Guest
หมวดหมู่ > เว็บบอร์ด จับฉ่าย

ช่องทางการติดต่ออื่น

  • Munkonggadget
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Reviews
  • Munkonggadget Contact Us

ช่อง INPUTS พวกนี้ให้เสียงต่างกันไม

boy_mnj

08/12/2013 01:41:43
0



ถามอีกแล้วครับ เวลาเราต่อ CD Player เขาช่อง inputs __aux1, aux2, tuner, tape1, tape2__ ให้เสียงต่างกันไมครับ หรือว่าใช้แทนกันได้

ปล. ขอถามอีกเรื่องครับ ช่อง Jumper มีไว้ทำไรครับ แล้วตัวยูที่เสียบเราถอดออกได้ไมครับ...แฮะ แฮะ ถามเยอะ มือใหม่นะครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 1

boy_mnj

08/12/2013 01:46:16
0
ตกไปอีกข้อ ช่อง OUTPUTS__tape1, tape2 เอาไว้ต่อไปไหนครับ ขอบคุณครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 2

ทิ้ง

08/12/2013 02:45:23
0
ถ้าคุณถอดลวดJumperออกล่ะก็แอมป์ของคุณจะไม่ดังแน่ๆ เพราะแอมป์ตัวนี้มันมีภาคปรีแอมป์และ Power Amp อยู่ในตัวถังเดียวกันโดยใช้ลวดJumperเป็นตัวเชื่อมสัญญาณเข้าหากัน เหตุผลที่เขาทำเป็นลวดJumperมาก็เพื่อวันหนึ่งถ้าคิดจะเอาภาคปรีแอมป์ของตัวนี้ไปขับแอมป์ตัวอื่นๆก็ถอดลวดJumperนี่ออกแล้วต่อสายสัญญาณตรงช่อง Pre out ไปเข้า Power Amp ภายนอกที่ต้องการนำมาต่อใช้ หรืออีกอย่างถ้าต้องการใช้แอมป์ตัวนี้แค่ภาค Power Amp ก็นำปรีแอมป์ภายนอกมาต่อเข้าที่ช่อง Amp In
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 3

ทิ้ง

08/12/2013 03:01:45
0
ส่วนช่อง Aux,tape,tuner มันใช้แทนกันได้เพราะมันรับสัญญาณ Line ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนเสียงก็แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามทางเดินสัญญาณของวรจรภายใน ภาคเป็นเครื่องเล่นCD ชั้นสูงเช่น Accuphase Dp65V ,Dp75V จึงจะแยกความแตกต่างได้ แต่ก็รวมถึง สายสัญญาณ ลำโพงก็ต้องเป็นระดับคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน ถ้าเอามาใช้กับ CD ลำโพงธรรมดาก็อาจจะไม่เห็นความแตกต่าง ส่วนช่องPh มันคือPhonoขยายหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่านำพวก CD,Tunerไปต่อนะ ถึงกับพังเลยล่ะ Output tape1,2 มีใว้สำหรับนำสัญญาณออกไปบันทึกเสียง หรือนำไปเข้าอุปกรณ์อื่นเช่นPower Ampสำหรับขับ Sub Wooferเป็นต้น
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 4

ทิ้ง

08/12/2013 03:06:36
0
ขออภัยตัวหนังสือมันเล็กมากตรวจยากพิมพ์ผิดบ่อย ขอแก้ไข คห3ใหม่นะ ส่วนช่อง Aux,tape,tuner มันใช้แทนกันได้เพราะมันรับสัญญาณ Line ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนเสียงก็แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามทางเดินสัญญาณของวรจรภายใน ***แต่เครื่องเล่นCDที่นำมาต่อต้องเป็นเครื่องCDชั้นสูงเช่น Accuphase Dp65V ,Dp75V จึงจะแยกความแตกต่างได้ แต่ก็รวมถึง สายสัญญาณ ลำโพงก็ต้องเป็นระดับคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน ถ้าเอามาใช้กับ CD ลำโพงธรรมดาก็อาจจะไม่เห็นความแตกต่าง ส่วนช่องPh มันคือPhonoขยายหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่านำพวก CD,Tunerไปต่อนะ ถึงกับพังเลยล่ะ Output tape1,2 มีใว้สำหรับนำสัญญาณออกไปบันทึกเสียง หรือนำไปเข้าอุปกรณ์อื่นเช่นPower Ampสำหรับขับ Sub Wooferเป็นต้น
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 5

นายมั่นคง

08/12/2013 03:07:25
3,487
input ที่ว่าเสียงเหมือนกันครับ ยกเว้นช่อง Phono ที่สัญญาณมันจะแรงกว่าช่องอื่นครับ ส่วน output นั้น น่าจะเป็นการเชื่อมต่อคล้ายๆ loop out เพื่อเอา input ที่ได้มาไปต่อยังแอมป์ตัวที่ 2 หรือ 3 (น่าจะใช่นะครับ)
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 6

ทิ้ง

08/12/2013 03:37:05
Loop Tape In,Tape Out มันมีในยุคที่เครื่องเล่นเทปครองความเป็นใหญ่ในช่วงยุคนั้น มันจะถูกต่อใช้งานเข้าด้วยกันกับเครื่องเล่นเทปทั้งหมด โดยนำสัญญานOut Putของเครื่องเล่นเทปมาเข้าที่ Tape In(ของแอมป์) และช่อง tape Out (ของแอมป์) จะถูกนำกลับไปต่อเข้า In Put ของเครื่องเล่นเทปเพื่อนำสัญญาณจากแอป์ เช่นสัญญาณจากเครื่องเล่นแผ่นไวนีล หรือรายการเพลงจากสถานีวิทยุเพื่อบันทึกลงตลับเทป โดยลูปแบบนี้จะมีสวิทซ์ปุ่มกดที่เขียนว่า Tape Monitor เป็นตัวควบคุม(กดลงเป็นการนำสัญญาณจากเทปเข้าแอมป์ ถ้าปล่อยขึ้นเป็นการนำสัญญาณจากแล่งโปรแกรมอื่นกลับไปสู่เครื่องเล่นเทปเพื่อบันทึก) แต่ถ้าเป็นแอป์ที่มีลูป2ชุดขึ้นไป จะใช้สวิทซ์แบบ Selector เป็นตัวควบคุมLoopแทน แต่มายุคนี้เครื่องเล่นแทปแทบไม่มีใครใช้แล้ว กระแสโฮมเธียเตอร์เข้ามาแทนจึงนิยมเอาช่องศัญญาณ Tape Out ไปต่อแอมป์ขับซับวูฟเฟอร์กัน ส่วนช่อง Tape,Tuner,Aux เสียงต่างกันแน่นอน แต่มีเงื่อนไขว่า Systemจะต้องดีพอตามที่บอกไปในคห.ที่4 **เคยพบในแอมป์ NADรุ่น312 พบว่าเอาสัญญาณจากเครื่องเล่นCDไปต่อช่องCD Inputของแอมป์ เสียงกลับสู้เอาไปต่อเข้าที่ช่อง Tunerไม่ได้ เรื่องนี้ถ้าลองสอบถามผู้ใช้NADอยู่จะเป็นที่รู้กันในวงการ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 7

ทิ้ง

08/12/2013 04:01:49
0
***เพิ่มเติม สัญญาณที่ออกจาก Tape Outนี้มันออกมาเต็มๆเลยนะไม่ได้ลด/เพิ่มได้ตามปุ่ม Volumn ของแอมป์ ดังนั้นถ้าจะเอาไปต่อแอมป์ตัวถัดไปต้องมีปุ่มGain เพิ่ม/ลดที่แอมป์ตัวถัดไปด้วย อีกประการที่สำคัญ***ในขณะที่เปิดแอป์ใช้งานอยู่ห้ามถอดลวด Jumperออกเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ลำโพงอาจจะเสียหายได้ ถ้าจะถอดลวดJumperออกต้องปิดแอมป์ก่อนเสมอ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 8

เหน่งบา

08/12/2013 06:58:14
0
อินพุทแต่ละช่องเสียงไม่เหมือนกันครับ
ไม่ต้องเครื่องระดับสูงอย่างAccuphase หรือMcIntoshที่คุณใช้หรอกครับผมใช้Denon2560GL แอมป์Audiolab8000A ก็ฟังออกครับ ประเด็นสำคัญพอๆกับเครื่องคือ การเซ็ทอัพเครื่องและห้องมากกว่า ถ้าเซ็ทอัพไม่ได้ที่ ก็จะทำให้ฟังไม่ออก
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 9

สมัครเล่น

08/12/2013 07:26:46
241
มันเป็นเรื่องของอิมพีแดนซ์แมทชิ่ง
ลองฟังทีละช่องครับ ชอบอันไหน ก็อันนั้นล่ะ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 10

เหน่งบา

08/12/2013 09:12:05
0
ถ้าไม่ใช่เครื่องใหม่ที่ทุกช่องยังไม่เคยมีกระแสไหลผ่านเหมือนกันหมด
หากจะเช็คเสียง ต้อง"เบิร์น"ทุกช่องด้วยเวลาพอๆกันครับ อาจจะสักยี่สิบชั่วโมง
เพราะไม่งั้นช่องที่ใช้ประจำจะได้เปรียบครับ
แต่เครื่องคุณ ดูแจ็คตัวเมียแล้ว สภาพผ่านศึกมามิใช่น้อย คงฟังเทียบกันได้เลย ^ ^
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 11

RockDragon

08/12/2013 09:35:42
แต่ก่อนโน้นนนนน....
ผมจะใช้ช่อง Jumper ต่อพ่วง Equalizer เพื่อปรับแต่งเสียงครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 12

นายมั่นคง

08/12/2013 11:33:18
3,487
ตัวเครื่อง Mc 6200 ผมเคยมีแล้ว 3 เครื่อง แต่ช่องที่ว่าข้างหลังนี้ไม่เคยใช้เลยล่ะครับ 555

แตถ้า pre out กับ main in อันนี้ไม่มีอะไร แค่จะให้เลือกว่าจะให้เจ้า MA6200 ทำหน้าที่เป็นปรีแอมป์ หรือเป็นเพาเวอร์แอมป์ วิธีก็คือถอดเหล็กรูปเกือกม้าตัว U ออกครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 13

เหน่งบา

08/12/2013 14:42:14
0
http://www.yutaponglim.com/index.php?topic=279.0
ลองไปอ่านดูเล่นๆครับ เผื่อมีอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 14

boy_mnj

08/12/2013 18:40:24
0
โห """ ความรู้ไหลพรั่งพรูมาเพียบเลย ขอบคุณทุกๆท่านทีเข้ามาตอบครับ

ขอบคุณครับ
ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
แจกหู 0
ความคิดเห็นที่ : 15

วิเชียร เมทาด้วง

02/12/2018 00:47:44
อ้างอิง : ความคิดเห็นที่ 3 - ทิ้ง

ส่วนช่อง Aux,tape,tuner มันใช้แทนกันได้เพราะมันรับสัญญาณ Line ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนเสียงก็แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามทางเดินสัญญาณของวรจรภายใน ภาคเป็นเครื่องเล่นCD ชั้นสูงเช่น Accuphase Dp65V ,Dp75V จึงจะแยกความแตกต่างได้ แต่ก็รวมถึง สายสัญญาณ ลำโพงก็ต้องเป็นระดับคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน ถ้าเอามาใช้กับ CD ลำโพงธรรมดาก็อาจจะไม่เห็นความแตกต่าง ส่วนช่องPh มันคือPhonoขยายหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่านำพวก CD,Tunerไปต่อนะ ถึงกับพังเลยล่ะ Output tape1,2 มีใว้สำหรับนำสัญญาณออกไปบันทึกเสียง หรือนำไปเข้าอุปกรณ์อื่นเช่นPower Ampสำหรับขับ Sub Wooferเป็นต้น

ให้กำลังใจ 0
หยิกหู 0
"ช่อง INPUTS พวกนี้ให้เสียงต่างกันไม"