Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

อยากรูู้ความแตกต่างระหว่าง Major กับ Minor ครับ

Magsulium

07/01/2018 10:44:40
6
สเกลทั้งสองอันต่างกันยังไงครับ เช่น A major E minor พวกนี้ เท่าที่ทราบ ต่างแค่การจัดเรียงตัวโน๊ต โดยไล่เอาตัวแรกของสเกล major มาไว้ตัวที่ 3 ของสเกล minor ใช้ไหมครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ ^^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

ทรงวุฒิ

07/01/2018 10:56:46
3
คือเอ่อ เท่าที่รู้มาน่า เกี่ยวครับ จะเกี่ยวกับ การจัดเรียง จำนวน เครื่องหมาย sharp และเครื่องหมาย flat
ของแต่ละ สเกลอ่ะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 2

ทรงวุฒิ

07/01/2018 11:01:06
3
เอ่อ
ตัวอย่างเช่นอันข้างบนอ่ะครับ วงนอกจะเป็น ทาง major
วงในจะเป็นทาง minor
ดูวนขวา ติดsharp ดูวนซ้ายติด flat ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 3

kapkonak

07/01/2018 13:59:53
30
Scale A Major จะมีสามชาร์ปนะครับ คือมี  F# C# G# ครับ เพราะฉะนั้นในสเกลจะมีโน้ตA B C# D E F# G# นะครับ

Scale E minor นั้นจะมี Keysignature เหมือนG major ครับโดยมี F# แต่ ในเสกลชนิด minor จะมีสามแบบครับ คือ 1. Natural minor 2. Harmonic minor 3. Melodic minorครับ 

โดยแต่ละเสกลจะมีความแตกต่างกันดังนี้นะครับ

1. E Natural minor จะคล้ายเมเจอร์ของมันเองครับ(ในกรณีนี้คือG Major) จึงมีสมาชิก E F# G A B C D E
2. E harmonic minor จะคล้าย natural minorครับ แต่ตัวที่เจ็ดของเสกล(leading - tone) จะถูกปรับให้สูงขึ้นกว่าเดิมครึ่งเสียง ในเสกลนี้จึงมี E F# G A B C D# E
3. E Melodic minor คือเอาHarmonic minorมาปรับโน้ตตัวที่หก (Submediant) ให้สูงขึ้นอีกครึ่งเสียงเนื่องจากผมกระทบของharmonic minor ทำให้ระยะห่างจาก โน้ตตัวที่หกกับเจ็ดห่างกันหนึ่งเสียงครึ่งทำให้เสกลเกิด ขั้นคู่ที่เรียกว่า Augmented 3rd ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงเวลาใส่เสียงประสาน เพราะฉะนั้นจึงมี E F# G A B C# D# E แต่ในขาลงนั้นจะตั้งเปลี่ยนเพราะเจื่องจากในขาขึ้นนี้จะมีความคล้าย Parallel Majorของมันเองซึ่งคือ E Major มันต่างกันแค่โน้ตตัวที่ สาม (ในE minorเป็น G แต่E Majorเป็น G# ) นอกนั้นสมาชิกในเสกลนั้นจะเหมือนกันเป๊ะ เพราะจะนั้นในขาลงนั้นจำเป็นต้องปรับโน้ตตัวที่หกและเจ็ด( Submediantและleadingtone) ที่เคยปรั้บขึ้นมานั้นให้ลงคืนไปครึ่งเสียงให้เหมือนใน E Natural minor ครับ ขาลงจึงมาสมาชิก E D Natural C Natural B A G F# E นะครับ สรุปในE melodic minor จะมี ขาขึ้น E F#G A B C# D# E ขาลง E D Natural C Natural B A G F# E ครับ
ปล.ในเพลงคลาสสิค ในคีย์ไมเนอร์นั้น จะใช้ Harmonic minor ในการใส่เสียงประสาน ยกเว้นใช้Melodic Minorในการแต่งเติมสีสันเป็นครั้งคราวครับ

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 4

kapkonak

07/01/2018 14:12:47
30
ปล.ตารางของคห. 2 เรียกว่า Circle of 5th นะครับ ใช้เพื่อการจำและดูว่าในแต่ละเว็บ เมเจอร์ ไมเนอร์ มีKey signature( ชาร์ป แฟลต)อะไรบ้าง
ปล2. ในโลกนี้มีเสกลหลายประเภทครับและมีจำนวนโน้ตในเสกลที่แตกต่างกันไม่ใช่่7ตัวเสมอไป แต่เสกลที่่่่่่่่นิยมคือ Diatonic Scaleซึ่งคืือ Majorและminor scaleครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 3
ความคิดเห็นที่ : 5

kapkonak

07/01/2018 14:24:03
30
ส่วนวิธีการหา Minor Scaleนะครับให้เอาMajor มาก่อนเช่น A Major แล้วให้หาโน้ตตัวที่หก ซึ่งจะได้F# เพราะฉะนั้น F# minorกับ A Major จะมีKey Signatureคล้ายกันครับ ส่วนถ้าเรารู้ minor จะหาว่าติดKaysignatureจะไร ให้นับไมเนอร์นั้นสูงขึ้นไป ขั้นคู่ minor3rd หรือสามครึ่งเสียง เช่น E minor นับขึ้นไปสามครึ่งเสียงจะได้ 1. E-F 2. F-F# 3. F#-G เพราะฉะนั้น E minorจึงมี Keysignatureคล้าย G Majorนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 6

Magsulium

07/01/2018 18:52:27
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 1 - ทรงวุฒิ

คือเอ่อ เท่าที่รู้มาน่า เกี่ยวครับ จะเกี่ยวกับ การจัดเรียง จำนวน เครื่องหมาย sharp และเครื่องหมาย flat
ของแต่ละ สเกลอ่ะครับ

ขอบคุณครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 7

Magsulium

07/01/2018 18:53:06
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 2 - ทรงวุฒิ

เอ่อ
ตัวอย่างเช่นอันข้างบนอ่ะครับ วงนอกจะเป็น ทาง major
วงในจะเป็นทาง minor
ดูวนขวา ติดsharp ดูวนซ้ายติด flat ครับ

ขอบคุณมากครับ ดูเป็นรูปภาพแล้วเข้าใจ ขึ้นเยอะเลย
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

Magsulium

07/01/2018 19:04:47
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - kapkonak

Scale A Major จะมีสามชาร์ปนะครับ คือมี  F# C# G# ครับ เพราะฉะนั้นในสเกลจะมีโน้ตA B C# D E F# G# นะครับ

Scale E minor นั้นจะมี Keysignature เหมือนG major ครับโดยมี F# แต่ ในเสกลชนิด minor จะมีสามแบบครับ คือ 1. Natural minor 2. Harmonic minor 3. Melodic minorครับ 

โดยแต่ละเสกลจะมีความแตกต่างกันดังนี้นะครับ

1. E Natural minor จะคล้ายเมเจอร์ของมันเองครับ(ในกรณีนี้คือG Major) จึงมีสมาชิก E F# G A B C D E
2. E harmonic minor จะคล้าย natural minorครับ แต่ตัวที่เจ็ดของเสกล(leading - tone) จะถูกปรับให้สูงขึ้นกว่าเดิมครึ่งเสียง ในเสกลนี้จึงมี E F# G A B C D# E
3. E Melodic minor คือเอาHarmonic minorมาปรับโน้ตตัวที่หก (Submediant) ให้สูงขึ้นอีกครึ่งเสียงเนื่องจากผมกระทบของharmonic minor ทำให้ระยะห่างจาก โน้ตตัวที่หกกับเจ็ดห่างกันหนึ่งเสียงครึ่งทำให้เสกลเกิด ขั้นคู่ที่เรียกว่า Augmented 3rd ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงเวลาใส่เสียงประสาน เพราะฉะนั้นจึงมี E F# G A B C# D# E แต่ในขาลงนั้นจะตั้งเปลี่ยนเพราะเจื่องจากในขาขึ้นนี้จะมีความคล้าย Parallel Majorของมันเองซึ่งคือ E Major มันต่างกันแค่โน้ตตัวที่ สาม (ในE minorเป็น G แต่E Majorเป็น G# ) นอกนั้นสมาชิกในเสกลนั้นจะเหมือนกันเป๊ะ เพราะจะนั้นในขาลงนั้นจำเป็นต้องปรับโน้ตตัวที่หกและเจ็ด( Submediantและleadingtone) ที่เคยปรั้บขึ้นมานั้นให้ลงคืนไปครึ่งเสียงให้เหมือนใน E Natural minor ครับ ขาลงจึงมาสมาชิก E D Natural C Natural B A G F# E นะครับ สรุปในE melodic minor จะมี ขาขึ้น E F#G A B C# D# E ขาลง E D Natural C Natural B A G F# E ครับ
ปล.ในเพลงคลาสสิค ในคีย์ไมเนอร์นั้น จะใช้ Harmonic minor ในการใส่เสียงประสาน ยกเว้นใช้Melodic Minorในการแต่งเติมสีสันเป็นครั้งคราวครับ

ขอบคุณมากครับ อธิบายละเอียดมากเลย แล้วถ้าเป็นพวก major จะแบ่งเป็น 3 ประเภทเหมือน minor หรือป่าวครับ แต่จากที่อ่านวิธีการหาสเกลตรงความคิดเห็นที่ 5 เข้าใจว่า ตัวของ major สเกลจะเสียงสูงกว่า minor ใช่ไหมครับ

 พอดีฟังเพลงคลาสสิค สังเกตเห็น แต่ละเพลงจะมีระบุคีย์ในเพลงไว้ เห็นบางอันเป็นเมเจอร์บ้าง ไมเนอร์บ้าง สงสัยเลยมาถามครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

kapkonak

07/01/2018 20:36:42
30
Scale Major มีแบบเดียวครับ โครงสร้าง คือ W-W-H-W-W-W-H (W=หนึ่งเสียงเต็ม H=ครึ่งเสียง) ความสูงตำ่ของคีย์นั้นขึ้นอยู่กับว่านับจากตัวไหนครับ เช่น G Majorจะตำ่กว่า A Major หนึ่งเสียงเต็มครับ 
ในเพลงคลาสสิคนั้นนิยมใช้เท่าๆกันเลยครับระหว่างเมเจอร์กับไมเนอร์ โดยเฉพาะเพลงที่ค่อนข้างยาวหรือมีความจริงจังเช่น Concerto, Sonata, Divertimento หรือพวก String quartet ต่างๆนั้นจะมีการเปลี่ยนคีย์ระหว่างเพลงเยอะมากครับ อาจเปลี่ยนมากกว่าสองคีย์ด้วยซำ้แต่โดยส่วนมากจะเปลี่ยนไปในคีย์ที่ใกล้กันเช่นเพลงที่มีคีย์ซิกเนเจอร์ไม่ต่างกันมาก เช่น G major(1sharp)กับ D Major(2sharp) ทั้งนี้ต้องดูยุคของเพลงด้วยครับเพราะยุคต้นๆเช่น Rainassiance, Baroque จะเปลี่ยนคีย์ไม่ซับซ้อนมาก (แต่ของ J.S. Bachนี่ซับซ้อนครับเนื่องจากเป็นดนตรีศาสนาและใช้ virtuoso ในกรเล่น) และถ้าเริ่มไปหลังๆเช่น ยุคRomantic เป็นต้นไป การเปลี่ยนคีย์จะไกลกันมากคับ เช่น C Major(no sharp,flat)ไป Gb Major (6flat) อย่างไรก็ตามทฤษฎีดนตรีหรือประวัติศาสตนร์ดนตรีไว้ศึกษาหลังจากที่มีเพลงที่ชอบจะดีจะคับเพราะถ้าศึกษาค้นคว้าเยอะอาจฟังเพลงที่มีมุมมองต่างไปจากเดิมที่ชอบนะครับแต่ถ้าเรารู้เบื้องลึกเบื้องหลังจะทำให้เราเข้าถึงเพลงได้มากขึ้นและซึมซับความเป็นบทเพลงของแต่ละเพลงได้ดีขึ้นนะครับ// ฟังเพลงให้มีความสุขนะครับ 
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 10

ฝรั่งมิวสิค

08/01/2018 14:24:42
ถ้าไม่นับเรื่องสเกล คุยกันที่เสียงที่ได้ตามคอร์ด 135 13b5

เมเจอร์จะให้เสียงสว่าง ไมเนอร์จะหม่นลง แต่ถ้าหม่นสุดต้องดิมินิช สว่างแบบแปร่งๆก็อ้อกเมนเต็ด

ส่วนเรื่องทฤษฎีมีคนบอกไปแล้วตามนั้นครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

Magsulium

11/01/2018 23:02:01
6
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 9 - kapkonak

Scale Major มีแบบเดียวครับ โครงสร้าง คือ W-W-H-W-W-W-H (W=หนึ่งเสียงเต็ม H=ครึ่งเสียง) ความสูงตำ่ของคีย์นั้นขึ้นอยู่กับว่านับจากตัวไหนครับ เช่น G Majorจะตำ่กว่า A Major หนึ่งเสียงเต็มครับ 
ในเพลงคลาสสิคนั้นนิยมใช้เท่าๆกันเลยครับระหว่างเมเจอร์กับไมเนอร์ โดยเฉพาะเพลงที่ค่อนข้างยาวหรือมีความจริงจังเช่น Concerto, Sonata, Divertimento หรือพวก String quartet ต่างๆนั้นจะมีการเปลี่ยนคีย์ระหว่างเพลงเยอะมากครับ อาจเปลี่ยนมากกว่าสองคีย์ด้วยซำ้แต่โดยส่วนมากจะเปลี่ยนไปในคีย์ที่ใกล้กันเช่นเพลงที่มีคีย์ซิกเนเจอร์ไม่ต่างกันมาก เช่น G major(1sharp)กับ D Major(2sharp) ทั้งนี้ต้องดูยุคของเพลงด้วยครับเพราะยุคต้นๆเช่น Rainassiance, Baroque จะเปลี่ยนคีย์ไม่ซับซ้อนมาก (แต่ของ J.S. Bachนี่ซับซ้อนครับเนื่องจากเป็นดนตรีศาสนาและใช้ virtuoso ในกรเล่น) และถ้าเริ่มไปหลังๆเช่น ยุคRomantic เป็นต้นไป การเปลี่ยนคีย์จะไกลกันมากคับ เช่น C Major(no sharp,flat)ไป Gb Major (6flat) อย่างไรก็ตามทฤษฎีดนตรีหรือประวัติศาสตนร์ดนตรีไว้ศึกษาหลังจากที่มีเพลงที่ชอบจะดีจะคับเพราะถ้าศึกษาค้นคว้าเยอะอาจฟังเพลงที่มีมุมมองต่างไปจากเดิมที่ชอบนะครับแต่ถ้าเรารู้เบื้องลึกเบื้องหลังจะทำให้เราเข้าถึงเพลงได้มากขึ้นและซึมซับความเป็นบทเพลงของแต่ละเพลงได้ดีขึ้นนะครับ// ฟังเพลงให้มีความสุขนะครับ 

ขอบคุณครับ ^^ แต่ เอ๋..... ในแต่ละเพลงจะกำหนดไว้ไม่ใช่หรอครับ เช่น Violin concerto in E minor, Piano sonata in A major ผมคิดว่ากำหนดไว้แน่นอนซ่ะแล้วอีก มีการเปลี่ยนไปมาในเพลงแล้ว ที่เขียนไว้ในชื่อเพลงนี้ คือ อะไรหรอครับ

แล้วสงสัยเรื่องคำว่า Key signature (บันไดเสียง) อย่าง violin concerto in E minor นี่ คือ ไวโอลิน คอนแชร์โต้ในบันไดเสียงอีไมเนอร์ แล้ว Key signature กับ Scale ต่างกันตรงไหนครับ เท่าที่ทราบ Key signature เป็นเหมือนหัวข้อใหญ่ คือ ประกอบด้วย 30 Scale ทั้งเมเจอร์ และไมเนอร์ เข้าใจถูกต้องไหมครับ ?
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

kapkonak

12/01/2018 00:59:09
30
ในชื่อเพลงเหมือนที่ว่าเลยครับมันดีะบอกชื่อคียี์ เช่น Mendelssohn : Violin concerto in e minor บรรไดเสียงหลักคือ e minor ครับ คือท่อนแรกเปิดเพลงกับmovementสุดท้าย(ท่อนที่3) ช่วงสุดท้ายจะไปลง e minorครับ แต่กลางเพลงคียืจะเปลี่ยนครับเช่นท่อนเชื่อมระหว่างท่อนสองกับสามจะมีท่อนช้ามาคั่นส้นๆซึ่งมันอยู่ในคีย์ a minorนะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 2
ความคิดเห็นที่ : 13

kapkonak

12/01/2018 01:11:43
30
ซึ่งเป็นปกตินะครับที่เพลงใหญ่จะเปลี่ยนบรรไดเสียงครับเพื่อเปลี่ยนสีสัน( musical color) เพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังรวมถึงสร้าง tension ให้ผู้ฟังไปในตัวนะครับ ส่วนเรื่องเปลี่ยนยังไงและไปคีย์ไหนบ้างผมแนะนำให้ศึกษาทฤษฎีดนตรีเพื่มเติมครับ เพราะวิธีการเปลี่ยนคีย์ (Modulation)นั้นมีหลากหลายวิธีเลยครับ ซึ่งขึ้นอยุ่กับคนแต่งว่าจะวางแผนขึ้นกับลงเพลงนั้นๆไปครับ 

keysignatureคือเครื่องหมาย ปรับระดับเสียงเช่น sharp flat ที่มันอยุ่ประจำคีย์นั้นครับ เช่น ในe minor มีkeysignatureคือ F#ครับ
SCALEคือการเรียบสมาชิกของคีย์นั้นๆคับโดยมีโน้ต7ตัวไม่ซึ้ากันโดยแต่ละตำแหน่งจะมีชื่อเฉพาะดังนี้นะครับ 1.tonic 2.supertonic 3.mediant 4.subdominant 5.dominant 6.submediant 7.leadingtone คับ 
ถ้าจะนวมเสกลแบบ Diatonicทั้งหมด คือเมเจอและไมเนอร์แล้วมี48 เสกลครับเพราะ เมอเจอ12 ไมเนอมีสามแบบแบบละ12รวมได้48 สเกลนะครับแต่จะมี24คีย์เพราะไมเนอร์สามแบบคือหนึ่งคีย์ครับเช่น e Natural minor, e harmonic minor, e Melodic minorคือ e minorครับ

สรุป 1 ในเพลงแต่ละเพลงส่วนมากจะมีการเปลี่ยนคีย์นะครับ ส่วนชื่อเพลงที่ระบุคีย์นั้นหมายถึงคีย์เริ่มครับ(บางครั้งคีย์ตอนจบก้เปลี่ยนครับแต่ในยุคคลาสสิคถึงต้นโรแมนติกจะยังเหมือนเดิม)

2.keysignatureคือเครื่องหมายปรับระดับเสียงประจำคีย์นั้นๆครับ

3.แต่ละเสกลมีkeysignatureประจำตัวแน่นอนครับ และมีทั้งหมด24keys 48scalesครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 1
ความคิดเห็นที่ : 14

kreangsak

13/01/2018 09:59:00
28
น่าจะศึกษาเรื่อง mode เพิ่มครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
"อยากรูู้ความแตกต่างระหว่าง Major กับ Minor ครับ"