นั่นก็คือ iFi Micro iUSB Power นั่นเอง หน้าที่ของมันคือจ่ายกระแสไฟเลี้ยงแยกให้กับ สาย USB เพื่อเอาไปใช้สำหรับต่อ DAC ต่างๆ

โดยทั่วไปแล้วไฟเลี้ยงที่มากับคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะมี Noise ค่อนข้างสูง ในสเปคหลังกล่องอ้างอิงไว้ว่า MacBook มีค่า Noise อยู่ที่ 1.5mV ส่วน 9V Battery อยู่ที่ 0.6uV และ iFi iUSB Power อยู่ที่ 0.1uV เท่านั้น
ส่วน Technologies ที่จับยัดใส่เจ้า iFi ตัวนี้มีไรบ้าง
- SuperRegulator (Purified power supply)
- IsoPower (separates USB audio and USB power outputs) จับสัญญาณ กับ ไฟ แยกกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
- IsoEarth (Ground noise elimination system)
- 3 stages Subsonic Noise Filters
- 3 stages 6th order RF Noise filter
- Hi-Speed USB2.0 of 480Mbps
ลักษณะการใช้งาน สำหรับเจ้าตัวนี้ต้องมีการต่อไฟเลี้ยงแยก 9V ซึ่งทาง iFi ก็ให้ Adapter คุณภาพพิเศษมาที่เคลมว่า Noise ต่ำกว่าของท้องตลาดทั่วๆ ไป หลังจากนั้นก็ต่อ USB จาก Source ของเราเข้า iFi แล้วต่อจาก iFi เข้า DAC ได้เลย (แต่ถ้าจะให้สุดยอด ทาง iFi แนะนำให้ใช้สาย USB Dual Head ของ iFi เพราะจะแยกสัญญาณกับไฟออกจากกัน)
พูดเรื่องสเปคและลักษณะไปทั้งหมดแล้วมาพูดถึงเรื่องเสียงกันบ้าง ซิสเต็มที่ใช้ทดสอบกับเจ้า iFi ก็คือ KEF X300A กับสาย USB Furutech Formula2 miniB และก็สายแถมของ iFi

สัมผัสแรกที่ได้ลองฟัง รู้สึกถึงความเนียน ลื่นไหล สมูท แบล็กกราวที่สงัดเอามากๆ เครื่องดนตรีที่เป็นหมอกเบลอๆ กลับชัดขึ้นมา ค่อนข้างโอเค แต่ไม่ถึงกับขึ้นขอบ เสียงร้องออกหวานละมุน ไม่สากเสี้ยน (ถ้านึกไม่ออกให้ลองนึกถึงภาพที่ถูก Noise Reduction ออกไปภาพจะเนียนๆ สมูทๆ) ในเรื่องของไดร์นามิก รู้สึกได้เลยว่าเสียงมีพลังขึ้นมาก เพราะคาดว่ามาจาก แบล็กกราวที่สงัดทำให้ทุกอย่างดูมีพลังมากขึ้น ว่าไปแล้วตัว iFi ไม่ได้มาเพิ่มย่านใดย่านหนึ่ง แต่มาช่วยให้ทุกอย่างนั้นเรียบเนียนมากกว่า อีกอย่างสำหรับ iFi ตัวนี้สามารถรับรู้ถึงความแตกต่างแบบไม่ต้องนั่งเพ่งกันเลยทีเดียว

ถามว่าชอบไหม ส่วนตัวตอบว่าชอบ ฟังเพลงลื่นหูขึ้นมาก ไม่เครียดหรือหนักหูเวลาเปิดดังๆ แต่ก็มีสิ่งที่ไม่ชอบคือต้องเก็บตังซื้อ USB อีกเส้น T_T สำหรับค่าตัวของ iFi ตัวนี้อยู่ที่ 7500 บาท ครัช
By ThanaSoft

