Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

หูฟังคัสต้อมจากค่าย JH Audio มีจำหน่ายที่ร้าน Munkonggadget แล้วจ้า(พร้อมมินิรีวิวทุกรุ่น)

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 18:59:19
1,057



หูฟังคัสต้อมจากค่าย JH Audio มีจำหน่ายที่ร้าน Munkonggadget แล้วจ้า โดยจะมีแบบครบทั้ง line up ทุกรุ่นทั้งสองสาขาอย่าง พาราก้อน และ เรือธง( ห้างอมรินทร์พลาซ่า)

ซึ่ง JH Audio นั้นก็เป็นแบรนด์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ซึ่งเกิดจากผู้บุกเบิกหูฟังคัสต้อมอย่าง Jerry Harvey ที่มีประวัติเกี่ยวกับวงการดนตรีและ Ear Monitor มามากกว่า 20 ปี จึงไม่แปลกใจเลยที่นักดนตรีมืออาชีพที่มีชื่อเสียงหลายๆรายนั้นเลือกใช้หูฟังคัสต้อมจากค่าย JH Audio บนเวที อาทิเช่น AC/DC , Aero Smith , Alice in chain , ALT-J , Imagin dragons , Iron Maiden , John Mayer , Slipknot , Steve Vai ,U2 , X Japan เป็นต้น

ซึ่งทาง JH Audio นั้นก็ได้ออก product มาหลายรุ่นและครอบคลุมการใช้งานที่กว้างขวางหลายระดับ และจะแบ่งเป็นรุ่นต่างๆดังนี้ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:00:11
1,057



เริ่มกันที่ JH 5 Pro เลยครับ จัดว่าเป็นรุ่นประวัติศาสตร์ของค่ายนี้เลยครับ มีจำหน่ายมาอย่างยาวนานและได้รับความนิยมสูงอันดับต้นๆเลยครับ ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้ง monitor และ ฟังเพลงทั่วไป จุดเด่นอยู่ที่ความจะแจ้งและชัดเจนของเนื้อเสียงที่โฟกัสได้อย่างตรงจุด

มีคาแรคเตอร์เสียงที่ฟังติดหูได้ง่าย บาลานซ์เสียงดี ไลน์เบสแน่นและมีความต่อเนื่อง อิมแพ็คแรง ฟังสนุก โทนเสียงสะอาด จึงไม่แปลกใจเลยครับที่รุ่น JH 5 Pro ยังคงได้รับความนิยมสูงจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งคุณภาพเสียงนั้นเพียงพอต่อการฟังเพลงทั่วไปได้แบบสบายๆ และสามารถใช้งานเป็น ear monitor แบบมืออาชีพได้อีกทางเช่นกันครับ

JH5 PRO
SPEAKER DETAILS
Proprietary Precision-Balanced Armatures
Single Low, Single High
Noise Isolation: -26dB
Input Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plate

SOUND QUALITY
Frequency Response: 20Hz to 17kHz
Input Sensitivity: 119dB @ 1mW
Impedance: 21 Ohms
สนนราคาอยู่ที่ 24,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:00:50
1,057



JH 7 Pro จะให้คาแรคเตอร์เสียงที่คล้ายกับ JH5 Pro แต่จะเพิ่มความดุดันของซาวด์กลองที่แน่น และให้อิมแพ็คที่รุ่นแรงขึ้น อารมณ์นั้นจะคล้ายๆกับ EQ V shape มากขึ้นครับ รวมไปถึงซาวด์กีตาร์ที่พุ่งและเกรี้ยวกราด และยังให้เบสที่ลูกโตและหนักแน่นขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลยครับ

สำหรับสาย Rock และ Metal หรือ EDM นั้นไม่ควรพลาดรุ่นนี้เลยครับ ด้วยคาแรคเตอร์เสียงแบบนี้ สามารถช่วยเติมเต็มความสะใจเวลาฟังเพลงแนวที่ชอบได้เป็นอย่างดีเลยครับ

JH7 PRO
SPEAKER DETAILS
Proprietary Precision-Balanced Armatures
Triple Driver: Dual Low, Single High
Noise Isolation: -26dB
Input Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
Frequency Response: 20Hz to 17kHz
Input Sensitivity: 124dB @ 1mW
Impedance: 17.5 Ohms
สนนราคาอยู่ที่ 35,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:01:52
1,057



JH10 Pro นั้นจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความแตกต่างออกไป โดยยังคงให้โทนเสียงที่คมชัด จะแจ้ง และโฟกัสรายละเอียดชิ้นดนตรีได้แม่นยำตามแบบฉบับของ JH Audio แต่จะแตกต่างตรงที่ให้เวทีเสียงที่กว้างขวาง และให้ปลายแหลมที่มีประกายที่โดดเด่นกว่ารุ่นอื่นในซีรีส์ น้ำเสียงนั้นให้อารมณ์แบบ Reference ที่ปรุงแต่งน้อย ให้รายละเอียดสูงและสมจริง

เหมาะที่จะนำไปใช้งานแบบมืออาชีพ และยังคงสามารถนำไปใช้งานฟังเพลงทั่วไปได้โดยจะโดดเด่นกับแนว Jazz Acoustic หรือเน้นเครื่องสายเป็นพิเศษ

JH10 PRO
SPEAKER DETAILS
Proprietary Precision-Balanced Armatures
Triple Driver: Dual Low, Single High
Noise Isolation: -26dB
nput Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
Frequency Response: 20Hz to 17kHz
Input Sensitivity: 119dB @ 1mW
Impedance: 13.3 Ohms
สนนราคาอยู่ที่ 39,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 4

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:02:34
1,057



JH10X3 PRO นั้นจะเป็นอีก part หนึ่งของ JH10 PRO ที่จะเพิ่มเติมความ Color และความสด รวมไปถึงเนื้อเสียง เข้าไปจึงทำให้ได้หูฟังที่ ฟังสนุก ให้เบสที่อิมแพ็ครุ่นแรง น้ำหนักดี เรี่ยวแรงและแรงปะทะดีเยี่ยม

ในขณะที่เสียงย่านสูงนั้นยังคงตอบสนองได้อย่างดีเช่นกัน เรียกได้ว่าใช้ฟังเพลงกระแสหลัก และเพลงกลุ่มใหญ่ของตลาดได้เป็นอย่างดีเลยครับ ตั้งแต่ Pop Poprock Metal Hiphop EDM ได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ และ ฟังเรียกได้ว่าเป็นหูฟังคัสต้อมที่ฟังได้มันส์ อย่างแท้จริง

JH10X3 PRO
SPEAKER DETAILS
Proprietary Precision-Balanced Armatures
Triple Driver: Dual Low, Single High
Noise Isolation: -26dB
Input Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
Frequency Response: 20Hz to 17kHz
Input Sensitivity: 119dB @ 1mW
Impedance: 13.3 Ohms
สนนราคาอยู่ที่ 39,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:03:24
1,057



JH11 PRO นั้นจะเป็นอีกรุ่นที่ให้บุคลิกเสียงแบบ Reference ให้น้ำเสียงกระจ่าง ให้เสียงร้องที่เปิดไร้ม่านหมอก ให้หัวโน็ตชิ้นดนตรีที่ชัด และมีช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีที่ดีกว่ารุ่นเล็กขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลยครับ โดดเด่นด้วย layer ของชิ้นดนตรีที่แยกออกมาได้เป็นชั้นๆ มีความกระชับและเด็ดขาด

ถือว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวด้วยน้ำเสียงที่สมจริง และให้แรงะทะที่ดีเยี่ยม เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความสมดุล และสามารถใช้งานได้ทั้งแบบจริงจัง และฟังเพลงทั่วไปได้เป็นอย่างดีครับ

JH11 PRO
SPEAKER DETAILS
Proprietary Precision-Balanced Armatures
Quad Driver: Dual Low, Single Mid, Single High
Integrated 3-Way Crossover
Noise Isolation: -26dB
Input Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
Frequency Response: 10Hz to 17kHz
Input Sensitivity: 119dB @ 1mW
Impedance: 18 Ohms
สนนราคาอยู่ที่ 42,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:04:42
1,057



JH13V2 นั้นเป็นตัว version ที่ 2 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน จะใช้ขั้วหูฟังแบบ 4 pin และมีปุ่มปรับเบส เหมือนกับรุ่นพี่ Siren Series ทุกประการ ซึ่งถึวว่าเป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ของรุ่นนี้เลยครับ โดดเด่นด้วยเนื้อเสียงที่ให้ได้มากกว่ารุ่นแรก อีกทั้งยังให้มิติด้านลึกที่ยอดเยี่ยม โทนเสียงมีความเป็นมิตรต่อเพลง Audiophile ที่จะให้ความละเมียดละไม และเก็บรายละเอียดชิ้นดนตรีที่มีความซับซ้อนได้แบบหมดจด

โดยที่ยังคงให้เรี่ยวแรงที่ดี จังหวะกระแทกของ Percussion และกลองให้น้ำหนักที่ยอดเยี่ยมและมีเอกลักษณ์ รวมไปถึงเบสที่เสมือนมี Subwoofwer ทำงานแยกต่างหาก ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าเบสเยอะมากมายจนล้น แต่เป็น มวลเบสมีความหนาแน่น มีพลังและลงได้ลึกจนถึงระดับต่ำที่สุด โดยที่ไม่ไปรบกวนเสียงย่านอื่นแต่อย่างใด และเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่จัดว่ามาแรงสุดๆในช่วงนี้เลยครับ

JH13V2
SPEAKER DETAILS
All-New Proprietary Precision-Balanced Armatures
SIX Driver: Dual Low, Dual Mid, Dual High
Variable bass output, adjustable from cable; user controlled low frequency drivers with the adjustable bass (0-+10db)
Integrated 3-Way Crossover
Triple Bore with freqphase Steel Tube Waveguide
Noise Isolation: -26dB
Moon Audio cable with 4-pin connection and Machined Aluminum Locking Collar
Input Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
Frequency Response: 10Hz to 20kHz
Input Sensitivity: 116dB @ 1mW
Impedance: 28 Ohms
Freqphase time|phase WaveGuide
สนนราคาอยู่ที่ 55,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 7

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:05:37
1,057



JH16 PRO เป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมของนักร้องและนักดนตรีมืออาชีพที่เลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย โดดเด่นด้วยรายละเอียดชิ้นดนตรีที่เหนือชั้นและสมจริง น้ำเสียงมีความเที่ยงตรงแม่นยำ อีกทั้งยังให้พละกำลังที่สุดยอด มีแรงปะทะที่รุนแรง หนักแน่น และจัดว่าเป็นหูฟังคัสต้อมที่ให้รายละเอียดชิ้นดนตรีที่สูงที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของวงการเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของชิ้นดนรีชิ้นไหนๆก็ให้ได้แบบจะแจ้ง ไม่มีหลบซ่อนหรือออกอาการเบลอให้เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว

ผนวกกับเบสระดับพระกาฬ ซึ่งต้องยอมรับครับว่าเป็นหูฟังคัสต้อมที่ให้เบสเยอะที่สุดอีกรุ่นหนึ่งในท้องตลาด ถึงแม้จะให้เบสที่เรียกได้ว่าลูกโต อิมแพ็ครุนแรง กระแทกกระทั้น แต่จัดว่าเป็นเบสระดับคุณภาพดีเยี่ยม เพราะไม่ได้ไปกลบย่านอื่นอย่างที่คิด และมีความโดดเด่นทั้ง Upper bass , Mid bass ลงจนไปถึงระดับ Deep bass สำหรับ Bass head ไม่มีผิดหวังแน่นอนครับ จะได้รับประสบการณ์ใหม่ของการฟังเพลงที่หาไม่ได้จากหูฟังรุ่นอื่นแน่นอนครับ

JH16 PRO
SPEAKER DETAILS
Proprietary Precision-Balanced Armatures
Eight Driver: Double Dual Lows, Single Dual Mid, Single Dual High
Integrated 3-Way Crossover
Triple Bore
Noise Isolation: -26dB
Input Connector: 1/8" (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
Frequency Response: 10Hz to 20kHz
Input Sensitivity: 118dB @ 1mW
Impedance: 18 Ohms
Freqphase time|phase WaveGuide
สนนราคาอยู่ที่ 55,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:06:19
1,057



Ambient FR

ออกแบบสำหรับนักดนตรีเมืออาชีพ เอาไว้ใช้งาน on stage บนเวทีซึ่งจะเพิ่ม Ambient port ทำให้สามารถได้ยินเสียงบรรยากาศรอบๆตัวได้ ซึ่งจะให้คาแรคตอร์เสียงใกล้เคียงกับ JH 16 PRO แต่จะให้เบสที่น้อยกว่าเล็กน้อยครับ

SPEAKER DETAILS
• Custom-made Proprietary Balanced Armature Drivers (8 per side)
• Powered by SoundrIVe technology; one Quad low, one Quad High per side
• Integrated 2-way crossover
• Dual Bore + Ambient Bore
• Noise Isolation -15dB
• Input Connector: 1/8” (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
• Frequency Response: 10Hz to 16kHz
• Input Sensitivity: 119dB @ 1mW
• Impedance: 16 Ohms
• Freqphase time|phase WaveGuide
สนนราคาอยู่ที่ 62,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:07:54
1,057



Angie นั้นเป็นน้องเล็กสุดของ Siren Series ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ และไดรเวอร์ชนิดใหม่ ให้เสียงร้องที่มีความโดดเด่นอย่างเป็นที่สุด ให้อิมเมจของเสียงร้องที่ลอยเด่นออกมาจากชิ้นดนตรี เนื้อเสียงมีความเป็นธรรมชาติ สมู้ท ลื่นไหล อีกทั้งมีมวลเสียงที่อิ่มแบบพอเหมาะพอดีและให้ปลายเสียงที่ติดหวานนิดๆ เรียกว่าเป็นเสียงร้องในอุดมคติของคอเพลง Audiophile เลยทีเดียวครับ

การแยกรายละเอียดชิ้นดนตรีนั้นจัดว่าอยู่ในระดับสูง และรุ่นนี้จะถูกจูนให้น้ำเสียงนั้นมีความกลมกลมกล่อม มีความลงตัวระหว่างเสียง ทุ้ม กลาง แหลม ที่ฟังได้ไหลลื่น ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป อีกทั้งมิติที่มีความลึกของเวทีเสียง อันเป็นเอกลักษณ์ของ Siren series ที่สามารถสร้างความแตกต่างจากคัสต้อมค่ายอื่นได้อย่างชัดเจน

และรุ่นนี้จะถูกจูนให้เบสนั้น เก็บตัวได้อย่างรวดเร็ว เป็นเบสที่เด่นย่าน mid bass มาเร็วไปเร็ว ซึ่งเบสแบบนี้แหละถูกใจคอเพลง Audiophile อีกเช่นกันครับ เพราะจะโฟกัสไปที่เสียงร้องกับชิ้นดนตรีมากกว่า

SPEAKER DETAILS
• Custom-made Proprietary Balanced Armature Drivers (8 per side)
• Powered by soundIVe technology: Dual Low, Dual Mid and Quad High balanced armature drivers per side
• Variable bass output, adjustable from cable; user controlled low frequency drivers with the adjustable bass (0 - +10db). Frequency ranges from flat bass response up to +15db (10hZ to 100 Hz.)
• Integrated 4th Order crossover
• Triple Bore
• Noise Isolation -26dB
• 4-pin cable connection, with Machined Aluminum Locking Collar
• Input Connector: 1/8” (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
• Frequency Response: 10Hz to 23kHz
• Input Sensitivity: 117dB @ 1mW
• Impedance: 17 Ohms
• Freqphase time|phase WaveGuide
สนนราคาอยู่ที่ 62,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:08:55
1,057



Roxanne นั้นเป็นหูฟังที่ตังใจออกแบบให้โทนเสียงนั้นเหมาะสำหรับกลุ่ม Professional รวมไปถึง end user ที่ต้องการหูฟังในระดับสูงเอาไว้ใช้งาน โดยรุ่นนี้จะมี Signature เสียงโดดเด่นและแตกต่างออกไปจากรุ่นอื่นในซีรีส์ โดยจะเป็นหูฟังคัสต้อมที่ปรุงแต่งเสียงน้อย ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ และแจกแจงรายละเอียดชิ้นดนตรีได้ถูกต้องและแม่นยำที่สุดในซีรีส์

ให้บรรยากาศในการฟังที่มีความ Live เหมือนฟังเพลงแบบสดๆเลยทีเดียวครับ
โดดเด่นด้วยอิมแพ็คที่หนักแน่นรุนแรงของเสียงกลองชุดที่ดุดัน ผนวกกับกระเดื่องที่ทุ้มและแน่นแบบรู้สึกได้ถึงแรงปะทะที่หาจากหูฟัง IEM ทั่วไปไม่ได้แน่นอน รวมไปถึงเบสที่ทรงพลังเต็มเปี่ยมไปด้วย power และมีคุณภาพที่ใหญ่กว่าไซส์หูฟังไปมากทีเดียวครับ

นอกจากนี้เรื่องการแยกรายละเอียดชิ้นดนตรีนั้นยังลงลึกไปถึงระดับ micro detail ให้ได้แบบครบถ้วนและสมจริง ดังนั้นการฟังเพลงแบบ Hi Res จึงเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับบรยากาศและรายละเอียดที่ไม่เคยได้ยินจากหูฟังระดับทั่วไปมาก่อนได้อย่างแน่นอนครับ ซึ่ง Roxanne นั้นทำได้ดีแบบน่าเหลือเชื่อมากๆครับ

จากตอนแรกที่คิดไว้ว่าจะเด่นกับแนว Pop , Rock , EDM , Metal เพียงไม่กี่แนว แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่โดยเฉพาะกับเพลง Hi Res ที่ให้รายละเอียดสูงๆ และบันทึกมาดีๆ Roxanne นั้นไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ

PEAKER DETAILS
• Powered by SoundrIVe technology; Quad low, Quad Mid and Quad High balanced armature driver per side
• Variable bass output, adjustable from cable; user controlled low frequency drivers with the adjustable bass (0 - +15db). Frequency ranges from flat bass response up to +15db (10hZ to 100 Hz.)
• Integrated 3-way crossover
• Triple Bore
• Noise Isolation -26dB
• 4-pin cable connection, with twist lock mechanism
• Input Connector: 1/8” (3.5mm), Gold-Plated
SOUND QUALITY
• Frequency Response: 10Hz to 23kHz
• Input Sensitivity: 119dB @ 1mW
• Impedance: 15 Ohms
• Freqphase time|phase WaveGuide
สนนราคาอยู่ที่ 75,900 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:09:40
1,057



JH Layla นั้นเป็นรุ่นเรือธงตัวท็อปสุดของซีรีส์นี้ ที่มาพร้อมกับสเป็คสุดโหดอย่าง 12 driver ต่อข้าง (Quad low, Quad Mid and Quad High balanced armature drivers) สามารถมอบประสบการณ์ฟังเพลงแบบใหม่ในการฟังเพลงจากหูฟัง คัสต้อม ที่มีเอกลักษณ์ และมีคุณภาพสูงที่สุดอีกรุ่นหนึ่งที่เคยมีมา

Layla นั้นมี Signature เสียงที่โดดเด่นและแตกต่างจากค่ายอื่นในตลาดอย่างเห็นได้ชัด โดยจะให้ image ของทั้งเสียงร้องและชิ้นดนตรีที่ใหญ่เกินขนาดหูฟังไปมาก เสมือนกับฟังหูฟังแบบ Fullsize ระดับ Hi End ในร่างจำลองเลยทีเดียวครับ

Layla นั้นให้มวลเสียงร้องที่อิ่ม เนื้อเสียงมีความละเมียดละไม ลื่นไหล และถ่ายทอดอารมณ์ของนักร้องออกมาได้อย่างน่าประทับใจเป็นที่สุด ทุกจังหวะของการเอื้อนนั้นเด็ดขาดและสมจริงที่สุดแล้วครับสำหรับเสียงร้องจากหูฟังไซส์เล็กแค่นี้

เวทีเสียงนั้นทำได้อย่างดีเยี่ยมทั้งด้านกว้างและลึก ให้ layer เสียงที่โอบล้อมและซ้อนเป็นชั้นๆอย่างเป็นระเบียบ และแยกรายละเอียดชิ้นดนตรีออกมาได้อย่างเด็ดขาด และให้รายละเอียดเสียงต่างๆออกมาได้อย่างนาเหลือเชื่อว่าหูฟังที่เล็กขนาดนี้จะให้รายละเอียดแบบนี้ได้

เบสนั้นสุดยอดมากๆครับต้องยกนิ้วโป้งให้สองนิ้วเลยครับ ทั้ง power แรงปะทะ และ detail ของเบสนั้นมาแบบจัดเต็ม ให้มวลเบสที่แน่น ลูกโต และสมู้ทสุดๆ เรียกได้เป็นเป็นหูฟังที่ให้เบสเยอะ แต่กลับน่าฟังที่สุดรุ่นหนึ่งเลยครับ อีกทั้งยังสามารถลงไปถึงระดับ Deeep bass ที่หาได้ยากยิ่งจากหูฟังแบบ IEM

โดยรวมแล้วเป็นหูฟังที่ให้มวลเสียงที่อิ่ม น้ำหนักเสียงดีมาก ให้รายละเอียดที่สุดยอด รวมไปถึงแรงปะทะที่ดีสุดๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับสมู้ทไหลลื่น และ Musical มากๆ เรียกได้ว่าจูนมาแบบฟังง่าย และฟังเพราะในแทบทุกแนวเพลงเลยครับ

SPEAKER DETAILS
• Custom-made Proprietary Balanced Armature Drivers (12 per side)
• Powered by soundIVe technology: Quad low, Quad Mid and Quad High balanced armature drivers per side
• Variable bass output, adjustable from cable; user controlled low frequency drivers with the adjustable bass (0 - +10db). Frequency ranges from flat bass response up to +15db (10hZ to 100 Hz.)
• Integrated 4th Order crossover
• Triple Bore with Stainless Steel Tubing
• Noise Isolation -26dB
• 4-pin cable connection, with Machined Aluminum Locking Collar
• Input Connector: 1/8” (3.5mm), Gold-Plated

SOUND QUALITY
• Frequency Response: 10Hz to 23kHz
• Input Sensitivity: 117dB @ 1mW
• Impedance: 20 Ohms
• Freqphase time|phase WaveGuide
สนนราคาอยู่ที่ 118,000 บาท
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:17:49
1,057



สำหรับเดโม่นั้นจะมีให้ทดลองฟัง ทั้งสาขาเรือธง และพาราก้อนทั้งสองสาขาเลยครับ โดยราคาค่าใช้จ่ายที่เเจ้งนั้นเป็นราคาที่รวมทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จครบเเล้วครับ(ยกเว้นค่า Option พิเศษที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ชำระเงินที่หน้าร้านเพียงครั้งเดียวก็รอรับหูฟังที่บ้านได้เลยครับ

ทุกรุ่นนั้นมีรับประกัน refit ภายใน 30 วัน และประกันสินตัวค้า 1 ปีครับ
ให้กำลังใจ 1
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 13

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:21:14
1,057



ภาพตัวอย่างของนักร้องที่ใช้หูฟังคัสต้อม JH Audio บนเวทีครับ
ซึ่งในภาพจะเห็น Bono ฟรอนท์แมนแห่งวง U2 นั้นใส่หูฟังคัสต้อมที่หูขวาอยู่ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 14

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:24:19
1,057



John Mayer ก็เป็นนักดนตรีระดับแถวหน้าอีกหนึ่งท่านที่มากด้วยพรสวรรค์ และเลือกใช้หูฟังคัสต้อมจากค่าย JH Audio ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 15

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:27:36
1,057



อีกหนึ่งวงสายโหด ที่เคยมาเเสดงคอนเสิร์ตในบ้านเราอย่าง Slipknot ก็เลือกใช้หูฟังคัสต้อมจาก JH Audio อีกเช่นกันครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 16

toonmanga

26/04/2016 19:30:46
2
ใช้ roxanne ตัวแรกอยู่ เทียบกับตัวใหม่เสียง upgrade ไปเยอะมั๊ยครับ
ช่างใจอยู่ว่าจะเปลี่ยนสาย หรือขายแล้วถอยตัวใหม่ดี
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 17

volvoflip

26/04/2016 19:40:58
2
@toonmanga

ผมว่า V2 ปลายแหลมสมูทกว่าครับ โดยรวมโทนเสียงยังแนวเดิมแต่สมูทลงหน่อย ไม่ดุดันจัดๆแบบ V1 ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 18

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 19:44:41
1,057
roxanne version universal นั้นถ้ามีรุ่น 1 อยู่เเล้วก็อัพเกรดเป็นสายคุณภาพสูงไปเลยดีกว่าครับ เพราะให้เสียงที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวครับ ส่วนเปรียบเทียบกับรุ่น 2 นั้นอาจจะดีกว่าอยู่บ้าง แต่เค้าโครงเสียงก็ยังคล้ายกันอยู่ครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 19

toonmanga

26/04/2016 20:17:48
2
ขอบคุณ คุณ voloflip และคุณหลุยส์มากครับ

ตอนนี้ที่ร้านมีสาย upgrade ตัวไหนของ roxanne บ้างครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 20

หลุยส์ munkonggadget

26/04/2016 23:59:48
1,057
จะมีของ Beat audio รุ่น Signal ราคา 23900 และ Oslo III ราคา 29900 บาทครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 21

Elvis Munkonggadget

06/05/2016 12:25:46
24
มีลูกค้าเข้ามาทำกันเรื่อย ๆ ครับ :) ลูกค้าท่านนี้ก็มาจัด JH7 Pro ไปล่ะจ้าาา




ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 22

หลุยส์ munkonggadget

21/04/2017 23:22:04
1,057



สำหรับ entry level จะมี JH3X รุ่นใหม่เข้ามาเเทน JH5 ครับ ราคาอยู่ที่ 28,900 บาทครับ

อันนี้เป็นรีวิวที่เจ้า ภู สาขาพาราก้อนเคยเขียนแนวเสียงคร่าวๆไว้ครับ

มาแล้วครับสำหรับรีวิว JH 3X PRO คัสต้อมอินเอียร์ตัวใหม่ถอดด้ามจาก JH Audio โดยมาพร้อมกับไดรเวอร์แบบ BA ถึงข้างละ 3 ตัวด้วยกัน ซึ่งการออกตัวใหม่ครั้งนี้ทางแบรนด์ JH Audio ได้ทำการตัดรุ่นเก่าออกไปถึงสามรุ่นด้วยกัน คือ JH5 PRO, JH7 PRO, JH10 PRO ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักครับในแบรนด์ที่เน้นขายคัสต้อมเป็นหลัก โดยทั่วไป ที่เหล่านักเล่นได้เห็นกันบ่อย ๆ จะเป็นการออกรุ่นใหม่ มาทดแทนรุ่นเก่า หนึ่งรุ่นต่อหนึ่งรุ่นเท่านั้น เชื่อได้เลยว่าการขยับครั้งนี้ ทางแบรนด์ JH Audio ต้องแฝงนัยยะอันสำคัญบางอย่างไว้ใน Generation ใหม่นี้อย่างแน่นอนครับ

มาว่ากันต่อเรื่องเสียงกันเลยครับผม

เสียงร้องนั้นเขยิบเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย อยู่ในตำแหน่งที่พอดี ให้มิติด้านลึกหน้า-หลังได้อย่างมีชั้นเชิง และมีความอิ่มในเนื้อเสียง เป็นเสียงร้องที่มีหางเสียงไม่ห้วนสั้น และ ยังมีความลื่นไหลต่อเนื่องไม่มีขาดตอนเนียนสนิทไร้รอยต่อ ในส่วนของเสียงร้อง นับว่าทางแบรนด์ปรับจูนมาได้อย่างน่าทึ่งครับ เพราะได้เสียงร้องที่มีความใสเคลียร์คมชัด แต่ไม่ได้จัดจ้านบาดคมจิกหู และ ด้วยตำแหน่งที่เยื้องหลังเล็กน้อยนี่เอง ทำให้เครื่องดนตรีต่าง ๆ สามารถแสดงตัวออกมาได้ชัดเจนมากขึ้นครับ
 
ในส่วนของเสียงย่านสูง เป็นเสียงสูงที่โปร่ง และ เคลียร์ใสไม่มีอาการขุ่นหมอง ประกายเสียงมีพองาม เป็นแหลมที่ชัดแบบไม่ถึงกับคมบาดจิกหู เป็นเสียงย่านสูงที่เอนเอียงไปทางสมู้ทฟังง่ายฟังสบายล่ะครับผม

เบสก็เป็นองค์ประกอบที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ล่ะครับผม เบสของ JH3X PRO เป็นเบสที่ปรับจูนมาได้อย่างตรงจุดตรงประเด็น เบสนั้นมีมวลกำลังดีไม่หนาหรือบางจนเกินไป ให้อิมแพคที่ชัด แรงปะทะกำลังดี เก็บตัวเร็วปานกลาง เป็นเบสที่มีขอบเขตไม่เอ่อล้นท่วมทับย่านอื่นแต่อย่างใด และดำดิ่งลงได้ลึกพอสมควร  จะว่าเป็นเบสที่รุกเร้าหนักหน่วงก็ไม่เชิงล่ะครับผม แต่เป็นเบสที่เน้นไปทางคุมจังหวะของเพลงซะมากกว่าครับ

ในเรื่องของมิติ และ การแจกแจงตำแหน่งชิ้นดนตรีนั้นนับว่าทำได้ดีมาก ๆ ใน CIEM พิกัดเดียวกันครับ ตัว JH3X PRO นั้น ให้เวทีเสียงขนาดกลางค่อนไปทางกว้าง มีความเป็นสามมิติโอบล้อมตัวผู้ฟัง สามารมองเห็นช่องไฟ และ ตำแหน่งของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน กอปรกับเสียงร้องที่เยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย ทำให้สามารถดึงความโดดเด่นของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นออกมาได้อย่างชัดเจนมากขึ้นด้วยครับผม


ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
"หูฟังคัสต้อมจากค่าย JH Audio มีจำหน่ายที่ร้าน Munkonggadget แล้วจ้า(พร้อมมินิรีวิวทุกรุ่น)"