Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

บทวิเคราะห์และความเห็นเรื่อง : ตลาดออนไลน์ยุคใหม่ (2019) โดยเฮียมั่นคง

smith009

28/12/2018 17:06:22
4



บทวิเคราะห์และความเห็นเรื่อง : ตลาดออนไลน์ยุคใหม่ (2019) โดยเฮียมั่นคง

ดูรูปภาพประกอบที่ผมดึงจาก คคห 142 มาให้ดูกัน เป็นแผนภูมิที่ดูง่ายๆเข้าใจทันทีว่าเนื้อหาสาระที่เราคุยกันส่วนใหญ่ของกระทู้นี้จะมีอะไรบ้างนะครับ^^
-----------------------------------


เริ่มต้นกระทู้นี้อ่านจากตรงนี้นะครับ เป็นการตั้งกระทู้ถามของคุณ smith009
เนื้หาคือมีผู้ผลิตจากจีนนำสินค้าจากในจีนโพสขายตรงที่ Marketplace ในไทยในราคาที่ถูกกว่ามาก แล้วก็มีความเห็นจากผมเขียนลงไปอีกยาวเหยียดครับ
↓ ↓ ↓ ↓ ↓ ↓ ↓ ↓ ↓ ↓ ↓

ผมเห็นราคาหูฟังใน....แล้วอ้าปากค้างเลย เช่น RE-400 950 บาท, Megamini 3,237 บาท, Supermini (คาดว่าไม่แถมหูฟัง) 6,507 บาท, HE-400i 4,772 บาท
ไม่รู้ว่าเป็นช่วงโปรโมชั่นหรือเปล่า แต่อ่านดูไม่เห็นบอกไว้
ลองกดสั่งซื้อดู มีค่าขนส่ง 450 บาท/คำสั่งซื้อ
เฮียจะว่าไง ผู้ผลิตมาตั้งร้านขายแข่งด้วย
ต่อไปผู้ผลิตจากจีนรายอื่นคงจะตามมา
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 1

ผมว่านะ

28/12/2018 18:43:14
ถ้ามี Susvara กับ Shangri-La นี่คงอึ้งไปเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

smith009

28/12/2018 19:01:20
4
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 1 - ผมว่านะ
ถ้ามี Susvara กับ Shangri-La นี่คงอึ้งไปเลย
มี Susvara ครับ ราคา 190,227 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

ผมว่านะ

28/12/2018 19:58:50
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 2 - smith009

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 1 - ผมว่านะ
ถ้ามี Susvara กับ Shangri-La นี่คงอึ้งไปเลย
มี Susvara ครับ ราคา 190,227 บาท

อ้าว ผมแค่แซวเล่นๆ ดันมีจริงๆ ซะงั้น แบบนี้งานเข้าแล้วครับเฮีย เจอขายตัดราคาถูกกว่าร้านมั่นคงตั้ง 44,000 แบบนี้ผมคงต้องขอนอกใจเฮียก่อนชั่วคราว เดี๋ยวซื้อมาใช้แล้วมีปัญหาค่อยฝากเคลมผ่านร้านเฮียแทนละกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 4

นายมั่นคง

28/12/2018 23:56:38
3,685
สวัสดีครับ^^

ผมเองเพิ่งทราบเหมือนกันครับ อันที่จริงก็เป็นเรื่องที่ผมเคยคิดล่วงหน้ามาซักระยะนึงแล้ว เกี่ยวกับปัญหาเรื่องมาร์เก็ตเพลสกับผู้ผลิต ซึ่งอีกไม่นานร้านปลีกอย่างผมก็คงทะยอยปิดตัวครับ

ราคาที่ต่างกันเพราะกลไลเรื่องภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม 10+7% ครับ ซึ่งการสั่งจากต่างประเทศแบบพัสดุย่อย น่าจะมีการยกเว้นภาษีจากรัฐบาล ซึ่งข้อนี้ผมก็คงทำไม่ได้ครับ ก็คงต้องยอมรับสภาพและกลไกที่มาใหม่

ผมกำลังหารือกับคุณ Fang ครับ ว่ามีความเห็นอย่างไร และจะให้ผมช่วยเค้าในด้านไหนได้บ้าง แต่ราคาที่ต่างกันมากขนาดนี้ ผมคงทำราคาลงมาไม่ได้มากมายนัก และเดี๋ยวคงต้องคุยเรื่องการประกันว่าทางเค้าจะให้ผมดูแลลูกค้าอย่างไร

ผมไม่มีอะไรเกี่ยงงอนกับ Hifiman เพราะที่ผ่านมายอดขายผมไม่ได้สูงอะไรเลยครับ และในไทยเล่นกันในวงจำกัดมาก หากผมทำต่อได้ในเงื่อนไขที่เค้าช่วยเหลือเพิ่มมาก็คงทำต่อครับ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆผมก็คงต้องยอมแพ้และเลิกนำเข้าในที่สุด

ผมพยายามทำให้ดีที่สุดครับ หากใครมีข้อซักถามเพิ่มเติมโพสถามไว้ได้เลยครับ^^
ให้กำลังใจ 7
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 5

ลูกตาล Reus Glass

29/12/2018 00:12:11
62
มาตรการยกเว้นภาษีออนไลน์จากจีนที่กังวลๆกันตอนนั้นใช่มั้ยครับเนี่ย? 
ผู้ผลิตคุมราคาขายปลีกไม่ได้แบบนี้ ตัวแทนก็ตายน่ะสิครับ ส่งตรงยกเว้นภาษี แล้วจะมีตัวแทนจำหน่ายไปเพื่ออะไร?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

นายมั่นคง

29/12/2018 02:22:31
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 5 - ลูกตาล Reus Glass

มาตรการยกเว้นภาษีออนไลน์จากจีนที่กังวลๆกันตอนนั้นใช่มั้ยครับเนี่ย? 
ผู้ผลิตคุมราคาขายปลีกไม่ได้แบบนี้ ตัวแทนก็ตายน่ะสิครับ ส่งตรงยกเว้นภาษี แล้วจะมีตัวแทนจำหน่ายไปเพื่ออะไร?

ใช่ครับ ตอนนี้การเข้าถึงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว แต่เครื่องมือที่ทำให้ทั้งโลกเข้าถึงกันด้วยข้อมูลส่วนตัวอย่าง Big Data และระบบซื้อขายชำระเงิน-ขนส่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาก ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องมีตัวกลางอีกต่อไปครับ

ร้านที่มีโครงสร้างอย่างผม คาดว่าคงไม่มีความจำเป็นที่จะมี และน่าจะทะยอยปิดตัวลงในอีกไม่นาน ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายๆ อาจจะมีสินค้าบางกลุ่มที่อาจจะต้องพึ่งพาผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่ายอยู่ครับ

ตอนนี้การซื้อขายออนไลน์ ผมเป็นพวกปลายน้ำ ซึ่งคงจะหมดประโยชน์ก่อน ถัดจากผมไปคือผู้นำเข้า distributor ต่างๆ อันนี้ก็เป็นคิวที่จะต้องเลิกตามผมไปแต่อาจจะช้ากว่า แต่ยังไงก็คงไปแน่เหมือนกัน  ทั้งนี้ผมไม่ได้เหมารวมหมด คงจะมีสินค้าบางประเภทที่ยังคงต้องการคนกลางอยู่ครับ

ถ้าในยุคหลายสิบปีก่อน การที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจำหน่ายสินค้าแข่งขันกับลูกค้าตนเอง ถือว่าเป็นการผิดมารยาทมาก แต่ในโลกยุคใหม่เรื่องเหล่านี้เปลี่ยนไปแล้วครับ ไม่มีใครสนใจมารยาทเหล่านี้อีกต่อไป ซึ่งถ้ามองในมุมของผู้บริโภคก็ต้องยอมรับว่าได้ประโยชน์มากกว่าเสียครับ

ผมเองก็ทำการปรับตัวเองและเข้าใจกับกลไกเหล่านี้มาตลอด ส่วนจะปรับตัวตามโลกแล้วทันหรือไม่ก็คงต้องคอยดูกันอีกที และก็คงต้องมองหาอาชีพใหม่รองรับตัวเองและทีมงานเหมือนกันครับ

แต่ผมได้ทำการประชุมทีมงานไปเป็นกลุ่มๆ ก็เล่าและทำความเข้าใจแบบที่ผมพิมพ์นี่แหละครับ คือผมก็ต้องให้น้องๆทุกคนรับทราบและตระหนักถึงความไม่แน่นอนต่อจากนี้ไป อาจจะเป็นการเตรียมใจในเรื่องรายได้หรือความมั่นคงของอาชีพเค้าด้วยครับ

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมและทีมงานทุกคนจะทำให้ดีที่สุดครับ...


ให้กำลังใจ 5
หยิกหู 0
แจกหู 6
ความคิดเห็นที่ : 7

Alpha

29/12/2018 06:54:56
110
ขอเอาใจช่วยเฮียครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

somkiatr

29/12/2018 07:22:05
1,619
ผมว่านะครับ ร้านแบบเฮียยังจำเป็นต้องมีเนื่องเนื่องจากสินค้าพวกนี้ยังจำเป็นต้องมีการหยิบ จับ ทดลองใช้  และการบริการหลังการขาย  ถ้า brand ไหน ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าฆ่าตัวเองทางอ้อม อีกหน่อยเวลาจะลอง hifiman รุ่นใหม่ก็ไม่รู้จะไปลองที่ไหน แล้วจะกล้าสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างไร
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 9

pockethifi

29/12/2018 08:23:28
99

แล้วร้านขายอย่าง powerbuy powermall มุมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียงในห้าง เขาอาการเป็นยังไงครับ เฮียพอจะรู้ข่าวไหม  เพราะ marketplace สารพัดก็ขายของแบบเดียวกัน 

ผมนึกถึง nad บ้านทวาทศิน สงสัยว่าเขาอยู่รอดได้ยังไงผ่านมา 30 ปี ผ่านมาทุกยุคแล้ว หรือเฮียต้องโฟกัสสินค้ายุโรป อเมริกา แทน  เพราะพวกนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลมายากกว่านิดนึง

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

ผมว่านะ

29/12/2018 09:14:47
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 8 - somkiatr

ผมว่านะครับ ร้านแบบเฮียยังจำเป็นต้องมีเนื่องเนื่องจากสินค้าพวกนี้ยังจำเป็นต้องมีการหยิบ จับ ทดลองใช้  และการบริการหลังการขาย  ถ้า brand ไหน ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าฆ่าตัวเองทางอ้อม อีกหน่อยเวลาจะลอง hifiman รุ่นใหม่ก็ไม่รู้จะไปลองที่ไหน แล้วจะกล้าสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างไร

ผมว่านะมันต้องมีพวกหัวหมอลองร้านเฮียแต่ซื้อออนไลน์อยู่แล้วครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

smith009

29/12/2018 10:02:23
4
ขอโทษเฮียด้วยครับ มาเปิดเรื่องนี้ในช่วงเตรียมเฉลิมฉลองปีใหม่ ทำให้เสียบรรยากาศไป
ถ้าสู้ไม่ได้ก็เข้าร่วมซะเลยไหม
ผมเห็นเว็บซื้อ-ขายสินค้า IT เจ้าใหญ่ ๆ เช่น Advice, JIB ยังไปเปิดร้านใน Shopee
แล้วเฮียล่ะครับ มีโครงการไปเปิดร้านขายใน marketplace ไหม
ดูแล้วก็น่าจะดี ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายซื้อ Hardware, Software, ค่าพัฒนาระบบ, ค่าดูแล server
แล้วใน marketplace ก็มีฐานลูกค้ามากกว่า
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

ลองดูครับ

29/12/2018 10:18:35
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 8 - somkiatr

ผมว่านะครับ ร้านแบบเฮียยังจำเป็นต้องมีเนื่องเนื่องจากสินค้าพวกนี้ยังจำเป็นต้องมีการหยิบ จับ ทดลองใช้  และการบริการหลังการขาย  ถ้า brand ไหน ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าฆ่าตัวเองทางอ้อม อีกหน่อยเวลาจะลอง hifiman รุ่นใหม่ก็ไม่รู้จะไปลองที่ไหน แล้วจะกล้าสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างไร

ที่เมืองนอกเค้ามีเงื่อนไข "ไม่พอใจยินดีคืนเงินภายในxxxวัน โดยไม่มีเงื่อนไข" ไงครับ นักรีวิวหูฟังใน YouTube บางคนก็สั่งหูฟังมาลองเป็น 10 รุ่น ลองฟังจนหนำใจพอได้รุ่นที่ถูกใจก็ซื้อแค่รุ่นเดียว ที่เหลือส่งคืนหมดและได้เงินคืนเต็มจำนวนด้วย ต่อไปบ้านเราก็คงใช้ระบบเดียวกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 13

นายมั่นคง

29/12/2018 10:52:10
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 11 - smith009

ขอโทษเฮียด้วยครับ มาเปิดเรื่องนี้ในช่วงเตรียมเฉลิมฉลองปีใหม่ ทำให้เสียบรรยากาศไป
ถ้าสู้ไม่ได้ก็เข้าร่วมซะเลยไหม
ผมเห็นเว็บซื้อ-ขายสินค้า IT เจ้าใหญ่ ๆ เช่น Advice, JIB ยังไปเปิดร้านใน Shopee
แล้วเฮียล่ะครับ มีโครงการไปเปิดร้านขายใน marketplace ไหม
ดูแล้วก็น่าจะดี ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายซื้อ Hardware, Software, ค่าพัฒนาระบบ, ค่าดูแล server
แล้วใน marketplace ก็มีฐานลูกค้ามากกว่า

ไม่เป็นไรครับ^^ ดีเสียอีก มีคนคุยเรื่องเหล่านี้ผมกลับชอบ เพราะอย่างน้อยทุกท่านคงจะทราบเหตุผลและที่มาที่ไปว่าทำไมราคาจำหน่ายปลีกถึงต่างกันขนาดนี้ เป็นเพราะร้านค้ากำไรมากไป หรือมีเหตุใดมาร์เก็ตเพลสถึงทำราคาได้ดีกว่า

มั่นคงน่าจะเป็นร้านเดียวที่ไม่เข้ามาร์เก็ตเพลสที่ไหนเลยซักที่ เพราะผมมองว่ามันเป็นโมเดลที่ออกมาฆ่าหรือกัดกินธุรกิจรายย่อย การที่เอาเงินออกมาแจกหรือเผาโชว์ แจก code ลด โดยที่ตัว marketplace ขาดทุน เป็นเพราะต้องการหวังน้ำบ่อหน้าที่ตักกินตักใช้ไม่หมด วิธีเดียวคือจัดการพวกนอกคอกอย่างผมให้หมดก่อน 55

การแห่เข้ามาร์เก็ตเพลสของผู้ค้ารายย่อย เป็นเพียงเฮตามกระแส แต่จริงๆลองคิดดูครับ ว่าจะมีผู้ที่อยู่ได้จริงขายได้จริงกี่คน ผู้ที่อยู่ได้ก็คือรายใหญ่อำนาจต่อรองสูง และการขายในมาร์เก็ตเพลส พวกแบรนด์หรือศูนย์เข้าไปตั้งร้านขายแข่งขันกับลูกค้าตนเองหมดทุกรายแล้ว การที่ทุกๆคนเฮโลเข้าไปขายก็คือการสร้างความชอบธรรมให้กับเค้าว่าวิธีนี้ถูกต้อง สามารถทำได้

หากร้านมั่นคงเข้าไปขายใน marketplace ก็เท่ากับว่าต่อไปจะไม่มีใครซื้อของมั่นคงในร้านมั่นคงอีกต่อไป และผมก็จะกลายเป็นบริวารคนอื่นไป ผมว่าผมอยู่ข้างนอก ตั้งใจขายของตั้งใจให้บริการ และปรับทิศทางเรื่อยๆอาจจะรอดได้ครับ และทุกวันนี้ผมยังมั่นใจว่าราคาสินค้าในร้านผมส่วนใหญ่ยังแข่งขันได้ครับ

แต่ถ้าหากร้านไปไม่ได้ และพนักงานอยากให้ผมเข้ามาร์เก็ตเพลสจริงๆ และเพื่อความอยู่รอดของทุกๆคน(ซึ่งไม่มีใครรับรอง) ผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ครับ

ผมเองเจียมตัวตลอดว่าเราเล็กในที่ของเราน่าจะดีกว่า การเข้ามาร์เก็ตเพลสเข้าวันไหนก็ได้ แต่เข้าไปแล้วอาจจะเสียตัวตนที่อุตส่าห์ทำกันมาไปเลยครับ

ผมยอมเป็นหัวหมา ดีกว่าเป็นหางมังกรครับ ผมคิดเสมอว่าความเป็นร้านมั่นคงนั้น เงินไม่ใช่คำตอบทุกอย่างครับ ^^






ให้กำลังใจ 8
หยิกหู 0
แจกหู 13
ความคิดเห็นที่ : 14

ผมว่านะ

29/12/2018 13:14:53
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 12 - ลองดูครับ

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 8 - somkiatr

ผมว่านะครับ ร้านแบบเฮียยังจำเป็นต้องมีเนื่องเนื่องจากสินค้าพวกนี้ยังจำเป็นต้องมีการหยิบ จับ ทดลองใช้  และการบริการหลังการขาย  ถ้า brand ไหน ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าฆ่าตัวเองทางอ้อม อีกหน่อยเวลาจะลอง hifiman รุ่นใหม่ก็ไม่รู้จะไปลองที่ไหน แล้วจะกล้าสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างไร

ที่เมืองนอกเค้ามีเงื่อนไข "ไม่พอใจยินดีคืนเงินภายในxxxวัน โดยไม่มีเงื่อนไข" ไงครับ นักรีวิวหูฟังใน YouTube บางคนก็สั่งหูฟังมาลองเป็น 10 รุ่น ลองฟังจนหนำใจพอได้รุ่นที่ถูกใจก็ซื้อแค่รุ่นเดียว ที่เหลือส่งคืนหมดและได้เงินคืนเต็มจำนวนด้วย ต่อไปบ้านเราก็คงใช้ระบบเดียวกันครับ

แบบนี้ก็เจ๊งสิครับ เจอพวกลองอย่างเดียวแต่คืนเงินหมดไม่ซื้อซักตัวทำไงล่ะครับของก็แกะใช้แล้ว
ทางเดียวที่คิดออกคือเฮียต้องคุยกับ hifiman ให้ขายราคาเดียวกันได้ ถ้ามันไม่ยอมก็เลิกเป็นตัวแทนไปเลยไม่ต้องง้อมันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 15

นายมั่นคง

29/12/2018 13:51:35
3,685
555 นโยบาย 30 วันหากไม่พอใจคืนเงินเต็มของเมืองนอก จริงๆคนไทยเราเข้าใจผิดมาตลอดนะครับ เช่นซื้อมา $500 นึกว่าแกะใช้ พอถึง 30 วันชั้นไม่พอใจขอส่งคืน เค้าคืนเงิน $500 แล้วก็ไปใช้วิธีนี้กับสินค้าชิ้นอื่นได้อีกเรื่อยๆ

ที่ถูกต้องทางผู้ขายจะมีการหักเงินบางส่วน คั้งแต่ค่าขนส่ง ค่า repacking ค่า fee และหักเงินกรณีบห่อชำรุด อุปกรณ์ไม่ครบถ้วน สุดท้ายอาจจะได้เงินคืนแค่ $400 แล้วคนขายก็นำไปห่อใหม่ แล้วขายเป็นเกรด refurbished ที่ราคาถูกกว่า

คนไทยใช้วิธีนี้น่าจะไม่ได้ครับ คงวุ่นวายและชุลมุนโกงกันอุตลุต หรือถ้าใครโฆษณาแบบนี้ก็แสดงว่าแอบหมกเม็ดไว้อีก ไม่ได้บอกเงื่อนไขหมด สุดท้ายคนขายและคนซื้อไปดราม่าด่ากันบนเฟซบุ๊คตามเคย 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 16

taung2611

29/12/2018 15:21:54
6
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอเมริกาถึงทำสงครามการค้ากะจีนแบบฝุ่นตลบในช่วงนี้ 555

ส่วนตัวผมมองว่าระบบลอจิสติกที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดนี่ส่งผลกระทบกับผู้ค้ารายย่อยและตัวแทนจำหน่ายมากกว่าระบบออนไลน์เสียอีก

จีนเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศที่เร่งพัฒนาระบบลอจิสติกแบบจริงจังโดยมีรัฐบาลหนุนหลังแบบสุดลิ่มทิ่มถูรูเพื่อพัฒนาศักยภาพการค้าของธุรกิจในประเทศ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประเทศรอบข้างในด้านต่าง ๆ เพื่อแลกกับการลดกำแพงภาษี ซึ่งประเทศไหนรู้ทันก็โชคดีไป ประเทศไหนที่รู้ไม่ทัน (เหมือนบางประเทศแถว ๆ นี้) ก็เตรียมรับชะตากรรมได้เลย

ก็หวังว่ารัฐบาลทรัมป์บ้าจะรบเพื่อหยุดความร้อนแรงของอาเสี่ยแดนมังกรลงได้บ้าง ถ้าไม่อย่างนั้น หลังจากนี้ก็คงหมดยุคทาสเทคโนโลยีที่เราถูกญี่ปุ่นกะอเมริกาครอบงำมานาน กลายเป็นทาสทางเศรษฐกิจที่ถูกยึดครองโดยจีน โลกอีก 10 ปีหลังจากนี้คงสนุกพิลึก
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 17

นายมั่นคง

29/12/2018 16:37:58
3,685
คนไทยไม่โง่กว่าใครหรอกครับ เพียงแต่คนไทยใช้เงินซื้อได้ต่างหาก โดยเฉพาะผู้บริหารของประเทศไทยนั้นมีความซับซ้อนสูง คือตัวเองต้องอยู่ต่อได้ และคนรอบข้างที่เคยอุปการะก็ต้องอยู่ได้ไม่ต้องถูกดำเนินคดี เมื่อมีคนเหล่านี้มากๆ...

เงินก็สามารถเจาะเข้ามาได้ การเสนอผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆเพื่อแลกกับการเข้ามากว้านและถลุงทรัพยากรของชาติไทย ทำให้จีนสามารถทำได้สะดวกโยธิน การวิเคราะห์ว่าใครได้ใครเสียก็หมดไปเพราะผู้นำไทยปิดลูกกะตาอยู่ครับ

ฝรั่งกับจีนเวลาดีลแข่งกัน ฝรั่งสู้ไม่ได้หรอกครับ ยังถือว่าห่างชั้น แต่ฝรั่งเค้ามีจิตสำนึกเรื่องปกป้องสู้รบผลประโยชน์ของชาติและพลเมือง ในขณะที่ไทยไม่มีเรื่องพวกนี้อยู่เลย...

นั่นเพราะเงินอย่างเดียว


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 18

ลูกตาล Reus Glass

29/12/2018 16:47:50
62
ผมคิดเล่นๆว่า ถ้าออนไลน์ยกเว้นภาษี
แบบนี้เฮียสั่งของจากผู้ผลิตมาทางออนไลน์ จะถูกกว่าสั่งมาแบบเดิมๆมั้ย?
ผู้ปกก.จะสั่งของทางออนไลน์แทนวิธีเดิมๆได้มั้ย? ภาษีเข้ารัฐก็หายไป?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 19

นายมั่นคง

29/12/2018 17:22:03
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 18 - ลูกตาล Reus Glass

ผมคิดเล่นๆว่า ถ้าออนไลน์ยกเว้นภาษี
แบบนี้เฮียสั่งของจากผู้ผลิตมาทางออนไลน์ จะถูกกว่าสั่งมาแบบเดิมๆมั้ย?
ผู้ปกก.จะสั่งของทางออนไลน์แทนวิธีเดิมๆได้มั้ย? ภาษีเข้ารัฐก็หายไป?

เรื่องการจัดเก็บภาษีที่ต่างกันนี่ก็เป็นปัญหา สินค้าจากจีนกับทางฝั่งตะวันตกจัดเก็บไม่เหมือนกัน เพราะรัฐบาลไทยเซ็นหนังสือตกลง MOU ไปแล้วกับจีน

แต่ปัญหาใหญ่ผมว่าคือการที่แบรนด์ต้องการจำหน่ายสินค้าเองโดยตรงเลย ตรงนี้ต่างหากที่กระทบ เพราะผมก็อาศัยสั่งสินค้าจากแบรนด์มาขาย แล้วคราวนี้ผมจะไปขายแข่งกับแบรนด์ได้ยังไงเล่าครับ 555

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบทุกวงการอยู่ในขณะนี้ครับ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 20

eagles

29/12/2018 18:24:38
ใช่อย่างที่เฮียพูดเลย พวกของจีนต่างๆสมัยนี้ สามารถซื้อในราคาถูกเพียงแค่รอ 10วัน ตอนนี้เลยมีร้านไทยที่ขายแพงกว่านิดนึง แล้วต้องเขียนตัวหนังสือตัวใหญ่ๆว่าส่งจากไทย ได้รับเร็วกว่า และอาจจะมีการรับประกันให้ด้วย ประมาณนี้
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 21

เลิกขายเลิกเชียร์

29/12/2018 19:34:59
ทางเดียวที่นึกออกคือเลิกขายสินค้าจีนครับ ลบให้หมดรีวิวทั้งหลายเลิกเชียร์เลิกพูดถึง ทำแบบนี้หักหลังชัดๆครับ
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 22

เลิกขายเลิกเชียร์

29/12/2018 19:39:14
ใครอยากซื้อก็วัดดวงสั่งออนไลน์เอาเองดูซิจะกล้าสั่งไหมวัดดวงสั่งออนไลน์เอาเองดูซิจะกล้าสั่งไหมถ้าไม่มีให้ลอง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 23

Draco

29/12/2018 22:13:09
346
ถ้าเค้าอยากขายตรงเอง  ร้านเฮียไม่มีให้ลองดูสิ  มันจะมีใครกล้าซื้อหูหลายๆตังโดยไม่ต้องลองฟัง ไม่ต้อง matching   ขายตรงได้แต่ขายไม่ออกเนี่ย ดูสิจะดีจริงไหม

ปล. คิดไปคิดมา มิน่ายี่ห้อนี้ถึงลงมาเล่นหูฟังหลักร้อยด้วย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 24

ปวดใจแทน

29/12/2018 22:33:08
พวกไปลองฟังร้านเฮียเพื่อซื้อร้านอื่นมีเยอะนะครับทำเล่นไป เคยนั่งอยู่พารากอนคนข้างๆนี่กดซื้อร้านอื่นหน้าตาเฉย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 25

tore 27

31/12/2018 22:55:52
4
เลิกขายของจีนไม่ได้หรอกครับ​ ถ้าเลิกขายของจีน​ เตรียมยกเลิกกิจการได้เลยครับ​ เข้าใจว่าพูดเพราะอารมณ์​ มองไปรอบตัวเรา​ ข้าวของเครื่องใช้​ มีของจีนกี่???  พวกนี้มันเป็นวัฏจักร​ ร้านไหนปรับตัวไม่ได้ก็ปิดไป​ ร้านที่ยังอยู่ก็ต้องพยายามปรับตัววางกลยุทธองค์มาใหม่​ สู้ไม่ถอยอีกสักตั้ง​ ถ้าไม่ไหวก็แยกย้าย^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 26

ลูกตาล Reus Glass

31/12/2018 23:49:59
62
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 25 - tore 27

เลิกขายของจีนไม่ได้หรอกครับ​ ถ้าเลิกขายของจีน​ เตรียมยกเลิกกิจการได้เลยครับ​ เข้าใจว่าพูดเพราะอารมณ์​ มองไปรอบตัวเรา​ ข้าวของเครื่องใช้​ มีของจีนกี่???  พวกนี้มันเป็นวัฏจักร​ ร้านไหนปรับตัวไม่ได้ก็ปิดไป​ ร้านที่ยังอยู่ก็ต้องพยายามปรับตัววางกลยุทธองค์มาใหม่​ สู้ไม่ถอยอีกสักตั้ง​ ถ้าไม่ไหวก็แยกย้าย^^

ผมเข้าใจว่ามันเป็นปัญหาเฉพาะเจ้านะครับที่เจ้าของแบรนด์เลือกทำตลาดแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าจะเลิกขายของจากจีนทุกเจ้า (ซึ่งเคสนี้ผมคิดว่าเฮียคงไม่ได้พูดเพราะอารมณ์) คือผู้ผลิตเลือกทางไม่เห็นหัวตัวแทนจำหน่าย แล้วจะทำการค้าต่อไปกันยังไง? 
เทียบเคสของ Alex แห่ง A&K ยังช่วยจัดการปัญหาคล้ายๆกันได้ลงตัวเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 27

tore 27

01/01/2019 00:28:13
4
ถึงท่าน​ลูกตาล​reus glass
ผมรบกวนท่านอ่านทุกเม้นแล้วจับใจความใหม่ทุกเม้นดีดีครับ​ ขอบคุณครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 28

ลูกตาล Reus Glass

01/01/2019 09:24:21
62
โอเคครับ ถ้าหมายถึงทุกเม้นในนี้ก็มีเม้นใช้อารมณ์จริงตามนั้น ผมนึกว่าสนใจเฉพาะประเด็นที่เฮียพิมพ์ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 29

นายมั่นคง

01/01/2019 12:27:10
3,685
สวัสดีปีใหม่ครับทุกๆท่าน^^

ขอบคุณสำหรับทุกๆคำแนะนำครับ เรื่องใหม่สำหรับคนไทยทุกๆคนก็คือเรื่องระบบและช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่ตอนนี้มันมาถึงยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก และมือใครยาวสาวได้สาวเอา นั่นเป็นเพราะทุกคนไม่แน่ใจว่าสุดท้ายโลกจะปรับไปทิศไหน ก็เลยต้องตักตวงให้มากสุด เร็วสุดไว้ก่อน

ผมน่าจะไม่มีอารมณ์อะไรนอกจากอารมณ์สะท้อนใจครับ 555 ผมมองว่ารูปแบบมันบิดเบี้ยว มิตรภาพที่คบหากันมากลับมากลายเป็นความไม่เข้าใจกัน และระแวงกัน ทุกคนกลัวเสียโอกาสก็เลยลืมกติกามารยาทที่ดีต่อกัน อันนี้ผมพูดรวมๆว่าตอนนี้ทุกคนในโลกเริ่มคิดแบบนี้กันหมด

ส่วนผมก็ปรับตัวปรับทิศทางและองค์กรตลอดครับ ซึ่งก็พยายามให้ดีที่สุด แต่จะได้แค่ไหนก็ต้องว่ากันอีกครั้งหลังฝุ่นจางลงครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 30

somkiatr

01/01/2019 20:56:10
1,619
         ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างโดน Disruption ไปหมด พวกธนาคารกำลังยื่นขอเสนอ ธปท. เกี่ยวกับการขอเก็บค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนเงิน/ทำรายการ หน้าเค้าท์เตอร์  ATM ก็จะลดเหลือกดฟรีไม่เกินเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อผลักไสไล่ส่งให้ลูกค้าไปใช้ช่องทางผ่าน Mobile Apps หรือ Internet ให้หมด  พนักงานธนาคารถูก Layoff ไปบางส่วนแล้ว และกำลังจะมีเรื่อยๆ  ธุรกิจผลิตหลอดนีออนก็เปลี่ยนเป็นหลอด LED แล้ว โรงงานผลิตบัลลาสท์ และสตาร์ตเตอร์ที่เป็นส่วนประกอบของหลอดนีออนเริ่มจะเจ๊งหรือไม่ก็หันไปผลิตอย่างอื่นลง เพราะหลอด LED มันไม่ต้องใช้  และยังไมีอีกหลายๆอย่างในเมืองไทยที่กำลังจะโดน disrupt ไปเรื่้อยๆครับ

         สำหรับธุรกิจออนไลน์สำหรับสินค้าพวกหูฟัง gadget ผมว่าร้านแบบเฮียยังไง ยังไง มันก็ต้องมีครับ เพราะมันต้องมีการหยิบ จับ ทดลองสวมใส่ หรือทดลองฟัง ทดลองใช้งาน และ คำแนะนำจากพนักงานร้าน แม้นว่าจะสามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ได้ แต่ร้านแบบเฮียมันทำหน้าที่สนับสนุนการขาย ก่อนลูกค้าจะตัดสินใจซื้อครับ  คล้ายๆกับร้าน Apple หรือ Authorized Dealer ต่างๆนั่นล่ะครับ เราสามารถสั่งสินค้าทางออนไลน์ได้ แต่ร้าน Apple จะทำหน้าที่คล้ายๆ showroom หรือแหล่งให้ความรู้ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้ และยิ่งมาเจอบริการหลังการขายแบบถึงลูกถึงคนก็ยิ่งไปกันใหญ่
        ถ้าวันใดที่ร้านเฮียไม่มี Hifiman ให้ลอง  ไม่มีสินค้าให้คุณหลุยส์รีวิว ต่อไป Hifiman รุ่นใหม่ๆก็คงจะหาคนกล้าซื้อยากขึ้นล่ะครับ เพราะยี่ห้ออื่นๆที่ดีๆหรือดีกว่ายังมีให้เลือกอีกเยอะครับ 

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 31

นายมั่นคง

01/01/2019 22:03:53
3,685
555 ตอนนี้หลายภาคส่วนก็เป็นแบบที่พี่สมเกียรติว่า เพราะเทคโนโลยีที่มาแทนที่งานที่ใช้คนครับ การเข้าถึงถูกปรับโดยใช้ทางลัด และเป็นการลัดยังไงก็ได้โดนขาดการวางแผนรองรับครับ

สำหรับสินค้าที่ถูกจำหน่ายตรงจากจีนโดยผู้ผลิตจากจีน ตอนนี้ทะยอยลัดตรงมาถึงไทยรวมถึง Hifiman ด้วยครับ ซึ่งผมก็คงหารือตามขั้นตอนไปเรื่อยๆก่อน แต่ถ้าหากว่าผมไม่สามารถจำหน่ายสินค้าในราคาใกล้เคียงกันกับทาง Hifiman บนมาร์เก็ตเพลสได้ ผมก็คงยุติการจำหน่ายแน่นอนครับ

ซึ่งก็คงไม่มีปัญญาสต๊อกสินค้าหรือมีสินค้าทดลองอีกต่อไป นั่นหมายความว่าผมทำต่อไม่ได้จริงๆครับ    แล้วถ้ามีคนสงสัยถามว่าแล้าถ้าทุกแบรนด์ทำแบบนี้หมดจะทำไง ผมก็คงได้แต่ยิ้มแห้งๆเพราะต้องเลิกขายไปทีละแบรนด์ จนกว่าจะคิดวิธีออก หรือจนกว่าจะหาอาชีพอื่นมารองรับครับ

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมไม่เข้าไปอยู่ในมาร์เก็ตเพลสที่ไหนเลย เพราะผมเข้าไปในนั้นก็มีพวก Official brand อยู่แล้ว และใครจะไปแข่งขันกับต้นตอได้ในเมื่อผมทำหน้าที่เป็น reseller อยู่ ผมว่ามันตลกๆและอิหลักอิเหลื่อชอบกล แต่ถ้ามีแบรนด์ไหนยังเล็งเห็นความสำคัญตรงนี้ ผมก็อาจจะมีทางรอด

แต่ที่เห็นๆตอนนี้แทบไม่มีซักราย 555
ให้กำลังใจ 3
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 32

artpiggo

01/01/2019 22:18:27
360
สินค้าฝั่ง US, UK, JP, KR ยังไม่เข้ามาตรงๆเหมือนจีน ใช่มั้ยครับเฮีย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 33

ลูกตาล Reus Glass

01/01/2019 22:20:22
62
แต่ที่เห็นๆตอนนี้แทบไม่มีซักราย 555

นี่หมายถึงเฉพาะของจากทางจีนที่ได้งดภาษี หรือทุกที่เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรปด้วยครับ?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 34

นายมั่นคง

01/01/2019 22:36:23
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 33 - ลูกตาล Reus Glass

แต่ที่เห็นๆตอนนี้แทบไม่มีซักราย 555

นี่หมายถึงเฉพาะของจากทางจีนที่ได้งดภาษี หรือทุกที่เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรปด้วยครับ?

ที่ผมเขียนทิ้งท้ายว่าแทบไม่มีซักราย นั้นหมายถึงในไทยนี่แหละครับ 555 ตอนนี้แบรนด์ official ในมาร์เก็ตเพลสไทยก็ทำการขายแข่งกับลูกค้าตัวเองแทบทั้งหมด และเป็นแบบนี้กับทุกๆวงการ 

ผมเองเขียนไปแบบนี้ก็อาจจะโดนให้เลิกขายในเร็วๆนี้ แต่ตอนนี้เลิกหรืออยู่ก็ตายอยู่แล้วครับ 555 ก็คงต้องบอกว่าถ้าเค้าให้เลิกก็เลิกครับ ผมทำได้ดีที่สุดคือปรับวิธีการปรับตัวเองและทิศทางช่องทางการขาย

แต่เชื่อไม๊ครับว่ามันยากถึงยากที่สุด เพราะประตูทางเข้ามันมีทางเดียว คือยังไงผมก็ต้องเอาสินค้าต่อจากคนอื่นอีกทีนั่นเอง^^
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 35

ลูกตาล Reus Glass

01/01/2019 23:00:53
62
ผมเข้าใจละครับ officialในไทยเค้าก็เปิดช่องทางขายของเขาเองโดยไม่ผ่าน reseller 
แต่แก้ปช่องว่างราคามันยังไม่มี(ถึงมีก็น่าจะน้อยไม่เหมือนเคสวิ่งตรงจากจีน)
อันนี้ผมมองว่าทำได้เต็มที่แล้ว เพราะ0เขาก็มีออฟฟิสเอง บริการได้เอง ถ้าตัดสินใจจะเลิกresellerก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เราทำอะไรไม่ได้ครับ

แต่มุมมองลูกค้า ของที่ราคาเท่าๆกันยังไงผมก็สะดวกไปซื้อจากร้านปลีกมากกว่าศูนย์นะครับ เพราะต้องลองต้องจับด้วย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 36

นายมั่นคง

01/01/2019 23:20:14
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 32 - artpiggo

สินค้าฝั่ง US, UK, JP, KR ยังไม่เข้ามาตรงๆเหมือนจีน ใช่มั้ยครับเฮีย

เล่าเรื่องนี้แล้วสนุก 55

แพลทฟอร์มของฝรั่งที่คนไทยเข้าใจกันดีก็คือ Ebay ซึ่งอีเบย์นั้นควบรวมของ US UK DE และอีกหลายประเทศ ฝั่งญี่ปุ่นก็มี Yahoo Rakuten แต่สิ่งที่เชื่อมตรงมาไม่สำเร็จก็คือ 2 เรื่อง ภาษีและค่าขนส่ง

โดยเฉพาะอีเบย์นั้น ถ้าส่งแบบราคาถูก สมมุติว่าของขนาดลังเบียร์ มูลค่า 10000 บาทหนักซัก 10 กิโล ค่าส่งแบบขี้หมูขี้หมาคือ 3-4000 บาท แต่ถ้าอยากให้ส่งแบบมีประกันชั้นหนึ่งแบบ Ebay Global Shipping ท่านจะโดนค่าส่งคร่าวๆคือ 7-8000 บาท เท่ากับท่านซื้อของ 10000 จ่ายค่าส่ง+ค่าประกัน+ภาษีอีก 8000 รวมเป็น 18000 บาท (เค้าเก็บภาษีต้นทาง ไม่ใช่มาวัดดวงทีหลัง)

ในขณะที่จีนสนับสนุนค่าส่งจากภาครัฐ เท่ากับซื้อของจากจีนในราคาและขนาดใกล้เคียงกัน ท่านอาจจะเสียเพียง 10500 บาท นี่คือสาเหตุที่ฝรั่งอ้วกแตกเพราะทนกับวิธีคำนวนและค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นจริงไม่ไหว ทำให้จีนผงาดในช่องทางออนไลน์ในไทยได้ดีกว่ามาก ภาครัฐของไทยเอื้อประโยชน์เรื่องภาษีให้กับสินค้าจีนมากกว่าอย่างที่ทราบกัน

และภาครัฐของไทยไม่ตระหนักผลเสียที่จะตามมาครับ ขาดการวิเคราะห์เจาะลึกถึงผลได้ผลเสียที่แท้จริง จริงอยู่ตอนนี้คนไทยสนุกและได้ประโยชน์จากมาร์เก็ตเพลสที่เอาเงินตัวเองมาช่วยล่อในรูปแบบส่วนลด รูปแบบโค้ดสารพัด แต่ขอให้มองอีกมุมครับ มันคือการซื้อเสียง เอาเงินฟาดหัวคนไทยเหมือนนักการเมืองไทยซื้อเสียงนั่นแหละครับ

เรื่องนี้ผมพิมพ์มากก็โดนด่า เพราะคนส่วนใหญ่บอกว่าชั้นไม่สน ทำไงก็ได้ขอให้ราคาถูก ขอให้ถูกก่อนข้างหน้าจะเป็นอย่างไรช่างมัน ผมเองก็พยายามแข่งขันอย่างที่ทุกท่านเห็นอยู่นี่แหละครับ  ซึ่งผมก็ยอมรับกับท่านตรงๆว่าไม่รู้จะแข่งขันได้กี่น้ำกัน 555


ให้กำลังใจ 2
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 37

นายมั่นคง

01/01/2019 23:40:51
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 35 - ลูกตาล Reus Glass

ผมเข้าใจละครับ officialในไทยเค้าก็เปิดช่องทางขายของเขาเองโดยไม่ผ่าน reseller 
แต่แก้ปช่องว่างราคามันยังไม่มี(ถึงมีก็น่าจะน้อยไม่เหมือนเคสวิ่งตรงจากจีน)
อันนี้ผมมองว่าทำได้เต็มที่แล้ว เพราะ0เขาก็มีออฟฟิสเอง บริการได้เอง ถ้าตัดสินใจจะเลิกresellerก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เราทำอะไรไม่ได้ครับ

แต่มุมมองลูกค้า ของที่ราคาเท่าๆกันยังไงผมก็สะดวกไปซื้อจากร้านปลีกมากกว่าศูนย์นะครับ เพราะต้องลองต้องจับด้วย

ขอบคุณครับที่คุณลูกตาลยังมีแนวคิดในการซื้อสินค้าแบบนี้อยู่^^

จริงๆเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องภายในระหว่างองค์กรเป็นเรื่องการเจรจาซื้อขายกันในเงื่อนไขที่ทุกคนปลงใจและยินดีในเงื่อนไขนั้น แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปหมดแล้วครับ ปัญหารุนแรงคือการต้องซื้อสต๊อกสินค้าไว้ขายและขายแข่งกับคนที่ขายสินค้าให้เรา มูลค่าสินค้า ณ วันซื้อกับมูลค่าสินค้า ณ ตอนขายออกนั้นมันขาดความเป็นธรรมครับ (คนที่สต๊อกสินค้าไว้ขายจำนวนมากจะทราบดีว่าทรมานอย่างไร)

ตอนนี้มันเป็นเทรนด์ทั้งในไทยและทั้งโลก จะบอกว่าเป็นระบบที่ตัดตัวกลางออกในที่สุดก็คงใช่ ตอนนี้ระบบยังคงเป็นการแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ Brand จะขายเองก็อยากทำ พวก reseller ก็ต้องเลี้ยงไว้เพราะมีที่โชว์ที่ลองและช่วยผลักดันสินค้า และ reseller อยู่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากกว่า Brand รู้ใจและเข้าใจหัวอกลูกค้ามากกว่า Brand

แต่เมื่อไหร่ที่ reseller หมดประโยชน์ก็คงโดนไล่เตะในที่สุด และตอนนั้นผมก็คงโดนไล่เตะเช่นกัน 555

แล้วเราอาจจะได้เจอกันในธุรกิจอื่นนะครับ ^^


ให้กำลังใจ 2
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 38

Peerasak

02/01/2019 07:54:29
78
ต่อรอง hifiman เรื่องการรับประกันได้ไหมครับ เช่น ซื้อจากเฮียเพิ่มประกันเป็น 5 ปี ซ่อมฟรีทุกอาการ ฟรีค่าขนส่งไปกลับโดยที่ hifiman ต้องออกให้ทุกอย่างทั้งค่าส่งและอะไหล่ที่ซ่อม 

ส่วนใครที่ซื้อออนไลน์ประกันแค่ 1 ปี แต่ส่งเคลมร้านเฮียไม่ได้ ต้องส่งไปไปเองและออกค่าใช้จ่ายเองทุอย่าง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 39

โจ้

02/01/2019 09:10:18
7
มุมมองลูกค้า อันไหนถูกเค้าก็ซื้ออันนั้นรับง่ายๆเลย

ยิ่งพวกของถูกๆราคาหลักพันหรือไม่เกินพันเค้าก็เอาถูกไว้ก่อนอยู่แล้วเสียก็ทิ้ง ยกเว้นราคาหลายหมื่นคนซื้อก็ต้องการหลักประกันหากเสียก็ต้องมีศูนย์บริการที่ดี

ส่วนตัวว่าหาก Hifiman ทำราคาให้ร้านเฮียไม่ได้อย่างที่ขายเอง(อาจจะมากกว่าสัก15-20%) ผมว่าเฮียเลิกขายมันเถอะครับ

เอาง่ายๆผมซื้อร้านเฮียได้รับบริการดีทุกอย่าง แต่เพื่อนผมซื้อ(JD Central)ได้ถูกว่าครึ่งหรือเกือบครึ่งผมก็มีคิดนะครับ 555

ส่วนใน shopee หรือ Lazada ทำไมผมกลับอยากให้เฮียไปเปิดนะ  บางทีเล่นเกมส์ได้ส่วนลดมาก็อยากใช้ ผมว่าดีออกลูกค้าได้ใช้ เฮียได้ขายของ อาจจะเริ่มพวกสินค้าราคาไม่สูงก่อนก็ได้ครับ สินค้าจำพวกที่ไม่มีจีนมาเปิดแข่ง ราคาจะได้แข่งเฉพาะคนไทย  เอาง่ายๆ หากราคาไม่ต่างกันมากผมก็จะซื้อกับร้านที่เชื่อถือได้นะ คนไทยขายแข่งกันเอง ผมก็ยังจะซื้อร้านที่เชื่อถือได้อยู่นะ  แต่ก็แล้วแต่นโยบายร้านครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 40

tu...ta

02/01/2019 09:50:49
วันนี้ไปดูที่ JD มาแล้ว ราคาถูกปรับเป็นเท่ากับร้านเฮียละครับ ในมุมมองของผมสิ่งที่เราได้จากการเข้าไปขายใน marketplace คือสินค้าเราได้มีสิทธิเข้าถึงลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผมที่เป็นธุรกิจเล็กๆในช่วงขาลงคือหนังสือ ร้านหนังสือทยอยปิดลง ทำให้โอกาสเข้าถึงลูกต้าเราลดลง ร้านที่เปิดอยู่ก็ปรับลดพิ้นที่ ทำให้ของเราถูกวางน้อยลง แต่สิ่งสำคัญที่เราทำเมื่อเข้า marketplace คือเราไม่ลดราคาแข่งกับร้านค้าคู่ค้าเรา เราขายราคาเต็ม ค่าส่งเราก็ให้ลูกค้าจ่ายเอง เพื่อให้ทำร้ายคู่ค้าเราน้อยที่สุด
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 41

redondo16

02/01/2019 10:09:38
40
เข้าไปดูใน JD ราคาขึ้นกลับมาพอๆกับมั่นคงละ แต่บางรุ่นก็ถูกกว่า

ก็แล้วแต่นโยบายบ.แม่ล่ะครับ ถ้าต้องการบี้ retail แต่ละประเทศก็คงอยู่ยาก ให้ดีก็ควรมีราคากลางขายในแต่ละประเทศเท่านั้นเท่านี้ (เหมือนอุปกรณ์คอม การ์ดจอ CPU มีราคากลางที่ AMD หรือ intel กำหนด) ถ้าหูฟังก็เห็นอยู่ยี่ห้อสองยี่ห้อมั้งที่ราคา ali พอๆกันแพงกว่าศูนย์ไทย ไม่แน่ใจว่าโดนกำหนดราคามาไหม
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 42

นายมั่นคง

02/01/2019 15:58:39
3,685
มาคุยต่อครับ^^

ตอนนี้สินค้าบางอย่างโดยผู้ค้าบางกลุ่ม มีความสอดคล้องกับมาร์เก็ตเพลสมากอยู่เหมือนกัน แต่สินค้าบางอย่างเช่นหูฟังที่เป็นแบรนด์แมสทั่วไป เป็นสินค้าที่เหมือนกันทุกๆอย่าง แต่กลับมีผู้ค้า 20-30 ราย อันนี้คนที่จะอยู่ได้ก็คือการทำราคาให้ต่ำที่สุด ซึ่งการจะทำราคาต่ำสุดได้ต้องตัดค่าใช้จ่ายออกให้มากที่สุด แล้วก็ขายไปเลยแบบขายขาด ซึ่งบริการหลังการขายคงไม่ต้องพูดถึง เพราะเน้นขายไม่เน้นเคลมหรือบริการต่อเนื่อง หรือถ้ามีประกันก็ต้องเลี่ยงเพื่อให้งานน้อยที่สุด

ผมเองถ้าจำเป็นต้องไปอยู่ ผมก็ต้องตัดค่าใช้จ่ายออกให้หมด โดยต้องลดจำนวนหน้าร้าน-พนักงาน ลดค่าใช้จ่ายในส่วยการทำมาร์เก็ตติ้ง การทำรีวิว หรือตัดแม้กระทั่งการทำแบนเนอร์ให้สวยงาม แล้วที่สำคัญคือไม่มีสินค้าไว้โชว์หรือลองอีกต่อไป เพราะว่าไม่มีหน้าร้านนั่นเอง แล้วทำแบบง่ายๆ คือรูปง่ายๆขีดฆ่าราคาแล้วโพสดื้อๆไปเลย ซึ่งผมไม่อยากทำงานเชิงแบบนี้จริงๆครับ

ผมคิดว่าคนเล่นหูฟัง หรือคนเล่นอะไรก็ตาม มีความต้องการอะไรที่มากกว่าแบบนั้น ต้องการๆซื้อของที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด และต้องเป็นการซื้อที่พลาดน้อยที่สุด ตอนนี้ผมแบบรับภาระ 2 ฟาก คือต้องทำราคาให้ถูกทัดเทียมกับคนอื่นหรือถูกกว่า แต่ในอีกฟากก็ต้องรับภาระพนักงาน ค่าเช่าต่างๆอีกมาก คงอีกไม่นานผมอาจจะต้องตัดสินใจเลือกเอาทางใดทางหนึ่งครับ

แต่ปัญหาที่ผมว่าคือการที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าแข่งกับลูกค้าตนเองอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น การเข้าไปอยู่ในมาร์เก็ตเพลสก็คือเข้าไปขายแข่งกับศูนย์ โดยที่ทุกอย่างตอนนี้ไม่มีความชัดเจน หรือหลักการอะไรใดๆทั้งสิ้นว่าตกลงร้านอย่างผมจะอยู่ตรงจุดไหนของห่วงโซ่อาหาร คือจะให้ผมจำหน่ายแข่งขันกับร้านค้าอื่น หรือแข่งกับศูนย์ แล้วแข่งขันภายใต้กติกาอะไร เงื่อนไขอะไร เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้ไม่มีกติกาครับ

ผมพิมพ์ตรงนี้ ถ้าหากศูนย์ใดอ่านแล้วรู้สึกรำคาญผม ก็ขอจงงดจำหน่ายสินค้าให้กับผมได้เลยครับ เพราะผมก็รู้สึกสลดใจกับวิธีการที่เป็นอยู่ของทุกๆท่านมากอยู่แล้ว ผมถามก็ไม่มีคำตอบ ผมอยากทำให้มันเป็นสีขาว ท่านก็จะทำสีเทา ผมอยากทำให้ชัด ท่านก็จะทำให้มันมัว และมีการเลือกปฏิบัติแบบสองหรือสามมาตรฐาน ผมเข้าใจว่าท่านหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ แต่บอกตามตรง มันคล้ายกับประเทศไทยมี ปปช แต่ไม่สามารถไขความกระจ่างเรื่องยืมนาฬิกาเพื่อนนี่แหละครับ 555

ผมว่าไอ้เรื่องยืมนาฬิกาเพื่อนนี่จะเป็นบทเรียนที่สำคัญของประวัติศาสตร์อีกเช่นกัน บางทีผมเคยเผลอนึกว่าไอ้น้ำผึ้งหยดเดียวนี่เหละที่มันจะเปลี่ยนประเทศได้ เขียนมากกว่านี้ไม่ได้แล้วเดี๋ยวผมอาจจะซวยได้ครับ 555
ให้กำลังใจ 3
หยิกหู 0
แจกหู 5
ความคิดเห็นที่ : 43

นายมั่นคง

02/01/2019 16:09:49
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 41 - redondo16
เข้าไปดูใน JD ราคาขึ้นกลับมาพอๆกับมั่นคงละ แต่บางรุ่นก็ถูกกว่า

ก็แล้วแต่นโยบายบ.แม่ล่ะครับ ถ้าต้องการบี้ retail แต่ละประเทศก็คงอยู่ยาก ให้ดีก็ควรมีราคากลางขายในแต่ละประเทศเท่านั้นเท่านี้ (เหมือนอุปกรณ์คอม การ์ดจอ CPU มีราคากลางที่ AMD หรือ intel กำหนด) ถ้าหูฟังก็เห็นอยู่ยี่ห้อสองยี่ห้อมั้งที่ราคา ali พอๆกันแพงกว่าศูนย์ไทย ไม่แน่ใจว่าโดนกำหนดราคามาไหม
เรื่องราคาที่ปรับลงมา ทาง Hifiman แจ้งมาว่าเป็นการทำโปรโมชั่นของเค้าร่วมกับทางมาร์เก็ตเพลสในช่วงปีใหม่ ผมไม่มีสิทธิ์ไปให้เค้าปรับแก้ไขอะไรนะครับ^^

แต่สิ่งที่ผมหารือไปก็คือความชัดเจนว่าจะให้ผมอยู่ตรงจุดไหนของเค้าเหมือนกัน เพราะว่าผมเองก็ไม่อยากโดนลูกค้าด่าหรือเข้าใจผิดว่าผมบวกกำไรไว้มาก แต่อย่างที่เรียนให้ทราบ นี่ก็คืออีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมต้องแข่งขันจำหน่ายแข่งกับผู้ผลิต หรือจะให้ผมเป็นโชว์รูม หรือจะให้ผมเป็นแค่คนกลางคอยเดินเรื่อง เพราะผมเองก็ต้องทราบความชัดเจนเช่นกันครับ การต้องสต๊อกสินค้าด้วยเงินสดจำนวนมากๆ แล้วมากองคาที่ผม และผู้ผลิตต้องการมาขายตรงเอง อย่างน้อยต้องตอบผมได้ว่าต้องการให้ผมทำอะไร

แล้วผมก็จะมาใคร่ครวญดูว่าผมทำได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ผมก็คงเลิกจำหน่ายของ Hifiman แน่นอนครับ ทั้งนี้เค้าก็บอกว่ายังคิดไม่ออกว่าจะเอาไงดี ซึ่งตอนนี้อาการแบบนี้เป็นกันทั้งโลกครับ คือผู้ผลิตอยากขายตรง และก็อยากมีคนช่วยขายให้มากๆราย แต่ไม่อยากกำหนดกติกา ไม่มีนโยบายชัดเจน ทุกอย่างอึมครึมหมด ซึ่งไม่ว่าคนไทยหรือคนจีนเป็นเหมือนกันหมดครับ

ผมเขียนแกมบ่นๆเพราะจริงๆผมต้องการทำทุกอย่างให้โปร่งใส ชัดเจน แข่งขันภายใต้กติกาที่เป็นธรรม ดำเนินธุรกิจแบบมีธรรมาภิบาล คือเงินผมก็อยากได้ แต่ถ้าได้แล้วต้องให้คนด่าผมก็ไม่เอาครับ 555
ให้กำลังใจ 3
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 44

wisthawat

02/01/2019 16:13:19
6
เข้าใจความรู้สึกเฮียเลยครับ
ปวดหัวแทนจริงๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 45

นายมั่นคง

02/01/2019 16:36:33
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 44 - wisthawat
เข้าใจความรู้สึกเฮียเลยครับ
ปวดหัวแทนจริงๆ
555 ขอบคุณครับที่ช่วยแบ่งความปวดหัวไปให้

ต้องออกตัวว่าที่เขียนไม่ใช่ประชดประชัน หรือเขียนเพราะอารมณ์ แต่เขียนเพราะอยากให้เพื่อนทุกๆท่านได้ทราบกลไกติดเป็นความรู้ไว้นิดๆหน่อยๆก็ยังดี หรือถ้ามีศูนย์ไหนมาอ่านเจอ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นการย้ำเตือนให้ฉุกคิดครับ หรือถ้ากว่านั้นผมก็คงโดนไล่ให้เลิกไปเองซึ่งไม่ต้องห่วงผมนะครับ 55

นวัตกรรมของโลก เทคโนโลยีใหม่ๆที่คนอุตส่าห์คิดค้น มันต้องมีคนร่วมทางช่วยคิด ช่วยผลักดัน ช่วยวิจัย ช่วยแก้ไข ช่วยนำเสนอ ช่วยให้คนเข้าถึง มันไม่ใช่ธุรกิจล้วนๆอย่างเดียวแบบที่เห็นกันแน่ๆๆครับ ผมอยากจะร้องไห้คนที่ตั้งใจค้าขาย ตั้งใจเดโม่สินค้า ตั้งใจเฟ้นหาพนักงานดีๆ มาให้คำแนะนำ คอยอธิบาย คอยดูแล สาธิต แต่สุดท้ายต้องมาตายน้ำตื้นกับวิธีการโพสขายสินค้าด้วยการกรอกโค้ด และขีดฆ่าราคาง่ายๆ

หลายท่านอาจจะงงว่าอ้าวแล้วทำไมไม่ปรับตัวล่ะเฮีย 55 โธ่ การปรับตัวจะไปยากอะไรครับ อย่างที่เรียนไว้ข้างต้น คือตัด cost ทิ้งให้หมด ปิดหน้าร้านให้หมด แล้วเข้าไปห้ำหั่นราคากันในมาร์เก็ตเพลสให้มันตายกันไปข้างนึง เพื่อ? เพื่อความเติบโตของวงการหูฟัง? หรือของศูนย์? ผมเชื่อว่าลูกค้าอาจจะได้แค่เพียงสินค้าราคาถูกเงิน แต่อาจจะไม่ได้สินค้าที่ถูกใจ หรืออาจจะโดนหลอกล่อจากโปรโมชั่นจนซื้ออะไรมากองที่บ้านก็ไม่รู้

ผมขายสินค้าแบบมี Passion กับมันจริงๆครับ คือการขายสินค้าหูฟังมันมีอะไรมากมายลึกซึ้งกว่านั้น มันมีความสุข ความสนุกในการเล่น ความน่าค้นหา และมันมีการสื่อสารแลกเปลี่ยนทัศนะของคนเล่น ระหว่างลูกค้ากับร้านค้า สินค้าเชิงนี้มันต้องมีความผูกพัน ความกระหายที่จะเล่น กระหายที่จะฟังครับ และมันจะอุ่นใจถ้ามีเพื่อนหรือมีใครซักคนที่คอยดูแลกันไปได้ตลอดทาง

รับประกันผมไม่ใช่ไดโนเสาร์ที่ปรับตัวไม่เป็นแน่ๆ 555 แต่ผมค่อนข้างจะหัวแข็ง และมีเหตุผลแบบที่คนอื่นได้ยินก็ด่าว่าผมโง่ แต่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพราะการที่ผมเดินทางมาถึงปีที่ 13 ได้นี้ ผมว่าผมมาไกลเกินฝันไปแล้วครับ

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ^^





ให้กำลังใจ 4
หยิกหู 0
แจกหู 5
ความคิดเห็นที่ : 46

tutaps

02/01/2019 16:50:52
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 42 - นายมั่นคง
มาคุยต่อครับ^^

ตอนนี้สินค้าบางอย่างโดยผู้ค้าบางกลุ่ม มีความสอดคล้องกับมาร์เก็ตเพลสมากอยู่เหมือนกัน แต่สินค้าบางอย่างเช่นหูฟังที่เป็นแบรนด์แมสทั่วไป เป็นสินค้าที่เหมือนกันทุกๆอย่าง แต่กลับมีผู้ค้า 20-30 ราย อันนี้คนที่จะอยู่ได้ก็คือการทำราคาให้ต่ำที่สุด ซึ่งการจะทำราคาต่ำสุดได้ต้องตัดค่าใช้จ่ายออกให้มากที่สุด แล้วก็ขายไปเลยแบบขายขาด ซึ่งบริการหลังการขายคงไม่ต้องพูดถึง เพราะเน้นขายไม่เน้นเคลมหรือบริการต่อเนื่อง หรือถ้ามีประกันก็ต้องเลี่ยงเพื่อให้งานน้อยที่สุด

ผมเองถ้าจำเป็นต้องไปอยู่ ผมก็ต้องตัดค่าใช้จ่ายออกให้หมด โดยต้องลดจำนวนหน้าร้าน-พนักงาน ลดค่าใช้จ่ายในส่วยการทำมาร์เก็ตติ้ง การทำรีวิว หรือตัดแม้กระทั่งการทำแบนเนอร์ให้สวยงาม แล้วที่สำคัญคือไม่มีสินค้าไว้โชว์หรือลองอีกต่อไป เพราะว่าไม่มีหน้าร้านนั่นเอง แล้วทำแบบง่ายๆ คือรูปง่ายๆขีดฆ่าราคาแล้วโพสดื้อๆไปเลย ซึ่งผมไม่อยากทำงานเชิงแบบนี้จริงๆครับ

ผมคิดว่าคนเล่นหูฟัง หรือคนเล่นอะไรก็ตาม มีความต้องการอะไรที่มากกว่าแบบนั้น ต้องการๆซื้อของที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด และต้องเป็นการซื้อที่พลาดน้อยที่สุด ตอนนี้ผมแบบรับภาระ 2 ฟาก คือต้องทำราคาให้ถูกทัดเทียมกับคนอื่นหรือถูกกว่า แต่ในอีกฟากก็ต้องรับภาระพนักงาน ค่าเช่าต่างๆอีกมาก คงอีกไม่นานผมอาจจะต้องตัดสินใจเลือกเอาทางใดทางหนึ่งครับ

แต่ปัญหาที่ผมว่าคือการที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าแข่งกับลูกค้าตนเองอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น การเข้าไปอยู่ในมาร์เก็ตเพลสก็คือเข้าไปขายแข่งกับศูนย์ โดยที่ทุกอย่างตอนนี้ไม่มีความชัดเจน หรือหลักการอะไรใดๆทั้งสิ้นว่าตกลงร้านอย่างผมจะอยู่ตรงจุดไหนของห่วงโซ่อาหาร คือจะให้ผมจำหน่ายแข่งขันกับร้านค้าอื่น หรือแข่งกับศูนย์ แล้วแข่งขันภายใต้กติกาอะไร เงื่อนไขอะไร เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้ไม่มีกติกาครับ

ผมพิมพ์ตรงนี้ ถ้าหากศูนย์ใดอ่านแล้วรู้สึกรำคาญผม ก็ขอจงงดจำหน่ายสินค้าให้กับผมได้เลยครับ เพราะผมก็รู้สึกสลดใจกับวิธีการที่เป็นอยู่ของทุกๆท่านมากอยู่แล้ว ผมถามก็ไม่มีคำตอบ ผมอยากทำให้มันเป็นสีขาว ท่านก็จะทำสีเทา ผมอยากทำให้ชัด ท่านก็จะทำให้มันมัว และมีการเลือกปฏิบัติแบบสองหรือสามมาตรฐาน ผมเข้าใจว่าท่านหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ แต่บอกตามตรง มันคล้ายกับประเทศไทยมี ปปช แต่ไม่สามารถไขความกระจ่างเรื่องยืมนาฬิกาเพื่อนนี่แหละครับ 555

ผมว่าไอ้เรื่องยืมนาฬิกาเพื่อนนี่จะเป็นบทเรียนที่สำคัญของประวัติศาสตร์อีกเช่นกัน บางทีผมเคยเผลอนึกว่าไอ้น้ำผึ้งหยดเดียวนี่เหละที่มันจะเปลี่ยนประเทศได้ เขียนมากกว่านี้ไม่ได้แล้วเดี๋ยวผมอาจจะซวยได้ครับ 555
เข้าใจเฮียเลยครับ Marketplace นี่มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละธุรกิจจริงๆ ในฐานะผู้ผลิตเราก็อยากขายของ ยิ่งในภาวะตลาดขาลงสำหรับธุรกิจผม(หนังสือ) แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราเข้าไปขายตรงเองโดยไม่ลืมหูลืมตาก็อาจไปทำร้ายคู่ค้าของเราซึ่งคือร้านหนังสือ ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ก็เจอปัญหาเดียวกับเฮียคือสำนักพิมพ์แห่กันไปขายเองใน Marketplace ซึ่ง Marketplace ก็มีข้อดีสำหรับตลาดหนังสือคือเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้นมาก ยิ่งในสภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้อายุเฉลี่ยในการวางในร้านสั้นลง ทำให้ Marketplace เป็นช่องทางที่เข้ามาช่วยยืดอายุการขายได้ แต่เราก็พยายามขายเองแบบไม่ให้กระทบร้านค้า เช่น ไม่ลดราคา ให้ลูกค้าจ่ายค่าส่งตามจริง เพื่อให้กระทบกับร้านค้าให้น้อยที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วผมคิดว่าร้านหนังสือก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจหนังสือ แต่ถ้าเราไม่เข้าไปใน Marketplace เลยก็จะเสียโอกาสเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆที่เราไม่เคยเข้าไปถึง

ในเคสของเฮียผมมองว่าอยู่ที่ผู้ผลิตมองว่าช่องทางอย่างเรายังจำเป็นสำหรับเขาไหม ตอนนี้ผมว่าเขายังไม่แน่ใจว่า Marketplace จะมาแทนได้เต็มตัวไหม ถ้าแทนได้ผมว่าเค้าไม่เอาเราแน่ ตอนนี้เค้าเลยยังกั๊กๆอยู่ ซึ่งก็ยิ่งทำให้เฮียวางแผนยากขึ้นไปอีก

ปล. ถึงสั่งเองบางทีถูกกว่าแต่ผมก็ยังเป็นลูกค้าเฮียนะคร้าบ วันก่อนก็พึ่งไปถอยมาอีกหนึ่งตัว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 47

tutaps

02/01/2019 16:56:47
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 45 - นายมั่นคง
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 44 - wisthawat
เข้าใจความรู้สึกเฮียเลยครับ
ปวดหัวแทนจริงๆ
555 ขอบคุณครับที่ช่วยแบ่งความปวดหัวไปให้

ต้องออกตัวว่าที่เขียนไม่ใช่ประชดประชัน หรือเขียนเพราะอารมณ์ แต่เขียนเพราะอยากให้เพื่อนทุกๆท่านได้ทราบกลไกติดเป็นความรู้ไว้นิดๆหน่อยๆก็ยังดี หรือถ้ามีศูนย์ไหนมาอ่านเจอ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นการย้ำเตือนให้ฉุกคิดครับ หรือถ้ากว่านั้นผมก็คงโดนไล่ให้เลิกไปเองซึ่งไม่ต้องห่วงผมนะครับ 55

นวัตกรรมของโลก เทคโนโลยีใหม่ๆที่คนอุตส่าห์คิดค้น มันต้องมีคนร่วมทางช่วยคิด ช่วยผลักดัน ช่วยวิจัย ช่วยแก้ไข ช่วยนำเสนอ ช่วยให้คนเข้าถึง มันไม่ใช่ธุรกิจล้วนๆอย่างเดียวแบบที่เห็นกันแน่ๆๆครับ ผมอยากจะร้องไห้คนที่ตั้งใจค้าขาย ตั้งใจเดโม่สินค้า ตั้งใจเฟ้นหาพนักงานดีๆ มาให้คำแนะนำ คอยอธิบาย คอยดูแล สาธิต แต่สุดท้ายต้องมาตายน้ำตื้นกับวิธีการโพสขายสินค้าด้วยการกรอกโค้ด และขีดฆ่าราคาง่ายๆ

หลายท่านอาจจะงงว่าอ้าวแล้วทำไมไม่ปรับตัวล่ะเฮีย 55 โธ่ การปรับตัวจะไปยากอะไรครับ อย่างที่เรียนไว้ข้างต้น คือตัด cost ทิ้งให้หมด ปิดหน้าร้านให้หมด แล้วเข้าไปห้ำหั่นราคากันในมาร์เก็ตเพลสให้มันตายกันไปข้างนึง เพื่อ? เพื่อความเติบโตของวงการหูฟัง? หรือของศูนย์? ผมเชื่อว่าลูกค้าอาจจะได้แค่เพียงสินค้าราคาถูกเงิน แต่อาจจะไม่ได้สินค้าที่ถูกใจ หรืออาจจะโดนหลอกล่อจากโปรโมชั่นจนซื้ออะไรมากองที่บ้านก็ไม่รู้

ผมขายสินค้าแบบมี Passion กับมันจริงๆครับ คือการขายสินค้าหูฟังมันมีอะไรมากมายลึกซึ้งกว่านั้น มันมีความสุข ความสนุกในการเล่น ความน่าค้นหา และมันมีการสื่อสารแลกเปลี่ยนทัศนะของคนเล่น ระหว่างลูกค้ากับร้านค้า สินค้าเชิงนี้มันต้องมีความผูกพัน ความกระหายที่จะเล่น กระหายที่จะฟังครับ และมันจะอุ่นใจถ้ามีเพื่อนหรือมีใครซักคนที่คอยดูแลกันไปได้ตลอดทาง

รับประกันผมไม่ใช่ไดโนเสาร์ที่ปรับตัวไม่เป็นแน่ๆ 555 แต่ผมค่อนข้างจะหัวแข็ง และมีเหตุผลแบบที่คนอื่นได้ยินก็ด่าว่าผมโง่ แต่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพราะการที่ผมเดินทางมาถึงปีที่ 13 ได้นี้ ผมว่าผมมาไกลเกินฝันไปแล้วครับ

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ^^





ชอบที่เฮียว่าเฮียขายแบบมี Passion กับมัน ผมว่าลูกค้าที่นี่ส่วนใหญ่ก็ซื้อของที่นี่เพราะสาเหตุนี้ ของเฮียบางอย่างผมสั่งมาเองได้ถุกกว่า ผมยังซื้อของเฮียเลย จริงเฮียน่าลองปรับรูปแบบร้านเฮียเพิ่มส่วนร้านกาแฟเป็นคาเฟ่ให้ลูกค้ากับเฮียมาแลกเปลี่ยนสาระเรื่องหูฟังกันอาจจะไปได้ดีเลยนะครับ อิอิ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 48

Alpha

02/01/2019 18:15:19
110
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 45 - นายมั่นคง

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 44 - wisthawat
เข้าใจความรู้สึกเฮียเลยครับ
ปวดหัวแทนจริงๆ
555 ขอบคุณครับที่ช่วยแบ่งความปวดหัวไปให้

ต้องออกตัวว่าที่เขียนไม่ใช่ประชดประชัน หรือเขียนเพราะอารมณ์ แต่เขียนเพราะอยากให้เพื่อนทุกๆท่านได้ทราบกลไกติดเป็นความรู้ไว้นิดๆหน่อยๆก็ยังดี หรือถ้ามีศูนย์ไหนมาอ่านเจอ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นการย้ำเตือนให้ฉุกคิดครับ หรือถ้ากว่านั้นผมก็คงโดนไล่ให้เลิกไปเองซึ่งไม่ต้องห่วงผมนะครับ 55

นวัตกรรมของโลก เทคโนโลยีใหม่ๆที่คนอุตส่าห์คิดค้น มันต้องมีคนร่วมทางช่วยคิด ช่วยผลักดัน ช่วยวิจัย ช่วยแก้ไข ช่วยนำเสนอ ช่วยให้คนเข้าถึง มันไม่ใช่ธุรกิจล้วนๆอย่างเดียวแบบที่เห็นกันแน่ๆๆครับ ผมอยากจะร้องไห้คนที่ตั้งใจค้าขาย ตั้งใจเดโม่สินค้า ตั้งใจเฟ้นหาพนักงานดีๆ มาให้คำแนะนำ คอยอธิบาย คอยดูแล สาธิต แต่สุดท้ายต้องมาตายน้ำตื้นกับวิธีการโพสขายสินค้าด้วยการกรอกโค้ด และขีดฆ่าราคาง่ายๆ

หลายท่านอาจจะงงว่าอ้าวแล้วทำไมไม่ปรับตัวล่ะเฮีย 55 โธ่ การปรับตัวจะไปยากอะไรครับ อย่างที่เรียนไว้ข้างต้น คือตัด cost ทิ้งให้หมด ปิดหน้าร้านให้หมด แล้วเข้าไปห้ำหั่นราคากันในมาร์เก็ตเพลสให้มันตายกันไปข้างนึง เพื่อ? เพื่อความเติบโตของวงการหูฟัง? หรือของศูนย์? ผมเชื่อว่าลูกค้าอาจจะได้แค่เพียงสินค้าราคาถูกเงิน แต่อาจจะไม่ได้สินค้าที่ถูกใจ หรืออาจจะโดนหลอกล่อจากโปรโมชั่นจนซื้ออะไรมากองที่บ้านก็ไม่รู้

ผมขายสินค้าแบบมี Passion กับมันจริงๆครับ คือการขายสินค้าหูฟังมันมีอะไรมากมายลึกซึ้งกว่านั้น มันมีความสุข ความสนุกในการเล่น ความน่าค้นหา และมันมีการสื่อสารแลกเปลี่ยนทัศนะของคนเล่น ระหว่างลูกค้ากับร้านค้า สินค้าเชิงนี้มันต้องมีความผูกพัน ความกระหายที่จะเล่น กระหายที่จะฟังครับ และมันจะอุ่นใจถ้ามีเพื่อนหรือมีใครซักคนที่คอยดูแลกันไปได้ตลอดทาง

รับประกันผมไม่ใช่ไดโนเสาร์ที่ปรับตัวไม่เป็นแน่ๆ 555 แต่ผมค่อนข้างจะหัวแข็ง และมีเหตุผลแบบที่คนอื่นได้ยินก็ด่าว่าผมโง่ แต่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพราะการที่ผมเดินทางมาถึงปีที่ 13 ได้นี้ ผมว่าผมมาไกลเกินฝันไปแล้วครับ

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ^^





ขอชมครับเฮีย 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 49

วัชรวิชญ์

02/01/2019 20:12:28
5
หูฟังตัวแรกที่ซื้อที่ร้านเฮียคือ Hifiman RE 600S ลองฟังหลายตัวกว่าจะตัดสินใจ ถึงทุกวันนี้ก็ยังชอบเสียง แต่ไม่ชอบสาย วันก่อนอ่านกระทู้แล้วเข้าไปดูใน JD Central ด้วย ถึงราคาจะถูกจริง แต่ยังไม่ได้ลอง ไม่รู้ว่าสายของ RE 600S รุ่นใหม่จะดีกว่าเดิมไหม เลยไม่ซื้อ ต่อให้ราคาถูก ถ้าซื้อมาแล้วไม่ถูกใจก็เท่ากับเอาเงินไปทิ้งเปล่า สู้ไปลองแล้วซื้อที่ร้านเฮียไม่ได้ เฮียและทีมงานดูแลลูกค้าดีจริง หูฟังตัวไหนหรือแม้แต่ DAP ซื้อที่ร้านแล้วมีปัญหา น้องๆดูแลดีมาก ขอบคุณเฮียที่เป็นพ่อค้าที่ค้าขายด้วยใจรักจริงๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 50

สมัครเล่น

02/01/2019 20:31:39
247
เป็นกำลังใจให้เฮียครับ
คนอื่นจะว่ายังไง ผมก็ยังซื้อของเฮียเพราะตัวเฮียนี่ล่ะครับ
เหมือนอุดหนุนเพื่อนกัน คนอื่นมันก็แค่พ่อค้า
อีกหน่อยมันคงขายลูกหมาออนไลน์
ไม่ต้องเลือก ไม่ต้องสัมผัส สั่งเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 51

นายมั่นคง

02/01/2019 22:26:27
3,685
555 สวัสดีปีใหม่นะครับทุกๆๆท่าน

ที่บอกว่าทำตรงนี้เพราะ passion จริงๆก็เป็นความจริงนะครับ เพราะไม่งั้นผมคงไม่มีปัญญามานั่งตอบนั่งพูดคุยกับทุกๆท่านถ้าหากผมต้องการเงินเพียงอย่างเดียวครับ ถ้าต้องการเงินเพียงอย่างเดียวผมไม่จำเป็นต้องคุยกับใครเลยก็ได้ครับ สบายดีออก 555 แต่ที่ผมอยู่ตรงนี้ก็เพราะความชอบและเป็นเหมือนการสอดส่องดูแลเพื่อนๆทุกๆคน  ใครมีปัญหาอะไรผมแก้ให้ ใครอยากให้ผมปรับปรุงอะไรผมทำให้

ผมทำผิดอะไร ผมมีช่องทางให้ทุกคนต่อว่าได้(จริงๆเรียกด่าก็ได้) 555 แล้วเราก็อยู่กันมาแบบนี้ดูแลกันมาแบบนี้ตลอดครับ และผมพิมพ์ยืดยาวนี้ก็ไม่ใช่มานั่งออดอ้อนขอความเห็นใจ หรือเรียกคะแนนสงสาร เพราะอันนั้นมันดูแล้วเป็นเด็กน้อยไปหน่อย แต่ผมคุยกับทุกๆท่านเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ว่าผมคิดอย่างไร และท่านคิดอย่างไร อะไรที่ดี และอะไรที่ต้องปรับเปลี่ยน ผมเก็บข้อมูลเหล่านี้ด้วยตัวเองมาตลอดสิบกว่าปีครับ

ผมว่าคนไทยเข้าใจคำว่าออนไลน์ผิดหมดครับ ทุกวันนี้คนไทยคิดว่าคนที่เปิดและมีหน้าร้านคือพวกคร่ำครึ ไม่ทันสมัย ปรับตัวไม่เป็น คนที่เค้าปรับตัวเป็นนู่น เค้าขายของในออนไลน์ไงล่ะ เค้าไม่โผล่หน้ามาให้เห็นหรอก คุยก็ไม่ต้องคุย สงสัยก็ไม่ต้องถาม กดทำรายการและโอนเงินเลย และร้านออนไลน์เค้ามีแจกโค้ดด้วยนะ ส่วนลดมากมาย คนขายของออนไลน์เค้าฉลาด เค้าไม่ต้องมีหน้าร้านเอง เค้าอาศัยหน้าร้านคนอื่นเป็นที่ทดลอง แล้วให้กลับมาซื้อที่เค้าไง  สต๊อกเค้าก็ไม่ต้องซื้อ เค้าใช้วิธีโป๊วเอา ขายตัวนึงโป๊วตัวนึง ขายสองตัวโป๊วสองตัว

คนฉลาดที่เค้าขายของออนไลน์เค้าเป็นแบบนี้ทั้งนั้น พวกมีหน้าร้านเจ๊งไปให้หมดได้แล้ว 555

ผมถามว่าฉลาดตรงไหน ??? 555 สิ่งที่พูดมา เครื่องมือในการรับจ่ายเงิน ช่องทางเข้าถึง ช่องทางโฆษณา ช่องทางสื่อสารระหว่างผมกับลูกค้า ผมทำมาโดยตลอดสิบกว่าปี ร้านมั่นคงเกิดจากออนไลน์แล้วมาขยายเป็นหน้าร้านอย่างที่ทราบๆกันครับ เราทำเพราะคิดว่าสิ่งที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์จริงๆก็คือการเข้าถึงสินค้าจริงๆ ได้ฟังได้สัมผัสจริงๆ และรู้สึกอยากได้มันจริงๆ

ผมมองว่าคนที่ทำออนไลน์แบบมีแนวคิดข้างต้น เป็นเพียงคนทำธุรกิจแบบฉาบฉวย และฉกฉวยโอกาสจากการแผ้วถางทางของคนอื่น โดยเล็งเห็นว่าคนไทยนั้นไม่มีอะไรยากถ้าหากเข้าใจ ป้อนส่วนลด ป้อนโค้ด ป้อนคูปองเยอะๆ ขายแล้วขายเลย อะไรหลังจากนั้นใช้วิธีเบี่ยงเอา เลี่ยงเอา ผมรังเกียจคนที่ทำการค้าลักษณะนี้ครับ เพราะขาดความเป็นสุภาพบุรุษ และขี้ขลาด แต่เรียกตนเองว่าเป็นผู้ฉลาดเหนือผู้อื่น หรือจะพูดให้ชัดๆก็คือ คิดว่าฉลาดคนเดียวนั่นเอง 555

ผมนั่งตีลังกาคิดยังนึกไม่ออกเลยว่าการขายสินค้าแบบนี้จะยกระดับการค้าออนไลน์ได้อย่างไร จะสร้างสรรค์อะไรให้กับลูกค้าได้บ้าง นอกจากการชักกำไรกินไปวันๆ ผมเรียนตามตรงถ้าทำงานแค่นี้เป็นผม ผมจะไม่ทำครับ เพราะดูตัวเองไร้คุณค่าและไร้ความน่าสนใจ

ผมอยากจะแนะคนที่คิดว่าเป็นร้านออนไลน์ที่ดี ถ้าอยากยกระดับการค้าออนไลน์ ท่านต้องคิดวิธีที่ลูกค้าได้ประโยชน์ เช่น 30 วัน Money Back หรือเงื่อนไขที่ทำให้คนที่ซื้อออนไลน์จริงๆไม่เสียเปรียบครับ และลูกค้าต้องได้รับความพึงพอใจจริงๆ ซึ่งถ้าท่านดีจริง ร่างเป็นนโยบายเลยว่า 1-2-3 ท่านจะดูแลและคืนเงินอย่างไรให้ลูกค้าถ้าหากลูกค้าไม่พอใจโดยไม่มีเงื่อนไข ใส่ผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจริงๆและได้รับมากกว่าพวกที่มีหน้าร้านอย่างไร

ผมเองพยายามทำทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป ผมอยากเป็นมัลติแชนแนล หรือ Ommi Channel เพราะผมคิดว่าโลกยุคหน้าต้องเป็นแบบนี้ ต้องเอื้อความสะดวกและผลประโยชน์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ใกล้หรือไกล และมีสินค้าจริงให้ลูกค้าที่หลงใหลอยากเล่นอยากฟังจริงๆให้ฟัง ทุกวันนี้ผมทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อจากออนไลน์หรือไปซื้อที่หน้าร้านก็ได้ในราคาเดียวกัน และต้องเป็นราคาที่แข่งขันได้

ใครใคร่มาซื้อก็มา ใครไม่สะดวกมาซื้อผมอำนวยความสะดวกส่งให้ท่าน

แต่ไม่ใช่ใช้นโยบายฉลาดคนเดียว คนอื่นโง่หมด 555 ปีนี้จะเป็นปีที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดของร้านมั่นคงครับ ผมเดิมพันด้วยอาชีพครับ ถ้าอยู่ไม่ได้ผมเลิก ผมเปลี่ยนอาชีพแน่นอนครับ แต่ถ้าผมอยู่ผมจะต่อสู้เรื่องเหล่านี้ให้กับทุกๆฝ่าย โดยผมยังเล็งเห็นประโยชน์สูงสุดของลูกค้าครับ

ขอพักไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะครับ 555
ให้กำลังใจ 3
หยิกหู 0
แจกหู 6
ความคิดเห็นที่ : 52

RockDragon

02/01/2019 22:37:33
2,412
ผมขอมาเป็นกำลังใจให้เฮียสู้ๆด้วยคนครับ
แต่ถ้ามันมากเกินไปจริงๆ เฮียก็อย่าฝืนขาดทุนต่อไปเรื่อยๆนะครับ
เนื่องจากเหตุผลก็มากการกระทำของเจ้าของแบรนด์เองอย่างที่เห็นนี้
เมื่อ10กว่าปีก่อนแถวบ้านผมก็มีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นมาแล้ว
ขนาดตัวแทนจำหน่ายเปิดLCสั่งสินค้าจากผู้ผลิตทำเงินหมุนเวียนเกือบทุกเดือนเป็นพันๆล้าน
สุดท้ายทางผู้ผลิตก็ไปติดต่อขายตรงให้ลูกค้าและตัดทิ้งคนกลางหรือตัวแทนจำหน่ายที่เคยวิ่งเต้นหาลูกค้าทำเดโม่พร้อมมีช่างเองที่ต้องออกค่าใช้จ่ายเองคอยตามทำ service after sale มาตลอดออกไปซะง่ายๆอย่างนั้นเลยครับ
เฮียคงต้องคิดคำนวนให้ถี่ถ้วนพร้อมกับทำการร่างแผนการวิ่งเต้นของบริษัทให้แม่นยำอย่าได้ประหม่าโดยเด็ดขาดครับเนื่องจากณ.วันนี้พวกเจ้าหนี้(แบงค์)มีสายตาคมกริบซะยิ่งกว่าเหยี่ยวกำลังคอยมองหาเหยื่อที่บาดเจ็บแล้วพร้อมทุกเมื่อที่จะจิกซ้ำเติมเหยื่อลงไปอีกด้วยครับ
ผมพูดไม่เก่งครับเฮียและผมก็ไม่อยากพูดต่อไปอีกด้วยครับเพราะอดีตมันสะเทือนใจทุกๆคนแถวๆบ้านผมครับ


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 53

นายมั่นคง

02/01/2019 23:16:21
3,685
ขอบคุณครับน้าชา 555
น้าชาของผมนี่พูดไม่เก่งแต่คิดเก่งแน่นอนครับ และคนที่จะเข้าใจกลไกเหล่านี้ ต้องเป็นคนที่เคยพบและประสบด้วยตาตนเองถึงจะเข้าใจลึกซึ้งถ่องแท้

ผมเองก็พิมพ์เล่าๆไปตามความรู้สึกที่พบเห็นเหตุการณ์ในช่วงหลังๆนี้ครับ ผมว่าศูนย์ทุกๆศุนย์อยู่ในสภาพกระมิดกระเมี้ยน ยังอยากได้ตัวเลขและอยากได้คู่ค้าอยู่ ไม่มีแม้แต่รายเดียวที่กล้าหาญในการร่างหรือคิดกติกาการทำธุรกิจร่วมกัน หรือจะบอกว่า โมเดลนี้เป็นโมเดลที่ไม่มีใครอยากเข้าไปจัดการ แต่ปล่อยให้มันมั่วๆอีรุงตุงนังแบบนี้ดีแล้ว 555
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 54

dearzclash

03/01/2019 09:59:49
6
เป็นกำลังใจให้เฮียและทีมงานเฮียทุกคนครับ ผมใช้บริการร้านเฮีย ความรู้สึกมันเป็นอย่างที่เฮียบอกจริงๆครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 55

Kai_3m

03/01/2019 10:01:48
26
ผมเป็นคนหนึ่งที่ซื้อของ ร้านเฮียมั่นคง มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา น่าจะราวๆ3-4ปี สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือทีมงาน ความจริงใจ ความซื้อตรงในการสื่อสารกับลูกค้าของเฮียมั่นคงและทีมงานครับ เป็นกำลังใจให้เฮียมั่นคงคิดและก้าวย่างอย่างมีสติ และ รอบคอบ ครับ ยุคสมัยนี้การค้าขายอย่างตรงไปตรงมายากจริงๆครับ ขอให้ร้านมั่นคงอยู่คู่นักเล่นหูฟังไปนานๆนะครับ สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้เฮียมั่นคงและทีมงานสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมความปรารถนา ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 56

Poisoned

03/01/2019 11:15:33
0
ล่าสุดราคาใน JD ของ official store ปรับมาเท่ากับหน้าร้านแล้วครับ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 57

crabfather

03/01/2019 13:09:15
65
สงสัยมีคนเห็นกระทู้นี้แน่ๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 58

หมีหวาน

03/01/2019 14:19:17
9
สวัสดีปีใหม่ครับเฮีย ขอเป็นกำลังใจ และจะอุดหนุนเฮียตลอดไปครับ แม้วิธีการค้าขาย และ พฤติกรรมของผุ้บริโภคที่เปลี่ยนไป Loyalty จะน้อยลง 
หรือแม้จะเจอสินค้าที่ไหนให้ราคาดีกว่า หรือไปเจอที่ต่างประเทศราคาถูกกว่า  ผมก็ยังกลับมาซื้อร้านเฮีย และเห็นด้วยกับพี่สมัครเล่นที่ว่า....

"คนอื่นจะว่ายังไง ผมก็ยังซื้อของเฮียเพราะตัวเฮียนี่ล่ะครับ
เหมือนอุดหนุนเพื่อนกัน คนอื่นมันก็แค่พ่อค้า"
ไปร้านเอีย ผมไม่ได้รับแต่หูฟัง หรือเครื่องเล่น แต่ได้ประสบการณ์ บรรยากาศ และ มิตรภาพ 
สำหรับผมเฮียไม่ได้แค่ขายสินค้า แต่ให้ความรู้ และความรักด้วยครับ
ว่าแล้วเย็นนี้ ผมจะแวะไปหา ผจก.กิฟท์ คุณแม่คนสวย ซื้อลำโพงไปจับสลากปีใหม่ดีกว่า
เผื่อเล็งตัวไหนไว้ฟังเองด้วย 555

ซื้อเฮียมาตั้งแต่ปีแรก ๆ ยังซื้อเป็นระยะ ๆ และจะซื้อกันตลอดไปครับ
สวัสดีปีใหม่ครับเฮีย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 59

สงสัย

03/01/2019 17:25:29
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 57 - crabfather

สงสัยมีคนเห็นกระทู้นี้แน่ๆ

แสดงว่างานนี้ไม่เกี่ยวกับมาตรการภาษีหรือโปรโมชั่นปีใหม่อะไรตามที่อ้างกันทั้งนั้น แต่เป็น Hifiman เองที่ปรับราคาขึ้นลงได้ตามอำเภอใจ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ งานนี้ Hifiman เผลอ "ทำปืนลั่น" ทำให้ลูกค้าได้เห็นธาตุแท้ว่าตอนแรก Hifiman ตั้งราคาขายปลีก Susvara แบบ overpriced มาเยอะเกินไปมากๆ ชนิดที่ว่าลดราคาไป 40,000-50,000 ก็ยังมีกำไร ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 60

ManPlayEar

03/01/2019 20:04:01
20
เขาตัดราคามานานแล้ว
https://www.m.ebay.com/sch/i.html?sid=hifimanofficial&isRefine=true&_pgn=1
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 61

นายมั่นคง

04/01/2019 02:36:29
3,685
ยังเข้าใจไม่ถูกซะทีเดียวครับ^^ คือราคาที่ผมตั้งและต่างจากราคาที่เค้าแจ้งลดแล้ว 4-50000 บาท เป็นเพราะผมซื้อสินค้าได้ส่วนลดจากเค้าในอัตราหนึ่ง พอผมเอาเข้าเมืองไทยผมเสียภาษีนำเข้า และ VAT ด้วยครับ ราคาก็เลยสูงขึ้นไปอีก 17% ซึ่งอันนี้เป็นข้อเสียเปรียบที่การส่งของมาจากจีนภายใต้สังกัดมาร์เก็ตเพลส จะได้รับยกเว้นการเสียภาษี

พอทาง hifiman เค้าอยากจะขายสินค้าในออนไลน์ เค้าก็อยากดึงดูดความสนใจของลูกค้าด้วยลดราคาหนักๆ ซึ่งในแง่ของผุ้ผลิตหรือโรงงาน การที่ต้องการขายตรงและนำสินค้าตัวเองขายในมาร์เก็ตเพลสคล่องๆ ก็แค่เอาราคาที่จะต้องขายส่งให้ผม ไปลดขายเองซะเลยในมาร์เก็ตเพลส ยังไงก็ยังเหลือกำไรมากกว่า นี่คือการค้ายุคปัจจุบันที่โรงงานก็ต้องการขายเอง

ถามว่าปืนลั่นหรือเปล่า ผมตอบว่าไม่ใช่หรอกครับ ด้วยเหตุผลที่เรียนไว้ข้างต้น คือเค้าต้องเรียกความสนใจจากลูกค้าก่อน และเค้าสามารถลด-เพิ่มราคาเองหรือต่อรองกับเค้าได้เองแน่ๆครับ ซึ่งอันนี้ทำโดยไม่ได้คิดว่าจะมีผลเสีย เพราะผลเสียเมื่อบวกลบคูณหารแล้ว ผมเชื่อว่าตัวเลขจากในไทยน่าจะตกหาย เพราะคนก็ไม่ซื้อที่ผม และรอซื้อเอาจากในมาร์เก็ตเพลสแทน 55

ส่วนคำถามว่าเค้าตั้งราคา Overpriced ถึงลดได้เยอะขนาดนี้ใช่หรือไม่ ตอบว่าในส่วนของผู้ผลิต เค้าไม่ได้ตั้ง Overpriced หรอกครับ เพราะในความเป็นจริงของผู้ผลิต บางทีราคาวางขาย MSRP 200,000 บาท แต่ต้นทุนการผลิตอาจจะเพียงแค่ 10,000 บาทเองครับ แต่อย่าลืมว่าโรงงานต้องมีต้นทุนการออกแบบ ดีไซน์ วิจัย และค่ามาร์เก็ตติ้ง ของพวกนี้ต่างหากที่มาเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

และโรงงานเค้ามีการตีต้นทุนสินค้าตัวเองอยู่แล้ว รุ่นไหนดีไม่ดี รุ่นไหนขายน้อยขายมาก เมื่อไหร่ที่เค้าคิดว่าเค้าอยากจะลดเพื่อให้ขายได้ ยังไงก็ลดเยอะได้ครับ

สิ่งที่ผมบอกว่าจะเป็นผลเสียต่อตัว Hifiman เอง ก็เพราะคนรู้สึกว่าเค้าบวกเยอะแล้วลดเองได้เยอะ แล้วก็พลอยมองว่าผมบวกเยอะอีกทอด พอคนคิดลบต่อแบรนด์ ยอดขายก็จะตกไปเองโดยปริยาย ซึ่งอันนี้คือผลเสียอย่างที่ผมแจ้งไว้ข้างต้น การค้าออนไลน์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การจะบริหารอารมณ์ตั้งแต่ผู้ผลิต-ผู้นำเข้า-ผู้ค้าปลีก-ลูกค้า ให้รู้สึกดีต่อกันทั้งวงจร เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ทำกันส่งเดชแบบในปัจจุบัน

เมื่อไหร่ที่แบรนด์อยากจะขายเองโดยตรง ถึงแม้แบรนด์จะดี และเก่งในเรื่องคิดค้นผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชำนาญเรื่องช่องทางขายกลับเป็น distributor หรือ retailer หากแบรนด์คิดแบบนี้ คนอื่นๆอาจจะไม่ร่วมมือและโบกมือลา สุดท้ายแบรนด์ก็ต้องขายเองคนเดียว ซึ่งผมเชื่อว่าบางแบรนด์ก็อาจจะทำได้ และบางรายก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีใครเก่งทุกเรื่องบนโลกใบนี้ครับ^^
ให้กำลังใจ 5
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 62

สงสัย

04/01/2019 09:29:57
โอ้ เป็นแบบนี้เอง กระจ่างเลยครับเฮีย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 63

feelsbadman

04/01/2019 11:46:15
ไม่คิดว่าทีม HiFiMAN จะคิดอะไรง่ายๆแบบนี้

จำได้ช่วงเฮียรีวิว RE400 ให้เกียรติแบรนนี้มาก เล่าเท้าความความเป็นมาไว้อย่างดี หรือพูดได้ว่าให้เกียรติทุกแบรนด์ที่เฮียนำมาขาย

เวลามาอ่านเรื่องหูฟังในเว็บนี้ ก็จะมีสตอรี่ของหูฟังยี่ห้อนั้นๆให้ได้อ่าน ไม่ใช่การขายประเภทเน้นออกเร็ว ออกเยอะ

พอทำแบบนี้รู้สึกคุณค่าไม่ต่างกับหูฟังจีนแบรนด์ทั่วๆไปเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 64

ake150cc

04/01/2019 12:07:58
21

HiFiMAN เวลาแกนึกจะลดสินค้าตัวเอง ก็ลดแบบมโหฬารหลายทีแล้วนะ

นึกย้อนไปถึงตอน Eidition X ออกแรกๆเปิดตัวมา 6x,xxx บาท

น่าจะไม่กี่เดือน ออกตัว V2 มาแก้จุดอ่อน ลดดื้อๆเหลือ 49,xxx บาท

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 65

ผมว่านะ

04/01/2019 13:13:44
เอาน่า ตอนนี้ราคา hifiman ในเว็บเจดีย์ก็ปรับราคาขึ้นมาเท่าเว็บเฮียแล้ว ก็ถือว่าจบเรื่องกันไป (รึเปล่า?)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 66

ลูกตาล Reus Glass

04/01/2019 13:20:07
62
จำได้ถึงตอนRE400ที่ปลุกปั้นมาตอนนั้น
ว่าแต่ปี2019แล้ว รบกวนเฮียมาอัพเดทชุดพกพาหน่อยได้มั้ยครับ เผื่อผ่านมาเห็น
ล่าสุดผมจำได้ว่าเฮียพกdita กับไอโฟน?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 67

นายมั่นคง

04/01/2019 15:30:23
3,685
ล่าสุดครับ

ทาง Hifiman แจ้งกับผมมาว่าต้องการให้ผมนำสินค้าเข้าไปขายในมาร์เก็ตเพลสเจ้าใหญ่ในไทย 3 เจ้า เพราะทาง Hifiman บอกว่าการที่ไม่มีแบรนด์เค้าในช่องทางเหล่านี้ เค้าบอกว่าเค้าเสียเปรียบคู่แข่งในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือจีน ซึ่งถ้าผมไม่ยอมเอาสินค้าเค้าขึ้นในช่องทางนี้ เค้าจำเป็นต้องหาคนอื่นมาทำแทนผมตรงช่องทางในมาร์เก็ตเพลส

ซึ่งผมก็บอกว่าในฐานะที่ผมเป็น distributor ว่าสามารถตอบสนองตรงนี้ได้ แต่ผมบอกว่ามันไม่ได้ผลกับสินค้าที่เป็นกลุ่มเฉพาะทางอย่างแบรนด์เค้า เพราะสินค้าเชิงนี้การทำมาร์เก็ตติ้งแบบโหลๆ ในมาร์เก็ตเพลส ไม่มีทางที่ลูกค้าสนใจและอยากได้ เพราะราคามันจะสวิงขึ้นลงจนคนไม่กล้าซื้อเพราะกลัวเสียค่าโง่นะ ซึ่งตอนนี้เค้าก็คงคุยกันเองภายในอยู่

ผมเองมาอัพเดทให้ทราบ บางทีอาจจะมีแบรนด์ Hifiman ไปอยู่ในมาร์เก็ตเพลส แต่ถ้ามีเข้าไปนั่นหมายถึงผมต้องทำราคาลงมาแข่งขันกับช่องทางอื่นๆของเค้าได้ และต้องดูว่าเค้าสรุปกันอย่างไร ถ้าหลักการมันเป็นไปไม่ได้ เค้าก็คงเปลี่ยนผมออก โดยหาคนที่เหมาะสมกับวิธีคิดของเค้ามาเป็นตัวแทนๆผมครับ
ให้กำลังใจ 2
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 68

Number9IX

04/01/2019 15:53:58
48
แต่ถ้าเป็น Hi-END ผมยังสะดวกใจที่มี Reseller หรือมี Distributor ที่มีตัวตนจับต้องได้มากกว่า
ผมว่าเรื่องที่เฮียจะเอาไปสู้ได้คือ Serveice และ After service นะครับ
เพราะถ้าไม่มีคนกลางเวลาเคลม/ซ่อมมันโคตรจะยุ่งยาก + เอาแน่เอานอนไม่ได้ยังไงไม่รู้ ไหนจะต้องมาตามเรื่องเองให้ปวดหัวอีก -*-
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 69

Sonic Street Fighter

04/01/2019 16:07:27
39
ได้แต่หวังว่า ibasso คงไม่ลงมาเล่นด้วยนะครับ
ผมชอบแบรนด์นี้มาก จากที่ผ่านๆมา มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้นเรื่อยๆแบบก้าวกระโดดเลย
อยากให้ความสัมพันธ์ของเฮียกับ ibasso อยู่กันไปอีกนานแสนนานจริงๆเลยครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 70

ผมว่านะ

04/01/2019 17:22:46
เอาใจช่วยให้เฮียสามารถบรรลุข้อตกลงกับ hifiman ได้โดยเร็วนะครับ เพราะถ้าจบไม่สวยเราคงได้เห็นเฮียจัดโปรลดล้างสต็อคเทกระจาด hifiman ออกมาแน่ๆ ชนิดที่ว่าคุณ Fang มาเห็นราคาแล้วถึงกับเข่าทรุดเลย (ซึ่งแน่นอนว่าผมคนนึงล่ะที่รอช้อนซื้ออยู่)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 71

นายมั่นคง

04/01/2019 17:41:13
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 69 - Sonic Street Fighter
ได้แต่หวังว่า ibasso คงไม่ลงมาเล่นด้วยนะครับ
ผมชอบแบรนด์นี้มาก จากที่ผ่านๆมา มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้นเรื่อยๆแบบก้าวกระโดดเลย
อยากให้ความสัมพันธ์ของเฮียกับ ibasso อยู่กันไปอีกนานแสนนานจริงๆเลยครับ
ผมเองก็ภาวนาว่าอย่าให้ทุกๆแบรนด์คิดเหมือนกันเลยครับ ทุกวันนี้เหลือ iBasso อยู่แบรนด์เดียวที่ผมยังคงคุยเมล์และอื่นๆด้วยตัวเอง ด้วยความที่คุยกันกับเจ้าของเองมาสิบกว่าปี 

แต่ถ้าแบรนด์ต้องการขายเองโดยตรง พวก Reseller อย่างผมทำราคาแข่งขันกับเจ้าของเองไม่ได้หรอกครับ ถ้าทุกคนต้องการดำเนินการแบบนี้หมด ผมก็ถึงกาลต้องเลิกเหมือนกันครับ 555
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 72

birdloso

04/01/2019 17:52:00
20
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 67 - นายมั่นคง
ล่าสุดครับ

ทาง Hifiman แจ้งกับผมมาว่าต้องการให้ผมนำสินค้าเข้าไปขายในมาร์เก็ตเพลสเจ้าใหญ่ในไทย 3 เจ้า เพราะทาง Hifiman บอกว่าการที่ไม่มีแบรนด์เค้าในช่องทางเหล่านี้ เค้าบอกว่าเค้าเสียเปรียบคู่แข่งในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือจีน ซึ่งถ้าผมไม่ยอมเอาสินค้าเค้าขึ้นในช่องทางนี้ เค้าจำเป็นต้องหาคนอื่นมาทำแทนผมตรงช่องทางในมาร์เก็ตเพลส

ซึ่งผมก็บอกว่าในฐานะที่ผมเป็น distributor ว่าสามารถตอบสนองตรงนี้ได้ แต่ผมบอกว่ามันไม่ได้ผลกับสินค้าที่เป็นกลุ่มเฉพาะทางอย่างแบรนด์เค้า เพราะสินค้าเชิงนี้การทำมาร์เก็ตติ้งแบบโหลๆ ในมาร์เก็ตเพลส ไม่มีทางที่ลูกค้าสนใจและอยากได้ เพราะราคามันจะสวิงขึ้นลงจนคนไม่กล้าซื้อเพราะกลัวเสียค่าโง่นะ ซึ่งตอนนี้เค้าก็คงคุยกันเองภายในอยู่

ผมเองมาอัพเดทให้ทราบ บางทีอาจจะมีแบรนด์ Hifiman ไปอยู่ในมาร์เก็ตเพลส แต่ถ้ามีเข้าไปนั่นหมายถึงผมต้องทำราคาลงมาแข่งขันกับช่องทางอื่นๆของเค้าได้ และต้องดูว่าเค้าสรุปกันอย่างไร ถ้าหลักการมันเป็นไปไม่ได้ เค้าก็คงเปลี่ยนผมออก โดยหาคนที่เหมาะสมกับวิธีคิดของเค้ามาเป็นตัวแทนๆผมครับ
เข้ามาให้กำลังใจเฮียครับ เฮียอ่านเกมส์ได้ถูกต้องแล้วครับ เพราะ สินค้าพวกนี้ เฉพาะทางมากๆ ต้องลองเทส ทดลองกันจริงๆจัง ก่อนจะซื้อกันง่ายๆ แถมบริการหลังการขายก็สำคัญครับ ทุกวันนี้แค่สู้กับของหิ้วที่ผุดเป็นดอกเห็ดก็เหนื่อยละครับ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 73

Peerasak

04/01/2019 17:58:43
78
หูฟังตัวละหลายพันอัพไปยันหลักหมื่นหลักแสนยังไงก็ต้องมี distributor เอาไว้ลองฟังครับ ผมอยากรู้เหมือนกันถ้าเฮียไม่ขายซักคนใครจะกล้ากดสั่งซื้อครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 74

Number9IX

04/01/2019 20:33:53
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 73 - Peerasak

หูฟังตัวละหลายพันอัพไปยันหลักหมื่นหลักแสนยังไงก็ต้องมี distributor เอาไว้ลองฟังครับ ผมอยากรู้เหมือนกันถ้าเฮียไม่ขายซักคนใครจะกล้ากดสั่งซื้อครับ

ถ้าเจ้าตัวมาเปิดศูนย์บริการหรือศูนย์ซ่อม/เคลมในประเทศเองแล้วประกัน Worldwide แบบ Apple อันนี้ผมว่า Distributor ตายของจริง
อนาคตมีสิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 75

ผมว่านะ

04/01/2019 20:47:16
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 74 - Number9IX

อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 73 - Peerasak

หูฟังตัวละหลายพันอัพไปยันหลักหมื่นหลักแสนยังไงก็ต้องมี distributor เอาไว้ลองฟังครับ ผมอยากรู้เหมือนกันถ้าเฮียไม่ขายซักคนใครจะกล้ากดสั่งซื้อครับ

ถ้าเจ้าตัวมาเปิดศูนย์บริการหรือศูนย์ซ่อม/เคลมในประเทศเองแล้วประกัน Worldwide แบบ Apple อันนี้ผมว่า Distributor ตายของจริง
อนาคตมีสิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ถ้ายอดขาย hifiman ในไทยไม่แรงเหมือน iPhone เขาคงไม่คิดมาเปิดศูนย์ในไทยหรอกครับ ขายออนไลน์สบายกว่าเยอะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 76

นายมั่นคง

04/01/2019 21:05:02
3,685
ผมเข้าใจดีครับว่าช่องทางออนไลน์แบบแพลทฟอร์มยักษ์นั้น ทาง Hifiman เค้าบอกว่าเป็นช่องทางที่ใหญ่และในเมืองจีนถือว่าเป็นสนามแข่งขันของเค้า การที่ไม่มีแบรนด์เค้าในช่องทางเหล่านี้ โดยเฉพาะประเทศไทย เค้าถือว่าเสียเปรียบคู่แข่ง

แต่ความเห็นผม ผมกลับคิดว่าสินค้าเฉพาะทางขนาดนี้ การเข้าจำหน่ายในช่องทางพวกนี้ไม่น่าจะสร้างการรับรู้ที่ดีให้กับคนเล่นครับ และการเอาโปรโมชั่นมาล่อใจคนเล่น ผมคิดว่าทำได้แค่ช่วงแรก หลังจากนั้นจะไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไป แบรนด์ไหนที่ลดบ่อย ลดเยอะ ลดหนัก อย่าคิดว่าคนซื้่อเค้าจะซื้อนะครับ แบรนด์พวกนี้คนที่เล่นจริงๆกลับไม่สนใจการขายแบบช่องทางแบบนี้ เพราะมูลค่าหลังการซื้อแล้วมันไม่มีเลย จะซื้อเล่นใช้ซัก 2-3 ปีแล้วขายก็ไม่กล้า เพราะมูลค่ามันสวิงขึ้นลงจนคนไม่เล่นไม่ซื้อ

แต่ผมคิดว่าสินค้าเฉพาะทางขนาดนี้ ต้องการๆดูแลเรื่องประกัน การเดโม การทดลองจริงๆจังๆ อายุประกันนี่ก็สำคัญ และที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้คนซื้อเค้าเห็นให้ได้ว่าจริงมันดีอย่างไร  ซึ่งของพรรค์นี้เป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ สองคนยลตามช่อง ผมมองอย่างหนึ่ง เค้ามองอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าแบรนด์โดดมาขายเอง โดยใส่ส่วนลดจนลูกค้ามองเปรียบเทียบว่าผมขายแพง ผมก็คงถอยและเลิกจำหน่ายเหมือนกัน

ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายเค้าแล้วครับ ถ้าเป็นเงื่อนไขที่ผมสู้ไม่ไหว ผมก็เลิกครับ 555 แต่เสียดายเหมือนกันครับ อุตส่าห์ทำกันมาสิบกว่าปี 555 แต่ผมก็ยอมรับความคิดเห็นของเค้าเช่นกัน ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าทาง Hifiman จะทำให้ทุกอย่างชัดเจนขนาดไหนนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 77

chirawatf

05/01/2019 11:32:36
9
ผมลองวาดภาพในอนาคตว่าถ้าไม่มีร้านค้า ที่ให้ลองได้จับสินค้า และเข้าถึงจิตใจลูกค้า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสปการณ์ เป็นเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกันเแบบร้านเฮีย เหลือแต่ร้านค้า online คงไม่มีใครสนใจ กล้าสั่งซื้อ หูฟังแพงๆมาเล่นแน่ๆ ถึงมีก็น่าจะน้อยคนมาก เพราะไม่สนุก ไม่มีเพื่อนเล่นไปด้วยกัน ไม่มีกระทู้มาคุยทักทายกัน แลกเปลี่ยนประสปการณ์กันแบบทุกวันนี้ จนได้นัดพบกันเป็นเพื่อนกันจริงๆไปเลยก็เยอะ  พอไม่มีบรรยากาศมิตรภาพแบบเดิมๆ สุดท้ายร้านค้า online ก็คงแข่งตัดราคากันจนพากันเจ๊งกันไปเองแหละครับ  ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เห็นผลประกอบการที่ผ่านมาขาดทุนกันหมดทั้ง shopee ทั้ง lazada ถึงยอดขายจะเติบโตแต่ผลประกอบการกลับขาดทุนมากขึ้น
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 78

chirawatf

05/01/2019 11:34:40
9
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 79

chirawatf

05/01/2019 11:36:11
9
บริษัทที่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจริงๆคือ บริษัทขนส่งสินค้าอย่าง Kerry ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 80

ได้แต่รอดู

05/01/2019 11:54:53
ในแอพสีส้มก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่เยอะ แบรนด์ JVC ATH SONY SENN สินค้าในสต๊อกไม่ลดเลย

หูฟังมันไม่เหมือนทีวี สมาร์ทโฟน ที่ดูสเป็คแล้ว จะรู้ได้ทันทีว่าชอบหรือไม่ชอบ คุ้มไม่คุ้ม สินค้าพวกนั้นขายดิบขายดีในแอพนั้น

นอกจากว่าเค้าจะใจเด็ดกล้าทำแบบไม่ชอบแล้วคืนสินค้า คืนเงินเต็มจำนวน แต่ก็คงมีเละเจอคนหลากหลายแบบ 555
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 81

Tourweb

05/01/2019 12:54:26
ชอบกระทู้ในเวปเฮียจัง  อ่านแล้วได้รู้อะไรใหม่ๆ เยอะดี

ขอแชร์ที่เคยคุยเล่นกับเพื่อนที่เค้าอยู่โรงงานผลิตสินค้าเสื้อผ้าบ้าง
เห็นเพื่อนบอกว่าพวก alibaba เค้าจะมีเงื่อนไขให้ผู้ขายทำรายงานขาย  ยอดสต๊อคสินค้า ฯลฯ
ในรูปแบบที่เค้ากำหนด   สุดท้ายผู้ขายรายย่อยก็จบลงด้วยการต้องเช่า cloud ของ alibaba

เคยอ่านข่าวเจอมาว่าทั้ง alibaba และ amazon มีกำไรส่วนใหญ่จากการให้เช่า cloud ครับ
กำไรจากการให้ใช้ช่องทางขายของนี้มีนิดเดียว   มองอีกมุมก็คือรีดกำไรเอาจากผู้ขายรายย่อย
เรียกได้ว่าผู้ขายรายย่อยหรือจะเป็นผู้ผลิตเอง ถ้าไปเล่นตามเกมนี้  ก็ถูกบีบจนหน้าเขียวเลยแหละ
ผมว่าที่เฮียเลือกทำอยู๋ตอนนี้น่าจะไปได้ดีกว่า

แต่แอบสงสัยนิดครับเฮีย  ว่าทำไมสั่งของออนไลน์จากจีนแล้วไม่เสียภาษี
ผมลองเสริช์ดู  ถ้าของราคาเกิน 1500 บาท ก็ต้องเสียภาษีน่ะครับ
ตามข้อตกลง ACFTA (Asian China Free Trade Area) ตั้งแต่ปี 2547
หรือว่ามีอะไรอัพเดทกว่านี้ครับ

อ้างอิงจากที่หามาได้น่ะครับ

https://pawoot.wordpress.com/2017/10/13/why-china-free-shipping-and-tax-free/

https://pantip.com/topic/35273661

https://www.youtube.com/watch?v=41_Luusf9K4

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 82

Tourweb

05/01/2019 13:03:00
พูดถึงหูฟังราคาแกว่งไปมา   เพิ่งซื้อ ier-m9 ที่เรือธงไปตอนปลายตุลาคม
มาเห็นโปร sony ตอนต้นธันวาคมแล้วช้ำใจ
เพิ่งจะซื้อมาเดือนกว่าๆ  ลดไป 6-7000 บาทเลย  T_T
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 83

Tourweb

05/01/2019 13:08:00
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 82 - Tourweb
พูดถึงหูฟังราคาแกว่งไปมา   เพิ่งซื้อ ier-m9 ที่เรือธงไปตอนปลายตุลาคม
มาเห็นโปร sony ตอนต้นธันวาคมแล้วช้ำใจ
เพิ่งจะซื้อมาเดือนกว่าๆ  ลดไป 4-5,000 บาทเลย (แก้ไข) T_T
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 84

ลูกตาล Reus Glass

05/01/2019 16:31:12
62
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 81 - Tourweb

ชอบกระทู้ในเวปเฮียจัง  อ่านแล้วได้รู้อะไรใหม่ๆ เยอะดี

ขอแชร์ที่เคยคุยเล่นกับเพื่อนที่เค้าอยู่โรงงานผลิตสินค้าเสื้อผ้าบ้าง
เห็นเพื่อนบอกว่าพวก alibaba เค้าจะมีเงื่อนไขให้ผู้ขายทำรายงานขาย  ยอดสต๊อคสินค้า ฯลฯ
ในรูปแบบที่เค้ากำหนด   สุดท้ายผู้ขายรายย่อยก็จบลงด้วยการต้องเช่า cloud ของ alibaba

เคยอ่านข่าวเจอมาว่าทั้ง alibaba และ amazon มีกำไรส่วนใหญ่จากการให้เช่า cloud ครับ
กำไรจากการให้ใช้ช่องทางขายของนี้มีนิดเดียว   มองอีกมุมก็คือรีดกำไรเอาจากผู้ขายรายย่อย
เรียกได้ว่าผู้ขายรายย่อยหรือจะเป็นผู้ผลิตเอง ถ้าไปเล่นตามเกมนี้  ก็ถูกบีบจนหน้าเขียวเลยแหละ
ผมว่าที่เฮียเลือกทำอยู๋ตอนนี้น่าจะไปได้ดีกว่า

แต่แอบสงสัยนิดครับเฮีย  ว่าทำไมสั่งของออนไลน์จากจีนแล้วไม่เสียภาษี
ผมลองเสริช์ดู  ถ้าของราคาเกิน 1500 บาท ก็ต้องเสียภาษีน่ะครับ
ตามข้อตกลง ACFTA (Asian China Free Trade Area) ตั้งแต่ปี 2547
หรือว่ามีอะไรอัพเดทกว่านี้ครับ

อ้างอิงจากที่หามาได้น่ะครับ

https://pawoot.wordpress.com/2017/10/13/why-china-free-shipping-and-tax-free/

https://pantip.com/topic/35273661

https://www.youtube.com/watch?v=41_Luusf9K4

เรื่องภาษีออนไลน์ นี่น่าจะต้องเช็คแหล่งที่ใหม่กว่านี้ครับ เพิ่งเซ็นกันปีที่แล้ว ตอนแจ็คหม่ามานั่นแหละครับ
ผมก้ไม่ชัวร์นะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 85

นายมั่นคง

05/01/2019 18:09:58
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 77 - chirawatf
ผมลองวาดภาพในอนาคตว่าถ้าไม่มีร้านค้า ที่ให้ลองได้จับสินค้า และเข้าถึงจิตใจลูกค้า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสปการณ์ เป็นเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกันเแบบร้านเฮีย เหลือแต่ร้านค้า online คงไม่มีใครสนใจ กล้าสั่งซื้อ หูฟังแพงๆมาเล่นแน่ๆ ถึงมีก็น่าจะน้อยคนมาก เพราะไม่สนุก ไม่มีเพื่อนเล่นไปด้วยกัน ไม่มีกระทู้มาคุยทักทายกัน แลกเปลี่ยนประสปการณ์กันแบบทุกวันนี้ จนได้นัดพบกันเป็นเพื่อนกันจริงๆไปเลยก็เยอะ  พอไม่มีบรรยากาศมิตรภาพแบบเดิมๆ สุดท้ายร้านค้า online ก็คงแข่งตัดราคากันจนพากันเจ๊งกันไปเองแหละครับ  ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เห็นผลประกอบการที่ผ่านมาขาดทุนกันหมดทั้ง shopee ทั้ง lazada ถึงยอดขายจะเติบโตแต่ผลประกอบการกลับขาดทุนมากขึ้น
สวัสดีครับหมอเอฟ 55

ตอนนี้พวกอะไรที่เป็นการเล่นแบบเชิงลึกน่าจะล่มสลายในอีกไม่นาน เพราะว่าไม่มีใครทนทำอาชีพเชิงนี้ไหวในขณะที่ปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวย อย่างที่ผมบอกครับ สินค้าเชิงลึกแต่จะขายกันเชิงโหล ผมว่าผู้ประกอบการทุกรายก็คงต้องยอมสารภาพบาปยุติบทบาทและเลิกในที่สุด

ประเด็นเรื่องมาร์เก็ตเพลสขาดทุนนั้น เป็นเรื่องปกติครับ คือผมเคยคุยกับ CEO ของสินค้าจีนค่ายใหญ่ในไทย เค้าบอกว่า มาร์เก็ตเพลสเค้าวางแผนระยะยาวไว้แล้วดังนี้

- ใช้เวลา 5 ปีในการอัดเม็ดเงินเพื่อให้คนติดแพลทฟอร์มงอมแงมก่อน
- รอเวลา 5 ปี ให้ธุรกิจค้าปลีกตายกันสนิทกันให้หมดก่อนส่วนผู้นำเข้าอย่างน้อยขอแค่พิการ
- แล้วก็ถึงเวลาเริ่มต้นสตาร์ทธุรกิจที่จะเอาเงินกันแบบจริงๆจังๆซะที

มีแค่นี้ครับ ไม่มีอะไรมาก 55 พวกแพลทฟอร์มยักษ์ไม่ได้มองกำไรขาดทุนเหมือนร้านขายปลีกในไทย ซึ่งขาดทุนแค่ 2-3 เดือนติดกันก็จะเป็นจะตายแล้ว แต่มือระดับโลกเค้ามีเงินมากพอที่จะรอพวกกระจิบกระจอกตายให้หมดก่อนได้ครับ หมดเมื่อไหร่ก็สะดวกโยธินครับ 555

นี่ผมจำได้ว่าระยะเวลาเริ่มผ่านไปเพียง 2 ปีเศษๆเองครับ
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 86

นายมั่นคง

05/01/2019 18:23:31
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 81 - Tourweb
ชอบกระทู้ในเวปเฮียจัง  อ่านแล้วได้รู้อะไรใหม่ๆ เยอะดี

ขอแชร์ที่เคยคุยเล่นกับเพื่อนที่เค้าอยู่โรงงานผลิตสินค้าเสื้อผ้าบ้าง
เห็นเพื่อนบอกว่าพวก alibaba เค้าจะมีเงื่อนไขให้ผู้ขายทำรายงานขาย  ยอดสต๊อคสินค้า ฯลฯ
ในรูปแบบที่เค้ากำหนด   สุดท้ายผู้ขายรายย่อยก็จบลงด้วยการต้องเช่า cloud ของ alibaba

เคยอ่านข่าวเจอมาว่าทั้ง alibaba และ amazon มีกำไรส่วนใหญ่จากการให้เช่า cloud ครับ
กำไรจากการให้ใช้ช่องทางขายของนี้มีนิดเดียว   มองอีกมุมก็คือรีดกำไรเอาจากผู้ขายรายย่อย
เรียกได้ว่าผู้ขายรายย่อยหรือจะเป็นผู้ผลิตเอง ถ้าไปเล่นตามเกมนี้  ก็ถูกบีบจนหน้าเขียวเลยแหละ
ผมว่าที่เฮียเลือกทำอยู๋ตอนนี้น่าจะไปได้ดีกว่า

แต่แอบสงสัยนิดครับเฮีย  ว่าทำไมสั่งของออนไลน์จากจีนแล้วไม่เสียภาษี
ผมลองเสริช์ดู  ถ้าของราคาเกิน 1500 บาท ก็ต้องเสียภาษีน่ะครับ
ตามข้อตกลง ACFTA (Asian China Free Trade Area) ตั้งแต่ปี 2547
หรือว่ามีอะไรอัพเดทกว่านี้ครับ

อ้างอิงจากที่หามาได้น่ะครับ

https://pawoot.wordpress.com/2017/10/13/why-china-free-shipping-and-tax-free/

https://pantip.com/topic/35273661

https://www.youtube.com/watch?v=41_Luusf9K4

ขอบคุณที่ชอบครับ 555 ผมเองก็ชอบ เพราะว่าเหมือนเรานั่งคุยกัน ถูกมั่งผิดมั่งก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย และข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลนั่งทางใน เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงแล้ว เพียงแต่ในมุมของผู้บริโภคทั่วไปไม่รู้สึกอะไร แต่ในมุมของผู้ขายแบบผมบอกได้เลยว่าน่าเศร้ามาก เศร้าที่ผู้บริหารประเทศไม่ได้คิดอะไรไกลกว่าคืบเดียว หรือไม่งั้นก็มีผลประโยชน์จนต้องหลับตา 55

ดูแค่ตัวอย่างเล็กๆครับ การที่ผู้บริหารประเทศ แต่งชุดจีน แล้วพยายามพูดจีนเรียกร้องให้คนจีนมาเที่ยวเมืองไทยเถอะ เพราะคนไทยจะตายกันหมดแล้วเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวจีน

นี่มันสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของทุกภาคส่วนจริงๆครับ!!

ประเทศไทยมีของดี มีที่เที่ยว เป็นครัวขนาดใหญ่ที่ทำได้อร่อยของโลก สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม เรามีทุกอย่าง แต่เราไม่ทำของเราให้ดี เรามีดีแล้วจะต้องกลัวอะไรครับ ไม่มาก็ไม่มา เราต้องทำให้คนทั้งโลกมาเที่ยว ไม่ใช่รอง้อแต่นักท่องเที่ยวจีน ผมว่านี่มันเป็นความปัญญาอ่อนของผู้บริหารประเทศมากๆๆครับ

ในความเห็นผม ผมว่าการที่ง้องอนเชิญชวนในลักษณะการแบท่าแบบนี้ มีแต่คนหัวเราะเยาะ และทำให้การต่อรองจากคนจีนยิ่งสูงหนักขึ้นไปอีก คนจีนเค้ามาเที่ยวเค้าไม่ได้ใช้เงินไทยหรอกครับ เค้าเที่ยวสถานที่ๆคนจีนเป็นเจ้าของ และหมายความว่าสถานที่นั้นๆมีคนจีนเป็นพนักงาน

คนไทยไม่ได้อะไรหรอกครับ มองเห็นตัวเลขการส่งออกหลอกๆไปวันๆ รัฐบาลโชว์ตัวเลขสวยๆ แต่เคยมีการโชว์ตัวเลขจริงของผู้ประกอบการและผู้ส่งออกหรือเปล่า?

ความเห็นผม ตอนนี้จีนทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางที่ใหญ่ที่สุดและกุมชะตาชีวิตคนไทยไว้แล้วครับ เบาะๆก็มาร์เก็ตเพลสทั้งหลายแหล่ การส่งออก และลอจิสติก และตามมาไม่นานก็ไฟแนนซ์ ที่บอกว่าระบบคนกลางจะถูกตัดออกไป ผมหมายถึงพวกตัวกลางระดับรากหญ้าหรือกระจิบกระจอกงอกง่าย พวกนี้ตายเรียบ สุดท้ายโลกนี้จะถูกคนกลางที่ใหญ่ที่สุดรวบไว้

หรือใครว่าไม่จริงมั่ง 555




ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 87

นายมั่นคง

05/01/2019 18:26:07
3,685
เดี๋ยวดึกหน่อยจะมาคุยเรื่องภาษีสินค้าออนไลน์ที่ส่งมาจากจีนนะครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 88

chirawatf

05/01/2019 19:19:25
9
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 85 - นายมั่นคง
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 77 - chirawatf
ผมลองวาดภาพในอนาคตว่าถ้าไม่มีร้านค้า ที่ให้ลองได้จับสินค้า และเข้าถึงจิตใจลูกค้า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสปการณ์ เป็นเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกันเแบบร้านเฮีย เหลือแต่ร้านค้า online คงไม่มีใครสนใจ กล้าสั่งซื้อ หูฟังแพงๆมาเล่นแน่ๆ ถึงมีก็น่าจะน้อยคนมาก เพราะไม่สนุก ไม่มีเพื่อนเล่นไปด้วยกัน ไม่มีกระทู้มาคุยทักทายกัน แลกเปลี่ยนประสปการณ์กันแบบทุกวันนี้ จนได้นัดพบกันเป็นเพื่อนกันจริงๆไปเลยก็เยอะ  พอไม่มีบรรยากาศมิตรภาพแบบเดิมๆ สุดท้ายร้านค้า online ก็คงแข่งตัดราคากันจนพากันเจ๊งกันไปเองแหละครับ  ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เห็นผลประกอบการที่ผ่านมาขาดทุนกันหมดทั้ง shopee ทั้ง lazada ถึงยอดขายจะเติบโตแต่ผลประกอบการกลับขาดทุนมากขึ้น
สวัสดีครับหมอเอฟ 55

ตอนนี้พวกอะไรที่เป็นการเล่นแบบเชิงลึกน่าจะล่มสลายในอีกไม่นาน เพราะว่าไม่มีใครทนทำอาชีพเชิงนี้ไหวในขณะที่ปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวย อย่างที่ผมบอกครับ สินค้าเชิงลึกแต่จะขายกันเชิงโหล ผมว่าผู้ประกอบการทุกรายก็คงต้องยอมสารภาพบาปยุติบทบาทและเลิกในที่สุด

ประเด็นเรื่องมาร์เก็ตเพลสขาดทุนนั้น เป็นเรื่องปกติครับ คือผมเคยคุยกับ CEO ของสินค้าจีนค่ายใหญ่ในไทย เค้าบอกว่า มาร์เก็ตเพลสเค้าวางแผนระยะยาวไว้แล้วดังนี้

- ใช้เวลา 5 ปีในการอัดเม็ดเงินเพื่อให้คนติดแพลทฟอร์มงอมแงมก่อน
- รอเวลา 5 ปี ให้ธุรกิจค้าปลีกตายกันสนิทกันให้หมดก่อนส่วนผู้นำเข้าอย่างน้อยขอแค่พิการ
- แล้วก็ถึงเวลาเริ่มต้นสตาร์ทธุรกิจที่จะเอาเงินกันแบบจริงๆจังๆซะที

มีแค่นี้ครับ ไม่มีอะไรมาก 55 พวกแพลทฟอร์มยักษ์ไม่ได้มองกำไรขาดทุนเหมือนร้านขายปลีกในไทย ซึ่งขาดทุนแค่ 2-3 เดือนติดกันก็จะเป็นจะตายแล้ว แต่มือระดับโลกเค้ามีเงินมากพอที่จะรอพวกกระจิบกระจอกตายให้หมดก่อนได้ครับ หมดเมื่อไหร่ก็สะดวกโยธินครับ 555

นี่ผมจำได้ว่าระยะเวลาเริ่มผ่านไปเพียง 2 ปีเศษๆเองครับ
ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เฮียอยู่ได้จนเลยปีที่ 6 นะครับ ถึงตอนนั้นมั่นคงก็จะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง

เกาะติดเรื่องภาษีสินค้าออนไลน์ที่ส่งมาจากจีนอยู่นะครับเฮีย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 89

Ched

05/01/2019 19:27:07
2
ไม่แน่ใจว่าให้เขาออกเอกสาร form e มาให้เฮียมาลดภาษีได้รึเปล่า
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 90

นายมั่นคง

05/01/2019 23:04:57
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 88 - chirawatf
ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เฮียอยู่ได้จนเลยปีที่ 6 นะครับ ถึงตอนนั้นมั่นคงก็จะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง

เกาะติดเรื่องภาษีสินค้าออนไลน์ที่ส่งมาจากจีนอยู่นะครับเฮีย
555 ผมกำลังคิดว่าตัวเองจะอยู่รอดผ่านปีที่ 3 ของมหาสงครามแพลทฟอร์มได้หรือเปล่า (พูดจริงๆนะ) เพราะตอนนี้เป็นเรื่องยักษ์ควงกระบองออกมาตีกบาลกัน พวกหญ้าแพรกก็แหลกลาญเท่านั้นเองครับ 55

ขอบคุณครับหมอเอฟ
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 91

นายมั่นคง

05/01/2019 23:12:34
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 89 - Ched
ไม่แน่ใจว่าให้เขาออกเอกสาร form e มาให้เฮียมาลดภาษีได้รึเปล่า
คุยแทรกเรื่อง Form e ก่อนนิดนึง

การทำฟอร์ม E ก็คือการขอยื่นเอกสารเพื่อยกเว้นภาษีนำเข้าจากจีน ซึ่งการทำฟอร์ม E นั้นทำได้ในบางจังหวัดของจีน บางจังหวัดทำไม่ได้ครับ และ Form E ถ้าทำได้จะได้รับการยกเว้นภาษีครับ ซึ่งมีเรื่องที่ต้องพิจารณาในการทำ Form E อีกเช่น

- การซื้อสินค้าหรือสั่งสินค้าที่มูลค่าน้อยเกินไป อันนี้จะมีค่าดำเนินการขอฟอร์ม E จากชิปปิ้ง และรวมค่าขนส่งทุกอย่างลงไป ซึ่งใครสั่งสินค้าไม่กี่แสนบาท การทำ Form E มักไม่ช่วยให้เซฟได้ เพราะมันจะหมดไปกับค่าใช้จ่าย Fix อื่นๆครับ

- การทำ form E มีความล่าช้า ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการทำ บางทีไม่สอดคล้องกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว การให้ทางจีนส่งสินค้าด้วย Courier แบบ DHL Fedex ทำเวลาได้ดีกว่ามากครับ หรือจะพูดง่ายๆ ทำ Form E มันช้าไม่ท้นกิน 555

สรุปก็คือ  Form E เหมาะกับการสั่งสินค้าที่มีมูลค่ามากหน่อย ส่วนผมบางทีออร์เดอร์นึงไม่กี่แสนบาท ผมเลือกจะไม่รอครับ เพราะเวลาเทียบค่าใช้จ่ายในการทำฟอร์มกับไม่ทำ สำหรับออร์เดอร์เล็กๆ ความแตกต่างแทบไม่มีครับ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 92

นายมั่นคง

06/01/2019 00:08:41
3,685
คราวนี้ขอเล่าแบบจำขี้ปากชาวบ้านมาเล่า(อ่านข่าวเอา) และความเข้าใจแบบส่วนตัวของผมเองนะครับ 555

เมื่อเดือนเมษา 2018 ที่ผ่านมา มีการเซ็น MOU (Memorandum of Understanding) หรือการลงนามเพื่อบันทึกความเข้าใจซึ่งกันและกัน หรือจะบอกว่าเป็นสัญญาใจก็ได้ ซึ่ง MOU นี้เซ็นแล้วจะชักดาบไม่ทำตาม หรือทำตามไปก่อนซักพักหรือเบี้ยวดื้อๆก็ได้อีก เท่าที่ผมอ่านดู ไม่มีผลทางกฏหมายในขั้นต้องมาปรับสินไหมหรือเบี้ยทดแทน หรือไม่มีโทษถึงขั้นไล่เตะหรือดีดมะกอก

มีการลงนามไป 4 เรื่องอย่างที่หลายๆคนอ่านมาเหมือนกับที่ผมอ่าน คือจะมีการมาลงทุนนู่นนี่นั่น และกำหนดเขตปลอดอากร และการลงทุน smart digital hub ซึ่งที่เซ็นๆกันไป ทั้งนักวิชาการและภาคเอกชนอื่นๆ ต่างก็กังวลกันว่าทำไมอาลีบาบาถึงได้สิทธิพิเศษ และทำไมไม่มีใครแล้วเหรอ และทำไมต้องเป็นอาลีบาบา ซึ่งผมคิดว่า หากเอาเรื่องเหล่านี้ไปถามขอรายละเอียดกับภาครัฐ ผมเชื่อว่าไม่มีใครตอบได้ละเอียดครับ ได้แต่ตอบแบบเหวี่ยงแห หรือตอบแบบครอบจักรยานเอ๊ย ครอบจักรวาล 555

สิ่งที่มาระลอกแรกและใกล้ตัวก็คือการขยับตัวแบบอิสระมากขึ้นของแพลทฟอร์มของอาลีบาบา และอื่นๆที่กำลังดำเนินการอยู่อีกหลายอย่างโดยที่คนไทยเราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่จะได้เห็นได้ใช้ในไม่นานนี้ เราได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแน่ เพราะไม่มีคนไปตรวจสอบครับ คือเค้าว่าไงเราก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ และแน่นอนว่าคนไทยส่วนใหญ่ดีใจยกใหญ่ว่าได้ช็อปปิ้งออนไลน์ราคาถูกๆ หรือถ้าให้สาบาน หลายคนคงนึกในใจว่ามันขายได้ไงวะราคานี้ 555

ก็ต้องบอกว่าการเซ็นบันทึกข้อตกลงไปแล้วนั้น ถึงตอนนี้มีใครติดตามผลและประเมินผลได้ผลเสียกันบ้างหรือยัง การยกเว้นอากรนั้นทำตามข้อตกลงหรือใช้วิธีเหวี่ยงแหครอบคลุมหมด จากที่อ่านและประเมินจากคนที่สั่งสินค้าออนไลน์จากจีน ไม่ปราฏว่ามีใครเสียภาษี และได้ Free shipping กันแบบถ้วนหน้า ทำให้อาลีบาบายึดหัวหาด หรือจะหัวกะได หัวสะพานก็น่าจะยึดหมดในไม่นานนี้แล้วครับ 55

ประเด็นที่คนบอกว่าสั่งสินค้าออนไลน์ต่ำกว่า 1500 บาท ไม่เสียภาษี อันนี้จริงครับ และเป็นกับสินค้าที่มาจากทั่วโลก และถ้าเกินกว่า 1500 ต้องเสียภาษีใช่ไม๊ ตอบว่าใช่ครับ แต่ถ้าเป็นทางฟากฝรั่งหรือยุโรป การส่งสินค้าแล้ว declare ต่ำ เป็นโทษที่ผิดกฏหมาย บางบริษัทกลัวเรื่อง declare สินค้าราคาเท็จจนหัวหด และปัจจุบันถ้าเป็นร้านมาตรฐานไม่มีใครอยากช่วยคนไทยเลี่ยงภาษีแล้วครับ ใครสั่งของบ่อยๆจะรู้ดี 55

แต่สำหรับประเทศจีน จีนไม่กลัวครับ ถ้าซื้อของ 100,000 บาท แล้วให้ declare ต่ำๆ เค้าจะทำให้ทันที เคยมีกระทู้ headfi แซว Hifiman ในสมัยก่อนว่า สามารถเขียน declare สินค้าอย่าง HE-6 ให้มีมูลค่า $1 ซึ่งตอนนี้คนที่สั่งสินค้าจากจีน ส่วนมากจะได้รับการ declare สินค้าต่ำกว่าความจริงแบบบ้าบอคอแตก ซึ่งเวลาส่งเข้ามา ทำให้ไม่เสียทั้งภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม เรียกว่ามุดดินเข้ามาเลย และคนซื้อในไทยก็ไม่มีคนไหนต้องการ VAT ไปทำซากอะไร ซึ่งก็กลายเป็นผู้ซื้อที่ซื้อสินค้าจากจีนได้สินค้าในราคาถูกเพราะ Free shipping + Free Tax + Free Vat

ฝรั่งอั้งม้อเลิกเหอะ ไปเรียนและเขียนตำราใหม่มาสู้จีนละกัน 555

อ้าวแล้วเฮียไม่แข่งขันทำราคาสู้กับเค้ามั่งล่ะ ตอบว่าผมทำไม่ได้ครับ เพราะขืนทำแบบนี้มีหวังผมได้ติดคุกเพราะผิดกฏหมาย ผมต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการทำไม่ถูกต้องมันส่งผลถึงการส่งสินค้ากลับไปซ่อมเคลม และทุกๆอย่าง เพราะไม่มีเอกสารนำเข้า แล้วจะส่งสินค้าออกไปซ่อมเคลมได้อย่างไร ซึ่งข้อนี้ทำให้ร้านค้าปลีกอย่างผมเสียเปรียบคู่แข่งที่ขายผ่านแพลทฟอร์มตรงมาจากจีนครับ คือแพงกว่าแน่ๆๆไม่ต้องคิดให้ยาก

คราวนี้ถามว่าถ้าผมซื้อสินค้าจากจีนตกลงผมเสียภาษีหรือไม่ ตามความเข้าใจของผมในปัจจุบันนี้ คือสินค้าจากจีนน่าจะได้รับการยกเว้นอากรทั้งหมดครับ (ซึ่งข้อนี้จะให้แน่นอนต้องเช็คกับทางราชการอีกที) หากเปรียบไปมันจะคล้ายๆเวลาไฟลท์บินกลับจากฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน ใครบินไฟล์ทเหล่านี้กลับมา แล้วดันทะลึ่งหิ้วหลุยส์วิคตอง ชาแนล โรเล็กซ์ ปาเต๊ะมาแบบดื้อๆโง่ๆ ก็จะโดนตรวจสอบและยึดสินค้าและจ่ายค่าปรับ(หนักด้วย)

ต่างจากไฟล์ทที่บินมาจากจีน อินเดีย อินโด เวลาใครบินกลับมาจากประเทศเหล่านี้ ไม่มีใครสนใจ เพราะประเทศเหล่านี้ไม่มีอะไรให้ซื้อให้ช็อปปิ้ง ก็เลยไม่มีใครสนใจตรวจ ผมเปรียบเทียบแบบนี้หมายถึงสินค้าที่ถูกส่งผ่านจากแพลทฟอร์มยักษ์จากจีน ก็น่าจะได้รับการยกเว้นไม่ได้ตรวจแต่อย่างใด เรื่องการยกเว้นภาษีก็เป็นอะไรที่ไม่สามารถขอคำอธิบายได้ และไม่มีใครอยากอธิบายให้ฟังด้วย สู้ปล่อยให้มันมัวๆอึมครึมดีกว่า

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมข้องใจ คือทำไมเราไม่มีตัวเลือกอื่น หรือไม่มีการเปิดให้มีการแข่งขันเรื่องการลงทุน หรือว่าคนที่มีความพร้อมจะลงทุนในไทยมีรายเดียวในโลก เขาคือเทวดาหรือทวยเทพ? และลงทุนแล้วไม่เอากำไรคืนเหรอ มันเป็นไปได้ไง(โว้ย) 555 สิ่งเหล่านี้เป็นปริศนาดำมืดในประเทศสารขันธุ์ครับ กับวลีที่ว่าเค้ารวยแล้ว เค้ามาช่วย มันเป็นไปได้ไง ผมไม่เคยเห็นนักธุรกิจเสนอตัวช่วยใครโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ทั้งนี้เราไม่นับบุคคลที่หัวใจเป็นพระที่มอบทุกอย่างให้สารธาณะกุศลนะครับ คนเหล่านั้นเค้ารู้จักคำว่าพอครับ

เขียนมายืดยาวก็ยังแอบเซ็งว่า ถึงตอนนี้ผมเองก็โดนคนจีนขอร้องแกมบังคับให้โพสของที่สั่งมาจากจีนลงในแพลทฟอร์มของคนจีนที่ทำเพื่อคนจีน.....

เซ็งอ่ะ 555
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 93

chirawatf

06/01/2019 09:27:14
9
เศร้าใจมากครับ ธุรกิจคนไทยที่ทำถูกกฏหมาย ถูกนโยบายเอารัดเอาเปรียบจนอยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจดิ่งลงเหวเร็วขึ้นทุกวัน น่าเป็นห่วงรุ่นลูกจริงๆ หากินลำบากขึ้นทุกวัน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 94

Peob18c

06/01/2019 11:02:31
38
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 92 - นายมั่นคง

คราวนี้ขอเล่าแบบจำขี้ปากชาวบ้านมาเล่า(อ่านข่าวเอา) และความเข้าใจแบบส่วนตัวของผมเองนะครับ 555

เมื่อเดือนเมษา 2018 ที่ผ่านมา มีการเซ็น MOU (Memorandum of Understanding) หรือการลงนามเพื่อบันทึกความเข้าใจซึ่งกันและกัน หรือจะบอกว่าเป็นสัญญาใจก็ได้ ซึ่ง MOU นี้เซ็นแล้วจะชักดาบไม่ทำตาม หรือทำตามไปก่อนซักพักหรือเบี้ยวดื้อๆก็ได้อีก เท่าที่ผมอ่านดู ไม่มีผลทางกฏหมายในขั้นต้องมาปรับสินไหมหรือเบี้ยทดแทน หรือไม่มีโทษถึงขั้นไล่เตะหรือดีดมะกอก

มีการลงนามไป 4 เรื่องอย่างที่หลายๆคนอ่านมาเหมือนกับที่ผมอ่าน คือจะมีการมาลงทุนนู่นนี่นั่น และกำหนดเขตปลอดอากร และการลงทุน smart digital hub ซึ่งที่เซ็นๆกันไป ทั้งนักวิชาการและภาคเอกชนอื่นๆ ต่างก็กังวลกันว่าทำไมอาลีบาบาถึงได้สิทธิพิเศษ และทำไมไม่มีใครแล้วเหรอ และทำไมต้องเป็นอาลีบาบา ซึ่งผมคิดว่า หากเอาเรื่องเหล่านี้ไปถามขอรายละเอียดกับภาครัฐ ผมเชื่อว่าไม่มีใครตอบได้ละเอียดครับ ได้แต่ตอบแบบเหวี่ยงแห หรือตอบแบบครอบจักรยานเอ๊ย ครอบจักรวาล 555

สิ่งที่มาระลอกแรกและใกล้ตัวก็คือการขยับตัวแบบอิสระมากขึ้นของแพลทฟอร์มของอาลีบาบา และอื่นๆที่กำลังดำเนินการอยู่อีกหลายอย่างโดยที่คนไทยเราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่จะได้เห็นได้ใช้ในไม่นานนี้ เราได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแน่ เพราะไม่มีคนไปตรวจสอบครับ คือเค้าว่าไงเราก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ และแน่นอนว่าคนไทยส่วนใหญ่ดีใจยกใหญ่ว่าได้ช็อปปิ้งออนไลน์ราคาถูกๆ หรือถ้าให้สาบาน หลายคนคงนึกในใจว่ามันขายได้ไงวะราคานี้ 555

ก็ต้องบอกว่าการเซ็นบันทึกข้อตกลงไปแล้วนั้น ถึงตอนนี้มีใครติดตามผลและประเมินผลได้ผลเสียกันบ้างหรือยัง การยกเว้นอากรนั้นทำตามข้อตกลงหรือใช้วิธีเหวี่ยงแหครอบคลุมหมด จากที่อ่านและประเมินจากคนที่สั่งสินค้าออนไลน์จากจีน ไม่ปราฏว่ามีใครเสียภาษี และได้ Free shipping กันแบบถ้วนหน้า ทำให้อาลีบาบายึดหัวหาด หรือจะหัวกะได หัวสะพานก็น่าจะยึดหมดในไม่นานนี้แล้วครับ 55

ประเด็นที่คนบอกว่าสั่งสินค้าออนไลน์ต่ำกว่า 1500 บาท ไม่เสียภาษี อันนี้จริงครับ และเป็นกับสินค้าที่มาจากทั่วโลก และถ้าเกินกว่า 1500 ต้องเสียภาษีใช่ไม๊ ตอบว่าใช่ครับ แต่ถ้าเป็นทางฟากฝรั่งหรือยุโรป การส่งสินค้าแล้ว declare ต่ำ เป็นโทษที่ผิดกฏหมาย บางบริษัทกลัวเรื่อง declare สินค้าราคาเท็จจนหัวหด และปัจจุบันถ้าเป็นร้านมาตรฐานไม่มีใครอยากช่วยคนไทยเลี่ยงภาษีแล้วครับ ใครสั่งของบ่อยๆจะรู้ดี 55

แต่สำหรับประเทศจีน จีนไม่กลัวครับ ถ้าซื้อของ 100,000 บาท แล้วให้ declare ต่ำๆ เค้าจะทำให้ทันที เคยมีกระทู้ headfi แซว Hifiman ในสมัยก่อนว่า สามารถเขียน declare สินค้าอย่าง HE-6 ให้มีมูลค่า $1 ซึ่งตอนนี้คนที่สั่งสินค้าจากจีน ส่วนมากจะได้รับการ declare สินค้าต่ำกว่าความจริงแบบบ้าบอคอแตก ซึ่งเวลาส่งเข้ามา ทำให้ไม่เสียทั้งภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม เรียกว่ามุดดินเข้ามาเลย และคนซื้อในไทยก็ไม่มีคนไหนต้องการ VAT ไปทำซากอะไร ซึ่งก็กลายเป็นผู้ซื้อที่ซื้อสินค้าจากจีนได้สินค้าในราคาถูกเพราะ Free shipping + Free Tax + Free Vat

ฝรั่งอั้งม้อเลิกเหอะ ไปเรียนและเขียนตำราใหม่มาสู้จีนละกัน 555

อ้าวแล้วเฮียไม่แข่งขันทำราคาสู้กับเค้ามั่งล่ะ ตอบว่าผมทำไม่ได้ครับ เพราะขืนทำแบบนี้มีหวังผมได้ติดคุกเพราะผิดกฏหมาย ผมต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการทำไม่ถูกต้องมันส่งผลถึงการส่งสินค้ากลับไปซ่อมเคลม และทุกๆอย่าง เพราะไม่มีเอกสารนำเข้า แล้วจะส่งสินค้าออกไปซ่อมเคลมได้อย่างไร ซึ่งข้อนี้ทำให้ร้านค้าปลีกอย่างผมเสียเปรียบคู่แข่งที่ขายผ่านแพลทฟอร์มตรงมาจากจีนครับ คือแพงกว่าแน่ๆๆไม่ต้องคิดให้ยาก

คราวนี้ถามว่าถ้าผมซื้อสินค้าจากจีนตกลงผมเสียภาษีหรือไม่ ตามความเข้าใจของผมในปัจจุบันนี้ คือสินค้าจากจีนน่าจะได้รับการยกเว้นอากรทั้งหมดครับ (ซึ่งข้อนี้จะให้แน่นอนต้องเช็คกับทางราชการอีกที) หากเปรียบไปมันจะคล้ายๆเวลาไฟลท์บินกลับจากฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน ใครบินไฟล์ทเหล่านี้กลับมา แล้วดันทะลึ่งหิ้วหลุยส์วิคตอง ชาแนล โรเล็กซ์ ปาเต๊ะมาแบบดื้อๆโง่ๆ ก็จะโดนตรวจสอบและยึดสินค้าและจ่ายค่าปรับ(หนักด้วย)

ต่างจากไฟล์ทที่บินมาจากจีน อินเดีย อินโด เวลาใครบินกลับมาจากประเทศเหล่านี้ ไม่มีใครสนใจ เพราะประเทศเหล่านี้ไม่มีอะไรให้ซื้อให้ช็อปปิ้ง ก็เลยไม่มีใครสนใจตรวจ ผมเปรียบเทียบแบบนี้หมายถึงสินค้าที่ถูกส่งผ่านจากแพลทฟอร์มยักษ์จากจีน ก็น่าจะได้รับการยกเว้นไม่ได้ตรวจแต่อย่างใด เรื่องการยกเว้นภาษีก็เป็นอะไรที่ไม่สามารถขอคำอธิบายได้ และไม่มีใครอยากอธิบายให้ฟังด้วย สู้ปล่อยให้มันมัวๆอึมครึมดีกว่า

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมข้องใจ คือทำไมเราไม่มีตัวเลือกอื่น หรือไม่มีการเปิดให้มีการแข่งขันเรื่องการลงทุน หรือว่าคนที่มีความพร้อมจะลงทุนในไทยมีรายเดียวในโลก เขาคือเทวดาหรือทวยเทพ? และลงทุนแล้วไม่เอากำไรคืนเหรอ มันเป็นไปได้ไง(โว้ย) 555 สิ่งเหล่านี้เป็นปริศนาดำมืดในประเทศสารขันธุ์ครับ กับวลีที่ว่าเค้ารวยแล้ว เค้ามาช่วย มันเป็นไปได้ไง ผมไม่เคยเห็นนักธุรกิจเสนอตัวช่วยใครโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ทั้งนี้เราไม่นับบุคคลที่หัวใจเป็นพระที่มอบทุกอย่างให้สารธาณะกุศลนะครับ คนเหล่านั้นเค้ารู้จักคำว่าพอครับ

เขียนมายืดยาวก็ยังแอบเซ็งว่า ถึงตอนนี้ผมเองก็โดนคนจีนขอร้องแกมบังคับให้โพสของที่สั่งมาจากจีนลงในแพลทฟอร์มของคนจีนที่ทำเพื่อคนจีน.....

เซ็งอ่ะ 555

ผมสั่ง​ hdplex​ lpsu​ ส่งมาจากจีน​ ก็ยังโดนภาษี​​นะครับ​ ส่งผ่าน​ dhl แต่ตอนสั่ง​ case ส่งมาจาก​ us ด้วย​ priority mail ไม่โดน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 95

Tourweb

06/01/2019 16:12:55
ฟังแล้วลำบากใจแทนครับ   รัฐเองนั่นแหละต้องพยายามทำให้เท่าเทียมกัน
จะสั่งตรงจากจีน หรือจะผ่านตัวแทนก็ต้องเก็บภาษีในอัตราเดียวกัน

อ่านข่าวเจอว่าฝรั่งเศสเริ่มจะเก็บภาษีรายได้พวกแพลทฟอร์มจากต่างประเทศ
พวก amazon  google อย่างนี้  เพราะถือว่าเอาเปรียบคนอื่น
ทำมาหารายได้มีกำไร   แต่ไม่ได้จ่ายภาษีเหมือนผู้ประกอบการในประเทศ

ผมว่าน่าจะเริ่มเป็นเทรนด์ที่รัฐบาลต่างๆ คงจะทำตาม
แต่ของไทยเราคงต้องรออีกสักพักมั้ง  หน่วยงานรัฐทำอะไรเชื่องช้า
ไม่นับว่าอาจมีคอรัปชั่นในขั้นตอนไหนอีกหรือเปล่าน่ะครับ 

เรื่องคอรัปชั่นขอบ่นด้วยคน  เห็นมาตั้งแต่เด็ก  ไม่ดีขึ้นเลยสักนิด
ในมุมมองผมน่ะ อาจผิดก็ได้  ผมเชื่อว่าจริยธรรมของคนไทยเราเองค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับฝรั่ง
มันเหมือนเป็นค่านิยมของสังคมไทยเรา ที่เห็นรณรงค์ยังไงก็ไม่ดีขึ้น  เหมือนจะแย่ลงด้วยซ้ำ
ที่โมษณากันให้ โตไปไม่โกง  แต่ที่เห็นคือ มือใครยาว สาวได้สาวเอา กันทั้งนั้น
แค่อย่ามาว่ากันต่อหน้าน่ะ  รับไม่ได้  555

ผมยังเชื่อว่าคนในสังคมต้องช่วยๆ ปรับกันไป
เสียแต่ว่าผู้มีอำนาจดันทำซะเอง  แถมแก้ตัวน้ำขุ่นแบบไม่อายกันเลย 
สอนให้ตาย  เด็กมันก็ไม่เชื่อหรอก โตไปไม่โกงเนี่ย


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 96

Tourweb

06/01/2019 17:57:36
อีกอย่างที่นึกออก   ปีที่ผ่านมาผมซื้อสินค้าไอทีหลายครั้ง  จนเมียบ่น T_T
พบว่า  การเข้าไปซื้อจากเวปของร้านพวก advice กับ  jib  สะดวกกว่า lazada หรือ shopee มาก
หาของง่าย   ราคาก็โอเค  (ไม่แน่ใจว่าถูกกว่าหรือเปล่าเพราะราคาเปลี่ยนบ่อยมาก)
แถมส่งของเร็วกว่าด้วย  ส่งภายใน 3 ชม. ไม่รู้ว่าทำได้ไงน่ะ แต่ผมว่าเฮียไม่ต้องขนาดนั้นหรอก
พวกหูฟัง  ผมว่าเราต้องไปฟังก่อนอยู๋ดี   เว้นแต่พวกราคาต่ำหน่อย

เท่าที่ดูจากพฤติกรรมตัวเองตอนนี้   ผมจะเข้าเวป advice กับ jib เทียบราคาแล้วซื้อเลย
ถ้าหาของที่อยากได้ไม่เจอ  ค่อยไปดูใน lazada หรือ shopee
แม้ว่า jib จะขายในแพลทฟอร์มด้วยก็เถอะ  


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 97

นายมั่นคง

06/01/2019 21:49:02
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 95 - Tourweb
ฟังแล้วลำบากใจแทนครับ   รัฐเองนั่นแหละต้องพยายามทำให้เท่าเทียมกัน
จะสั่งตรงจากจีน หรือจะผ่านตัวแทนก็ต้องเก็บภาษีในอัตราเดียวกัน

อ่านข่าวเจอว่าฝรั่งเศสเริ่มจะเก็บภาษีรายได้พวกแพลทฟอร์มจากต่างประเทศ
พวก amazon  google อย่างนี้  เพราะถือว่าเอาเปรียบคนอื่น
ทำมาหารายได้มีกำไร   แต่ไม่ได้จ่ายภาษีเหมือนผู้ประกอบการในประเทศ

ผมว่าน่าจะเริ่มเป็นเทรนด์ที่รัฐบาลต่างๆ คงจะทำตาม
แต่ของไทยเราคงต้องรออีกสักพักมั้ง  หน่วยงานรัฐทำอะไรเชื่องช้า
ไม่นับว่าอาจมีคอรัปชั่นในขั้นตอนไหนอีกหรือเปล่าน่ะครับ 

เรื่องคอรัปชั่นขอบ่นด้วยคน  เห็นมาตั้งแต่เด็ก  ไม่ดีขึ้นเลยสักนิด
ในมุมมองผมน่ะ อาจผิดก็ได้  ผมเชื่อว่าจริยธรรมของคนไทยเราเองค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับฝรั่ง
มันเหมือนเป็นค่านิยมของสังคมไทยเรา ที่เห็นรณรงค์ยังไงก็ไม่ดีขึ้น  เหมือนจะแย่ลงด้วยซ้ำ
ที่โมษณากันให้ โตไปไม่โกง  แต่ที่เห็นคือ มือใครยาว สาวได้สาวเอา กันทั้งนั้น
แค่อย่ามาว่ากันต่อหน้าน่ะ  รับไม่ได้  555

ผมยังเชื่อว่าคนในสังคมต้องช่วยๆ ปรับกันไป
เสียแต่ว่าผู้มีอำนาจดันทำซะเอง  แถมแก้ตัวน้ำขุ่นแบบไม่อายกันเลย 
สอนให้ตาย  เด็กมันก็ไม่เชื่อหรอก โตไปไม่โกงเนี่ย


เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ การที่แพลทฟอร์มขายตรงมาที่ประเทศไหน มันไม่มีใครไปตรวจสอบและถึงอยากตรวจก็ไม่รู้จะตรวจอย่างไร ส่วนผู้ค้าในประเทศส่วนมากทุกคนไม่ได้เลี่ยงเรื่องภาษีนำเข้าและมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว นอกจากรายย่อยจริงๆ ที่ยังไม่ได้เข้าระบบฐานภาษี

ซึ่งเรื่องนี้ใครพูดก็มักจะโดนคนอื่นเขม่นเปล่าๆ เพราะคนไทยทุกคนเวลาซื้อของต่างประเทศ ต่างคนลุ้นกันตัวโก่งว่าจะเสียภาษีหรือเปล่า ทุกคนไม่อยากจ่ายแพงอันนี้เราทราบกันดี ซึ่งผมว่าเรื่องนี้ผู้บริหารบ้านเมืองต้องเอาเข้าหารือ เพราะแพลทฟอร์มต่างประเทศ เข้ามาหาประโยชน์แบบข้ามชาติ และทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบมากรวมถึงส่งผลถึงผู้ค้าปลีกในประเทศ คนมากมายบอกว่าไม่เห็นเกี่ยวกับชั้นตรงไหนเลยกับพวกแพลทฟอร์มอะไรนี่ล่ะ ผมอยากเรียนว่ามันส่งผลในระยะยาวครับ ลองดูตอนนี้ซิครับ เศรษฐกิจซบทันทีที่แคมเปญ 11-11, 12-12 จบลง

เศรษฐกิจโดยรวมมันส่งผลถึงคนทั้งประเทศครับ ตั้งแต่อัตราการจ้างงาน สภาพคล่องไม่มี คนว่างงาน ค่าครองชีพสูงขึ้น อาหารแพงขึ้น ผมเชื่อว่าถ้ามองไปถึงคนใกล้ตัวหรือไกลตัว น่าจะโดนหมดทุกๆคน เราโดนต่างชาติดึงเงินแบบชักออกต่อหน้าต่อตาไปหมดครับ

อีกเรื่องคือคอรัปชั่น ผมเห็นด้วยที่ว่าจริยธรรมของคนไทยต่ำกว่าใคร เราเป็นชาติที่คอรัปชั่นรุนแรงและหนักมาก ทำอย่างไรก็ไม่มีทางเจริญไปกว่านี้แล้วครับ คนโกงจะมองช่องทางนี้ออกว่าจะยัดเงินเข้าช่องไหนถึงจะได้ผล ยัดช่องไหนแล้วงานไม่สะดุด ทำให้ได้สัมปทานหรือเซ็นสัญญากินกันซ๊วบๆ และคนรับเงินก็พยายามซุกเงินที่รับมาให้มิดชิดที่สุด อย่าหวังว่าชาตินี้เราจะไปไหนได้เลยครับ

น่าเศร้าสุดคือเรามีรัฐบาลที่บอกว่าปฏิวัติคนโกง มาแบบพระเอกขี่ม้าขาวว่าจะจัดการคนโกง แล้วไง สุดท้ายก็ปล่อยให้พรรคพวกโกงซะเอง แล้วเป็นการโกงที่ผมว่าน่าเกลียด คือด้วยถ้อยคำที่สัมภาษณ์ หรือคำพูดที่ไม่ยี่หระ เพราะว่ามั่นใจว่ายังไงพวกกันต้องช่วยกัน สิ่งเหล่านี้มันย่ำยีและดูถูกกันไปหน่อยครับ

เมื่อไหร่นักการเมืองเหล่านี้จะหมดประเทศซะที...


ให้กำลังใจ 2
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 98

redondo16

07/01/2019 11:03:10
40
ทางแก้ทางนึงที่น่าจะเห็นผลและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ น่าจะเป็นเรื่องภาษีละมั้งครับ อย่างข่าว lazada กับ shopee ประกาศยอดกันโครมๆ

https://www.blognone.com/node/107031

https://www.blognone.com/node/106398

ตัว platform (Lazada หรือ Shopee) ไม่แน่ใจว่าเสียภาษีไหมเพราะงบแจ้งมายังขาดทุนอยู่ ร้านค้าภายใน platform ถ้าไม่จดทะเบียนก็ไม่เสียภาษี ยิ่งเป็นร้านนอก เงินไหลออกชิลๆโดยประเทศไม่ได้อะไรเลย

ทางแก้สำหรับร้านนอก ผมว่าต้องเก็บภาษีสินค้าเข้าทุกชิ้นทุกเม็ดแหละ เชื่อว่ากรมศุลฯมีศักยภาพทำได้อยู่แล้ว
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 99

MaxxIE

07/01/2019 13:02:31
991
ผมยังรอ พรรคชาติไทยมั่นคง อยู่นะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 100

นายมั่นคง

07/01/2019 14:27:57
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 99 - MaxxIE
ผมยังรอ พรรคชาติไทยมั่นคง อยู่นะครับ
ถ้าผมตั้งพรรคชาติไทยมั่นคง  และถ้าเกิดได้รับเลือกจริงๆ มันไม่มีอะไรยากเลยครับ การเป็นผู้บริหารประเทศมันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก ไม่ต้องไปคิดเยอะคิดแยะ 555

แค่ทำทุกอย่างให้ตรง ฟันหัวข้าราชการคอรัปชั่นให้หมด จัดการกับเรื่องที่มันมัวๆให้โปร่งใส ซิวเรื่องทุจริตให้หมด ไม่เห็นแก่อามิจ ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศยิ่งชีพ และสำคัญตัวเองต้องรู้จักพอครับ หากผมได้เป็นผู้บริหารจริงๆ ผมรู้จักคำว่าพอครับ ผมจะตัดคอคนรอบข้างที่จ้องจะคดโกง ถึงจะมีบุญคุณอุ้มชูช่วยมาแต่เพื่อความถูกต้องและชาติบ้านเมืองมันต้องแยกแยะครับ

คนเรากินไม่ได้มากหรอกครับ มื้อนึงจะกินแพงขนาดไหนกัน
คนเราไม่ต้องนอนหรูหราอะไรมากมาย เพราะเวลาป่วยหรือตายก็นอนที่แคบกว้างใหญ่ไม่หนีกัน

ผมไม่รู้ว่าพรรคอื่นๆจะไปเขียนนโยบายพรรคทีนึงหลายๆหน้ากระดาษทำไม สำคัญแค่ทำมันจริงๆและไม่โกงมันจริงๆ นักการเมืองก็เหมือนมาร์เก็ตเพลส ลงทุนแล้วก็เอาคืน มันก็มีแค่นี้วนๆไปเองครับ 555



ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 8
ความคิดเห็นที่ : 101

dfkwafjeoifjiwefjeiwafjeiw

12/01/2019 08:46:31
สิ่งที่เฮียมั่นทำนายเกี่ยวกับแอพซื้อขาย กำลังเกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่เขาขาดทุนไป 3 ปี

- ตอนนี้แอพสีส้มปรับระบบ Wallet ถ้าคนสั่งซื้อสินค้าโดนผู้ขายยกเลิก เงินจะไปอยู่ใน Wallet แล้วเจ้า Wallet นี้จะเปิดได้ต้องใส่ข้อมูลบัตรประชาชน เลขหน้าบัตร เลขหลังบัตร ถือบัตรปชชถ่ายหน้าตัวเองชัดเจน

แน่นอนละ ถ้าเงินไม่เยอะ ไม่มีใครกล้าแลกข้อมูลส่วนตัวละเอียดขนาดนั้นอยู่แล้ว เริ่มมีการบ่นใน Pantip แล้ว

- และที่ตลกที่สุด เริ่มมีร้านค้าจีนแปลกๆผุดมาในแอพ ก้อปรูป ก้อปข้อมูลสินค้าจากร้านไทย แล้วขายตัดราคาผู้ขายในไทย จากในแอพตัวเอง อย่างเช่นซิมทรูบ้านเรา แต่มีขายในร้านจีน (เอาจริงดิ!!!)

- แล้วก็เริ่มเก็บเปอร์เซ็นการขาย 1.5% ของราคาสินค้า ต่อ 1 คำสั่งซื้อจากผู้ขาย อันนี้ผู้ขายน่าาจะยังยอมรับกันได้อยู่

หลังจากนี้คนอาจจะมาชื่นชมเฮียว่าอัจฉริยะ อ่านเกมออก ที่ไม่ไปเข้าร่วมกับเขา ฮ่าๆ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 102

เฮียมั่นสู้ๆ

12/01/2019 21:00:49
ยิ่งอ่านที่เฮียมั่นพิมพ์มา ผมก็ยิ่งอยากให้เฮียได้บริหารประเทศครับ
อันดับแรกที่อยากให้เฮียปฏิวัติที่สุดก็คงจะเป็น ระบบราชการครับ

ผมพึ่งมาบรรจุ ยังได้กลิ่นแล้วเลยว่า มันโกงกินกันสุดฤทธิ์จริงๆนะครับ

เอาแค่เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง เราต้องเอาร้านที่คนเบื้องบนกำหนดเท่านั้นด้วยนะครับ ไม่เอาก็ไม่ได้ เพราะมันจะไม่มีอุปกรณ์วัสดุในการทำงานครับ เพราะเค้าจะไม่เซ็นอนุมัติ

และแม้มันจะต้องมีการเปรียบเทียบประกวดราคา แต่ก็ใช่ว่ามันจะโปร่งใสนะครับ เพราะที่มาแข่งๆกันนั่นนะ พวกเดียวกันทั้งนั้น ตั้งราคาแบ่งคิวแบ่งก้อนเค้กกันไป

ผมว่าแค่ทำระบบให้มันออนไลน์สู่กันได้หมดทุกหน่วยงานก็ลดปัญหาโกงกินได้เยอะแล้วครับ
เช่น หน่วยงานไหน อยากจัดซื้ออะไร ทำบันทึกขอจัดซื้อ พอบันทึกได้อนุมัติ ก็ขึ้นเว็บให้ร้านค้าที่ต้องการจะเสนอขาย ส่งราคา เข้าแย่งกันเลยครับพอหมดเวลา ระบบก็คัดเอาอันที่ราคาต่ำสุดมาให้เลย ประมาณนี้ครับ

และอีกอย่างที่อยากให้เฮียมั่นจัดการก็คือ เรื่องการก่อเหตุผิดกฏหมายซ้ำๆครับ พวกเมาแล้วขับนี่ ผมอยากให้ยึดรถมาให้หน่วยงานห่างไกลใช้มากเลยครับ เพราะมันขาดแคลนต่างกับพวกหน่วยงานตามหัวเมืองใหญ่มาก
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 103

นายมั่นคง

12/01/2019 22:43:52
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 102 - เฮียมั่นสู้ๆ
ยิ่งอ่านที่เฮียมั่นพิมพ์มา ผมก็ยิ่งอยากให้เฮียได้บริหารประเทศครับ
อันดับแรกที่อยากให้เฮียปฏิวัติที่สุดก็คงจะเป็น ระบบราชการครับ

ผมพึ่งมาบรรจุ ยังได้กลิ่นแล้วเลยว่า มันโกงกินกันสุดฤทธิ์จริงๆนะครับ

เอาแค่เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง เราต้องเอาร้านที่คนเบื้องบนกำหนดเท่านั้นด้วยนะครับ ไม่เอาก็ไม่ได้ เพราะมันจะไม่มีอุปกรณ์วัสดุในการทำงานครับ เพราะเค้าจะไม่เซ็นอนุมัติ

และแม้มันจะต้องมีการเปรียบเทียบประกวดราคา แต่ก็ใช่ว่ามันจะโปร่งใสนะครับ เพราะที่มาแข่งๆกันนั่นนะ พวกเดียวกันทั้งนั้น ตั้งราคาแบ่งคิวแบ่งก้อนเค้กกันไป

ผมว่าแค่ทำระบบให้มันออนไลน์สู่กันได้หมดทุกหน่วยงานก็ลดปัญหาโกงกินได้เยอะแล้วครับ
เช่น หน่วยงานไหน อยากจัดซื้ออะไร ทำบันทึกขอจัดซื้อ พอบันทึกได้อนุมัติ ก็ขึ้นเว็บให้ร้านค้าที่ต้องการจะเสนอขาย ส่งราคา เข้าแย่งกันเลยครับพอหมดเวลา ระบบก็คัดเอาอันที่ราคาต่ำสุดมาให้เลย ประมาณนี้ครับ

และอีกอย่างที่อยากให้เฮียมั่นจัดการก็คือ เรื่องการก่อเหตุผิดกฏหมายซ้ำๆครับ พวกเมาแล้วขับนี่ ผมอยากให้ยึดรถมาให้หน่วยงานห่างไกลใช้มากเลยครับ เพราะมันขาดแคลนต่างกับพวกหน่วยงานตามหัวเมืองใหญ่มาก
ไปๆมาๆดูเหมือนผมจะมีแคนดิเดตชิงนายกเลยหรือนี่ จ๊ากๆๆๆๆ 555

ประเทศไทยต่อให้มันผ่านไปอีก 200 ปี ให้ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 500 ปีก็ไม่มีทางหลุดจากปัญหาคอรัปชั่นได้หรอกครับ อย่าว่าแต่ชาติหน้าเลย ชาติไหนๆก็หมดสิทธิ์ครับ ประเทศเราเป็นประเทศที่ยัดเงินใต้โต๊ะตั้งแต่เด็กยังไม่ถูกปฏิสนธิ พอท้องก็จ่ายใต้โต๊ะให้มีสิทธิ์เรียนอนุบาลดีๆ

พอโตอีกหน่อยก็ใต้โต๊ะเรียนประถม มัธยม แล้วก็มหาลัย พอทำงานก็ใต้โต๊ะให้ได้รับราชการ เอกชนก็ต้องใต้โต๊ะโควต้าเด็กฝาก คนไทยเราจ่ายรายทางตั้งแต่ยังไม่เกิด โตมาจะไม่โกงได้ไงครับ 555 มีแต่จะโกงยังไงถึงจะคุ้มกับที่จ่ายไป เราถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เด็กเห็นพ่อ โตขึ้นก็สอนหลานสอนลูกไปเรื่อย

ผมต่อให้เลือกตั้งอีก 50 ครั้งก็เหมือนเดิม เลือกได้ก็กริ๊วกร๊าวกันพักนึง แล้วก็โดนคนด่าโดนประท้วง แล้วก็ปฏิวัติซักรอบ ปฏิวัติเสร็จก็รอเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็รอเลือกตั้งใหม่ แล้วก็รอปฏิวัติอีก เหตุที่มันวนเวียนแบบนี้ เพราะคนไทยไม่เชื่อว่าใครดี กูก็ไม่ดี มึงก็ไม่ดี งั้นเรามาชั่วกันเหอะ 555

เราหาทางโค่นกันเองมาตลอด ประมาณว่าทีมึงนานแล้ว คราวนี้ถึงทีกูมั่ง เหตุทั้งหมดเกิดจาก โลภะ โมหะ โทสะ ทั้งสิ้น ความโลภมาก่อน โลภโดยลืมนึกไปว่าที่โกงมา กินไป 500 ชาติก็ไม่หมดแล้ว ยังไม่ยอมพอนั่นเอง ถ้าคำนวนแบบคณิตศาสตร์ นักการเมืองถ้าโกงได้ซัก 500 ล้านแล้วหยุด แค่นี้ประเทศชาติก้าวหน้าปีละ 2 ก้าว แต่นี่ไม่ใช่ครับ ได้ 1000 ล้านก็ขอเอาอีก ประเทศก็ถอยหลัง 2 ก้าว

สุดท้ายลงคลอง......
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 104

cuteman

14/01/2019 01:03:38
19
เหตุผลนึงที่ผมยังอุดหนุนร้านเฮียอยู่ เพราะอยากสนับสนุนร้านที่มีความตั้งใจจริงๆ ไม่ใช่แค่พวกฉวยโอกาส ตัดราคามันเรื่องง่ายครับ ผมสนุกกับการเล่นหูฟังก็เพราะร้านเฮียเนี่ยแหละครับ ตัวแรกที่ซื้อร้านเฮียน่าจะไวแสง เดอะมอลงามสมัยก่อนที่อยู่ด้านบน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 105

นายมั่นคง

14/01/2019 01:23:18
3,685
เมื่อตะกี๊ดูข่าวครับ

พบว่าตอนนี้ฝรั่งหัวแดง 5 ประเทศใหญ่กำลังร่วมต่อต้านการล่าอาณานิคมของจีน ทั้งๆที่ในอดีตเมื่อไกลโพ้น พวกฝรั่งนี่ต่างหากเป็นพวกล่าอาณานิคมและช่วงชิงพื้นที่จากเจ้าของเดิม ตอนนี้โลกเปลี่ยน ฝรั่งกลัวกันหัวหดจนต้องร่วมมือกันต้านจีน ผมดูแล้วก็ขำ ไม่ใช่ดูแล้วสงสาร แต่ดูแล้วสมน้ำหน้าเพราะเห็นถึงผลกรรมที่เกิดจากความโลภ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่ใช่ฝรั่งดอกเหรอที่ไม่คิดให้รอบคอบ และไม่ใช่ฝรั่งหรอกเหรอที่คิดตื้นๆด้วยการแสวงหาวิธีทำให้การผลิตถูกลง คิดนวัตกรรมอะไรออกก็หาโรงงานผลิตที่ราคาถูกๆ มีอะไรก็ไปตั้งที่จีน จนคนในประเทศตัวเองไม่มีงานจะทำ และสวนกันคนจีนมีงานทำ เงินสะพัด โรงงานเปิดในจีนทุกพื้นที่ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความโลภที่คิดว่าจ้างประเทศโลกที่ 3 (ฝรั่งเหยียดคนอื่นตลอดแหละ) นี่แหละผลิตของให้ กำไรเหลืออื้อซ่าแน่ แล้วเป็นไงครับ

เทคนิคต่างๆ ถูกส่งผ่านไปในมือจีน จนทุกวันนี้จีนศึกษาและถอดรหัสทุกอย่างแล้วนำไปพัฒนาต่อยอดกับประเทศตนเอง จนกลายเป็นว่าฝรั่งจะอดตาย คนตกงานล้นเมือง จีนขึ้นเป็นเจ้าเทคโนโลยี แล้วก็กลับมาต่อรองกับไอ้คนที่ส่งของมาให้ผลิตนั่นแหละ ตอนนี้จีนจะเอายังไง ไม่มีใครสกัดได้หรอกครับ ต่อให้ฝรั่งรวมกันครึ่งโลกก็คงยาก เหตุมาจากความโลภนั่นแหละ ถ้าไม่โลภพวกฝรั่งหัวแดงก็คงไม่ต้องมาถึงวันนี้

ย้อนมาในไทย ผมนึกแล้วตกใจ เพราะมาร์เก็ตเพลสขนาดใหญ่ทั้ง 3 ราย มีเจ้าของเป็นคนจีนทั้งหมด และปรากฏว่าทั้ง 3 รายยอมขาดทุนมากๆกันทั้งหมด ซึ่งผมว่าคนไทยดีใจและก็บอกว่าเป็นยุคของผู้บริโภคที่ได้สินค้าราคาถูก หลายคนอ่านที่ผมเขียนอาจจะนึกเกลียดที่ผมแสดงความเห็นแบบนี้ 555 แต่ผมบอกว่าผมไม่ได้แสดงความเห็นในฐานะพ่อค้าหูฟัง แต่ผมขออนุญาตแสดงความเห็นในฐานะคนไทยครับ

ผมอยากจะบอกว่ามาร์เก็ตเพลสขนาดใหญ่ขาดทุนทำไมกันแค่คนละไม่กี่ร้อยล้านต่อปี ถ้าแน่จริงควรจะเอาเงินออกมาขาดทุนเดือนนึงซัก 5 พันล้านต่อเดือน เจ้าใหญ่ 3 เจ้าควรจะเอาเงินมาแจกโค้ดลดราคารวมกันซักหมื่นห้าพันล้านต่อเดือน การเอากุ้งฝอยมาตกปลากะพงแบบนี้ดูจะใจเสาะและฉลาดคนเดียวมากไปหน่อย(ยอมขาดทุนเดือนละไม่กี่สิบล้านผมว่ากระจอกเกินไปไม่สมศักดิ์ศรีคนรวย)

ตอนนี้ประเทศไทยโดนทุนใหญ่ขึงพืดอยู่ แล้วแต่ว่าใครจะฉีกขาข้างไหนแบ่งเอาไปกินได้ก่อนกัน สุดท้ายผมก็ยังคงทำนายเหมือนเดิมว่า การที่เราขาดความเฉลียวใจขาดการวิเคราะห์และไร้แนวป้องกัน สุดท้ายพอทุกอย่างมันเรียวลงไปเรื่อยๆ คนที่แข็งแรงที่สุดก็ชนะไป พวกปลาซิวปลาสร้อยก็ตายไป และที่มันเจ็บใจก็คือคนไทยตายเพราะความโลภเหมือนเดิม คนไทยจ่ายหัวละ 500 ก็พร้อมจะกาบัตรให้แล้วครับอย่าลืม

โลกยุคใหม่ไม่มีเรื่องความถูกต้อง ไม่มีกติกา ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีจริยธรรมอะไรอีก มีแต่ใครดีใครได้ หลอกได้หลอกเอา โกยได้โกยเอา กูต้องเอาก่อน กูต้องได้ก่อน

และผมก็คงจะเลิกอาชีพนี้ไปเพราะผมโง่และทำแบบนี้ไม่เป็น 555
ให้กำลังใจ 3
หยิกหู 0
แจกหู 5
ความคิดเห็นที่ : 106

Mus

14/01/2019 02:05:10
เห็นราคาของ HiFiMan ใน JD Central ปรับแล้วนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 107

ฮ่าๆๆๆๆ

14/01/2019 03:35:47
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 105 - นายมั่นคง
เมื่อตะกี๊ดูข่าวครับ

พบว่าตอนนี้ฝรั่งหัวแดง 5 ประเทศใหญ่กำลังร่วมต่อต้านการล่าอาณานิคมของจีน ทั้งๆที่ในอดีตเมื่อไกลโพ้น พวกฝรั่งนี่ต่างหากเป็นพวกล่าอาณานิคมและช่วงชิงพื้นที่จากเจ้าของเดิม ตอนนี้โลกเปลี่ยน ฝรั่งกลัวกันหัวหดจนต้องร่วมมือกันต้านจีน ผมดูแล้วก็ขำ ไม่ใช่ดูแล้วสงสาร แต่ดูแล้วสมน้ำหน้าเพราะเห็นถึงผลกรรมที่เกิดจากความโลภ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่ใช่ฝรั่งดอกเหรอที่ไม่คิดให้รอบคอบ และไม่ใช่ฝรั่งหรอกเหรอที่คิดตื้นๆด้วยการแสวงหาวิธีทำให้การผลิตถูกลง คิดนวัตกรรมอะไรออกก็หาโรงงานผลิตที่ราคาถูกๆ มีอะไรก็ไปตั้งที่จีน จนคนในประเทศตัวเองไม่มีงานจะทำ และสวนกันคนจีนมีงานทำ เงินสะพัด โรงงานเปิดในจีนทุกพื้นที่ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความโลภที่คิดว่าจ้างประเทศโลกที่ 3 (ฝรั่งเหยียดคนอื่นตลอดแหละ) นี่แหละผลิตของให้ กำไรเหลืออื้อซ่าแน่ แล้วเป็นไงครับ

เทคนิคต่างๆ ถูกส่งผ่านไปในมือจีน จนทุกวันนี้จีนศึกษาและถอดรหัสทุกอย่างแล้วนำไปพัฒนาต่อยอดกับประเทศตนเอง จนกลายเป็นว่าฝรั่งจะอดตาย คนตกงานล้นเมือง จีนขึ้นเป็นเจ้าเทคโนโลยี แล้วก็กลับมาต่อรองกับไอ้คนที่ส่งของมาให้ผลิตนั่นแหละ ตอนนี้จีนจะเอายังไง ไม่มีใครสกัดได้หรอกครับ ต่อให้ฝรั่งรวมกันครึ่งโลกก็คงยาก เหตุมาจากความโลภนั่นแหละ ถ้าไม่โลภพวกฝรั่งหัวแดงก็คงไม่ต้องมาถึงวันนี้

ย้อนมาในไทย ผมนึกแล้วตกใจ เพราะมาร์เก็ตเพลสขนาดใหญ่ทั้ง 3 ราย มีเจ้าของเป็นคนจีนทั้งหมด และปรากฏว่าทั้ง 3 รายยอมขาดทุนมากๆกันทั้งหมด ซึ่งผมว่าคนไทยดีใจและก็บอกว่าเป็นยุคของผู้บริโภคที่ได้สินค้าราคาถูก หลายคนอ่านที่ผมเขียนอาจจะนึกเกลียดที่ผมแสดงความเห็นแบบนี้ 555 แต่ผมบอกว่าผมไม่ได้แสดงความเห็นในฐานะพ่อค้าหูฟัง แต่ผมขออนุญาตแสดงความเห็นในฐานะคนไทยครับ

ผมอยากจะบอกว่ามาร์เก็ตเพลสขนาดใหญ่ขาดทุนทำไมกันแค่คนละไม่กี่ร้อยล้านต่อปี ถ้าแน่จริงควรจะเอาเงินออกมาขาดทุนเดือนนึงซัก 5 พันล้านต่อเดือน เจ้าใหญ่ 3 เจ้าควรจะเอาเงินมาแจกโค้ดลดราคารวมกันซักหมื่นห้าพันล้านต่อเดือน การเอากุ้งฝอยมาตกปลากะพงแบบนี้ดูจะใจเสาะและฉลาดคนเดียวมากไปหน่อย(ยอมขาดทุนเดือนละไม่กี่สิบล้านผมว่ากระจอกเกินไปไม่สมศักดิ์ศรีคนรวย)

ตอนนี้ประเทศไทยโดนทุนใหญ่ขึงพืดอยู่ แล้วแต่ว่าใครจะฉีกขาข้างไหนแบ่งเอาไปกินได้ก่อนกัน สุดท้ายผมก็ยังคงทำนายเหมือนเดิมว่า การที่เราขาดความเฉลียวใจขาดการวิเคราะห์และไร้แนวป้องกัน สุดท้ายพอทุกอย่างมันเรียวลงไปเรื่อยๆ คนที่แข็งแรงที่สุดก็ชนะไป พวกปลาซิวปลาสร้อยก็ตายไป และที่มันเจ็บใจก็คือคนไทยตายเพราะความโลภเหมือนเดิม คนไทยจ่ายหัวละ 500 ก็พร้อมจะกาบัตรให้แล้วครับอย่าลืม

โลกยุคใหม่ไม่มีเรื่องความถูกต้อง ไม่มีกติกา ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีจริยธรรมอะไรอีก มีแต่ใครดีใครได้ หลอกได้หลอกเอา โกยได้โกยเอา กูต้องเอาก่อน กูต้องได้ก่อน

และผมก็คงจะเลิกอาชีพนี้ไปเพราะผมโง่และทำแบบนี้ไม่เป็น 555
ผมโคตรชอบความคิดเห็นนี้เลยครับ ฮ่า แอบยอมรับนะว่าเป็นคนนึงที่รู้สึกว่าทำไมเว็บนี้ดื้อจัง ไม่ไปลงเว็บพวกนั้นสักที จะได้ใช้โค้ดซื้อของ พอเห็นพลังของร้านจีนในนั้นไล่ตัดราคาร้านไทย โอเค เห็นภาพแล้ว
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 108

redondo16

14/01/2019 09:32:24
40
เจ้าสีส้ม แจกโค้ดลดกับร้านนอกทุกเดือน เจ้าที่นำเข้าหูฟัง budget หลายๆยี่ห้อจะตายห่านเอา เจอราคาต่างกันครึ่งนึง ถึงไม่มีประกันก็วัดดวงเอา (ประกันศูนย์ไทยก็แค่ 3 เดือน)

จะบอกว่า Digital Disruption ต้องปรับตัว ผมว่าไม่ใช่หรอก นี่มั่นทุ่มตลาดแบบบ้านๆเลยล่ะ 55
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 109

มิวสิก

14/01/2019 18:39:42
60
ดู SME ตีแตก พิธีกรถามว่าราคาเป็นแสน คุณก็มีให้ลองฟังเหรอ เฮียตอบ แบบสรุปว่าจำเป็นต้องมีเพื่อผู้บริโภคจะได้เลือกได้ถูกใจ

อย่าว่าแต่เป็นแสนเลย แค่หมื่นซื่อผ่านออนไลน์ผมก็ไม่กล้า ใช่ว่าจะมาลองฟังร้านเฮียแล้วไปซื้อออนไลน์ แต่หมายถึงเมื่อมีปัญหาแล้วใครจะดูแล ส่วนเรื่องของราคาไม่กี่พัน อันนี้ต้องทำใจ เฮียอาจต้องเลิกขายจริงๆ

อีกอย่าง ราคาที่ลดมากๆ มันเสี่ยงว่าจะเป็นของปลอม ส่วนของแท้จริงๆราคาไม่น่าต่างกันมาก ถูกกว่าไม่กี่ร้อย ซื้อประกันสบายใจกว่า ไอ้ส่วนที่ลดลงมากกว่าปกติแต่ไม่มากเท่าเคสแรกให้นึกว่ามันเป็นสินค้าลองใช้แล้วตีกลับจากลูกค้าแล้วทางร้านเอามาขายต่อ ซึ่งเป็นผมจะไม่ซื้อตอน 11-11หรือ12-12.เลย เพราะลดเยอะก็มีโอกาศโดนสินค้าส่งคืนเยอะ (ที่จริงเคยโดนแหละถึงได้ความคิดนี้มา ) 

อีกอย่างความน่าเชื่อถือของร้านถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทางออนไลน์การจะหาของที่ต้องการนะมันง่าย แต่จะหาจากเจ้าที่มีความน่าเชื่อถือหนะมันยากกว่า ถ้าผมเจอ RE400  ราคา 9ร้อยกว่า ถึง 3พัน อันนี้ผมมองว่า HiFiman เองนั้นแหละที่ไม่น่าเชื่อถือ นี่คือเหตุผลที่เฮียบอกว่าสินค้าดีๆ จะมาทำราคาขึ้นๆลงๆเป็นของเด็กเล่นไม่ได้

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 110

นายมั่นคง

14/01/2019 23:04:50
3,685
สำหรับผมเอง ทุกวันนี้ก็ถือว่าทำหน้าที่ตัวเองดีที่สุดแล้วครับ การเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง งัดอย่างไรก็หักครับ 555

ตอนนี้ผมทำราคาแข่งขันกับมาร์เก็ตเพลส โดยที่ผมคิดว่าไอเท็มส่วนใหญ่ที่มั่นคงราคาไม่แพงกว่าและแข่งขันได้ อันไหนผมทำราคาไม่ได้ผมก็พยายามไม่จำหน่ายไปซะ และก็อย่างที่ทราบ การขายด้วยการแข่งขันราคาแบบนี้นั้น ร้านมั่นคงเองก็คงอยู่ได้อีกไม่นานครับ มันไม่มีทางที่จะไปแข่งอะไรกับการทุ่มและทุบตลาดให้พังโดยทุนใหญ่ต่างชาติครับ

ตอนนี้ผมก็โดนหมายหัวจากศูนย์ไทยหลายรายว่าทำไมไปขายสินค้าแข่งกับมาร์เก็ตเพลส ไปลดราคาแข่งกับร้านในมาร์เก็ตเพลสได้ไง นี่กลายเป็นว่าผมโดนสั่งห้ามแตะคนอื่น ในขณะที่คนอื่นทั้งทุบทั้งถองตามใจชอบได้? นี่กลายเป็นมาร์เก็ตเพลสเป็นเขตปกครองพิเศษจากศูนย์ไปแล้ว 555 ผมคงโดนไล่ให้เลิกในอีกไม่นานแล้วครับ

อย่าง Hifiman นั้นก็คงต้องปล่อยให้เค้าคิดตามที่เค้าต้องการ การที่เค้าทำมาร์เก็ตติ้งโปรโมชั่นแรงๆไม่กี่วัน เค้าไม่รู้หรอกครับว่าทุกอย่างมันจบไปแล้ว 555 คนอาจจะเกลียดผมคิดว่าผมขายสินค้าแพง ทั้งๆที่ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลยจริงๆครับ ก็คงบอกว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็ดับไป ไม่มีอะไรจีรังคงทนถาวรครับ

ผมมีคนที่ต้องดูแลรับผิดชอบ 30-40 ชีวิต ผมอาจจะตัดสินใจผิดก็ได้ที่ไม่ไปเข้าร่วมกับมาร์เก็ตเพลส แต่ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากมายแบบที่นายทุนใหญ่เค้าต้องการนี่ครับ พอทำไหว อยู่ได้ ไม่ต้องเป็นขี้ข้าเค้าผมก็โอเคแล้ว 555

ให้กำลังใจ 6
หยิกหู 0
แจกหู 5
ความคิดเห็นที่ : 111

@rt

16/01/2019 14:18:19
3
เปนกำลังใจให้เฮียเสมอครับ อนาคตปท.ไทยและคนรุ่นหลังจะเปนอย่างไร ไม่กล้าจะคิดเลยย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 112

นายมั่นคง

16/01/2019 20:53:19
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 111 - @rt
เปนกำลังใจให้เฮียเสมอครับ อนาคตปท.ไทยและคนรุ่นหลังจะเปนอย่างไร ไม่กล้าจะคิดเลยย
ขอบคุณครับ 555

เรื่องเหล่านี้ผมจะพิมพ์ให้อ่านกันไปเรื่อยๆนะครับ ถือว่าเป็นมุมมองของคนอยู่วงการออนไลน์มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันซึ่งไม่รู้ว่าจะไปได้กี่น้ำ 555

ลองสังเกตุนะครับ ตอนนี้โลกกำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนผ่านทั้งเทคโนโลยีที่เร็วแบบพลิกฝ่ามือ เปลี่ยนทั้งวิธีการต่างๆ และเปลี่ยนทั้งความรู้สึกนึกคิด และที่แย่สุดเราเปลี่ยนเรื่องจริยธรรมด้วย

ตอนนี้ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องถูกหล่อหลอมให้คิดแบบเดียวกัน คือคิดเอาตัวรอด และมนุษย์เวลาจะเอาตัวรอด มันเหมือนในหนังยังไงยังงั้นเลยครับ คือทั้งปล้น ทั้งชิง ทั้งเข่นฆ่า คือยังไงก็ได้ให้ตัวเองรอด และยิ่งร้ายใหญ่คือถ้าคนอื่นตายแล้วตัวเองรอด คนนั้นจะรีบทำทันที และเลวกว่านั้นเลย คือพวกมึงม่องเท่งให้หมด แล้วกูรอดคนเดียว 555

ก็อย่าไปคิดมากหรือกังวลกับสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะอันนี้เป็นนิสัยของความละโมภที่ถูกสร้างด้วยกลไกที่มนุษย์กำหนดทั้งสิ้น ลองไตร่ตรองตามที่ผมพิมพ์เถอะครับ โลกนี้มันวุ่นวายเพราะคนโลภและไม่เคยพอครับ...





ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 113

dearzclash

16/01/2019 21:29:24
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 112 - นายมั่นคง
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 111 - @rt
เปนกำลังใจให้เฮียเสมอครับ อนาคตปท.ไทยและคนรุ่นหลังจะเปนอย่างไร ไม่กล้าจะคิดเลยย
ขอบคุณครับ 555

เรื่องเหล่านี้ผมจะพิมพ์ให้อ่านกันไปเรื่อยๆนะครับ ถือว่าเป็นมุมมองของคนอยู่วงการออนไลน์มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันซึ่งไม่รู้ว่าจะไปได้กี่น้ำ 555

ลองสังเกตุนะครับ ตอนนี้โลกกำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนผ่านทั้งเทคโนโลยีที่เร็วแบบพลิกฝ่ามือ เปลี่ยนทั้งวิธีการต่างๆ และเปลี่ยนทั้งความรู้สึกนึกคิด และที่แย่สุดเราเปลี่ยนเรื่องจริยธรรมด้วย

ตอนนี้ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องถูกหล่อหลอมให้คิดแบบเดียวกัน คือคิดเอาตัวรอด และมนุษย์เวลาจะเอาตัวรอด มันเหมือนในหนังยังไงยังงั้นเลยครับ คือทั้งปล้น ทั้งชิง ทั้งเข่นฆ่า คือยังไงก็ได้ให้ตัวเองรอด และยิ่งร้ายใหญ่คือถ้าคนอื่นตายแล้วตัวเองรอด คนนั้นจะรีบทำทันที และเลวกว่านั้นเลย คือพวกมึงม่องเท่งให้หมด แล้วกูรอดคนเดียว 555

ก็อย่าไปคิดมากหรือกังวลกับสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะอันนี้เป็นนิสัยของความละโมภที่ถูกสร้างด้วยกลไกที่มนุษย์กำหนดทั้งสิ้น ลองไตร่ตรองตามที่ผมพิมพ์เถอะครับ โลกนี้มันวุ่นวายเพราะคนโลภและไม่เคยพอครับ...





อ่านเพลินครับเฮีย สิ่งที่เฮียพิมมาคือความจริงทุกอย่างครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 114

Tourweb

17/01/2019 01:16:43

ธุรกิจโลจิสติกส์  ก็ไม่รอดล่ะครับ   จีนจะมากินรวบอีกล่ะ
เป็นทั้ง ผู้ขาย  เจ้าของตลาด  และยังจัดส่งด้วย
ขนาดไปรษณีย์ไทย ต้องติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ใช้บริการของไทยเอง

จากบทความ “เมื่อ 2 มังกรจีนอยากกินตลาดส่งพัสดุ 30,000 ล้านบาทในไทย”

https://marketeeronline.co/archives/91708

แต่อ่านแล้วจะทำแบบแฟรนไชส์  ใช้ระบบที่มีอยู่แล้วอย่างเดียว จะกินรวบแต่ลงทุนน้อยไปหน่อยไม๊
ใครหลงไปเป็นแฟรนไชส์คงจะดีแค่ช่วงแรก   ตอนหลังก็คงโดนบีบอีก

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 115

นายมั่นคง

17/01/2019 11:43:12
3,685



เรื่องเข้ามากะผูกขาดโลจิสติกส์ก็คือการต่อยอดจากการเข้ามารวบพื้นที่ขายสินค้าภายในประเทศ ผ่านช่องทางมาร์เก็ตเพลสนั่นแหละครับ คือพอขายสินค้าออนไลน์ผ่านมาร์เก็ตเพลสของตัวเองมากขึ้น ก็ต้องส่งสินค้าผ่านระบบโลจิสติกของตัวเองเสริมตามลงไป

และพอโลจิสติกส์ถูกรวบ อีกหน่อยระบบคมนาคมในประเทศก็ถูกกินรวบไปอีก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ เครื่องบิน รถสาธารณะ หรืออาจจะลามไปถึงแท็กซี่สามล้อมอเตอร์ไซต์ นี่ถ้ามีรถลากก็อาจจะโดนรวบไปอีกเช่นกัน คนไทยอาจจะรู้สึกสมน้ำหน้าว่าก็รัฐวิสาหกิจไทยหรือไปรษณีย์ไทยมันไม่ดี ไม่ทันใจ ยังงู้นยังงี้ แต่ผมมองว่าระบบต่างๆเหล่านี้ถ้าแก้ไขในรัฐบาลที่ดีไม่คอรัปชั่นรับรองว่าดีทันตาเห็น

แต่การที่ปล่อยให้คนนอกประเทศหรือนอกบ้านเข้ามาควบคุมหรือรับสัมปทานผูกขาดยันชั่วลูกชั่วหลาน ถามว่าท่านรับได้และยินดีกันจริงๆหรือครับ อย่าลืมนะครับคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศยังเป็นคนที่ต้องพึ่งพาการจ้างงาน คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความกระตือรือล้นในการแข่งขัน และการที่ปล่อยให้ต่างชาติมาจัดการกับเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด ผมว่าในระยะยาวผลเสียมันมากมหาศาลครับ เราสร้างพลเมืองของเราให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ครับ และดีกว่าให้คนอื่นมาวางรากฐานเพื่อคนและผลประโยชน์ของชาติเค้าเองนะครับ

แรกๆถ้าลงไปอ่านในสัญญาต่างๆจะรู้สึกเหมือนว่าดี แต่พอนานๆไปคอยดูเถอะครับ พวกผู้บริหารบ้านเมืองที่มีอำนาจที่ปล่อยให้คนอื่นมาหากิน ก็หอบเงินไปนอนเสวยสุขกันหมดแล้ว เคยได้ยินคำว่าขายชาติไม๊ครับ คำนี้มันกว้างก็จริง แต่ก็พอจะหยิบมาใช้ในกรณีเหล่านี้ได้เช่นกัน
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 116

pockethifi

17/01/2019 13:19:08
99
เมื่อกี๊ฟังคลิป youtube เกี่ยวกับตลาดดิจิทัล ผู้รู้เขาทักว่า
ถ้าคุณไม่สร้างที่ทางของตัวเอง ไม่สร้างบ้านตัวเอง  เอาแต่เช่าแผงคนอื่นขาย คุณก็จะโดนค่าเช่าแผงแพงขึ้นเรื่อยๆ  ยกตัวอย่าง การโฆษณาทางเฟสที่ใช้เงินเท่าเดิมแต่เข้าถึงคนได้น้อยลงเรื่อยๆ
หรือ การลงทุนหลายสิบล้านบาทกับอะไรบางอย่างในที่ทางของคนอื่น  ก็ไม่เหมือนกับการลงทุนในที่ทางของตนเอง

มันคงมีระบบอื่นๆอีกที่ดูเหมือนฟรี ดูเหมือนง่าย  แต่มันก็หายไปง่ายๆเหมือนกัน เช่นโดนล็อคแอ็คเค้า มีเรื่องกับเจ้าของแผงไม่ได้  ฯลฯ

ฟังแล้วนึกถึงหน้าเฮียลอยขึ้นมาเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 117

นายมั่นคง

17/01/2019 20:13:15
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 116 - pockethifi
เมื่อกี๊ฟังคลิป youtube เกี่ยวกับตลาดดิจิทัล ผู้รู้เขาทักว่า
ถ้าคุณไม่สร้างที่ทางของตัวเอง ไม่สร้างบ้านตัวเอง  เอาแต่เช่าแผงคนอื่นขาย คุณก็จะโดนค่าเช่าแผงแพงขึ้นเรื่อยๆ  ยกตัวอย่าง การโฆษณาทางเฟสที่ใช้เงินเท่าเดิมแต่เข้าถึงคนได้น้อยลงเรื่อยๆ
หรือ การลงทุนหลายสิบล้านบาทกับอะไรบางอย่างในที่ทางของคนอื่น  ก็ไม่เหมือนกับการลงทุนในที่ทางของตนเอง

มันคงมีระบบอื่นๆอีกที่ดูเหมือนฟรี ดูเหมือนง่าย  แต่มันก็หายไปง่ายๆเหมือนกัน เช่นโดนล็อคแอ็คเค้า มีเรื่องกับเจ้าของแผงไม่ได้  ฯลฯ

ฟังแล้วนึกถึงหน้าเฮียลอยขึ้นมาเลย
สวัสดีครับ ที่พอคุยถึงเรื่องตลาดดิจิตัลออนไลน์แล้วมีหน้าผมลอยขึ้นมา 555

ผมเคยเขียนและพูดถึงเรื่องเหล่านี้ไว้หลายปีมาแล้วครับ ยุคออนไลน์ใหม่นั้นทุกคนต้องพยายามสร้างบ้านเป็นของตัวเอง จะสร้างเล็กสร้างใหญ่ก็สร้างกันไป ตัวเว็บไซต์เปรียบไปก็เสมือนบ้านครับ ใครมีทุนรอนก็เปิดเอง หรือถ้าไม่มีทุนรอนมากนักจะไปเช่าอยู่ในเว็บสำเร็จรูปอะไรก็ตามที มันก็คือบ้านอยู่ดี บ้านคือที่เก็บที่นอนหมอนมุ้งที่เรานอน เก็บหนังสือ เก็บของสะสม เก็บของที่เราลงมือทำ ใครก็มาฉวยไปง่ายๆไม่ได้ เช่นเดียวกัน บทความ content หรือความรู้ที่เราทุ่มเทอยู่กับมัน ยังไงก็อยู่ที่เรา

แต่เฟซบุ๊ค ไอจี มาร์เก็ตเพลสก็เหมือนกับแผงลอยครับ คือเค้ามีแผงให้เราไปออกบู้ท เราก็ไปออก แต่พอเราเอาอะไรไปปาใส่ไว้ เวลาหาก็หายาก ใครจะมาค้นก็ค้นลำบาก เพราะเค้าเห็นแค่หน้าแผงลอยที่เราวางนั่นแหละ แต่ก่อนเค้าให้อยู่ฟรี วันดีคืนดีเค้าก็มาเก็บค่าเช่าแพงไปเรื่อยๆ และก็ไม่รู้ว่าวันไหนเราจะจ่ายค่าเช่าอยู่ไหวหรือเปล่า และการไปรวมอยู่ในแผงลอยมากๆ เจ้าของตลาดหรือแผงลอยเค้าก็รู้ว่าอะไรขายได้ อะไรขายไม่ได้ เค้ารู้ทุกอย่างๆที่ทุกคนซื้อ รู้ทุกอย่างที่ทุกคนมาขาย วันใดวันหนึ่ง เค้าละโมภอยากจะขายเอง เค้าก็กั้นห้องหรูๆในตลาดเค้าเองนั่นแหละ แล้วบอกว่านี่ชั้นจะขายเองบ้าง ใครไม่พอใจก็เฉดหัวออกไป

คนไทยเราส่วนใหญ่ชอบทำอะไรง่ายๆ ขอให้ได้ไวๆ ไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องคิด ไม่ต้องทำมาก ไม่ต้องคิดสร้างสรรค์อะไร และสำคัญเป็นพวกคิดสั้นๆ ขอแค่ได้ขายตัดหน้าคนอื่น หลังจากนั้นไม่สน จะมีปัญหาอะไรหลังจากขายก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร เพราะถือว่าได้เงินง่ายก็ต้องจบให้เร็ว ตัดตอนให้สั้น

คนเหล่านี้เหมาะกับมาร์เก็ตเพลสครับ และมาร์เก็ตเพลสก็ต้องการคนเหล่านี้มาเป็นมือเป็นเท้าให้มากที่สุด เพราะวิธีบริหารจัดการกับคนเหล่านี้นั้นง่าย แค่เอาเม็ดเงินโยนล่อ แค่นี้ก็งับกันโผงผางแล้ว คนเหล่านี้มักคิดว่าคนรวยคือคนที่ดีที่สุด ซึ่งต่างจากผม

ผมโดนคนมากมายวิพากษ์ว่าโง่ ยุคนี้เค้าไปอยู่ในมาร์เก็ตเพลสกันหมดทุกคนแล้ว เหลือแต่ผมนี่แหละที่เต่าล้านปีไม่ยอมไปอยู่ ซึ่งผมก็มีเหตุผลในใจแบบของผมครับ ผมมองโลกต่างจากที่คนอื่นมอง ผมไม่ใช่คนเก่งและไม่ใช่คนดี แต่ผมก็มีวิธีคิดแบบของผมครับ ซึ่งถ้าคิดผิดก็เท่ากับว่าผมคงต้องเลิกราจากตรงนี้ไป แต่ถ้าไม่ผิดผมก็คงพอจะอยู่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่สนใจกลไกยึดประเทศครั้งนี้ครับ

มาติดตามกันว่าเดิมพันประเทศครั้งใหญ่นี้จะไปทางไหนนะครับ....


ให้กำลังใจ 5
หยิกหู 0
แจกหู 4
ความคิดเห็นที่ : 118

ลูกตาล Reus Glass

18/01/2019 13:09:28
62
ถามกระทู้นี้ละกัน น่าจะตรงจุด
ผมสงสัยว่าโมเดลการขายแบบโค้ดส่วนลดเนี่ยมันมีแนวคิดยังไง ทำไมต้องโค้ด? แล้วใครเป็นคนอุดหนุนส่วนลด?
แบบว่าเดี๋ยวนี้ผมเห็นคนจะซื้อของถามหาโค้ดๆ
ซึ่งส่วนตัวผมชอบระบบที่ลดก็ลดไปเลยมากกว่า เท่าเทียมกันหมด 

ปล ระบบการขายออนไลน์ของเวบเฮียผมว่าค่อนข้างดีมากแล้วนะครับ ใช้งานโอเคไม่มีติดขัดอะไร
ปล.2 ถ้าเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์แนวๆของเข้าแล้วนอกเหนือจากเพจก็ดีครับ บางทีของเล็กๆเราไม่รู้เมื่อใหร่มันจะเข้ามา
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 119

นายมั่นคง

18/01/2019 15:39:50
3,685
อธิบายให้คุณลูกตาลและท่านอื่นๆทราบพร้อมกันเลยนะครับ^^

เรื่องการขายสินค้าบนโลกใบนี้ มันจะมีราคากลางที่ผู้ผลิตเป็นคนกำหนดเรียกว่าราคา MSRP ย่อมาจาก Manufacturer's Suggested Retail Price ซึ่งเป็นราคาที่บอกว่าสินค้าชิ้นนี้จะวางขายในราคาเท่าไหร่ ถูกหรือแพงกว่าสินค้าของยี่ห้ออื่นเท่าไหร่ คนซื้อจะเปรียบเทียบด้วยราคานี้ก่อน เช่นตั้งราคา $300 ก็จะใช้ราคานี้อ้างอิงทั้งโลกไปเลยสำหรับสินค้ายี่ห้อนั้นๆรุ่นนั้นๆ

ในอดีตที่ผ่านมา เวลามีการลดราคาสินค้า ทางผู้นำเข้า(ทุกๆประเทศคล้ายกัน) ก็จะทำการลดราคาลงมา เช่นวางตามห้าง ตามร้าน หรือวางในออนไลน์ สมมุติราคา 10,000 บาท ถ้าผู้นำเข้าต้องการลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ก็อาจจะลดลงเหลือ 9,000 บาท เหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าที่ไหนก็ลดราคานี้ คนซื้อก็เข้าใจดีว่า ราคาปรับแล้วเหลือเท่านี้ ถ้าชอบก็ซื้อเลยได้

แต่พอมีมาร์เก็ตเพลสเข้ามาขายสินค้าทางออนไลน์ วิธีเข้ามาแทรกตัวเพื่อเรียกความสนใจกับลูกค้าก็คือการลดราคาให้มากกว่าร้านค้าที่มีหน้าร้านนั่นเอง สมมุตว่าเมื่อกี๊เราขายที่ 9,000 บาท เพราะราคานี้คือราคาที่ศูนย์กำหนดให้ลดเท่านี้ คราวนี้พวกมาร์เก็ตเพลสจะใช้วิธีลดราคาลงมาอีกซัก 500 บาทก็ทำไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขปัญญาอ่อนของศูนย์อยู่

คือศูนย์ขอให้ราคาเหมือนกันทั้งคนที่ขายหน้าร้านและขายออนไลน์ คือทุกคนต้องตั้ง 9000 บาท ส่วนใครจะทำอะไรก็ไปทำเถิด พวกมาร์เก็ตเพลสหรือร้านออนไลน์ก็เลยต้องสร้างโค้ดที่ว่าออกมาครับ แล้วแต่ใครจะสร้างโค้ดกี่ตัว กี่อัน มูลค่ามากน้อยเท่าไหร่ก็สุดแท้แต่ แล้วไอ้โค้ดนี้แหละจะไปลดราคาในขั้นตอนการจ่ายเงินสุดท้าย ซึ่งการสร้างโค้ดลดราคาแล้วแจกให้ใช้ คือเทคนิคเบสิคที่ใช้ชิงความได้เปรียบของมาร์เก็ตเพลสครับ

มันก็จะมีว่าราคา 9000 บาทแล้ว มาร์เก็ตเพลสรายนี้ให้โค้ดลด 500 บางที่ 800 คนซื้อก็ไปเสาะหาว่าใครลดถูกกว่ากัน จนกลายเป็นเกมส์ที่คนช็อปปิ้งรู้สึกว่าสนุก ยังไม่จบครับ เพราะกลายเป็นว่าการใส่โค้ตลดนั้นยังไม่ทำให้คนเสพติด ทางมาร์เก็ตเพลสเลยต้องควักเงินตัวเองมาแจกในรูปแบบโค้ด เพื่อให้คนซื้อเฮโลมาซื้อสินค้าภายใต้มาร์เก็ตเพลสตนเอง

ไอ้การควักเงินนี่มันไม่ใช่บาทสองบาท แต่ควักเป็นล้านๆบาท เพื่ออะไร? เพื่อทุบและทำลายผู้ค้าเดิมที่ไม่มีทุนรอนในระบบให้ตายไปหมดก่อน ตรงนี้ครับที่ผมบอกว่าเป็นความผิดปกติ (จริงๆต้องใช้คำว่าชั่ว) คือการควักเงินออกมาทุ่มช่วยส่วนลด มันไม่มีทางที่ร้านค้าเล็กๆทั่วไปจะทำได้ ร้านไหนก็ทำไม่ได้ครับ การลดราคาพอลดกันไปถึงจุดหนึ่งคือขาดทุน ซึ่งธุรกิจที่ไม่ซับซ้อนเค้าไม่ค้าขายขาดทุนหรอกครับ

แต่ธุรกิจซับซ้อน มันมีตั้งแต่การต้องการมาปักธงเป็นเบอร์หนึ่ง การเชื่อมโยงต่อไปยังระบบโลจิสติกส์ ระบบไฟแนนซ์ ระบบคมนาคม พืชผลเกษตร จะเห็นได้ว่าการขาดทุนของมาร์เก็ตเพลสมันก็คือการลงทุนนั่นเอง คือหว่านลงในช่องนี้เพื่อไปสวาปามช่องที่ใหญ่กว่านี้สิบเท่าร้อยเท่า อีกหน่อยอาจจะมีโปรโมชั่นแบบนี้ก็ได้ ใครโอนเงินไม่ผ่านธนาคารในไทย แต่กดแอฟโอนตรงไปประเทศเค้าเลย ลดเพิ่มอีก 10% ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชั่วโมงนี้ยังไม่เกิด แต่รับรองว่าเกิดแน่ครับ

และสิ่งที่ผมบอกคือ ธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวพันกับมนุษย์ หรือพื้นที่จริงๆที่ต้องเก็บของ โชว์ของ ตอนนี้กำลังทะยอยเลิก จะจ้างคนทำไมในเมื่อมีระบบต่างๆรองรับ เปิดร้านทำไมเป็นสิบเป็นร้อยสาขาในเมื่อระบบการสั่งสินค้านั้นกดสั่งบนมือถือและดิ่งตรงไปที่เดียวกัน ธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นธุรกิจที่ไม่เอื้อและไม่ทำกำไรอีกต่อไปแล้วครับ

ทุกวันนี้สิ่งที่ดีที่สุดของผมคือเช็คราคา และทำราคาลงมาแข่งขันกับราคาจำหน่ายสินค้าในมาร์เก็ตเพลสหรือร้านออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้าน ถ้าเค้ามีโค้ดลด ผมก็พยายามลดด้วยการเฉือนกำไร หรือเฉือนทุนเพื่อทำให้ตัวเองอย่าเพิ่งล้มหายตายจากไปตอนนี้ ณ เวลานี้คนไทยหลายๆพื้นที่ยังไม่ซื้อออนไลน์ และสินค้าบางอย่างก็ยังไม่ใช่สินค้าที่ตัดสินใจจะซื้อบนออนไลน์ได้ทันทีทันใดก็จริง แต่ก็คงไม่นานที่ร้านสเกลแบบผมก็อาจจะต้องปิดตัวลงครับ

เหลือเชื่อว่าตอนนี้ผมโดนร้านออนไลน์หน้าด้านที่ไม่มีหน้าร้าน ดำเนินการร้องเรียนกับศูนย์ว่าผมขายสินค้าราคาเท่าเค้าหรือถูกกว่า และคร่ำครวญ(คนจีนเรียกเค้าเป๋เค้าบ้อ) บอกว่าร้านเค้าเสียเปรียบร้านแบบผม เพราะร้านเค้าขายออนไลน์อย่างเดียวไม่มีหน้าร้าน เลยขอให้ศูนย์ช่วยดำเนินการตักเตือนและระงับการส่งสินค้าให้ผม

เวลาคนเห็นแก่ได้และออกแนวฉลาดคนเดียว อยากจะพลิกลิ้นพูดเอาแต่ได้ทางไหน ก็ปลิ้นไปได้เรื่อยครับ นี่ก็ได้ข่าวว่าเป็นคนมีการศึกษาและเรียนกันสูงมากๆ แต่ไหงความคิดแย่กว่าคนไม่มีการศึกษาแบบผมล่ะเนี่ย 555
ให้กำลังใจ 2
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 120

Exmor

18/01/2019 16:05:45
5
เป็นกำลังใจให้เฮียครับ  
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 121

RockDragon

18/01/2019 16:30:01
2,412
เห็นตรงที่เฮียพิมพ์ตัวสีแดงแล้วคนอย่างนี้มันเรียนมาเสียเงินเสียเวลาเปล่าๆครับ 555


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 122

นายมั่นคง

18/01/2019 16:50:15
3,685
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 121 - RockDragon
เห็นตรงที่เฮียพิมพ์ตัวสีแดงแล้วคนอย่างนี้มันเรียนมาเสียเงินเสียเวลาเปล่าๆครับ 555


นี่เป็นเรื่องจริงๆเลยครับ เพิ่งจะ 2-3 วันนี้เองครับน้า 555

คือผมเปิดร้านมาจนถึงทุกวันนี้ ผมก็อยู่แบบทั้งระบบเดิมคือมีหน้าร้านและก็ออนไลน์โดยมีเว็บไซต์เว็บบอร์ดไว้คุยกับสมาชิก แล้วก็ขายสินค้าแบบที่เห็นๆมาตลอดๆ เคยรบกับคนอื่นก็ต่อเมื่อมีมารุกล้ำอธิปไตยหรือแอบอ้างเอาดื้อๆ รบกันแล้วก็จบกันไปไม่ได้ติดใจอะไรหรอกครับ ต่างคนต่างสร้างสรรค์วงการไปหาสินค้าดีๆมาเสนอลูกค้า ผมถือว่าแบบนี้จรรโลงวงการครับ

แต่ไม่กี่วันก่อน ผมโดนศูนย์แจ้งว่ามีเว็บออนไลน์แจ้งร้องเรียน ว่าห้ามไม่ให้ผมทำโปรโมชั่นแข่งขันกับเค้า เพราะทุกวันนี้เค้าเสียเปรียบผม เพราะว่าเค้าไม่มีหน้าร้าน ผมก็นึกแปลกใจว่าเออหนอ โลกนี้มันกลับตาลปัตรไปได้เพียงนี้ มีแต่คนที่มีหน้าร้านกำลังใกล้ตายเพราะโดนออนไลน์ไร้จริยธรรมกระทืบจนเละ

แต่นี่ร้านออนไลน์เอาแต่ได้บอกว่าพวกมีหน้าร้านได้เปรียบเค้า 555 ก็อาจจะเป็นไปได้ที่พ่อแม่อบรมสั่งสอนมาแบบนี้ เลยต้องใช้วิธีการแบบนี้ แต่ผมในฐานะพ่อคน ผมไม่สอนลูกผมแบบนี้แน่ๆๆ 555 (ผมเชื่อเรื่องลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นครับ ถ้าไม่มีแนวคิดและเชิงปฏิบัติน่าจะคิดไม่ได้ขนาดนี้)

ผมเชื่อว่าร้านออนไลน์หน้าหนาเหล่านี้ตอนที่เปิดร้านใหม่ๆ คงหัวเราะปิดปากคิกๆๆว่าคอยดูนะ ชั้นจะเล่นงานพวกมีหน้าร้านให้หมอบ เพราะทุนชั้นต่ำ หน้าร้านไม่ต้องมี พนักงานจ้างไม่มาก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ทำให้เค้าคิดเปิดร้านออนไลน์เพียวๆหรือครับ 555

อ้าวเฮ้ย พอเจอพวกมีหน้าร้านอย่างผมยอมตายคาสนาม ทำราคาแข่ง กลายเป็นร้องไห้ไปฟ้องพ่อ ฟ้องศูนย์ 5555

เฮียจะบอกเอ็งว่า อยากรวยต้องรู้จักแบ่งปันคนอื่น ควรทำถูกต้องทำดีและสง่างามด้วยนะ ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ขอให้ได้เงินอย่างเดียว จำไว้ด้วยจ้าๆๆๆ


ปล.ผมจบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เองนะครับ และประกาศนียบัตรก็ไม่มีด้วย(เพราะครูไม่ยอมให้) 555
ให้กำลังใจ 2
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 123

ลูกตาล Reus Glass

18/01/2019 17:28:27
62
ผมอ่านแล้วก็งงเหมือนเฮีย ออนไลน์ร้องว่าโดนหน้าร้านกลั่นแกล้ง
แล้วก็งงหนักที่ศูนย์ก็บ้าจี้รับตามนั้นด้วย? หน้าร้านยอมเฉือนกำไรเพื่อสู้กับออนไลน์ ศูนย์ดันเห็นใจร้านออนไลน์มากกว่า? 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 124

นายมั่นคง

18/01/2019 19:37:13
3,685
เดี๋ยวผมขออนุญาตเจ้าของกระทู้เปลี่ยนชื่อหัวข้อกระทู้หน่อยนะครับ เพราะประเด็นเรื่อง Hifiman มันเป็นเรื่องที่จิ๊บจ๊อยและไม่น่าสนใจไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมพิมพ์และออกความเห็นและวิเคราะห์ส่วนตัวยืดยาวแบบนี้นั้น ผมว่ามันเป็นภาพกว้าง และเป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่า และมีหลายแง่มุมรวมปนกันอยู่ครับ ขอเปลี่ยนเป็น

บทวิเคราะห์และความเห็นเรื่อง : ตลาดออนไลน์ยุคใหม่ โดยเฮียมั่นคง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 125

Draco

<