัฉนีหุ้นไทยพุ่งสูงแตะหลักพันจุดในช่วงกลางปี 2537) ราคาเปิดตัวตอนนั้นอยู่ที่ 48,000 บาท และในช่วงนั้นเองที่โซนี่ได้ส่วนแบ่งการตลาดด้านเครื่องเสียงเยอะที่สุดในไทย อันที่จิงน่าจะครองมานานละนะ (ข้อมูลจากนิตยสาร Audio Hifi ปี 2537 เดี๋ยววันหลังจะถ่ายรูปมาให้ดู ตอนนี้ขอไปคุ้ยหนังสือเก่าก่อน) แต่ที่น่าเสียดายที่ตลาดทีวีสีถูก Panasonic แย่งไปครอง หลังจากที่พานาประกาศหั่นราคาทีวีสี 21 นิ้วของตัวเอง จากราคา 11,000 กว่าบาทเหลือแค่ 7,000 กว่าบาท ซึ่งเทียบเท่ากับราคาทีวีสี 14 นิ้วในตอนนั้น ทีวีของพานาขายดีเปนเทน้ำเทท่ามากในบ้านเราตอนนั้น ที่บ้านปามก้อมีอยู่ตัวนึง 25 นิ้ว ตอนนี้ยังอยู่ดี หลอดยังไม่พัง ดูได้ปกติ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 21

iamfluke

12/09/2013 14:54:34
0



P100X
ความคิดเห็นที่ : 22

iamfluke

12/09/2013 14:56:27
0



รุ่นรองของ P100X ครับ คือรุ่น E90X กับพลังเสียงที่ขับได้ถึง 1,000w pmpo
ความคิดเห็นที่ : 23

iamfluke

12/09/2013 14:57:05
0



แพคเก็จกล่อง
ความคิดเห็นที่ : 24

iamfluke

12/09/2013 14:57:56
0



พอมาถึงปี 1995 โซนี่ก้อได้ออกมาอีก ในชื่อรุ่น Pro Pixy Elestat หรือในรหัส MHC-S90C ที่ชูจุดยืนเรื่องลำโพงแผ่นฟิล์ม Electrostatic แต่คราวนี้โซนี่มาแปลก คือ เวอร์ชั่นที่ออกจำหน่ายในญี่ปุ่น กับในต่างประเทศจะเปนคนละเวอร์ชั่นกัน คือใช้ลำโพงรู้สึกจะรุ่นเดียวกันแต่ใช้เครื่องเล่นคนละชุดกัน เวอร์ชั่นที่ญี่ปุ่น จะเล่นซีดีได้ 5 แผ่น มีไฟกราฟฟิกสวยงาม ปรับอีควอไลเซอร์ต่างๆ ได้หมด คล้ายๆ กับรุ่นปี 1994

แต่สำหรับเวอร์ชั่นขายนอกญี่ปุ่น อย่างที่บ้านเราก้อจะได้อีกเวอร์ชั่นนึงมาแทน เรียกว่าเปนคนละรุ่นกันไปเลยก้อว่าได้ บ้านเราใช้ชื่อรุ่นว่า MHC-EX10AV ซึ่งถูกตัดออพชั่นออกไปค่อนข้างมาก ซีดีจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่เล่นได้ 5 แผ่น บ้านเราเล่นได้แค่แผ่นเดียว อีควอไลเซอร์ล้ำๆ ถูกตัดออกเอาปุ่มปรับเสียงเบสเสียงแหลมมาแทน Dolby Prologic มีให้เหมือนเดิม ปรับได้ 4 แบบ แถม Digital Signal Processing (D.S.P) มาให้อีก 4 แบบ (เพื่ออออออ!!?)

อันนี้เปนรูปเวอร์ชั่นญี่ปุ่น S90C

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 25

iamfluke

12/09/2013 14:58:30
0



เวอร์ชั่นบ้านเรา EX10AV
ความคิดเห็นที่ : 26

iamfluke

12/09/2013 14:59:09
0



ในปีเดียวกัน โซนี่ก้อได้ออกมินิคอมโประดับโคตรพรีเมี่ยม ชูจุดยืนด้วยลำโพงแผ่นฟิล์ม แต่ใช้เครื่องเล่นระดับสูง แอ๊บพรีเมี่ยม รุ่นที่ว่าคือรุ่น Compo S หรือมีชื่อเล่นว่ารุ่น Scala นั่นเอง

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 27

iamfluke

12/09/2013 14:59:59
0



อีกรุ่นนึงที่วางจำหน่ายในปี 1995 เปนรุ่นรองของ EX10AV ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ EX9AV ตัวนี้มีจุดเด่นที่ แถมลำโพงเซนเตอร์เซอร์ราวด์มาให้ในชุด เพื่อมารองรับกับระบบ dolby prologic ทำให้ตัวระบบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนตัว EX10 ไม่แน่ใจว่าจะแถมให้รึเปล่า ข้อมูลช่วงนี้น้อยมากๆ ค่ะ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 28

iamfluke

12/09/2013 15:01:10
0



ภาพอีกชุด
ความคิดเห็นที่ : 29

iamfluke

12/09/2013 15:03:42
0



รุ่นที่ออกในปีเดียวกัน รุ่นล่างสุด MHC-EX5 ไม่มีลำโพงเซ็นเตอร์และเซอร์ราวน์
ความคิดเห็นที่ : 30

iamfluke

12/09/2013 15:05:04
0



MHC-EX100 คาดว่าตัวนี้น่าจะเปนตัวไมเนอร์เชนจ์ของรุ่น EX10AV น่าจะออกพร้อมกับพวกตัว G99AV, G88, G77 พวกนั้น ดีไซน์โดยรวมก้อคล้ายๆ กับ EX10 แต่ลำโพง Electrostatic ออกแบบมาใหม่ ทรงสวยมาก รุ่นนี้โซนี่ได้นำเอาเทคโนโลยีเก่า ที่เคยใส่ไว้ใน P100X กลับมาอีกครั้้ง โดยที่รุ่นนี้จะใส่อีควอไลเซอร์มาให้จุใจอย่างเดิม รูปแบบเสียงเซอร์ราวด์ต่างๆ ที่เคยใส่ไว้ในรุ่นก่อนๆ มาใส่ในรุ่นนี้อีกครั้ง

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 31

iamfluke

12/09/2013 15:05:36
0



ex100
ความคิดเห็นที่ : 32

iamfluke

12/09/2013 15:06:50
0



ลำโพงแบบนี้ต้องต่อไฟเลี้ยงไว้ตลอดเวลาครับ
ความคิดเห็นที่ : 33

iamfluke

12/09/2013 15:09:28
0



มาต่อในปี 1996 โซนี่ก้อเปิดตัวเครื่องเสียงรุ่นใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้มาแปลก โซนี่ได้แตกไลน์ออกเปน 2 ไลน์ คือรุ่นดีไซน์แยก 2 ชิ้น กับรุ่นชิ้นเดียว รุ่น 2 ชิ้น ก้อคือ W77Av กับ W55 ซึ่งมีจุดเด่นที่เปนดีไซน์แยก 2 ชิ้น มาพร้อมกับลำโพงที่ออกแบบใหม่ คือติดลำโพงที่กาบด้านข้าง 2 จุด ซ้าย-ขวา ข้างละ 1 จุด เพื่อให้การกระจายเสียงกว้างขึ้น เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Multi Ambience Speaker และมาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียงที่กลายเปนจุดเด่นของมินิคอมโปโซนี่ นั่นก้อคือ Groove เปนเทคโนโลยีที่เพิ่มเสียงเบสและเสียงแหลม ให้เสียงแหลมที่คมชัดสดใส และเสียงเบสจะถูกปรับให้ทรงพลังมากขึ้น และถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ อีกจุดนึงที่เพิ่มเข้ามาคือ Dynamic Bass Feedback หรือ DBFB ที่หายไปตั้งแต่ออกรุ่น FH-E959 ก้อได้นำกลับมาใส่ใหม่อีกครั้ง และในปีนี้เองที่โซนี่ใส่เครื่องเล่นซีดีแบบเปลี่ยนแผ่นอัตโนมัติ 3 แผ่น มาในมินิคอมโปเกือบทุกรุ่น และเอาเครื่องเล่นซีดีแบบเปลี่ยนแผ่นอัตโนมัติ 5 แผ่น ไปใส่ไว้ในเครื่องเสียง Liberty ชุดใหญ่อีกด้วย

สำหรับรุ่นชิ้นเดียว เปิดตัวด้วยรุ่นทอปอย่าง G99AV ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติในการเล่นแผ่น Video CD (VCD) ซึ่งเปนแผ่นบันทึกภาพและเสียง ที่ถูกพัฒนาโดยโซนี่ เจวีซี ฟิลลิปส์ และบริษัทตระกูลมัตซูชิตะของญี่ปุ่น ในปี 1993 แผ่น VCD เปนที่นิยมมากในแถบบ้านเรา เพราะว่ามีราคาแผ่นและเครื่องเล่นที่ถูก ปัจจุบันก้อยังมีการบันทึกภาพยนต์ คอนเสิร์ต คาราโอเกะต่างๆเปนแผ่น VCD ออกจำหน่ายอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะที่ประเทศไทย นอกจากนี้ G99AV ก้อมาพร้อมกับ Groove ที่ให้เสียงทรงพลัง กระหึ่มไม่แพ้ใคร ยังไม่พอยังมาพร้อมกับ Dolby Prologic และ Digital Signal Processing หรือ DSP พร้อมอีควอไลเซอร์อีกเกือบ 20 แบบ มีระบบคาราโอเกะสมบูรณ์พร้อม และเล่น-เปลี่ยนซีดีได้ 3 แผ่น แถมมีลำโพงเซนเตอร์ เซอร์ราวด์มาให้ในชุด

นี่รูปของ G99Av นะคะ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 34

iamfluke

12/09/2013 15:12:32
0



MHC-G88
ความคิดเห็นที่ : 35

iamfluke

12/09/2013 15:13:11
0



G77
ความคิดเห็นที่ : 36

iamfluke

12/09/2013 15:13:45
0



G55
ความคิดเห็นที่ : 37

iamfluke

12/09/2013 15:15:08
0



SD3000 ออกในช่วงปลายปี 1996 แต่ในปี 1997 โซนี่ก้อได้ออกเครื่องเล่นดีวีดีของตัวเองในชื่อรุ่น DVP-S7000 เปนเครื่องเล่น DVD ระดับไฮเอนด์ ค่าตัวตอนนั้นก้อหลายหมื่นบาท และตอนนั้นเอง โซนี่ก้อได้เริ่มพัฒนาระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ขึ้นมา กลายเปนระบบ Digital Cinema Sound อันขึ้นชื่อ และโซนี่ก้อได้ใส่เทคโนโลยีนี้ให้กับเครื่องเสียงของตัวเองในยุคหลังๆ มา

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 38

iamfluke

12/09/2013 15:16:20
0



เกือบลืม รุ่น G55 เล่นแผ่นซีดี 1 แผ่น และ ลำโพง สองทางเท่านั้นจ้า
ความคิดเห็นที่ : 39

iamfluke

12/09/2013 15:21:04
0



เครื่องเสียงแยกสองชิ้นบ้าง

เริ่มจากตัวแรก
mhc-w55,w77av
ออกเมื่อปี 1996-1997
กำลังขับ 1200w pmpo หรือ 75w+75w rms ในรุ่น w55
และ 1500w pmpo ในรุ่น w77av
สำหรับในรุ่นนี้ จะมีลูกเล่นไม่มาก ส่วนใหญ่จะเน้นปรับ eq และ surround
ถ้าเป็นในรุ่น w77av จะเป็นระบบ Dolby Prologic 5 ลำโพง
ความคิดเห็นที่ : 40

iamfluke

12/09/2013 15:22:00
0



ลำโพงเป็นแบบ 5 ทาง กรวยวูฟเฟอร์แบบกระดาษขอบโฟม
ทวิสเตอร์แบบกระดาษอาบน้ำยา

รุ่นนี้จะมีข้อสังเกตคือ ในรุ่นแรกๆ จะเป็นการนำเข้าทั้งหมด
จะมีเพียง รุ่นw77av เท่านั้นที่ทำในประเทศไทย แต่ในปีสุดท้ายของการทำตลาด
จะทำในไทยทั้งหมด

แนวเสียง จะเด่นที่เสียงกลางกับเบสที่นุ่มนวล ต่ำลึก และเสียงแหลมที่ใสมาก
ความคิดเห็นที่ : 41

iamfluke

12/09/2013 15:22:43
0



รุ่น w77av จะมีลำโพงเซ็นเตอร์และเซอร์ราวน์มาให้ในชุด
ความคิดเห็นที่ : 42

iamfluke

12/09/2013 15:24:27
0



หน้าตาเซตลำโพงกลางและเซอร์ราวน์ ลากใช้มาตั้งแต่ปี 1994
ความคิดเห็นที่ : 43

iamfluke

12/09/2013 15:28:12
0



ข้อสังเกตุ w77av จะมีพัดลมด้านหลังแอมป์ด้วย
ความคิดเห็นที่ : 44

iamfluke

12/09/2013 15:28:55
0
ขออนุญาตมาต่อกระทู้พรุ่งนี้นะครับ
ความคิดเห็นที่ : 45

ballxyz

12/09/2013 16:53:36
0
สนับสนุนเลยครับ
ความคิดเห็นที่ : 46

robot

12/09/2013 17:23:04
0
สาวกโซนี่สนับสนุนคับ รวบรวมข้อมูลแบบนี้ดีเลยคับเอาแบบเฉพาะมินิคอมโปของโซนี่พร้อมประวัติความเป็นมาและก็แต่ละปีมีรุ่นใหนท็อปเด็นๆ...ชอบคับ
ความคิดเห็นที่ : 47

pockethifi

12/09/2013 20:42:29
13
มายกมือ ผมก็ใช้ fh311 เหมือนกันครับ
เป็นเครื่องที่ได้มาช่วงม.ปลาย
เพื่อนในกลุ่มทุกคนใช้ sony ทั้งหมดเลย
มี fh-311 ซ้ำกันด้วย มี 828 และ 959
หลังยุค fh 959 มั้ง จะมี laserdisc รุ่น auto reverse ที่โซนี่ทำขายถูกที่สุดในตลาด ซึ่งตอนนั้นก็ได้มาใช้เหมือนกันครับ มีปัญญาซื้อเครื่องแต่ไม่มีเงินซื้อแผ่น อาศัยเช่าเอา สามวันต้องรีบเอาไปคืน มีกระเป๋าใส่แผ่นเลเซอร์ดิสก์เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย
ความคิดเห็นที่ : 48

Tohide

12/09/2013 20:53:05
1
ขอบคุณ พี่ฟลุ๊ค มากครับ
ความคิดเห็นที่ : 49

edward_jong

12/09/2013 21:57:35
0
ไว้ผมจะรีวิวตัวsuper fh 828 ให้ครับหลัง 20 กย นี้ อิอิ

ขอบใจ ฟลุคมากนะ ใครสาวกโซนี่คงถูกใจน่าดูครับ
ความคิดเห็นที่ : 50

bigtoro1

12/09/2013 22:25:00
10
สนับสนุนครับ สำหรับข้อมูลดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ : 51

มดตะนอย

13/09/2013 06:04:19
ขอบคุณครับ ผมมี 838cd ตอนแรก cd พัง แงะออกมาฉีดโซแนค กลับมาใช้งานได้ซะงั้น แต่หัวอ่านยังอ่านแบบกระโดดท่านใดพอทราบวิธีแก้ไขบ้างครับ
ความคิดเห็นที่ : 52

iamfluke

13/09/2013 10:42:33
0



มาต่อกันค่ะในปี 1997 (2540 ปีวิกฤติเศรษฐกิจไทย) โซนี่ก้อได้ออกตัวใหม่อีกแระ ในชื่อรุ่นท๊อปว่า MHC-V909AV ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นสุดล้ำอย่าง DJ Mix ให้ผู้ใช้สามารถมิกซ์เพลงในแบบที่ชื่นชอบได้ตามใจนึก นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเด่นๆ ที่รุ่นทอปต้องมี เช่น Groove และ DBFB (อันนี้มีทุกรุ่น ตั้งแต่ทอปยันบ๊วย), Dolby Prologic และ DSP และรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบ VACS ป้องกันเสียงแตกเมื่อเปิดความดังสูงสุด (เปิดแค่ 15 มันก้อดังแล้วคุณ) แล้วก้อมี Multi Ambience Speaker ทวีตเตอร์ 2 ตัวติดด้านข้าง ให้เสียงแผ่กังวาล เพื่อสุนทรียภาพทางดนตรีที่ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น V909AV ยังเปนรุ่นเดียวของโซนี่ในตอนนั้น (ไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า) ที่สามารถเล่น VCD ได้ ส่วนรุ่นที่เล่น VCD ไม่ได้ก้อจะใช้ชื่อรุ่น GR10AV ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกัน แต่เล่น VCD ไม่ได้



สำหรับรุ่น 2 ชิ้น ก้อเปิดตัวด้วยรุ่น V7700AV เปนรุ่นทอปรุ่นเดียวที่เล่น VCD ได้ ส่วนเรื่องเทคโนโลยีเสียงก้อคล้ายๆ กับรุ่นชิ้นเดียวเมื่อกี้ คือมี Groove, DBFB, DJ Mix, Vacs ส่วน Dolby Prologic กับ DSP ไม่แน่ใจว่าใส่มาให้รึเปล่า

อันนี้รูปของ V909AV นะคะ จะสังเกตว่ามีซับวูฟเฟอร์มาด้วย อันนี้เอามาจากเวบจีนค่ะ ไม่แน่ใจว่า ตัวที่ขายที่เมืองจีนจะแถมซับมาด้วยรึเปล่า แต่ที่เมืองไทย ซับต้องซื้อต่างหากค่ะ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 53

iamfluke

13/09/2013 10:44:27
0



ภาพนี้จะเป็นรุ่น GR10AV ซึ่งเล่น VCD ไม่ได้ครับ แต่ลักษณะภายนอกและฟังค์ชั่นหลักเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ : 54

iamfluke

13/09/2013 10:46:19
0



รุ่นนี้คือรุ่นรองตัวบนอีกที คือ MHC-GR8 ซึ่งจะตัดระบบเสียง dolby prologic ออกไป เหลือแต่ DSP surround แทน
ความคิดเห็นที่ : 55

iamfluke

13/09/2013 10:51:01
0



ตัวในภาพนี้จะเป็นรุ่น GR7

ซึ่งจะตัดฟังค์ชั่น DSP ออกไป เหลือเพียง surround เท่านั้น

และไม่แถมลำโพงเซอร์ราวน์ด้วย
ความคิดเห็นที่ : 56

iamfluke

13/09/2013 10:52:14
0



ส่วนรุ่นนี้จะเป็น GR5 ซึ่งเล่น CD 1 แผ่น แถมโดนตัดฟังค์ชั่นออกไปค่อนข้างมาก

แต่ขายในราคาที่ถูกที่สุด
ความคิดเห็นที่ : 57

iamfluke

13/09/2013 10:53:37
0



มาต่อกันด้วยระบบ DJ MIX ของโซนี่ในเวลานั้น

ถ้าใครอยากเล่น ต้องตระกูลเครื่องชิ้นเดียวเท่านั้น

เพราะรุ่นแยกสองชิ้น มีรุ่น W555 W777AV V5550 V7770AV Wx5 Wx7AV VX700AV จะใส่มาให้แค่ Loop Flash (ในรุ่น W550 W770AV V5500 V7700AV จะใส่ Wave มาด้วย)

ในขณะที่ตัวเครื่องชิ้นเดียว จะใส่จังหวะ pad A pad B สแคล็สแผ่น เร่งจังหวะเทมโป เสียงเครื่องดนตรี อีกมากมาย เล่นเพลินจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ : 58

iamfluke

13/09/2013 10:56:45
0



มาดูเครื่องแบบสองชิ้นที่ออกในปีนั้นกันบ้าง

sony mhc-w550,w770av,v7700av

ออกเมื่อปี 1997
กำลังขับ 1500w pmpo หรือ 80w+80w rms ในรุ่น w550 v5500
และ 1800w ในรุ่น w770av,v7700av

สำหรับรุ่นนี้ ตัวสูงสุดในตระกูลจะเพิ่มความสามารถในการเล่น vcd 2.0 เข้ามา
ตัวเครื่องเป็นสีทอง และได้มีการปรับปรุงในระบบเสียงหลายอย่าง
แต่ยังคงลูกเล่นเดิมๆไว้ เช่น Groove DBFB และ Surround (DSP Prologic 5 ลำโพงในรุ่น V7700AV W770AV)
ความคิดเห็นที่ : 59

iamfluke

13/09/2013 11:01:42
0



ลำโพงแบบ 5 ทาง ปรับปรุงวูฟเฟอร์ใหม่เป็น กรวยกระดาษขอบยาง
ขนาด 16 cm ให้ผลในเรื่องเบสที่มีคุณภาพมากขึ้น

ทวิสเตอร์แบบไทเทเนียมโดม 5cm ให้การกระจายเสียงแหลมที่ดีขึ้น

แนวเสียงตัวนี้จะยังนุ่ม แต่ได้ความดิบมากขึ้น เบสแน่นขึ้น แต่ยังคง
รายละเอียดของดนตรีได้เป็นอย่างดี
ความคิดเห็นที่ : 60

iamfluke

13/09/2013 11:02:38
0



ภาพ W770AV
ความคิดเห็นที่ : 61

iamfluke

13/09/2013 11:03:57
0



ในรุ่นที่เล่น VCD ได้ของโซนี่ที่เป็นรุ่นท็อป

มักจะมีปุ่มกด key karaoke เพิ่มมาด้วยเสมอครับ

ตัวอย่าง รุ่นนี้ MHC-V7700AV นอกจากสีสติกเกอร์ที่ไม่เหมือนแล้ว ยังมีปุ่มกดเพิ่มมาอีกสองปุ่มที่แอมป์ด้านซ้ายมือ ถัดลงมาจากปุ่ม prologic ครับ

ส่วนรุ่น V5500 บ้านเราก็ขายครับ แต่ผลิตน้อยจนไม่เคยเห็น จะไม่มี prologic แต่จะเป็น DSP แทนครับ

ระบบ DSP ของรุ่น W550 W770AV V7700AV จะสามารถปรับความกว้างของเซอร์ราวน์ ได้ 3 ระดับ จากรีโมทครับ (ตรงนี้ V909AV GR10AV ไม่มี) ครับ
ความคิดเห็นที่ : 62

iamfluke

13/09/2013 11:04:37
0



ตัวนี้ mhc-v5500 ครับ
ความคิดเห็นที่ : 63

iamfluke

13/09/2013 11:09:56
0



ตัวนี้ mhc-w550 ครับ นอกจากจะไม่มีลำโพงเซอร์ราวน์แล้ว

นอกนั้น ฟังค์ชั่นหลัก ๆ เหมือนกันแทบทั้งหมด

ปล. w550 ไม่มีช่องให้ต่อ ลำโพงเซอร์ราวน์นะครับ ผิดกับ w55 ที่มีช่องต่อลำโพงเซอร์ราวน์มาให้
ความคิดเห็นที่ : 64

iamfluke

13/09/2013 11:15:52
0



ภาพโฆษณาในสมัยนั้น GR8
ความคิดเห็นที่ : 65

iamfluke

13/09/2013 11:18:32
0



แพคเกจกล่องรุ่น v808 ครับ
ความคิดเห็นที่ : 66

iamfluke

13/09/2013 11:19:15
0



แพคเกจกล่องรุ่น w770av
ความคิดเห็นที่ : 67

iamfluke

13/09/2013 11:30:18
0



ต่อค่ะต่อ ในปี 1998 ปีที่โซนี่ได้พัฒนาอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง จนกลายเปนสุดยอดผู้นำเทคโนโลยีในตอนนั้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีเจ๋งๆ ขึ้นมาแบบว่า...เยอะอ่ะ อย่างแรกเลยคือ Sony Wega ทีวีจอแบน ตอนนั้นนี่ฮือฮากันยิ่งนะคะ แล้วก้อมี Digital Cinema Sound ระบบเสียงเซอร์ราวด์สุดล้ำ และต่างๆ เยอะมาก 5555 สมัยนั้น ทีวี 34 นิ้วตัวละ 3 หมื่นกว่า เดี๋ยวนี้ LCD 32 นิ้วตัวหมื่นกว่าบาทเองมั้ง

มาต่อที่มินิคอมโปค่ะ ในปีนี้โซนี่ได้แตกไลน์การผลิตทั้งรุ่นชิ้นเดียว และรุ่น 2 ชิ้นออกจากกันอย่างชัดเจน นั่นก้อคือ แบ่งไลน์ออกเปน 2 ไลน์ชัดเจนคือ เล่น VCD ได้ กับ เล่น VCD ไม่ได้ ทั้ง 2 ไลน์ มีดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมือนกัน แตกต่างกันแค่จุดเดียวเท่านั้น เปิดตัวด้วยรุ่นทอปของสายเล่น VCD ได้ นั่นคือรุ่น V919AV ชูโรงด้วยเทคโนโลยีการทำลำโพงสุดล้ำด้วย H.O.P Woofer วัสดุผลิตลำโพงที่มีความยืดหยุ่นสูง รองรับแรงขับมหาศาลได้ดี ให้เสียงเบสที่กระหึ่ม เร้าใจ นอกจากนี้ยังมี DJ mix pro ที่พัฒนาจากของเดิม เพิ่มลูกเล่นมากขึ้น ส่วนที่เหลือก้อจะมี Groove, DBFB, Multi ambience speaker ส่วนเรื่องดีไซน์ ก้อได้พัฒนาดีไซน์ให้สวยงาม ใช้สีเงินตัดกับสีดำ ซึ่งรุ่นก่อนๆ ตัวชิ้นเดียวจะเปนสีดำล้วน

ในขณะเดียวกัน โซนี่ไทยก้อยังเอารุ่นเดิมมาขายต่อคือรุ่น V7700AV, W770AV และ V909AV (ของมันยังเหลืออะนะ)

ในภาพคือ MHC-V919AV พร้อมซับ(แยกซื้อต่างหาก)
ความคิดเห็นที่ : 68

iamfluke

13/09/2013 11:37:31
0



ตระกูล GRX เชื่อว่าหลายๆ คนในนี้เคยเห็น ออกเมื่อปี 2541 ค่ะ เป็นรุ่นยอดนิยมเลยก็ว่าได้ ขายดีทั้งตระกูลค่ะ ตระกูลนี้จะแบ่งออกได้อีก 2 ตระกูลย่อยค่ะ เล่นวีซีดีได้กับเล่นวีซีดีไม่ได้ รุ่นที่เล่นวีซีดีไม่ได้ก็จะเป็นรุ่น GRX10AV,GRX8,GRX7 แล้วก้อ GRX5 ส่วนรุ่นที่เล่นซีดีได้ก็จะเป็นรุ่น V919AV,V818,V717,V515 ค่ะ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่โซนี่เริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใส่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น DJ Mix ที่พัฒนาใหม่เป็น DJ Mix Pro มีลูกเล่นมากขึ้นว่างั้นเถอะ มีการใช้วัสดุชนิดใหม่ทำดอกลำโพง เรียกว่า H.O.P ย่อมาจากอะไรจำไม่ได้ แล้วก็รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของโซนี่ที่ตัวเครื่องและลำโพงเป็นสีเงิน สวยมากในยุคนั้น จอไฟแสดงผลเครื่อง 3 สี แถมทำอนิเมชั่นได้อีกต่างหาก เริดค่ะรุ่นนี้ ปัจจุบันรุ่นนี้หามือสองยากค่ะ โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ แทบไม่มีเลย เสียใจ ฮือๆๆๆๆๆ

//ข้อมูลรุ่นนี้ทั้งหมด อ้างจาก Sony Focus General Catalog 1998 เน้อออออออ!!!

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 69

iamfluke

13/09/2013 12:09:04



ลำโพงสีเงินซึ่งเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่สมัยนั้น

ดูสวยงามและลงตัวมากกับชุดเครื่องเสียงโซนี่

มีชื่อเก๋ ๆ ว่า

Quick edge H.O.P. woofer
ความคิดเห็นที่ : 70

iamfluke

13/09/2013 12:15:08
0



แพคเกจกล่องครับ ผลิตปี 1998
ความคิดเห็นที่ : 71

iamfluke

13/09/2013 12:17:22
0
สำหรับไลน์ของรุ่นเครื่องเล่นชิ้นเดียวในปีนั้นมีดังนี้ครับ

MHC-GRX10AV
MHC-GRX8
MHC-GRX7
MHC-GRX5

ส่วนรุ่นเล่น VCD ได้จะมีดังนี้จ้า
MHC-V919AV
MHC-V818
MHC-V717
MHC-V515
ความคิดเห็นที่ : 72

iamfluke

13/09/2013 12:19:40
0



ภาพรุ่น V818 และ GRX8 จะตัดระบบ prologic ออกไป เหลือลำโพงเซอร์ราวน์และ DSP แบบ

-Normal เสียงเซอร์ราวน์ออกที่ลำโพงเล็ก
-Wisper ออกเสียงเฉพาะ ลำโพงเล็ก ตัดเสียงลำโพงใหญ่ออก
-Link เสียงที่ออกคู่หน้าและหลังเหมือนกัน
-2ch ออกเฉพาะคู่หน้า
ความคิดเห็นที่ : 73

iamfluke

13/09/2013 12:21:54
0



ภาพ v818 สังเกตุจุดต่างที่สีสติกเกอร์(ขายในไทยจะเป็นสีส้ม)และฟังค์ชั่น karaoke ที่เพิ่มเข้ามา
ความคิดเห็นที่ : 74

iamfluke

13/09/2013 12:23:04
0



ภาพรุ่น GRX7
ความคิดเห็นที่ : 75

iamfluke

13/09/2013 12:32:32
0



ภาพรุ่น grx5 หรือ v515
ความคิดเห็นที่ : 76

พี พสิษฐ์

13/09/2013 12:32:40
ตาลุกวาวเลย ขอบคุณข้อมุลครับ
ความคิดเห็นที่ : 77

iamfluke

13/09/2013 12:38:40
0



มาดูแบบแยกสองชิ้นกันบ้างครับ

sony mhc-w555,w777av,v5550,v7770av

ออกขายเมื่อ 1998-1999

กำลังขับ 2000w pmpo หรือ 120w+120w rms ในรุ่น w555,v5550
และ 2400w pmpo ในรุ่น w777av,v7770av

รุ่นนี้จะมีลูกเล่นที่หลายๆคนน่าจะเคยเห็นคือ พาแนลพับได้ ปรับ eq ตั้งชื่อได้
ปรับ DBFB ได้ 4 ระดับ มี Groove และ dsp surround ในทุกรุ่น
โดยในรุ่นสูงสุดของตระกูลจะเล่น VCD2.0 ได้
ตัวเครื่องสีเงินแบบแยกสองชิ้น โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามทันสมัยมาก มาพร้อมกับราคาขายตัวท็อปที่แพงน่าดูคือ สองหมื่นกว่าบาทในช่วงนั้น
ความคิดเห็นที่ : 78

iamfluke

13/09/2013 12:43:29
0



ลำโพงได้รับการปรับปรุงใหม่

วูฟเฟอร์กรวยแบบใหม่สีเงิน ที่โซนี่เรียกมันว่า Quick edge H.O.P. woofer แต่ขนาดของวูฟเฟอร์ใหญ่กว่าตระกูล grx คือขนาด 20cm
ขอบลำโพงแบบยางมีรอยผ่า ให้ข้อดีในเวลาเปิดอัด ทนทาน และดูสวยงามขึ่้น

ทวิสเตอร์ยังเหมือน w series รุ่นที่แล้ว แต่ได้มีการจูนเสียงใหม่ผ่านเนตเวิคค์ บุภายในด้วย
ความคิดเห็นที่ : 79

iamfluke

13/09/2013 12:53:01
0



แนวเสียงรุ่นนี้จัดว่าโหดสะใจขาเบส แต่เสียงกลางและแหลมดูไม่ค่อยจะเด่นเท่าไรนัก อาจเป็นเพราะลำโพงแหลมแบบโดมก็ได้

มีสมาชิกบางท่านในเว็บแนะนำให้เปลี่ยนเป็นแบบอื่นเสียงจะดีขึ้นอีกจมหู

ปล.ในภาพเป็นรุ่นท็อปของตระกูล คือ MHC-V7770AV พร้อมลำโพงเซ็นเตอร์และเซอร์ราวน์ กลับระบบ Dolby Prologic

*** เพิ่มเติมระบบ prologic ในรุ่นนี้ ตัดฟังค์ชั่นบางอย่างออกไป เหลือเพียงแค่ ปรับระดับเสียงเท่านั้น***
ความคิดเห็นที่ : 80

iamfluke

13/09/2013 12:55:09
0



สรุปไลน์อัพ w series ในปี 1998

MHC-W555
MHC-W777AV

MHC-V5550
MHC-V7770AV รุ่นท็อป
ความคิดเห็นที่ : 81

iamfluke

13/09/2013 12:57:16
0



ภาพรุ่น w555
ความคิดเห็นที่ : 82

iamfluke

13/09/2013 12:58:10
0



แพคเกจกล่อง รุ่น v7770av
ความคิดเห็นที่ : 83

iamfluke

13/09/2013 13:03:49
0



มาต่อกันค่ะ กับปี 1999 ปีนี้เปนปีที่ถือว่า ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนะคะ สำหรับฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามา หลักๆ ก้อจะมี sync bass กับ sync eq ก้อปรับอีควอไลเซอร์กับเบสอัตโนมัตินั่นล่ะค่ะ ทำให้เสียงที่ออกมามีความกลมกลืนกันมากขึ้นค่ะ ส่วนฟังก์ชั่นเก่าก้อเหมือนเดิมค่ะ

สำหรับรุ่นชิ้นเดียว เปิดตัวด้วยรุ่นทอปอย่าง VX90AV ซึ่งตัวท็อปที่ขายในไทยนะคะ ส่วนรุ่นรองลงมาคือ VX8 และคู่แฝดที่เล่น VCD ไม่ได้คือ GRX80 นั่นเองค่ะ

Twinkle Display เวลาเล่นเพลงมันจะมีไฟกะพริบวิบวับ สวยดี

ในรูปคือรุ่น MHC-VX90AV
ความคิดเห็นที่ : 84

iamfluke

13/09/2013 13:05:47
0
ลืมใส่เครดิต ด้านบนจากบทความน้องปามมี่สาวเชียงใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ : 85

iamfluke

13/09/2013 13:10:35
0



รูปด้านบนคือตัวท็อป แต่เอาจริงๆ สเปกเครื่อง หน้าตา และกำลังขับ
โดยเฉพาะ มิติเครื่อง ลำโพง เหมือน GRX70 ไม่มีผิด (เพิ่ม Dolby prologic กับลำโพงเซ็นเตอร์และเซอร์ราวน์)

ตัวที่ชูโรงโฆษณาคือ ระบบ cinema space เพิ่มเสียงเซอร์ราวน์จากลำโพงคู่หน้า

ในรูปคือรุ่น MHC GRX80
ความคิดเห็นที่ : 86

iamfluke

13/09/2013 13:11:35
0



กรรม ใส่รูปผิด ขออภัยเป็นอย่างสูง

ภาพนี้คือ MHC-GRX80 ครับ
ความคิดเห็นที่ : 87

iamfluke

13/09/2013 13:33:50
0



ไลน์ย่อยของเครื่องชิ้นเดียวครับ เยอะพอสมควรเลย

MHC-GRX90AV
MHC-GRX80
MHC-GRX70
MHC-GRX50
MHC-GRX30

ส่วนรุ่นเล่น VCD ได้จะมีดังนี้จ้า
MHC-VX90AV
MHC-VX8
MHC-VX7
MHC-VX5 รุ่นบ๊วยจ้า

**** ในภาพคือรุ่น MHC-GRX90AV****
ความคิดเห็นที่ : 88

iamfluke

13/09/2013 13:35:51
0



MHC-GRX70 หรือถ้าเป็นรุ่นเล่น VCD ได้จะใช้ชื่อ MHC-VX7
ความคิดเห็นที่ : 89

iamfluke

13/09/2013 13:36:55
0



MHC-GRX50 หรือถ้าเป็นรุ่นเล่น VCD ได้จะใช้ชื่อ MHC-VX5
ความคิดเห็นที่ : 90

iamfluke

13/09/2013 13:37:55
0



MHC-GRX30 ครับ
ความคิดเห็นที่ : 91

iamfluke

13/09/2013 13:38:21
0



อ๋อ เกือบลืม

ในช่วงปลายอายุของตระกูล grx

Sony ออกรุ่นขวัญใจคนยาก คือ MHC-GRX20 มาแทนตัว grx30 ที่ขายไม่ค่อยดี

ด้วยราคาเปิดตัวเพียง ห้าพันกว่าบาทเท่านั้นเอง
ความคิดเห็นที่ : 92

iamfluke

13/09/2013 13:39:33
0



เอาเข้าจิงๆ ตัวโซนี่ปี 1999 เนี่ยะ เปนตัวที่น่าหาไว้อีกตัวนึงนะคะ พอๆ กับปี 1998 เลย เพราะเปนรุ่นสุดท้าย ก่อนที่โซนี่จะโละเทคโนโลยีเก่าๆ ออกไปแล้วใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาในรุ่นปี 2000

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 93

iamfluke

13/09/2013 13:41:43
0



เอาสเปก GRX80 มาฝาก

ว่ากันว่าเป็นมินิคอมโปที่แรงที่สุดตอนนั้นเลย

Sony GRX-80 High Power Stereo System
 Powerful Music Performance and Creative Effects with DJ Mix Pro
 3400W P.M.P.O. Ultra-High Power Output (200W x 2 RMS,10% THD)
 3-Disc Changer with Ex-Change Function
 Play modes (Shuffle, Programme, Continue, 1/All)
 CD Text
 New 4-Way, 5-Unit Multi-Ambience Speakers with Quick-Edged HOP Woofers
 Magnetically Shielded Speakers with Detachable Grille Nets
 New Port Tube Noise Reduction Technology for Smooth Bass Sound
 Variable Attenuation Control System (VACS)
 Surround Modes
 Dynamic Music Enhancement with Music Recognition (Sync EQ, Sync Bass)
 Groove Mode
 DBFB for Dramatic Bass Sound
 DJ Mix Pro (Beat Mix/Memory, Beat Jam, Rythem Box, Auto BPM, Drum Pad, Loop, Flash, CD Non-Stop Play)
 Easy Operation with Centralized Controls for CD and Tape Functions Music Express Dial
 Multi Sound Menu (5 Music, 5 Movie, 5 Game Preset Equalizer Patterns and 5 Personal Files)
 Disc Optical Pick-Up Shutter for Dust Prevention
 Digital Optical Output for MiniDisc
 Super Woofer Output (Pin-type Jack)
 4 Functions (CD, Tuner, Tape, Video/MD IN/OUT)
 Karaoke Features ( Karaoke Pon, Multiplex, Mic Mix IN, Mic Volume Control)
 Synthesizer Tuner with 20FM/10MW/10SW* Station Presets
 Timers (Daily 1&2, Rec, Sleep)
 Auto Tuning
 Double Reverse Cassette Deck with Full Logic Operation and AMS
 High Speed Dubbing/CD Synchro Recording
 Dolby B NR
 Spectrum Analyzer with New Twinkle Display
 Supplied Remote Commander with DJ Mix Pro Function
 Worldwide dual voltage 110/220 volt 50/60 Hz
 Sony GRX-80 Stereo System
ความคิดเห็นที่ : 94

iamfluke

13/09/2013 13:44:11
0



ลืมพูดไป ปี 1999 เปนปีที่มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายในปีเดียวกันของโซนี่นะคะ

ข่าวดีก้อคือ ปีนี้เปนปีที่โซนี่วอล์กแมนฉลองครบรอบ 20 ปี กับยอดจำหน่าย...กี่ล้านวะ? จำไม่ได้


ข่าวร้ายก้อคือ อาคิโอะ โมริตะ ผู้ก่อตั้งโซนี่ได้เสียชีวิตลงในปีนี้

การจากไปของโมริตะ ทำให้ผลิตภัณฑ์โซนี่ในยุคต่อมาเป๋ไปมาก ภาพลักษณ์ความเปนแบรนด์ลดลง ความขลังของแบรนด์เริ่มลดลงไปค่อนข้างมาก เทคโนโลยีบ้างอย่างที่สมควรจะนำไปพัฒนาต่อ ก้อหยุดการพัฒนาเสียอย่างนั้น ดังจะยกตัวอย่างได้ในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ในยุคหลัง

Sony Wega ทีวีจอแบน หลังจากที่ออกเทคโนโลยี DRC-MF ซึ่งเปนเทคโนโลยีสุดยอดของระบบภาพในปี 2000 ก้อไม่มีการพัฒนาต่อ แค่นำเอาไปใส่ให้กับผลิตภัณฑ์ทีวีตัวอื่นแค่นั้น และในปี 2003 เปนปีที่ทีวีพลาสม่าและแอลซีดีกำลังมาแรง ซัมซุงก้อกำลังมาแรงกับชิพ DNIe ซึ่งให้ภาพที่คมชัดสมจริง และการตลาดที่ดีกว่ามากในไทย ทำให้ซัมซุงตีตลาดทีวีได้สำเร็จ แม้ในปี 2006 โซนี่จะโละกลุ่มทีวีตระกูลเวก้าออกและออก Bravia มาเพื่อตีตลาดทีวีจอบาง แต่ก้อดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก แต่ก้อขายได้เรื่อยๆ (จะว่าไป X-Reality Pro กับ Motion Flow ของโซนี่เจ๋งจิงๆ นะ ถ้าได้ LED 40 นิ้วมาประดับบ้านนี่คงเริด)

ตระกูลโซนี่ไฮไฟเองก้อไม่ต่างอะไรกัน ในช่วงปี 2000 กลุ่มผลิตภัณฑ์ก้อแตกเปนกลุ่มยิบย่อยเยอะแยะ ทำให้กลุ่มผู้ใช้ค่อนข้างสับสน โดยเฉพาะสายมินิคอมโปที่ยิบย่อยกว่าสายอื่น แต่เทคโนโลยีเสียงที่ใช้ก้อเปนแบบเดิมๆ ซ้ำซาก ไม่ค่อยเห็นการพัฒนาเทคโนโลยีเสียงเลยในช่วงนี้ และในยุคหลัง โซนี่เริ่มเน้นการประหยัดต้นทุน วัสดุในยุคหลังก้อเลยไม่ดีเท่ารุ่นก่อนๆ ไฟสเปคตรัมสุดล้ำก้อถูกตัดออกไป ทำให้แบบ...ดูยังไงก้อไม่ชอบอ่ะ นี่พูดตรงๆ นะ และยิ่งในยุคหลัง ตลาดเครื่องเสียงพกพาเติบโตขึ้นมาก ทำให้เครื่องเสียงตระกูลไฮไฟเสื่อมความนิยมลงไป

ส่วนตระกูลนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาที่สุด Sony Walkman ซึ่งเปนผลิตภัณฑ์สร้างชื่อให้โซนี่เปนอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2000 เปนช่วงที่เครื่องเล่น Mp3 กำลังได้รับความนิยม ทางโซนี่เองก้อออกเครื่องเล่นตระกูลนี้มาเหมือนกันในชื่อของ Network Walkman รุ่นแรกที่ออกมาตอนนั้นคือ NW-MS7 ออกตั้งแต่ปี 1999 ละ แต่พอขายจิงกลับขายไม่ค่อยได้ เนื่องจากราคาที่...แพง 64MB ตัวละ 399 ดอล เอ่อ...ไม่ไหวมั้ง หนำซ้ำในปี 2001 การถือกำเนิดของ apple iPod ทำให้ตลาดเครื่องเล่น Mp3 บูมขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่โซนี่กลับมัวแต่พัฒนาเครื่อง MD ของตัวเอง จนตามคนอื่นไม่ทัน แถมเทปและซีดีวอล์กแมนในยุคหลังๆ ก้อไม่มีอะไรน่าสนใจ นอกจากการนำเอา Groove มาใส่ไว้ในวอล์กแมน และระยะเวลาการเล่นที่นานมากๆ แค่นั้น

เอาเข้าจิงๆ ตลาดของกลุ่มวอล์กแมนกลุ่มเทป ซีดี และเอมดี ก้อยังขายออกอยู่ แม้ mp3 จะเริ่มเข้ามาแทนที่แล้ว แต่โซนี่ก้อยังขาย Network walkman ของตัวเองไม่ได้ตามคาดซักที ยอมรับว่าโซนี่ตระกูล Network Walkman นั้น คุณภาพเสียงถือว่าดีกว่าแบรนด์อื่นๆ ในยุคนั้นพอสมควร แต่สิ่งที่โซนี่พลาดอย่างน่าเสียดายก้อคือ ซอฟท์แวร์ถ่ายโอนเพลงที่ทำงานได้อุบาทว์มาก!!! ไม่ว่าจะ MG Jukebox หรือ Sonicstage ทั้งสองตัวมีปัญหาเรื่องการเข้ากันของระบบ ความสเถียรของซอฟท์แวร์ที่ต่ำ และข้อจำกัดด้านต่างๆ เยอะแยะ ทำให้ยอดขายของ Network Walkman ไม่ค่อยดีนัก เท่านั้นยังไม่พอ โซนี่ ด้วยความที่ Like No Other โซนี่ได้ทำฟอร์แมตเพลงของตัวเองในชื่อ Atrac3 ออกมาใช้กับตระกูลเครื่องเล่นที่ต้องใช้คอมทั้งหลายอย่าง Net-MD, CD-Mp3 Walkman รวมถึง Network Walkman เองด้วย ไอ้ฟอร์แมตนี้ก้อเปนปัญหา เพราะใช้ได้เฉพาะกับเครื่องเล่นของ Sony เท่านั้น แต่ก้ออย่างว่าแหละ ทำออกมาไม่ดูซอฟท์แวร์ตัวเองเลย กว่าจะแปลงไฟล์ กว่าจะเอาเข้าเครื่องมันช่างยากเย็นแสนเข็ญ ถึงแม้โซนี่จะออกเครื่องเล่น MP3 Walkman ที่แท้จริง (วอล์กแมนเล่น mp3 แท้ๆ นะจ๊ะ ไม่ใช่ Atrac3) ก้อโน่นค่ะ ปี 2005 ซึ่งขอโทดนะคะ ก้อยังต้องใช้ซอฟแวร์โอนเพลงอยู่ดี ซึ่งซอฟแวร์โอนเพลงก้อห๊วยยยย!! ห่วย!! ถึงจะขายได้บ้าง ก้ออย่างที่รู้กัน อีกอย่างนึงที่โซนี่พลาดอีกก้อคือ การแสดงชื่อเพลงที่รองรับแค่ไม่กี่ภาษา ซึ่งก้อแน่นอนว่า Network / Mp3 Walkman ในรุ่นแรกๆ 2002 - 2007 อ่านไทยไม่ออกนะจ๊ะ ซึ่งกว่าโซนี่จะแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ได้ ก้อปาเข้าไปปี 2008 - 2009 โน่นแล้วซึ่ง...เอ่อ... มันตามคนอื่นเค้าไม่ทันแล้วเคป่ะ? โซนี่วอล์กแมนที่สร้างชื่อเสียงมาเนิ่นนานจึงเอวังด้วยประการฉะนี้ (แม้ในปัจจุบัน Mp3 Walkman รุ่นล่าสุดก้อยังอ่านภาษาไทยได้ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ยังมีปัญหาเรื่องการถอดโค้ดชื่อเพลง ID3 Tag อยู่ ซึ่งบางเพลงมันก้ออ่านได้ แต่บางเพลงก้อเปนภาษาต่างดาว คือ เอิ่มมมมมม!!!)


***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 95

iamfluke

13/09/2013 13:46:30
0



มาดูผลิตภัณท์เครื่องเสียงขนาดใหญ่ในปีนั้นบ้าง หน้าตารุ่นท็อปจะเป็นแบบนี้ครับ กับวูฟเฟอร์โคตรโหด เสียงหนักแน่นตามขนาดเครื่องมัน

LBT
ความคิดเห็นที่ : 96

iamfluke

13/09/2013 14:28:31
0



มาถึงพระเอกของวันนี้
ความคิดเห็นที่ : 97

iamfluke

13/09/2013 14:31:46
0



พูดถึงเครื่องรุ่นนี้ จากผลสำรวจส่วนตัวเป็นรุ่นน่าเก็บมาก ๆ อีกรุ่นของโซนี่ เนื่องจาก รุ่นนี่้ของโซนี่ถือเป็นรุ่นสุดท้ายในแนวนี้ เพราะหลังจากนี้ไป เครื่องขนาดใหญ่ได้รับความนิยมลดลง

จึงทำให้ต้องเลิกทำไปพักนึง ดังนั้นตัวนี้จึงมีอายุในตลาดค่อนข้างนาน และยังเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง
เพราะหลังจากนี้ มินิคอมโปที่ให้เสียงกระหึ่ม มาครบ เริ่มหายไป


และรุ่นนี้นับเป็นรุ่นที่4ของตระกูลแยก 2 ชิ้นครับ

sony mhc-wx5,wx7av,vx500,vx700av


ออกขายเมื่อ 1999

กำลังขับ 3400w pmpo หรือ 150w+150w rms center 60w rms
surround 40w+40w ในรุ่น wx7av,vx700av
และ 2500w ในรุ่น wx5,vx500


ถือเป็นความสำเร็จของโซนี่อีกรุ่นที่ขายดี โดยหลักๆรุ่นนี้แทบไม่เปลี่ยนในเรื่องระบบเลย
ในตัวเครื่องทำสีใหม่ปรับปรุงนิดหน่อยเท่านั้น (ไมเนอร์เชจน์) ว่างั้นเถอะ

แต่ที่คิดใหม่ทำใหม่คือกำลังขับที่เพิ่มขึ้น ทำให้แนวเสียงต่างไปจากรุ่นเดิมที่เน้นไปทางสดมากขึ้น
นับเป็นรุ่นโหดอีกรุ่นของโซนี่ที่เสียงเบสดุมากเลยทีเดียว
ความคิดเห็นที่ : 98

iamfluke

13/09/2013 14:32:36
0



ภาพ sony mhc-vx700av
ความคิดเห็นที่ : 99

iamfluke

13/09/2013 14:51:18
0



เนื่องจากรุ่นนี้เป็นรุ่นที่พัฒนาเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ ทำให้จำกัดวงในการขาย
เหลือแค่ที่เอเชียเท่านั้น

ลำโพง วูฟเฟอร์ปรับเปลี่ยนใหม่ ดูคล้ายรุ่นเดิมแต่ไม่ใช่
เพิ่มขนาดกรวยและลดค่าความต้านทานลงด้วยการตัดครอสโอเวอร์ออกไป
แต่ใช้ c คุณภาพสูงแทน ให้ผลในเรื่องเสียงแหลมที่ดังขึ้น อิมแพคเบสที่แรงขึ้น
ด้วยวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่และกำลังขับที่เยอะนี้เอง ทำให้แม้เวลาปิ eq ทั้งหมด เสียงเบสยังออกดีอยู่เลย

ลำโพงทวิสเตอร์แบบไทเทเนียมโดมแบบใหม่ครับ ตัดความถี่ใหม่ทำให้เสียงแหลมดีมาก(ออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ)

ข่้อเสียของลำโพงคู่นี้ เสียงกลางจะหุบ ด้อยลงไปกว่ารุ่นที่แล้ว แต่ทดแทนด้วยเสียงกลางต่ำและแหลมที่มีพลังแทน

และแน่นอน H.O.P quick edge woofer ขนาด 20 ซ.ม.ปรับปรุงใหม่ครับ

ปล.ภาพด้านซ้ายเป็นลำโพงของรุ่น SS-W777G ส่วนด้านขวาเป็น SS-VX700
ความคิดเห็นที่ : 100

iamfluke

13/09/2013 14:59:53
0



ภาพ sony MHC-VX700AV
ความคิดเห็นที่ : 101

iamfluke

13/09/2013 15:06:05
0



หลังจากรุ่นนี้ออกขาย กระแสตอบรับดีมาก
ทำให้ลากขายกันยาวหลายปี จนกระทั่งหมดสต็อกไป

รุ่นนี้ส่วนใหญ่ที่เจอ จะมีรุ่น vx700av และ wx5
ส่วน vx500 และ wx7av ไม่ค่อยเจอ

ส่วนใหญ่ลูกเล่นและฟังค์ชั่นก็เคาะมาจากรุ่นที่แล้วเป็ะ
แต่กำลังวัตต์สูงกว่า

ภาพ MHC-WX7AV
ความคิดเห็นที่ : 102

iamfluke

13/09/2013 15:10:33
0



ภาพปิดท้าย vx700av ของคุณโรบอท
ความคิดเห็นที่ : 103

iamfluke

13/09/2013 15:11:53
0



แพคเกจของรุ่น mhc-wx7av และลำโพง ss-vx700
ความคิดเห็นที่ : 104

iamfluke

13/09/2013 15:15:24
0



ในปี 1999 - 2000 นั้น โซนี่ ได้แตกไลน์โปรดักส์ ประเภทเครื่องเสียงใหญ่ ๆ อยู่ 3 ไลน์

คือ มินิคอมโป จะใช้รหัสตัวหน้าว่า MHC
เครื่องขนาดใหญ่ ใส่ตู้กระจก LBT
เครื่องขนาดเล็ก ไซส์มินิ CMT

ในภาพเป็นเครื่องแยกชิ้น MD ที่แพง หรูหรา น่าเป็นเจ้าของมาก ๆ

CMT-SD1
ความคิดเห็นที่ : 105

iamfluke

13/09/2013 15:17:26
0



ส่วนเครื่องเสียงประเภท แยก 4 ชิ้น โซนี่ก็ไม่ทิ้ง

มี pixy อยู่รุ่นนึงที่เข้ามาขายในไทย มีชื่อรุ่นและรหัสว่า

DHC-MD717
ความคิดเห็นที่ : 106

iamfluke

13/09/2013 15:18:19
0



สวยงามน่าเป็นเจ้าของมาก

ส่วนตัวเคยเห็นแค่ครั้งเดียว ได้ทดลองฟังเสียงแล้วแจ่มมาก ๆ
ความคิดเห็นที่ : 107

iamfluke

13/09/2013 15:20:41
0



ตัวนี้สาบานได้ว่าไม่เคยเห็นเป็นมือสองเลยแม้แต่ชุดเดียว

(ชิ้นเดียวก็ไม่เคยเห็น)

ปล.ในชุดจะมีภาค MD แอมป์ CD และ Tuner

ถ้าอยากเล่นเทป กับ DVD มีให้ชื้อเพิ่ม เป็น 6 ชิ้น (เพื่อ)?
ความคิดเห็นที่ : 108

iamfluke

13/09/2013 15:26:31
0



มาละๆ อัพดีกว่า ในปี 2000 เปนปีที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างของโซนี่ ตั้งแต่การพัฒนาระบบภาพขั้นเทพอย่าง DRC-MF ที่เกิดขึ้นและก้อค้างเติ่งแค่นั้น รวมไปจนถึงการแตกสายไลน์การผลิตมินิคอมโปออกมาซะเยอะจนงง ไปจนถึงยุค mp3 เบ่งบาน และต่างๆ นะคะ

ในสายของมินิคอมโปนั้น โซนี่ได้แตกไลน์การผลิตเพิ่มมาอีก 1 ซี่รี่ส์ นั่นคือ ZX ชูจุดเด่นที่ความสามารถในการเล่นแผ่นได้ถึง 5 แผ่น และกลายเปนที่ฮือฮากับเครื่องเสียงที่เล่น DVD ได้ตัวแรกของแบรนด์คือรุ่น ZX70DVD กับเทคโนโลยีเสียงเริดๆ อย่าง dolby prologic, dsp, groove และที่เพิ่มมาใหม่คือ V-Groove และ Groove-EX ซึ่งพัฒนามาจากของเดิม ให้เสียงที่เต็ม หนักแน่นกว่าเดิม และตัวลำโพงยังมีการเพิ่ม super tweeter เข้าไป เพื่อทำให้เสียงกลาง-แหลมนั้นสดใสขึ้น ZX ยังแตกรุ่นลูกของมันมาอีก 2 ตัว คือ VZ30AV และ VZ10AV ทรงเดียวกัน สเปคเหมือนกัน ต่างกันที่จำนวนวัตต์ และ ตัวลูกทั้ง 2 ตัวเล่น DVD ไม่ได้

ส่วนสายเล่นแผ่น 3 แผ่น ก้อจะเปิดตัวด้วย DX9 กับเทคโนโลยี Twin Woofer วูฟเฟอร์แบบคู่ ให้เสียงเบสเต็มอิ่ม หนักแน่น ส่วนรุ่นรองๆ ก้อจะมี DX8, DX7, DX5, และ DX3 ซึ่งบ้านเรามีขายแค่ 2 รุ่นคือ DX5 กับ DX3 เท่านั้น ซึ่งตระกูลนี้มีจุดเด่นอยู่ที่วูฟเฟอร์แบบคู่ และก้อ V-Groove ซึ่งพัฒนามาจาก Groove เดิม (ไอ้ของเดิมมันก้อเบสเยอะอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอตัวนี้ แล้วใส่วูฟเฟอร์ให้สองตัว มันก้อเยอะจนบางครั้งรู้สึกว่ามันล้นนะ)

ส่วนรุ่นเล่น VCD ได้ เปิดตัวด้วย VX99, VX88, VX77, VX55, VX33 ซึ่งทุกอย่างเหมือนไอ้ตัว DX เป๊ะ แค่เล่นวีซีดีได้ และที่มีมาให้กับรุ่นนี้คือ Picture Effect ปรับคุณภาพของภาพให้ดีขึ้น กับ Cinema Space ระบบสร้างเสียงเซอร์ราวด์จากลำโพงคู่หน้านั่นเอง ในไทยมีขายแค่ 3 รุ่นหลังคือตัว 77 55 และก้อ 33 เท่านั้น (จะขายทั้งทีไม่ขายให้หมดเลยฟระ!!? เซง!!)

รุ่น 2 ชิ้น WX7AV, WX5 และ VX700AV ก้อยังมีขายอยู่นะจ๊ะ

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ภาพ SONY MHC-ZX70DVD
ความคิดเห็นที่ : 109

iamfluke

13/09/2013 15:28:10
0



ภาพ VZ30AV จากคุณโรบอท
ความคิดเห็นที่ : 110

iamfluke

13/09/2013 15:31:45
0



รุ่นรองตระกูล VZ
VZ10 ตัดระบบเสียงเซอร์ราวน์ออกไป เหลือแต่คู่หน้าครับ
ภาพจากคุณโรบอท
ความคิดเห็นที่ : 111

iamfluke

13/09/2013 15:32:47
0



มาพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีเสียงกันบ้างนะคะ ปีนี้เป็นปีที่โซนี่ทุ่มเทให้กับตัวมินิคอมโปค่อนข้างเยอะ มีการใส่ฟีเจอร์ต่างๆ เข้ามามากมาย เอาที่เด่นๆ เลยละกันนะคะ

1. Hybrid Dual Woofer ใน VX และ DX ซี่รี่ย์ ใน 2 ซีรี่ย์นี้ก็จะมีการเพิ่มซุปเปอร์วูฟเฟอร์เข้าไปอีกข้างละ 1 ตัว ซึ่งตัวซุปเปอร์วูฟเฟอร์ที่ใส่เพิ่มเข้าไปนี้จะตอบสนองความถี่ต่ำได้ดีกว่าตัววูฟเฟอร์ที่มีอยู่ ทำให้เสียงเบสในรุ่นนี้ลึก หนักแน่น และกระชับ อิมแพคแรงขึ้น

2. V-Groove (มีทุกรุ่น) เป็นระบบเสียงที่พัฒนาขึ้นมาอีกจาก Groove ตัวเดิม เสียงเบสจะถูกจูนให้หนักขึ้นกว่าเดิมมาก ส่วนเสียงแหลมและเสียงกลางจะถูกอัพระดับให้มีความคมชัดขึ้นมาอีก แต่ V-Groove มีข้อจำกัดคือ ถ้าใครใช้ตระกูล VX กับ DX (ยกเว้น VX33 กับ DX3) ไม่ควรวางลำโพงบนพื้นเพราะจะทำให้เบสบวม

3. Groove-EX ใน ZX และ VZ ซีรี่ย์ ตัวนี้จะคล้ายๆ V-Groove แต่จะถูกจูนให้เข้ากับลำโพงของ 2 ซีรี่ย์นี้มากขึ้น เนื่องจาก 2 ซีรี่ย์นี้ไม่มีวูฟเฟอร์เสริม ถ้าใช้ V-Groove เบสจะกระพือได้ถ้าเปิดเสียงดัง

4. Picture Effect มีใน VX ซีรี่ย์ ปรับภาพให้สวยค่ะ ไม่มีอะไรมาก
5. Cinema Space มีใน VX ซีรี่ย์ ตัวนี้จะช่วยจำลองรูปแบบเสียงรอบทิศทางโดยใช้ลำโพงคู่เดียว ปรับได้ 3 เลเวล ปามลองฟังแล้วก้อให้บรรยากาศโอบล้อมดีค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่

6. VACS (มีทุกรุ่น) ระบบนี้ใส่มาตั้งแต่ปี 41 แล้วมั้ง เป็นระบบป้องกันเสียงแตกเมื่อเปิดเสียงดัง ไม่รู้มันทำงานยังไงเหมือนกัน

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 112

iamfluke

13/09/2013 15:34:22
0



ภาพ mhc-vx55
ความคิดเห็นที่ : 113

iamfluke

13/09/2013 16:01:36



MHC-DX3 หรือ VX33
ความคิดเห็นที่ : 114

iamfluke

13/09/2013 16:05:04
0



และมีรุ่น ออกแนว วินเทจ คือ
MHC-NX1
MHC-NX3AV ตัวนี้มี dolby prologic

ฟังค์ชั่นหลัก ๆ คือ Groove DBFB
เล่นเปลี่ยนแผ่นได้ 5 แผ่น แบบเดียวกับ ZX VZ series

ลำโพงเป็นแบบ 2 ทาง ตู้ไม้ ซึ่งให้เสียงนุ่มหู

ภาพ NX1
ความคิดเห็นที่ : 115

iamfluke

13/09/2013 16:11:58
0



ภาพ nx3av
ความคิดเห็นที่ : 116

iamfluke

13/09/2013 16:14:29
0



กำ ภาพ nx1 เป็นอะไรไปแล้ว แก้ตัวแล้วกันครับ
ความคิดเห็นที่ : 117

iamfluke

13/09/2013 16:16:27
0



ลำโพงไม้ครับ สองทาง นุ่ม ๆ หู
ตัวนี้เป็นตัวที่ขายในปี 2001
เป็นรุ่น NX-300AV สังเกตุที่ครอบลำโพงจะไม่เต็มหน้า

และเพิ่ม optical in และ 5.1 in
ความคิดเห็นที่ : 118

iamfluke

13/09/2013 16:21:53
0



ภาพ NX1
ความคิดเห็นที่ : 119

iamfluke

13/09/2013 16:24:40
0



สุดท้ายของวันนี้

เป็นไมโครคอมโปที่ไม่พูดถึงไม่ได้

CMT-VP11 ซึ่งขายดิบขายดีขึ้นแท่น top sale ของโซนี่ในตอนนั้นเลยครับ

สำหรับพรุ่งนี้ผมจะมาต่อในปี 2001 กับมินิคอมโปโซนี่ต่อนะครับ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ : 120

iamfluke

14/09/2013 11:57:42
0



ต่อกันในปี 2001 โซนี่ก้อแตกไลน์ออกมาอีก (ไม่รู้จะแตกอะไรกันนักกันหนา)

รุ่นนั้นคือรุ่น S9D กับดีไซน์สองชิ้นอันสวยงาม (แถมแพง) ชูจุดเด่นเรื่องการเล่น DVD และระบบถอดรหัสเสียงที่หลากหลาย ทั้ง Dolby Prologic, Dolby Digital และ DTS มาพร้อมกับ Digital Cinema Sound ที่ถอดแบบมาจากโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่ ส่วน Groove และ V-Groove ก้อมีมาให้เหมือนเดิม รุ่นนี้มีตัวลูก 1 ตัวคือรุ่น SV7AV ที่ตัดฟังก์ชั่น DVD ออกไป ส่วน ZX70DVD ก้อมีขายเหมือนเดิม (ราคาก้อเท่าเดิมที่ 2 หมื่น 5 เพื่อ!!?)

มีอีกรุ่นนึงที่ออกมาพร้อมกันคือรุ่น DP1000D ที่ออพชั่นเหมือนไอ้ตัวบนเป๊ะ แต่ดีไซน์เปนชิ้นเดียว รุ่นนี้มีจุดเด่นออกมาคือ Digipad เอาไว้เหมือนตัวพวกปุ่มปรับอะไรซักอย่างเหมือน Jog Dial ในรุ่นเก่าๆ นั่นแหละ แถมราคาก้อถูกกว่า S9D พอสมควร ขายดีพอดูนะรุ่นนี้ มีตัวลูกชื่อ DP800AV ตัด DVD ออก แต่ดีหน่อยที่รุ่นนี้มีตัวถอดรหัสเสียงจาก DVD นั่นก้อหมายความว่า ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเครื่องเล่นดีวีดีอยู่แล้ว แต่ไม่อยากซื้อซ้ำซ้อนก้อเลยออกตัวนี้มาเปนออพชั่น เออเอาเข้าไป วุ่นวายดีแท้

ส่วนรุ่นปกติ เล่น VCD ก้อเปิดตัว(ในไทย)ด้วยรุ่น VX777, 555, 333, 222 ซึ่งฟังก์ชั่นอะไรทั้งหลาย เหมือนรุ่นปีที่แล้วเป๊ะ!! แค่เปลี่ยนดีไซน์กับลดต้นทุนนิดหน่อย ตัดไฟวิบวับออกไปในรุ่น 333 กับ 222 เหลือแต่ไฟอันเล็กๆ ไว้ดูเล่น

ส่วนรุ่น VX700AV ยังมีขายอยู่ เค้าบอกว่ารุ่นนี้ขายดีต่อเนื่องเลย ไม่รู้จิงป่าว

อ่ะเอามาให้ดูด้วยรุ่น S9D

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 121

iamfluke

14/09/2013 11:59:54
0



ภาพ mhc-dp1000d
ความคิดเห็นที่ : 122

iamfluke

14/09/2013 12:00:27
0



ภาพ mhc-dp1000d แบบถอดหน้ากาก
ความคิดเห็นที่ : 123

iamfluke

14/09/2013 12:01:02
0



ภาพ mhc-dp800av
ความคิดเห็นที่ : 124

iamfluke

14/09/2013 12:03:06
0



ภาพ mhc-dp700
รุ่นนี้ไม่มีลำโพงเซอร์ราวน์ครับ แต่เสียงดีเหมือนรุ่น vz10
ความคิดเห็นที่ : 125

iamfluke

14/09/2013 12:07:17
0



VX777 ในช่วงปลายๆ ของรุ่นนี้ มีการทำรุ่นตระกูล VX สีเงินออกมาซึ่งก้อสวยกว่าสีดำพอดู ขายราคาเท่ากัน

จากคอมเม้นท์ของน้องปามมี่สาวเชียงใหม่
ความคิดเห็นที่ : 126

iamfluke

14/09/2013 12:09:06
0



กำ คอมพิวเตอร์มันเบลอ ๆ นะ ลงภาพผิดตลอด -_-"

อันนี้ครับ vx777
ความคิดเห็นที่ : 127

iamfluke

14/09/2013 12:09:52
0



รุ่นนี้มีลำโพงเล็กให้แทนตัวบน กำลังขับน้อยกว่า เป็นรุ่น vx555
ความคิดเห็นที่ : 128

iamfluke

14/09/2013 12:11:37
0



และรุ่นอนาถาสุด ๆ vx333 ลำโพงเล็กเท่าไมโครคอมโป -_-"
ความคิดเห็นที่ : 129

iamfluke

14/09/2013 12:13:40
0



ยังไม่พอใจ อยากได้ถูกกว่านี้ โซนี่จัดให้ (ทำมาเพื่อ)
ลำโพงเล็กมาก เหมือนเอาเซอร์ราวน์รุ่นใหญ่มาใส่ให้ครบ ๆ

mhc-vx222
ความคิดเห็นที่ : 130

iamfluke

14/09/2013 12:20:16
0



นอกจากนี้ รุ่นแยกสี่ชิ้น ยังมีตัวรองท็อปออกมา แบบเล่น VCD ได้อย่างเดียวคือรุ่น

MHC-SV7AV

ภาพจากเครื่องเสียงคุณโรบอทครับ
ความคิดเห็นที่ : 131

iamfluke

14/09/2013 12:33:34
0



โบชัวร์ในปี 2002 ครับ เครดิต ROBOT
ความคิดเห็นที่ : 132

iamfluke

14/09/2013 12:34:02
0



ภาพโบชัวร์ เครดิต ROBOT
ความคิดเห็นที่ : 133

iamfluke

14/09/2013 12:34:55
0



ภาพโบชัวร์ เครดิต ROBOT
ความคิดเห็นที่ : 134

iamfluke

14/09/2013 12:35:42
0



ภาพโบชัวร์ เครดิตโรบอท
ความคิดเห็นที่ : 135

iamfluke

14/09/2013 12:37:34
0



ภาพกล่อง MHC-ZX70DVD
ความคิดเห็นที่ : 136

iamfluke

14/09/2013 12:43:10
0



กล่อง MHC-S9D
ความคิดเห็นที่ : 137

iamfluke

14/09/2013 15:51:44
0



มาในปี 2002 ปีนี้ปามขอโทดจิงๆ เพราะมีข้อมูลปีนี้น้อยมาก รู้แต่แค่ว่ารุ่นที่เล่น VCD ได้ในตอนนั้นคือ

MHC-RV7 เปนรุ่นท็อปของสาย และก้อจะมี
MHC-RV6
MHC-RV5
MHC-RV3
MHC-RV2 รุ่นบ็วยค่ะ

ซึ่งเทคโนโลยีก้อคล้ายๆ กับปีที่แล้วเป๊ะเลย มี v-groove เพิ่มเบส ส่วนด้านภาพ ยังคงเหนียวแน่นกับ VCD เป็นส่วนใหญ่ แต่มินิคอมโปที่เล่น CD อย่างเดียวไม่มีแล้ว

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 138

iamfluke

14/09/2013 15:52:28
0



MHC-RV7 อีกภาพ
ความคิดเห็นที่ : 139

iamfluke

14/09/2013 15:53:33
0



ภาพ MHC-RV6
ความคิดเห็นที่ : 140

iamfluke

14/09/2013 15:55:46
0



ภาพ mhc-rv5
ความคิดเห็นที่ : 141

iamfluke

14/09/2013 15:57:01
0



ภาพ MHC-RV2
ความคิดเห็นที่ : 142

iamfluke

14/09/2013 16:02:26
0



ในปี 2003 ปีนี้เปนปีที่โซนี่จัดเตมเรื่องเครื่องเสียงอีกรอบ เปิดตัวด้วย DHC-FL5D ซึ่งเปนมินิคอมโปไซส์ใหญ่ที่สุดที่โซนี่เคยทำมาเลยมั้ง จัดเต็มมาก มีมาหมด พร้อมการเล่นดีวีดี 5 แผ่น พร้อมเล่นแผ่น mp3 ได้ ซึ่งตัวนี้สนนราคาแพงมาก เกิน 3 หมื่น แถมซับมาให้ด้วย เริดจิงๆ รุ่นนี้

RV7 ตัวเทพราคาคุ้มก้อยังอยู่ ตัวนี้อายุยืนยาวจนถึงปี 2004 โน่นแน่ะ ตัวนี้เล่นแผ่น mp3 ได้ด้วยนะ รู้สึกในรุ่นปี 2002 ก้อน่าจะเล่นได้เหมือนกัน เสียดายที่ไม่มีข้อมูลรุ่นพวกนี้เลย

มาถึงตัวลูกกันบ้าง RV60 ออพชั่นทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ดีไซน์มาใหม่ ไม่มีอะไรเลยนอกจากไฟวิ่งโค้งๆ สีแดงๆ รุ้สึกพักหลังโซนี่เริ่มลดต้นทุนลงไปเยอะละแหละ

อ่ะ FL5D แบบเต็มๆ สวยมาก อยากได้ แต่ไม่มีตัง T_T

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]***
ความคิดเห็นที่ : 143

iamfluke

14/09/2013 16:03:09
0



ภาพรุ่น FL5D
ความคิดเห็นที่ : 144

iamfluke

14/09/2013 16:04:19
0



ภาพโปรโมต FL5D
ความคิดเห็นที่ : 145

iamfluke

14/09/2013 16:04:56
0



รีโมต ซึ่งอลังการมาก
ความคิดเห็นที่ : 146

iamfluke

14/09/2013 16:05:53
0



กำลังขับ FL5D
ความคิดเห็นที่ : 147

iamfluke

14/09/2013 16:10:22
0



รุ่น เครื่องชิ้นเดียวของ sony ในปีนั้น จะเป็นการต่อยอดมาจากรุ่น RV ที่ขายดี(หรือป่าว) โดยหลัก ๆ จะมี ไลน์อัพ ดังนี้

MHC-RV60
MHC-RV50
MHC-RV30

ในภาพคือรุ่นท็อป RV60 ครับ
ความคิดเห็นที่ : 148

iamfluke

14/09/2013 16:12:06
0



ภาพ MHC-RV50
ความคิดเห็นที่ : 149

iamfluke

14/09/2013 16:12:44
0



RV50 อีกภาพ
ความคิดเห็นที่ : 150

iamfluke

14/09/2013 16:13:37
0



และปิดท้ายตระกูล MHC-RV30
ความคิดเห็นที่ : 151

iamfluke

14/09/2013 16:39:49



เอาละ มาถึงปีสุดท้ายที่ปามจะเขียนละนะคะ ปีนี้เป็นปีที่ โซนี่มินิคอมโปได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของมันละ เพราะหลังจากนี้ไปก้อจะเข้าสู่จุดดับอย่างแท้จริง ที่จริงมินิคอมโปในยุคหลังปี 2000 ก้อยังมีคนซื้อคนใช้อยู่ในระดับนึง แต่ด้วยความที่มันเริ่มขายไม่ออกแล้วอ่ะเนาะ ศูนย์โซนี่ไทยก้อไม่นำเข้ามาขายเยอะเหมือนเมื่อก่อน เริ่มไปหาตลาดโฮมเธียเตอร์มากขึ้น รู้สึกมินิคอมโปรุ่นสุดท้ายที่โซนี่นำเข้ามาขายแบบจัดเต็มก้อรุ่นปี 2004 - 2007 นี่แหละ จากนั้นก้อไม่เอาเข้ามาอีก แต่ในตลาดเมืองนอก อย่างอเมริกาก้อยังมีคนเล่นเครื่องมินิคอมโปกันอยู่ ยังมีการออกรุ่นใหม่มาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในแถบอเมริกาใต้กับยุโรปตะวันออกยังมีคนเล่นอยู่เยอะเลย

เอาล่ะค่ะ มาเริ่มกันดีกว่า

รุ่นสองชิ้น เปิดตัวด้วยรุ่น WZ8D กับเทคโนโลยีที่ถอด FL5D มาอย่างกะแกะ ไฟวิ่งสีฟ้า ที่จิงมันเปลี่ยนสีได้แต่จำไม่ได้ว่าสีไรมั่ง รุ่นนี้เปนรุ่นที่สวยตัวนึงเลยนะ แถมเสียงรุ่นนี้ก้อออกโทนเปิดสว่าง เสียงใสเปนประกายและเบสที่หนักพอตัว

รุ่นชิ้นเดียว เปิดตัวด้วยรุ่น FLX5D มาพร้อมกับลำโพงเซอร์ราวด์ไร้สาย (เพิ่มมาอย่างเดียว) ที่เหลือก้อ FL5D น่ะแหละ

แต่ปีนี้ ก้อมีการเปิดตัวรุ่นใหม่อีก นั่นก้อคือ GN88D กับลำโพงวูฟเฟอร์ไซส์ควาย เบสหนัก จัดจ้าน รุนแรง พร้อมความสามารถล้นเครื่อง DVD CD VCD Mp3, Groove V-Groove, Cinema Space และอีกเยอะแยะ ในราคาหมื่นเจ็ดกว่าๆ ขายดีกันไป

ส่วนรุ่นลูกก้อจะมี RV999D 888D 777D และ 222 กับฟังก์ชั่นเดิมๆ เล่น DVD ได้ แค่นั้นแหละ ที่เหลือก้อไม่มีอะไร

อ่ะ เอา FLX5D ไปดู
ความคิดเห็นที่ : 152

iamfluke

14/09/2013 16:41:54
0



ตัวนี้รุ่น WZ80D ค่ะ เปนมินิคอมโปของโซนี่ที่ปามว่าสวยสุดๆ เปลี่ยนสีไฟได้หลายสี และอีกอย่างคือ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เนื้อเสียงไม่เหมือนโซนี่รุ่นอื่นที่ออกมาตอนนั้น คือรุ่นนี้เสียงจะใส คมชัด กังวาน เนื้อเบสจะกระชับและลงลึก ปามเคยไปลองที่สยามทีวีลำปางค่ะ จำได้เลยว่าปามเอาแผ่นทาทายัง I believe ไปด้วย พอไปถึงปุ๊บ ปามขอพี่ BA เค้าเปิดแผ่นนี้ให้ฟัง จำได้ว่าเพลงที่เปิดคือเพลง I Believe แค่เพลงขึ้น ปามสะดุดทันที เสียงมันใสมากกกกก และเบสรุ่นนี้กระชับ หนักแน่น ฟังแล้วบอกได้คำเดียว ติดใจค่ะ แต่พอปามเหนราคาตอนนั้น รู้สึกจะ 20,990 มั้ง ปามผงะเลยค่ะ 55555+ เปนอีกรุ่นนึงที่ปามอยากได้ ใครใช้รุ่นนี้มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยเร้ววววววว

***[บทความจากล็อกอิน ปามมี่สาวเชียงใหม่]*** คห.ด้านบนด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ : 153

iamfluke

14/09/2013 16:52:30
0



รุ่น มินิคอมโปที่ขายในปี 2004 มีไลน์ประมาณนี้ครับ

DHC-FLX5D
DHC-FLX7D เพิ่มระบบลำโพงหลังแบบไร้สาย

MHC-WZ8D
MHC-WZ7AV เล่น VCD และมี 5.1 input
ปีสุดท้ายก่อนเลิกผลิตมี MHC-WZ80D รุ่นปรับปรุงหน้าจอ และแถมหน้ากากลำโพงให้สองสี

รุ่นเครื่องชิ้นเดียวมีดังนี้
MHC-GN88D
MHC-GN77D
MHC-GN55D

MHC-RV999D
MHC-888D
MHC-777D
MHC-222

เดี๋ยวมาต่อวันจันทร์นะครับ
ความคิดเห็นที่ : 154

crabfather

14/09/2013 21:19:30
59
ผมก็ชอบมินิคอมโปของโซนี่มากครับ ตอนนี้ใช้รุ่นใหม่หน่อยอยู่ CMT-DX400
ความคิดเห็นที่ : 155

iamfluke

16/09/2013 09:59:02
0



ต่อครับ

ภาพรุ่น MHC-GN88D ครับ
ความคิดเห็นที่ : 156

iamfluke

16/09/2013 10:00:25
0



ภาพ สเปก GN88D
ความคิดเห็นที่ : 157

iamfluke

16/09/2013 10:01:21
0



ภาพ MHC-GN77D
ความคิดเห็นที่ : 158

iamfluke

16/09/2013 10:02:17
0



ภาพ รุ่น MHC-GN55D
ความคิดเห็นที่ : 159

iamfluke

16/09/2013 10:06:57
0



ภาพรุ่น FLX5D
ความคิดเห็นที่ : 160

iamfluke

16/09/2013 10:07:24
0



รีโมทแบบ digipad
ความคิดเห็นที่ : 161

iamfluke

16/09/2013 10:16:55
0



ภาพรุ่น mhc-wz8d
ความคิดเห็นที่ : 162

iamfluke

16/09/2013 10:18:19
0



ภาพด้านหลังรุ่น MHC-WZ8D
ความคิดเห็นที่ : 163

iamfluke

16/09/2013 10:20:46
0



ภาพรุ่น MHC-WZ7AV
ความคิดเห็นที่ : 164

iamfluke

16/09/2013 10:21:45
0



กล่องรุ่น mhc-wz7av